กลาโหม แจง ทภ.2 ขอบริจาคลวดหนามหีบเพลง เพื่อป้องอธิปไตย-ทหาร ได้ทันท่วงที

กลาโหม แจง ทภ.2 ขอบริจาคลวดหนามหีบเพลง เพื่อป้องอธิปไตย-ทหาร ได้ทันท่วงที

กลาโหม แจง ทภ.2 ขอบริจาคลวดหนามหีบเพลง เพื่อป้องอธิปไตย-ทหาร ได้ทันท่วงที

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.14 น.

กลาโหม แจง ทภ.2 ขอบริจาคลวดหนามหีบเพลง เตรียมความพร้อมหน้างาน  ปกป้องอธิปไตย-กำลังพล ได้ทันท่วงที

วันที่ 13 สิงหาคม 2568 ที่กระทรวงกลาโหม พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณีที่กองทัพภาคที่ 2 ได้โพสต์ในช่องทางสื่อสาร (Facebook) เพื่อขอรับการสนับสนุนลวดหนามหีบเพลง สำหรับใช้ประโยชน์ในการป้องกันอธิปไตยของไทย นั้น มีรายละเอียดโดยสรุป คือ

1. การโพสต์ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 12 ส.ค.68 (เวลา 1700 น.) มีใจความสำคัญ ว่า กองทัพภาคที่ 2 ขอรับการสนับสนุนลวดหนามหีบเพลงจำนวนมาก เพื่อใช้ประโยชน์ในการป้องกันอธิปไตยของไทย จากผู้ที่มีความประสงค์-มีศักยภาพ โดยสามารถติดต่อโดยตรงกับฝ่ายกิจการพลเรือน กองกำลังสุรนารี

2. การโพสต์ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 13 ส.ค.68 (เวลา 11.54 น.) กองทัพภาคที่ 2 ให้ข้อมูลเพิ่มเติม 2.1 ย้ำความสำคัญของลวดหนามหีบเพลง ในการลดความเสี่ยงต่อชีวิต-ความปลอดภัยของกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดน และประชาชน รวมทั้งการป้องกันอธิปไตยของชาติ และ 2.2 ความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดหาในเวลาจำกัดและในจำนวนมาก ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันลวดหนามฯ ดังกล่าว ในท้องถิ่นเริ่มหายาก-ขาดแคลน

พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวอีกว่า จากการได้พูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทราบว่าเป็นความพยายามเฉพาะหน้า ทั้งในเชิงปริมาณและเวลาดังกล่าว เพื่อให้ได้มาซึ่งลวดหนามหีบเพลง สร้างความพร้อมและสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงของประเทศได้ อย่างทันท่วงที 

ทั้งนี้ กองทัพมีความรับผิดชอบในการปกป้องอธิปไตยและผืนแผ่นดินไทย ซึ่งการใช้รั้วลวดหนามชนิดต่างๆ เป็นกลไกหนึ่งที่มีความสำคัญต่อระบบการเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนและการรักษาความปลอดภัย ที่มั่นและกำลังพลทหารของเรา ร่วมกับเทคโนโลยีอื่นๆ เสริมการจัดยามรักษาการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เช่น การติดตั้งระบบเรดาร์เฝ้าตรวจภาคพื้นดิน หรือการใช้กล้องวงจรปิด เป็นต้น ซึ่งจะต้องพิจารณาลงทุนเพิ่มเติมอย่างเหมาะสมต่อไปในอนาคต

“ไม่ได้มีประเด็นในเรื่องของการขาดแคลนงบประมาณแต่อย่างใด น่าจะเป็นเพียงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน โดยรัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอ และเตรียมงบกลาง สำหรับแก้ปัญหาฉุกเฉิน-จำเป็นของชาติ พร้อมให้การสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ของกองทัพอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งปัจจุบันกองทัพกำลังรวบรวมความต้องการจัดหายุทโธปกรณ์-สิ่งอุปกรณ์ต่างๆ จากทุกเหล่าทัพ เพื่อทดแทนและเสริมขีดความสามารถให้กองทัพของเรามีศักยภาพสูง และคงความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่อยู่เสมอ โดยกระทรวงกลาโหมจะเร่งรัดดำเนินการจัดหาและส่งให้ถึงหน่วยได้ใช้งานต่อไปโดยเร็ว” โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว

ในนามของกระทรวงกลาโหม ขอขอบคุณและขอชื่นชมธารน้ำใจจาก พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ที่ได้แสดงออกถึงความรักชาติ และมีส่วนร่วมในการสนับสนุนกองทัพของเราตลอดมา โดยเฉพาะในยามที่มีสถานการณ์ไม่ปกติ ชาวไทยมักร่วมแรง ร่วมใจกัน 

‘อิ๊งค์’หลบลงชั้นใต้ดินรัฐสภา หลังศาลรธน.นัดชี้ชะตาปมคลิปเสียง‘อังเคิลฮุน’ 29 ส.ค.นี้

‘อิ๊งค์’หลบลงชั้นใต้ดินรัฐสภา หลังศาลรธน.นัดชี้ชะตาปมคลิปเสียง‘อังเคิลฮุน’ 29 ส.ค.นี้

‘อิ๊งค์’หลบลงชั้นใต้ดินรัฐสภา หลังศาลรธน.นัดชี้ชะตาปมคลิปเสียง‘อังเคิลฮุน’ 29 ส.ค.นี้

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.42 น.

‘อิ๊งค์’ชิ่งสื่อหลบลงชั้นใต้ดินรัฐสภา หลังศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ชะตาปมคลิปเสียง‘อังเคิลฮุน’ 29 ส.ค.นี้

13 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม ตลอดทั้งวันได้อยู่ที่ห้องรับรองรัฐสภา เพื่อติดตามและให้กำลังใจ สส. ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระ 2 และวาระ 3 วันแรก

ก่อนที่เวลา 16.00 น. น.ส.แพทองธาร เดินทางออกจากอาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นเวลาไล่เลี่ยกับที่ศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่เอกสารข่าวผลการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประจำสัปดาห์ นัดฟังคำวินิจฉัยคดีคลิปเสียงการสนทนาของนายกฯกับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในวันที่ 29 ส.ค.นี้

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า น.ส.แพทองธาร ได้เดินทางออกจากอาคารรัฐสภา โดยให้รถไปรับที่ชั้นใต้ดิน ไม่ได้ใช้ประตูด้านหน้าอาคาร ซึ่งเป็นจุดดักรอสัมภาษณ์ของผู้สื่อข่าว ขณะที่ในวันที่ 14 ส.ค. น.ส.แพทองธาร จะเดินทางเข้าสภาเพื่อติดตามและให้กำลังใจ สส. ในการพิจารณาร่างฯงบ69 ด้วย

#แฟ้มภาพ

‘สง่า พรมเมือง’พรรคเพื่อไทย ประเดิมสมัครเลือกตั้งซ่อม‘สส.เชียงราย’เขต 7 แทน‘พิเชษฐ์’

‘สง่า พรมเมือง’พรรคเพื่อไทย ประเดิมสมัครเลือกตั้งซ่อม‘สส.เชียงราย’เขต 7 แทน‘พิเชษฐ์’

‘สง่า พรมเมือง’พรรคเพื่อไทย ประเดิมสมัครเลือกตั้งซ่อม‘สส.เชียงราย’เขต 7 แทน‘พิเชษฐ์’

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.26 น.

‘สง่า พรมเมือง’พรรคเพื่อไทย ประเดิมสมัครเลือกตั้งซ่อม‘สส.เชียงราย’เขต 7 แทน‘พิเชษฐ์’

13 สิงหาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.) แจ้งว่า ด้วยได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 7 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2568 และคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 7 แทนตำแหน่งที่ว่าง ประกอบด้วย อำเภอแม่จัน (เฉพาะตำบลจันจว้า และตำบลจันจว้าใต้) อำเภอเชียงแสน อำเภอดอยหลวง อำเภอเชียงของ (เฉพาะตำบลครึ่ง ตำบลศรีดอนชัย ตำบลริมโขง ตำบลเวียง ตำบลสถาน และตำบลห้วยซ้อ) และอำเภอเวียงแก่น ในวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. และกำหนดให้วันที่ 13  -17 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. เป็นวันสมัครรับเลือกตั้ง ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

วันที่ 13 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นวันแรกของการรับสมัคร มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 7 แทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน 1 คน ได้แก่ นายสง่า พรมเมือง

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอประชาสัมพันธ์ เชิญชวนผู้ที่มีความประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งเป็นสส.เชียงราย เขตเลือกตั้งที่ 7 เตรียมเอกสารหลักฐานการสมัครและค่าธรรมเนียมการสมัคร จำนวน 10,000 บาท โดยสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – ถึงวันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และสามารถติดตามหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง http://www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชียงราย โทรศัพท์ 0 5317 7362 – 4 หรือบริการสายด่วน 1444

‘ศาลรธน.’สั่งพยานคำร้อง‘ภูมิธรรม-ทวี’แทรกแซง DSI ยุ่ง‘ฮั้วเลือกสว.’ แจงเพิ่มใน 15 วัน

‘ศาลรธน.’สั่งพยานคำร้อง‘ภูมิธรรม-ทวี’แทรกแซง DSI ยุ่ง‘ฮั้วเลือกสว.’ แจงเพิ่มใน 15 วัน

‘ศาลรธน.’สั่งพยานคำร้อง‘ภูมิธรรม-ทวี’แทรกแซง DSI ยุ่ง‘ฮั้วเลือกสว.’ แจงเพิ่มใน 15 วัน

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.59 น.

‘ศาลรัฐธรรมนูญ’สั่งพยานบุคคลคำร้อง‘ภูมิธรรม-ทวี’แทรกแซง DSI ยุ่ง‘ฮั้วเลือกสว.’ แจงเพิ่มใน 15 วัน พร้อมเรียกพยานเอกสาร

13 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการพิจารณาคำร้องที่ ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สิ้นสุดลง เฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ 

กรณีผู้ถูกร้องทั้งสองมีมติให้การกระทำความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ ตามพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง (2) เป็นการแทรกแซงหรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของกกต.โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็น ฝ่ายนิติบัญญัติ ขัดต่อหลักการแบ่งแยกอำนาจและฝ่าฝืนหลักนิติธรรม จึงถือได้ว่าผู้ถูกร้องทั้งสองไม่มี ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม อย่างร้ายแรง

ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่า ให้เรียกพยานบุคคลและ พยานเอกสาร โดยให้พยานบุคคลที่เกี่ยวข้องเสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นเป็นหนังสือตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดและจัดส่งข้อมูลพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมรับรองความถูกต้อง ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป

วงโยธวาทิต รร.สาธิตเกษตรฯ โชว์ศักยภาพ..เข้าร่วมแสดงดนตรี ‘Jeju International Wind Ensemble Festival 2025’

วงโยธวาทิต รร.สาธิตเกษตรฯ โชว์ศักยภาพ..เข้าร่วมแสดงดนตรี ‘Jeju International Wind Ensemble Festival 2025’

วงโยธวาทิต รร.สาธิตเกษตรฯ โชว์ศักยภาพ..เข้าร่วมแสดงดนตรี ‘Jeju International Wind Ensemble Festival 2025’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผศ.อรวรรณ คูหเพ็ญแสง รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียน โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำคณะนักเรียนนักดนตรีวงโยธวาทิตโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นวงโยธวาทิตตัวแทนประเทศไทย โดย สมาคมวงโยธวาทิตแห่งประเทศไทย เข้าร่วมเทศกาลวงโยธวาทิตนานาชาติ ประเทศเกาหลีใต้ ประจำปี 2568 “Jeju International Wind Ensemble Festival 2025” ระหว่างวันที่ 9-17 สิงหาคม 2568 ณ เมืองเจจู ประเทศเกาหลีใต้ ตามคำเชิญของผู้จัดงาน โดยมี อาจารย์วิษณุ โห้ไทย เป็นอาจารย์ผู้ควบคุมวง ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพทางการแสดงดนตรี สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตและเครือข่ายพันธมิตรทางดนตรี

ทั้งนี้ วงโยธวาทิตโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดวงโยธวาทิตโลก ชิงถ้วยพระราชทานฯ แห่งประเทศไทย ประจำปี 2568 Thailand World Music Championships 2024 ในประเภท Modern Concert Band – MCB Division 3 ซึ่งจัดขึ้นที่ จ.ศรีสะเกษ จึงได้รับสิทธิ์ในการแต่งตั้งให้เป็น “ตัวแทนประเทศไทย” เข้าร่วมกิจกรรมวงโยธวาทิตในต่างประเทศอย่างถูกต้องและเป็นไปตามประกาศสมาคมฯ เลขที่ สวยท. ปศ. 65/3 – ข้อกำหนดการรับรองวงโยธวาทิตในนามตัวแทนประเทศไทย ดูรายละเอียดได้ที่ https://mbat.or.th/announcement  , ประกาศราชกิจจานุเบกษา (ข้อ 4.7) https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/17179845.pdf

บานสะพรั่ง ‘วัดร่องขุ่น’ ชมเสน่ห์ ‘ดอกปทุมมา’ แปรรูป-เพิ่มมูลค่าไม้ดอก ‘งามเฉิดฉัน ในแดนศิลป์’

บานสะพรั่ง ‘วัดร่องขุ่น’ ชมเสน่ห์ ‘ดอกปทุมมา’ แปรรูป-เพิ่มมูลค่าไม้ดอก ‘งามเฉิดฉัน ในแดนศิลป์’

บานสะพรั่ง ‘วัดร่องขุ่น’ ชมเสน่ห์ ‘ดอกปทุมมา’ แปรรูป-เพิ่มมูลค่าไม้ดอก ‘งามเฉิดฉัน ในแดนศิลป์’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.ประทีป วงศ์บัณฑิต  นักบริหารพิเศษ  สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  กล่าวรายงานการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ ปทุมมา ผกาสวรรค์ งามเฉิดฉัน ในแดนศิลป์ ผลงานการเพิ่มมูลค่าไม้ดอกไม้ประดับด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม  โดยได้รับเกียรติจาก นางสุภาพร  โชคเฉลิมวงศ์  ผู้อำนวยการ กองบริหารทุนวิจัยและนวัตกรรม 1 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นายเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์  ผู้ก่อตั้งวัดร่องขุน และ ดร.อนันต์  พิริยะภัทรกิจ  นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ (ศนก.) เข้าร่วมกิจกรรมและจัดแสดงผลงาน ณ วัดร่องขุ่น อ.เมือง จ.เชียงราย  

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าว  วว. ร่วมกับ วช. ผ่านการดำเนินงานโดยศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ และภาคีเครือข่ายวัดร่องขุ่น กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-17 สิงหาคม 2568 ณ วัดร่องขุน เนื่องในเทศกาลวันแม่ ภายในงานจัดแสดงความสวยงามของ ดอกปทุมมา” และการนำไปใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ทั้งการประดับตกแต่ง การใช้ประโยชน์ด้านสมุนไพร การแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับไม้ดอกไม้ประดับของไทยให้ยั่งยืน

ทั้งนี้ ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ มีกรอบโครงการวิจัยที่สำคัญ ได้แก่ การวิจัยเพื่อการผลิต การวิจัยเพื่อการส่งออก การวิจัยหลังการเก็บเกี่ยว การวิจัยเทคโนโลยี การวิจัยในท้องถิ่น และการวางแผนการตลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและพัฒนาตลาดไม้ดอกไม้ประดับมูลค่าสูงภายในประเทศและต่างประเทศอย่างมีมาตรฐาน รวมถึงการสร้างความเข้มแข็งในการผลิตและการตลาดอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรม

ชวนเยาวชนถอดรหัส ‘Triple R’ กับนิทรรศการ ​‘Mission for Change’ ฐานบัญชาการลับแห่งอนาคต

ชวนเยาวชนถอดรหัส ‘Triple R’ กับนิทรรศการ ​‘Mission for Change’ ฐานบัญชาการลับแห่งอนาคต

ชวนเยาวชนถอดรหัส ‘Triple R’ กับนิทรรศการ ​‘Mission for Change’ ฐานบัญชาการลับแห่งอนาคต

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group เปิดนิทรรศการ นวัตกรรมวิทย์ พลิกโลก ตอน EGCO Base : Mission for Change ฐานบัญชาการลับแห่งอนาคต” ในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยมี นายสมเกียรติ สุทธิวานิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบัญชีและการเงิน EGCO Group พร้อมด้วย นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รองผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) รักษาการแทนผู้อำนวยการ และ ดร.พีรนุช กัณหดิลก ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์แห่งชาติ อพวช. เป็นประธานเปิดนิทรรศการฯ 

นายสมเกียรติ สุทธิวานิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบัญชีและการเงิน EGCO Group กล่าวว่า EGCO Group จะใช้นิทรรศการฯ นี้เป็นเสมือน ฐานบัญชาการลับแห่งอนาคต” ที่ช่วยจุดประกายแรงบันดาลใจและส่งเสริมศักยภาพของเยาวชนให้เติบโตไปเป็นพลเมืองโลก ที่สามารถพัฒนานวัตกรรมและใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ช่วยยับยั้งและแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“EGCO Group ขอเชิญชวนเยาวชนและผู้สนใจมาบุกฐานลับในบูธนิทรรศการฯ ของ EGCO Group ภายในมหกรรมวิทย์ฯ แห่งชาติ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 17 สิงหาคม 2568 แล้วสนุกไปกับกิจกรรมการเรียนรู้และจุดประกายแรงบันดาลใจด้านนวัตกรรมและวิทยาศาสตร์ตามแนวคิด “Triple R” ได้แก่ Refuse ปฏิเสธหรือยุติการทำลายความสมบูรณ์ทางธรรมชาติตั้งแต่ต้นทาง Refill ฟื้นฟูและเติมความสมบูรณ์ทางธรรมชาติให้ฟื้นคืนโดยเร็ว และ Reverse สร้างผลกระทบในเชิงย้อนทางจากลบสู่บวก โดยหวังผลเชิงบวกให้โลกฟื้นคืนสมดุลสู่ความสมบูรณ์ เพื่อร่วมกันเป็น “Re-Gen Hero” ที่ช่วยพลิกฟื้น คืนสมดุลโลก (Regenerative) ให้ดีขึ้นกว่าเดิมนายสมเกียรติ กล่าว

ด้าน ..พินทุ์สุดา เปี่ยมปิติ ผู้จัดการส่วนกิจกรรมองค์กรและสังคม ฝ่ายสื่อสารองค์กร EGCO Group กล่าวว่า นิทรรศการดังกล่าว แบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ดังนี้ โซนที่ 1 EGCO Base Mission ฐานลับเปลี่ยนโลก : เข้าสู่ฐานบัญชาการลับและเดินทางข้ามมิติเวลาไปถอดรหัส “Triple R” ผ่านภาพยนตร์ 4 มิติ โซนที่ 2 EGCO Regenerative ภารกิจค้นหานวัตกรรม : ออกตามหานวัตกรรมที่ช่วยพลิกฟื้นโลกแบบ Regenerative จากประเทศไทยและทั่วโลก และ โซนที่ 3 EGCO Act Now or Never ! เปลี่ยนโลกด้วยตัวเรา : แปลงร่างเป็นนวัตกรน้อย “Re-GenHero” ด้วยเทคโนโลยี AI พร้อมร่วมแชร์ไอเดียและนวัตกรรมเปลี่ยนโลก โดย EGCO Group จะรวบรวมความคิดและไอเดียสร้างสรรค์ของผู้เยี่ยมชมนิทรรศการฯ ส่งต่อไปที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะผู้กำหนดนโยบายในอนาคตด้วย

ทั้งนี้ หลังจบมหกรรมวิทย์ฯ’68 EGCO Group จะนำนิทรรศการ “นวัตกรรมวิทย์ พลิกโลก ตอน EGCO Base : Mission for Change ฐานบัญชาการลับแห่งอนาคต” ไปจัดแสดงต่อที่ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2568 ต่อเนื่องถึงวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 (10 มกราคม 2569) เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจและเสริมสร้างศักยภาพด้านนวัตกรรมและการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกให้เยาวชนในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป โดยผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก Khanom Learning Center(www.facebook.com/khanomlearningcenter)

ม.นครพนม จัดกิจกรรม ‘รับขวัญน้องใหม่’ สานสัมพันธ์รุ่นพี่-รุ่นน้อง

ม.นครพนม จัดกิจกรรม ‘รับขวัญน้องใหม่’ สานสัมพันธ์รุ่นพี่-รุ่นน้อง

ม.นครพนม จัดกิจกรรม ‘รับขวัญน้องใหม่’ สานสัมพันธ์รุ่นพี่-รุ่นน้อง

วันพฤหัสบดี ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สาขาวิชาประมง คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม จัดกิจกรรมรับขวัญนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2568 อย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดยมีนักศึกษารุ่นพี่ และคณาจารย์ร่วมกันต้อนรับน้องใหม่ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักศึกษารุ่นพี่กับรุ่นน้อง รวมถึงเสริมสร้างความรัก ความผูกพันต่อสถาบันและความสามัคคีในหมู่คณะ โดยมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การทำกิจกรรมฐานสร้างความสัมพันธ์ การแนะนำมหาวิทยาลัย แนะนำคณาจารย์ บุคลากร และการให้ความรู้เรื่องการปฏิบัติตนในสถานศึกษา ตลอดจนการปลูกฝังจิตสำนึกรักและหวงแหนสถาบัน

และหนึ่งในไฮไลต์ คือ กิจกรรม รุ่นพี่พารุ่นน้องจับปลา” ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงหน้าฝน เพราะมีน้ำท่วมขังบริเวณใกล้แปลงเกษตร โดยอาศัยสภาพพื้นที่ดังกล่าวทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้นักศึกษาใหม่ได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง พร้อมสร้างความสนุกสนาน และประสบการณ์ร่วมกันระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง

นอกจากนี้ยังมีพิธี ผูกแขนบายศรี รับขวัญน้องใหม่ในอ้อมกอดของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งความซาบซึ้งที่รุ่นพี่ คณาจารย์ และรุ่นน้องได้ร่วมแสดงความยินดีและความอบอุ่นใจ พร้อมร่วมรับประทานอาหารร่วมกันในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

อาจารย์จิราวรรณ คำธร อาจารย์ประจำสาขาวิชาประมง เปิดเผยว่า กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในวิธีสร้างความเข้มแข็งของชุมชนการเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษา ทั้งยังช่วยให้นักศึกษาเกิดความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวสาขาวิชาประมง และของมหาวิทยาลัยนครพนมโดยรวม

นักศึกษาที่จบการศึกษาจากสาขาวิชาประมง ส่วนใหญ่มีงานรองรับอย่างต่อเนื่อง ทั้งในหน่วยงานราชการ เช่น กรมประมง บริษัทเอกชนในเครือ CP ตลอดจนการประกอบอาชีพอิสระ รวมถึงเป็นครูในสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา อาจารย์จิราวรรณ กล่าว

กิจกรรมรับน้องในครั้งนี้ ไม่เพียงสร้างความประทับใจให้แก่นักศึกษาใหม่ แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของคณะในการดูแล ส่งเสริม และพัฒนานักศึกษาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านวิชาการและด้านจิตใจ พร้อมสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่คงอยู่ยาวนานในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้อีกด้วย

รัฐมนตรีสุชาติเอาจริง! ส่งมหานิยม ผู้ช่วยรัฐมนตรี หนุนวัดใหม่ยายแป้นนำร่องอบรมบัญชีวัด

รัฐมนตรีสุชาติเอาจริง! ส่งมหานิยม ผู้ช่วยรัฐมนตรี หนุนวัดใหม่ยายแป้นนำร่องอบรมบัญชีวัด

รัฐมนตรีสุชาติเอาจริง! ส่งมหานิยม ผู้ช่วยรัฐมนตรี หนุนวัดใหม่ยายแป้นนำร่องอบรมบัญชีวัด

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.14 น.

เพื่อให้เกิดความเข้าใจอันดีในระบบการบริหารจัดการการเงินวัดที่กำลังเป็นประเด็นร้อน นายสุชาติ ตันเจริญ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญและเน้นย้ำให้ทำให้เร็ว ส่ง ดร.นิยม เวชกามา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หนุนเสริมการอบรมวัดทำบัญชีอย่างเป็นระบบนำร่องวัดในเขตบางกอกน้อย โดยวัดใหม่ยายแป้นเป็นแม่งานหลัก

ดร.นิยม เวชกามา “ดร.มหานิยม”ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรวุฒิบัตร การจัดการบัญชีวัดอย่างมีมาตรฐาน กล่าวว่า “เป็นที่น่ายินดีที่ได้เห็นวัดใหม่ยายแป้น โดยการนำของท่านพระเมธีวัชรบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดใหม่ยายแป้น คิดริเริ่มและลงมือทำอย่างรวดเร็ว ตอบสนองนโยบายท่านรัฐมนตรีสุชาติ ตันเจริญ ที่ต้องการเสริมองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการบัญชีที่ถูกต้องให้กับวัดต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้ความรู้ไม่ใช่แค่พระ แต่ต้องรวมถึงญาติโยมที่มาช่วยงานวัดเช่นไวยาวัจกร เพราะพระหลายๆ วัด เจ้าอาวาสท่านอาวุโส อาจไม่ถนัดงานบริหารจัดการการเงิน ซึ่งต้องมีไวยาวัจกรหรือพระหนุ่มๆ มาช่วยกันดูแลงานด้านการเงินให้กับวัด โดยเรามุ่งเน้นการแก้ปัญหา ดูแลและพัฒนาให้ความรู้ควบคู่กันไป ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายงานพระพุทธศาสนา คือทำให้ไว ทำให้ครอบคลุม อย่าเพิ่งมองว่าพระเป็นปัญหา แต่ต้องมองว่าอะไรคือต้นเหตุแห่งปัญหา แล้วมาแสวงหาแนวทางแก้ไข ปรับปรุง แต่ทุกอย่างท่านรัฐมนตรีเน้นย้ำเสมอว่าให้ทำให้ไว ให้เร็ว การที่ท่านพระเมธีวัชรบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดใหม่ยายแป้น จัดกิจกรรมการอบรมการทำบัญชีให้กับวัดในครั้งนี้จึงนับว่าท่านเร็ว ท่านตอบสนองานส่งเสริมพระพุทธศาสนา ต้องชื่นชมท่านและเป็นกำลังใจให้พระดีดี ซึ่งเรามีพระดีดีมากมายต้องมาช่วยกันส่งเสริมพระดีดีกันครับ”

พระเมธีวัชรบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดใหม่ยายแป้น กล่าวว่า “การฝึกอบรมหลักสูตรวุฒิบัตร การจัดการบัญชีวัดอย่างมีมาตรฐานตามมติมหาเถรสมาคม ให้กับ พระสังฆาธิการ พระภิกษุ ไวยาวัจกร ในเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โดยคณะสงฆ์เขตบางกอกน้อย ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยพระพิมลภาวนาพิธาน เจ้าคณะเขตบางกอกน้อย จะเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และท่านมหานิยม ดร.นิยม เวชกามา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสุชาติ ตันเจริญ) ให้เกียรติมาเป็นประธานฝ่ายฆารวาสด้วยตัวเอง แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลเองให้ความสำคัญอย่างมากต่อการดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน รวมถึงทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็ให้ความสนับสนุนร่วมมือย่างดี มีท่านบุญเชิด กิตติธรางกูร รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มาร่วมบรรยาย พร้อมด้วยคุณจุไรลักษณ์ จันทสีหราช ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาระบบการบริหารจัดการทรัพย์สินและการบัญชีของวัด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มาร่วมเป็นวิทยากร อาตมาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การอบรมการจัดการบัญชีวัดอย่างมีมาตรฐานตามมติมหาเถรสมาคมในครั้งนี้ จะทำให้พระภิกษุสงฆ์ ไวยาวัจกร รู้จักทำบัญชีวัดให้ถูกต้อง รู้จักวิธีการจัดทะเบียนทรัพย์สินของวัด รวมทั้งรู้จักวิธีการควบคุมภายในการจัดการตู้บริจาค และทั้งหวังว่า หลักสูตรนี้จะนำมาซึ่งความโปร่งใส เลื่อมใส และใส่ใจพระพุทธศาสนาหลักสูตร อย่างยั่งยืนในหมู่ชาวพุทธในประเทศไทย โดยอาตมามีแผนในการจัดอบรมอย่างนี้ใน 4 ภูมิภาคให้ครอบคลุมวัดทั่วประเทศต่อไป”

หลักสูตรวุฒิบัตร การจัดการบัญชีวัดอย่างมีมาตรฐานตามมติมหาเถรสมาคม (มส.) เพื่อให้รู้จักการทำบัญชีวัดอย่างถูกต้อง รู้จักวิธีการจัดทำทะเบียนทรัพย์สินของวัด รู้จักวิธีการควบคุมภายในการจัดการตู้บริจาค

โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมการอบรมในครั้งนี้ยังมี คุณนิภาภรณ์ เวชกามา เลขานุการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , คุณรัชพล สุวรรณโชติ คณะทำงานผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และพระภิกษุจากวัดต่างๆ กว่า 125 รูป/คน เช่น วัดปากน้ำภาษีเจริญ วัดระฆังโฆษิตาราม วัดสุวรรณาราม วัดสุนทรธรรมทาน วัดภาณุรังสี กรุงเทพฯ วัดอริยวงศาราม ราชบุรี วัดปู่เจ้า สุพรรณบุรี วัดป่าลานโพธิ์ สุรินทร์ วัดปัญญานันทาราม ปทุมธานี วัดวิเวกภูนางำ ขอนแก่น  เป็นต้น

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ปั้นบัณฑิตคุณภาพสู่เวทีโลก ‘นทพ.ชัยกวี’คว้าอันดับ 1 เวทีทันตกรรมเอเชียแปซิฟิก

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ปั้นบัณฑิตคุณภาพสู่เวทีโลก ‘นทพ.ชัยกวี’คว้าอันดับ 1 เวทีทันตกรรมเอเชียแปซิฟิก

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ปั้นบัณฑิตคุณภาพสู่เวทีโลก ‘นทพ.ชัยกวี’คว้าอันดับ 1 เวทีทันตกรรมเอเชียแปซิฟิก

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.13 น.

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ปั้นบัณฑิตคุณภาพสู่เวทีโลก ‘นทพ.ชัยกวี’คว้าอันดับ 1 เวทีทันตกรรมเอเชียแปซิฟิก

มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU) สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติอีกครั้ง ด้วยความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจของ นทพ. ชัยกวี อำทะวงษ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 6 คณะทันตแพทยศาสตร์ ที่สามารถคว้ารางวัล ชนะเลิศอันดับ 1 ในการแข่งขัน Clinical Skill Competition: Wire Bending ในงานประชุมวิชาการ Asia Pacific Dental Students Association (APDSA) Annual Congress 2025 ครั้งที่ 51 ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม

การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 500 คน จาก 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก นับเป็นเวทีที่ท้าทายและสะท้อนถึงศักยภาพทางวิชาการและทักษะปฏิบัติของนักศึกษาทันตแพทย์ในระดับสากล ซึ่ง นทพ.ชัยกวี ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถอันโดดเด่น และความมุ่งมั่นอย่างแท้จริง จนสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งแชมป์ได้สำเร็จ

เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ คือการสนับสนุนจาก มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โดยท่านศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีผู้บริหารที่มุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ได้ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีให้เป็นผู้นำด้านการผลิตบัณฑิตคุณภาพสูง ด้วยแนวทางการศึกษาแบบบูรณาการ ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ จนสามารถผลักดันนักศึกษาให้ไปถึงเวทีระดับนานาชาติได้อย่างภาคภูมิใจ

ท่าน ศ.ดร.บังอร กล่าว “ความสำเร็จของนักศึกษาทันตกรรมในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นความภาคภูมิใจส่วนตัว และยังสะท้อนถึงความมาตรฐานในระบบการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้อย่างแท้จริง”

มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี รศ.ทพ.ทองนารถ คำใจ คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์, ผศ.ดร.ธิติยา มีชัย รองคณบดีและผู้บริหาร คณาจารย์ ชื่นชมลูกศิษย์และขอแสดงความยินดีอย่างยิ่ง และชื่นชมในความตั้งใจของ นทพ.ชัยกวี ที่ได้จุดประกายแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนนักศึกษาในมหาลัยและทั่วประเทศ พร้อมย้ำถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของ BTU ในการพัฒนาเยาวชนไทยให้ “ก้าวไกลสู่เวทีโลก” อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป