บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ ยุทธการน้ำใจไมตรี วิธีสร้างสัมพันธ์กับชาวกัมพูชา แนวทางสำหรับทหารตำรวจลูกเสือชายแดน

บทความพิเศษ : 'รู้เขา รู้เขมร' ยุทธการน้ำใจไมตรี วิธีสร้างสัมพันธ์กับชาวกัมพูชา แนวทางสำหรับทหารตำรวจลูกเสือชายแดน

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ ยุทธการน้ำใจไมตรี วิธีสร้างสัมพันธ์กับชาวกัมพูชา แนวทางสำหรับทหารตำรวจลูกเสือชายแดน

วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“อันอำนาจใดใดในโลกนี้ จะเทียมเท่าไมตรีหามีไม่

สร้างหมู่มิตรพิชิตรักสลักใจ ชนทั่วไปสรรเสริญเจริญดี”

ในฐานะของทหาร ตำรวจ และลูกเสือ ที่อยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา นั้น    การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชาวกัมพูชาในพื้นที่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่ช่วยให้การปฏิบัติภารกิจเป็นไปอย่างราบรื่นเท่านั้น  แต่ยังส่งเสริมความเข้าใจอันดีและมิตรภาพระหว่างประเทศ อีกด้วย บทความนี้จะเจาะลึกถึงวัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อเฉพาะถิ่นของชาวกัมพูชาตามแนวชายแดน เพื่อเป็นแนวทางให้ทหารตำรวจและลูกเสือไทยสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์และมิตรภาพที่ดีได้อย่างยั่งยืน

1. เข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่น: หัวใจของการสร้างความสัมพันธ์ การเรียนรู้วัฒนธรรมพื้นฐานของชาวกัมพูชาเป็นก้าวแรกที่สำคัญ วัฒนธรรมเขมรมีความหลากหลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่อาจมีการผสมผสานกับวัฒนธรรมไทยบางส่วน

• ภาษา: การเรียนรู้คำทักทายง่ายๆ เช่น “ซัวสะเดย” (สวัสดี) หริอ“ออกุน” (ขอบคุณ) สามารถสร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดี ชาวกัมพูชาจะรู้สึกชื่นชมในความพยายาม    เหมือนคนไทยได้ยินฝรั่งหรือญี่ปุ่นกล่าวคำทักทายง่า “สวัสดีครับ” และ “ขอบคุณค่ะ”

• ไม่กล่าวถึงสิ่งที่ชาวกัมพูชาไม่ชอบ  หรืออับอาย  หลีกเลี่ยงประเด็นอ่อนไหวทางประวัติศาสตร์ เช่น สยามเคยยึดครองกัมพูชา   กษัตริยกัมพูชาเคยหนีมาพึ่งสยาม  กัมพูชาเคยเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศส  กองทัพไทยเคยยึดพระตะบอง  นครวัดเคยเป็นของไทย  ไม่เป็นมืออาชีพ ฯลฯ

• ความอ่อนน้อมถ่อมตน: การแสดงออกถึงความอ่อนน้อมถ่อมตน การเคารพผู้สูงอายุ และการใช้คำพูดที่สุภาพเป็นสิ่งที่ชาวกัมพูชาให้ความสำคัญอย่างมาก

• รอยยิ้ม: รอยยิ้มเป็นภาษาสากลที่เข้าใจได้ทุกชนชาติ การยิ้มแย้มแจ่มใสและเป็นมิตรจะช่วยลดกำแพงและสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเอง

• มารยาทในการทักทาย: การไหว้แบบเขมรที่เรียกว่า “ซำเปียะ” เป็นการแสดงความเคารพที่สำคัญ โดยเฉพาะเมื่อทักทายผู้สูงอายุหรือผู้ที่ควรแก่การเคารพ

2. เจาะลึกประเพณีและความเชื่อเฉพาะถิ่น ชาวกัมพูชาส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเช่นเดียวกับคนไทย แต่ก็มีประเพณีและความเชื่อบางอย่างที่อาจแตกต่างกันไปตามพื้นที่

• ความเชื่อเรื่องผีสางเทวดา: ชาวกัมพูชายังคงมีความเชื่อเรื่องผีสางเทวดา วิญญาณบรรพบุรุษ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตตามสถานที่ต่างๆ การแสดงความเคารพต่อความเชื่อเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรลบหลู่หรือดูถูก

• เทศกาลและงานบุญ: การทำความเข้าใจเกี่ยวกับเทศกาลสำคัญต่างๆ เช่น สงกรานต์ (ปีใหม่เขมร), วันวิสาขบูชา, วันเข้าพรรษา, ออกพรรษา จะช่วยให้คุณสามารถเข้าร่วมกิจกรรมหรือแสดงความยินดีได้อย่างเหมาะสม การเข้าร่วมงานบุญหรือเทศกาลท้องถิ่นหากมีโอกาส  โดยมีสิ่งของไปช่วยงาน   จะช่วยสร้างความผูกพันกับชุมชนได้เป็นอย่างดี

• บทบาทของพระสงฆ์: พระสงฆ์มีบทบาทสำคัญในสังคมกัมพูชา การแสดงความเคารพต่อพระสงฆ์เป็นสิ่งที่พึงกระทำ ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวคำทักทายด้วยความนอบน้อม หรือการระมัดระวังในการปฏิบัติตนต่อหน้าพระสงฆ์

• ความสำคัญของครอบครัว: ครอบครัวเป็นสถาบันหลักในสังคมกัมพูชา การให้เกียรติและเคารพต่อผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัวของชาวบ้านเป็นสิ่งสำคัญ

3. แนวทางในการปฏิสัมพันธ์และสร้างความสัมพันธ์ที่ดี

• ให้ความช่วยเหลือตามสมควร: หากชาวบ้านต้องการความช่วยเหลือและอยู่ในวิสัยที่สามารถช่วยเหลือได้ เช่น การแบ่งปันอาหารและเครื่องใช้    ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ฝนแล้ง ไฟป่า  การสอบถามเส้นทาง การให้ข้อมูล หรือการอำนวยความสะดวกเล็กๆ น้อยๆ โดยควรให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มใจ

• หลีกเลี่ยงการกระทำที่สุ่มเสี่ยง: หลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจถูกตีความว่าเป็นการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือการกระทำที่ขัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น การเข้าไปในเคหสถานโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการสัมผัสร่างกายโดยไม่เหมาะสม

• เคารพในกฎหมายและอธิปไตย: การปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบของกฎหมายและเคารพในอธิปไตยของประเทศกัมพูชาเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

• เปิดใจเรียนรู้และแลกเปลี่ยน: แสดงความสนใจในการเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวกัมพูชา การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรื่องราวต่างๆ สามารถสร้างความเข้าใจและมิตรภาพที่แน่นแฟ้น

• สร้างความไว้วางใจ: ความไว้วางใจเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ การเป็นคนซื่อสัตย์ จริงใจ และรักษาสัญญา จะช่วยให้ชาวบ้านเกิดความเชื่อมั่นในตัวคุณ บทสรุป การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชาวกัมพูชาตามแนวชายแดน ไม่ใช่เพียงแค่การปฏิบัติหน้าที่ แต่คือการสร้างมิตรภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนสองประเทศ การเข้าใจในวัฒนธรรม ประเพณี และความเชื่อเฉพาะถิ่น การแสดงออกถึงความเคารพ และการมีน้ำใจ จะเป็นกุญแจสำคัญในการชนะใจชาวกัมพูชาและสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับความสัมพันธ์อันยั่งยืนในอนาคต

การเสริมสร้างความร่วมมือระดับเยาวชน  พระสงฆ์  และกิจกรรมร่วมมือข้ามแดนอาจช่วยเสริมความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น  เช่นการประกวดเขียนภาพน้ำใจไมตรีไทย-กัมพูชา    จัดการชุมนุมลูกเสือสองแผ่นดิน    สวดมนต์สองแผ่นดิน ฯลฯ

4.วิธีสร้างไมตรีแบบพระพุทธเจ้า   พระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่อง สังคหวัตถุ 4   ซึ่งเป็น หลักธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจคนและประสานหมู่ชนให้ตั้งอยู่ในความสามัคคี     สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคคลและในสังคม ช่วยให้เกิดความรัก ความสามัคคี และความปรารถนาดีต่อกัน  ประกอบด้วย ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา  และสมานัตตตา

ทาน คือการให้ การเสียสละ การแบ่งปันเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น ช่วยปลูกฝังให้เป็นคนที่ไม่เห็นแก่ตัว ……   ปิยวาจา คือการพูดจาด้วยถ้อยคำไพเราะอ่อนหวาน จริงใจ ไม่พูดหยาบคายก้าวร้าว พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ เหมาะกับกาลเทศะ…….อัตถจริยา คือการประพฤติประโยชน์แก่ผู้อื่น ช่วยเหลือผู้อื่นในกิจการงานต่างๆ …….. และ สมานัตตตา คือการวางตนเหมาะสมกับบุคคลและสถานการณ์ ไม่ถือตัว วางตนเสมอต้นเสมอปลายกับทุกคน.

ลองวิธีง่ายๆ    ส่งเครื่องดื่มสักขวด หรือบะหมี่สักซองให้คนที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับคุณ     คุณอาจเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร   ชนะใจฝ่ายตรงข้ามโดยไม่ต้องเสียกระสุนสักนัดหรือเบือดสักหยดเดียว

ปรารถนาสารพัดในปฐพี  เอาไมตรีแลกได้ดังใจจง”…สุนทรภู่

โดย สุริยพงศ์

สยามพารากอน ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และ พิพิธภัณฑ์ผ้า จัดงาน ‘แพรพัสตรา บรมราชินีนาถ’ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สยามพารากอน ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และ พิพิธภัณฑ์ผ้า จัดงาน ‘แพรพัสตรา บรมราชินีนาถ’ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สยามพารากอน ร่วมกับ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และ พิพิธภัณฑ์ผ้า จัดงาน ‘แพรพัสตรา บรมราชินีนาถ’ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ศูนย์การค้าสยามพารากอน ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และพิพิธภัณฑ์ผ้า จัดงาน “แพรพัสตรา บรมราชินีนาถ” เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นที่ทรงฟื้นฟูงานหัตถกรรมไทยและศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าให้คงอยู่คู่แผ่นดิน โดยงานจัดระหว่างวันที่ 8–12 สิงหาคม 2568 ณ พาร์ค พารากอน ชั้น M สยามพารากอน  นำเสนอผ่านนิทรรศการเกี่ยวกับชุดไทย การแสดงโขน กิจกรรมเวิร์กช็อปสุดสร้างสรรค์ และจำหน่ายสินค้าศิลป์หัตถกรรมที่สื่อถึงวิถีไทยอย่างแท้จริง โดยได้รับการสนับสนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)

พบไฮไลต์กิจกรรม นิทรรศการชุดไทย “จากราชสำนักสู่ราชนิยม” ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ที่ทรงรังสรรค์ขึ้นให้สตรีไทยได้ใช้สวมใส่ในโอกาสต่างๆ พร้อมจัดแสดงชุดตัวอย่างที่ถูกต้องตามที่พระราชทานไว้เรียนรู้แนวคิดเรื่องสีมงคลและการนุ่งห่มตามความเชื่อของสังคมไทย นอกจากนี้ ยังมีโซน “กว่าจะมาเป็นโขน” ที่จัดแสดงฉากโขนจำลอง อุปกรณ์สร้างฉาก และห้องทำงานของช่างฝีมือเบื้องหลังการแสดงศิลปะชั้นสูงของไทย พร้อมตื่นตากับภาพเสก็ตช์ “ทศกัณฑ์บนหลังช้าง” ผลงานที่รังสรรค์โดยบรมครู อ.สุดสาคร ชายเสม ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ผู้เนรมิตฉากการแสดงโขนศิลปาชีพ ได้อย่างวิจิตรงดงาม ซึ่งนำมาจัดแสดงให้ชมเป็นครั้งแรก

ภายในงานเต็มอิ่มไปกับ การแสดงโขนสดจากอาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน ที่นำเสนอฉากสำคัญจากรามเกียรติ์ เช่น “ทศกัณฐ์เกี้ยวนางสีดา”, “หนุมานรบนางเบญจกาย” และ “โขนตอนยกรบ” โดยจัดแสดงวันละ 2 รอบ เวลา 14.00 น. และ 15.30 น. นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปเพื่อสืบสานภูมิปัญญาไทย อาทิ  “ปักการ์ดวันแม่” โดยพิพิธภัณฑ์ผ้า , “ปิดทองลายโขน” โดยอาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน พร้อมลายให้เลือก 6 แบบ, กิจกรรม “การนุ่งห่มอย่างไทย” และ “นุ่งห่มร่วมสมัย” โดยครูบิ๊ก–พีรมณฑ์ ชมธวัช ผู้เชี่ยวชาญด้านชุดไทยและผ้าไหมในวันที่ 9 สิงหาคม 2568 และ กิจกรรม “Dress Me Up ด้วยผ้าไทย” ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมสนุกโดยการนำผ้าไทยมาแต่งตุ๊กตากระดาษ

นอกจากจะได้สัมผัสกับนิทรรศการและการแสดงสุดตระการตาแล้ว ภายในงานยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาไทย อาทิ ผ้าไหม และเครื่องประดับ จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ, พิพิธภัณฑ์ผ้า และอิ่มอร่อยกับอาหารพื้นถิ่นและวัตถุดิบจากโครงการฟาร์มตัวอย่างในพระราชดำริ อาทิ ข้าวยำปักษ์ใต้ น้ำบูดูแท้จากโคกปาฆาบือซา จ.นราธิวาส, ผลไม้จากบ้านขุนแตะ จ.เชียงใหม่, หมูจินหัวแดดเดียวจากบ้านแม่ตุงติง, กาแฟคัดพิเศษจาก จ.น่าน เชียงราย และเชียงใหม่ เป็นต้น

งาน “แพรพัสตรา บรมราชินีนาถ”  ระหว่างวันที่ 8 – 12 สิงหาคม 2568  เปิดให้เข้าชมฟรีตลอดงาน ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-610-8000 หรือติดตามรายละเพิ่มเติม เฟสบุ๊ค : SIAMPARAGON

คุณแหน : 8 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 8 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 8 สิงหาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี เป็นประธานในพิธีลงนาม MOU ทางวิชาการ การขับเคลื่อนงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจ.ชลบุรี ระหว่างกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจ.ชลบุรี กับ ม.บูรพา โดยมี รัชนี โพธิสัตยา, ขวัญเรือน ศรีจันทร์,วรนัฐ ติรประเสริฐสิน, สุกุมล คุณปลื้ม,ผศ.ร.ต.อ.ดร.วิเชียร ตันศิริคงคล ร่วมด้วย
  • เพื่อนๆ ยินดีกับ ขจรเกียรติ รักพานิชมณี ที่ได้เป็น ว่าที่อธิบดีกรมที่ดิน
  • ชาว วบส.2 NIDA ยินดีกับ ศรีสุภางค์  มอฤทธิ์ ที่ได้เข้ารับพระราชทานรางวัลสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2568 เนื่องในวันสตรีไทย
  • สุภัค ลายเลิศ วันเกิดปีนี้ได้ร่วมบริจาคให้สภากาชาดไทยและเลี้ยงข้าวเที่ยงน้องๆ พนักงานทั้งหลาย
  • กรกฎ ชาตะสิงห์ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บมจ.การบินไทย นำทีมผู้บริหารสายการพาณิชย์ร่วมถ่ายทอดทิศทางเชิงกลยุทธ์ แนวโน้มอุตสาหกรรมการบิน ตลอดจนแผนพัฒนาธุรกิจในทุกมิติของสายการพาณิชย์ เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสาร และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ในงานประชุมประจำปี THAI Commercial Conference 2025 ภายใต้แนวคิด “Aim Further : Strive for New Heights” โดยมี ชาย เอี่ยมศิริ ร่วมงาน
  • โอม ศิวะดิตถ์ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “Microsoft 365 Copilot Chat สำหรับบุคลากรด้านการศึกษา” โดย บจ.ไมโครซอฟท์(ประเทศไทย) ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เพื่อพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยี AI สำหรับการจัดการเรียนการสอนและงานของบุคลากรใน รร.ให้สอดรับกับโลกยุคใหม่ โดยมี อ.วราภรณ์ ทรัพย์สมบูรณ์ พร้อมคณะครูและบุคลากร รร.กรุงเทพคริสเตียนเข้าร่วมคับคั่ง
  • ยินดีกับ กนกวิภา วิริยะประไพกิจ ที่ บจ.สตรีม ไอ.ที.คอนซัลติ้ง ได้รับรางวัล “Best in APAC AI Digital Transformation Service 2025” และได้รับการตีพิมพ์ลง APAC CIO Outlook นิตยสารเทคโนโลยีชั้นนำระดับสากล งานนี้ไชยรัตน์ ถนอมวงษ์ และ ณัฐพงศ์ วนวงศ์สวัสดิ์ สุดปลื้มกับผลงาน
  • มนัสนันท์ เปรมพุฒิพันธ์ กก.บจ.อินดัสทรี นำทีมพนักงานร่วมบริจาคโลหิตในกิจกรรม “ชลิต อินดัสทรี รวมพลังบริจาคโลหิต” ปี 5 เนื่องในวันแม่แห่งชาติ 2568 ร่วมแสดงพลังส่งต่อโลหิตสู้วิกฤตเลือดขาดแคลน ปลูกจิตสำนึกให้กับพนักงานในการเป็น “ผู้ให้” และมีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมี จุฑารัตน์ แก้วจันทร์เพชร ต้อนรับ ณ สถานีกาชาดที่ 11
  • ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานกรรมการบริหารฝ่ายพัฒนาภูมิปัญญาไทย มูลนิธิ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ส่งยาดมยาหม่องให้ทหารชายแดนไทย-เขมร บรรเทากลิ่นจากซากศพ ชี้กลิ่นมีผลต่อระบบประสาทโดยตรง ระบุยาดมสรรพบำบัดช่วยได้มาก
  • ปิยนนท์ วัฒนะจรรยา แจ้ง บมจ.ผลิตไฟฟ้า (EGCO Group) ชวนเยาวชนบุกฐานลับ ร่วมพิชิตนวัตกรรมพลิกฟื้นสมดุลโลกในบูธนิทรรศการ “นวัตกรรมวิทย์ พลิกโลก ตอน EGCO Base : Mission for Change ฐานบัญชาการลับแห่งอนาคต” ในงานมหกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2568 เวลา 09.00-19.00 น. 9-17 ส.ค. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ชั้น LG ฮอลล์ 5-6 บูธที่ 36 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • สวด ปราณี แพพ่วง มารดา นันทภรณ์ แพพ่วง (เจี๊ยบ) อดีตหัวหน้าข่าวสตรี นสพ.แนวหน้า 5-9 ส.ค. 19.30 น. ที่ร้านฉลอมเวชภัณฑ์ อ.โพทะเล จ.พิจิตร..ฌาปนกิจ 10 ส.ค.15.30 น. ที่วัดท่ามะไฟ

น้องใหม่

‘แพทยสภา’จับมือ ‘กองทุนพัฒนาสื่อฯ’ผลิตซีรีส์การแพทย์ ‘ความลับใต้เสื้อกาวน์’

‘แพทยสภา’จับมือ ‘กองทุนพัฒนาสื่อฯ’ผลิตซีรีส์การแพทย์ ‘ความลับใต้เสื้อกาวน์’

‘แพทยสภา’จับมือ ‘กองทุนพัฒนาสื่อฯ’ผลิตซีรีส์การแพทย์ ‘ความลับใต้เสื้อกาวน์’

วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“ความลับใต้เสื้อกาวน์”  ซีรีส์ที่เล่าถึงเรื่องราวที่คนไข้คาดไม่ถึง แต่เกิดขึ้นในชีวิตของหมอกลุ่มหนึ่ง ผ่านบทละคร ผลงานการกำกับโดย “ศุภฌา ครุฑนาค”  อำนวยการสร้างโดย แพทยสภา ร่วมกับ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผลิตโดยบริษัท มาสเตอร์วัน วีดีโอ โปรดักชั่น จำกัด  นำแสดงโดย  “ตูมตาม ยุทธนา”  , “บิ๊นท์ สิรีธร” ,  “ปลื้ม ธยศทรณ์” ,  “ปลายฟ้า ณัชภรณ์” ,   “ก้าวหน้า กิตติภัทร” , “กานต์ ธนกฤต”  โดยละครซีรีส์ชุดนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 4 ตอน ออนแอร์ทางช่อง ONE 31      

สำหรับละครชุดซีรีส์  “ความลับใต้เสื้อกาวน์  นับเป็นครั้งแรกของแพทยสภาที่ลุกขึ้นมาเป็นผู้จัด โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อฯ โปรเจคนี้เป็นโอกาสให้วงการแพทย์ ได้เข้าใจโอกาสและข้อจำกัดในการผลิตละครซีรีส์ทางการแพทย์ของไทย เพื่อที่จะขอเป็นอีกหนึ่งหน่วยในการร่วมยกระดับมาตรฐานการผลิตละครซีรีส์ทางการแพทย์ต่อไป ส่วนตัวได้เคยช่วยงานในวงการแพทย์มาหลายโปรเจค จึงได้รับโอกาสจากแพทยสภาให้มาร่วมควบคุมการผลิตละครซีรีส์ชุดนี้โดยละครซีรีส์ชุดนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 4 ตอน ความยาวตอนละ 30 นาที กำกับการแสดงโดย “คุณศุภฌา ครุฑนาค”  และ ผลิตโดยบริษัท มาสเตอร์วัน วีดีโอ โปรดักชั่น จำกัด มีกำหนดจะออกอากาศให้ได้ชมกันตอนแรก วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม เวลา 16.00 น. ทางช่อง ONE 31ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ที่ เพจ หมอชวนรู้ และช่องทาง FB IG TikTok และ X ในชื่อความลับใต้เสื้อกาวน์ @Theundergowns

ผิดคนแล้วค่ะ! ‘ได๋ ไดอาน่า’แจงดราม่า Call Out ลั่นอย่ามาหาว่าไม่รักชาติ

ผิดคนแล้วค่ะ! 'ได๋ ไดอาน่า'แจงดราม่า Call Out ลั่นอย่ามาหาว่าไม่รักชาติ

ผิดคนแล้วค่ะ! ‘ได๋ ไดอาน่า’แจงดราม่า Call Out ลั่นอย่ามาหาว่าไม่รักชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.58 น.

7 สิงหาคม 2568 ทำเอานักแสดงและพิธีรกรสาวสวย อย่าง “ได๋ ไดอาน่า จงจินตนาการ” ต้องออกมาคอมเมนต์ชี้แจงในคลิป ขณะที่เจ้าตัวได้ออกมาสัมภาษณ์ถึงประเด็นการที่ดาราหลายคนไม่ได้ออกมา Call out  ต่อสถานการณ์ตึงเครียดที่ชายแดนไทย–กัมพูชา

โดยเจ้าตัวได้พูดว่า“คนที่อยู่ในที่สาธารณะ มันอยู่ในที่แจ้ง มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นสิทธิส่วนบุคคลว่าเขาจะไปในทิศทางไหน แต่โดยส่วนตัวมองว่าเราก็ควรที่จะเคารพสิทธิของเขา การที่เราไปเรียกร้องว่าทำไมไม่ เราอาจจะไม่เข้าใจเขาจริงๆ ก็ได้ ถึงบอกว่าให้ใจเย็นๆ ซึ่งกันและกัน”

อย่างไรก็ตาม หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย ก็มีผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ บางส่วนมองว่าคำพูดของเธอดูเหมือนไม่ใส่ใจต่อสถานการณ์บ้านเมือง

จน ได๋ ไดอาน่า ต้องออกมาคอมเมนต์ในคลิปดังกล่าวว่า

“ขออนุญาตนะคะ
คลิปนี้ นักข่าวขอสัมภาษณ์ถึงผู้อื่นที่ไม่ออกมา Call Out ค่ะ ไม่ได้พูดถึงตัวเอง!!!
ฝากทุกท่านด้วยนะคะ จะด่า จะว่าอะไรก็ได้ แต่จะหาว่าไม่รักชาติ ไม่รักประเทศ ผิดคนแล้วค่ะ!
ทีม วันบันเทิง – oneบันเทิง ช่วยด้วย
ฝากเอาคลิปเต็มมาลงให้ที่ค่ะบางท่านไม่ได้ทราบที่มาที่ไป จะได้เข้าใจว่า ถูกถามถึง คนอื่นๆในวงการที่เลือกอยู่เฉยๆค่ะ”

‘เดย์ ฟรีแมน’ถามแรง! คนดังไทยไม่ออกมาคอลเอ้าท์เหตุปะทะชายแดน

'เดย์ ฟรีแมน'ถามแรง! คนดังไทยไม่ออกมาคอลเอ้าท์เหตุปะทะชายแดน

‘เดย์ ฟรีแมน’ถามแรง! คนดังไทยไม่ออกมาคอลเอ้าท์เหตุปะทะชายแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.00 น.

7 สิงหาคม 2568 จากสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ส่งผลให้เกิดความห่วงใยต่อความปลอดภัยของประชาชนและทหารในพื้นที่นั้น

ล่าสุด อารยาอิสรีย์ เอกอุชุกร หรือ เดย์ ฟรีแมน ได้ออกมาโพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊กเผยว่า “ตอนนี้หลายคนออกมาบอกว่า ช่วงที่ประเทศอื่นมีปัญหา มีเรื่องกัน บรรดาดาราไทย ศิลปินไทย นักร้องไทย นางงามไทย รวมทั้งไฮโซหลายท่าน จะออกมาช่วยกัน pray for คนนั้น pray for ประเทศนี้… แต่ตอนนี้ที่ประเทศไทยมีเรื่อง คนที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่เห็นออกมา pray for ประเทศไทย กันบ้างเลย หรือว่าบางคนเค้า pay for cash?”

โพสต์นี้ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

‘ธัญญ่า – อ้น’แท็กทีม’ทราย มาดามฟิน’พร้อม ‘ส่งต่อโอกาส’ มอบรายได้ช่วยโรงพยาบาลน่านจากอุทกภัย

'ธัญญ่า - อ้น'แท็กทีม'ทราย มาดามฟิน'พร้อม ‘ส่งต่อโอกาส’ มอบรายได้ช่วยโรงพยาบาลน่านจากอุทกภัย

‘ธัญญ่า – อ้น’แท็กทีม’ทราย มาดามฟิน’พร้อม ‘ส่งต่อโอกาส’ มอบรายได้ช่วยโรงพยาบาลน่านจากอุทกภัย

วันพุธ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.30 น.

ด้วยพลังแห่งน้ำใจของคนไทยที่พร้อมจะช่วยเหลือกันให้ผ่านพ้นวิกฤต นักแสดงและพิธีกรคุณภาพ ธัญญ่า ธัญญาเรศ เองตระกูล และ อ้น ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ สองเพื่อนซี้ ขอแท็กทีม ทราย มาดามฟิน หรือ ทราย นรี ชีวสุทธิศิลป์ CEO แบรนด์น้ำหอมมาดามฟิน คนเก่ง ชวนคนไทยมาร่วม ‘ส่งต่อหัวใจ’ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พร้อม ‘ส่งต่อโอกาส’                      มอบรายได้ทั้งหมดจากการไลฟ์ขายสินค้าวันเกิดผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก : น้ำหอม Madame Fin ในวันที่ 9 สิงหาคม นี้  เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อนำไปมอบให้ โรงพยาบาลน่าน ที่กำลังประสบอุทกภัย  อย่างรุนแรงในขณะนี้

“ในทุก ๆ วันเกิดที่ผ่านมา ทรายจะจัดแคมเปญพิเศษเพื่อแทนคำขอบคุณให้กับลูกค้ามาดามฟิน พร้อมมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาล และแบ่งปันอาหารให้กับชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดพิษณุโลกบ้านเกิด  ด้วยใจเสมอค่ะ …

แต่ปีนี้ ทรายขอใช้วันเกิดตัวเอง เป็นพื้นที่เล็ก ๆ อยาก ‘ส่งต่อหัวใจ’ จากทุกคนที่เข้ามาดูไลฟ์ ไปถึงคน  ที่กำลังลำบากในตอนนี้จริง ๆ ซึ่ง ทราย พี่ญ่า พี่อ้น มีความตั้งใจว่า “รายได้ทุกบาททุกสตางค์จากการที่คุณซื้อสินค้าในไลฟ์วันเกิดวันที่ 9 สิงหาคม นี้ จะไม่ถูกนำมาหักค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อส่งต่อให้ โรงพยาบาลน่าน 100% เพราะในตอนนี้ทั้งคนไข้และบุคลากรทางการแพทย์ได้รับผลกระทบหนักจากน้ำท่วม ต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก”

“ทรายไม่ขอของขวัญ ไม่ขอยอดปัง ขอแค่คุณเข้ามาอยู่ในไลฟ์ มาร่วมซื้อ มาร่วมแชร์ และร่วมเป็นอีกหนึ่งแรงใจไปด้วยกันนะคะ “ใครที่เคยใช้มาดามฟิน จะรู้ว่าทรายเชื่อในพลังของ ‘กลิ่น’ กลิ่นที่ดี…เปลี่ยนความรู้สึกคนได้ แล้วกลิ่นที่มาจากน้ำใจ… ทรายเชื่อว่ามันเปลี่ยนโลกใบเล็ก ๆ ของใครบางคนได้เหมือนกันค่ะ”

ทราย พี่ญ่า พี่อ้น และทีมงานขอให้ไลฟ์นี้เป็นวันที่พวกเราจะได้ ‘ส่งต่อโอกาส’ ให้กับคนที่กำลังต่อสู้ในพื้นที่  ที่ยังลำบาก” ทราย มาดามฟิน หรือ ทราย นรี ชีวสุทธิศิลป์ CEO แบรนด์น้ำหอมมาดามฟิน กล่าวเชิญชวนให้ทุกคน  เข้ามาร่วมในไลฟ์การกุศลครั้งนี้พบกันวันที่ 9 สิงหาคม นี้ เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ที่ ช่องทางเฟซบุ๊ก : น้ำหอม Madame Fin มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังแห่งน้ำใจที่รวมกันจนกลายเป็นแรงมหาศาลกันนะคะรายละเอียดเพิ่มเติม: ติดตามได้ที่ ช่องทางเฟซบุ๊ก : น้ำหอม Madame Fin หรือแอดไลน์ @fin9

#กลิ่นของหัวใจที่ยังเดินทาง #น้ำหอมมาดามฟิน #madamefin

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ แก่ข้าราชบริพารในพระองค์ 6 ราย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ แก่ข้าราชบริพารในพระองค์ 6 ราย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ แก่ข้าราชบริพารในพระองค์ 6 ราย

วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.14 น.

วันที่ 8 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า 

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า ชั้น ตติยจุลจอมเกล้า แก่ข้าราชบริพารในพระองค์ จำนวน 6 ราย ดังนี้

1.ร้อยโท ธนิสร งามพริ้ง
2.ร้อยโท เรวัตร ไวยเวทา
3.ร้อยโท ฉัตรณรงค์ เรืองพุก
4.ร้อยโท ไทยธวัช นรชาญ
5.ร้อยโท พัสกร สาระผล
6.ร้อยโท พีระ มงคลชัยฤกษ์

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 

ประกาศ ณ วันที่ 7 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 เป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน

‘ศศิกานต์’ย้ำภารกิจ’บุ๋ม ปนัดดา’ สื่อสารข้อมูลที่เป็นความจริงทางออนไลน์

'ศศิกานต์'ย้ำภารกิจ'บุ๋ม ปนัดดา' สื่อสารข้อมูลที่เป็นความจริงทางออนไลน์

‘ศศิกานต์’ย้ำภารกิจ’บุ๋ม ปนัดดา’ สื่อสารข้อมูลที่เป็นความจริงทางออนไลน์

วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.41 น.

“ศศิกานต์” ย้ำภารกิจ “บุ๋ม ปนัดดา” โฆษกจิตอาสา ศบ.ทก. สนับสนุนสื่อสารข้อมูลที่เป็นความจริงทางออนไลน์ ย้ำเป้าหมายรัฐบาลพาประชาชนกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย 100 % พร้อมเร่งเยียวยา

8 สิงหาคม 2568 น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ศบ.ทก. ได้ประกาศแต่งตั้ง น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ บุ๋ม ปนัดดา ให้ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งโฆษกจิตอาสา ประจำ ศบ.ทก. โดยจะมีภารกิจหลักในการสนับสนุนการสื่อสารข้อมูลที่เป็นความจริงให้กับประชาชนทางออนไลน์ ซึ่งจะให้เป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และสร้างความเข้าใจในสถานการณ์โดยปราศจากเฟกนิวส์

ทั้งนี้ รัฐบาลต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา อีกครั้ง สำหรับความเสียสละอย่างสูงสุดในช่วงเวลานี้ ภารกิจสำคัญที่สุดของรัฐบาลในขณะนี้ก็คือการดูแลความปลอดภัยและการพาทุกท่านกลับบ้านอย่างปลอดภัยในพื้นที่ที่ได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย 100% โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทยกว่า 22,600 ท่าน ยังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อย่างเต็มที่ โดยล่าสุดในพื้นที่ได้มีการประกาศเขตความช่วยเหลือฉุกเฉินรวม 7 จังหวัด มีศูนย์พักพิงชั่วคราว 353 แห่ง ใน 4 จังหวัด ซึ่งศูนย์พักพิงชั่วคราวมีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังมีจรวด BM21 ที่ยังไม่ได้เก็บกู้หลงเหลืออยู่ในพื้นที่ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงกำลังเร่งดำเนินการเก็บกู้เพื่อให้พื้นที่มีความปลอดภัยสำหรับพี่น้องประชาชนในการเตรียมกลับบ้าน ทั้งนี้ ได้เร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยบางพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเข้าสำรวจได้เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่ปลอดภัย ก็จะมีการเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยในขณะนี้ กระทรวงมหาดไทยได้เร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อเยียวยาในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการฟื้นฟูชีวิตทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายต่างๆ

น.ส.ศศิกานต์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการพาพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบกลับบ้าน ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยได้เป็นหน่วยงานหลักประสานกับหน่วยทหารในพื้นที่เพื่อร่วมการพิจารณาว่าที่ใดมีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับการให้ประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาได้แล้ว ก็จะพิจารณาให้กลับได้เลย หากมีการยืนยันว่ามีความปลอดภัยอย่างแท้จริงภายใต้ระบบควบคุมที่เป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของพี่น้องประชาชน และขอย้ำว่าเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของเราในขณะนี้คือการพาพี่น้องประชาชนกลับบ้านอย่างเหมาะสม อย่างมั่นใจ และปลอดภัยที่สุด ซึ่งในขณะนี้เป็นช่วงเวลาของการรวมไทยใจเป็นหนึ่ง ที่เราคนไทยทุกคนจะรวมใจก้าวผ่านช่วงนี้ไปได้อย่างดีที่สุด

‘ชูวิทย์’ มองเกม ‘ฮุนเซน’ ผู้ทรยศโลก แต่ไม่ยอมให้โลกทรยศ เปิดชนวนจุดแตกหัก’ทักษิณ’

'ชูวิทย์' มองเกม 'ฮุนเซน' ผู้ทรยศโลก แต่ไม่ยอมให้โลกทรยศ เปิดชนวนจุดแตกหัก'ทักษิณ'

‘ชูวิทย์’ มองเกม ‘ฮุนเซน’ ผู้ทรยศโลก แต่ไม่ยอมให้โลกทรยศ เปิดชนวนจุดแตกหัก’ทักษิณ’

วันศุกร์ ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.32 น.

วันที่ 8 สิงหาคม 2568 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า ฮุนเซน “ผู้ทรยศโลก แต่ไม่ยอมให้โลกทรยศ”

แม้เวลาผ่านไป ฝุ่นเริ่มจาง ชายแดนเริ่มสงบลง แต่ชนวนเหตุที่ “ฮุนเซน” นำคลิปมาปล่อยทิ้งระเบิด ไม่มีใครรู้  จู่ๆ ก็จัดหนัก  ด้วยวัตถุประสงค์เดียว คือ “ต้องการล้มทักษิณ” เมื่อ “อุ๊งอิ๊ง“ เป็นนายกฯ ภายใต้เงาบารมีของทักษิณ ล้มอุ๊งอิ๊ง คือ ล้มทักษิณ ล้มทักษิณ คือ ล้มพรรคเพื่อไทย ล้มพรรคเพื่อไทย คือ ล้มรัฐบาลไทย 

แต่ “ฮุนเซน” จะล้ม “ทักษิณ” ไปทำไม?  อำนาจของฮุนเซนในเขมรนั้นเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่มีใครกล้าหือกล้าอือ ตลอดระยะเวลาที่ครองอำนาจกว่า 40 ปี ฝ่ายค้านฝ่ายตรงข้ามของฮุนเซน มีแค่ 2 ทางให้เลือก “ไม่หนีก็ได้กระสุน” ไม่มีทางเลือกอื่น ขนาดฝ่ายค้านเขมรมาเที่ยวกรุงเทพฯ ยังถูกยิงตายกลางถนน สม รังษี ผู้นำฝ่ายค้านตัวยง ยังลี้ภัยไปอยู่ฝรั่งเศส คนอย่างฮุนเซนที่อยู่กับอำนาจมาทั้งชีวิต คงไม่ใช่แค่ไม่พอใจนายกฯ อุ๊งอิ๊งว่า “ไม่เป็นมืออาชีพ” แล้วโกธรเท่านั้น  อะไรที่ลึกกว่านั้น ?  อะไรที่ฮุนเซนต้องการมากกว่า? อะไรที่ฮุนเซนอยากได้แล้วไม่ได้รับการตอบสนอง?

ในความเห็นผมจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจาก “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์“ ที่พรรคเพื่อไทยเดินสายโร้ดโชว์โปรโมท เพราะคาดว่าจะต่อยอดให้ประเทศ ทุกประเทศรอบไทยมีหมด แล้วทำไมไทยจะมีไม่ได้? ยิ่งที่เขมร มีบ่อนชุกกว่าปั๊มน้ำมันเสียอีก สารพัดบ่อนปอยเปต สีหนุวิลล์ ที่จะเปิดได้ต้องฮุนเซนพยักหน้าคนเดียว  ตามด้วยส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจคาสิโนให้ตระกูลฮุนสูบปรนเปรอเปรมปรีดิ์มานาน จะมีธุรกิจอะไรในเขมรเล่า ที่จะให้ฮุนเซนได้เร็วเท่าคาสิโน จีนจึงแห่กันมาเปิดไม่มีจำกัด ใครใคร่เปิดบ่อนก็เปิด แต่ต้องจ่ายฮุนเซน นี่คือกฎเหล็ก ยิ่งเปิดมาก ฮุนเซนก็รับมาก เป็นเงาตามตัว จากเมืองที่ไม่มีอะไร จนเติบโตมีบ่อนทุกหัวระแหง เกิดสนามบิน เกิดการค้าต่อเนื่อง  

แล้ววันหนึ่งเมื่อไอเดียบรรเจิด “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์“ โผล่มา เขมรในฐานะเมืองคาสิโนจึงได้รับผลกระทบ กระแทกที่กล่องหัวใจฮุนเซนเต็มๆ ตอกย้ำตัดสัมพันธ์สะบั้นด้วย “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่รัฐบาลไทยถูกบีบจากรัฐบาลจีน ถึงกับส่งระดับผู้ช่วยรัฐมนตรีจีนมาบัญชาการ จนไทยต้องตัดไฟพม่า ลามไปถึง “ฮุนเซน“ เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดอีกระลอก จากนั้นทักษิณแฉลากไส้ตึกบัญชาการ 25 ชั้น ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ฮุนเซนไฟเขียว เพราะถือว่าไม่ได้หลอกคนเขมร (ไม่มีอะไรให้หลอก) แต่หลอกคนไทยได้เงินดี ไทยเดือดร้อน เขมรไม่เดือดร้อน ดังนั้นฮุนเซนไม่สน เจอไปหลายดอกฮุนเซนจึงวางแผน อันเป็นที่มาของการ “ลวงให้พูด“ ผ่านการเจรจากับล่าม “นายฮวด” ที่มีการตอกย้ำอ้างประเด็นเรื่อง “ด่าน” ที่ทหารปิด ทำให้ฮุนเซนไม่พอใจ  จนไปถึงประโยคลวงสำคัญจากนายฮวด สื่อภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำกับนายกฯ อุ๊งอิ๊งว่า ”ท่านฮุนเซนไม่พอใจท่านแม่ทัพภาค 2 มาก“

นายกฯ อุ๊งอิ๊งจึงหลุดพูดในทำนองว่า ท่านแม่ทัพเป็นคนละพวก เพื่อเอาใจฮุนเซนให้อารมณ์เย็นลง เจตนาเพื่อให้การเจรจาสำเร็จ เจอประโยคทองนี้เข้าไป ฮุนเซนจึงเก็บไว้แล้วปล่อยคลิปออกมา กลายเป็นระเบิดลูกใหญ่ใส่ประเทศไทย โดยคิดว่า “ทักษิณจบแน่” ด้วยความที่ฮุนเซนรู้จักไทยเป็นอย่างดี ผ่าน รัฐบาลไทยมาเป็นสิบรัฐบาล แต่การเมืองเขมรไม่เคยเปลี่ยน ฮุนเซนเป็นนายกฯ คนเดียวยาวนานตั้งแต่ปี 2528 จึงทำให้ฮุนเซนเข้าใจบริบททั้งการเมือง การทหารของไทย ฮุนเซนไม่มีเพื่อน ไม่มีนาย เพราะเป็นนายกฯ ไร้คู่แข่ง หากใครเป็นคู่แข่ง ไม่หนี ก็ตาย ใจฮุนเซนจึงเหี้ยมโหดอำมหิตยิ่งนัก  เมื่อเปิดการปะทะกันกับไทย เขมรก็ทำตัวเป็น ประเทศที่โดนไทยกลั่นแกล้ง เหมือนยูเครนรบกับรัสเซีย

โดยอ้างว่าเขมรถูกรุกรานก่อน ฮุนเซนทำตัวเสมือน ”เซเรนสกี้“ ฟ้องโลกให้เห็นว่าถูกไทยรังแก อ้างว่าเป็นประเทศเล็กๆ เล่นการเมืองบนเวทีระดับโลกโดยใช้ความเป็นประเทศยากจน ถูกไทยรุกราน ทำตัวน่าสงสารถูกเปิดสงคราม

ลีลาเขมรนั้นแสดงละครเก่ง ไม่ต้องพึ่งองค์กรใดๆ  ขณะที่ไทยพะว้าพะวัง เพราะถือว่าเป็นประเทศใหญ่กว่า ส่งเครื่องบิน F-16 ไปรบ ฮุนเซนรู้ว่าการปล่อยคลิปทำลายนายกฯ อุ๊งอิ๊งกระทบถึงทักษิณ และรัฐบาลไทยโดยตรง จึงทำตัวเป็นศัตรูกับรัฐบาลไทย หวังว่าแรงระเบิดของคลิปจะส่งผลถึงกองทัพ มวลชน และท้ายสุดความล่มสลายของรัฐบาลไทย ฮุนเซนมองทะลุกระดานอำนาจ และรู้เรื่องความแตกแยกภายในของไทย แผนนี้จึงเท่ากับ ”ยิงปืนนัดเดียว ได้นก 3 ตัว“ ยอมทำลายความสัมพันธ์ เก็บอำนาจของตัวเองที่มาจากเงินบ่อนสนับสนุน  จึงกล้าเปิดคลิป ทั้งๆ ที่รู้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร? นี่คือ ฮุนเซน “ที่ยอมทรยศโลก แต่ไม่ยอมให้โลกมาทรยศ“