เครื่องบินแอร์บัสรุ่นใหม่ล่าสุด สายการบินไอบีเรีย ชน “แร้งยักษ์” ลงจอดฉุกเฉินสนามบินมาดริด ของสเปน

เครื่องบินแอร์บัสรุ่นใหม่ล่าสุด สายการบินไอบีเรีย ชน "แร้งยักษ์" ลงจอดฉุกเฉินสนามบินมาดริด ของสเปน

5 ส.ค. 2568 08:52 น.

เครื่องบินแอร์บัสรุ่นใหม่ล่าสุด สายการบินไอบีเรีย ชน “แร้งยักษ์” ลงจอดฉุกเฉินสนามบินมาดริด ของสเปน

ระทึก เครื่องบินแอร์บัสรุ่นใหม่ล่าสุด สายการบินไอบีเรีย บินชน “แร้งยักษ์” ที่ระดับความสูง 6,500 ฟุต ลงจอดฉุกเฉินสนามบินมาดริด ของสเปน ผู้เชี่ยวชาญชี้ความแรงเกือบเท่าบินชนตึก

วันที่ 5 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า เกิดเหตุระทึก เครื่องบินแอร์บัส รุ่นใหม่ล่าสุด “Airbus A321XLR”  สายการบิน “ไอบีเรีย” (Iberia) ของสเปน เที่ยวบิน “IB579” บินชนนกแร้งยักษ์กลางอากาศ ที่ระดับความสูง 6,500 ฟุต  เพียงไม่นานหลังเครื่องบินลำนี้ทะยานขึ้นจากสนามบินอดอลโฟ ซัวเรซ มาดริด บาราฆัส ในกรุงมาดริด ของสเปน เพื่อมุ่งหน้าไปยังสนามบินออร์ลี ในกรุงปารีส ของฝรั่งเศส พร้อมผู้โดยสารกว่า 180 คน 

รายงานข่าวระบุว่า เครื่องบินได้รับความเสียหายอย่างหนัก จมูกเครื่องบินแตก และมีไฟลุกในห้องโดยสาร นักบินต้องตัดสินใจนำเครื่องบินวกกลับไปลงจอดที่สนามบินมาดริดอีกครั้ง 

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เป็นการชนอย่างแรงเทียบเท่ากับบินชนตึก ทำให้เครื่องบินได้รับความเสียหายอย่างมาก ขณะที่ผู้โดยสารเล่านาทีระทึก ควันเริ่มลอยในห้องโดยสาร หลายคนหายใจไม่ออก ต้องดึงหน้ากากออกมาใช้เอง ขณะที่นักบินตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และขอกลับลงจอดโดยด่วน

โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมการบินรีบให้เครื่องลงจอดที่รันเวย์ 32L โดยมีรถดับเพลิงและทีมฉุกเฉินรอรับเต็มพื้นที่ โชคดีที่เครื่องสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัยในเวลา เพียง 25 นาทีหลังออกเดินทาง ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 

ทางด้านสำนักข่าว El Mundo  รายงานว่าแรงกระแทกทำให้ จมูกเครื่องบิน (radome) ซึ่งเป็นส่วนที่บรรจุเรดาร์อากาศ พังเสียหายรุนแรง และนอกจากนี้แร้งตัวที่ถูกชนยังถูกดูดเข้าไปในเครื่องยนต์ด้านซ้าย จนใบพัดหลายชิ้นได้รับความเสียหาย 

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า  เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่าแม้เทคโนโลยีการบินจะก้าวหน้าเพียงใด นกยังเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อการบิน โดยเฉพาะในช่วงคลื่นความร้อนจากแอฟริกาที่ทำให้พฤติกรรมของสัตว์ปีกเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึง

ทั้งนี้ เครื่องบินแอร์บัสลำนี้ นับเป็นหนึ่งในรุ่นใหม่ที่สุดในโลก เพิ่งเข้าประจำฝูงบินของสายการบินไอบีเรีย ได้เพียง 4 สัปดาห์ และถูกใช้ฝึกนักบินก่อนนำไปบินระยะไกลข้ามทวีป ขณะที่หลังเหตุการณ์นี้เครื่องบินได้ถูกถอดออกจากภารกิจ เพื่อเข้าสู่การตรวจสอบเชิงเทคนิคอย่างละเอียด. 

ระทึก! ไฟไหม้รถไฟใต้ดินในสหรัฐฯ ควันท่วมตู้โดยสาร ผู้โดยสารสำลักควัน 13 ราย (คลิป)

ระทึก! ไฟไหม้รถไฟใต้ดินในสหรัฐฯ ควันท่วมตู้โดยสาร ผู้โดยสารสำลักควัน 13 ราย (คลิป)

5 ส.ค. 2568 08:45 น.

ระทึก! ไฟไหม้รถไฟใต้ดินในสหรัฐฯ ควันท่วมตู้โดยสาร ผู้โดยสารสำลักควัน 13 ราย (คลิป)

เกิดเหตุไฟไหม้รถไฟใต้ดินในสหรัฐฯ ส่งผลให้ควันหนาทึบปกคลุมตู้โดยสาร ผู้โดยสารต้องเร่งอพยพหนีตาย มีรายงานผู้สำลักควัน 13 คน 

เหตุระทึกนี้เกิดบนรถไฟ Port Authority Trans-Hudson หรือ PATH ที่สถานี นิวพอร์ท เมืองเจอร์ซีย์ซิตี รัฐนิวเจอร์ซีย์ของสหรัฐฯ โดยต้นเพลิงอยู่ที่บริเวณรางรถไฟ ก่อนที่จะลามขึ้นมาบนตู้โดยสาร ทำให้ผู้โดยสารต้องอพยพออกจากขบวนอย่างเร่งด่วน

จากคลิปวิดีโอความยาวราว 30 วินาทีที่ผู้โดยสารโพสต์ลงโซเชียล มีเสียงคนตะโกนให้ “เปิดประตู” และ “ใจเย็นๆ” ก่อนที่ผู้โดยสารจะทยอยลงจากขบวน พร้อมเผยให้เห็นภาพเปลวเพลิงสีส้มพุ่งสูงเกือบถึงด้านบนตัวรถจากบริเวณรางรถไฟ

หน่วยงาน Port Authority of New York and New Jersey ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถไฟ PATH ระบุว่า เหตุเกิดเวลา 06.19 น. ตามเวลาท้องถิ่น บนขบวนรถไฟสายตะวันออก โดยผู้โดยสารทั้งหมดถูกอพยพขึ้นชานชาลาเพื่อความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่ระบุว่า มีผู้โดยสาร 13 รายได้รับการปฐมพยาบาลจากอาการสำลักควัน และ 9 รายในจำนวนนี้ถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจและดูแลเพิ่มเติม เบื้องต้นกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุเพลิงไหม้

ระทึก! ไฟไหม้รถไฟใต้ดินในสหรัฐฯ ควันท่วมตู้โดยสาร ผู้โดยสารสำลักควัน 13 ราย (คลิป)

รถไฟสายทรานส์-ฮัดซัน หรือ PATH  เป็นรถไฟขนส่งผู้โดยสารที่เชื่อมระหว่างรัฐนิวเจอร์ซีย์กับเกาะแมนฮัตตันในนครนิวยอร์ก โดยให้บริการเฉลี่ยวันละกว่า 165,000 เที่ยวรับ-ส่งผู้โดยสาร เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้โดยสารและผู้คนในพื้นที่ เนื่องจากเกิดขึ้นในชั่วโมงเร่งด่วนช่วงเช้า.

ที่มา: AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไฟไหม้รถไฟ

ศาลบราซิลสั่งกักบริเวณอดีต ปธน.โบลโซนาโร รอไต่สวนคดีรัฐประหาร

ศาลบราซิลสั่งกักบริเวณอดีต ปธน.โบลโซนาโร รอไต่สวนคดีรัฐประหาร

5 ส.ค. 2568 06:29 น.

ศาลบราซิลสั่งกักบริเวณอดีต ปธน.โบลโซนาโร รอไต่สวนคดีรัฐประหาร

ศาลสูงสุดบราซิลสั่งกักบริเวณอดีตประธานาธิบดีโบลโซนาโรในบ้าน หลังละเมิดคำสั่งของศาลหลายอย่าง รวมถึงการห้ามใช้โซเชียลมีเดีย ระหว่างการพิจารณาคดีวางแผนก่อรัฐประหาร

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2568 ศาลสูงสุดของประเทศบราซิลมีคำสั่งให้กักบริเวณนาย ชาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดี ภายในบ้าน ระหว่างที่เขากำลังถูกดำเนินคดีข้อหาวางแผนก่อการรัฐประหาร ซึ่งตัวเขาปฏิเสธ

นายอเล็กซานเดร เด โมราเอส ผู้พิพากษาในคดีของนายโบลโซนาโร กล่าวว่า ศาลมีคำสั่งกักบริเวณอดีตผู้นำบราซิลรายนี้เพราะเขาไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งห้ามของศาลที่บังคับใช้กับเขาเมื่อเดือนก่อน

นายโมราเอสกล่าวหาว่า นายโบลโซนาโรใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของพรรคพวก รวมถึงของลูกชาย กระจายข้อความสนับสนุนให้โจมตีศาลสูงสุดและขอให้ต่างชาติเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของบราซิล

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (3 ส.ค.) ผู้สนับสนุนนายโบลโซนาโรจัดการชุมนุมขึ้นในหลายเมืองทั่วประเทศ และฟลาบิโอ หนึ่งในลูกชายของเขา ซึ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ก็ให้ผู้เป็นพ่อพูดกับฝูงชนในริโอ เด จาเนโร ผ่านโทรศัพท์ และเผยแพร่วิดีโอแสดงให้เห็นภาพนายโบลโซนาโรเรียกร้องให้ส่งข้อความของเขาถึงเหล่าผู้สนับสนุนด้วย

นอกจากกักบริเวณแล้ว ผู้พิพากษาโมราเอสยังสั่งห้ามบุคคลใดเข้าเยี่ยมนายโบลโซนาโร ยกเว้นจะเป็นทนายความหรือเป็นผู้ที่ได้รับอำนาจจากศาลสูงสุดแล้ว และห้ามเขาใช้โทรศัพท์มือถือโดยตรง หรือผ่านบุคคลที่ 3

ก่อนหน้านี้ ศาลสั่งให้นายโบลโซนาโรต้องสวมกำไลติดตามตัวที่ข้อเท้า เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งเคอร์ฟิว, ไม่ใช้โซเชียลมีเดีย และไม่ติดต่อกับนาย เอดูอาร์โด โบลโซนาโร ลูกชายอีกคนของเขา ซึ่งกำลังพยายามล็อบบี้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในอเมริกา

ศาลบังคับใช้ข้อห้ามเหล่านี้กับโบลโซนาโรเพราะข้อกล่าวหาที่ว่า เขาพยายามส่งเสริมให้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงคดีของเขา

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน นายทรัมป์ใช้คดีของนายโบลโซนาโร ซึ่งเขาโจมตีว่าเป็นการล่าแม่มด เป็นเหตุผลให้เขาตั้งกำแพงภาษีสินค้าบางประเภทที่นำเข้าจากบราซิลสูงถึง 50% แม้ว่าสหรัฐฯ จะเกินดุลการค้ากับบราซิลก็ตาม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สวนสัตว์เดนมาร์กขอรับบริจาคสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กเป็นอาหารสัตว์นักล่า

สวนสัตว์เดนมาร์กขอรับบริจาคสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กเป็นอาหารสัตว์นักล่า

5 ส.ค. 2568 04:27 น.

สวนสัตว์เดนมาร์กขอรับบริจาคสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กเป็นอาหารสัตว์นักล่า

สวนสัตว์เดนมาร์กออกมาเรียกร้องให้ประชาชนบริจาคสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กของพวกเขา เพื่อนำไปเป็นอาหารให้แก่สัตว์นักล่าในสวนสัตว์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 4 ส.ค. 2568 ว่า สวนสัตว์ “อัลบอร์ก” (Aalborg) พวกเขาขอรับบริจาคสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กของประชาชน เพื่อเลียนแบบห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติของสัตว์ที่อาศัยอยู่ที่นี่ เพื่อสวัสดิภาพของสัตว์และความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ โดยรับรองว่าสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นจะได้รับการการุณยฆาตอย่างละมุนละม่อมที่สุดโดยผู้เชี่ยวชาญ

สวนสัตว์อัลบอร์กระบุผ่านอินสตาแกรมว่า “หากคุณมีสัตว์เลี้ยงที่แข็งแรงแต่จำเป็นต้องละทิ้งด้วยเหตุผลต่างๆ นานา เชิญนำมันมาบริจาคให้เราได้” โดยทางสวนสัตว์ยกตัวอย่างสัตว์ที่สามารถบริจาคได้ เช่น หนูตะเภา, กระต่าย หรือไก่ และระบุว่า หลังจากทำการุณยฆาตแล้ว พวกมันจะถูกนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์

“เรามีความรับผิดชอบที่จะต้องเลียนแบบห่วงโซ่อาหารตามธรรมชาติของสัตว์เหล่านี้” ข้อความระบุ และเสริมว่า สัตว์ขนาดเล็กคือส่วนสำคัญในอาหารของสัตว์นักล่า โดยเฉพาะตัวลิงซ์ยูเรเซีย (Eurasian lynx) นอกจากนั้น ในสวนสัตว์ยังมีสัตว์นักล่าอย่างเสือและสิงโตด้วย

“ด้วยวิธีนี้ จะไม่มีอะไรสูญเปล่า และเราจะได้ทำให้มั่นใจด้วยว่า สัตว์นักล่าของเราจะมีพฤติกรรมเป็นธรรมชาติ, ได้รับสารอาหารและมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี”

สวนสัตว์อัลบอร์กระบุด้วยว่า พวกเขายังรับบริจาคม้าด้วย โดยม้าที่จะนำมาบริจาคต้องมีหนังสือเดินทางสำหรับม้า และไม่มีประวัติต้องรับการรักษาโรคในช่วง 30 วันที่ผ่านมา โดยหากการบริจาคสำเร็จตามขั้นตอน ผู้บริจาคจะได้รับการลดหย่อนภาษีด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

แคนาดาอ่วม ไฟป่า 700 จุด ควันลอยถึงสหรัฐฯ ต้องเตือนภัยคุณภาพอากาศ

แคนาดาอ่วม ไฟป่า 700 จุด ควันลอยถึงสหรัฐฯ ต้องเตือนภัยคุณภาพอากาศ

5 ส.ค. 2568 03:51 น.

แคนาดาอ่วม ไฟป่า 700 จุด ควันลอยถึงสหรัฐฯ ต้องเตือนภัยคุณภาพอากาศ

ควันจากไฟป่าที่ควบคุมไม่ได้จำนวนหลายร้อยจุดในแคนาดา กำลังส่งผลกระทบต่อระดับคุณภาพอากาศอย่างหนัก และทำให้หลายพื้นที่ในประเทศ และในสหรัฐฯ ต้องประกาศเตือนภัย

IQAir บริษัทตรวจสอบคุณภาพอากาศสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า เมืองดีทรอยต์ ในรัฐมิชิแกน กับเมืองมอนทรีออล และโทรอนโต ของแคนาดา กลายเป็นสถานที่ที่คุณภาพอากาศเลวร้ายที่สุดในโลกในวันจันทร์ที่ 4 ส.ค. 2568

ศูนย์ประสานงานควบคุมไฟป่าแห่งแคนาดา (CIFFC) เผยว่า ตอนนี้แคนาดากำลังเผชิญกับไฟป่าที่ยังลุกลามอยู่มากกว่า 700 จุดทั่วประเทศ โดยมากกว่า 60% ในจำนวนนี้ อยู่เหนือการควบคุม

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติแคนาดา (NRC) ระบุว่า สาเหตุหลักในการเกิดไฟป่าที่แคนาดามีความเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิเฉลี่ยที่อบอุ่นกว่าปกติ, ภาวะแห้งแล้ง, การลดลงของทุ่งหิมะ และความชื้นในดินต่ำ ซึ่งทั้งหมดล้วนมีสาเหตุจากโลกร้อน

ไฟป่าบางแห่งก็เกิดจากความบังเอิญ เช่น เหตุการณ์หนึ่งที่รัฐบริติชโคลัมเบีย นกเหยี่ยวออสเปรย์ (osprey) ทำปลาตกใส่สายไฟฟ้าจนเกิดประกายไฟ และไฟไหม้ ก่อนเจ้าหน้าที่จะดับไฟได้สำเร็จ

นอกจากนั้นยังมีไฟป่าบางจุด เช่น ที่ริมทะเลสาบคาเมรอน ในรัฐบริติชโคลัมเบีย ที่สาเหตุเกิดจากมนุษย์

น.ส.โมนิกา วาสวานี จากสำนักงานสิ่งแวดล้อมแคนาดา กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ฤดูไฟป่าเลวร้ายเป็นพิเศษ และแคนาดาเคยเผชิญเหตุการณ์แบบนี้มาแล้วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา หมายความว่าสถานการณ์แบบนี้กำลังกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น

ทั้งนี้ ทางการแคนาดาออกคำแนะนำให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น คนชราและผู้มีปัญหาทางเดินหายใจหรือโรคหัวใจ ในโทรอนโต และเขตโดยรอบ ลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมกลางแจ้งลง พวกเขาเตือนด้วยว่าประชาชนทั่วไปก็มีความเสี่ยง และแนะนำให้ทำกิจกรรมในที่ร่มมากกว่า

อนึ่ง นับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2568 เป็นต้นมา เกิดไฟป่าเผาผลาญพื้นที่ของแคนาดาไปแล้วถึง 6,625,378 ตร.ม. (ราว 4,140 ไร่) เพิ่มขึ้น 82% จากปี 2567 ซึ่งไฟป่าเผาผลาญพื้นที่ไปราว 2,785,140 ตร.ม. (ราว 1,740 ไร่)

ไฟป่ายังทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วแคนาดาต้องอพยพเมื่อสัปดาห์ก่อน ไม่ว่าจะเป็นที่ชุมชนเผ่าครี “นิซิชาวายาสิก” (Nisichawayasihk) ในเมืองเนลสัน เฮาส์ ในรัฐมานิโทบา และที่หมู่บ้านไพน์เฮาส์ ในรัฐซัสแคตเชวัน

ไฟป่าขนาดใหญ่ที่สุด ณ ตอนนี้ มีขนาดใหญ่กว่า 100,000 เฮกตาร์ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของรัฐซัสแคตเชวันกับรัฐมานิโทบา

ควันจากไฟป่าในแคนาดายังทำให้ทางการสหรัฐฯ ต้องประกาศเตือนภัยคุณภาพอากาศ ที่รัฐมิชิแกน, ไอโอวา, มินนิโซตา, วิสคอนซิน, บางส่วนของรัฐเนบราสกา และหลายเขตในรัฐอิลลินอยส์กับอินเดียนา ผู้คนในพื้นที่ตะวันออกของรัฐนิวยอร์ก, รัฐเวอร์มอนต์, รัฐนิวแฮมป์เชียร์ และรัฐเมน ก็ได้รับคำแนะนำให้จำกัดการทำกิจกรรมกลางแจ้งด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : the guardian

เทสลามอบหุ้น 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ให้ อีลอน มัสก์ หวังรั้งให้อยู่บริษัทต่อ

เทสลามอบหุ้น 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ให้ อีลอน มัสก์ หวังรั้งให้อยู่บริษัทต่อ

5 ส.ค. 2568 02:05 น.

เทสลามอบหุ้น 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ให้ อีลอน มัสก์ หวังรั้งให้อยู่บริษัทต่อ

บริษัท เทสลา ตัดสินใจมอบหุ้นมูลค่ากว่า 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ อีลอน มัสก์ โดยหวังจะรั้งมหาเศรษฐีพันล้านผู้นี้ให้อยู่กับบริษัทต่อไป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2568 บอร์ดบริหารของบริษัท เทสลา อนุมัติการมอบหุ้น มูลค่ากว่า 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.4 แสนล้านบาท) ให้แก่นายอีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นซีอีโอของบริษัท เพื่อดึงดูดให้มหาเศรษฐีพันล้านผู้นี้อยู่กับบริษัทต่อไป

การให้สิทธิ์นายมัสก์รับหุ้นใหม่จำนวน 96 ล้านหุ้นนี้ เกิดขึ้นหลังจากเมื่อปีก่อน ศาลรัฐเดลาแวร์มีคำพิพากษาให้ แพ็กเกจค่าจ้างมูลค่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่บริษัท เทสลา มอบให้นายมัสก์ในปี 2561 เป็นโมฆะ ด้วยเหตุผลว่า ไม่ยุติธรรมต่อผู้ถือหุ้น

อย่างไรก็ตาม นายมัสก์จะสามารถรับหุ้นใหม่นี้ได้ก็ต่อเมื่อ เขาตัดสินใจอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารคนสำคัญของบริษัท เทสลา ต่อไปเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี และศาลรัฐเดลาแวร์ต้องไม่มีคำอนุญาตให้เทสลานำแพ็กเกจค่าจ้างปี 2561 กลับมาใช้อีก และหุ้นดังกล่าวจะต้องถูกถือครองเป็นเวลา 5 ปี

นอกจากนั้น เทสลาบอกด้วยว่า พวกเขาจะขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น เรื่องแผนการชดเชยระยะยาวในการประชุมนักลงทุนครั้งต่อไป วันที่ 6 พ.ย.นี้

อนึ่ง ความเคลื่อนไหวล่าสุดของเทสลาแสดงให้เห็นว่า บอร์ดบริหารยังคงให้การสนับสนุนนายมัสก์ แม้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนายมัสก์ทำให้เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ไม่เพียงเท่านั้น นายมัสก์ยังเข้าลงทุนในธุรกิจภายนอก รวมถึงบริษัท xAI ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์ขู่เพิ่มกำแพงภาษีอินเดีย “อย่างมาก” ฐานซื้อน้ำมันจากรัสเซีย

ทรัมป์ขู่เพิ่มกำแพงภาษีอินเดีย “อย่างมาก” ฐานซื้อน้ำมันจากรัสเซีย

4 ส.ค. 2568 23:58 น.

ทรัมป์ขู่เพิ่มกำแพงภาษีอินเดีย “อย่างมาก” ฐานซื้อน้ำมันจากรัสเซีย

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะเพิ่มกำแพงภาษีที่บังคับใช้กับอินเดียอย่างมาก โทษฐานที่แดนภารตะซื้อน้ำมันจากรัสเซีย แล้วนำไปขายทำกำไรได้มหาศาล

เมื่อวันจันทร์ที่ 4 ส.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า เขาจะขึ้นภาษีศุลกากรที่บังคับใช้กับอินเดียอย่างมาก จากการที่อินเดียซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ซึ่งกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญให้รัสเซียใช้ทำสงครามในยูเครน

“อินเดียไม่เพียงซื้อน้ำมันรัสเซียปริมาณมหาศาล พวกเขายังนำน้ำมันที่ซื้อมามากมายเหล่านั้นไปขายในตลาดเปิดและทำกำไรก้อนโต พวกเขาไม่สนใจว่ามีคนมากมายเท่าไรในยูเครนที่กำลังถูกสังหารโดยเครื่องจักรสงครามของรัสเซีย ด้วยเหตุนี้ ผมจะเพิ่มอัตราภาษีศุลกากรที่อินเดียต้องจ่ายให้สหรัฐฯ ขึ้นอย่างมาก”

อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ไม่ได้ระบุว่า จะเพิ่มกำแพงภาษีของอินเดียขึ้นเป็นเท่าใด

เมื่อสัปดาห์ก่อน นายทรัมป์ประกาศว่าเขาจะเก็บภาษีสินค้าอินเดียที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ ในอัตรา 25% พร้อมระบุว่า จะมีการลงโทษอินเดียเพิ่มเติมเนื่องจากพวกเขาซื้อน้ำมันและอาวุธจากรัสเซีย แต่ตอนนั้นนายทรัมป์ไม่ระบุว่า การลงโทษดังกล่าวคืออะไร

ตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แหล่งข่าวในรัฐบาลอินเดีย 2 คนบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า อินเดียจะซื้อน้ำมันจากรัสเซียต่อไปแม้จะมีคำขู่จากนายทรัมป์ก็ตาม

ทั้งนี้ นายทรัมป์เริ่มเพิ่มแรงกดดันต่ออินเดียหลังจากเขาส่งสัญญาณว่าจะมีการคว่ำบาตรใหม่ต่อรัสเซีย หากพวกเขาไม่มีความคืบหน้าในการทำข้อตกลงสันติภาพกับรัสเซียภายในวันศุกร์นี้ (8 ส.ค.) เพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมานานกว่า 3 ปี

ขณะเดียวกัน คาดกันว่านายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ จะเข้าพบนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ในสัปดาห์นี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ฮุน เซน ลั่นคุมกองทัพไม่ละเมิด รธน.กัมพูชา โวมีสิทธิ์ต่อสู้ขับไล่โจรที่รุกราน

ฮุน เซน ลั่นคุมกองทัพไม่ละเมิด รธน.กัมพูชา โวมีสิทธิ์ต่อสู้ขับไล่โจรที่รุกราน

4 ส.ค. 2568 23:20 น.

ฮุน เซน ลั่นคุมกองทัพไม่ละเมิด รธน.กัมพูชา โวมีสิทธิ์ต่อสู้ขับไล่โจรที่รุกราน

ฮุน เซน โพสต์เฟซบุ๊ก ตอบโต้คนไทยที่กล่าวหาว่าเขาทำผิดรัฐธรรมนูญที่ไปคุมกองทัพ ลั่นตนเป็นนายพล 5 ดาว และได้อำนาจจากกษัตริย์ และมีสิทธิ์ต่อสู้ขับไล่โจรที่เข้ามารุกราน

เมื่อวันจันทร์ที่ 4 ส.ค. 2568 สมเด็จฯ ฮุน เซน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้ง ตอบโต้คนไทยที่กล่าวหาว่าเขาทำผิดรัฐธรรมนูญที่ไปสั่งการกองทัพ ลั่นเป็นนายพล 5 ดาว พร้อมถามกลับว่าทำไมถึงกลัวเรื่องที่เขาเข้าไปคุมกองทัพ จนแสดงความเห็นแทรกแซงกิจการภายในกัมพูชา โวเป็นนายกฯ มา 38 ปี มีประสบการณ์มากกว่าใคร

ข้อความของฮุน เซน ระบุว่า “เมื่อเช้านี้ หนังสือพิมพ์ของไทยรายงานว่า ใครบางคนในกรุงเทพฯ บอกว่าผมทำผิดรัฐธรรมนูญของกัมพูชา เพราะเห็นผมเข้าไปมีส่วนร่วมในการบัญชาการกองทัพ”

“ไม่ต้องแปลกใจเลย ถึงแม้ผมจะไม่ใช่ผู้นำประเทศแล้ว แต่ในฐานะพลเมือง ผมก็มีสิทธิ์ที่จะต่อสู้กับโจรที่เข้ามารุกรานประเทศของผม”

“ในเรื่องการบัญชาการกองทัพ โปรดดูพระราชสาสน์ของสมเด็จพระราชาแห่งกัมพูชา ซึ่งชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับภารกิจของผมในเรื่องของกองทัพ ทั้งที่กำลังทำอยู่และภารกิจในอนาคต”

“เหตุใดพวกคุณจึงกลัวผมเข้าไปมีส่วนร่วมกับกองทัพ ถึงขั้นออกมาแสดงความเห็นที่เป็นการแทรกแซงกิจการภายในของกัมพูชา”

“โปรดอย่าลืมว่า ผมเป็น พลเอกพิเศษ ประดับยศ 5 ดาว และเป็นประธานคณะที่ปรึกษาสูงสุดของพระมหากษัตริย์ ผู้มีหน้าที่ช่วยเหลือพระองค์ในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งรวมถึงเรื่องของกองทัพด้วย”

“อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้แทรกแซงหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด ด้วยประสบการณ์มากกว่า 38 ปีในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมมีประสบการณ์มากกว่าใคร และในกัมพูชา ไม่มีการแย่งชิงอำนาจกันระหว่างรัฐบาลกับกองทัพ”

“ผมขอให้ประชาชนกัมพูชาเชื่อมั่นในความสามารถของผม ในการช่วยเหลือรัฐบาลในด้านกิจการของกองทัพ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook / hunsencambodia

กัมพูชาพบศพสาวฝรั่งเศสที่สูญหายในเสียมราฐ

กัมพูชาพบศพสาวฝรั่งเศสที่สูญหายในเสียมราฐ

4 ส.ค. 2568 16:37 น.

กัมพูชาพบศพสาวฝรั่งเศสที่สูญหายในเสียมราฐ

กัมพูชาพบศพ ลิซา จิราร์ด หญิงสาวชาวฝรั่งเศส ที่โบกรถจากกรุงปารีสมายังกัมพูชา เพื่อระดมทุนให้หน่วยงาน NGO ในกัมพูชา หลังจากหายตัวไปเมื่อวันที่ 2 กรกฏาคม ในเขตชนบทนอกเมืองเสียมราฐ

เว็บไซต์ Khmer Times รายงานว่า หลังจากที่มีรายงานว่า ลิซา จิราร์ด นักวิ่งสาวชาวฝรั่งเศส ได้หายตัวไปเมื่อวันที่ 2 ส.ค. จนตำรวจและเพื่อน ๆ ของเธอพยายามค้นหาอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 2 วัน  วันนี้ได้รับการยืนยันว่าพบศพของเธอแล้วในเขตชนบทนอกเมืองเสียมราฐ

เพื่อนคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ดำเนินการค้นหาลิซาได้โพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อเวลา 12.55 น. ว่า “พบศพของลิซ่าแล้วเมื่อเช้านี้” และขอบคุณสำหรับการสนับสนุนจากทุกคนที่ตามหาหรือให้ความช่วยเหลือ

เพื่อนๆ รายงานว่าลิซ่า จิราร์ด หายตัวไปหลังจากพบเห็นครั้งสุดท้ายที่บริเวณปราสาทตาโสม เมื่อเวลาประมาณ 7.20 น. ของวันที่ 2 สิงหาคม มีรายงานว่าเธอวิ่งคนเดียวเป็นระยะทาง 21 กิโลเมตร

ทั้งนี้ จิราร์ดเดินทางมากัมพูชาในปี 2024 หลังจากโบกรถจากกรุงปารีสไปยังกรุงพนมเปญเป็นเวลาสี่เดือน ซึ่งเป็นการเดินทางที่เธอเดินทางผ่าน 15 ประเทศ และระดมทุนให้กับองค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อเด็ก “Pour un Sourire d’ Enfant” ในกัมพูชา.

รมว.อรรถกรฯ จับมือจิตอาสา ลุยฟื้นฟูเมืองน่านหลังน้ำลด บรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องชาวเมืองน่าน

รมว.อรรถกรฯ จับมือจิตอาสา ลุยฟื้นฟูเมืองน่านหลังน้ำลด บรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องชาวเมืองน่าน

รมว.อรรถกรฯ จับมือจิตอาสา ลุยฟื้นฟูเมืองน่านหลังน้ำลด บรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องชาวเมืองน่าน

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.41 น.

5 สิงหาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสาปฏิบัติการฟื้นฟูพื้นที่หลังประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน และปล่อยคาราวาน “คืนความสะอาด เก็บกวาดขยะ ล้างถนน” โดยมี นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน นายนพดล น้อยไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ในสังกัดกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรมบริเวณวัดภูมินทร์ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า อุทกภัยที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของพายุ “วิภา” ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน ทำให้ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานและการเกษตร ได้รับความเสียหาย กรมชลประทานได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงภาคีเครือข่ายจิตอาสา จัดกิจกรรมจิตอาสาปฏิบัติการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และสนับสนุนให้ภาคการเกษตรสามารถกลับมาทำการเพาะปลูกได้ในเร็ววัน

สำหรับกิจกรรมดังกล่าว ประกอบด้วยการขุดลอกและปรับปรุงระบบส่งน้ำที่ตื้นเขินหรือได้รับความเสียหาย การซ่อมแซมอาคารชลประทานที่สำคัญ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบของแรงงาน เครื่องจักรกล และเวชภัณฑ์ที่จำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวเมืองน่านที่ประสบภัยน้ำท่วม เร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานให้สามารถกลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และจิตอาสาในการฟื้นฟูบ้านเรือน สถานที่ราชการ และพื้นที่ต่างๆ หลังประสบอุทกภัยภัย รวมทั้งแสดงออกถึงความห่วงใยของภาครัฐที่มีต่อประชาชน และความมุ่งมั่นในการดำเนินงานภายใต้หลักการ “ประชาชนต้องมาก่อน”

ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมจิตอาสา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางไปยังโรงเรียนสตรีศรีน่าน เพื่อมอบเครื่องขัดทำความสะอาดพื้นให้กับทางโรงเรียน สนับสนุนการฟื้นฟูและทำความสะอาดอาคารเรียนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม อุปกรณ์ดังกล่าวจะช่วยให้การทำความสะอาดเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว ลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ และช่วยอำนวยความสะดวกแก่บุคลากรของโรงเรียนในการดูแลสถานที่ด้วย

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเร่งฟื้นฟูระบบชลประทานและพื้นที่การเกษตรให้สามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เพื่อให้พี่น้องชาวเมืองน่าน สามารถกลับมาดำรงชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติในเร็ววัน

-(016)