UK จับเด็ก 14 คน ต้องสงสัยเกี่ยวข้องเหตุเด็กชายเสียชีวิตในกองเพลิง

UK จับเด็ก 14 คน ต้องสงสัยเกี่ยวข้องเหตุเด็กชายเสียชีวิตในกองเพลิง

4 พ.ค. 2568 22:16 น.

UK จับเด็ก 14 คน ต้องสงสัยเกี่ยวข้องเหตุเด็กชายเสียชีวิตในกองเพลิง

ตำรวจสหราชอาณาจักรจับกุมตัวเด็ก 14 คนในฐานะผู้ต้องสงสัยฆ่าคนตาย หลังเจ้าหน้าที่พบศพเด็กชายวัย 14 ปี อยู่ภายในอาคารที่ถูกไฟไหม้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจสหราชอาณาจักรจับกุมตัวเด็ก 14 คนซึ่งมีอายุระหว่าง 11-14 ปี ในเมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ ในฐานะผู้ต้องสงสัยหลังมีการพบศพเด็กชายคนหนึ่งเสียชีวิตอยู่ภายในอาคารที่ถูกไฟไหม้หลังหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมริมแม่น้ำไทน์

ตำรวจเขตนอร์ทัมเบรีย (Northumbria) เปิดเผยเมื่อกลางดึกวันเสาร์ที่ 3 พ.ค. 2568 ว่า เด็กชาย 11 คน กับเด็กหญิงอีก 3 คน ถูกจับกุมในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าคนตายโดยไม่ไตร่ตรองมาก่อน (manslaughter)

ผู้เสียชีวิตคือเด็กชาย เลย์ตัน คาร์ อายุ 14 ปี โดยเขาถูกแจ้งหายเมื่อวันศุกร์ที่ 2 พ.ค. ก่อนที่ในช่วงค่ำวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่เข้าไประงับเหตุเพลิงไหม้ที่อาคารหลังหนึ่งในเขตอุตสาหกรรม “แฟร์ฟีลด์” (Fairfield) ในเขตบิล คีย์ ของเมืองเกตส์เฮด (Gateshead) ใกล้กับเมืองนิวคาสเซิล และเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในก็พบกับศพของเด็กชายคาร์

ข่าวระบุว่า เขตอุตสาหกรรมแฟร์ฟีลด์ถูกปล่อยปละละเลยมานานหลายปี ประตูทางเข้าถูกทำลาย และอาคารหลายแห่งถูกปล่อยทิ้งร้าง ขณะที่ชาวบ้านซึ่งอาศัยอยู่ใกล้เคียงระบุว่า เด็กวัยรุ่นมักลอบเข้าไปในเขตอุตสาหกรรมแห่งนี้เหมือนเป็นเรื่องปกติ

นอกจากนั้น เหตุไฟไหม้ยังเกิดขึ้นภายในเขตอุตสาหกรรมแห่งนี้บ่อยครั้ง แต่ชาวบ้านระบุว่า ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ เป็นเหตุไฟไหม้ใหญ่ที่สุดที่พวกเขาเคยเห็น

ตำรวจระบุว่า การสืบสวนเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น และพวกเขาขอร้องสมาชิกชุมชนไม่ให้คาดเดาไปเองว่าเกิดอะไรขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

‘ปลาหมอคางดำ’ไม่ใช่ศัตรู ถ้ารู้จักใช้ประโยชน์ให้เป็น

‘ปลาหมอคางดำ’ไม่ใช่ศัตรู ถ้ารู้จักใช้ประโยชน์ให้เป็น

‘ปลาหมอคางดำ’ไม่ใช่ศัตรู ถ้ารู้จักใช้ประโยชน์ให้เป็น

วันจันทร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.28 น.

‘ปลาหมอคางดำ’ไม่ใช่ศัตรู ถ้ารู้จักใช้ประโยชน์ให้เป็น

ในช่วงเวลาที่สังคมกำลังวิพากษ์วิจารณ์ปลาหมอคางดำ (Blackchin tilapia – Sarotherodon melanotheron) ว่าเป็น “ปลาต่างถิ่นรุกราน” ที่เข้ามาแสวงหาถิ่นที่อยู่ในระบบนิเวศของไทย เราอาจลืมไปว่า “ทุกวิกฤตมีโอกาส” หากเรามองเห็นศักยภาพของสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

วันนี้ ปลาหมอคางดำ อาจไม่ใช่ผู้ร้าย แต่มีโอกาสกลายเป็น “ทรัพยากรอาหารที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์” อย่างเต็มที่ และอาจเป็นคำตอบในการลดค่าครองชีพของครัวเรือน สร้างรายได้ และเป็นแรงจูงใจในการดูแลสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

ปลาหมอคางดำ มีไขมันต่ำ โปรตีนสูง โอเมก้าในระดับที่เหมาะสม มีคุณค่าทางโภชนาการไม่แพ้ปลาน้ำจืดชนิดอื่น จากการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ ปลาหมอคางดำให้ปริมาณโปรตีนใกล้เคียงกับปลานิลหรือปลาทับทิม ซึ่งเป็นปลาที่ได้รับความนิยมในตลาดไทย สามารถนำไปปรุงอาหารได้ทั้งแบบต้ม แกง ทอด ย่าง และทำอาหารแปรรูป

บางชุมชนในจังหวัดสมุทรสาคร เพชรบุรี และราชบุรี ได้ทดลองจับปลาหมอคางดำมาทำ ปลาแดดเดียว ปลาร้า ปลาย่างรมควันและขายในตลาดท้องถิ่น โดยใช้วิธีปรุงรสหรือหมักเพื่อช่วยลดกลิ่นโคลนและเพิ่มรสชาติให้เป็นที่ยอมรับ สถาบันการศึกษาหลายแห่ง นำปลาหมอคางดำไปแปรรูปทำเมนูอาหารน่ารับประทานหลายรายการ เช่น น้ำยา ไส้อั่ว ข้าวเกรียบ ปลาร้า น้ำพริก ทอดมัน ลูกชิ้น เป็นต้น

เห็นได้ว่าประโยชน์เชิงเศรษฐกิจของปลาหมอคางดำ ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งโปรตีนราคาถูก แต่ยังสามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้หลากหลาย เช่น น้ำหมักชีวภาพ ใช้ปลาหมอคางดำร่วมกับผลไม้รสเปรี้ยวและกากน้ำตาลหมักเป็นปุ๋ยชีวภาพใช้ในภาคเกษตร หรือ อาหารสัตว์ ใช้เนื้อปลาไปบดเป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสำหรับปลากะพงขาวหรือปูทะเล ช่วยลดต้นทุนค่าอาหารได้

ล่าสุดชาวบ้านและชุมชนในบางจังหวัดที่พบปลาหมอคางดำไม่นั่งรอหรืองอมืองอเท้าแต่ลุกขึ้นมาทำ ไม่ได้แค่จัดการปัญหาแต่กำลังเปลี่ยนปัญหาให้เป็นโอกาส ด้วยการรวมตัวกันออกจับปลาหมอคางดำในแม่น้ำลำคลองใกล้บ้าน เพื่อนำไปแปรรูปจำหน่ายหรือแจกจ่ายให้ผู้มีรายได้น้อยในชุมชน บางจังหวัดจัดกิจกรรม “ลงแขกลงคลอง” ใช้เครื่องมือจากภูมิปัญญาท้องถิ่น และนำปลาที่จับได้ไปเพิ่มมูลค่าตามแบบที่ตัวเองถนัดรวมถึงบริโภคในครัวเรือน

เพื่อให้การจัดการปลาหมอคางดำมีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางที่ยั่งยืน แนวทางสำคัญที่กรมประมงรณรงค์ขอความร่วมมือจากคนไทยคือ “จับ-ใช้ประโยชน์-แจ้งกรมประมง” โดยจับให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งในบ่อที่ไม่มีการใช้งานและแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อจำกัดการขยายพันธุ์ และนำปลานั้นไปใช้ประโยชน์ทั้งอาหารมนุษย์ อาหารสัตว์ น้ำหมักหรือการแปรรูป และที่สำคัญแจ้งกรมประมงหรือสำนักงานประมงจังหวัดทันที หากพบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อวางแผนกำจัดตามหลักวิชาการโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

การแก้ปัญหาปลาหมอคางดำในประเทศไทย “อย่ามองแค่ปัญหาแต่ควรมองหาทางออกที่สร้างสรรค์” จึงไม่ควรมองแต่เพียงด้านลบของปลาหมอคางดำอย่างเดียว ควรให้ข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องกับสังคม และควรส่งเสริมให้เกิดการลงมือ “จับและใช้ประโยชน์” จะสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ยั่งยืน ซึ่งสังคมไทยจะปลอดภัยจากปลารุกรานได้จริงก็ต่อเมื่อเราร่วมมือกันจัดการอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่เพียงตั้งแง่ต่อต้าน แต่ต้องรู้จัก “ใช้โอกาสจากปัญหาให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

อัยย์ วิทยาเจริญ นักวิชาการอิสระด้านสัตว์น้ำ

‘รมว.นฤมล’เตรียม kick off มอบโฉนดต้นไม้-ต้นยางพารา หวังช่วยแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน

'รมว.นฤมล'เตรียม kick off มอบโฉนดต้นไม้-ต้นยางพารา หวังช่วยแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน

‘รมว.นฤมล’เตรียม kick off มอบโฉนดต้นไม้-ต้นยางพารา หวังช่วยแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน

วันจันทร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 11.09 น.

“รมว.นฤมล”เผย เตรียม kick off มอบโฉนดต้นไม้-ต้นยางพารา 12 พ.ค.นี้ ตั้งเป้าแจกทั่วประเทศ หวัง ช่วยชาวสวนแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน เพิ่มรายได้  ยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

5 พฤษภาคม 2568 เวลา 09.00 น.ศ.ดร.นฤมล ภิณโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม(กธ.)กล่าวว่า ในวันที่ 12 พ.ค.68 กระทรวงเกษตรฯจะ Kick Off มอบโฉนดต้นไม้และโฉนดต้นยางพารา อย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยธยา โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความมั่นคงในการถือครองที่ดินของเกษตรกร โครงการดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงเอกสารรับรองการมีอยู่ของต้นไม้และต้นยางพารา แต่เป็นการเปิดประตูให้ต้นไม้และต้นยางพารา กลายเป็นทรัพย์สินที่ใช้การได้ ทั้งในฐานะหลักทรัพย์เพื่อขอสินเชื่อ หรือทรัพย์ที่มีมูลค่าในระบบเศรษฐกิจไทย และเป็นนวัตกรรมที่ช่วยส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน รวมไปถึงคาร์บอนเครดิต การสร้างรายได้เสริมจากเนื้อไม้ด้วย

“กระทรวงเกษตรฯมีเป้าหมายให้ต้นไม้และต้นยางพาราสามารถออกโฉนดได้ทั่วประเทศ โดยเกษตรกรสามารถใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจได้จริง พร้อมทั้งสร้างแรงใจในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเพิ่มพื้นที่สีเขียวตามโยบายต้นไม้แห่งชาติที่มุ่งสร้างพื้นที่ร้อยละ 40 ของประเทศ ซึ่งเรามุ่งมั่นในการดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันนโยบายให้เกิดผล โดยยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประชาคมโลก”ศ.ดร.นฤมล กล่าว 

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า กระทรวงเกษตรฯจะเดินหน้าออกโฉนดต้นไม้ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยการทำงานเชิงรกุกร่วมกับชุมชนในพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้ เราต้องการให้สินทรัพย์ของพี่น้องเกษตรกรมีราคา สร้างมูลค่าได้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น

ปิดฉากสวยงาม! ‘ วิชชี่ วิชญาพร – ต้นน้ำ แชมป์ ณัฐภัทร’ คว้าแชมป์ TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่น 15

ปิดฉากสวยงาม! ‘ วิชชี่ วิชญาพร – ต้นน้ำ แชมป์ ณัฐภัทร’ คว้าแชมป์ TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่น 15

ปิดฉากสวยงาม! ‘ วิชชี่ วิชญาพร – ต้นน้ำ แชมป์ ณัฐภัทร’ คว้าแชมป์ TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่น 15

วันจันทร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.54 น.

TO BE NUMBER ONE IDOL เวทีแห่งเกียรติ ศักดิ์ศรี เวทีในฝันของไอดอลทั่วประเทศ ที่เหล่าแฟนคลับส่งกำลังใจ ลุ้นเชียร์มาตลอดซีซั่น เดินทางเข้าสู่รอบลุ้นแชมป์ จากเวทีการประกวด TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่นที่ 15  ประจำปี 2568  ในรอบชิงชนะเลิศ  ค้นหาดาวเด่นสุดยอด!! เยาวชนต้นแบบเก่งและดี  TO BE NUMBER ONE IDOL ณ  ชั้น 6  JJ HALL ศูนย์การค้า JJ MALL

เวที TO BE NUMBER ONE IDOL เวทีตามล่าฝันของเด็กไทยทั่วประเทศ กิจกรรมที่สามารถครองใจเยาวชนทุกจังหวัดมาโดยตลอด     จัดโดย กรมสุขภาพจิต ในฐานะเลขาโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด (TO BE NUMBER ONE)   ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี มุ่งเน้นให้เยาวชนทั่วประเทศ “เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งพายาเสพติด” พร้อมเฟ้นหาต้นกล้าเยาวชนต้นแบบมาบ่มเพาะสานฝันสร้างแรงบันดาลใจ ส่งต่อให้กับเยาวชนทั่วประเทศให้รู้เท่าทันและห่างไกลยาเสพติด

สำหรับกิจกรรมของโครงการฯ มีการคัดเลือกน้องๆเยาวชน 40 คนจากทั่วประเทศ ได้มีโอกาสเข้าเก็บตัวเพื่อฝึกฝนพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านวิชาการ , ด้านการร้องเพลง , ด้านการเต้น , ด้านการแสดง รวมถึงการพัฒนาบุคลิกภาพอย่างเหมาะสม   และต้องผ่านการประกวดประชันความสามารถและพัฒนาการบนเวที    กับ 4 โจทย์เพลง(ป็อบ , ลูกทุ่ง , แดนซ์ , สากล) ใน 4 สัปดาห์  ซึ่งมีครูใหญ่ใจดี “หม่อมหลวงยุพดี ศิริวรรณ” คอยดูแลสนับสนุนอย่างใกล้ชิด พร้อมกับทีมกูรูที่ได้รับการยอมรับในด้านร้อง เต้น การแสดง ฯลฯ ให้คำปรึกษาแนะนำสอนเทคนิคต่างๆ ให้น้องอย่างเข้มข้น จนเหลือน้องๆ เพียง 17 คนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย

โดยในรอบชิงชนะเลิศ เยาวชนทั้ง 17 คน ที่พร้อมจะโชว์ความสามารถ ร้อง เต้น และการแสดงออก ฉายแสงแบบเต็มร้อย!! บนเวทีให้ต่อสายตาคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  อาทิ  ท็อป ดารณีนุช ปสุตนาวิน, หลิว  มนัสสวี กฤตตานุกูล, ชิน ชินวุฒ อินทรคูสิน, ตั้ม วราวุธ โพธิ์ยิ้ม และ ต้น ธนษิต จตุรภุช  พร้อมทั้งครูผู้ฝึกสอน  ร่วมชมและตัดสินความสามารถ ส่งกำลังใจให้น้องๆ บนเวที โดยมี เอก รัฐวิชญ์ พีระศราโรจน์ และ หญิง กัญญา ไรวินท์ ทำหน้าที่พิธีกร   

ผลการตัดสินผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ TO BE NUMBER ONE IDOL รุ่นที่ 15 ประจำปี  2568 ฝ่ายหญิง ได้แก่ TI 20 วิชชี่ วิชญาพร คนหาญ จาก จ.มุกดาหาร และ ผู้ชนะเลิศฝ่ายชาย ได้แก่ TI 23 ต้นน้ำ ณัฐภัทร เจริญไชย จาก จ.บึงกาฬ สองเยาวชนที่โชว์ความสามารถครบเครื่อง เก่งและดี มีสไตล์ จนชนะใจคณะกรรมการและกองเชียร์ที่ส่งเสียงกรี๊ดดังลั่น! สนั่นฮอลล์  โดยเยาวชนทั้งคู่จะทำหน้าที่เป็นต้นแบบเก่งและดี สานต่อพลังบวก ส่งต่อแรงบันดาลใจ และประสบการณ์ที่ดีให้กับน้องๆและเพื่อนๆ ที่ใฝ่ฝันอยากจะก้าวมายืนบนเวทีแห่งนี้ในปีต่อไป…

-(016)

‘ดร.สันติ’นายกสมาคมเพื่อการศึกษาทางไกล ลงพื้นที่ให้กำลังใจนักศึกษาของสมาคมฯ

'ดร.สันติ'นายกสมาคมเพื่อการศึกษาทางไกล ลงพื้นที่ให้กำลังใจนักศึกษาของสมาคมฯ

‘ดร.สันติ’นายกสมาคมเพื่อการศึกษาทางไกล ลงพื้นที่ให้กำลังใจนักศึกษาของสมาคมฯ

วันจันทร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.48 น.

นายคมกฤช อภิชัยสรพันธุ์ ผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาทางไกล  พร้อมกับนายหมวดตรี ดร.สันติ พิมพ์ใจใส นายกสมาคมเพื่อการศึกษาทางไกล ลงพื้นที่ให้กำลังใจนักศึกษาของสมาคมฯ ที่เข้าสอบปลายภาคเรียน ของสถาบันการศึกษาทางไกล สังกัด สกร.  ระหว่างวันที่ 8-9 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ สนามสอบโรงเรียนสามพรานวิทยา อ.สามพราน จ.นครปฐม

สถาบันการศึกษาทางไกล เป็นสถานศึกษาส่วนกลาง สังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ มีประวัติความเป็นมาเริ่มจากการเป็น ศูนย์การศึกษาทางไกลไทยคม ซึ่งเป็นสถานศึกษาสังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียน ที่กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2537 เพื่อบริหารและรับผิดชอบทดลองโครงการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ระหว่างปี พ.ศ. 2537 – 2541 ซึ่งหลังจากสิ้นสุดการทดลองโครงการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม และมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 37 วรรคสอง (4) กำหนดให้กระทรวงศึกษาธิการสามารถจัดการศึกษาทางไกลและการศึกษาที่ให้บริการหลายเขตพื้นที่ กรมการศึกษานอกโรงเรียนในขณะนั้น จึงมีนโยบายที่จะจัดการศึกษาทางไกล ตามนัยของกฎหมายการศึกษาดังกล่าว สถานที่ทำการเลขที่ 928 อาคาร 5 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (เอกมัย) ถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

กิจกรรมครั้งนี้ จึงเป็นอีกภารกิจสำคัญของสมาคมเพื่อการศึกษาทางไกล เพื่อยืนยันว่าสังคมจะไม่ทิ้งใครให้อยู่นอกระบบการศึกษา หากมีความตั้งใจจริง ความสำเร็จพื้นฐานทางการศึกษาก็ไม่ใช่อุปสรรคของชีวิต

โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ หรือ’SiPH’ก้าวสู่ปีที่ 14 ย้ำแนวคิด ‘ผู้รับ ผู้ให้’

โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ หรือ'SiPH'ก้าวสู่ปีที่ 14 ย้ำแนวคิด 'ผู้รับ ผู้ให้'

โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ หรือ’SiPH’ก้าวสู่ปีที่ 14 ย้ำแนวคิด ‘ผู้รับ ผู้ให้’

วันจันทร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 10.40 น.

โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ หรือ “SiPH” อีกหนึ่งโรงพยาบาลภายใต้การดูแลและกำกับโดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ก้าวสู่ปีที่ 14 พร้อมเดินหน้าสานต่อแนวคิด “ผู้รับ ผู้ให้” เดินหน้าขยายพื้นที่ ICU รองรับผู้ป่วยวิกฤตเพิ่ม 17 เตียง เปิดหน่วยดูแลผู้ป่วยที่ต้องได้รับการเฝ้าระวังใกล้ชิดเป็นพิเศษ หรือ High Dependency Unit (HDU) พร้อมยกระดับการรักษาด้วยเทคโนโลยี AI ปัญญาประดิษฐ์ในการช่วยวินิจฉัยและหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-assisted da Vinci Surgery) ครอบคลุมการผ่าตัดระบบทางเดินปัสสาวะ การผ่าตัดในช่องท้อง การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและสะโพกเทียม เป็นต้น 

ศาสตราจารย์ นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า “ปัจจุบันคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มีอายุครบรอบ 137 ปี ด้วยเพราะชาวศิริราชทุกรุ่นช่วยกันมุ่งมั่นทุ่มเทปฏิบัติงานตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อเป็น ‘สถาบันการแพทย์ของแผ่นดิน’ โดยมีภารกิจในการดูแลผู้ป่วยทุกฐานะ มอบการศึกษาเพื่อผลิตบัณฑิตแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมสร้างองค์ความรู้ใหม่ผ่านกระบวนการทำวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่มวลมนุษยชาติ และรองรับผู้ป่วยที่โรงพยาบาลศิริราชเพิ่มมากขึ้นในทุกปี โดยปี พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา โรงพยาบาลศิริราชมีผู้ป่วยมาใช้บริการที่เป็นผู้ป่วยนอกมากกว่าสามล้านรายและผู้ป่วยในมากกว่าหนึ่งแสนราย ผู้ป่วยของโรงพยาบาลศิริราชส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่ค่อนข้างจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรและเทคโนโลยีขั้นสูงในการรักษาทำให้มีค่าใช้จ่ายในการรักษาของผู้ป่วยสูงมาก ซึ่งไม่สอดคล้องกับงบประมาณจากการบริการสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและประกันสังคม โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ เป็นหนึ่งโครงการของ

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 ด้วยแนวคิด ‘ผู้รับ ผู้ให้’ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้จากการบริการทางการแพทย์คืนสู่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ศิริราช ทุกครั้งที่ผู้รับบริการได้รับการดูแลรักษา ทุกคนจะเป็น ‘ผู้รับ’ และ ‘ผู้ให้’ ในเวลาเดียวกัน และเป็นหนึ่งในพลังบวกที่ได้ร่วมช่วยเหลือและ
สร้างโอกาสทางสุขภาพที่ดีให้กับผู้ป่วยที่ขาดแคลนอีกหลายชีวิตที่โรงพยาบาลศิริราช และยังเป็นการช่วยพัฒนายกระดับ
การแพทย์ไทยสู่ความเป็นเลิศในเอเชียอาคเนย์สืบต่อปณิธาน ผู้รับ ผู้ให้ ที่มุ่งสร้างประโยชน์เพื่อส่วนรวม”

ศาสตราจารย์ นายแพทย์กฤตย์วิกรม ดุรงค์พิศิษฏ์กุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ กล่าวว่า “ในโอกาสเข้าสู่การดำเนินการในปีที่ 14 ทางเราได้วางแผนการให้บริการและดูแลผู้ป่วยที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยวิกฤต ในปี พ.ศ. 2567 ได้เปิดบริการ Respiratory Care Unit (RCU) เพื่อดูแลผู้ป่วยวิกฤตทางเดินหายใจโดยแยกพื้นที่พิเศษ
เพื่อการดูแลเฉพาะทางที่มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจอย่างรุนแรง หรือจำเป็นต้องได้รับการช่วยหายใจอย่างใกล้ชิด เช่น ผู้ที่เป็นโรคปอดเรื้อรังระยะรุนแรง ผู้ที่ติดเชื้อในปอดอย่างรุนแรง พร้อมทั้งการขยายพื้นที่ผู้ป่วยวิกฤต ICU เพิ่มในช่วงปลายปี พ.ศ. 2568 โดยจะเปิดบริการเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 17 เตียง โดยจำนวนเตียงรวมทั้งสิ้น 89 เตียง นอกจากนี้มีแผนการเปิด 
High Dependency Unit (HDU) เพื่อดูแลผู้ป่วยที่ต้องได้รับการเฝ้าระวังใกล้ชิดเป็นพิเศษ สำหรับดูแลผู้ป่วยที่อาการรุนแรง ‘ระดับกลาง’ คือ อาการยังไม่ถึงขั้นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หรือยังไม่รุนแรงที่จะต้องเข้า ICU ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยที่มี


อายุมากต้องการการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด รวมถึงมีภาวะเปราะบางและต้องการการบริบาลแบบใส่ใจใกล้ชิด ในส่วนของการพัฒนามาตรฐานการรักษา ทางโรงพยาบาลได้ยกระดับการดูแลรักษาผ่านการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์สมัยใหม่ เทคโนโลยี AI ปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาช่วยและสนับสนุนเพื่อวิเคราะห์และสร้างความแม่นยำในการวินิจฉัยและรักษามากยิ่งขึ้น รวมทั้ง
การนำหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-assisted da Vinci Surgery) มาใช้ในหัตถการที่ต้องการความละเอียดสูง ทั้งการผ่าตัดระบบทางเดินปัสสาวะ การผ่าตัดในช่องท้อง ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและสะโพกเทียม โดยทำหน้าที่ควบคู่กับศัลยแพทย์ที่มี


ความเชี่ยวชาญการผ่าตัด ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี ทั้งความปลอดภัย เพิ่มโอกาสการกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างปกติให้กับผู้ป่วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดในการรักษาที่เรายึดมั่น คือ การดูแลด้วยหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรของ SiPH อย่างเต็มความสามารถ ด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญที่ส่งต่อกันมาจากศิริราชสู่ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ 
เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และในโอกาสที่ก้าวสู่ปีที่ 14 ของเรา ได้สานต่อแนวคิด ‘ผู้รับ ผู้ให้’ ผ่านวิดีโอเรื่อง ‘Pass the chance’ เพื่อสร้างมุมมองให้สังคมตระหนักถึงการเป็น ‘ผู้ให้’ เพราะทุกครั้งที่คุณมาที่โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ คุณได้มากกว่าการรักษา คือได้ให้ การให้ที่ส่งต่อไปยังผู้ป่วยอีกมากมายที่โรงพยาบาลศิริราชให้มีโอกาสได้รับ
การรักษาด้วยเช่นกัน ทั้งช่วยลดความแออัด และเป็นการขยายการบริการทางการแพทย์ให้เพียงพอที่จะรองรับผู้ป่วยที่เข้ามารับบริการ พร้อมทั้งมอบโอกาสในการใช้ชีวิตที่ดีขึ้น สร้างรอยยิ้ม ความสุข และความหวังให้กับทุกคน”

แรงแท้สนั่นเมือง ‘เก่ง เริงชัย’ ฟาดที่ 1 The Knot 4 Cultures X Siam Fantasy

แรงแท้สนั่นเมือง ‘เก่ง เริงชัย’ ฟาดที่ 1 The Knot 4 Cultures X Siam  Fantasy

แรงแท้สนั่นเมือง ‘เก่ง เริงชัย’ ฟาดที่ 1 The Knot 4 Cultures X Siam Fantasy

วันจันทร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.51 น.

ร้อนกว่าลาวาภูเขาไฟระเบิด ต้องยกให้เวทีประกวดหนุ่มหล่อล่ำตำใจร้อนแรงแห่งปี The Knot 4 Cultures X Siam  Fantasy จัดจบรอบ Final Round ไปแล้วที่สยามแฟนตาซี เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟรอนท์ โกดัง 4 นำทัพเดือด โดย น็อต กฤติน จิกิตศิลปิน ประธานจัดงานและผู้ถือลิขสิทธิ์ และ ไชย ยา กรุง ผู้จัดการกองประกวดฯ จับมือ สยามแฟนตาซี Siam Fantasy โดย มิรินน์ พรหมนอก  ฟาดไม่ยั้งพร้อม 3 Master อ้วนรีเทิร์น อนันต์ เสมาทอง, ป้อม วินิจ บุญชัยศรี ช่างแต่งหน้าดังแรงของประเทศไทย และนักร้องพันล้านวิว เก่ง ธชย ประทุมวรรณ

นอกจากนี้ยังมีแขกรับเชิญสุดพิเศษ อาทิ อิน บูโดกัน ,กุ้งพลอย กนิษฐรินทร์ , โจแอน บุญสุงเนิน ควงผัวหล่อรุ่นลูก ‘พีโอ’ ,ปุ้ย อรัญญา ประทุมทอง , กระต่าย แม็กซิม , เล้ง ณัฐพล นิลดอนหวาย, แสตมป์ พรวศิน เรืองนุกูล , ชายแฮ็คส์ดร.วโรดม , คริตติน่า ป๊อบ (มยุรา2) , คุณหนุ่ม กูรูนางงาม ,แดนนี่ เดอะบีช (นายกสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย) ,โทนี่ ต้น , ถังเบียร์ AF10 ฯ

พร้อมทัพกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ กรภัค จีรถิรธนา Founder&CEOofLeBeauty88 , กัญญณัช อัครโชติเวช ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์โหงวเฮ้งความงาม , ธัญณิชา วัฒนปรีชาชาญ CEO Bioenergys หลอดไฟไบโอเอนเนอจีส์ ,อาจารย์หนึ่ง ภาณุวัฒน์ เชษฐรตานนท์ ประธานพระวิหารศรีชลมิ่งมงคลวัฒนา ผู้จัดภาพยนตร์ นะหน้าทอง ผู้จัดซีรีส์ ฮักเจ้าอีหลีเด้อ , สุภาวดี ทัพมาลัย ผู้บริหาร ผิงshopการบินไทย และ ธาราธร สังข์จันทร์ CEO ร้านแซ่บอีหลีช้างจันทร์ อยุธยา

เปิดเวทีอย่างตื่นตาตื่นใจแรงมากกับ Special Show จาก The Magic Fake Club Bangkok Fake Club Bangkok พร้อมรับชม  VTR ผู้สนับสนุนในการเก็บตัวผู้เข้าประกวด ได้แก่ DIVALUX Resort And Spa  และเรือนการะเกด จากนั้น เปิดตัว 11 ผู้เข้าประกวดแบบไม่ธรรมดา กับ Opening Show by forFun Bangkok และโชว์สุดพิเศษ รอบชุดว่ายน้ำ สนับสนุนโดย Boxer Knot , Awesome Sport Thailand และ X-Rock ที่ทำเอาตื่นตาตื่นใจไปตามๆ กัน

นอกจากนี้ยังเปิดตัวซีรีส์วาย Black Diary บันทึกลับที่ซ่อนไว้ ซีรีส์เรื่องแรกของค่าย “เดอะน็อตการละคร” พร้อมทัพนักแสดง ก้อง ธเนศ คนเพียร ,ชาโย พัคสวัฐ บรรลือทรัพย์ , เอิร์น พงศพัศ จันทร์สะอาด , ไตเติล อรรถวิทย์ นามขันธ์ , กัน กันตรัตน์ รัตนพรสินชัย , มะลิ บุปผา จันละคร และ น้ำ จุฑามาศ  หวังสวัสดิ์

เดินทางมาถึงนาทีที่จะต้องคัดผู้เจ้าประกวดเหลือเพียง 6 ท่าน โดย 11 ผู้เข้ามาประกวดมาในชุดสูท พร้อมพูดท่านละ 30 วินาที การประกาศรางวัลพิเศษ ประกาศผู้เข้ารอบ 6 ท่าน และ ที่ 1 The Knot 4 Cultures X Siam  Fantasy ได้แก่ เก่ง-เริงชัย ทบบิด รองอันดับหนึ่ง ได้แก่ ฟลุ๊ค-วิวัฒน์พงษ์  ทองน้อย รองอันดับ 2 ได้แก่ โบท-กวีวัธน์  จงชีวีวัฒน์

รางวัล Best  Siam Fantasy ซึ่งถือว่ารางวัลนี้เทียบเท่ากับ The Winner ได้แก่ ฟลุ๊ค-วิวัฒน์พงษ์  ทองน้อย โดยมี คุณรัชต์เชียร  ทิพธนากิตติพร COO  Chief Operating Officer Siamfantasy เป็นผู้มอบรางวัล

รางวัล Best  Rising star ได้แก่ 1.ฟลุ๊ค-วิวัฒน์พงษ์ ทองน้อย 2.ฉลาม-เฉลิมวิทย์ ใจหมั้น 3.กฤต-จักรกฤษตย์ สายพิน 4.เก่ง-เริงชัย ทบบิด 5.สร-อนุสรณ์ มิ่งมงคล6.น้ำเหนือ-กิตติคุณ ปุณยวรสกุล

รางวัล BEST SWIM SUIT ได้แก่ เพ็ค-กฤษณ์ ศรีวรรณ

รางวัล BEST PHOTOGENIC By FORFUN BANGKOK ได้แก่ ดิว-ปิยวัช คงเจริญนิวัติ

การประกวดครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจาก Siam Fantasy , เดอะน็อตการละคร , Le Beauty 88 , มิ่งมงคล by CHART , ยาดมสมุนไพร เฌอเอม , CHER Resort Hua Hin , X-ROCK 3D Swimwear , HANGOVER NAKHONSAWAN , YUVANICH by Thang Tham O Sod , CANVAS Clinic , สมาคมพัฒนาศิลปาชีพ Association Thailand , สมาพันธ์ความงาม เกาหลีใต้ K-BEAUTY , FORFUN BANGKOK , DIVALUX RESORT AND SPA , BEYONDSKY After School Alcademy , IKEMEN THAILAND , TOUCH TRAVEL WORLD , bakedBee by Honeygrace , BANGKOK SMART CLINIC

ผลงานประจักษ์แจ้งจริง รอเจอกันใหม่ปีหน้า The Knot 5 ตอนนี้สปอนเซอร์หลายแบรนด์ดัง จองรัวๆ ข้ามปีกันแล้ว! ต้องตามติดต่อ ทางเพจ The Knot Thailand https://www.facebook.com/theknotthailandofficial

-(016)

สภากาชาดไทย ชวนคนไทยรวมพลังบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วย เนื่องในวันกาชาดโลก

สภากาชาดไทย ชวนคนไทยรวมพลังบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วย เนื่องในวันกาชาดโลก

สภากาชาดไทย ชวนคนไทยรวมพลังบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วย เนื่องในวันกาชาดโลก

วันจันทร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 09.42 น.

8 พฤษภาคม วันกาชาดโลก ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนคนไทยรวมพลังบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วย เนื่องในวันกาชาดโลก ระหว่างวันที่ 6 – 9 พฤษภาคม 2568 ภายใต้แนวคิด “On the Side of Humanity ยืนหยัดเคียงข้างมนุษยชาติ” บริจาคโลหิต ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง (Fixed Station) และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ รับเสื้อยืด “Blood Donation” เป็นที่ระลึก

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า วันกาชาดโลก ตรงกับวันที่ 8 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของนายอังรี ดูนังต์ ผู้ให้กำเนิดกาชาดสากล โดยสหพันธ์สภากาชาดและสภากาชาดเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) และคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ขอความร่วมมือให้สภากาชาดทั่วโลกจัดกิจกรรมเพื่อระลึกถึงนายอังรี ดูนังต์ ตลอดจนเฉลิมฉลองความสำเร็จในการทำงานของสภากาชาดที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วโลก และสร้างความเข้าใจในการขับเคลื่อนการทำงานของสภากาชาด และสภาเสี้ยววงเดือนแดงออกไปสู่สากล พร้อมยกย่องความทุ่มเทในการทำงานของอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่กาชาดทั่วโลก เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากให้กับประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม   

ในปี 2568 ได้กำหนดแนวคิดของวันกาชาดโลกว่า “On the Side of Humanity ยืนหยัดเคียงข้างมนุษยชาติ” โดยต้องการนำเสนอความหลากหลายในการทำงานของอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่กาชาดทั่วโลกที่มีความมุ่งมั่น อุทิศตน ช่วยเหลือสังคมในรูปแบบต่างๆ ด้วยความตั้งใจ ความเป็นสากลตามหลักการกาชาด 7 ประการ ได้แก่ มนุษยธรรม ความไม่ลำเอียง ความเป็นกลาง ความเป็นอิสระ บริการอาสาสมัคร ความเป็นเอกภาพ ความเป็นสากล โดยเฉพาะการบริจาคโลหิตเพื่อให้เพียงพอในการช่วยเหลือผู้ป่วยทั่วโลก

โอกาสนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่ง เฉลิมฉลองวันกาชาดโลก ด้วยการบริจาคโลหิต ระหว่างวันที่ 6 – 9 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง (Fixed Station) ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ทั่วประเทศ หรือใกล้ที่ไหน บริจาคที่นั่น

นอกจากนี้ สามารถร่วมกิจกรรม “แชร์ & โพสต์” เรื่องราวความประทับใจเกี่ยวกับการบริจาคโลหิต ภายใต้แนวคิด “ยืนหยัดเคียงข้างมนุษธรรม” ผ่าน Facebook ส่วนตัว เช็คอินสถานที่บริจาคโลหิต ตั้งค่าเป็นสาธารณะ และติดแฮชแท็ก #OntheSideofHumanity ลุ้นรับรางวัล จำนวน 20 รางวัล เนื่องในวันกาชาดโลก

-(016)

ไขความลับโภชนาการในจานอาหาร เลือกกินแบบไหนให้สุขภาพดี

ไขความลับโภชนาการในจานอาหาร เลือกกินแบบไหนให้สุขภาพดี

ไขความลับโภชนาการในจานอาหาร เลือกกินแบบไหนให้สุขภาพดี

วันจันทร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “You are what you eat” เป็นประโยคฮิตทรงพลังที่สะท้อนความจริงว่า อาหารที่เรารับประทานส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของเรา และเนื่องในวันอนามัยโลก (World Health Dayเดือนเมษายนของทุกปี ดร.ภญ. วิภาดา แซ่เล้า ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการศึกษาและฝึกอบรมด้านโภชนาการ เฮอร์บาไลฟ์ เอเชียแปซิฟิก อยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจถึงบทบาทสำคัญของโภชนาการที่มีต่อชีวิตไปด้วยกัน

มื้ออาหารที่สมดุลหน้าตาเป็นแบบไหน?

สำหรับหลักการง่าย ๆ จำแค่ “Quarter, Quarter, Half  (หนึ่งในสี่ หนึ่งในสี่ และครึ่งหนึ่ง)” เพื่อเป็นแนวทางในการจัดสัดส่วนอาหารที่เหมาะสมในมื้ออาหารที่สมดุล หนึ่งในสี่ของจาน ควรเป็นธัญพืชเต็มเมล็ด อีกหนึ่งในสี่ของจาน ควรเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ครึ่งหนึ่งของจาน ควรเป็นผักและผลไม้

คาร์โบไฮเดรต แหล่งพลังงานหลักของร่างกาย

ขอเริ่มด้วยสารอาหารสำคัญอย่าง “คาร์โบไฮเดรต” ที่มีความสำคัญต่อร่างกาย เป็นแหล่งพลังงานหลักสำหรับสมองและเม็ดเลือดแดงของเรา โดยแหล่งของคาร์โบไฮเดรตที่ดี ได้แก่ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว ผลไม้ และผัก นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งของไฟเบอร์ วิตามิน แร่ธาตุ และไฟโตนิวเทรียนต์ที่ดีอีกด้วย คาร์โบไฮเดรตที่ดีต่อสุขภาพต้องอยู่ในรูปแบบธรรมชาติที่ไม่ผ่านการขัดสี ซึ่งยังคงคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน การนำธัญพืชไม่ขัดสีแบบใหม่ ๆ มาใส่ในมื้ออาหารทุกวัน ถือเป็นการสร้างนิสัยที่เรียบง่ายแต่ได้ผลดี เช่น เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง ควินัว หรือข้าวฟ่าง สร้างนิสัยกินแบบไม่ขัดสีและไม่ผ่านการแปรรูป

โปรตีน ตัวท็อปนักสร้างกล้ามเนื้อ

โปรตีนเป็นสารอาหารที่หลาย ๆ คนสนใจ และเป็นองค์ประกอบหลักของกล้ามเนื้อ กระดูก ผิวหนัง เนื้อเยื่อ และอวัยวะต่างๆ ซึ่งร่างกายของเราย่อยและสลายโปรตีนที่กินเข้าไปให้เป็นกรดอะมิโนแต่ละชนิด จากนั้นจึงใช้กรดอะมิโนเหล่านี้เพื่อสร้างโปรตีนชนิดใหม่ หากเราไม่ได้รับโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอ ร่างกายจะต้องสลายกล้ามเนื้อเพื่อให้ได้กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อการทำงาน โดยโปรตีนคุณภาพสูงมักมาจากสัตว์ เช่น เนื้อไม่ติดมัน สัตว์ปีก ปลา นม และผลิตภัณฑ์จากไข่ นอกจากนี้ยังมีโปรตีนจากพืชอย่าง ถั่วเหลือง ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

เราสามารถคำนวณปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการได้ง่าย ๆ โดยใช้สูตรน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) × 0.8 = ปริมาณโปรตีน (กรัม) ที่ควรบริโภคต่อวัน ทั้งนี้ ผู้สูงอายุและผู้ที่ทำกิจกรรมทางกายสูง อาจต้องการโปรตีนมากกว่าค่าเฉลี่ยนี้ และแม้ว่าวิธีนี้อาจจะไม่ใช่วิธีที่สมบูรณ์แบบที่สุด เนื่องจากไม่ได้คำนวณมวลกล้ามเนื้อ แต่ก็เป็นวิธีง่ายๆ ช่วยให้แบ่งปริมาณอาหารตามขนาดร่างกายได้

ไขมัน เลือกให้เป็น ไม่ใช่ศัตรู

ไขมันไม่ใช่ศัตรูเสมอไป แต่เป็นส่วนสำคัญของสมดุลในมื้ออาหาร เพราะไขมันเหล่านี้ให้พลังงานและช่วยในการดูดซึมวิตามิน แต่เราต้องรู้จักความแตกต่างระหว่างไขมันดีและไขมันไม่ดี เนื่องจากไขมันดีช่วยในการทำงานของหัวใจและสมอง และยังส่งเสริมสุขภาพผิวหนังและระบบภูมิคุ้มกันอีกด้วย  

ไขมันไม่อิ่มตัว แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวในถั่ว เมล็ดพืช มะกอก น้ำมันมะกอก และอะโวคาโด ซึ่งดีต่อหัวใจเมื่อบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน เช่น โอเมก้า 3 (พบในปลาที่มีไขมัน ถั่ว เมล็ดพืช และผักใบเขียว) และโอเมก้า 6 (ส่วนใหญ่มาจากอาหารทอดและเบเกอรี่) เป็นสิ่งจำเป็นแต่ต้องอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ แต่บางครั้งเรามักจะบริโภคโอเมก้า 6 มากเกินไปหรือไม่เพียงพอ รวมถึงการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ที่พบในอาหารจากสัตว์ เช่น เนย ชีส นมสด และเนื้อแดง อาจทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้นได้

วิตามินและแร่ธาตุ ตัวช่วยเสริมสร้างสุขภาพ

ถัดมาคือวิตามินและแร่ธาตุ หัวใจสำคัญที่ช่วยรักษาสุขภาพโดยรวมและป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ โดยวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการรับวิตามินและแร่ธาตุที่หลากหลายในปริมาณที่เหมาะสมคือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างครบถ้วน เพราะอาหารในทุกวันมีวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิดอยู่แล้ว ตอบโจทย์ความต้องการทางโภชนาการในแต่ละวันได้อย่างง่ายดาย และอย่าลืมรับประทานผลไม้และผักหลากสี ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่วและพืชตระกูลถั่ว โปรตีนไม่ติดมัน จะช่วยให้ร่างกายได้รับสิ่งที่ต้องการได้ดีขึ้น

น้ำ ปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ทุกเซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะในร่างกายของเราเจริญเติบโตได้ด้วยน้ำ ดังนั้นการดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยในการย่อยอาหาร การดูดซึมสารอาหาร และการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมสร้างสุขภาพข้อต่อและภูมิคุ้มกัน รวมทั้งยังช่วยควบคุมน้ำหนักได้อีกด้วย ปกติแล้วในเครื่องดื่มจะมีปริมาณของเหลวที่เราบริโภคต่อวันประมาณ 70 – 80% ส่วนอีก 20 – 30% ที่เหลืออาจได้มาจากอาหารที่มีน้ำมาก เช่น ผลไม้และผัก

แต่ปรับพฤติกรรมเล็กๆ สุขภาพก็ดีขึ้นง่ายๆ

ความเข้าใจเรื่องโภชนาการเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่สิ่งสำคัญคือการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เคี้ยวอาหารให้ละเอียด ดื่มน้ำให้เพียงพอ และรับประทานอาหารเป็นเวลา เพื่อช่วยให้ร่างกายย่อยและดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น

จากการศึกษาเรื่องความถี่ในการแบ่งปันอาหารร่วมกันในครอบครัวกับความสัมพันธ์ด้านสุขภาพของเด็กและวัยรุ่น พบว่า การรับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัวเป็นประจำช่วยส่งเสริมนิสัยการกินที่ดีและสร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมทั้งการสร้างสภาพแวดล้อมที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการที่สมดุล เด็กๆจะเรียนรู้จากสิ่งที่เห็นและประสบการณ์ภายในครอบครัว และเมื่อการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตครอบครัว เด็กก็มีแนวโน้มที่จะนำแนวทางนี้ไปใช้ในวัยผู้ใหญ่และส่งต่อไปยังคนรอบตัวและเพื่อนของตัวเองอีกด้วย

โภชนาการเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงที่ขับเคลื่อนร่างกาย ทุกคำที่เรากินมีผลต่อความรู้สึก สมาธิ และสุขภาพโดยรวม ซึ่งหากโภชนาการที่ดีมาจับคู่กับไลฟ์สไตล์ที่สมดุล เช่น การออกกำลังกาย การจัดการความเครียด และการพักผ่อนที่เพียงพอ จะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีทั้งกายและจิตใจไปพร้อมกัน

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ https://www.facebook.com/HerbalifeThailandOfficial หรือ http://www.instagram.com/HerbalifeThailandOfficial

ททท.จับมือ บางกอกแอร์เวย์ส ต่อยอดท่องเที่ยวภาคตะวันออก เปิดตัวโครงการ ‘Trat Discovery: Islands and Beyond’

ททท.จับมือ บางกอกแอร์เวย์ส ต่อยอดท่องเที่ยวภาคตะวันออก เปิดตัวโครงการ ‘Trat Discovery: Islands and Beyond’

ททท.จับมือ บางกอกแอร์เวย์ส ต่อยอดท่องเที่ยวภาคตะวันออก เปิดตัวโครงการ ‘Trat Discovery: Islands and Beyond’

วันจันทร์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชนหรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และพันธมิตร เปิดตัวโครงการ “Trat Discovery: Island and Beyond” ต่อยอดท่องเที่ยวภาคตะวันออก เสิร์ฟสุขทันทีที่เที่ยวไทยแบบเหนือระดับให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งผู้ที่มีบอร์ดดิ้งพาสในเที่ยวบินตราดของบางกอกแอร์เวย์ส สมาชิกฟลายเออร์โบนัส (FlyerBonus) รวมถึงนักท่องเที่ยวทั่วไป นักท่องเที่ยวจะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดสำหรับใช้บริการร้านค้า ร้านอาหาร และที่พักในพื้นที่จังหวัดตราด เกาะช้าง เกาะหมาก เกาะกูด และจังหวัดจันทบุรี พร้อมมอบความพิเศษอีกขั้นกับกิจกรรมลุ้นรับบัตรโดยสารเครื่องบินเส้นทางภายในประเทศ จำนวน 10 รางวัล โดยสามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ พฤษภาคม ถึง 20 สิงหาคม นี้

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์  ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า  ททท. มีแนวทางกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย เพิ่มความถี่ในการเดินทางท่องเที่ยวด้วย Soft Power ด้านอาหารของภาคตะวันออก และการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวด้วยสินค้ามูลค่าสูง ผ่านกิจกรรม Sport Tourism กิจกรรม Outdoor แหล่งท่องเที่ยว Man – made แหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและ Wellness ที่มีความโดดเด่นและมีศักยภาพสูง โดยเฉพาะจังหวัดตราด ที่มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างหมู่เกาะทะเลตราดอันสวยงาม ประกอบไปด้วย เกาะช้าง เกาะกูด และเกาะหมาก ถือเป็นสวรรค์ของผู้ที่ชื่อชอบกิจกรรมทางน้ำ เป็นแหล่งวัตถุดิบทางด้านอาหารทั้งอาหารทะเลที่สดใหม่และผลไม้ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) อย่างทุเรียนชะนีเกาะช้าง สับปะรดตราดสีทอง ซึ่งนำมาปรุงเป็นเมนูพื้นถิ่นของจังหวัดตราด

นอกจากนี้ แล้วนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเชื่อมโยงไปยังจังหวัดจันทบุรี เส้นทางสู่เมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร ผลไม้พื้นถิ่นจันทบูร ทั้งคาว หวานและเครื่องดื่ม จึงเป็นจุดหมายปลายทาง   ที่เหมาะสำหรับการเดินทางเพื่อแสวงหาประสบการณ์อันทรงคุณค่า ตามนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศให้เป็นปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 และชูจุดขาย “5 Must Do In Thailand” ที่มีครบทั้ง  Must Taste เมนูอาหารประจำท้องถิ่น” ไม่ว่าจะเป็นแกงคั่วสับปะรดตราดสีทอง ของจังหวัดตราด และข้าวคลุกพริกเกลือจานเด็ดของจังหวัดจันทบุรี Must Try กิจกรรมที่ต้องลุย ทั้งกิจกรรมดำน้ำตื้น (Snorkeling) ฟรีไดฟ์วิ่ง (Freediving) ดำน้ำลึก (Scuba diving) รวมถึงการพาย SUP Board /Stand Up Paddle Board ไลฟ์สไตล์แบบคนท้องถิ่นต้องลอง ห่มทรายสปาพื้นบ้านหาดทรายแดงที่ชุมชมบ้านธรรมชาติล่าง จังหวัดตราด

หรือจะเดินเที่ยวชมวิถีชีวิตที่ชุมชนขนมแปลกริมคลองหนองบัว จังหวัดจันทบุรี ก็น่าสนใจไม่น้อย Must Buy สินค้าชุมชนไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าผ้ามัดย้อมน่ารักๆ อาหารทะเลทั้งสดและแปรรูป รวมถึงผลไม้หลากหลายชนิด และที่สำคัญจังหวัดจันทบุรียังขึ้นชื่อในเรื่องของพลอย อัญมณี และเครื่องประดับผลิตภัณฑ์แฟชั่นจากเสื่อ-กก-จันทบุรี (จันทบุรี) Must Seek วิวสวย จุดถ่ายรูปน่า Check In อย่างหาดคลองเจ้า เกาะกูด จังหวัดตราด รวมถึงจุดชมวิวเนินนางพญา ของจังหวัดจันทบุรี ก็มีความสวยงามไม่แพ้กัน Must See  (ตราด) งานวันตราดรำลึก หน้าศาลาว่าการจังหวัดตราด (จันทบุรี) การแสดงพื้นบ้านเท่งตุ๊ก ประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาท เขาคิชฌกูฎ (จันทบุรี)

นางสาวเพลินพิศ โกศลยุทธสาร ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการตลาดด้านการท่องเที่ยวและพันธมิตร บริษัท การบินกรุงเทพฯ กล่าวว่า การท่องเที่ยวภาคตะวันออกมีศักยภาพในการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลาย โดยเฉพาะในจังหวัดตราดและเกาะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลิ้มรสอาหารท้องถิ่น การดำน้ำที่ เกาะช้าง หรือกิจกรรม ชมเหยี่ยวแดง และ นั่งเรือมาศ ชมวิวทะเล ความร่วมมือในครั้งนี้กับ ททท.และชุมชนท้องถิ่นจะช่วยให้จังหวัดตราด และเกาะต่าง ๆ รวมไปถึงจังหวัดข้างเคียง ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจ โดยบางกอกแอร์เวย์ส จะช่วยเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวในการเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ด้วยการบริการเหนือระดับ

สำหรับการเข้าร่วมโครงการ Trat Discovery: Island and Beyond เพียงแค่นักท่องเที่ยวแสดง “บอร์ดดิ้งพาส (Boarding Pass) หรือ หลักฐานการเป็นสมาชิกฟลายเออร์โบนัส (FlyerBonus)” ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส หรือนักท่องเที่ยวทั่วไป สามารถสแกนคิวอาร์โค้ด เพื่อแลกรับสิทธิประโยชน์สุดคุ้มจาก ร้านอาหาร คาเฟ่ และที่พักที่ร่วมรายการบนเกาะต่างๆ กว่า 50 แห่ง เมื่อใช้บริการและมีค่าใช้จ่ายครบ 200 บาทขึ้นไป นักท่องเที่ยวจะได้ลุ้นโชคต่อที่ 2 รับสิทธิร่วมกิจกรรมชิงโชคลุ้นรางวัลเอ็กซ์คลูซีฟกับบัตรโดยสารเครื่องบินเส้นทางภายในประเทศของบางกอกแอร์เวย์สอีกจำนวน 10 รางวัล (รางวัลละ 2 ที่นั่ง) เพียงแค่กรอกชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล แล้วนำคูปองไปหย่อนในกล่องชิงโชคของร้านที่เข้าร่วมโครงการฯ ร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 20 สิงหาคม 2568 และประกาศผลผู้โชคดีในวันที่ 1 กันยายน 2568 ผ่านทางเพจ Facebook: @TratDiscovery และ Instagram: @TratDiscovery

สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ Trat Discovery: Island and Beyond และ Facebook: @TratDiscovery และ Instagram: @TratDiscovery

มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ระดับพรีเมียม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการครบครัน พร้อมออกเดินทางไปกับบางกอกแอร์เวย์ส สนใจสำรองที่นั่งติดต่อที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า Call Center 1771 หรือ 02-270-6699