‘สภาวัฒนธรรมกาฬสินธุ์’ เปิดเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม-ถวายเทียนพรรษาไหว้พระ10วัด

‘สภาวัฒนธรรมกาฬสินธุ์’ เปิดเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม-ถวายเทียนพรรษาไหว้พระ10วัด

‘สภาวัฒนธรรมกาฬสินธุ์’ เปิดเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม-ถวายเทียนพรรษาไหว้พระ10วัด

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.00 น.

สภาวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม ถวายเทียนพรรษาไหว้พระ 10 วัด ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เพื่อเสริมสิริมงคล และจรรโลงพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2568

วันที่ 5 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดกลางโคกค้อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ พระอธิการเด่นพยัคฆ์ ปริปุญฺโน เจ้าอาวาสวัดกลางโคกค้อ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นางนภสร พระยาลอ วัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โครงการเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม ถวายเทียนพรรษาไหว้พระ 10 วัด ครั้งที่ 5 ภายใต้กิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา

โดยมี นายสยามพัสธ์ ทิพสอน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.กาฬสินธุ์ ดร.อุมารินทร์  เลิศสหพันธ์ สภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ ดร.เกษร แสนศักดิ์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอกมลาไสย นายนิมิต รอดภัย ที่ปรึกษาสภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการและสมาชิกสภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ และอุปนายกฯ คณะกรรมการสมาคมสตรีอาเซียนกาฬสินธุ์ คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอยางตลาด คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอสมเด็จ คณะกรรมการสภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ คณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอยางตลาด สมาชิกสมาคมสตรีอาเซียนกาฬสินธุ์ ร่วมโครงการอย่างพร้อมเพรียง

โครงการดังกล่าว จัดขึ้นโดยสภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง  กำหนดการถวายเทียนพรรษาไหว้พระ 10 วัด พร้อมเครื่องไทยธรรม ในครั้งนี้ประกอบไปด้วย วัดกลาง (พระอารามหลวง) วัดใต้โพธิ์ค้ำ วัดดอนปู่ตาบูรพาราม วัดสว่างอุทัยดอนยูง วัดบูรพาโคกเครือ วัดกลางโคกค้อ วัดศรีจันทร์พัฒนาราม วัดป่ามะโนวันทุ่งเศรษฐี  วัดหนองขามเหนือ และวัดสว่างหัวนาคำ

อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรมเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม โดย ดร.อุมารินทร์ เลิศสหพันธ์ สภาวัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ พร้อมคณะ ได้จัดกิจกรรมต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงได้รับคัดเลือกเป็นประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ///-026

อว. อนุมัติเพิ่ม 5 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ มุ่งผลิตนักวิจัยขั้นสูง ป้อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

อว. อนุมัติเพิ่ม 5 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ มุ่งผลิตนักวิจัยขั้นสูง ป้อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

อว. อนุมัติเพิ่ม 5 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ มุ่งผลิตนักวิจัยขั้นสูง ป้อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.20 น.

‘อว.’อนุมัติเพิ่ม 5 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ มุ่งผลิตนักวิจัยขั้นสูง ป้อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ระบบสุขภาพดิจิทัล วิทยาการข้อมูลเชิงพื้นที่ ระบบราง พร้อมยกระดับการผลิตกำลังคนวิชาชีพด้านเภสัชศาสตร์

วานนี้ (4 ส.ค.2568) คณะกรรมการพิเศษเฉพาะเรื่อง ด้านการส่งเสริมนวัตกรรมการอุดมศึกษา ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ จัดการประชุม ครั้งที่ 2/2568 โดยมีนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุมหว้ากอ 1 ชั้น 14 อาคารจัตุรัสจามจุรี สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดยในครั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาอนุมัติข้อเสนอการจัดการศึกษาฉบับสมบูรณ์สำหรับการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา (Higher Education Sandbox) หรือหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ เพิ่มเติม 5 หลักสูตร

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวถึงความก้าวหน้าการดำเนินงานการจัดการศึกษาในหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ โดยปัจจุบันมีข้อเสนอการจัดการศึกษาที่คณะกรรมการพิเศษเฉพาะเรื่องฯ อนุมัติ จำนวน 19 ข้อเสนอตั้งเป้าผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงกว่า 26,045 คน และมีหลักสูตรที่เริ่มจัดการศึกษา และเข้าสู่การติดตามประเมินผลแล้ว 16 ข้อเสนอ มีนักศึกษาเข้าเรียน รวม 2,077 คน นอกจากนี้ ในส่วนของการพัฒนาหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ ด้านวิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ในรูปแบบ Top-down Approach ของกระทรวง อว. มีมหาวิทยาลัยที่เปิดหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ในปี 2568 จำนวน 5 แห่ง ผู้เข้าเรียนรวม 161 คน โดย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ได้กล่าวเพิ่มเติมถึงความจำเป็นของการเร่งผลิตกำลังคนวิจัยในระดับปริญญาโท-เอก เข้าสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อสร้างองค์ความรู้และสมรรถนะที่เพียงพอสำหรับขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศ และเนื่องจากอุตสาหกรรมนี้เป็นอุตสาหกรรมที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงต้องมีการนำผู้เชี่ยวชาญจากภาคอุตสาหกรรมเข้ามาร่วมจัดการศึกษาด้วย

ข้อมูลการประเมินโดยคณะกรรมการผู้ประเมินผลอิสระจาก 8 หลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ พบว่ามีนวัตกรรมการอุดมศึกษาสำคัญที่เกิดขึ้นคือ การจัดหลักสูตรที่มุ่งเน้นสมรรถนะ การจัดการศึกษาร่วมกับภาคีผู้ใช้บัณฑิตอย่างเข้มข้น การบริหารจัดการศึกษาโดยใช้ข้อมูลเป็นฐาน การจัดการศึกษาทั่วไป (GE) รูปแบบใหม่ และการใช้เทคโนโลยี รวมถึงระบบบริหารจัดการ/กลไกสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษา อีกทั้งยังมีข้อเสนอแนะในการจัดหลักสูตรเพิ่มเติม ได้แก่ การปรับระบบการคัดเลือกนักศึกษา (Feeder) และการประชาสัมพันธ์ การสนับสนุนทรัพยากรโดยเฉพาะงบประมาณบริหารจัดการหลักสูตรแบบใหม่ ควรมีกลไกสร้างความเข้าใจและความร่วมมือกับภาคีภายนอกอย่างเป็นระบบ พัฒนาระบบข้อมูลและการประเมินผลที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายของหลักสูตร และควรมีกลไกเฉพาะในการบริหารจัดการภาระงานอาจารย์และการเตรียมบุคลากรสนับสนุนที่เพียงพอด้วย

นอกจากนี้ ยังได้มีการนำเสนอตัวอย่างนวัตกรรมการจัดการศึกษาภายใต้หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดี
คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่ามีนวัตกรรมการจัดการศึกษาที่เกิดขึ้นภายใต้หลักสูตรนี้คือ การเรียนแบบ Block course เรียนวิชาเฉพาะทางและการฝึกงานตั้งแต่ชั้นปี 1 ทำให้นิสิตได้เรียนรู้จากการทำงานจริง ได้ทราบข้อจำกัด สิ่งที่ถนัด นำมาต่อยอดการเรียนในชั้นปีต่อไปได้ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมมากกว่า 200 แห่ง เข้ามามีส่วนร่วมในเชิงลึก มาจัดกิจกรรมและเปิดวิชาเลือกให้นิสิตจำนวนมาก ทำให้นิสิตได้เรียนรู้ศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใช้ในงานจริง เกิดความสัมพันธ์ระหว่างนิสิตและบริษัท นำไปสู่การฝึกงานและทำงานต่อไป โดยจากการประเมินผลการฝึกงานของนิสิตปี 1 พบว่า นิสิต 80% ทำงานได้ดีกว่าหรือเทียบเท่ากับนิสิต/นักศึกษา ที่ฝึกงานในปี 3 ในหลักสูตรปกติ ทั้งนี้ ภายหลังการนำเสนอ นางสาวสุดาวรรณ ได้ชื่นชมการดำเนินงานของหลักสูตรดังกล่าว ที่สามารถผลิตบัณฑิตได้ตรงความต้องการของภาคอุตสาหกรรม จนทำให้เกิดการเติบโตของจำนวนบริษัทที่เข้ามาทำความร่วมมือในการผลิตบัณฑิตในหลักสูตร โดยได้ส่งเสริมให้เกิดการขยายผลการดำเนินงานต่อไปด้วย

ด้าน ดร.พรเพ็ญ แซ่อึ้ง ผู้เชี่ยวชาญนโยบายอาวุโส ฝ่ายนโยบายกำลังคนตามความต้องการของประเทศ สอวช. ได้กล่าวถึงรายละเอียดข้อเสนอการจัดการศึกษาฯ ที่ผ่านการอนุมัติในครั้งนี้ทั้ง 5 ข้อเสนอ ได้แก่
1) ข้อเสนอการจัดการศึกษาฉบับสมบูรณ์ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต และหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการออกแบบไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาอีก 12 แห่ง หลักสูตรนี้มีจุดเด่นคือจัดการเรียนการสอนโดยเครือข่ายมหาวิทยาลัย 13 แห่ง และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อแลกเปลี่ยนผู้เชี่ยวชาญ โครงสร้างพื้นฐาน และสามารถเรียนข้ามสถาบันได้ ใช้เป็นหลักสูตรกลางและอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรร่วมกันจากเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อให้มีผลลัพธ์การเรียนรู้เช่นเดียวกัน โดยมีภาคอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารหลักสูตรเพื่อให้บัณฑิตตอบโจทย์ตลาดงานอย่างแท้จริง ตั้งเป้าผลิตวิศวกรออกแบบไมโครอิเล็กทรอนิกส์เพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก รวม 75 คน 

2) ข้อเสนอการจัดการศึกษาฉบับสมบูรณ์ หลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต และหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการข้อมูลเชิงพื้นที่ ภายใต้การดำเนินงานของวิทยสถานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ธัชวิทย์) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและสร้างนวัตกรรม (บพค.) และมหาวิทยาลัยพะเยา (มพ.) หลักสูตรนี้มีจุดเด่นคือการพัฒนากำลังคนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเฉพาะทาง โดยความร่วมมือของสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย เอกชน และธัชวิทย์ มีเครือข่ายความร่วมมือด้านวิทยาการข้อมูลเชิงพื้นที่ระดับชาติ ได้แก่ GISTDA และ สสน. นำโจทย์จริงในพื้นที่มาใช้ในการออกแบบและพัฒนา Frontier Research รองรับการเข้าทำงานของบัณฑิตหลังสำเร็จการศึกษา ตั้งเป้าผลิตนักวิทยาการข้อมูลเชิงพื้นที่ ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก รวม 50 คน 

3) ข้อเสนอการจัดการศึกษาฉบับสมบูรณ์ หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต และหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมและเทคโนโลยีระบบราง ภายใต้การดำเนินงานของ ธัชวิทย์ บพค. และ มพ. หลักสูตรนี้มีจุดเด่นคือการพัฒนากำลังคนทักษะสูงด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีระบบราง โดยหน่วยงานเครือข่ายความร่วมมือที่เชี่ยวชาญด้านระบบราง ทั้งสถาบันวิจัยภาครัฐ ได้แก่ สวทช. วว. สทร. ผู้ใช้บัณฑิตภาครัฐ ได้แก่ รฟท. และภาคเอกชน อาทิ ช.การช่าง ซิโนไทย และอิตา-เลียนไทย นำโจทย์จริงมาพัฒนางานวิจัยระบบราง และจัดการศึกษาแบบ Co-curriculum Co-teaching Co-certificate และ Research-based รวมถึงการรองรับการเข้าทำงานของบัณฑิตหลังสำเร็จการศึกษา ตั้งเป้าผลิตวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีระบบราง ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก รวม 100 คน 

4) ข้อเสนอการจัดการศึกษาฉบับสมบูรณ์ หลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต Sandbox 4+2 ปี หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2568 มหาวิทยาลัยบูรพา หลักสูตรนี้มีจุดเด่นคือได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพเภสัชกรรมในการปรับโครงสร้างหลักสูตรใหม่ให้บัณฑิตพร้อมปฏิบัติงานได้ทันที จัดการศึกษาในรูปแบบ Work-based learning เพิ่มเวลาฝึกปฏิบัติวิชาชีพเป็น 2 ปี ลดเวลาเรียนเหลือ 4 ปี โดยเรียนแบบ Block Course ลดรายวิชาซ้ำซ้อนและวิชาพื้นฐาน เพื่อให้บัณฑิตมีประสบการณ์ด้านวิชาชีพในเชิงลึกมากขึ้น จัดการศึกษาในรูปแบบ Co-creation ร่วมกับสถาบันร่วมผลิตที่หลากหลาย ครอบคลุม โรงพยาบาล ร้านยา และโรงงานยา และการศึกษาตามความต้องการแบบเฉพาะราย (Customization) ตั้งเป้าผลิตเภสัชกรที่มีประสบการณ์วิชาชีพเชิงลึกพร้อมปฏิบัติงานได้ทันที รวม 120 คน 

5) ข้อเสนอการจัดการศึกษาฉบับสมบูรณ์ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ในระบบสุขภาพ (หลักสูตรสหสาขาวิชา) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรนี้มีจุดเด่นคือจัดการศึกษาโดยเครือข่ายภาคผู้ใช้บัณฑิต (Demand Consortium) ร่วมออกแบบหลักสูตรเพื่อปิดช่องว่าง Demand-Supply จัดการศึกษาในรูปแบบ Co-creation ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาล และมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ Capstone Project ใช้โจทย์จริงจากโรงพยาบาล หลังเรียนจบสามารถนำชิ้นงานไปใช้จริงในโรงพยาบาลได้ทันที เน้นสร้างสมรรถนะปลายทางให้นิสิตทั้ง Technical & Soft skills ตั้งเป้าผลิตบัณฑิตระดับปริญญาโท ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในระบบสุขภาพดิจิทัล รวม 230 คน

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบทหารบาดเจ็บ

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบทหารบาดเจ็บ

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบทหารบาดเจ็บ

วันอังคาร ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.50 น.

ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ไปมอบแก่กำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ไม่สงบพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์

5 สิงหาคม 2568 เวลา เวลา 11.00 น. โรงพยาบาลบุรีรัมย์ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี

ไปมอบแก่ จ่าสิบโท นฤชา ศรีเมืองบุญ และพลทหารพงษ์เพชร หมั่นหินราช สังกัด กรมทหารราบที่ 8 ค่ายสีหราชเดโชไชย  จังหวัดขอนแก่น เจ็บป่วยระหว่างปฏิบัติหน้าที่บริเวณฐานปฏิบัติการ ช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ จากเหตุการณ์ไม่สงบจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะนี้เข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ โดยมีคณะแพทย์ พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ทรงรับผู้บาดเจ็บทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ ยังความซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพล หาที่สุดมิได้.

012

จีนเรียกร้องกัมพูชา “ลงโทษอย่างหนัก” ผู้ก่อเหตุสังหารชาวจีน 2 ราย

จีนเรียกร้องกัมพูชา "ลงโทษอย่างหนัก" ผู้ก่อเหตุสังหารชาวจีน 2 ราย

5 ส.ค. 2568 15:27 น.

จีนเรียกร้องกัมพูชา “ลงโทษอย่างหนัก” ผู้ก่อเหตุสังหารชาวจีน 2 ราย

สถานทูตจีนประจำกัมพูชาเรียกร้องให้หน่วยงานท้องถิ่นของกัมพูชา “ลงโทษอย่างรุนแรง” ต่อผู้ก่อเหตุฆาตกรรมชาวจีน 2 รายเมื่อเดือนที่แล้ว

ในแถลงการณ์ของสถานทูตจีนที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (4 ส.ค.) เจ้าหน้าที่จีนระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นแยกกันในกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา และจังหวัดกันดาล 

ตามรายงานของสื่อกัมพูชา เหยื่อทั้งสองราย ได้แก่ หญิงแซ่จาง อายุ 43 ปี และชายแซ่ดง อายุ 39 ปี กำลังพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองสีหนุวิลล์ ต่อมาตำรวจกัมพูชาได้รับรายงานการหายตัวไปของชาวจีน 2 รายครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 ก.ค.

หลังจากการค้นหาเป็นเวลาหลายวัน ตำรวจก็พบศพของเหยื่อในแม่น้ำในจังหวัดกันดาล เมื่อวันที่ 23 ก.ค. การตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าเหยื่อทั้งสองรายถูกสังหารก่อนที่จะนำศพไปทิ้งในแม่น้ำ สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ตำรวจกัมพูชายังได้จับกุมผู้ต้องสงสัยชาวจีน 7 รายที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วย

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม มีผู้ต้องสงสัย 3 คนถูกจับกุมใกล้กับทางด่วนสีหนุวิลล์ ขณะที่อีก 4 คน ซึ่งเป็นชาวจีน อายุระหว่าง 32 ถึง 48 ปี ถูกจับกุมในอีกปฏิบัติการหนึ่งที่บ้านพักแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม

สถานทูตจีนระบุว่าได้ “ยื่นคำร้อง” ต่อเจ้าหน้าที่กัมพูชาทันทีเกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ สถานทูตเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ “ลงโทษอย่างรุนแรง” ต่อฆาตกรเหล่านี้ เพื่อรับรองความปลอดภัยและความมั่นคงของพลเมืองจีนในกัมพูชา และขณะนี้การสอบสวนยังดำเนินอยู่

จีนมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับกัมพูชา ซึ่งอนุญาตให้ส่งตัวผู้หลบหนีที่ถูกหมายจับในความผิดที่มีโทษจำคุกมากกว่า 1 ปี

ในเดือนเมษายน กัมพูชาได้เนรเทศพลเมืองไต้หวันจำนวนหนึ่งที่ไม่ทราบจำนวนกลับไปยังประเทศจีน หลังจากที่พวกเขาถูกจับกุมในข้อหาทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ปีที่แล้ว จาง รุ่ยจิน ชายชาวจีนวัย 45 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งใน 10 ผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินครั้งใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ ถูกเนรเทศออกจากกัมพูชา เจ้าหน้าที่กัมพูชาไม่ได้ระบุว่าจางถูกเนรเทศไปที่ไหน แต่ระบุว่าเขาถือหนังสือเดินทางจากประเทศเซนต์คิตส์และเนวิส ประเทศเกาะเล็กๆ ในทะเลแคริบเบียน.

ที่มา CNA

จีนเผยตัวเลขผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยา 7,000 ราย ในมณฑลกวางตุ้ง

จีนเผยตัวเลขผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยา 7,000 ราย ในมณฑลกวางตุ้ง

5 ส.ค. 2568 14:48 น.

จีนเผยตัวเลขผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยา 7,000 ราย ในมณฑลกวางตุ้ง

ทางการจีนกำลังเผชิญกับการระบาดของโรคชิคุนกุนยา หรือ โรคไข้ปวดข้อยุงลาย ซึ่งเป็นโรคที่มียุงเป็นพาหะ โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา มีรายงานผู้ป่วยแล้วกว่า 7,000 รายทั่วทั้งมณฑลกวางตุ้ง ส่งผลให้ต้องประกาศใช้มาตรการควบคุมที่คล้ายคลึงกับช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

เมืองฝอซานซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด กำหนดให้ผู้ป่วยโรคชิคุนกุนยาต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและนอนกางมุ้งตลอดเวลา โดยจะอนุญาตให้กลับบ้านได้เมื่อผลตรวจเป็นลบหรือหลังจากเข้ารับการรักษาเป็นเวลา 7 วัน ซึ่งมาตรการนี้ได้ก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่ประชาชน เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในจีน

ไวรัสชิคุนกุนยาแพร่กระจายผ่านการถูกยุงที่มีเชื้อกัด ทำให้เกิดอาการไข้และปวดข้ออย่างรุนแรง ซึ่งในบางรายอาการอาจคงอยู่นานหลายปี แม้จะเป็นโรคที่ไม่พบบ่อยในจีน แต่การระบาดของโรคนี้เป็นเรื่องปกติในเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบางส่วนของทวีปแอฟริกา

นอกเหนือจากเมืองฝอซานแล้ว ยังมีอีกอย่างน้อย 12 เมืองในมณฑลกวางตุ้งที่รายงานผู้ติดเชื้อ และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงสัปดาห์เดียว พบผู้ป่วยเกือบ 3,000 ราย โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ฮ่องกงได้รายงานผู้ป่วยรายแรกในเด็กชายวัย 12 ปี ที่มีอาการไข้ ผื่น และปวดข้อ หลังจากเดินทางไปฝอซานในเดือนกรกฎาคม

ทั้งนี้ ไวรัสชิคุนกุนยาไม่สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้โดยตรง แต่จะแพร่กระจายเมื่อยุงกัดผู้ติดเชื้อแล้วไปกัดคนอื่นต่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ป่วยที่รายงานมาทั้งหมดมีอาการไม่รุนแรง และ 95% ของผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลได้ภายใน 7 วัน

อย่างไรก็ตาม ทางการทั่วทั้งมณฑลกวางตุ้งได้ประกาศใช้มาตรการ “เด็ดขาดและเฉียบขาด” เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคนี้ โดยผู้ที่มีอาการ เช่น ไข้ ปวดข้อ หรือมีผื่นขึ้น ถูกแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ ทางการยังได้สั่งให้ประชาชนกำจัดแหล่งน้ำนิ่งภายในบ้าน เช่น ในกระถางดอกไม้ เครื่องชงกาแฟ หรือขวดที่ไม่ได้ใช้ และกำหนดโทษปรับสูงสุดถึง 10,000 หยวน (ประมาณ 45,100 บาท) สำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของโรค

มาตรการเชิงรุกที่น่าสนใจคือ การปล่อย “ยุงช้าง” ซึ่งเป็นยุงที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติและสามารถกินยุงที่แพร่เชื้อชิคุนกุนยาได้ รวมถึงการปล่อยปลากินลูกน้ำยุงลายจำนวนมาก โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ในเมืองฝอซานได้ปล่อยปลาเหล่านี้ 5,000 ตัวลงในทะเลสาบของเมือง และบางพื้นที่ยังใช้โดรนเพื่อตรวจหาแหล่งน้ำนิ่งอีกด้วย

ขณะที่มาตรการที่เคยมีบางเมืองใกล้เคียงสั่งให้ผู้ที่เดินทางมาจากฝอซานกักตัวที่บ้านเป็นเวลา 14 วันได้ถูกยกเลิกไปแล้ว อย่างไรก็ตาม มาตรการที่เข้มงวดเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามจากประชาชนในโลกออนไลน์ บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่ามาตรการเหล่านี้ช่างคุ้นเคยราวกับช่วงโควิด-19 ระบาด และตั้งคำถามว่ามีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหนในเมื่อโรคนี้ไม่ได้ติดต่อจากคนสู่คน

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสชิคุนกุนยาคือการกำจัดแหล่งน้ำนิ่งซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุง โดยทั่วไปแล้วผู้ที่ถูกยุงที่มีเชื้อกัดจะเริ่มแสดงอาการภายใน 3-7 วัน อาการหลักคือไข้และปวดข้อ นอกจากนี้ยังมีอาการอื่น ๆ เช่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และข้อบวม ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะอาการดีขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์ แม้ว่าในกรณีที่รุนแรงอาการปวดข้ออาจคงอยู่นานหลายเดือนหรือหลายปีได้

ที่มา BBC

เรือยิงพลุไฟไหม้ กลางงานแสดงดอกไม้ไฟโยโกฮามา จนท.บาดเจ็บ 1 ราย

5 ส.ค. 2568 13:28 น.

เรือยิงพลุไฟไหม้ กลางงานแสดงดอกไม้ไฟโยโกฮามา จนท.บาดเจ็บ 1 ราย

เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือ 2 ลำที่ใช้สำหรับจุดพลุไฟระหว่างงานเทศกาลฤดูร้อนที่เมืองโยโกฮามา ทางตอนใต้ของกรุงโตเกียว เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้ต้องยกเลิกการแสดงกลางคัน มีรายงานเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย

ผู้จัดงานได้วางแผนที่จะจุดพลุประมาณ 20,000 ดอกภายใน 25 นาที ตั้งแต่เวลา 19:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน “มินาโตะมิไร สมาร์ท เฟสติวัล”

แต่ประมาณ 20 นาทีหลังจากการแสดงเริ่มต้นขึ้น เสียงดนตรีก็หยุดลงและเจ้าหน้าที่ได้ประกาศยกเลิกงานอย่างกะทันหัน “เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย” โดยผู้ชมเริ่มส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่นานหลังจากนั้น ผู้คนก็เริ่มเห็นควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากเรือที่เกิดเพลิงไหม้

เจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งโยโกฮามาเปิดเผยว่าเรือทั้ง 2 ลำที่ใช้จุดพลุได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้น โดยช่างเทคนิคจุดพลุ 5 คนบนเรือได้กระโดดลงน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดและได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในพื้นที่ ซึ่งมีรายงานว่ามีเพียง 1 รายที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ผู้เข้าชมงานคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ของญี่ปุ่นว่า หลังจากเรือเกิดเพลิงไหม้ พลุจำนวนมากได้เริ่มระเบิดขึ้นเองอย่างกะทันหัน

เพลิงไหม้ดูเหมือนจะอยู่ภายใต้การควบคุมหลังจากผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง แต่ในช่วงเวลาประมาณ 22:00 น. พลุที่เหลือก็เริ่มระเบิดขึ้นอีกครั้ง ด้านผู้จัดงานได้ประกาศบนเว็บไซต์ทางการว่า กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนสาเหตุของเพลิงไหม้ต่อไป.

ฮ่องกงออกคำเตือน “สีดำ” พายุฝนรุนแรงที่สุด ปิดโรงเรียน-โรงพยาบาล

ฮ่องกงออกคำเตือน "สีดำ" พายุฝนรุนแรงที่สุด ปิดโรงเรียน-โรงพยาบาล

5 ส.ค. 2568 11:22 น.

ฮ่องกงออกคำเตือน “สีดำ” พายุฝนรุนแรงที่สุด ปิดโรงเรียน-โรงพยาบาล

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฮ่องกงออกประกาศเตือนภัยพายุฝนฟ้าคะนอง “สีดำ” ซึ่งเป็นระดับรุนแรงที่สุด เนื่องจากเกิดฝนตกหนัก ทำให้บริการสาธารณะหลายแห่งหยุดชะงัก และทางการต้องสั่งหยุดการเรียนการสอน

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฮ่องกงระบุว่า คำเตือนพายุฝนฟ้าคะนองระดับสูงสุดจะยังคงมีผลบังคับใช้จนถึงเวลา 11.00 น. ของวันอังคาร (5 ส.ค.) เนื่องจากฝนตกหนักซัดถล่มฮ่องกง ทำให้หอผู้ป่วยในโรงพยาบาล โรงเรียน ศาล และสำนักงานทะเบียนต้องปิดทำการ

พายุดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเกิดน้ำท่วมฉับพลันรุนแรงในภาคใต้ของจีนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 รายในมณฑลกวางตุ้ง และทำให้เกิดปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 1,300 คน

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฮ่องกงระบุในประกาศบนเว็บไซต์ว่า “พายุฝนฟ้าคะนองอย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดน้ำท่วมถนนอย่างรุนแรงและการจราจรติดขัด ขอแนะนำให้ประชาชนหลบภัยในสถานที่ปลอดภัย” 

ทางการฮ่องกงระบุว่ามีฝนตกมากกว่า 70 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง โดยมีฟ้าผ่า 9,837 ครั้งทั่วฮ่องกงระหว่างเวลา 6.00 น. ถึง 6.59 น.

ทั้งนี้ ฮ่องกงมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 2,220 มิลลิเมตร ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งมักจะตกในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม

ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงยังคงเปิดทำการอยู่ หลังจากได้เปลี่ยนนโยบายให้ยังคงซื้อขายต่อไปไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไรเมื่อปลายปีที่แล้ว

ทางการฮ่องกงประกาศว่าแผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินจะยังคงเปิดให้บริการ แต่คลินิกผู้ป่วยนอกทั่วไป โรงพยาบาลผู้สูงอายุและจิตเวชจะปิดให้บริการเนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย ด้านฝ่ายตุลาการกล่าวว่าศาล ศาลยุติธรรม และสำนักงานทะเบียนจะเปิดทำการ “โดยเร็วที่สุดภายในสองชั่วโมงหลังจากยกเลิกการเตือนภัยพายุฝนฟ้าคะนอง ‘สีดำ'” ส่วนที่ทำการไปรษณีย์กล่าวว่าสถานที่และบริการจัดส่งทั้งหมดจะถูกระงับจนกว่าคำเตือนพายุจะสิ้นสุดลง

ขณะที่สนามบินของฮ่องกงยังไม่มีรายงานการหยุดชะงักใดๆ และฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ยังคงเปิดให้บริการโดยมีการดำเนินการที่จำกัด.

ที่มา South China Morning Post

สื่อกัมพูชาอ้างไทยวางแผนลอบสังหาร “ฮุน เซน-ฮุน มาเนต” ใช้ระเบิดนำวิถี-เครื่องบิน AT-6 TH

สื่อกัมพูชาอ้างไทยวางแผนลอบสังหาร “ฮุน เซน-ฮุน มาเนต” ใช้ระเบิดนำวิถี-เครื่องบิน AT-6 TH

5 ส.ค. 2568 10:34 น.

สื่อกัมพูชาอ้างไทยวางแผนลอบสังหาร “ฮุน เซน-ฮุน มาเนต” ใช้ระเบิดนำวิถี-เครื่องบิน AT-6 TH

สำนักข่าว FRESH NEWS ของกัมพูชา รายงานอ้างไทยมีแผนลอบสังหาร “ฮุน เซน-ฮุน มาเนต” ระบุไทยจะใช้ระเบิดนำวิถีด้วย GPS จากเกาหลีใต้ โดยยิงจากเครื่องบิน AT-6 TH

FRESH NEWS กล่าวว่า จากแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่น่าเชื่อถือแห่งหนึ่ง ระบุว่า ข่าวกรองต่างประเทศรายงานว่า ประเทศไทยกำลังวางแผนลอบสังหาร ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยใช้เครื่องบินโจมตีเบาแบบ AT-6TH ซึ่งติดตั้งระเบิดนำวิถีด้วยระบบ GPS จากเกาหลีใต้ เครื่องบินรุ่นนี้ถูกมองว่าตรวจจับได้ยากกว่าเครื่องบินขับไล่ F-16 ทั่วไป และถูกปรับแต่งมาเพื่อการจู่โจมแบบลับ ๆ และการโจมตีเป้าหมายที่แม่นยำ

ตามรายงานของแหล่งข่าว ประเทศไทยได้รับมอบเครื่องบิน AT-6TH จำนวน 8 ลำ, ระเบิดนำวิถีด้วยระบบ GPS จำนวน 200 ลูก และเครื่องบินเพิ่มเติมอีก 4 ลำซึ่งเป็นเครื่องบินใหม่หรือได้รับการปรับปรุงจากเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา กระสุนเหล่านี้มีรายงานว่ามีความแม่นยำสูงในการโจมตีเป้าหมาย ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงหากมีการนำไปใช้

แผนปฏิบัติการดังกล่าวระบุถึงการทดลองใช้เครื่องบินที่เขาพนมตรบ (Phnom Trop) เพื่อประเมินสมรรถนะของเครื่องบิน และตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม มีรายงานว่ากองทัพไทยได้ประเมินสถานการณ์ในสนามรบตามแนวชายแดน หากไม่สามารถเข้าควบคุมพื้นที่พิพาท 8 แห่งได้ กองทัพอากาศไทยคาดว่าจะเริ่มปฏิบัติการลอบสังหารจากฐานทัพอากาศในจังหวัดตราด เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับโดยระบบป้องกันภัยทางทะเลของกัมพูชา

การปฏิบัติการดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับข้อมูลข่าวกรองที่รวบรวมได้จากภายในประเทศกัมพูชา รวมถึงพิกัดที่อยู่อาศัยที่แม่นยำของทั้ง สมเด็จเดโช ฮุน เซน และนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต แผนการนี้เกี่ยวข้องกับการใช้ระเบิดนำวิถีด้วยระบบ GPS เพื่อกำจัดผู้นำทั้งสองโดยตรง

เกี่ยวกับการรายงานข่าว และโพสต์บนโซเชียลมีเดียของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศกัมพูชา ที่มีข้อกล่าวหาว่า ฝ่ายไทยกำลังวางแผนลอบสังหารประธานวุฒิสภา ฮุน เซน และนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต โดยอ้างแหล่งข่าวกรองต่างประเทศนั้น นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ขอปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว ซึ่งขาดการไตร่ตรองอย่างมีเหตุผลโดยสิ้นเชิง โดยข้อกล่าวหาดังกล่าว มีเจตนาเพียงเพื่อใส่ร้ายไทยเท่านั้น

ทั้งนี้ ขอย้ำว่า การสร้างข่าวเท็จในขณะที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างการหารือ GBC นั้น นอกจากจะไม่สร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นการทำลายเจตนารมณ์ของการหารือเพื่อคลี่คลายสถานการณ์อย่างสันติด้วย.

ที่มา FRESH NEWS

สหรัฐเตรียมบังคับนักท่องเที่ยวบางประเทศวาง “เงินค้ำประกันวีซ่า” สูงสุด 15,000 ดอลลาร์

สหรัฐเตรียมบังคับนักท่องเที่ยวบางประเทศวาง “เงินค้ำประกันวีซ่า” สูงสุด 15,000 ดอลลาร์

5 ส.ค. 2568 09:51 น.

สหรัฐเตรียมบังคับนักท่องเที่ยวบางประเทศวาง “เงินค้ำประกันวีซ่า” สูงสุด 15,000 ดอลลาร์

สหรัฐอเมริกาเตรียมใช้มาตรการใหม่ ให้นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจากบางประเทศวางเงินค้ำประกันสูงสุดถึง 15,000 ดอลลาร์เมื่อขอวีซ่า เริ่ม 20 สิงหาคม นี้ มุ่งลดปัญหาผู้เดินทางเกินกำหนดวีซ่า

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศเตรียมบังคับใช้มาตรการใหม่ ให้นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจากบางประเทศต้องวาง เงินค้ำประกัน (Visa Bond) สูงสุดถึง 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ราว 540,000 บาท เมื่อขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯ ภายใต้ โครงการนำร่อง ที่จะเริ่มในวันที่ 20 สิงหาคม 2025 มีระยะเวลาใช้ประมาณ 1 ปี มุ่งลดปัญหาผู้เดินทางเกินกำหนดวีซ่า

ตามประกาศใน Federal Register เจ้าหน้าที่กงสุลสหรัฐฯ จะมีดุลยพินิจในการกำหนดเงินค้ำประกัน สำหรับผู้เดินทางจากประเทศที่มีอัตราการอยู่เกินวีซ่าสูง หรือจากประเทศที่สหรัฐฯ เห็นว่ามีข้อมูลการตรวจสอบประวัติไม่เพียงพอ โดยมีตัวเลือกวงเงินค้ำประกันอยู่ที่ 5,000 ดอลลาร์, 10,000 ดอลลาร์ หรือ 15,000 ดอลลาร์ แต่โดยทั่วไปจะคาดหวังให้ใช้ขั้นต่ำ 10,000 ดอลลาร์ โดยเงินค้ำประกันจะถูกคืนให้ผู้เดินทางหากออกจากสหรัฐฯ ตามเงื่อนไขของวีซ่า

นโยบายนี้สอดคล้องกับแนวทางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เน้นปราบปรามคนเข้าเมืองผิดกฎหมายและเพิ่มมาตรการตรวจสอบความมั่นคง ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ออกคำสั่ง Travel Ban ในเดือนมิถุนายน 2025 แบนการเดินทางเต็มรูปแบบหรือบางส่วนต่อพลเมือง 19 ประเทศ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ

หลายประเทศที่อยู่ในลิสต์รายชื่อ เช่น ชาด, เอริเทรีย, เฮติ, เมียนมา และเยเมน ล้วนมีอัตราการอยู่เกินวีซ่าสูง รวมถึงประเทศในแอฟริกาหลายแห่ง เช่น บุรุนดี, จิบูตี และโตโก ตามข้อมูลจาก กรมศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐอเมริกาปีงบประมาณ 2023

สมาคมการท่องเที่ยวสหรัฐฯ ประเมินว่ามาตรการนี้จะกระทบผู้ขอวีซ่าประมาณ 2,000 คนต่อปี จากไม่กี่ประเทศที่มีปริมาณนักท่องเที่ยวไปสหรัฐฯ ค่อนข้างต่ำอยู่แล้ว แต่ยังเตือนว่ามาตรการดังกล่าวอาจยิ่งทำให้การเดินทางเข้าสหรัฐฯ ลดลง

จากสถิติพบว่าตั้งแต่มีนโยบายเข้มงวดด้านคนเข้าเมือง การเดินทางจากแคนาดาและเม็กซิโกเข้าสหรัฐฯ ลดลง 20% เมื่อเทียบปีต่อปี และค่าโดยสารเครื่องบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกลดลงสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่ก่อนโควิด-19

นอกจากนี้ กฎหมายงบประมาณที่สภาคองเกรสสหรัฐฯ ผ่านเมื่อเดือนกรกฎาคม ยังเพิ่ม ค่าธรรมเนียม “Visa Integrity Fee” มูลค่า 250 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ราว 9,000 บาท สำหรับผู้ได้รับอนุมัติวีซ่าชั่วคราวทุกคน เริ่มมีผล 1 ตุลาคม 2025 ซึ่งค่าธรรมเนียมนี้อาจคืนได้หากผู้เดินทางปฏิบัติตามเงื่อนไขวีซ่า

สมาคมการท่องเที่ยวสหรัฐฯ ระบุว่าหากบังคับใช้จริง สหรัฐฯ จะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีค่าธรรมเนียมวีซ่าสูงที่สุดในโลก ซึ่งอาจเป็นปัจจัยฉุดการท่องเที่ยวให้ตกต่ำ

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ วีซ่าสหรัฐฯ

วันเกิด “ฮุน เซน” โพสต์ได้รับพระราชสาส์นอวยพรจากกษัตริย์สีหมุนี มอบอำนาจคุมกองทัพ-ป้องกันประเทศ

วันเกิด "ฮุน เซน" โพสต์ได้รับพระราชสาส์นอวยพรจากกษัตริย์สีหมุนี มอบอำนาจคุมกองทัพ-ป้องกันประเทศ

5 ส.ค. 2568 09:29 น.

วันเกิด “ฮุน เซน” โพสต์ได้รับพระราชสาส์นอวยพรจากกษัตริย์สีหมุนี มอบอำนาจคุมกองทัพ-ป้องกันประเทศ

กษัตริย์นโรดม สีหมุนี แห่งกัมพูชา ส่งพระราชสาส์นถึงฮุน เซน อวยพรเนื่องในวันคล้ายวันเกิด ขณะเดียวกันได้มีพระราชกฤษฎีกาให้ฮุน เซน คุมกองทัพ ช่วยดูแลความมั่นคงร่วมกับฮุน มาเนต

วันที่ 5 สิงหาคม 2568 สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ภาพและข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า ได้รับพระราชทานพระราชสาส์นอวยพรวันเกิดครบรอบปีที่ 73 จากกษัตริย์นโรดม สีหมุนี ตลอดจนพระมหาวีรกษัตรีย์นโรดม มุนีนาถ สีหนุ 

นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน สำนักพระราชวังกรุงพนมเปญยังได้เผยแพร่พระราชกฤษฎีกา ลงวันที่ 4 สิงหาคม 2568 และมีพระปรมาภิไธย ของกษัตริย์สีหมุนี โดยมีสาระสำคัญคือ การมอบอำนาจให้สมเด็จฮุน เซน ซึ่งดำรงตำแหน่ง “ที่ปรึกษาส่วนพระองค์” และยศพลเอก 5 ดาว มีอำนาจช่วยเหลือนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต บุตรชาย ในการดูแลกิจการด้านความมั่นคง ป้องกันอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา

การแต่งตั้งครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากนักวิชาการไทยบางกลุ่ม ที่มองว่าบทบาทของฮุน เซน อาจขัดต่อหลักการรัฐธรรมนูญของกัมพูชา ซึ่งระบุถึงการแยกอำนาจระหว่างรัฐบาลพลเรือนกับกองทัพ ซึ่งฮุน เซน ออกมาแถลงโต้ทันทีว่า อย่ามาตั้งคำถามกับการมีส่วนร่วมของเขาในภารกิจด้านความมั่นคงของชาติ เพราะเขามีสิทธิ์เต็มที่ในฐานะพลเมืองคนหนึ่งของกัมพูชา ที่จะปกป้องแผ่นดินจากผู้รุกราน 

ฮุน เซนระบุว่า บทบาทของเขาในฐานะที่ปรึกษาส่วนพระองค์ มิได้เป็นการแทรกแซงอำนาจรัฐบาล แต่เป็นการสนับสนุนกรอบงานด้านการป้องกันประเทศ ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่า 38 ปีในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมกันนี้ยังขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในความสามารถของตนที่จะเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ.