แม่บ้านหัวใจเกษตร! ผันตัวจากกรีดยาง ‘เพาะด้วงสาคู’ ครองแชมป์ฟาร์มใหญ่สุดในตรัง

แม่บ้านหัวใจเกษตร! ผันตัวจากกรีดยาง 'เพาะด้วงสาคู' ครองแชมป์ฟาร์มใหญ่สุดในตรัง

แม่บ้านหัวใจเกษตร! ผันตัวจากกรีดยาง ‘เพาะด้วงสาคู’ ครองแชมป์ฟาร์มใหญ่สุดในตรัง

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.07 น.

แม่บ้านหัวใสวัย 46 ปี ชาวตำบลปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เริ่มจากการเพาะเลี้ยงด้วงสาคูขาย ต่อมามีการต่อยอดเพาะพ่อแม่พันธุ์ในกะละมัง โดยวางเรียงซ้อนกันแบบคอนโด ทำประหยัดพื้นที่ ขายสร้างรายได้ 2 ทาง จนได้กำไรงามสัปดาห์ละไม่ต่ำกว่า 20,000-30,000 บาทหรือกว่า 100,000 บาทต่อเดือน  และเป็นฟาร์มเพาะพ่อแม่พันธุ์ด้วงสาคูที่ใหญ่ที่สุดใน จ.ตรัง

วันที่ 5 ส.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ฟาร์มเพาะเลี้ยงด้วงสาคู หมู่ที่ 5 ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง น.ส.ลัดดาวัลย์ หรือเทศ อายุ 46 ปี ผันตัวจากเกษตรกรชาวสวนยางพารา หันมาเพาะพ่อแม่พันธุ์ด้วงสาคูหรือแมงหวัง (ตัวด้วงสาคูที่โตเต็มวัย) จนกลายเป็นฟาร์มเพาะพ่อแม่พันธุ์ด้วงสาคูแบบคอนโดในกะละมังรายใหญ่ที่สุดใน จ.ตรัง โดยมีทั้งหมดกว่า 1,000 กะละมัง ขายตัวละ 4-5 บาทหรือคู่ละ 8-10 บาท แต่ละสัปดาห์จะส่งพ่อแม่พันธุ์หรือแมงหวังขายได้ 4,000-5,000 คู่หรือกว่า 10,000 ตัว สร้างรายได้ 20,000-30,000 บาทต่อสัปดาห์ หรือกว่า 100,000 บาทต่อเดือนเลยทีเดียว

โดย น.ส.ลัดดาวัลย์ เกษตรกรเจ้าของฟาร์มเพาะพ่อแม่พันธุ์ด้วงสาคูรายใหญ่ใน จ.ตรัง เล่าว่า เมื่อว่างจากการกรีดยางพาราจึงคิดหารายได้เสริม เนื่องจากมีภาระครอบครัวและส่งลูกเรียนหนังสือ ต่อมาได้เห็นคนรู้จักเลี้ยงด้วงสาคูขาย โดยมีขั้นตอนการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก ใช้พื้นที่น้อย จึงศึกษาค้นคว้าเรื่อยมา จนกระทั่งมาเริ่มทดลองเลี้ยงด้วงสาคู 10 กะละมังแรก เมื่อขายดีจึงขยายออกเป็น 20-30 กะละมัง แต่ติดปัญหาที่ต้องซื้อพ่อแม่พันธุ์ในราคาแพง จึงคิดทำพ่อแม่พันธุ์เอง โดยปล่อยให้ตัวด้วงมีอายุประมาณ 40-45 วัน ก็จะได้พ่อแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์

จากนั้น จึงคัดแยกเพศ ซึ่งตัวผู้จะมีหนวด งวงสั้น ตัวเมียงวงเรียงยาว ไม่มีหนวด โดยการนำตัวผู้ 2 ตัวต่อตัวเมีย 4 ตัวให้อยู่กะละมังเดียวกัน ให้อาหารประเภทรำข้าว กากน้ำตาล อาหารหมูและแป้งสาคูที่ได้จากต้นสาคูหรือกากมะพร้าวสับ ผสมกับน้ำเปล่าจนชุ่มชื้น ปิดฝากะละมัง ปล่อยทิ้งไว้จนวางไข่โดยใช้เวลา 10 วัน และกลายเป็นตัวด้วงพร้อมขายใช้เวลา 30-35 วัน ราคากิโลละ 200 บาท หากทิ้งไว้จนครบ 45 วันก็จะกลายเป็นพ่อแม่พันธุ์พร้อมบรรจุขวดน้ำพลาสติกขาย โดย 1 ขวดจะมี 100 ตัวเป็นตัวผู้ 20 ตัวและตัวเมีย 80 ตัว

น.ส.ลัดดาวัลย์ เล่าต่ออีกว่า พ่อแม่พันธุ์จะจำหน่ายอยู่ที่คู่ละ 10 บาท ไซส์รองลงมาขายคู่ละ 8 บาทมี 2 ราคา แต่ละสัปดาห์จะได้ 4,000-5,000 คู่ต่อสัปดาห์ รายได้ 20,000-30,000 บาท ลูกค้าส่วนมากเป็นเจ้าประจำและเจ้าใหม่ที่มีการบอกต่อกันมา ส่งไกลที่สุดคือเชียงราย และทั่วประเทศ ผลตอบรับดีมาก เป็นอาชีพที่สร้างอาชีพให้กับเราได้ ไม่ว่าฝนตกแดดออกก็เลี้ยงได้ เป็นงานที่อยู่กับบ้าน เป็นอาชีพอิสระ

ซึ่งมีตลาดออนไลน์ส่งขายทั่วประเทศ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่มาจากภาคอีสาน ทำให้ตอนนี้กลายเป็นรายได้หลักเลี้ยงครอบครัว โดยมีเกษตรกรจากหลายจังหวัดเดินทางมาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง  ทำให้ด้วงสาคูที่เคยถูกมองว่าเป็นแมลงศัตรูพืชในตระกูลปาล์ม เช่น ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว ต้นลาน ต้นสาคู  กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ให้โปรตีนสูง สามารถนำไปทำอาหารได้หลากหลายเมนู แต่เกษตรกรเลือกที่จะเพาะพ่อแม่พันธุ์ขายเป็นหลัก เพราะสร้างรายได้ดีกว่า และทำขายได้ตลอดทั้งปี ไม่เสี่ยงต่อฝนฟ้าอากาศเหมือนพืชหรือสัตว์เศรษฐกิจชนิดอื่น ส่วนใครสนใจติดต่อได้ทางเฟสบุ๊ก ฟาร์มด้วงลัดดา (ลัดดาวัลย์ ชนะศรี) และที่หมายเลขโทรศัพท์ 087-4685684 ///-026

อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดงาน Kick Off ก้าวสู่ปีที่ 78 สัตวแพทยสมาคมฯ และวันสัตวแพทย์ไทย 2568

อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดงาน Kick Off ก้าวสู่ปีที่ 78 สัตวแพทยสมาคมฯ และวันสัตวแพทย์ไทย 2568

อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดงาน Kick Off ก้าวสู่ปีที่ 78 สัตวแพทยสมาคมฯ และวันสัตวแพทย์ไทย 2568

วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.24 น.

4 สิงหาคม 2568 เวลา 09.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์ปราโมทย์ ตาฬวัฒน์ นายกสัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ศ.ดร.นายแพทย์ประกิตพันธุ์ ทมทิตชงค์ นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แพทย์หญิงณัฐินี อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคติดต่อ และนายสัตวแพทย์ ศิษฐพล เอี่ยมวิสูตร ผู้อำนวยอำนวยการสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ร่วมเป็นประธานเปิดงาน Kick Off ก้าวสู่ปีที่ 78 สัตวแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และวันสัตวแพทย์ไทย พ.ศ. 2568 โดยมีนายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผู้บริหารกรมปศุสัตว์  และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานฯ ณ ลานหน้ากรมปศุสัตว์ ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ โดยภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย การให้บริการผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมว การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า การฝังไมโครชิพสัตว์ การกำจัดเห็บหมัด และการแจกอาหารสัตว์เลี้ยง (สุนัขและแมว) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

-(016)

‘หมูเด้ง’ ปันน้ำใจ ส่งกำลังใจให้ชายแดนไทย เติมรอยยิ้มให้เด็กๆ

'หมูเด้ง' ปันน้ำใจ ส่งกำลังใจให้ชายแดนไทย เติมรอยยิ้มให้เด็กๆ

‘หมูเด้ง’ ปันน้ำใจ ส่งกำลังใจให้ชายแดนไทย เติมรอยยิ้มให้เด็กๆ

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.10 น.

‘สวนสัตว์เปิดเขาเขียว’ จับมือ Leila Toys มอบข้าวของเครื่องใช้มูลค่า 300,000 บาท ช่วยเหลือทหารและประชาชนชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อม “ตุ๊กตาหมูเด้ง” เติมรอยยิ้มให้เด็กๆ

5 สิงหาคม 2568 สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี นำโดยนายณรงวิทย์ ชดช้อย ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว และนายศรีศักดิ์ สุขชุ่ม ผู้ช่วยผู้อำนวยการสวนสัตว์ฯ เป็นตัวแทนองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รับมอบรายได้จากการจัดกิจกรรมการกุศล “Leila Toys x หมูเด้ง” ซึ่งจัดร่วมกับบริษัท ไลลา อมูเลทส์ จำกัด (Leila Toys) ผ่านการไลฟ์สดทาง Facebook และ TikTok เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้เปิดจำหน่ายสินค้าคอลเลกชั่นพิเศษ โดยมี “หมูเด้ง” ฮิปโปแคระขวัญใจชาวไทย เป็นพรีเซ็นเตอร์ และได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากประชาชนทั่วประเทศ สามารถระดมเงินบริจาคได้รวมทั้งสิ้น 300,000 บาท โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา จังหวัดสุรินทร์

นอกจากนี้ สวนสัตว์เปิดเขาเขียวยังได้นำ ตุ๊กตาหมูเด้ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความน่ารักและกำลังใจไปมอบให้แก่เด็กๆในศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อสร้างรอยยิ้มและเติมพลังใจให้กับครอบครัวที่กำลังเผชิญความยากลำบาก พร้อมทั้งมอบข้าวของเครื่องใช้มูลค่า 300,000 บาท เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง ยารักษาโรค และของใช้ส่วนตัวอื่นๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

โดยในการส่งมอบสิ่งของช่วยเหลือในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายวีระชัย ประเสริฐโส รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และ พลตรีไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณ ฑลทหารบกที่ 25 ร่วมเป็นผู้แทนรับมอบ ณ จังหวัดสุรินทร์ พร้อมแสดงความขอบ คุณต่อพลังแห่งความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชนและประชาชน ที่รวมพลังน้ำใจ ส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจไปยังพี่น้องในพื้นที่ชายแดน สะท้อนถึงสายใยความผูกพันและจิตวิญญาณแห่งการแบ่งปันที่งดงามของสังคมไทย

นายณรงวิทย์ กล่าวขอบคุณบริษัท Leila Toys และพี่น้องประชาชนทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “นี่คือตัวอย่างของพลังความสามัคคีและน้ำใจของคนไทย ที่รวมพลังกันช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างอบอุ่นและจริงใจ”

สำหรับ “หมูเด้ง” นั้น ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์ขวัญใจในโลกโซเชียล แต่ยังทำหน้าที่เป็นตัวแทนแห่งการอนุรักษ์และการส่งต่อพลังบวกจากสวนสัตว์สู่สังคม ในฐานะสัตว์ป่านอกถิ่นอาศัยที่มีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการศึกษา วิจัย และการสื่อสารเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ป่า ด้วยความน่ารักสดใสของ “หมูเด้ง” ทำให้เข้าถึงหัวใจของผู้คนได้ทุกเพศทุกวัย และกลายเป็นสัญลักษณ์ของความหวังและกำลังใจที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวส่งตรงถึงมือประชาชนทั่วประเทศ

-(016)

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเปิดงาน มหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 อ้อมกอดของแม่” สานต่อพระราชปณิธานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเปิดงาน มหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 อ้อมกอดของแม่” สานต่อพระราชปณิธานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงเปิดงาน มหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 อ้อมกอดของแม่” สานต่อพระราชปณิธานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.18 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงเป็นองค์ประธานในงานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2568 “ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 อ้อมกอดของแม่” พร้อมทอดพระเนตรวีดิทัศน์ “กองทุนแม่ของแผ่นดิน ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 อ้อมกอดของแม่” และนิทรรศการต่าง ๆ ภายในงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2568 เวลา 17.00 น. ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 

โดยมี  นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายชัยพรรษ เสริมสุวรรณ  อธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 พลโท อมฤต บุญสุยา  แม่ทัพภาคที่ 1 พลตำรวจโท สุรพล เปรมบุตร  ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมข้าราชการ และคณะกรรมการจัดงาน ฯ เฝ้า ฯ รับเสด็จ

ในวาระพิเศษก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 ของกองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อสานต่อพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมุ่งมั่นอุทิศพระองค์ด้วยหัวใจแห่งความเป็นแม่ ทรงห่วงใยต่อภัยยาเสพติดด้วยน้ำพระราชหฤทัยของพระองค์ที่ทรงปกป้องอนาคตของลูกหลานไทย ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, นิทรรศการผลการดำเนินงานของหมู่บ้าน/ชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดินและนิทรรศการรูปแบบการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดต้นแบบ 12 จังหวัด ภายใต้แนวคิด  “ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 อ้อมกอดของแม่” เพื่อถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณตลอดจนการทำงานอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลา 2 ทศวรรษ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือและสร้างพลังความร่วมมือจากคนในชุมชนและหมู่บ้านทั่วประเทศให้ห่างไกลจากปัญหายาเสพติด

พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) กล่าวว่า “การดำเนินงานกองทุนแม่ของแผ่นดินได้ก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 ซึ่งเป็นวาระสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านและชุมชนตามพระราชปณิธานฯ สำหรับงานมหกรรมในปี 2568 นี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีเสด็จฯ แทนพระองค์ เป็นองค์ประธานในพิธีพระราชทานเงินพระราชทานขวัญถุงกองทุนแม่ของแผ่นดินให้แก่หมู่บ้านชุมชนต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2568 จำนวน 1,528 แห่ง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้แทนเข้ารับพระราชทาน พร้อมผู้แทนภาคประชาชนกองทุนแม่ของแผ่นดินจากทั่วประเทศเข้าร่วมงาน ทั้งนี้ ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของกองทุนแม่ของแผ่นดินตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถจัดการปัญหายาเสพติดด้วยสันติวิธี มีการส่งเสริมอาชีพตามความถนัด ตลอดจนให้การดูแลและให้โอกาสแก่ผู้เคยผิดพลาดจากยาเสพติดได้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมอย่างสงบสุข ควบคู่ไปกับการสร้างกลไกเฝ้าระวังเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปัจจุบันมีหมู่บ้านชุมชนที่เข้าร่วมโครงการกองทุนแม่ของแผ่นดิน รวมทั้งสิ้น 28,646 แห่ง ส่งผลให้มีจำนวนหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินทั่วราชอาณาจักรรวมทั้งสิ้น 30,174 แห่ง ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จเชิงคุณภาพที่สำนักงาน ป.ป.ส. มุ่งมั่นผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง”

 “กองทุนแม่ของแผ่นดิน” เป็นกองทุนที่มอบให้กับหมู่บ้าน/ชุมชน โดยมีเป้าหมายมุ่งขจัดปัญหายาเสพติดให้ได้ผลอย่างยั่งยืน ด้วยพลังความดีและความสามัคคีของชาวบ้าน โดยมีองค์ประกอบของกองทุน 3 ส่วน ได้แก่ ทุนศักดิ์สิทธิ์ คือ พระราชทรัพย์พระราชทานที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยสำนักงาน ป.ป.ส. ได้สมทบงบประมาณส่วนหนึ่ง เพื่อเป็นเงินขวัญถุงและเป็นศูนย์รวมจิตใจคนในหมู่บ้าน/ชุมชนให้ร่วมดำเนินงาน, ทุนศรัทธา การระดมเงินจากสมาชิกสมทบเข้ากองทุนแม่ของแผ่นดินในแต่ละหมู่บ้าน ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงทุนทางสังคมของหมู่บ้าน/ชุมชนที่ต้องการไม่ให้มีปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านอย่างเป็นรูปธรรม และทุนปัญญา ที่ใช้พลังแห่งปัญญาในการหาวิธีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในการระดมทุนเพื่อขยายกองทุน จนสามารถนำไปใช้จ่ายเพื่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดของหมู่บ้านได้อย่างเพียงพอต่อไป

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในโอกาสที่กองทุนแม่ของแผ่นดินก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 ขอเชิญชวนประชาชนคนไทยทุกคนร่วมกันสานต่อพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา กองทุนแม่ของแผ่นดินได้เป็นศูนย์รวมแห่งความดีงามที่สร้างพลังความร่วมมือของคนในชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน ด้วยหัวใจแห่งความเป็นแม่ที่ทรงห่วงใยอนาคตของลูกหลานไทย เราทุกคนจึงต้องช่วยกันสร้างเกราะป้องกันให้แก่เยาวชนของเราต่อไป โดยสำนักงาน ป.ป.ส. จะมุ่งมั่นทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การดำเนินงานบังเกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืนสืบไป ทั้งยังมุ่งหวังว่างานมหกรรมครั้งนี้จะเป็นเวทีสำคัญในการสร้างพลังใจ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเสริมสร้างเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินทั่วประเทศให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและชุมชนที่ปลอดยาเสพติดอย่างยั่งยืน”

ประชาชนชาวไทยทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ด้วยการแจ้งเบาะแสยาเสพติด ผ่านสายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386

พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ 

โรบินฮู้ด เดลิเวอรี จัดแคมเปญ “Robinhood for Hero” ร่วมส่งต่อกำลังใจสู่ครอบครัวทหารกล้า

โรบินฮู้ด เดลิเวอรี จัดแคมเปญ “Robinhood for Hero” ร่วมส่งต่อกำลังใจสู่ครอบครัวทหารกล้า

โรบินฮู้ด เดลิเวอรี จัดแคมเปญ “Robinhood for Hero” ร่วมส่งต่อกำลังใจสู่ครอบครัวทหารกล้า

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.54 น.

สถานการณ์บ้านเมืองที่ผู้คนสนใจมากที่สุดในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ทำให้ทหารและพลเมืองจำนวนมากต้องสูญเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เราได้เห็นทหารทำหน้าที่อย่างดีในการต่อสู้ปกป้องรักษาอธิปไตยของชาติจนนาทีสุดท้าย ล่าสุด  โรบินฮู้ด เดลเวอรี่ ขอเป็นหนึ่งในการส่งต่อน้ำใจแทนคนไทยทั้งประเทศ กับแคมแปญส่งต่อกำลังใจให้ครอบครัวเหล่าทหารกล้า ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่ย่อท้อ ตามแนวชายแดน ไทย-กัมพูชา

โดยโรบินฮู้ด เดลิเวอรี จัดแคมเปญ “Robinhood for Hero” ร่วมส่งต่อกำลังใจสู่ครอบครัวทหารกล้า เดินหน้าสานต่อพันธกิจ “แอปไทยเพื่อคนไทย” เปิดตัวแคมเปญ “Robinhood for Hero” เชิญชวนผู้ใช้งานร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อพลังใจสู่ครอบครัวของวีรบุรุษไทย ผ่านการสั่งอาหารที่มาพร้อมการบริจาคโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ภายใต้แนวคิด “ทุกออเดอร์ของคุณ คือการดูแลครอบครัววีรบุรุษของเรา”

เพียงผู้ใช้งานกรอกโค้ดโปรโมชั่น “RBH4HERO” ขณะสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชัน โรบินฮู้ด เดลิเวอรี ระบบจะทำการ สมทบเงินบริจาคจำนวน 10 บาทต่อออเดอร์ ให้แก่ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ทหารผู้เสียสละ เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนและกำลังใจ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากผู้ใช้งานแต่อย่างใดโค้ดโปรโมชั่นสามารถใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ตลอดระยะเวลาแคมเปญ ตั้งแต่วันนี้้ -31 สิงหาคม 2568 ผู้ที่สนใจสามารถร่วมแคมเปญได้ที่: https://go.rbh.app/PAgI/rbhn1o68

นายพงศ์ปณต อิงคสิทธิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจ โรบินฮู้ด เดลิเวอรี่ กล่าวว่า สำหรับหลักปรัชญาในการบริหารธุรกิจของโรบินฮูดนั้น  เชื่อว่าการทำธุรกิจคือการเกื้อกูลกัน ไม่ได้มุ่งแค่การหากำไรสูงสุด แต่เป็นการสร้างคุณค่าร่วมกัน ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจควรได้รับประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นคู่ค้า ลูกค้า หรือพนักงาน โรบิฮู้ดมองว่าธุรกิจของเราต้องทำอะไรที่สร้างคุณค่าและมีความหมายให้กับสังคม นอกจากนี้ยังเชื่อว่าต้องเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงในทุกๆ ด้าน เพราะธุรกิจมีขึ้นและลง สิ่งสำคัญคือการตั้งมั่นในหลักการที่ยึดถือของโรบินฮู้ด

3 ประธานเครือซีพี” มอบทุนการศึกษาแก่บุตรทหารกล้าผู้เสียชีวิตจากเหตุไม่สงบชายแดนไทย–กัมพูชา สนับสนุนจนจบปริญญาตรี พร้อมเปิดโอกาสเข้าทำงานในเครือฯ

3 ประธานเครือซีพี” มอบทุนการศึกษาแก่บุตรทหารกล้าผู้เสียชีวิตจากเหตุไม่สงบชายแดนไทย–กัมพูชา สนับสนุนจนจบปริญญาตรี พร้อมเปิดโอกาสเข้าทำงานในเครือฯ

3 ประธานเครือซีพี” มอบทุนการศึกษาแก่บุตรทหารกล้าผู้เสียชีวิตจากเหตุไม่สงบชายแดนไทย–กัมพูชา สนับสนุนจนจบปริญญาตรี พร้อมเปิดโอกาสเข้าทำงานในเครือฯ

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.30 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ร้อยเรียงความดีสู่ประเทศชาติและสังคม เดินหน้าสานต่อค่านิยมองค์กร “สามประโยชน์” ประกาศมอบทุนการศึกษาและค่าครองชีพแก่บุตรและบุตรีของทหารกล้าที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อสนับสนุนให้เยาวชนเหล่านี้ได้เรียนจนจบระดับปริญญาตรี พร้อมเปิดโอกาสให้เข้าทำงานในบริษัทในเครือ

การสนับสนุนทุนการศึกษาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการทุนการศึกษาเครือเจริญโภคภัณฑ์” ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือและสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนไทย โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สำคัญของประเทศ อันสะท้อนถึงความห่วงใยและความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “เครือเจริญโภคภัณฑ์ดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นใน ‘หลักสามประโยชน์’ คือ ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประโยชน์ต่อประชาชน และประโยชน์ต่อองค์กรมาโดยตลอด การตอบแทนความเสียสละของทหารกล้า ผ่านการดูแลครอบครัวของพวกเขา จึงเป็นการแสดงออกถึงความตั้งใจของเราที่จะยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทย ด้วยความเคารพอย่างสูงต่อผู้ที่อุทิศชีวิตเพื่อแผ่นดิน”

ด้าน นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า “ซีพีเชื่อมั่นว่าความดีต้องได้รับการจดจำและส่งต่อเป็นแรงบันดาลใจ โครงการมอบทุนในครั้งนี้จึงเป็นการสานต่อคุณค่าของความเสียสละให้คงอยู่ โดยเครือฯ จะไม่เพียงรำลึกถึง แต่จะดูแลครอบครัวของวีรบุรุษเหล่านี้ให้มีโอกาสดำเนินชีวิตต่อไปอย่างสง่างาม”

ขณะที่ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การศึกษาคือกุญแจสำคัญของอนาคตที่ยั่งยืน บุตรหลานของทหารกล้าสมควรได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการเรียนรู้และการทำงานในอนาคต พวกเขาคือครอบครัวของวีรบุรุษผู้ปกป้องประเทศ และซีพีจะไม่ปล่อยให้พวกเขาเดินลำพัง”

เครือเจริญโภคภัณฑ์ยังคงยืนยันความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์สิ่งดีงามเพื่อประเทศชาติและประชาชน ภายใต้ค่านิยม “สามประโยชน์” ที่เป็นหัวใจขององค์กรมาโดยตลอด

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ ฝึกพูดเขมรวันละประโยค

บทความพิเศษ : 'รู้เขา รู้เขมร' ฝึกพูดเขมรวันละประโยค

บทความพิเศษ : ‘รู้เขา รู้เขมร’ ฝึกพูดเขมรวันละประโยค

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เนื่องจากประชาชนชาวกัมพูชาส่วนใหญ่พูดภาษาไทยและอังกฤษไม่ได้  ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ ทหารตำรวจและคนไทยผู้ปฏิบัติงานชายแดนไทย-กัมพูชา ควรจะมีความรู้ภาษากัมพูชาไว้ตามสมควร    เพราะคนเรานั้นจะดีใจถ้ามีคนต่างชาติมาพูดภาษาของตนได้ คล้ายคนไทยได้พบคนญี่ปุ่นหรือฝรั่งมาทักทายด้วยคำว่า  “สวัสดี” หรือ”ขอบคุณ”

บทความต่อไปนี้ ได้รวบรวมคำภาษากัมพูชา 100 ประโยค ที่น่าจะมีความสำคัญในการติดต่อสื่อสารพื้นฐาน  อันจะสร้างมิตรไมตรี ชนะใจชาวเขมร โดยไม่ต้องยิงปืนให้เสียกระสุน หรือเสียเลือดสักหยดเดียว

ถ้าทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ชายแดนไทย  จะฝึกพูดคำภาษาเขมรวันละประโยค สัก 30 วัน 30 ประโยค  ก็จะทำให้สถานะการณ์ต่างๆดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ

คำทักทายทั่วไป

1.             ជំរាបសួរ — ชม เรียบ ซัว (สวัสดีครับ/ค่ะ)

2.             សុខសប្បាយទេ? — ซก สับบาย เต๊ะ? (คุณสบายดีไหม?)

3.             អរគុណ — ออกุน (ขอบคุณครับ/ค่ะ)

4.             សូមអភ័យទោស — โซม อัปฮัย โต๊ะ (ขอโทษครับ)

5.             ទទួលបានសុខភាពល្អទេ? — ตะตวล บาน ซกคะพียบ หลอ เต๊ะ? (สุขภาพดีไหม?)

การตรวจสอบและคำสั่งพื้นฐาน

6.             សូមឈប់ស្ដាប់ — โซม ฉุบ ซดับ (กรุณาหยุดฟัง)

7.             សូមបង្ហាញប័ណ្ណសម្គាល់ — โซม บองฮาย บัน ส็อมกัล (แสดงบัตรประจำตัว)

8.             អ្នកមានឯកសារទេ? — แนก เมียน เอกะสา เต๊ะ? (คุณมีเอกสารไหม?)

9.             សូមចាំមួយភ្លែត — โซม จัม มวย เพล้ด (กรุณารอสักครู่)

10.          អ្នកមកពីណា? — แนก มอก ปี นา? (คุณมาจากที่ไหน?)

ความปลอดภัยและความร่วมมือ

11.          យើងមិនចង់បង្កវិបត្តិទេ — เยิง มิน จอง บองก็อ วิบัต เต๊ะ (เราไม่ต้องการสร้างปัญหา)

12.          យើងជាមិត្ត — เยิง เจีย มิด (เราเป็นมิตร)

13.          សូមចេះធ្វើការរួម — โซม เจะ ทเวอ การ ร่วม (กรุณาร่วมมือกัน)

14.          តើមានការគំហើតអ្វី? — เตอ มีน การ โคฮอท อะเวย์? (เกิดอะไรขึ้น?)

15.          សូមរក្សាសន្តិសុខ — โซม ร็อกซา ซ็อนติสกุ๊ก (กรุณารักษาความปลอดภัย)

คำสั่งในภาวะฉุกเฉิน

16.          ចូររត់! — โจ รต! (วิ่งเร็ว!)

17.          ចូលក្នុងទីកន្លែងសុវត្ថិភាព — โจล กนง ตีกันแลง ซ็วัตทิพียบ (เข้าไปในที่ปลอดภัย!)

18.          មិនអាចទៅបានទេ — มิน อาจ โตว์ บาน เต๊ะ (ไปไม่ได้ครับ)

19.          ចាប់គេ! — จับ เก! (จับเขา!)

20.          សូមព្យាបាលបឋម — โซม เปียบาน บัตถม (ช่วยปฐมพยาบาล)

การฝึกซ้อมและการทำงานร่วมกัน

21.          យើងត្រូវបង្កើតសមត្ថភាពរួម — เยิง ตร็ว บองก็อ ซ็อมอัตทะพียบ ร่วม (เราต้องพัฒนาศักยภาพร่วมกัน)

22.          សូមអនុវត្តការបណ្តុះបណ្តាល — โซม อะนุวัต การ บอนด็อก บอนดาล (กรุณาฝึกอบรม)

23.          យើងត្រូវសហការ — เยิง ตร็ว สะฮะกา (เราต้องร่วมมือกัน)

24.          សូមរៀបចំឯកសារត្រូវគ្នា — โซม เรียบจ็อม เอกะสา ตร็ว กนีย์ (เตรียมเอกสารให้ตรงกัน)

25.          សូមអនុញ្ញាតឱ្យចូល — โซม อะนุนยาต ออย โจล (กรุณาอนุญาตให้เข้า)

การตรวจค้นและการสื่อสารกับประชาชน

26.          តើអ្នកយល់ពីនេះទេ? — เตอ แนก ยล ปี นี้ เต๊ะ? (คุณเข้าใจสิ่งนี้ไหม?)

27.          អ្នកអាចឆ្លើយសំណួរបានទេ? — แนก อาจ ฉฺลอย ซ็อมนัวร์ บาน เต๊ะ? (คุณตอบคำถามได้ไหม?)

28.          សូមបើកថង់ — โซม เบิก ถง (เปิดกระเป๋าด้วยครับ)

29.          សូមបង្ហាញខ្លួន — โซม บองฮาย ขฺลวน (กรุณาแสดงตัวตน)

30.          តើអ្នកជឿជាក់ថា… ? — เตอ แนก เจือเจียก ท่า…? (คุณมั่นใจไหมว่า…?)

31.          ចូរបង្ហាញផ្លូវ — โจ บองฮาย พลว (กรุณาชี้ทาง)

32.          អាចជួយយើងបានទេ? — อาจ จวย เยิง บาน เต๊ะ? (ช่วยเราได้ไหม?)

33.          តើមានឧបសគ្គអ្វី? — เตอ มีน อุปะสะกะ อะเวย์? (มีอุปสรรคอะไรไหม?)

34.          សូមស្នើអាជ្ញា — โซม ซฺนา อาจฺญา (ขออนุญาต)

35.          កុំភ័យ — กฺม ผัย (ไม่ต้องกลัว)

36.          ចាំខ្ញុំមួយភ្លែត — จัม ขฺญม มวย เพล้ด (รอผมสักครู่)

37.          ចូលតាមខ្សែ — โจล ตาม ขฺแซ (เข้าแถว)

38.          ប្រញាប់ឡើង — ปฺรัญยับ เลิง (รีบหน่อย)

39.          កុំចាប់ខុសមនុស្ស — กฺม จับ โคฮ มนุษย์ (อย่าจับคนผิด)

40.          សូមរាយការណ៍ទៅសេនាបញ្ញត្តិ — โซม เรียกา โตร เซนา บัญญัต (รายงานผู้บังคับบัญชา)

การเจรจาและการทำงานร่วมกับฝ่ายตรงข้าม

41.          យើងមិនសកម្មលើការប្រឆាំងទេ — เยิง มิน สกัม เลอ การ ปรฺชัง เต๊ะ (เราไม่ตั้งใจจะเป็นฝ่ายต่อต้าน)

42.          សូមចេះស្តាប់គ្នា — โซม เจะ ซดับ กฺนีย์ (ขอให้ฟังกัน)

43.          យើងមានគោលបំណងល្អ — เยิง มีน โกล บำนัง หลอ (เรามีเจตนาดี)

44.          យើងមិនមែនជាសត្រូវ — เยิง มิน เมน เจีย สัตฺตรูว์ (เราไม่ใช่ศัตรู)

45.          តើអាចចរចាបានទេ? — เตอ อาจ จอรจา บาน เต๊ะ? (เราสามารถเจรจาได้ไหม?)

46.          ចូរនិយាយដោយសន្តិ — โจ นิยา โดย สันติ (พูดอย่างสันติ)

47.          សូមសាងសុខភាព — โซม สาง ซกคะพียบ (สร้างความเป็นสุขด้วยกัน)

48.          មិនអាចបញ្ចេញអាវុធបានទេ — มิน อาจ บัญเจญ อาวุธ บาน เต๊ะ (ห้ามใช้อาวุธ)

49.          យើងត្រូវគោរពសន្ធិសញ្ញា — เยิง ตร็ว โกโรป ซนทิซัญญา (เราต้องเคารพข้อตกลง)

50.          សូមប្រកាសច្បាប់ — โซม ปรกาส จฺบับ (กรุณาประกาศกฎ)

51.          អ្នកមានភារកិច្ចអ្វី? — แนก เมียน พีรกิจ อะเวย์? (คุณมีหน้าที่อะไร?)

52.          សូមមើលទៅអនាគត — โซม เมิล โตร อะนาโกต (ขอให้มองไปสู่อนาคต)

53.          កុំប្រើកម្លាំង — กฺม ปฺรอ กำลัง (ห้ามใช้กำลัง)

54.          ចូរជជែកដោះស្រាយ — โจ เจเจก ดอซราย (พูดคุยเพื่อแก้ไข)

55.          យើងអាចធ្វើឱ្យសន្តិភាពបាន — เยิง อาจ ทเวอ ออย ซนทิพียบ บาน (เราสามารถสร้างสันติภาพได้)

56.          សូមគោរពមនុស្ស — โซม โกโรป มนุษย์ (กรุณาเคารพคนอื่น)

57.          សូមមិនមើលបញ្ហាជាសត្រូវ — โซม มิน เมิล บัญหา เจีย สัตฺตรูว์ (ขอให้ไม่มองปัญหาเป็นศัตรู)

58.          ខ្ញុំមានការងារសំខាន់ — ขฺญม มีน การงาน ซ็อมขัน (ฉันมีภารกิจสำคัญ)

59.          សូមស្នាក់នៅទីនេះជាបណ្តោះអាសន្ន — โซม สนาก เนอ ตีนิ เจีย บอนดอฮ อาสน (กรุณาอยู่ที่นี่ชั่วคราว)

60.          យើងត្រូវបញ្ជូនព័ត៌មាន — เยิง ตร็ว บัญโจน ผอ มนูน (เราต้องส่งข้อมูล)

การติดต่อกับชุมชนและองค์กรท้องถิ่น

61.          យើងមកជាមួយសេរីភាព — เยิง มอก เจีย มวย เซริพียบ (เรามาพร้อมสันติภาพ)

62.          សូមជួយសហការជាមួយយើង — โซม จ่วย สะฮะกา เจีย มวย เยิง (ขอให้ร่วมมือกับเรา)

63.          យើងចង់ស្ថាបនាអនាគតល្អ — เยิง จอง สถาปนา อะนาโกต หลอ (เราต้องการสร้างอนาคตที่ดี)

64.          តើអ្នកជាសហគមន៍នេះទេ? — เตอ แนก เจีย สะฮะคุม นี้ เต๊ะ? (คุณอยู่ชุมชนนี้ใช่ไหม?)

65.          សូមផ្តល់ព័ត៌មានអំពីតំបន់នេះ — โซม ผดัล ผอมมนูน ออมปี ตำบน นี้ (ขอข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่นี้)

66.          យើងមិនមែនជាអ្នកវាយប្រហារ — เยิง มิน เมน เจีย แนก เวียบรอหา (เราไม่ใช่ผู้รุกราน)

67.          អ្នកអាចប្រាប់ឱ្យយើងដឹងបានទេ? — แนก อาจ ปรัป ออย เยิง เดิง บาน เต๊ะ? (ช่วยบอกเราหน่อยได้ไหม?)

68.          សូមមិនបង្កការភ័យខ្លាច — โซม มิน บองก็อ การ ผัย ขฺลาจ (กรุณาอย่าสร้างความกลัว)

69.          តើមានសាលារៀននៅក្បែរ? — เตอ มีน ซาลาเรียน เนอ กแบร์? (มีโรงเรียนใกล้ ๆ ไหม?)

70.          យើងចង់ជួយការអភិវឌ្ឍ — เยิง จอง จ่วย การ อะพิวด (เราต้องการช่วยพัฒนา)

71.          អ្នកអាចជាសមាជិក — แนก อาจ เจีย สมาจิก (คุณเป็นสมาชิกได้)

72.          សូមមើលទៅការរួមគ្នា — โซม เมิล โตร การ ร่วม กนีย์ (มองไปที่ความร่วมมือกัน)

73.          យើងមានគោលបំណងសុវត្ថិភាពសង្គម — เยิง มีน โกล บำนัง ซ็วัตทิพียบ ซ็องกม (เรามุ่งมั่นสร้างความปลอดภัยในสังคม)

74.          សូមកុំបង្កភាពអវិជ្ជមាន — โซม กฺม บองก็อ พีียบ อวิจฺญามีน (อย่าก่อให้เกิดผลลบ)

75.          សូមជួយពង្រឹងសន្តិភាព — โซม จ่วย ปงรึง ซ็นทิพียบ (ช่วยส่งเสริมสันติภาพ)

76.          តើអ្នកមានគំនិតអ្វី? — เตอ แนก มีน กุมนิท อะเวย์? (คุณมีความคิดเห็นไหม?)

77.          យើងមិនចង់ជាសត្រូវទេ — เยิง มิน จอง เจีย สัตตรู เต๊ะ (เราไม่อยากเป็นศัตรู)

78.          សូមឲ្យយើងដឹងព័ត៌មានច្បាស់ — โซม ออย เยิง เดิง ผอมมนูน จฺบาซ (ขอข้อมูลให้ชัดเจน)

79.          អ្នកអាចប្រាប់អំពីប្រវត្តិសាស្ត្របានទេ? — แนก อาจ ปรัป ออมปี ประวัติศาสตร์ บาน เต๊ะ? (ช่วยเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ได้ไหม?)

80.          យើងគួរពិភាក្សាជាសន្តិ — เยิง กัวร์ พิภาคสา เจีย ซนทิ (เราควรหารืออย่างสันติ)

การนำทาง การเคลื่อนกำลัง และภารกิจภาคสนาม

81.          សូមបង្ហាញផ្លូវទៅគន្លងសកម្មភាព — โซม บองฮาย พลว โตร กนฺลอง สกัมพีบบ (แสดงเส้นทางไปพื้นที่ปฏิบัติการ)

82.          ខ្ញុំត្រូវទៅបំពេញបេសកម្ម — ขฺญม ตร็ว โตร บอมเพิน เบสกัม (ผมต้องไปปฏิบัติภารกิจ)

83.          សូមបញ្ជាក់ទីតាំង — โซม บัญเจก ตีตัง (กรุณายืนยันตำแหน่ง)

84.          តើអាចជួយបញ្ជូនឯកសារ? — เตอ อาจ จ่วย บัญโจน เอกะสา? (ช่วยส่งเอกสารได้ไหม?)

85.          យើងចង់កំណត់ផែនទី — เยิง จอง กำหนด แผนที่ (เราต้องการจัดทำแผนที่)

86.          កុំបញ្ចេញអាវុធ — กฺม บัญเจญ อาวุธ (ห้ามใช้อาวุธ)

87.          សូមរៀបចំចំណតយានយន្ដ — โซม เรียบจ็อม จ็อมน็อต ยานยนต์ (จัดการจุดจอดรถ)

88.          ខ្ញុំត្រូវឃ្លាំមើល — ขฺญม ตร็ว ขฺลัม เมิล (ฉันต้องเฝ้าระวัง)

89.          ចូរជួយយកឧបករណ៍ — โจ จ่วย ยก อุปะกอน (ช่วยนำอุปกรณ์มาให้หน่อย)

90.          កុំចូលតំបន់គ្រោះថ្នាក់ — กฺม โจล ตำบน ครัวถานัก (อย่าเข้าไปในพื้นที่อันตราย)

91.          សូមបញ្ជូនសារជាបន្ទាន់ — โซม บัญโจน สารา เจีย บอนตอน (ส่งข้อความด่วนให้หน่อย)

92.          សូមជួយស្កេនទីតាំង — โซม จ่วย สเกน ตีตัง (ช่วยสแกนพื้นที่)

93.          យើងត្រូវរាយការណ៍ទៅមជ្ឈមណ្ឌល — เยิง ตร็ว เรียกา โตร มัจฺฉมนฺดล (เราต้องรายงานไปศูนย์กลาง)

94.          សូមរៀបចំកម្លាំង — โซม เรียบจ็อม กำลัง (เตรียมกำลังพล)

95.          ចូររួមការងារ — โจ ร่วม การงาน (ร่วมกันทำงาน)

96.          យើងត្រូវចេញដំណើរត្រឹមម៉ោងនេះ — เยิง ตร็ว เจญ ดำนอว์ เตริม มอง นี้ (เราจะออกเดินทางตอนนี้)

97.          កុំយូរពេក — กฺม ยู เปก (อย่าใช้เวลานานเกินไป)

98.          សូមអនុវត្តន៍យ៉ាងតឹងរ៉ឹង — โซม อะนุวัต อย่าง เติงเริง (ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด)

99.          ត្រូវកត់ត្រាទុកជាលាយលក្ខណៈ — ตร็ว กดตรา ทุก เจีย ลายลักษณะ (ต้องบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์)

100.        សូមជូនពរជ័យជំនះ — โซม จูนปอ เจย จมเนี้ยะ (ขอให้ประสบชัยชนะ)

โดย สุริยพงศ์

คุณแหน : 5 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 5 สิงหาคม 2568

คุณแหน : 5 สิงหาคม 2568

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 02.00 น.

  • เมื่อบรรยากาศในสหรัฐฯ สุดร้อนระอุ เพราะมีมติมหาชนต้องการให้ ประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดเผยการสอบสวนการดำเนินคดี ข้อมูลรวมเอกสารลับเกี่ยวกับคดีและสำคัญสุดสาเหตุการตายที่แท้จริงของนักธุรกิจจอมฉาวอดีตเพื่อนสนิทของทรัมป์ JEFFREY EPSTEIN ดังนั้น 29 ก.ค. ทรัมป์ จึงไปปรากฏตัวที่เมืองเทิร์นเบอร์รี สกอตแลนด์ เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดเฉลิมฉลอง “ทรัมป์กอล์ฟรีสอร์ท” ริมชายฝั่งอเบอร์ดีน ทราบกันว่าทรัมป์มีความผูกพันกับสหราชอาณาจักรสูง เพราะมารดาเขา MARY ANNE MACLEOD เป็นชาวสกอตและอีกประการหนึ่งเขามีความเคารพเลื่อมใสในราชวงศ์อังกฤษมาก และในวันที่ 17 ก.ย.นี้ เขาจะเป็นผู้นำคนแรกในประวัติการณ์ที่ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการไปเข้าเฝ้าที่พระราชวังวินด์เซอร์ถึง 2 ครั้ง… อย่างไรก็ดีแม้ทรัมป์จะนำเงินลงทุนกอล์ฟรีสอร์ทดังกล่าวจำนวนมหาศาล แต่ชาวสกอตเองก็ยังแบ่งออก 2 ฝ่าย ฝ่ายแรก มีความภูมิใจที่ลูกหลานชาวสกอตได้ดีเป็นถึง “บุรุษผู้มีพลานุภาพที่สุดในโลก” ส่วนฝ่ายหลัง ชาวสกอตเป็นคนที่รักและอนุรักษ์ธรรมชาติมากที่สุดชายฝั่งอเบอร์ดีน พวกเขาทะนุถนอมให้เป็นสภาพธรรมชาติมาเป็นพันปี ทรัมป์มาลงทุนเป็นหลักแหล่ง ทำให้สิ่งแวดล้อมต้องเสียหาย นอกจากนั้นกองทัพ “SECRET SERVICE” คุ้มกันท่านแต่ละเที่ยวจะมีจำนวนกว่า 400 คนซ้ำติดตามด้วย FCตามแห่ด้วย เมืองเทิร์นเบอร์รีจะต้องเพี้ยนไปเลย…
  • การคัดเลือกผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพิ่งผ่านไปหมาดๆ ก็ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์กันถึงหลักการและเหตุผล เราก็ได้รายงานเรื่องราวให้ทราบพร้อมทั้งย้ำว่า ทัศนคติของอารยะประเทศเขาคิดว่า บางครั้งองค์กรจะก้าวหน้าไปอีกระดับได้จำเป็นต้องมีผู้บริหารที่มีโลกทัศน์กว้างไกล ซึ่งส่วนใหญ่มาจากภายนอกองค์กร วาระก่อนได้ยกตัวอย่างประกอบการสนับสนุนแนวคิด “คนนอก” จากเรื่อง “บรรษัท GENERAL MOTOR” ครั้งนี้จะยกตัวอย่างประกอบ “คนใน” ของไทยบ้างกล่าวคือ ธนาคารใหญ่เก่าแก่ของไทย “ธนาคารกรุงเทพ จก.” มีความเจริญรุ่งเรืองมาโดยตลอดหลายทศวรรษ จวบจนท่าน กก. ผจก.ใหญ่ในขณะนั้น ชิน โสภณพนิช มีวิชั่นที่จะโกอินเตอร์สร้างกิจการค้าในต่างประเทศให้ธนาคารฯ แต่ตัวท่านไปดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว จำเป็นต้องมีผู้มารับภารกิจในตำแหน่ง กก.ผจก.ใหญ่ ต่อไป ขณะนั้น ท่านบุญชู โรจนเสถียร ดำรงตำแหน่งรอง กก.ผจก. ใหญ่ ประเด็นสำคัญคือท่านบุญชู เป็นบุคคลที่มีความสามารถรอบรู้ด้านแบงก์กิ้งสูง อีกทั้งเป็นผู้นำที่ผองพนักงานแบงค์ยอมรับ ผู้บริหารอาวุโสทั้งปวงของธนาคารฯ จึงเห็นพ้องต้องการที่สนับสนุนท่าน “อาจารย์ใหญ่” ขึ้นรับตำแหน่งโดยไม่ต้องเสาะแสวงหาจากภายนอก (ไม่กี่ปีต่อมาธนาคารกรุงเทพก็กลายเป็นธนาคารพาณิชย์ใหญ่ที่สุดในอาเซียน)…
  • ดีใจกับ กษมา หลุยลาภประเสริฐ ทำงานมา 19 ปีที่ยาวนาน เพิ่งสอบบรรจุเป็นข้าราชการที่ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้แล้ว…แบบนี้ต้องฉลอง…
  • สวดพระอภิธรรม สุรัชต์ ธวัชโยธิน วันที่ 2-6 ส.ค. 19.30 น. ณ วัดหนองวัลย์เปรียง ต. ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จ. สุพรรณบุรี และ ฌาปนกิจ 7 ส.ค.15.00 น…
  • นอกจากเป็นฟรีแลนซ์รับงานอีเว้นท์ ออร์แกไนซ์ และอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยแล้ว อ.ฐิติวรรณ์ มหาวิจิตร มีภารกิจครอบครัวอีกหลายเรื่อง อาทิ ดูแลคุณลุง-คุณป้า พล.อ.ท.เจริญ-ดุษฎี อยู่เจริญ ไปพบแพทย์ตามนัด , ดูแลหลานอา แพรพลอย ลูกพี่ชาย นันทวิทย์ และถ้าพอมีเวลาก็จะขับรถไป-กลับ อยุธยา เพื่อดูบิดา ประไพ มหาวิจิตร อีกด้วย…ขอปรบมือให้หญิงแกร่ง แบ่งเวลาได้ลงตัวจริงๆ…
  • ช่วงนี้ต้องอยู่พักรักษาอยู่กับบ้านเป็นเวลาแรมเดือน เพราะโรคกล้ามเนื้ออักเสบเฉียบพลัน แต่ รศ. ดร.นันทนา รณเกียรติ ยังคงแต่งตัวสวยงามทุกวันด้วยความเคยชิน จนบางครั้งแม้แต่สามี สุรินทร์ ยังเอ่ยปากถามด้วยความฉงนว่า “จะออกไปไหนหรือ?”

บารอนเนส

คนไทยไม่ทิ้งกัน! ‘ต้นหอม’มอบนมผงทารก ให้ผู้ประสบภัยชายแดนไทย-กัมพูชา

คนไทยไม่ทิ้งกัน! 'ต้นหอม'มอบนมผงทารก ให้ผู้ประสบภัยชายแดนไทย-กัมพูชา

คนไทยไม่ทิ้งกัน! ‘ต้นหอม’มอบนมผงทารก ให้ผู้ประสบภัยชายแดนไทย-กัมพูชา

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.05 น.

พิธีกรและดีเจชื่อดัง “ต้นหอม ศกุนตลา เทียนไพโรจน์” แสดงน้ำใจต่อผู้ประสบภัยเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา โดยล่าสุดเจ้าตัวได้ร่วมบริจาค นมผงสำหรับเด็กทารก มูลค่ารวม 60,000 บาท เพื่อช่วยเหลือแม่ลูกอ่อนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ความขัดแย้ง

สาว ต้นหอม ได้โพสต์คลิปขณะนำนมผงสำหรับทารกไปบริจาค ลงอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมเขียนแคปชันว่า “เป็นกำลังใจให้ผู้บริสุทธิ์ไม่ว่าชาติไหนก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนต้องการสงคราม ขอให้โลกเรากลับสู่สันติภาพและไม่มีการสูญเสียอีกต่อไป !!!!!! #ขอบคุณปัจจัยของเพื่อนๆทุกคนที่ร่วมบริจาคให้หอม หอมรวบรวมเงินได้ประมาณ 60,000.- เอาไปซื้อนมผงทั้งหมดนะคะ ขอบคุณอีจันที่เป็นสื่อกลาง และเราจะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกันนะคะ #คนไทยไม่ทิ้งกัน”

‘ไต้ฝุ่น’ชวน’คุณกฤต กุลหิรัญ’ทายาทชัยเสรีรุ่นที่ 2 แชร์ทริก เจาะลึกความสำเร็จหนึ่งเดียวของผู้ผลิตรถถังไทย

'ไต้ฝุ่น'ชวน'คุณกฤต กุลหิรัญ'ทายาทชัยเสรีรุ่นที่ 2 แชร์ทริก เจาะลึกความสำเร็จหนึ่งเดียวของผู้ผลิตรถถังไทย

‘ไต้ฝุ่น’ชวน’คุณกฤต กุลหิรัญ’ทายาทชัยเสรีรุ่นที่ 2 แชร์ทริก เจาะลึกความสำเร็จหนึ่งเดียวของผู้ผลิตรถถังไทย

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.40 น.

“ติดลมบน” เปิดแนวคิดธุรกิจจาก “คุณกฤต กุลหิรัญ” ทายาทชัยเสรีรุ่นที่ 2 นักธุรกิจไฟแรงอุตสาหกรรมยุทโธปกรณ์ ฝีมือคนไทย ที่ได้รับความไว้ใจระดับโลก สัปดาห์นี้ รายการพอดแคสต์ ติดลมบน โปรเจ็กต์  “มหาชนTalk” พิธีกรคนเก่ง ไต้ฝุ่น-ตากเพชร เลขาวิจิตร  จะพาคุณผู้ชมไปพบกับ คุณกฤต กุลหิรัญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชัยเสรีเม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัดซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 2  ของชัยเสรี

เรียกว่าเป็นนักธุรกิจผู้กล้าฝันและกล้าลงมือทำในสนามธุรกิจที่ท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก  นั่นคืออุตสาหกรรมยุทโธปกรณ์  ชัยเสรีเป็นผู้บุกเบิกการออกแบบและผลิตรถเกราะโดยฝีมือคนไทย ที่ไม่เพียงพลิกโฉมวงการยุทโธปกรณ์ภายในประเทศ แต่ยังสร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติ ด้วยการส่งออกยุทโธปกรณ์ไปแล้วกว่า 38 ประเทศทั่วโลกความกล้าในการคิดและลงมือทำของเขา ยังสะท้อนให้เห็นผ่านการลงทุนมหาศาลกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตและศูนย์ทดสอบยุทโธปกรณ์แห่งใหม่ในจังหวัดสระบุรี หนึ่งในศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีทางทหารที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค วันนี้ ติดลมบน จะพาไปเจาะลึก วิสัยทัศน์ ความกล้า และแนวคิดแบบผู้นำ ที่จะช่วยจุดประกายแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ กล้าฝัน และกล้าทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน “ผู้นำไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด แต่อย่ากลัวที่จะเปิดทางให้คนเก่งได้แสดงฝีมือ” จากจุดเริ่มต้นที่ไม่ได้จบตรงสาย สู่นักพัฒนาฟอร์มรถเกราะที่ส่งออกสู่ต่างประเทศ พร้อมแนวคิด “สร้างเอง
ขายเอง ซ่อมเอง” ที่ไม่เพียงสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ แต่ยังเปิดประตูสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่คนไทยสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง  และอะไรที่ทำให้ก้าวผ่านแรงกดดันสู่แรงผลักดัน ที่ต้องสานต่อธุรกิจจากคุณแม่ นพรัตน์ กุลหิรัญ หรือ “มาดามรถถัง”  รวมทั้งเปิด “เคล็ดลับสำคัญ”  ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของชัยเสรีเอง หรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากประเทศไทย สามารถแข่งขันและได้รับการยอมรับในตลาดระดับโลกได้ติดตามทั้งหมดนี้ได้ ในรายการพอดแคสต์ “ติดลมบน” เริ่มรับชมตั้งแต่ วันพุธที่ 6 สิงหาคมนี้เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ทางช่องทางออนไลน์ CH7HD YouTube : https://bit.ly/yttidlombon ทาง Facebook : https://bit.ly/tidlombonfb  ทาง BUGABOOTV : https://bit.ly/tidlombononlineติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com