ญี่ปุ่นวิกฤติหนัก เด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง 44 ปี เหลือไม่ถึง 14 ล้านคนทั่วประเทศ

ญี่ปุ่นวิกฤติหนัก เด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง 44 ปี เหลือไม่ถึง 14 ล้านคนทั่วประเทศ

5 พ.ค. 2568 10:34 น.

ญี่ปุ่นวิกฤติหนัก เด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง 44 ปี เหลือไม่ถึง 14 ล้านคนทั่วประเทศ

ญี่ปุ่นเผชิญวิกฤติประชากรเด็กอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทางการเผยตัวเลขเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีทั่วประเทศลดลงเหลือเพียง 13.66 ล้านคน ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

วันที่ 5 พฤษภาคม 2568 เว็บไซต์ข่าว NHK ของญี่ปุ่น รายงานอ้างคำเปิดเผยของกระทรวงกิจการภายใน ที่ระบุว่าญี่ปุ่นกำลังเผชิญวิกฤติประชากรเด็กอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเผยตัวเลขเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีทั่วประเทศลดลงเหลือเพียง 13.66 ล้านคน ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยการเปิดเผยมีขึ้นในวันเด็กแห่งชาติ ของญี่ปุ่นซึ่งตรงกับวันที่ วันที่ 5 พ.ค.

ข้อมูลระบุว่า จำนวนเด็กล่าสุดลดลงจากปีก่อนถึง 350,000 คน โดยมีเด็กชาย 6.99 ล้านคน และเด็กหญิง 6.66 ล้านคน ขณะที่กลุ่มเด็กเล็กอายุ 0-2 ปี มีเพียง 2.22 ล้านคน น้อยกว่าทุกช่วงวัย สะท้อนแนวโน้มอัตราการเกิดใหม่ของประชากรที่ลดน้อยลงทุกปี

รายงานข่าวระบุว่า เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีตอนนี้คิดเป็นเพียง 11.1% ของประชากรทั้งหมดของญี่ปุ่น ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 51 ติดต่อกัน และเป็นปีที่ 44 ที่จำนวนเด็กลดลงจากปีก่อน และเมื่อจำแนกตามจังหวัด พบว่า โอกินาวา มีสัดส่วนเด็กมากที่สุดที่ 15.8% ตามด้วยจังหวัดชิกะและซากะที่ 12.7% ขณะที่จังหวัดที่มีเด็กน้อยที่สุดคือ อาคิตะ ที่ 8.8% ตามด้วยอาโอโมริ 9.8% และฮอกไกโด 9.9%

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีประชากรสูงวัยมากที่สุดในโลก และกำลังเผชิญปัญหาวิกฤติ คนเกิดน้อย-แก่เร็ว ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ แรงงาน และระบบสวัสดิการในระยะยาว.

นักวิทย์พบเบาะแส “ทองคำ” ในจักรวาล อาจมาจากการระเบิดของดาวแม่เหล็กแรงสูง

นักวิทย์พบเบาะแส  "ทองคำ" ในจักรวาล อาจมาจากการระเบิดของดาวแม่เหล็กแรงสูง

5 พ.ค. 2568 09:56 น.

นักวิทย์พบเบาะแส “ทองคำ” ในจักรวาล อาจมาจากการระเบิดของดาวแม่เหล็กแรงสูง

(ภาพ AI แสดงโครงสร้างที่ละเอียดมากของดาวนิวตรอน ล้อมรอบด้วยสนามแม่เหล็กเข้มข้น)

ไขปริศนาจักรวาล นักวิทยาศาสตร์พบเบาะแสใหม่ ทองคำในเอกภพอาจไม่ได้มาจากการชนของดาวนิวตรอนเท่านั้น แต่ยังเกิดจากการระเบิดของ ดาวนิวตรอนที่มีสนามแม่เหล็กแรงที่สุดในจักรวาล

วันที่ 5 พฤษภาคม 2468 ทีมนักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐฯ เผยผลงานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Astrophysical Journal Letters ระบุว่า “ทองคำ” ที่อยู่ในจักรวาลอาจไม่ได้มาจากแค่การชนกันของดาวนิวตรอน อย่างที่เคยเชื่อกันและเคยถูกระบุว่าเป็นโรงงานผลิตทองในอวกาศ แต่ทองคำยังอาจเกิดจากการระเบิดของ “แมกเนทาร์” (magnetars) ดาวนิวตรอนชนิดหนึ่งที่มีสนามแม่เหล็กแรงมาก

นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า เมื่อเวลาที่แมกเนทาร์เกิด “แผ่นดินไหวในดาว” (starquake) มันจะปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างรุนแรงและอาจพัดพาเศษเปลือกดาวออกไป ซึ่งในสภาพแบบนี้อาจทำให้เกิดธาตุหนัก อาทิ ทองคำ แพลทินัม หรือตะกั่ว ได้

ข้อมูลนี้ได้จากการวิเคราะห์สัญญาณเก่าที่บันทึกไว้เมื่อ 20 ปีก่อนโดยกล้องโทรทรรศน์ของนาซาและยุโรป ซึ่งช่วยให้เข้าใจเพิ่มว่า ทองคำอาจเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของจักรวาล ไม่ใช่แค่ไม่กี่พันล้านปีที่ผ่านมาอย่างที่เคยคิดกัน

โดยนายอนิรุธ พาเทล นักศึกษาปริญญาเอกด้านฟิสิกส์ผู้เป็นหัวหน้าการวิจัย กล่าวว่า การค้นพบนี้ช่วยเติมเต็มคำถามที่ยังไร้คำตอบว่า ทองคำที่กระจายอยู่ทั่วจักรวาลเกิดขึ้นได้อย่างไร โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของเอกภพ หลังการระเบิดครั้งใหญ่ เมื่อ 13.8 พันล้านปีก่อนทางด้าน

อีริก เบิร์นส์ นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรัฐลุยเซียนา ระบุว่า แมกเนทาร์อาจปลดปล่อยเศษเปลือกดาวออกมาด้วยความเร็วสูงหลังการสั่นสะเทือน และภายใต้สภาพแวดล้อมนี้ อาจเอื้อให้เกิดธาตุหนักอย่างทองคำ แพลทินัม และตะกั่ว

ทั้งนี้ การค้นพบนี้สร้างความตื่นเต้นในวงการดาราศาสตร์ เนื่องจากเปิดประตูสู่ความเข้าใจใหม่ว่า ธาตุล้ำค่าอย่างทองคำ อาจไม่ได้มาจากแค่ การชนในจักรวาลเท่านั้น แต่ยังอาจเกิดจากการระเบิดที่ลึกลงไปในใจกลางของดวงดาวที่ตายไปแล้ว.

ที่มา CNN

รู้จัก เกรก อาเบล ทายาทวอร์เรน บัฟเฟตต์ ว่าที่ CEO ใหม่ เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์

รู้จัก เกรก อาเบล ทายาทวอร์เรน บัฟเฟตต์ ว่าที่ CEO ใหม่ เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์

5 พ.ค. 2568 08:30 น.

รู้จัก เกรก อาเบล ทายาทวอร์เรน บัฟเฟตต์ ว่าที่ CEO ใหม่ เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์

  • วอร์เรน บัฟเฟตต์ ตำนานนักลงทุนชาวอเมริกัน ประกาศจะลงจากตำแหน่งซีอีโอของบริษัท เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ ของเขาในช่วงสิ้นปี 2568 นี้
  • นายบัฟเฟตต์ยังเสนอให้บอร์ดบริหารเลือกนาย เกรก อาเบล รองประธานบริหาร และผู้ที่เขาเลือกเป็นผู้สืบทอดตั้งแต่ 4 ปีก่อน ให้เป็นซีอีโอคนใหม่ของบริษัท
  • นักลงทุนและนักวิเคราะห์คาดว่า นายอาเบลจะรักษาแนวทางอนุรักษ์นิยมของนายบัฟเฟตต์ต่อไป และภายในบริษัทไม่ได้มองเขาเป็นแค่ว่าที่ซีอีโอมานานแล้ว

วอร์เรน บัฟเฟตต์ สร้างความตกตะลึงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีซึ่งมีผู้ชมหลายหมื่นคนเมื่อวันเสาร์ที่ 3 พ.ค. 2568 ที่ผ่านมา ด้วยการประกาศว่า เขาจะก้าวลงจากตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ ของบริษัท เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ ในช่วงสิ้นปี 2568 นี้

นักลงทุนระดับตำนานวัย 94 ปีผู้นี้ยังประกาศว่า เขาจะเสนอต่อบอร์ดบริหารให้แต่งตั้งนาย เกรก อาเบล ผู้ที่เขาวางตัวให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งมาตั้งแต่ 4 ปีก่อน ให้รับช่วงเป็นซีอีโอของบริษัทต่อไป โดยระบุว่า “ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่อาเบลจะได้ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งซีอีโอ”

“ผมจะยังคงวนเวียนอยู่ และอาจจะยังมีประโยชน์บ้างในบางกรณี แต่ในตอนนั้น คำขาดสุดท้ายจะเป็นสิ่งที่เกรกพูด ไม่ว่าจะในเรื่องของการปฏิบัติการ, การลงทุน, การแต่งตั้ง หรืออะไรก็ตามที่อาจเกิดขึ้น”

นายบัฟเฟตต์รับรองกับนักลงทุนมาตลอดว่า เขามั่นใจในตัวเลือกของเขา แต่ เกรก อาเบล เป็นใคร? ทำไมนายบัฟเฟตต์จึงเลือกเขาเป็นผู้สืบทอด และเป็นว่าที่ซีอีโอของ เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ ยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนของโลก

เกรก อาเบล เป็นใคร?

นายอาเบลเกิดที่ประเทศแคนาดา เติบโตขึ้นมาในย่านชนชั้นแรงงานในเมืองเอดมอนตัน รัฐอัลเบอร์ตา ก่อนจะได้ศึกษาที่มหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตาในสาขาวิชาบัญชี และเรียนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับที่ 1 ในปี 2527

อาเบลเข้าทำงานที่ PwC ซึ่งเป็นบริษัทให้คำปรึกษาในเมืองเอดมอนตัน ในฐานะผู้ตรวจสอบบัญชี ก่อนจะย้ายไปอยู่สาขาที่เมืองซานฟรานซิสโกในสหรัฐฯ โดยที่นั่นเขาได้ทำงานร่วมกับ “แคลเอเนอร์จี” (CalEnergy) ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้าของ PwC และได้ย้ายไปทำงานร่วมกันหลังจากนั้นไม่นานนัก

นายอาเบลดำรงตำแหน่งผู้บริหารอาวุโสของ แคลเอเนอร์จีตั้งแต่ปี 2535 จนถึงปี 2551 โดยก่อนหน้านั้นเขาได้รับเลือกเป็นประธานบริษัท ในตอนที่บริษัทเปลี่ยนชื่อเป็น “มิดอเมริกัน เอเนอรี โฮลดิง คอมพานี” ในปี 2542 และในปี 2558 อาเบลก็ทำให้มิดอเมริกันฯ กลายเป็น เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ เอเนอร์จี บริษัทลูกของอาณาจักรธุรกิจของวอร์เรน บัฟเฟตต์

ปัจจุบัน มูลค่าทรัพย์สินของ เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ เอเนอร์จี พุ่งทะลุ 9 หมื่นล้านดอลลาร์ พวกเขาเป็นผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากลมรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ และเป็นเจ้าของบริษัทลูกมากมายในธุรกิจพลังงาน ทั้งในสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, แคนาดา และฟิลิปปินส์

วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนชื่อก้องโลก
วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนชื่อก้องโลก

บัฟเฟตต์เลือกเป็นผู้สืบทอด

ในเดือนมกราคม 2561 นายอาเบลที่ตอนนั้นเป็นซีอีโอของ เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ เอเนอร์จี ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองประธานบริหารของ เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ อิงค์ และกลายเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญผู้บริหารจัดการธุรกิจที่ไม่ใช่การประกันภัยของบริษัทมาโดยตลอด

อาเบลยังเป็นผู้อำนวยการและรองประธานของสถาบัน “เอดิสัน อิเล็กทริก” ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าที่นักลงทุนในสหรัฐฯ เป็นเจ้าของ และบริษัทประกันภัย “Associated Electric & Gas Insurance Services Limited” นอกจากนั้นยังเป็น ผอ.ของบริษัทประกันภัยโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ด้วย

ในเดือนพฤษภาคม 2564 วอร์เรน บัฟเฟตต์ยืนยันในการให้สัมภาษณ์ว่า นายอาเบลคือผู้สืบทอดตำแหน่งซีอีโอบริษัท เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ ในอนาคต โดยระบุว่าเขาสบายใจ 100% กับการให้นายอาเบลรับช่วงต่อบริษัทของเขา

นักลงทุนและนักวิเคราะห์มากมายคาดการณ์ว่า นายอาเบล ซึ่งมีอายุ 62 ปีแล้ว จะรักษาแนวทางบริหารธุรกิจแบบอนุรักษ์นิยมของวอร์เรน บัฟเฟตต์ เอาไว้ โดยนายอาเบลกล่าวในการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อไม่นานมานี้ว่า “เรามีบริษัทพิเศษมากในเบิร์กเชียร์ แต่เป็นวัฒนธรรมของมันที่ทำให้มันพิเศษ และสิ่งนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลง”

ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่านายอาเบลเริ่มรับผิดชอบงานของผู้นำบริษัทในเบิร์กเชียร์ไปแล้ว

“ในปีก่อน บอร์ดบริหาร หรือจริงๆ ก็คือเกรกกับวอร์เรน ขยับเขยื้อนจากเตรียมตัวสู่การสืบทอดตำแหน่ง ไปเป็นการปฏิบัติจริงๆ” ซู เดกเคอร์ ผู้อำนวยการบอร์ดบริหารของ เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (2 พ.ค.)

“เกรกเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจโยกย้ายเงินลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ และฉันรู้ว่าเขาได้รับความไว้วางใจในเรื่องนั้นจากทั้งบอร์ดและจากวอร์เรน” น.ส.เดกเคอร์กล่าว และเสริมว่า ภายในบริษัทไม่ได้มองอาเบลว่าเป็นว่าที่ซีอีโออีกต่อไปแล้ว


ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : cbsnews , msn

ระทึก SUV ขับพุ่งชนประตูทางเข้าสนามบินมะนิลา ฟิลิปปินส์ ดับ 2 ศพ บาดเจ็บ 4 ราย (ชมคลิป)

ระทึก SUV ขับพุ่งชนประตูทางเข้าสนามบินมะนิลา ฟิลิปปินส์ ดับ 2 ศพ บาดเจ็บ 4 ราย (ชมคลิป)

5 พ.ค. 2568 07:52 น.

ระทึก SUV ขับพุ่งชนประตูทางเข้าสนามบินมะนิลา ฟิลิปปินส์ ดับ 2 ศพ บาดเจ็บ 4 ราย (ชมคลิป)

เกิดเหตุรถเก๋ง SUV ขับพุ่งชนประตูทางเข้าสนามบินในกรุงมะนิลา ของฟิลิปปินส์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพรวมไปถึงเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ขณะที่คนขับถูกควบคุมตัว ตำรวจเร่งสอบหาสาเหตุ

วันที่ 4 พฤษภาคม 2568 เกิดเหตุรถยนต์ SUV สีดำพุ่งชนบริเวณทางเข้าท่าอากาศยานนานาชาตินินอย อาคีโน ในกรุงมะนิลา ของฟิลิปปินส์ ทำให้บริเวณประตูทางเข้าสนามบินได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ โดยสภากาชาดฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า หนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นเด็กหญิงวัยเพียง 4 ขวบ อีกรายเป็นผู้ใหญ่ที่คาดว่ามาด้วยกัน 

ทางด้านบริษัท New NAIA Infra Corp ผู้ดำเนินการสนามบิน แถลงว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย และกำลังอยู่ระหว่างการรักษา ส่วนผู้ขับขี่รถคันที่ถูกตำรก่อเหตุได้ถูกตำรวจควบคุมตัวแล้ว

ขณะเดียวกันตำรวจฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สนามบินกำลังประสานกับตำรวจเพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ โดยยังไม่มีการเปิดเผยว่าเป็น อุบัติเหตุหรือเจตนาพุ่งชน.

ชมคลิป ที่นี่

โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยัน ไม่คิดชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 3

โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยัน ไม่คิดชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 3

5 พ.ค. 2568 06:04 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยัน ไม่คิดชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 3

โดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่าเขาไม่ได้กำลังพิจารณาเพื่อหาทางลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3 ซึ่งไม่สามารถทำได้ตามรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในรายการ “มีต เดอะ เพรส วิธ คริสเตน เวลเคอร์” (Meet the Press with Kristen Welker) ของช่องเอ็นบีซี (NBC) ซึ่งออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 4 พ.ค. 2568 ว่า “ผมจะเป็นประธานาธิบดีครบ 8 ปี ผมจะเป็นประธานาธิบดีครบ 2 สมัย ผมคิดเสมอว่านั่นมันสำคัญมากๆ”

ก่อนหน้านี้ นายทรัมป์วัย 78 ปี เคยพูดว่า เขา “ไม่ได้ล้อเล่น” เรื่องที่เขาต้องการเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 3 หรือกระทั่งสมัยที่ 4 แต่ในเวลาต่อมาเขาออกแถลงการณ์ระบุว่า คำพูดดังกล่าวเป็นเพียงการล้อเล่นเพื่อหลอกพวกสื่อข่าวปลอมเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้นบริษัท ทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน (Trump Organization) ของนายทรัมป์ วางขายหมวกที่มีข้อความระบุว่า “ทรัมป์ 2571” (Trump 2028) ซึ่งสื่อถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีดังกล่าว ยิ่งทำให้เกิดการคาดการณ์ไปต่างๆ นานา ว่าเขาอาจหาทางอยู่ในตำแหน่งต่อไป หลังจากวาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 จบลงในเดือนมกราคม 2562

ในการให้สัมภาษณ์ล่าสุดกับรายการของเอ็นบีซี ซึ่งบันทึกจากบ้านของเขาในรัฐฟลอริดา นายทรัมป์กล่าวว่า เขาได้รับคำร้องมากมายจากประชาชน ที่ขอให้เขาพิจารณาหาทางอยู่ในตำแหน่งต่อไป “คนมากมายต้องการให้ผมทำ” นายทรัมป์กล่าว เพียงไม่กี่วันหลังจากเพิ่งฉลองการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ครบ 100 วัน

“มันเป็นสิ่งที่ เท่าที่ผมรู้นะ คุณไม่ได้รับอนุญาตให้ทำได้ ผมไม่รู้ว่ามันถูกต้องตามรัฐธรรมนูญหรือเปล่าที่พวกเขาไม่อนุญาตให้คุณทำหรือเป็นอย่างอื่น” นายทรัมป์กล่าว

“มีคนมากมายขายหมวกปี 2028 แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมคิดจะทำ” ผู้นำสหรัฐฯ ระบุ ก่อนจะพูดถึงชื่อของสมาชิกรีพับลิกันที่อาจมาแทนที่เขา ซึ่งในนั้นรวมถึงนาย เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีคนปัจจุบัน และนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งที่ 22 กำหนดว่า ไม่มีใครสามารถถูกเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมากเกิน 2 สมัยได้ การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญต้องการเสียง 2 ใน 3 จากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมถึงต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลระดับรัฐของประเทศอีก 3 ใน 4 ส่วน

ผู้สนับสนุนนายทรัมป์พยายามเสนอแนะว่ามีช่องโหว่ในรัฐธรรมนูญซึ่งต้องไปพิสูจน์กันในชั้นศาล ขณะที่เอ็นบีซีถามนายทรัมป์ว่า มีใครเคยเสนอทฤษฎีที่ว่ากับเขาหรือไม่ นายทรัมป์ก็ตอบว่า “ในการเป็นผู้สนับสนุนตัวยงนั้น หลายคนก็พูดหลายๆ อย่างแตกต่างกันไป”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ตำรวจฝรั่งเศสช่วยพ่อเศรษฐีคริปโตได้แล้ว หลังถูกจับเรียกค่าไถ่ในปารีส

ตำรวจฝรั่งเศสช่วยพ่อเศรษฐีคริปโตได้แล้ว หลังถูกจับเรียกค่าไถ่ในปารีส

5 พ.ค. 2568 05:35 น.

ตำรวจฝรั่งเศสช่วยพ่อเศรษฐีคริปโตได้แล้ว หลังถูกจับเรียกค่าไถ่ในปารีส

ตำรวจฝรั่งเศสช่วยเหลือพ่อของเศรษฐีเงินคริปโต ซึ่งถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ในย่านชานกรุงปารีสได้แล้ว โดยเจ้าตัวบาดเจ็บนิ้วขาด ขณะที่จับผู้ต้องสงสัยได้ 4 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 4 พ.ค. 2568 ว่า ผู้เสียหายซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อ ถูกโจมตีในช่วงกลางวันแสกๆ ในย่านใจกลางกรุงปารีส เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (1 พ.ค.) โดยเขาถูกชาย 4 คนในสภาพสวมโม่งคลุมศีรษะนำตัวขึ้นรถตู้ขนส่ง แล้วเดินทางจากไป

ตามการเปิดเผยของสื่อท้องถิ่นของฝรั่งเศส ผู้เสียหายมีอายุอยู่ในช่วง 50 ปี โดยคนร้ายพยายามเรียกค่าไถ่จากลูกชายของเขา ซึ่งร่ำรวยจากการซื้อขายเงินคริปโต เป็นเงิน 5-7 ล้านยูโร อย่างไรก็ตาม ตำรวจตามรอยคนร้ายจนพบด้วยการติดตามสัญญาณโทรศัพท์ จนสามารถช่วยเหลือผู้ถูกจับตัวได้สำเร็จ และจับกุมผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 คน

ผู้เสียหายได้รับการช่วยเหลือจากบ้านหลังหนึ่งในเมืองปาเลโซ (Palaiseau) ทางตอนใต้ของกรุงปารีส เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (3 พ.ค.) โดยที่นิ้วมือของเขานิ้วหนึ่งหายไป

ทั้งนี้ เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นไม่ถึง 4 เดือนหลังจากนาย เดวิด บัลลองด์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเงินคริปโตเคอร์เรนซี “เลดเจอร์” (Ledger) ถูกลักพาตัวไปพร้อมกับภรรยา จากบ้านของเขาในพื้นที่ตอนกลางของฝรั่งเศส โดยทั้งคู่ได้รับความช่วยเหลือในเวลาต่อมา แต่นายบัลลองด์ก็สูญเสียนิ้วมือไป 1 นิ้วเช่นกัน

ผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ 7 คน ประกอบด้วยชาย 6 คน หญิงอีก 1 คนถูกจับกุมตัวในเวลาต่อมา หลังจากพยายามเรียกร้องเงินค่าไถ่ตัวนายบัลลองด์จำนวน 10 ล้านยูโร

และเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ชายวัย 56 ปี ถูกพบว่ายังมีชีวิตอยู่ภายในกระโปรงท้ายรถยนต์คันหนึ่งใกล้กับเมือง เลอ มังส์ (Le Mans) ทางตะวันตก หลังจากเขาถูกลักพาตัวไป และคนร้ายพยายามขู่กรรโชกเงินจากลูกชายของชายคนนี้ ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลด้านเงินคริปโตในรัฐดูไบ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เกาหลีเหนือในสมรภูมิ

เกาหลีเหนือในสมรภูมิ

5 พ.ค. 2568 05:11 น.

เกาหลีเหนือในสมรภูมิ

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลรัสเซียและพันธมิตรเกาหลีเหนือ ยืนยันอย่างเป็นทางการถึงประเด็นที่ชาติตะวันตกโวยวายมาสักพัก เรื่องการส่งหน่วยรบโสมแดงเข้ามา ช่วยรบในสมรภูมิยูเครน

แม้ตัวเลขจะยังไม่ชัดเจน แต่จำนวนคาด อยู่ที่ประมาณ 15,000 นาย โดยทีแรกมีรายงานเพียงว่าเป็นหน่วยรบที่มาสนับสนุนงานหลังบ้าน หรือไม่ก็เป็นพลปืนใหญ่คอยช่วยอำนวยความสะดวกในการบุกโจมตี ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่เล่ากันว่า กองทัพเกาหลีเหนือส่งกระสุนปืนใหญ่ มาสมทบเป็นหลักล้านนัด

ทว่าความที่ปรากฏออกมาได้มีการยืนยัน อย่างชัดเจนว่า ทหารเกาหลีเหนือเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงในการปะทะช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นายอเล็กซานเดอร์ คอตส์ ผู้สื่อข่าวภาคสนามที่ฝังตัวอยู่กับกองทัพรัสเซียเปิดเผยว่า ทหารเกาหลีเหนือเดินทางมารับการฝึกฝนใน รัสเซีย จากนั้นจึงถูกส่งไปใช้ชีวิตในสนามเพื่อ สร้างความคุ้นชินกับสภาพอากาศและภูมิประเทศ ก่อนถูกขยับไปประจำการในพื้นที่แนวหน้า

ทีแรกทหารโสมแดงจะอยู่ในแนวป้องกันชั้นที่ 3 พอเริ่มคุ้นชินกับความเป็นความตาย เผชิญกับกระสุนปืนใหญ่ จรวด และโดรนพิฆาตอย่างต่อเนื่อง จึงโยกย้ายไปยังแนวป้องกันชั้นที่ 2 และชั้นแรกที่ได้ปะทะกับทหารยูเครนโดยตรง หลังจากเรียนรู้การตั้งรับแล้ว สิ่งที่ตามมาย่อมหนีไม่พ้น “การบุกเข้าตีที่มั่นข้าศึก”

ด้านสายบัญชาการของกองทัพรัสเซียระบุด้วยว่า ปัญหาแรกคือเรื่องภาษาและการสื่อสาร กองทัพจำเป็นต้องจัดตั้งระบบสื่อสารเพื่อให้เข้าใจการแจ้งข่าวทางวิทยุ พร้อมออก คู่มือ 25 คำศัพท์ที่จำเป็น เพื่อให้เข้าใจกันเวลาที่ทำการบุกโจมตีและไม่มีล่ามพ่วงติดไปด้วย อย่างคำว่า ยิง เข้าที่กำบัง คุ้มกันให้หน่อย

อย่างไรก็ตาม ที่หนักกว่านั้นคือแนว ความคิดของทหารเกาหลีเหนือ โดยทางหน่วยรบ รัสเซียที่ได้มีประสบการณ์ปลดปล่อยจังหวัด “คูร์สก์” ร่วมกับทัพโสมแดงเปิดเผยว่า กลยุทธ์ การบุกของเกาหลีเหนือไม่คำนึงถึงการสูญเสีย สิ่งที่พบเห็นในช่วงแรกคือ พวกเขาจะเดินบุก แบบหน้ากระดาน ฝ่าดงกระสุนปืน และกระสุน

ปืนใหญ่เข้าหาที่มั่นของข้าศึก น่าตกใจที่สุดคือ พอชุดโจมตีชุดแรกไม่บังเกิดผล ก็จะมีชุดที่สองเข้าไปทันทีโดยไม่สนว่าชุดแรกสูญเสียหนัก หรือเสียชีวิตไปหมดแล้ว

สุดท้ายหลังจากได้สัมผัสการรบศตวรรษ ที่ 21 ของจริง ทหารเกาหลีเหนือก็สามารถปรับตัว เปลี่ยนกลยุทธ์ และใช้เทคโนโลยีปัจจุบันทุกอย่างที่จำเป็นได้อย่างคล่องแคล่ว แถมได้ตำรารบใหม่กลับไปฝากเหล่าเสนาธิการ ในแดนมาตุภูมิ ยกเครื่องกองทัพที่ไม่เคยทำ สงครามมานานกว่า 72 ปี.

ตุ๊ ปากเกร็ด

คลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม

หญิงผู้หายตัวไปตั้งแต่ปี 2505 ถูกพบว่ายังมีชีวิตอยู่และสบายดี

หญิงผู้หายตัวไปตั้งแต่ปี 2505 ถูกพบว่ายังมีชีวิตอยู่และสบายดี

5 พ.ค. 2568 04:05 น.

หญิงผู้หายตัวไปตั้งแต่ปี 2505 ถูกพบว่ายังมีชีวิตอยู่และสบายดี

(ภาพจาก Wisconsin Missing Persons Advocacy)

เจ้าหน้าที่รัฐวิสคอนซินตามหาตัวหญิงผู้หายตัวไปตั้งแต่ปี 2505 จนพบแล้ว หลังจากมีการทบทวนคดีอย่างละเอียด โดยพบว่าเธอยังมีชีวิตอยู่และสบายดี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า น.ส.ออเดรย์ แบกเคอเบิร์ก หญิงผู้หายตัวไปจากบ้านในเมืองรีสเบิร์ก เมื่อ 7 ก.ค. 2505 หรือเกือบ 63 ปีก่อน ขณะมีอายุได้ 20 ปี ถูกพบว่ายังมีชีวิตอยู่และสบายดี หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐวิสคอนซินของสหรัฐฯ มีการทบทวนคดีของเธอใหม่อีกครั้ง

แถลงการณ์จากสำนักงานนายอำเภอเขต ซอค เคาน์ตี (Sauk County) ระบุว่า การหายตัวไปของ น.ส.แบกเคอเบิร์กนั้น เป็นไปตามความตั้งใจของตัวเธอเอง ไม่ได้เป็นผลจากกิจกรรมของอาชญากรรม หรือการกระทำผิดใดๆ และตอนนี้เธอกำลังใช้ชีวิตอยู่นอกรัฐวิสคอนซิน โดยที่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

ขณะที่ตามการเปิดเผยขององค์กรเพื่อผู้สูญหายในรัฐวิสคอนซิน “Wisconsin Missing Persons Advocacy” น.ส.แบกเคอเบิร์กแต่งงานแล้ว และมีลูก 2 คนก่อนที่เธอหายตัวไป

โดยก่อนเกิดเหตุ น.ส.แบกเคอเบิร์ก ซึ่งตอนนี้มีอายุ 82 ปีแล้ว ได้แจ้งความเอาผิดสามีของเธอเอง ผู้ที่เธอสมรสด้วยตั้งแต่ตอนอายุ 15 ปี โดยกล่าวหาเขาว่าทำร้ายร่างกายและข่มขู่จะเอาชีวิตของเธอ และในวันที่เธอหายตัวไป แบกเคอเบิร์กออกจากบ้านเพื่อไปรับเช็คค่าจ้างจากโรงทอผ้าขนสัตว์ที่เธอทำงานอยู่

หลังจากนั้น พี่เลี้ยงเด็กวัย 14 ปี (ในตอนนั้น) ที่ทั้งคู่จ้าง บอกกับตำรวจว่า ตัวเธอกับ น.ส.แบกเคอเบิร์กอาศัยติดรถผู้มีน้ำใจเดินทางไปยังเมืองเมดิสัน เมืองเอกของรัฐวิสคอนซิน และต่อรถบัสไปยังเมืองอินเดียนาโพลิส ของรัฐอินเดียนา ซึ่งห่างไปราว 480 กม.

พี่เลี้ยงเด็กรายนี้เริ่มเกิดอาการกังวลใจและอยากกลับบ้าน แต่ น.ส.แบกเคอเบิร์กปฏิเสธและถูกพบเห็นเป็นครั้งสุดท้ายในตอนที่เธอเดินจากไปจากจุดจอดรถประจำทาง

สำนักงานนายอำเภอซอค เคาน์ตี ระบุว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนพยายามตามเบาะแสหลายอย่างในคดีนี้ แต่ก็ไม่พบตัว น.ส.แบกเคอเบิร์ก จนกระทั่งมีการทบทวนคดีเก่าๆ อย่างละเอียดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ผู้ไขคดีนี้คือเจ้าหน้าที่สืบสวน ไอแซค แฮนสัน บอกกับสำนักข่าวท้องถิ่นอย่าง WISN ว่า บัญชีเว็บไซต์ค้นหาวงศ์ตระกูลออนไลน์ของน้องสาวของ น.ส.แบกเคอร์เบิร์ก คือกุญแจสำคัญในการตามหาตัวเธอจนพบ

เจ้าหน้าที่แฮนสันระบุว่า เขาติดต่อกับนายอำเภอในพื้นที่ที่ น.ส.แบกเคอเบิร์กอาศัยอยู่ในตอนนี้ และได้พูดคุยกับเธอทางโทรศัพท์นานประมาณ 45 นาที

“ผมคิดว่าเธอเพียงต้องการออกไป และย้ายออกไปจากสิ่งต่างๆ และทำเรื่องต่างๆ ของตัวเองและใช้ชีวิตของเธอ” เจ้าหน้าที่แฮนสันบอกกับ WISN “เสียงของเธอดูมีความสุขดี มั่นใจในการตัดสินใจของตัวเอง ไม่เสียใจภายหลัง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ตำรวจบราซิลเผย สกัดแผนวางระเบิดคอนเสิร์ต “เลดี้ กาก้า” ที่ริโอ เด จาเนโร

ตำรวจบราซิลเผย สกัดแผนวางระเบิดคอนเสิร์ต “เลดี้ กาก้า” ที่ริโอ เด จาเนโร

5 พ.ค. 2568 01:32 น.

ตำรวจบราซิลเผย สกัดแผนวางระเบิดคอนเสิร์ต “เลดี้ กาก้า” ที่ริโอ เด จาเนโร

ตำรวจบราซิลเผยว่าเขาสกัดแผนการวางระเบิดคอนเสิร์ตของเลดี้ กาก้า นักร้องสาวชื่อดัง ที่หาดโกปากาบานา ในริโอ เด จาเนโร เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้สำเร็จ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 4 พ.ค. 2568 ว่า สำนักงานตำรวจพลเรือนริโอ เด จาเนโร ร่วมกับกระทรวงยุติธรรมบราซิล ออกแถลงการณ์ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยหลายคนถูกเกณฑ์ให้มาร่วมแผนการโจมตีคอนเสิร์ตของนักร้องสาวเลดี้ กาก้า ด้วยระเบิดแสวงเครื่อง เพื่อสร้างเรื่องฉาวโฉ่บนโซเชียลมีเดีย

ตำรวจระบุผ่าน X ว่า บุคคลผู้รับผิดชอบแผนการนี้กับวัยรุ่นอีก 1 คน ถูกจับกุมตัวได้แล้ว โดยผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการถูกจับกุมที่รัฐริโอ กรังเด โด ซุล ทางตอนใต้ของบราซิล ในข้อหาครอบครองอาวุธปืนอย่างผิดกฎหมาย ขณะที่วัยรุ่นที่ถูกจับกุมถูกจับกุมในริโอ เด จาเนโร โทษฐานครอบครองภาพลามกอนาจารเด็ก

กลุ่มผู้วางแผนก่อเหตุเป็นผู้เผยแพร่ข้อความสร้างความเกลียดชังเกี่ยวกับเด็ก, วัยรุ่น และกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศหรือ LGBTQ+ พวกเขายังส่งเสริมการเปลี่ยนวัยรุ่นให้กลายเป็นพวกหัวรุนแรง รวมถึงเรื่องการทำร้ายตัวเอง และเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรงต่างๆ ในรูปแบบของการท้าทายกลุ่มวัยรุ่น

กระทรวงยุติธรรมของบราซิลระบุว่า ผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้ระบุตัวเองว่าเป็น “ลิตเติล มอนสเตอร์ส” (Little Monsters) ซึ่งเป็นชื่อกลุ่มแฟนๆ ของนักร้องสาวเลดี้ กาก้า

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เริ่มปฏิบัติการที่มีชื่อว่า “โอเปอเรชัน เฟค มอนสเตอร์” (Operation Fake Monster) หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากหน่วยข่าวกรองของตำรวจรัฐริโอ เด จาเนโร ซึ่งค้นพบการสนับสนุนความรุนแรงของคนกลุ่มนี้บนโลกออนไลน์

ทั้งนี้ คอนเสิร์ตของเลดี้ กาก้า เมื่อวันเสาร์เปิดให้ผู้คนเข้ารับชมฟรี เนื่องจากนครริโอ เด จาเนโร เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ โดยมีรายงานว่า มีผู้คนกว่า 2 ล้านคนเดินทางมาชมคอนเสิร์ตของศิลปินหญิงผู้นี้ ในขณะที่มีตำรวจถูกส่งไปประจำการเพื่อรักษาความปลอดภัยเพียง 5,000 นาย

คาดกันว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้จะดึงดูดเม็ดเงินได้กว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฐานสเปซเอ็กซ์ในเท็กซัส ได้รับอนุมัติเป็นเมืองใหม่ชื่อ “สตาร์เบส”

ฐานสเปซเอ็กซ์ในเท็กซัส ได้รับอนุมัติเป็นเมืองใหม่ชื่อ “สตาร์เบส”

4 พ.ค. 2568 23:52 น.

ฐานสเปซเอ็กซ์ในเท็กซัส ได้รับอนุมัติเป็นเมืองใหม่ชื่อ “สตาร์เบส”

ฐานปล่อยจรวดของสเปซเอ็กซ์ทางตอนใต้ของรัฐเท็กซัส ได้รับการอนุมัติให้ก่อตั้งเป็นเมืองแห่งใหม่แล้ว โดยจะใช้ชื่อว่าเมืองสตาร์เบส

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งฐานปล่อยจรวดของบริษัทสเปซเอ็กซ์ บริเวณส่วนปลายตอนใต้สุดของรัฐเท็กซัส ได้รับการโหวตอนุมัติให้เป็นเมืองอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ 3 พ.ค. 2568 ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น โดยใช้ชื่อเมืองว่า สตาร์เบส (Starbase)

ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวโหวตอนุมัติให้ดินแดนแห่งนี้เป็นเขตเทศบาลแห่งใหม่ โดยเกือบทั้งหมดของผู้มีสิทธิ์โหวตทั้ง 283 คน เป็นลูกจ้างของบริษัทสเปซเอ็กซ์ ซึ่งผลการลงคะแนนที่เผยแพร่ผ่านทางออนไลน์ชี้ว่า มีผู้โหวตเห็นชอบให้ตั้งเมือง 212 เสียง และคัดค้าน 6 เสียง

ด้านนายอีลอน มัสก์ เจ้าของบริษัทสเปซเอ็กซ์ และมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า “สตาร์เบส เท็กซัส กลายเป็นเมืองจริงๆ แล้ว”

ทั้งนี้ เมืองสตาร์เบสจะมีพื้นที่ 3.9 ตารางกิโลเมตร มีประชากรราว 500 คนอาศัยอยู่ที่นั่น จากเดิมที่ไม่มีเลยจนกระทั่งสเปซเอ็กซ์เริ่มเข้าซื้อที่ดินในบริเวณนั้นเมื่อปี 2565

การก่อตั้งเมืองใหม่แห่งนี้เป็นข่าวลือมานานหลายปีแล้ว จนกระทั่งมีการยื่นคำร้องในเดือนธันวาคม 2567 ปูทางสู่การโหวตในวันเสาร์

รัฐบาลของเมืองสตาร์เบสจะประกอบด้วยนายกเทศมนตรีกับกรรมาธิการ 2 คน ซึ่งจะมีอำนาจในการวางแผน, เก็บภาษี และเรื่องอื่นๆ ในท้องถิ่น โดยผู้รับตำแหน่งนายกเทศมนตรีคนแรกของเมืองคือนายบ๊อบบี้ เพเดน รองประธานบริษัทสเปซเอ็กซ์ ส่วนกรรมาธิการทั้ง 2 คนจะดำรงตำแหน่งโดยพลเรือนท้องถิ่นที่มีความเกี่ยวข้องกับสเปซเอ็กซ์

อย่างไรก็ตาม การก่อตั้งเมืองสตาร์เบสเรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากผู้ที่กังวลว่า เรื่องนี้จะเป็นการขยายอำนาจควบคุมส่วนตัวของนายมัสก์ในพื้นที่ดังกล่าว

นอกจากนั้นยังมีเรื่องร่างกฎหมายเพื่อมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ของเมืองสตาร์เบสสามารถสั่งปิดถนนหลวงท้องถิ่น และจำกัดการเข้าถึงหาดโบคา ชิกา (Boca Chica) และสวนสาธารณะชื่อเดียวกัน ระหว่างการปล่อยจรวด หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ของเมือง ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาในรัฐสภาของรัฐเท็กซัสด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc