ร้อยเรียงความดี ซีพีสานภารกิจ “3 ประโยชน์” ลงพื้นที่ 5 จังหวัด มอบทุนการศึกษาและโอกาสทำงาน สานฝันอนาคตลูกทหารหาญ แทนคำขอบคุณต่อความเสียสละเพื่อชาติ

ร้อยเรียงความดี ซีพีสานภารกิจ “3 ประโยชน์” ลงพื้นที่ 5 จังหวัด มอบทุนการศึกษาและโอกาสทำงาน สานฝันอนาคตลูกทหารหาญ แทนคำขอบคุณต่อความเสียสละเพื่อชาติ

ร้อยเรียงความดี ซีพีสานภารกิจ “3 ประโยชน์” ลงพื้นที่ 5 จังหวัด มอบทุนการศึกษาและโอกาสทำงาน สานฝันอนาคตลูกทหารหาญ แทนคำขอบคุณต่อความเสียสละเพื่อชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.13 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดย นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ ลงพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี อุดรธานี อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และมุกดาหาร มอบทุนการศึกษาจนถึงปริญญาตรี พร้อมโอกาสทำงานในเครือเจริญโภคภัณฑ์ในอนาคต แก่บุตร-บุตรีรวม 6 คน ของทหารหาญผู้เสียสละชีวิตปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติจากสถานการณ์สู้รบแนวชายแดนไทย–กัมพูชาเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2568 พร้อมทั้งมอบ “กล่องกำลังใจ” ซึ่งจัดเตรียมอุปกรณ์การเรียนตามช่วงวัย “บันทึกกำลังใจ” จากพนักงานเครือซีพี และของที่ระลึกจากกลุ่มธุรกิจในเครือฯ เพื่อส่งต่อพลังใจและความห่วงใยสู่ครอบครัวทหารกล้าด้วยความซาบซึ้งและจริงใจ เมื่อวันที่ 7–9 สิงหาคม 2568

นายจอมกิตติ ระบุว่า “การช่วยเหลือครั้งนี้สอดคล้องกับค่านิยม ‘3 ประโยชน์’ ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร เป็นไปตามดำริของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ และนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร ที่ต้องการส่งต่อความห่วงใยจากเครือฯ สู่ครอบครัวของผู้ที่เสียสละเพื่อชาติ ในนามของเครือเจริญโภคภัณฑ์ เราขอแสดงความเคารพอย่างสุดซึ้งต่อความกล้าหาญของทหารกล้า และขอมอบทุนการศึกษานี้เพื่อสนับสนุนครอบครัวที่อยู่เบื้องหลังผู้ที่เขารัก และเป็นแรงใจสำคัญให้เดินหน้าต่อไปด้วยความเข้มแข็ง”

เริ่มจากครอบครัวแรกคือ ครอบครัวของสิบเอกจิรายุส อินทุมาน อายุ 31 ปี ทหารหาญ ซึ่งได้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณภูมะเขือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ปัจจุบันมีบุตรี 1 คน วัย 10 ปี ซึ่งนางสมพิศ อินทุมาร มารดาของ สิบเอกจิรายุส อินทุมาน กล่าวว่า “ครอบครัวรู้สึกภูมิใจในตัวบุตรชายมาก ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ในครั้งนี้ ซึ่งครอบครัวตั้งแต่บิดา รวมไปถึงพี่ชายของสิบเอกจิรายุสต่างก็รับราชการเป็นทหาร ตลอดเวลาที่ลูกได้ทำหน้าที่ในการรับใช้ชาติ ท่ามกลางความเสี่ยงต่ออันตรายต่างๆ แม้จะเต็มไปด้วยความเป็นห่วง แต่ก็แอบแฝงไปด้วยความรู้สึกภูมิใจมาโดยตลอดเช่นกัน ท่ามกลางความสูญเสียที่เกิดขึ้นจนยากที่จะทำใจ ก็ยังคงมีกำลังใจจากผู้คนมากมายทั้งจากคนที่รู้จักและไม่รู้จักส่งมาให้อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ตอนนี้ครอบครัวเริ่มกลับมาเข้มแข็งมากขึ้น”

เช่นเดียวกับนางมธุลิน สีจุ้ยจ้าย ภรรยาของจ่าสิบเอกธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย อายุ 39 ปี ทหารหาญ ผู้สละชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทยในเหตุการณ์ปะทะบริเวณช่องสายตะกู อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นครอบครัวที่ 2 ที่เครือซีพีลงพื้นที่พบปะ ระบุว่า “ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน จ่าสิบเอกธีระยุทธเป็นคนที่ดูแลครอบครัวดีมาก ลูกสองคนผูกพันกับพ่อมาก ลูกๆ มีความอดทนเหมือนพ่อ ตอนแรกก็กังวลมาก เพราะต้องดูแลลูกสองคนคนเดียว แต่เมื่อได้รับกำลังใจ และการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน รู้สึกเบาใจลงเยอะมาก ซาบซึ้งใจอย่างที่สุด และต่อจากนี้จะเข้มแข็งให้ได้เพื่อลูก” ขณะที่เด็กหญิงจุฑามาศ สีจุ้ยจ้าย บุตรีคนโต เปิดเผยความตั้งใจอันแน่วแน่ว่าถึงความฝันในอนาคตว่า “อยากเป็นแพทย์ทหาร อยากรักษาทั้งคนทั่วไปและทหาร เพราะไม่อยากให้ใครต้องเสียชีวิตเหมือนคุณพ่ออีก”

ย้อนเวลาชมพระที่นั่ง…ราตรีน้ำใจท่วมท้น ช่วยคน อส.

ย้อนเวลาชมพระที่นั่ง...ราตรีน้ำใจท่วมท้น ช่วยคน อส.

ย้อนเวลาชมพระที่นั่ง…ราตรีน้ำใจท่วมท้น ช่วยคน อส.

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิอาสารักษาดินแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับ สำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง นำโดย นายหมวดเอก สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์ เป็นประธานจัดงาน “ย้อนเวลาชมพระที่นั่ง…ราตรีน้ำใจท่วมท้น ช่วยคน อส.” งานกาลาดินเนอร์การกุศล เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิอาสารักษาดินแดน ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดขึ้น ณ พระที่นั่งนงคราญสโมสร สโมสร ถนนอู่ทองนอก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568

นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช รองประธานมูลธินิ อส. มอบดอกไม้ขอบคุณคณะกรรมการจัดงาน นำโดย นายหมวดเอก สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์ ประธานจัดงาน, นายกองโท พิมล บูรณชล, นายกองตรี กิดากร อังคณารักษ์, นายกองโท ระพินทร์ ชลพินทุ, นายกองโท ฐิติกา ตั้งทวีวัฒนกุล, นายหมวดโท สุธาสินี ชลพินทุ, นายหมวดโทประวัติ รัตนวาภพงศ์ และนายหมวดโท ไอยเรศ จันรภพโยธิน

นายหมวดเอก สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์ ประธานจัดงาน พร้อมด้วย นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช รองประธานมูลธินิ อส. และ นายกองเอก บุญชนะ เจริญผล

นายกองตรี กิดากร อังคณารักษ์ กรรมการมูลนิธิและทายาทผู้ก่อตั้งมูลนิธิ กล่าวถึงประวัติของมูลนิธิ

งานกาลาดินเนอร์การกุศล “ย้อนเวลาชมพระที่นั่ง…ราตรีน้ำใจท่วมท้น ช่วยคน อส.”  กิจกรรมภายในงานผู้ร่วมงานนอกจากจะได้ชมความงดงามของพระที่นั่งนงคราญสโมสร อาหารรสเลิศ ยังได้เพลิดเพลินกับเสียงเพลงอันไพเราะจากนักร้องกิตติมศักดิ์ นำโดย ประธานจัดงาน นายหมวดเอก สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์, สมพิศ เลิศสุมิตรกุล, วนิดา อังศุพันธุ์, มัณฑณี ใหญ่สว่าง, สมพร กนกกุล, เทวี วงศ์วิทยา,  ตุลานันท์ นรเศรษฐ์พิศาล และนักร้องรับเชิญพิเศษ ชัชชัย สุขขาวดี หรือ หรั่ง ร็อคเคสตร้า ขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ร่วมกับแขกผู้มีเกียรติภายในงาน

นายกองตรี ดอน จิตรวงษ์, นายกองโท พิมล บูรณชน, นายหมวดเอก ศุภกร  ทิมจรัส, นายกองโท ระพินทร์ ชลพินทุ, นายกองโท ฐิติกา ตั้งทวีวัฒนกุล และ นายหมวดโท ไอยเรศ จักรภพโยธิน

วีรวุฒิ จุมพลคุณวุฒิ, นายหมวดโท ประวัติ รัตนวิภาพงศ์, นายกองเอก บุญชนะ เจริญผล และ นายกองโท สยามสุขสมใจ

นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ดร.ชุมพล พรประภา

ตามด้วยการแสดงแบบโดยนางแบบกิตติมศักดิ์  อาทิ นายหมวดโท สุธาสินี ชลพินทุ, สุขุมาลย์ อิทธิรัตนโกมล, อัจฉราพร ถนอมภูวนาถ ณัฐชลัย สุวิสุทธะกุล, เจษฎา ปิยะสุวรรณวานิช และ ปาจรีย์ เครือเช้า ภายในงานยังมีการประมูลเครื่องประดับ และผ้าไทย โดย วีรวุฒิ จุมพลคุณวุฒิ และ ดร.ชุมพล พรประภา ชนะการประมูลและนำรายได้จากการประมูลสมทบทุนเข้ามูลนิธิอาสารักษาดินแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ รวมถึงการประกวดการแต่งกายดีเด่นอีกด้วย

คุณหญิงผอบทิพย ศาตะมาน, อุษณีย์ วรวงศ์วสุ,พูนสุข ประธานราษฎร์นิกร, ผาณิต พูนศิริวงศ์, นายหมวดเอก สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์ และ ปาจรีย์ เกรียวสกุล

ประธานจัดงาน ต้อนรับ ภัทรา ศิลาอ่อน แห่ง S&P

พระที่นั่งนงคราญสโมสร แรกเริ่มเดิมทีจะสร้างเป็นพระตำหนักสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แต่เมื่อการก่อสร้างมาถึงส่วนฐานสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงโปรดที่พระตำหนักพญาไทและไม่มีพระราชประสงค์ที่จะเสด็จไปประทับในสวนสุนันทาจึงได้มีการแก้ไขแบบแปลนจัดสร้างขึ้นเป็นท้องพระโรงส่วนกลาง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระราชทานนามพระที่นั่งว่า “พระที่นั่งนงคราญสโมสร” ซึ่งเป็นนามของพระที่นั่งในพระอภิเนาว์นิเวศน์ พระบรมมหาราชวังที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งก็เป็นท้องพระโรงฝ่ายในเช่นเดียวกัน โดยพระที่นั่งแห่งใหม่นี้ใช้สำหรับพระราชวงศ์พระองค์ใดก็ตาม จะทรงใช้ในการบำเพ็ญพระกุศลหรือจัดงานรื่นเริง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักกิจการความมั่นคงภายใน กรมการปกครอง

ครอบครัว อส. นายกองโท ระพินทร์ – เสาวนีย์ – นายหมวดโท สุธาสินี ชลพินทุ

ประธานจัดงานพร้อมด้วยนักร้องกิตติมศักดิ์ วนิดา อังศุพันธุ์, นิเศศโสม พุ่มหิรัญ และ นวลจันทร์ ตีระสงกรานต์

ครูคอร่า, อัญชลี มรุธราเลิศ,สมพิศ เลิศสุมิตรกุล และ ดามัย จิระวัฒน์พงศา

อนุรัตน์ ตฤติยศิริ, สุภมาศ วงศ์ศิริกุล, จุฬาทิพ ปุณวัฒนวิทย์, ณัฐมนฑน์ เอื้อวัฒนะสกุล,ดามัย จิระวัฒน์พงศา, ศุภรัศมิ์ เอี่ยมสวัสดิ์

ณัฐชลัย สุวิสุทธะกุล, สุขุมาลย์ อิทธิรัตนโกมล, Mai Lang, ปาจรีย์ เครือเช้า, รินทร์ – อัญชลี มรุธราเลิศ และ Wang Xiao Hua

มูลนิธิอาสารักษาดินแดน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้สนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิอาสารักษาดินแดนฯ ในการสงเคราะห์ช่วยเหลือสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ สงเคราะห์ช่วยเหลือสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้หรือภัยพิบัติต่างๆ การมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน รวมทั้งการจัดหาสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่การครองชีพเพื่อมอบเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัตตหน้าที่ให้สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนและครอบครัว โดยในแต่ละปีมูลนิธิอาสารักษาดินแดนฯได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลืออันเป็นสาธารณะประโยชน์ ปีละประมาณ 2-3 ล้านบาท รายได้ส่วนใหญ่มาจากการบริจาคจากกรรมการภาคเอกชน องค์กร ประชาชนทั่วไป และการจัดกิจกรรมจัดหารายได้อื่น ๆ เช่น กอล์ฟการกุศลชิงถ้วยพระราชทาน การจัดดินเนอร์การกุศล เป็นต้น

วนิดา อังศุพันธุ์ มอบดอกไม้ให้กับนางแบบกิตติมศักดิ์ Mai Lang, อัญชลี มรุธราเลิศ, ปาจรีย์ เครือเช้า, อัจฉราพร ถนอมภูวนาถ, ณัฐชลัย สุวิสุทธะกุล, สุขุมาลย์ อิทธิรัตนโกมล, รินทร์ มรุธราเลิศ และนายหมวดโท สุธาสินี ชลพินทุ

ณัฏฐ์ปุณณภา นันทพัทธ์นพิน

หรั่ง ร็อคเคสตร้า ขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ ร่วมกับแขกผู้มีเกียรติภายในงาน

อุไรวรรณ กนกวัฒนาวรรณ

มัณฑณี ใหญ่สว่าง ในบทเพลง มั่นใจว่าจะไม่รัก

ตุลานันท์ นรเศรษฐ์พิศาล และ รุจิตร สุธนะเสรีพร

กุลธิดา ศิวยานนท์ และ มัณฑณี ใหญ่สว่าง

Mai Lang, Wang Xiao Hua, นวลจันทร์ ตีระสงกรานต์, รินทร์ มรุธราเลิศ, นายหมวดเอก สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์, วนิดา อังศุพันธุ์ และ พรรณิภา ปวนะฤทธิ์ 

เทวี วงศ์วิทยา

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคเพื่อมีส่วนร่วมในการดูแลอาสารักษาดินแดนได้โดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) สาขาสนามเป้า เลขที่บัญชี 928-2-02129-5 ชื่อบัญชี “มูลนิธิอาสารักษาดินแดนในพระบรมราชินูปถัมภ์” ทุกการบริจาคผ่านมูลนิธิฯ สามารถนำใบเสร็จไปใช้ลดหย่อนภาษีฯ ได้ตามกฎหมาย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-278-1008 ต่อ 401

นางแบบกิตติมศักดิ์ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ

นางแบบกิตติมศักดิ์ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ

นางแบบกิตติมศักดิ์ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ

นางแบบกิตติมศักดิ์ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ

นางแบบกิตติมศักดิ์ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ

นางแบบกิตติมศักดิ์ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ

นางแบบกิตติมศักดิ์ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ

นางแบบกิตติมศักดิ์ร่วมเดินแฟชั่นโชว์ชุดพิเศษ

คุณแหน : 14 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 14 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 14 สิงหาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • งานทำบุญครบรอบ 92 ปี ของ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด บริษัทผู้ผลิตเบียร์และเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์รายใหญ่ของไทยและเอเซีย 4 ส.ค. ทายาท พระยาภิรมย์ภักดี รวมญาติพร้อมหน้าพร้อมตาครั้งใหญ่ในรอบปี อาทิ ปิยะ ภิรมย์ภักดี,ภควดี สุขุม,วุฒา ภิรมย์ภักดีพร้อมลูกๆ วุฒินันท์-วรวุฒิ ภิรมย์ภักดี,ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณ, สันติ-อรุณี ภิรมย์ภักดี พร้อมลูกๆ ภูริต-ปิติ-ปรีดิ์รติ ภิรมย์ภักดี ฯลฯ…
  • ศูนย์การเรียนรู้แบงก์ชาติ เชิญชวนชมความงดงามของสถาปัตยกรรมวังบางขุนพรหมผ่านภาพถ่าย ในนิทรรศการ “แลวังผ่านเลนส์” 6 ส.ค.-14 ก.ย.09.30-20.00 น. ที่โถงนิทรรศการ ชั้น 1 ศูนย์การเรียนรู้แบงก์ชาติ เข้าชมฟรี ชวนแต่งกายชุดไทยร่วมถ่ายภาพภายในงาน  (ส่วนวังบางขุนพรหมขณะนี้ปิดบูรณะถึงเดือน ต.ค.2568)..
  • นิทรรศการช่างศิลป์ไทย สำหรับผู้รักศิลปะไทย โดยวิทยาลัยช่างศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรมและมรดกของชาติ จัดแสดงงานจิตรกรรมลายรดน้ำ งานจิตรกรรมไทยประเพณีและงานศิราภรณ์ พัตราภรณ์ ที่ Crystal Court ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน 3-30 ส.ค…
  • คอนเสิร์ตการกุศล “จากรวงทองถึงโฉมฉาย..สู่ชายแดน” นำโดย รวงทอง ทองลั่นธม ศิลปินแห่งชาติ,โฉมฉาย อรุณฉาน พร้อมด้วย จิตติมา เจือใจ,ดร.ศุภาชัย ผ่องสวัสดิ์,อลิศ ธนัชศลักษณ์ และสุรเวท โตเจริญ 17 ส.ค. 13.30 น.ห้างฟินิกซ์ ประตูน้ำ ห้องAuditorium บัตรราคา 1,500,1,000 และ 500 บาท จองบัตร 064-7855814 ..
  • คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล จัดงานระลึกถึงวันมหิดล  24 ก.ย. เชิญชมรายการพิเศษเนื่องในวันมหิดล 2568 “ศิริราช บูรณาการความเป็นเลิศ เพื่อผู้ป่วยชาวไทย” 13 ก.ย.16.00-18.00 น. ทางช่อง ททบ.5 TNN 2  ไทยรัฐทีวีช่อง 32 PPTV HD 36 และช่อง One 31 ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สอบถาม 02-4197658..
  • ยินดีกับ ลดา รุธิรกนก ที่ได้รับเลือกเป็นแม่ดีเด่นแห่งชาติ ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ..
  • ใกล้ถึงเทศกาลเกษียณอายุสำหรับผู้ที่รับราชการมาอย่างยาวนาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เชิญชวนเลือกสินค้าที่ระลึก “พึ่งพา” และ PAfe’ เป็นของขวัญมุทิตาจิต ที่ร่วมส่งต่อความดีงามสู่สังคมเนื่องจากรายได้จากการจำหน่ายสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจรและกลับสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน Line:@friendsofpashop..
  • ข้าวมันไก่มณเฑียร ได้รับความนิยมยืนหนึ่งเรื่องความอร่อยยาวมานานกว่า 40 ปี ตอนนี้ ห้องอาหารเรือนต้น โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ จัด “สำรับเรือนต้น” เป็นเซ็ทเมนูอาหารรังสรรค์โดย เชฟอำนวย อเนกสุวรรณ จัดให้อิ่มอร่อย ครบเครื่อง อาทิ ยำส้มโอย่าง ปูนิ่มทอดพริกเกลือ แกงเขียวหวานเนื้อ คั่วกลิ้งหมูสับ ข้าวผัดคะน้าปลาเค็ม ต้มยำกุ่งแม่น้ำ กุ้งแม่น้ำทอดซอสมะขาม ไข่เจียวเนื้อปู บัวลอยเผือกมะพร้าวอ่อน กล้วยไข่เชื่อม ราคาสุทธิ 888 บาทต่อสำรับ สอบถาม 02-2336070 www.montienbangkok.com..

น้อง

นางเอกตัวจริง! ‘เบลล่า ราณี’ส่งของใช้จำเป็นให้ทหารชายแดน

นางเอกตัวจริง! 'เบลล่า ราณี'ส่งของใช้จำเป็นให้ทหารชายแดน

นางเอกตัวจริง! ‘เบลล่า ราณี’ส่งของใช้จำเป็นให้ทหารชายแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.42 น.

14 สิงหาคม 2568 นางเอกสาวชื่อดัง “เบลล่า ราณี แคมเปน” ร่วมกับ “พลอย” ผู้จัดการส่วนตัว แสดงน้ำใจและความห่วงใยต่อเจ้าหน้าที่ทหารแนวหน้า ด้วยการส่ง สิ่งของจำเป็นและกำลังใจ ไปมอบให้กับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา จังหวัดศรีสะเกษ

โดยเพจ พลอยกับเบล ได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า “พลอยกับเบลขอส่งกำลังใจไปถึงพี่ๆ ทหารที่จ.ศรีสะเกษ รอบนี้มีกาแฟพร้อมดื่ม 6,000 กระป๋อง กับยาทาแก้เชื้อรา 1,300 ขวดไปมอบให้ ขอบคุณกาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ และบริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัดรวมถึงน้องเอวาด้วยนะคะ ที่มาช่วยส่งของดีๆ ไปให้พี่ๆ ทหารด้วยกัน พวกเราขอส่งแรงใจให้พี่ทหารทุกนายทั่วประเทศนะคะ”

‘ช่อง 7HD’สนับสนุนนักแสดง-ผู้ประกาศข่าว จิตอาสา ร่วมบรรจุถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือ

‘ช่อง 7HD’สนับสนุนนักแสดง-ผู้ประกาศข่าว จิตอาสา  ร่วมบรรจุถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือ

‘ช่อง 7HD’สนับสนุนนักแสดง-ผู้ประกาศข่าว จิตอาสา ร่วมบรรจุถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เนื่องจากอิทธิพลของพายุ (วิภา) ส่งผลกระทบให้กับบางพื้นที่ในภาคเหนือ เกิดสถานการณ์อุทกภัย (น้ำท่วม) เป็นอย่างมาก ทางมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จึงได้ดำเนินการบรรเทาความเดือดร้อน จัดกิจกรรมบรรจุถุงยังชีพพระราชทาน 5,250 ถุง แบ่งเป็นถุงยังชีพพระราชทานสำหรับพระภิกษุสงฆ์ 250 ถุง และถุงยังชีพพระราชทานสำหรับประชาชน 5,000 ถุง ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดเชียงราย ที่ได้รับผลกระทบจากพายุ ”วิภา” ช่วงปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้น ณ กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบกบางเขน ในกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึก โดย ช่อง 7HD  ส่งนักแสดง ผู้ประกาศข่าว ทำจิตอาสาร่วมบรรจุถุงยังชีพ อาทิ แอนน่า กลึคส์, สไมล์-ศศินา พนมธรนิจกุล, อ้น-อัครวัฒน์ จุมพลวิวัฒน์, มิ้นท์-พรทิวา สาครจันทร์, แทน-บุรันช์รัตน์ หอมบุตร, อ๋อม-ปัณชญา สุวรรณกูฏ, ริส-วิชญพงศ์ เอี่ยมสะอาด, บิ๊กเอ็ม-สุเมธา รอยสี, ทศ-รวิศชา ปัญจวิชญ์, อีฟ-กัญณัฐสินี ทรัพย์มี พร้อมด้วยนักแสดงจาก TSM MANAGEMENT ได้แก่ เอล่า-นีรชา ดอร์ลิ่ง, ดีแลนด์-เดโชชัย ธิติอภิธาน, ชาย-สมชาย เจริญสุข, ดิว-ศุภกฤต วณิชเจริญพงษ์, วายุ-นิธิ อยู่คง รวมถึงผู้ประกาศข่าวนำโดย ศจี วงศ์อำไพ พร้อมด้วย จีรนันท์ เขตพงศ์,ภานุรัจน์ ศนีบุตรและ ธนพัต กิตติบดีสกุล จากรายการ 7 สีช่วยชาวบ้าน พร้อมด้วยกำลังพล เจ้าหน้าที่ พนักงาน และกลุ่มจิตอาสาต่าง ๆ ร่วมแรงร่วมใจทำกิจกรรม เพื่อนำส่งไปยังประชาชนผู้ประสบภัยในพื้นที่อย่างเร่งด่วน

พูดไม่เข้าหู! ‘ศรราม’จวกแรง! ‘หจจ’บอกให้เดินระวังๆ ทหารเหยียบกับระเบิดที่ชายแดน

พูดไม่เข้าหู! 'ศรราม'จวกแรง! 'หจจ'บอกให้เดินระวังๆ ทหารเหยียบกับระเบิดที่ชายแดน

พูดไม่เข้าหู! ‘ศรราม’จวกแรง! ‘หจจ’บอกให้เดินระวังๆ ทหารเหยียบกับระเบิดที่ชายแดน

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 22.29 น.

พูดไม่เข้าหู! ศรราม เทพพิทักษ์ โพสต์แรง! “หจจ” วิพากษ์วิจารณ์คำสั่ง “เดินระวังๆ” หลังมีข่าวทหารเหยียบกับระเบิดที่ชายแดนสูญเสียขา

ศรราม เทพพิทักษ์ โพสต์ข้อความสั้นๆระบุว่า “ภธ:พี่ทหารเหยียบกับระเบิด บอกให้เดินระวังๆ “หจจ” ขณะที่โพสต์ดังกล่าวมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อาทิ 
ไม่มีคำเปรียบเทียบ เจ็บใจมาก, ได้ดูข่าวนี้อยู่ คิดในใจเหมือนกัน หจจ. พูดมาได้ , ส่งเขาไปชายแดน ไปเดินให้ทหารดูหน่อย , ต้องให้คนพูดไปเดิน , คิดเหมือนกัน สั่งการแค่นี้ เขาระวังกันอยู่แล้ว ควรออกมาตรการช่วยเหลือกำลังพล เพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจ

ล้างผลาญกันถึงที่สุด?! ‘ปชน.’จวกยับ สร้างตึก‘ก.คมนาคม’แห่งใหม่ 3.83 พันล้าน

ล้างผลาญกันถึงที่สุด?! ‘ปชน.’จวกยับ สร้างตึก‘ก.คมนาคม’แห่งใหม่ 3.83 พันล้าน

ล้างผลาญกันถึงที่สุด?! ‘ปชน.’จวกยับ สร้างตึก‘ก.คมนาคม’แห่งใหม่ 3.83 พันล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.55 น.

ล้างผลาญกันถึงที่สุดเพื่อใคร?! “ปชน.”จวกยับ สร้างตึก”ก.คมนาคม”แห่งใหม่ 3.83 พันล้าน ตัดงบฯพอเป็นพิธี-มีธงมาแล้ว ลามยัดไส้ซื้อ”โต๊ะห้องสมุด”ตัวละ 2 แสน ซัดเป็นรายการฉาวสุดแห่งปี

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านวาระ 2 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ซึ่งเป็นการพิจารณาในมาตรา 15 งบฯ กระทรวงคมนาคม

โดย นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายถึงงบก่อสร้างตึกกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ ว่า ใช้งบก่อสร้าง 3,832 ล้านบาท เป็นงบผูกพัน 3 ปี ตั้งแต่ปี 2569 – 2571 เป็นอาคาร 22 ชั้น พื้นที่ 115,196 ตารางเมตร บนที่ดิน 18.5 ไร่ ในตึกมีทั้งลิฟต์ และห้องอาหารวีไอพีให้รัฐมนตรี แยกจากเจ้าหน้าที่ มีฟังก์ชันเว่อร์วัง ทั้งห้องฟิตเนส ห้องออกกำลังกาย ห้องสมุด ห้องประชุมชนาดใหญ่ ห้องแถลงข่าว ห้องอบรม ห้องปฏิบัติธรรม และโซนดูวิวกระทรวง ใช้เงินลงทุน 5,810 ล้านบาท เพื่อตึกแห่งนี้ ทั้งค่าก่อสร้าง 3,832 ล้านบาท ค่าที่ดิน 2,250 ล้านบาท ค่าควบคุมการก่อสร้าง 103 ล้านบาท ค่าปรับปรุงแบบ 8 ล้านบาท แต่มีหน่วยงานที่จะมาอยู่ 5 หน่วย คือ 1.สำนักงานรัฐมนตรี 2.สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม 3.กรมขนส่งทางราง 4.สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง 5.สำนักงานบริหารทรัพย์สินของรถไฟ มีเจ้าหน้าที่ย้ายมาแค่ 1,018 คน อีก 17 หน่วยงานที่เหลือ อาทิ กรมทางหลวง , กรมทางหลวงชนบท , ขนส่งทางบก , การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) , ขสมก.ไม่มีหน่วยใดย้ายมา ถือว่าก่อสร้างใหญ่เกินความจำเป็น

“ยิ่งกว่านั้น ตึกมีเจ้าหน้าที่ 1 พันคน แต่มีที่จอดรถ 1,100 คัน หรือ 1 คน ต่อ 1 คัน ทั้งที่อยู่ติดกับสถานีกลางบางซื่อ ล้างผลาญกันถึงที่สุด เหตุใด กมธ.งบรายจ่ายปี 69 ชุดใหญ่ แค่ปรับลดพอเป็นพิธี แล้วอนุมัติให้ผ่าน หรือมีธงอยู่แล้ว ถ้าสร้างตามความเหมาะสม จะใช้เงินแค่ 1,200 ล้านบาท แต่พรรคเพื่อไทย (พท.) ไปช่วยแบกตึก จนเสียเงินเพิ่ม 2,600 ล้านบาท” นายศุภณัฐ กล่าว

ด้าน นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า ตึกกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ คือที่สุดของงบปี 69 เหตุใด กมธ.งบฯ ชุดใหญ่ปล่อยผ่านมาได้ ตั้งงบมา 3,832 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.8 ล้านบาท ต่อข้าราชการ 1 คน แพงกว่าตึก สตง. 3 เท่ากว่า สร้างอย่างโอ่อ่า ใช้งบล้างผลาญ ไม่เห็นหัวประชาชน มีห้องประชุมเยอะและใหญ่มาก แต่มีพื้นที่โล่ง ไม่ได้ใช้ประโยชน์เยอะมา คิดเป็นข้าราชการ 1 คน มีพื้นที่ใช้สอย 124 ตารางเมตร และยังยัดไส้ด้วยเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะเก้าอี้แพงเว่อร์ เช่น โต๊ะราคาตัวละ 2 แสนบาท 2 ตัว ในห้องสมุด และเก้าอี้ในห้องสตูฯ 2 ชุด ราคา 111,000 บาท

“หากเป็นกระทรวงอื่นที่ไม่มีรัฐมนตรีหนุนหลัง ตั้งงบมาแบบนี้อดแน่ อยากให้กลับไปออกแบบมาใหม่ แล้วกลับมาขอใหม่ในปีหน้า ด้วยราคาที่เหมาะสม เพราะโอ่อ่าเกินไป เป็นรายการฉาวที่สุดแห่งปี จะผลาญงบเพื่อใคร” นายสุรเชษฐ์ กล่าว

ทางสองแพร่ง!‘อิ๊งค์’เหลือ 16 วันตัดสินใจ ‘สมชัย’แนะลาออก Save ตัวเองดีกว่าใช้ชีวิตต่างแดน

ทางสองแพร่ง!‘อิ๊งค์’เหลือ 16 วันตัดสินใจ ‘สมชัย’แนะลาออก Save ตัวเองดีกว่าใช้ชีวิตต่างแดน

ทางสองแพร่ง!‘อิ๊งค์’เหลือ 16 วันตัดสินใจ ‘สมชัย’แนะลาออก Save ตัวเองดีกว่าใช้ชีวิตต่างแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.55 น.

ทางสองแพร่ง!‘อิ๊งค์’เหลือ 16 วันตัดสินใจ ‘สมชัย’แนะลาออก Save ตัวเองดีกว่าใช้ชีวิตต่างแดน

14 สิงหาคม 2568 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (อดีต กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” เมื่อวันที่ 13 ส.ค.68 ระบุว่า…

มีเวลา 16 วัน สำหรับการตัดสินใจของนายกแพทองธาร

ลาออกศาลจำหน่ายคดี

ไม่ลาออก มีโอกาสลุ้นรอดหรือไม่รอด 

ถ้ารอดก็กลับมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีไปนาน ๆ

นี่คือสิ่งที่แพทองธาร ต้องคิดและตัดสินใจเอง

และต้องอย่าลืมว่ากรณีนายกเศรษฐากับแพทองธารนั้นแตกต่างกันตรงที่คุณเศรษฐานั้นพ้นแล้วพ้นเลย ไม่มีคดีใน ปปช. และคดีอาญา ตามมาต่อเนื่อง

และต้องไม่ลืมคำว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์การ

ซึ่งแปลว่า หากศาลบอกว่าผิด คดีใน ปปช. เรื่องจริยธรรม นั้นยากจะรอด และมีโทษเพิ่ม คือ ตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต นั่นคือ ไม่สามารถรับตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ

และในคดีอาญา ซึ่งเป็นข้อหาความผิดต่อความมั่นคงของรัฐนั้น หากเดินตามศาลรัฐธรรมนูญด้วยแล้วนั้นมีโทษจำคุกและไปไกลสุดซอยถึงขั้นประหารชีวิต

การลาออกก่อนเพื่อไม่ให้มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญติดตัวน่าจะเป็นการ save ตัวคุณแพทองธารมากกว่า

ยกเว้นว่า ชีวิตนี้จะมีความสุขจากการใช้ชีวิตในต่างแดน

‘ภคมน’หยัน‘แลนด์บริดจ์’ แค่ความฝันที่ถูกสร้างบนกระดาษ ไม่คุ้มค่า-ไร้ศึกษาผลกระทบ

‘ภคมน’หยัน‘แลนด์บริดจ์’ แค่ความฝันที่ถูกสร้างบนกระดาษ ไม่คุ้มค่า-ไร้ศึกษาผลกระทบ

‘ภคมน’หยัน‘แลนด์บริดจ์’ แค่ความฝันที่ถูกสร้างบนกระดาษ ไม่คุ้มค่า-ไร้ศึกษาผลกระทบ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.44 น.

“ภคมน”หยัน”แลนด์บริดจ์” แค่ความฝันที่ถูกสร้างบนกระดาษ ไม่คุ้มค่า-ไร้ศึกษาผลกระทบ เมิน ปชช.มีส่วนร่วม เชื่อหากเดินหน้าจะซ้ำรอย”EEC”ต่อยอดเอื้อ”นายทุน”

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้าน วาระ 2 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ซึ่งเป็นการพิจารณาในมาตรา 15 งบฯ กระทรวงคมนาคม

โดย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายว่า ในส่วนของงบสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่ง (สนข.) ในโครงการศึกษาคัดเลือกเอกชนลงทุนโครงการเชื่อมอ่าวไทย – อันดามัน หรือ แลนด์บริดจ์ งบประมาณ 15.4 ล้านบาท โครงการนี้เป็นงบผูกพันตั้งแต่ปี 2567 ปรับลดไม่ได้ แต่เมื่อดูเอกสารจาก สนข.ชัดเจนว่าโครงการนี้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์แม้แต่ข้อเดียว ที่บอกว่าเพื่อจัดทำเอกสารและสัญญาคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการฯ พร้อมจัดทำรายงานผลกระทบภาพรวมและร่างกฎหมายจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หากย้อนดูข้อเท็จจริงเราจะพบว่าภาพฝันนี้ไม่ได้ถูกสร้างบนความจริงทางเศรษฐกิจเลย แต่ถูกสร้างบนกระดาษและประชาสัมพันธ์ซ้ำๆ ในขณะที่รายงานการศึกษาของหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานก็ยืนยันว่าโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่า แม้แต่รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ก็ให้ความชัดเจนเรื่องความคุ้มค่าในการลงทุนไม่ได้ ขณะเดียวกันที่ผ่านมานายกฯ 2 คน เดินทางไปโรดโชว์ต่างประเทศ บอกได้อย่างเดียวว่านักลงทุนสนใจ แต่ไม่มีอย่างอื่น

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า การสร้างโครงการนี้มีการละเลยศึกษาผลกระทบ หรือไม่ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งสภาพความเป็นจริงกับวัตถุประสงค์ของโครงการไปคนละทาง ยังไม่นับว่ารัฐบาลกำลังเร่งวางหมากใหญ่ และมีอำนาจมากกว่านั่นคือร่างกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ถ้ากฎหมายนี้ลุล่วงจะครอบคลุมทั้งแลนด์บริดจ์ โครงการก่อสร้างพื้นฐานอื่นๆ ในภาคใต้ เป็นกลไกลรวบอำนาจ หร้อมตั้งกรรมการพิเศษ และยกเว้นกฎหมายอย่างน้อย 16 ฉบับ เห็นอย่างนี้แล้ว SEC ไม่ใช่เครื่องมือการพัฒนา แต่คือเครื่องมือการตัดตอนและตัดเสียงทักท้วง ปิดประตูการมีส่วนร่วมของประชาชน

“ขอถามตรงๆ ว่า วันนี้ SEC หรือ แลนด์บริดจ์ มีหลักฐานเชิงประจักษ์ยืนยันความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจแล้วหรือไม่ เผยแพร่ผลการศึกษาต่อสาธารณะ รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนแล้วหรือยัง และถ้าความคุ้มค่าทางสิ่งแวดล้อมยังไม่ชัด แล้วรัฐบาลยังจะดันทุรังเดินหน้าต่ออีกหรือ เพราะเรามีบทเรียนจากเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) พิสูจน์แล้วสิ่งที่โฆษณากับความเป็นจริงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม ดิฉันไม่ได้จะขวางการพัฒนาในภาคใต้ เพราะดิฉันเป็นคนใต้ ก็อยากเห็นการพัฒนา แต่การพัฒนาไม่ว่าภาคไหนๆ ท่านต้องมองเห็นโอกาสของประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน อย่างใช้คนในพื้นที่เป็นเพียงต้นทุนเพื่อต่อยอดให้กับนายทุนที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่ เพราะถ้ารัฐบาลยังมองว่า SEC คือโอกาส แต่เลือกใช้วิธีการเหมือน EEC ก็ผิดตั้งแต่คิด วันนี้เงิน 15 ล้านบาท ที่เตรียมศึกษาไม่มีทางเกิดขึ้นจริงเลย จะเกาให้หนังถลอกทั้งตัวก็ไม่หายคัน เพราะปัญหาโครงการแลนด์บริดจ์ไม่คุ้มค่าแก่การลงทุน” น.ส.ภคมน กล่าว

ชิ่งอีกหนึ่ง! ‘กรพด’อ้างเข้าใจผิด ร่วมสังฆกรรมลงชื่อปมถอดถอน‘136 สว.’

ชิ่งอีกหนึ่ง! ‘กรพด’อ้างเข้าใจผิด ร่วมสังฆกรรมลงชื่อปมถอดถอน‘136 สว.’

ชิ่งอีกหนึ่ง! ‘กรพด’อ้างเข้าใจผิด ร่วมสังฆกรรมลงชื่อปมถอดถอน‘136 สว.’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.02 น.

ชิ่งอีกหนึ่ง! “กรพด”อ้างเข้าใจผิด ร่วมสังฆกรรมลงชื่อชง”ปธ.วุฒิฯ” ชงศาลถอดถอน”136 สว.” แจงมีเพื่อนสมาชิกมาชักชวนจนเข้าใจผิด คิดว่าแค่ชะลอเลือกองค์กรอิสระ สุดท้ายโดนบิด เพื่อนคนนั้นไม่ร่วมลงชื่อด้วย ยันไม่ได้ถูกข่มขู่

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา ว่าที่ พ.ต.กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงชี้แจงกรณีมี สว.จำนวนหนึ่ง ได้เข้าชื่อต่อประธานวุฒิสภาขอให้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพของ สว. 136 คน สิ้นสุดลงหรือไม่ จากคดีฮั้ว สว.ว่า ตนเองได้รับการชักชวนจาก สว.กลุ่มหนึ่ง โดยได้รับคำอธิบายวัตถุประสงค์ ของการดำเนินการครั้งนี้ว่า ประเด็นที่ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ คือไม่ต้องการให้ สว. 136 คน ทำหน้าที่เลือกผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ซึ่งเป็นการใช้อำนาจของวุฒิสภา และเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสรรหา และแต่งตั้ง ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเฉพาะกรณีนี้เท่านั้น

“ขอเรียนว่า การอยู่ร่วมกัน ทั้งในสังคมทั่วไปและในสภาฯ ย่อมเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ทุกคนต้องมีเพื่อน ตัวผมก็เช่นกัน เมื่อได้รับคำอธิบายจากผู้ที่ผมคิดว่าเป็นเพื่อน เช่นนั้นจึงมีใจเอนเอียงที่จะช่วย เพราะโดยส่วนตัวแล้วผมเห็นว่า การทำหน้าที่เลือกผู้ดำรงตำแหน่ง ในองค์กรอิสระ อาจดูเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน กระผมจึงได้ลงชื่อใน เอกสารดังกล่าว เป็นลำดับที่ 17” ว่าที่ พ.ต.กรพด กล่าว

ว่าที่ พ.ต.กรพด กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านั้นได้รับคำอธิบายวัตถุประสงค์ของการเข้าชื่อมาบ้างแล้วว่า มีความประสงค์จะให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเป็นการเฉพาะกรณี ดังนั้น จึงเข้าใจว่า ความในเอกสารดังกล่าว จะเป็นถ้อยคำที่มีความหมายเดียวกัน ประกอบกับมีกิจธุระจำเป็นเร่งด่วน จึงได้ลงนามท้ายเอกสารด้วยความเร่งรีบ โดยมิได้อ่านข้อความในตอนต้นของเอกสาร หลังจากนั้นจึงรีบเดินทางไปจัดการกิจธุระ และได้ทราบในภายหลังว่า ความในเอกสารนั้นมิได้ตรงกับคำอธิบายที่เคยได้รับก่อนหน้านั้น และผู้ที่ชักชวนให้ร่วมลงชื่อ กลับมิได้ลงชื่อตนเอง ในเอกสารดังกล่าว

“ด้วยเหตุนี้ ผมต้องกราบขออภัยพี่น้องสื่อมวลชน ที่เข้าไปมีส่วนกับเรื่องนี้ ผมจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีก ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมมีความตั้งใจและจริงจังในการทำหน้าที่สมาชิกวุฒิสภาอย่างเต็มที่ ตามกำลังความสามารถ ในท้ายที่สุดนี้ ผมขอยืนยันว่า จะทำหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา ด้วยความระมัดระวัง และรอบคอบมากยิ่งขึ้น และขอเรียนสื่อมวลชนทุกท่านว่า ผมไม่เห็นด้วยกับกระบวนการล่ารายชื่อ ซึ่งอาศัยความไว้วางใจเป็นเครื่องมือ ยืนยันว่า ไม่ได้ถูกข่มขู่ให้ถอนชื่อแต่อย่างใด เป็นการเข้าใจผิดตั้งแต่ต้น จึงขอถอนชื่อตนเองออกจากคำร้อง” ว่าที่ พ.ต.กรพด กล่าว