อพวช. เปิดตัวหนังสือ ‘วิวิทย์ วิวัฒน์’ ในงานมหกรรมวิทย์ ปี’68

อพวช. เปิดตัวหนังสือ ‘วิวิทย์ วิวัฒน์’ ในงานมหกรรมวิทย์ ปี’68

อพวช. เปิดตัวหนังสือ ‘วิวิทย์ วิวัฒน์’ ในงานมหกรรมวิทย์ ปี’68

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.39 น.

อพวช. เปิดพื้นที่ให้สายวิทย์ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง สะท้อน “วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องแข็งกร้าวและไกลตัว” พร้อมเปิดตัวหนังสือ “วิวิทย์ วิวัฒน์” ในมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2568 ณ เวทีกลาง ชั้น LG ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ กรุงเทพฯ

เมื่อเร็วๆ นี้ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) จัดเสวนา “กล้าถาม กล้าสงสัย จุดเริ่มต้นวิทยาศาสตร์” โดยมี ผศ.ดร.ป๋วย อุ่นใจ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ และผศ.ดร.ภาคภูมิ ทรัพย์สมบูรณ์ ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์การเดินทางในโลกแห่งวิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้นและน่าสนใจ พร้อมเปิดตัวหนังสือประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ “วิวิทย์ วิวัฒน์” ที่สร้างสรรค์เนื้อหาจากนักวิชาการ NSM เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนหันมาสนใจประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ และสร้างแรงบันดาลใจในการศึกษาหาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น ถือเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สู่สาธารณชน สะท้อนเรื่องวิทยาศาสตร์ใกล้ตัวกว่าที่คิด! ภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำปี 2568 ณ เวทีกลาง ชั้น LG ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ กรุงเทพฯ

ผศ.ดร.ป๋วย อุ่นใจ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มาร่วมพูดคุยและเผยมุมมองว่า ความรู้ด้านประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ หากใครได้ศึกษาหรือหามาอ่าน จะรู้ว่าสนุกมาก เพราะเป็นชีวิตจริงของมนุษย์

เช่นเดียวกับ นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ที่เห็นว่า ประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์เติมความเป็นมนุษย์ ซึ่งการมองประวัติศาสตร์ที่ระยะเวลาอันกว้างขึ้นนั้น ทำให้เราเห็นภาพที่ใหญ่ขึ้น เช่น หากวันนี้เรามองเรื่องของพลาสติกไม่ดี น้ำมันไม่ดี ถ้าได้ศึกษาประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์อย่างเข้าใจด้วยแล้ว มุมมองเหล่านี้จะเปลี่ยนไป สิ่งเหล่านี้เคยเกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาอะไรให้มนุษย์มาแล้วบ้าง

ด้าน ผศ.ดร.ภาคภูมิ ทรัพย์สมบูรณ์ ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ยกตัวอย่างประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ที่เปลี่ยนมุมมองของคน ทั้งเรื่องของปลวกกินไม้ กับความเชื่อเรื่องจุลินทรีย์ไม่ดีหรือแม้แต่เรื่องของพลาสติกปัจจุบัน ที่สารตั้งต้นมาจากปิโตรเลียม กลุ่มน้ำมัน แม้ต่อมาจะสร้างปัญหาเรื่องโลกร้อนก็ตาม แต่จริง ๆ ประวัติศาสตร์น้ำมันที่ค้นขุดขึ้นมานั้น มีวัตถุประสงค์แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม เพราะก่อนหน้านั้นการจุดตะเกียงให้แสงสว่างต้องใช้น้ำมันจากไขปลาวาฬ แต่เมื่อมีการขุดน้ำมันขึ้นมาใช้ การล่าปลาวาฬลดลงอย่างเห็นได้ชัด

นางสาวปวิตา ลิขิตเดชาโรจน์ นักวิชาการ NSM หนึ่งในผู้ร่วมเขียนหนังสือ วิวิทย์ วิวัฒน์ ได้เผยถึงเบื้องหลังการจัดทำหนังสือเล่มนี้ว่า เป็นการรวบรวมบทความจำนวน 20 เรื่องจากคอลัมน์ยอดนิยม “Science Timeline” ซึ่งตีพิมพ์อย่างต่อเนื่องในนิตยสาร NSM Science Magazine ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้นำเสนอเรื่องราวพัฒนาการของวิทยาศาสตร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัว เข้าใจง่าย และกระชับ เหมาะสำหรับผู้อ่านทุกวัย โดยเนื้อหาถูกออกแบบให้สอดคล้องกับยุคสมัย ด้วยการใช้ “อินโฟกราฟิก” และ “เส้นเวลา” เพื่อช่วยให้ผู้อ่านสามารถติดตามเรื่องราวได้อย่างสนุกสนาน โดยเนื้อหาถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ วิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิทยาศาสตร์กับชีวิต อากาศและอวกาศ และวัสดุเปลี่ยนแปลงโลก นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวน่าสนใจที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับสังคม เช่น “วันส้วมโลก” ที่สะท้อนความสำคัญของสุขอนามัยในระดับโลก และการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อรับมือกับความท้าทายของมนุษยชาติอีกด้วย

สำหรับผู้สนใจสามารถหาซื้อหนังสือ วิวิทย์ วิวัฒน์ ได้ที่งาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2568” (NST Fair 2025) ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม เป็นต้นไป ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

เปิดภาพ! ‘กองทัพรัฐฉาน’ จุดเทียนถวายพระพร’พระพันปีหลวง’ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

เปิดภาพ! 'กองทัพรัฐฉาน' จุดเทียนถวายพระพร'พระพันปีหลวง' เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

เปิดภาพ! ‘กองทัพรัฐฉาน’ จุดเทียนถวายพระพร’พระพันปีหลวง’ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.06 น.

กองทัพรัฐฉาน ร่วมจุดเทียนถวายพระพร สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๓ พรรษา 

เมื่อวานนี้ 12 สิงหาคม 2568 เวลา 19.00 น. พล.ต. เครือเงิน ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (SSA -S) สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS) และ พ.อ. คำกอนจื้น รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพรัฐฉาน (SSA -S) สภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS) และผู้บัญชาการ กองบัญชาการควบคุมส่วนหน้า ที่ 1 (ผบ.บก.คค.สน.ที่ 1) ดอยก่อวัน รัฐฉาน

ร่วมพิธีวางพานพุ่ม และจุดเทียนถวายพระพร  เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ ๙๓ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ. อาคารโรงเรียนดอยก่อวัน กิ่ง อ.เมืองตูม จ.เมืองสาด รัฐฉาน โดยมีกำลังพล, ประชาชนในพื้นที่, ผู้นำชุมชน, กลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา  เข้าร่วมพิธี

ขอบคุณ : โบราณนานมา

ไทยพีบีเอส ปั้นเยาวชนนักคิดพิชิตข่าวลวง เมล็ดพันธุ์ Fact-Checker ‘รณรงค์รู้เท่าทันข้อมูลเท็จ’

ไทยพีบีเอส ปั้นเยาวชนนักคิดพิชิตข่าวลวง เมล็ดพันธุ์ Fact-Checker 'รณรงค์รู้เท่าทันข้อมูลเท็จ'

ไทยพีบีเอส ปั้นเยาวชนนักคิดพิชิตข่าวลวง เมล็ดพันธุ์ Fact-Checker ‘รณรงค์รู้เท่าทันข้อมูลเท็จ’

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.16 น.

Thai PBS Verify Youth Camp: ปั้นนักคิดพิชิตข่าวลวง Gen 1 บ่มเพาะ 15 ทีมเยาวชนเมล็ดพันธุ์ Fact-Checker อัปสกิลนักล่าความจริง สร้างคอนเทนต์อย่างปลอดภัย ร่วมลุ้นผลประกวดคลิปสั้น “รณรงค์รู้เท่าทันข้อมูลเท็จ” 4 ก.ย.นี้ ชิงทุนการศึกษามูลค่า 30,000 บาท

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดย สำนักสื่อดิจิทัล ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร, โคแฟค (ประเทศไทย) และ TikTok จัดค่ายอบรมเชิงปฏิบัติการ “Thai PBS Verify Youth Camp: ปั้นนักคิดพิชิตข่าวลวง Gen 1” ระหว่างวันที่ 8 – 10 ส.ค. 2568 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี เพื่อพัฒนานักตรวจสอบข้อเท็จจริงรุ่นเยาว์ หรือ Fact-checker ฝึกทักษะ Fact-checking (การตรวจสอบข้อเท็จจริง) รวมถึงทักษะด้านการตัดต่อคลิปฝึกกระบวนการคิดออกไอเดียสุดสร้างสรรค์ให้กับทีมเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 15 ทีม ที่ผ่านการคัดเลือกจาก 86 ทีม จาก 55 โรงเรียน ซึ่งตลอดทั้ง 3 วัน ได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น จากวิทยากรจากหลากหลายวงการ อาทิ คณิศ บุณยพานิช บรรณาธิการบริหารด้านข่าวสืบสวน Thai PBS, กุลพัฒน์ จันทร์ไกรลาส โปรดิวเซอร์ Thai PBS World, รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กทม. เขต 28 พรรคประชาชน, ศิลา พีรวัฑฒึก Content Creator เจ้าของช่อง “พ่อมดติ๊กต๊อก” และ TikTok Expert ฯลฯ

ศ.ดร.วิไลวรรณ จงวิไลเกษม อาจารย์คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ถ่ายทอดความรู้เรียนรู้ภาคทฤษฎีวิธีแยกแยะข่าวปลอมประเภทต่าง ๆ ด้วยเวิร์กชอป Fake Hunter: นักล่าข่าวปลอม โดยแบ่งข่าวปลอมประเภทต่าง ๆ ดังนี้ 1. ข่าวปลอมโดยไม่ตั้งใจ (Misinformation) เป็นข้อมูลเท็จที่เผยแพร่ออกไปโดยไม่มีเจตนาก่ออันตราย 2.ข่าวปลอมแบบตั้งใจ (Disinformation) ข้อมูลเท็จที่เผยแพร่ออกไป โดยมีเจตนาก่ออันตราย เกิดความสับสนในสังคม 3. ข่าวปลอมแบบทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวบุคคล (Malinformation) ข้อมูลที่เป็นข้อมูลเท็จผสมข้อมูลจริง ซึ่งเผยแพร่โดยมุ่งให้เกิดความเสียหายส่วนบุคคล

พรสุรีย์ เฑียรบุญเลิศรัตน์ TikTok Content Operations – SEA Publisher Partnership ถ่ายทอดการสร้างเนื้อหาใน TikTok อย่างไรให้สร้างสรรค์และปลอดภัย กับหัวข้อ “รู้ทัน รับมือ ปิดกั้น เพื่อให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับคนใช้ฟีด” พร้อมเทคนิคการสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจโดยไม่ตกเป็นเหยื่อข่าวปลอม หรือกระแสที่บิดเบือน เช่น การคัดกรองข้อมูลก่อนสร้างคอนเทนต์, การใช้ฟีเจอร์ของ TikTok เพื่อเล่าเรื่องอย่างรับผิดชอบ, วิธีรักษาความน่าเชื่อถือของผู้สร้างสื่อ และตัวอย่างคอนเทนต์ที่กระตุ้นให้เกิดการรับรู้เชิงบวกในสังคม

ธนภณ เรามานะชัย Media Consultant ถ่ายทอดวิธีการตรวจสอบข่าวด้วยเครื่องมือต่าง ๆ เช่น การค้นหาภาพด้วย Google Lens การหาสถานที่ด้วย Google Map รวมถึงการใช้คำสั่งการค้นหาชั้นสูงของ Google หรือเรียกว่า Search Operators ที่จะช่วยให้การใช้ Google Search ได้รับผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการ เพื่อให้เยาวชนทุกคนได้มีประสบการณ์จริงในตรวจสอบข้อมูลด้วยเครื่องมือต่าง ๆ เพิ่มทักษะ Fact-Checker แบบมืออาชีพด้วยตนเอง

กนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล Thai PBS กล่าวว่า “งาน Thai PBS Verify Youth Camp Gen 1 ทำให้เห็นการมีส่วนร่วมของเด็กรุ่นใหม่ไฟแรง ที่พร้อมจะเปิดรับความรู้และทักษะต่าง ๆ ด้วยเวลาที่จำกัด ผลงานที่ออกมาอาจยังไม่ได้สมบูรณ์แบบมาก แต่ทุกชิ้นงานได้ใช้ความรู้ที่อยู่ในการอบรมตลอด 3 วัน ถือว่าน้อง ๆ ทำได้ดีมาก ๆ วัตถุประสงค์ของค่ายนี้ไม่ใช่การประกวด แต่เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการมากกว่า ชิ้นงานที่ทำในการอบรม เหมือนเป็นการทดลอง ซึ่งจะนำมาพัฒนาต่อยอดสู่ โครงการประกวดคลิปสั้น “ปั้นผลงาน Fact-Checker Gen 1” ผลิตเป็นคลิปสั้นเล่าเนื้อหาในหัวข้อ รณรงค์รู้เท่าทันข้อมูลเท็จ ซึ่งผลงานแต่ละทีมจะแสดงถึงศักยภาพของเยาวชน ความมุ่งมั่นที่จะเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ถูกบ่มเพาะเป็น “นักตรวจสอบข้อเท็จจริง” ไม่ว่าจะในบทบาทใด หรืออายุเท่าไรก็ตาม สอดคล้องกับภารกิจของ Thai PBS Verify ที่รับบทบาทเป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจสอบข่าวปลอม คัดกรองข่าว ให้ประชาชนตื่นรู้ ไม่หลงเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ นอกจากนี้กิจกรรมเข้าค่ายในครั้งนี้ยังทำให้เห็น Energy ของเด็ก ความใกล้ชิดและมิตรภาพภายในค่ายอีกด้วย  สิ่งเหล่านี้เรียกว่าเป็นประสบการณ์ในการเรียนรู้จากค่ายที่หาไม่ได้ในห้องเรียน”

ทั้งนี้ เยาวชนที่ร่วมเข้าค่ายอบรมฯ จะต้องนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดและสื่อสารเผยแพร่สู่สาธารณะได้อย่างสร้างสรรค์ ผ่านการผลิตคลิปสั้น (แนวตั้ง) ในหัวข้อ “รณรงค์รู้เท่าทันข้อมูลเท็จ” ในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและกระชับ สอดรับกับพฤติกรรมการเสพสื่อของคนรุ่นใหม่ โดยจะมีการแข่งขันและประกาศผลรางวัลในวันที่ 4 ก.ย. 68 ณ ไทยพีบีเอส ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 30,000 บาท พร้อมรับประกาศนียบัตรและโล่รางวัล ติดตามรายละเอียดโครงการทั้งหมดได้ทาง http://www.thaipbs.or.th/VerifyYouthCamp2025

ไม่พลาดทุกข่าวสาร สาระความรู้ และคอนเทนต์คุณภาพ ติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่

▪ Website : http://www.thaipbs.or.th  

▪ Application : Thai PBS

▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X , LINE, TikTok, Instagram, Threads, Linkedin

‘เธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์’เข้ารับพระราชทานรางวัล’แม่ดีเด่นแห่งชาติ’

'เธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์'เข้ารับพระราชทานรางวัล'แม่ดีเด่นแห่งชาติ'

‘เธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์’เข้ารับพระราชทานรางวัล’แม่ดีเด่นแห่งชาติ’

วันพุธ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.02 น.

นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ อดีตรองปลัดกระทรวงแรงงาน เข้ารับพระราชทานรางวัลแม่ดีเด่นแห่งชาติ สาขาแม่ผู้ทำประโยชน์ต่อสังคม ประจำปี 2568 ซึ่งจัดโดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

ห้องขังเดี่ยว-ที่นอน สิทธิพิเศษสำหรับ “คิม กอน ฮี” อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเกาหลีใต้

ห้องขังเดี่ยว-ที่นอน สิทธิพิเศษสำหรับ "คิม กอน ฮี" อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเกาหลีใต้

13 ส.ค. 2568 15:43 น.

ห้องขังเดี่ยว-ที่นอน สิทธิพิเศษสำหรับ “คิม กอน ฮี” อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเกาหลีใต้

คิม กอน ฮี อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของเกาหลีใต้ จะใช้เวลาในเรือนจำวันแรกในวันนี้ ในห้องขังเดี่ยวที่คล้ายกับห้องขังอดีตประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ผู้เป็นสามี และสิทธิพิเศษบางอย่างที่มากกว่าผู้ต้องขังทั่วไป

คิม กอน ฮี อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของเกาหลีใต้ จะใช้เวลาในเรือนจำวันแรกในวันนี้ (13 ส.ค.) ในห้องขังที่คล้ายกับห้องขังที่สามีและอดีตประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ถูกคุมขัง ขณะที่อัยการกำลังดำเนินคดีกับอดีตประธานาธิบดีและภริยา ในการขยายการสืบสวนคดีอาญา

คิมถูกส่งตัวไปยังศูนย์กักขังโซลนัมบู ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของกรุงโซล ซึ่งเป็นเรือนจำที่ค่อนข้างใหม่ ที่เปิดเมื่อปี 2011 และเป็นหนึ่งในเรือนจำไม่กี่แห่งที่บริหารโดยผู้คุมหญิง

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับเรื่องนี้บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เธอจะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ต้องขังคนอื่นๆ แต่จะได้รับการปรับเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันเล็กน้อย เนื่องจากเธอเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง 

คิมถูกจำคุกหลังจากศาลอนุมัติหมายจับเมื่อค่ำวันอังคาร โดยให้เหตุผลว่าเธออาจทำลายหลักฐาน ท่ามกลางการสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการติดสินบน การฉ้อโกงหุ้น และการใช้อิทธิพลในทางมิชอบ ทนายความของคิมปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และปฏิเสธข่าวลือเกี่ยวกับของขวัญบางชิ้นที่เธอถูกกล่าวหาว่าได้รับเพื่อแลกกับความช่วยเหลือ โดยมองว่าเป็นข่าวลือที่ไร้หลักฐาน คิมขอโทษที่ทำให้ประชาชนเกิดความกังวล และเรียกตัวเองว่า “คนไร้ตัวตน” ขณะให้การสอบสวนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

แหล่งข่าวซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้สัมภาษณ์กับสื่อ กล่าวว่า ห้องขังเดี่ยวของเธอมีโต๊ะเล็กๆ ที่สามารถใช้เป็นโต๊ะทำงานและรับประทานอาหารได้ และมีที่นอนปูพื้นให้นอน

คิมจะได้รับอนุญาตให้เข้าใช้ห้องอาบน้ำส่วนกลาง ด้วยทางเดินแยกต่างหาก และออกกำลังกายกลางแจ้งได้วันละหนึ่งชั่วโมง ยกเว้นวันอาทิตย์ โดยจะสลับเวลากันเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกับผู้ต้องขังคนอื่นๆ

การจำคุกจะเป็นประสบการณ์ใหม่สำหรับคิม ต่างจากสามีของเธอที่เคยติดคุกมาแล้วประมาณ 100 วันนายยุนกำลังถูกพิจารณาคดีในข้อหาพยายามประกาศกฎอัยการศึกที่ล้มเหลว ในข้อหาก่อกบฏ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เขาปฏิเสธ เขาถูกคุมขังอยู่ที่ศูนย์กักกันโซล ซึ่งแม้จะมีชื่อเรียกเช่นนี้ แต่กลับตั้งอยู่นอกเมืองหลวงทางตอนใต้

อดีตประธานาธิบดียุนและภริยาเคยอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ในย่านหรูหราของกรุงโซล ก่อนที่ยุนจะได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในเดือนพฤษภาคม 2022 คิมเป็นนักธุรกิจหญิงผู้มั่งคั่ง และทรัพย์สินส่วนใหญ่ของทั้งคู่ รวมถึงอพาร์ตเมนต์ เป็นของเธอ ตามข้อมูลจากฐานข้อมูลของรัฐบาล

ขณะนี้ คิมจะได้รับอาหารเช่นเดียวกับนักโทษทั่วไป ซึ่งโดยปกติจะเป็นอาหารเกาหลีแบบดั้งเดิมที่ปรุงในราคาประมาณ 1,500 วอนต่อมื้อ โดยในวันพุธ เมนูอาหารเช้าคือขนมปังปิ้งทาแยมสตรอว์เบอร์รี ไส้กรอก และสลัด

คิมไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่ช่วงค่ำวันอังคาร และสุขภาพไม่ค่อยดี ทนายความคนหนึ่งของเธอบอกกับรอยเตอร์ ทนายความกล่าวว่ายังไม่แน่ชัดว่าเธอจะไปสอบปากคำกับอัยการในวันพฤหัสบดีหรือไม่

คิม ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะ ผู้ก่อตั้งและบริหารเอเจนซี่จัดนิทรรศการที่ประสบความสำเร็จ เคยพัวพันกับเรื่องอื้อฉาวมากมายทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้งสามีในปี 2022 รสนิยมด้านแฟชั่นและการล็อบบี้นโยบายต่างๆ ของเธอ เช่น การส่งเสริมการห้ามกินเนื้อสุนัข ทำให้เธอกลายเป็นประเด็นถกเถียงในเกาหลีใต้ ขณะที่ที่สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งมักจะไม่ค่อยมีใครรู้จัก

ฮัน ดงซู อดีตผู้พิพากษาและอัยการที่เคยทำงานกับยุน กล่าวว่าคิม มี “ความคิดเชิงกลยุทธ์ทางการเมือง” และเป็นแรงผลักดันเบื้องหลังการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของสามีของเธอ

ฮันกล่าวว่าหลังจากที่เธอแต่งงานกับยุนเมื่ออายุ 52 ปี คิมกลายเป็นผู้มีอิทธิพลหลักในความคิดและการตัดสินใจของเขาแทบทั้งหมด คิมอายุ 39 ปีในตอนที่ทั้งคู่แต่งงานกัน ฮันกล่าวว่า “คิม กอนฮี เลือกเขา” “และเธอก็มอบกลยุทธ์และพลังให้เขาเป็นประธานาธิบดี”.

ที่มา  Reuters

ไฟป่ารุนแรงถล่มกรีซ-สเปน ท่ามกลางคลื่นความร้อนยุโรปยังไม่ทุเลา

ไฟป่ารุนแรงถล่มกรีซ-สเปน ท่ามกลางคลื่นความร้อนยุโรปยังไม่ทุเลา

13 ส.ค. 2568 14:44 น.

ไฟป่ารุนแรงถล่มกรีซ-สเปน ท่ามกลางคลื่นความร้อนยุโรปยังไม่ทุเลา

ไฟป่าหลายจุดกำลังลุกลามในหลายประเทศยุโรปตอนใต้ โดยเฉพาะกรีซและสเปน ต้องอพยพประชาชนหลายพันคน ขณะที่นักวิทย์เตือนภาวะโลกร้อนทำให้คลื่นความร้อนรุนแรงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงวิกฤตไฟป่ายุโรปตอนใต้

สถานการณ์ไฟป่าที่กรีซ นักดับเพลิงยังคงเร่งควบคุมไฟป่าบริเวณชานเมืองปาตราส เมืองใหญ่อันดับสามของประเทศ หลังเพลิงเผาทำลายบ้านเรือนและธุรกิจในพื้นที่ตะวันตกของประเทศหลายแห่ง รวมถึงเกาะซาคินทอสและเกาะเคฟาโลเนียที่ต้องเตรียมพร้อมอพยพนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีไฟป้ารุนแรงในเกาะคีออสและพื้นที่แผ่นดินใหญ่ทางตะวันตก โดยหน่วยป้องกันพลเรือนออกประกาศเตือนทางโทรศัพท์มือถือมากกว่า 20 ครั้งพร้อมคำสั่งอพยพและคำแนะนำด้านความปลอดภัย

ขณะเดียวกัน ในสเปน ไฟป่ากำลังเผาผลาญพื้นที่หลายภูมิภาคทั่วคาบสมุทรไอบีเรีย ท่ามกลางคลื่นความร้อนในบางพื้นที่ ที่อุณหภูมิสูงถึง 44 องศาเซลเซียส ขณะที่นักดับเพลิงสามารถควบคุมไฟนอกกรุงมาดริดที่ปะทุขึ้นเมื่อคืนวันจันทร์ได้เป็นส่วนใหญ่  ล่าสุดมีรายงานว่าเหตุเพลิงครั้งนี้คร่าชีวิตชาย 1 คน และเผาทำลายพื้นที่กว่า 6,250 ไร่ ส่วนไฟป่าในแคว้นคาสตีลและเลออน อันดาลูเซีย และกาลิเซีย ยังคงคำสั่งให้อพยพประชาชน

ส่วนในโปรตุเกส เจ้าหน้าที่กว่า 700 นายกำลังต่อสู้กับไฟป่าในเมืองทรันโกโซ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดวิกฤตในยุโรปตะวันตกเฉียงใต้ โดยอุณหภูมิบางพื้นที่พุ่งสูงถึง 43 องศาเซลเซียส

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ไฟป่าในยุโรปเกิดบ่อยและยากต่อการควบคุม สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อชุมชน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไฟป่า

สส.ถูกขับออกจากรัฐสภานิวซีแลนด์ หลังวิจารณ์ฝ่ายตรงข้าม “ไร้หัวใจ” จากข้อเสนอคว่ำบาตรอิสราเอล

สส.ถูกขับออกจากรัฐสภานิวซีแลนด์ หลังวิจารณ์ฝ่ายตรงข้าม "ไร้หัวใจ" จากข้อเสนอคว่ำบาตรอิสราเอล

13 ส.ค. 2568 14:22 น.

สส.ถูกขับออกจากรัฐสภานิวซีแลนด์ หลังวิจารณ์ฝ่ายตรงข้าม “ไร้หัวใจ” จากข้อเสนอคว่ำบาตรอิสราเอล

สส. หญิงนิวซีแลนด์ ถูกขับออกจากรัฐสภา เพราะกล่าวหาว่าฝ่ายตรงข้าม “ไร้หัวใจ” ในการรับรองข้อเสนอของเธอในการคว่ำบาตรสงครามในฉนวนกาซา และปฏิเสธที่จะขอโทษสำหรับคำพูดดังกล่าว

โคลอี สวาร์บริค หัวหน้าร่วมของพรรคกรีน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน ถูกสั่งพักงานเป็นเวลา 3 วัน ตลอดสัปดาห์ที่เหลือ ซึ่งถือว่ายาวนานตามมาตรฐานของรัฐสภานิวซีแลนด์ หลังจากที่เธอเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภา 6 คน “ที่ยังมีหัวใจ” รับรองข้อเสนอของเธอในการคว่ำบาตรสงครามในฉนวนกาซา

เมื่อเร็วๆ นี้ สหราชอาณาจักร แคนาดา ฝรั่งเศส และออสเตรเลีย ได้ร่วมกันเปิดเผยแผนการที่จะให้การรับรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์ โดยรัฐสภานิวซีแลนด์ได้เรียกประชุมสภาอย่างเร่งด่วนในบ่ายวันอังคาร (12 ส.ค.) เกี่ยวกับเรื่องนี้

ในระหว่างการอภิปราย สวาร์บริกเรียกร้องให้รัฐบาลหยิบยกร่างกฎหมายของพรรคกรีนที่เสนอให้ “ลงโทษอิสราเอลสำหรับอาชญากรรมสงคราม” ขึ้นมาพิจารณา โดยร่างกฎหมายที่เสนอเมื่อเดือนมีนาคมได้รับการสนับสนุนจากพรรคแรงงาน และพรรค Te Pāti Māori และต้องมีสมาชิกรัฐสภาอีก 6 คนเพื่อสนับสนุนให้ผ่านความเห็นชอบ

สวาร์บริคกล่าวต่อรัฐสภาเมื่อวันอังคารว่า “ดิฉันขอย้ำข้อเรียกร้องของดิฉันให้รัฐบาลนำร่างกฎหมายคว่ำบาตรการยึดครองปาเลสไตน์อย่างผิดกฎหมายของเรากลับมาใช้ และคว่ำบาตรอิสราเอลสำหรับอาชญากรรมสงคราม หากเราพบ สส. 6 คนจาก 68 คนของรัฐบาลที่ยังมีหัวใจ เราก็สามารถยืนอยู่ฝั่งที่ถูกต้องของประวัติศาสตร์ได้” 

เจอร์รี บราวน์ลี ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า “การกล่าวเช่นนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ถอนคำพูดและขอโทษ” แต่สวาร์บริกกล่าวปฏิเสธ นายบราวน์ลีจึงสั่งให้เธอออกจากสภาไปตลอดสัปดาห์ที่เหลือ ขณะที่ สส. พรรคกรีนคนอื่นๆ ก็ออกไปพร้อมกับเธอด้วย

นอกสภา ผู้สื่อข่าวถามสวาร์บริกว่าเธอคิดอย่างไรกับการขับเธอออกจาสภา เธอตอบว่า “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กำลังเกิดขึ้น และรัฐบาลของเราก็นิ่งเฉย” เมื่อถูกถามว่าเธอควรถูกปลดออกจากตำแหน่งหรือไม่ เธอตอบว่า “ไม่… ในแง่ของการถกเถียงที่เข้มข้นในเรื่องนี้ ฉันคิดว่าเรื่องนี้ค่อนข้างเบาเมื่อเทียบกับอาชญากรรมสงครามที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้”


ที่มา 1News 

สนามบินแห่งใหม่เมืองหลวงกัมพูชา เตรียมเปิดให้บริการ 9 ก.ย.

สนามบินแห่งใหม่เมืองหลวงกัมพูชา เตรียมเปิดให้บริการ 9 ก.ย.

13 ส.ค. 2568 11:39 น.

สนามบินแห่งใหม่เมืองหลวงกัมพูชา เตรียมเปิดให้บริการ 9 ก.ย.

ท่าอากาศยานนานาชาติเตโช (Techo International Airport) สนามบินแห่งใหม่ของกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา ได้สร้างเสร็จสมบูรณ์ 100% แล้ว และพร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 กันยายนนี้

นายเมา ฮาวันนัล รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบสำนักเลขาธิการการบินพลเรือนของกัมพูชา กล่าวว่า สนามบินแห่งใหม่นี้จะทำการทดสอบเที่ยวบินสุดท้ายด้วยเครื่องบิน แอร์บัส 320 ในวันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม ก่อนที่จะออกเอกสารอย่างเป็นทางการเรื่องการเปิดให้บริการในวันที่ 9 กันยายน เวลา 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม พิธีเปิดอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 20 ตุลาคม ภายใต้การดูแลของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต โดยสนามบินแห่งนี้ถูกจัดอยู่ในระดับ 4F ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในโลก สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่อย่าง แอร์บัส A380 ได้ และในระยะแรกจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 13 ล้านคนต่อปี

โครงการก่อสร้างสนามบินแห่งนี้เริ่มต้นในปี 2020 โดยมีบริษัท ไชน่า สเตท คอนสตรัคชั่น เอ็นจิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่น (China State Construction Engineering Corporation) หรือ CSCEC ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างของรัฐบาลจีน เป็นผู้รับเหมา และใช้เงินลงทุนกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท) บนพื้นที่ 16,250 ไร่ ในจังหวัดกันดาลและตาแก้ว ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงพนมเปญประมาณ 20 กิโลเมตร

นายธูร์น สินาน ประธานสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคแปซิฟิกแห่งกัมพูชา (PATA Cambodia) แสดงความเห็นว่า สนามบินแห่งใหม่นี้จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของกัมพูชาให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ทันสมัยและเข้าถึงง่าย อีกทั้งยังดึงดูดสายการบินและนักเดินทางจากทั่วโลกมากขึ้นด้วย.

ที่มา Xinhua

“คิม จองอึน” หนุนรัสเซียเต็มที่ โทรคุยปูตินก่อนซัมมิต “ทรัมป์–ปูติน” ที่อะแลาสกา วันศุกร์นี้

"คิม จองอึน" หนุนรัสเซียเต็มที่ โทรคุยปูตินก่อนซัมมิต “ทรัมป์–ปูติน” ที่อะแลาสกา วันศุกร์นี้

13 ส.ค. 2568 11:17 น.

“คิม จองอึน” หนุนรัสเซียเต็มที่ โทรคุยปูตินก่อนซัมมิต “ทรัมป์–ปูติน” ที่อะแลาสกา วันศุกร์นี้

“คิม จองอึน” ประกาศหนุนรัสเซียเต็มที่ โทรคุยปูตินก่อนซัมมิต “ทรัมป์-ปูติน” ที่จะมีขึ้นในรัฐอะแลสกา ในวันศุกร์นี้

วันที่ 13 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของเกาหลีเหนือ ว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ได้แสดงการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อรัสเซีย ระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เมื่อวันอังคาร (12 ส.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สื่อเกาหลีเหนือรายงานข่าวการโทรพูดคุยระหว่างผู้นำกับผู้นำต่างชาติ

รายงานข่าวระบุว่า ผู้นำเกาหลีเหนือย้ำจุดยืนการซื่อสัตย์ต่อสนธิสัญญาป้องกันร่วมกับรัสเซีย พร้อมสนับสนุนทุกมาตรการของรัสเซีย ด้านประธานาธิบดีปูตินชื่นชมทหารเกาหลีเหนือที่ร่วมปลดปล่อยเมืองคูร์สก์ ก่อนพบผู้นำสหรัฐฯ 15 ส.ค.นี้

ด้านปูติน ได้กล่าวชื่นชมความกล้าหาญ วีรกรรม และจิตวิญญาณเสียสละ  ของทหารกองทัพเกาหลีเหนือที่มีส่วนร่วมในการปลดปล่อยเมืองคูร์สก์ ซึ่งถือเป็นดินแดนของรัสเซีย

ทั้งนี้ การสนทนาระหส่างผู้นำเกาหลีเหนือกับรัสเซีย มีขึ้นก่อนการประชุมซัมมิตระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับปูติน ที่จะจัดขึ้นในรัฐอะแลาสกา วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคมนี้ เพื่อหารือแนวทางยุติสงครามรัสเซีย–ยูเครน.

โด ควอน “ราชาแห่งการล่มสลายของคริปโต” 1.48 ล้านล้านบาท สารภาพผิดคดีฉ้อโกง

โด ควอน "ราชาแห่งการล่มสลายของคริปโต" 1.48 ล้านล้านบาท สารภาพผิดคดีฉ้อโกง

13 ส.ค. 2568 10:50 น.

โด ควอน “ราชาแห่งการล่มสลายของคริปโต” 1.48 ล้านล้านบาท สารภาพผิดคดีฉ้อโกง

โด ควอน นักธุรกิจคริปโตเคอร์เรนซีชาวเกาหลีใต้ ผู้อยู่เบื้องหลังการล่มสลายของเหรียญ TerraUSD และ Luna ได้ให้การรับสารภาพ ต่อข้อหาฉ้อโกงในสหรัฐฯ จากกรณีการล่มสลายของอาณาจักรคริปโตฯ ซึ่งสร้างความเสียหาย 1.48 ล้านล้านบาท

นายโด ควอน หรือที่รู้จักในฐานะ “ราชาแห่งการล่มสลายของคริปโต” อดีตผู้บริหารเทคโนโลยีชาวเกาหลีใต้ ได้สารภาพผิดใน 2 ข้อหาฉ้อโกง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในคดีที่เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุของวิกฤตการณ์คริปโตเคอร์เรนซีที่สร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.48 ล้านล้านบาท)

โด ควอน อดีตซีอีโอของบริษัท Terraform Labs ซึ่งเป็นผู้ออกเหรียญ TerraUSD และ Luna ที่ประสบความล่มสลายในปี 2022 จนส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อตลาดคริปโตฯ ถูกทางการสหรัฐฯ กล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการทุจริตหลักทรัพย์คริปโตฯ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดยเขาถูกกล่าวหาว่าบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับกลไกของเหรียญ TerraUSD ซึ่งควรจะมีมูลค่าคงที่อยู่ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยไม่จำเป็นต้องใช้กลไกภายนอกเข้าช่วย

อัยการระบุว่า โด ควอน ได้หลอกลวงนักลงทุนในปี 2021 เกี่ยวกับสถานะของเหรียญ TerraUSD ซึ่งเป็น “สเตเบิลคอยน์” (Stablecoin) หรือเหรียญดิจิทัลที่ถูกออกแบบมาให้มีมูลค่าคงที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐเสมอ โดยเมื่อเหรียญดังกล่าวมีมูลค่าตกลงต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ โด ควอน กลับอ้างว่ากลไกอัลกอริทึมอัตโนมัติที่ชื่อว่า “Terra Protocol” ได้ช่วยกอบกู้มูลค่ากลับคืนมาได้สำเร็จ

แต่ในความเป็นจริง เขาได้แอบจ้างบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการซื้อขายความถี่สูง (High Frequency Trading – HFT) ให้เข้ามากว้านซื้อเหรียญ TerraUSD จำนวนมหาศาลอย่างลับ ๆ เพื่อพยุงราคาเอาไว้ไม่ให้ตกต่ำลง

คำโกหกดังกล่าวทำให้นักลงทุนรายย่อยและสถาบันหลงเชื่อและแห่เข้ามาลงทุนในผลิตภัณฑ์ของ Terraform ผลักดันให้มูลค่าของ Luna ซึ่งเป็นเหรียญอีกตัวที่เชื่อมโยงกัน พุ่งทะยานสู่ระดับ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ ก่อนที่จะพังทลายลงในที่สุด

ในการให้การรับสารภาพที่ศาลนิวยอร์ก โด ควอนยอมรับว่า “ในปี 2021 ผมได้ให้ข้อมูลที่เป็นเท็จและทำให้เข้าใจผิดว่าทำไมเหรียญ [TerraUSD] ถึงกลับมามีมูลค่าคงที่ได้อีกครั้ง” พร้อมกล่าวขอโทษต่อการกระทำของตน โดยศาลมีกำหนดพิจารณาโทษในวันที่ 11 ธันวาคมนี้

ก่อนหน้านี้ โด ควอนหลบหนีการจับกุมออกจากเกาหลีใต้ในปี 2023 และถูกจับกุมในมอนเตเนโกรก่อนจะถูกส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนมายังสหรัฐฯ เดิมทีเขาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่การสารภาพผิดครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่อัยการจะจำกัดโทษจำคุกไม่เกิน 12 ปี อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษามีสิทธิ์ที่จะกำหนดโทษจำคุกที่ยาวนานขึ้นได้ถึง 25 ปี ทั้งนี้ โด ควอนยังคงต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาในเกาหลีใต้ต่อไป.

ที่มา Reuters