‘รัฐบาล’ย้ำ’บิ๊กเล็ก’ยันไม่มีการโทรสั่งห้ามปะทะ ซัดพรรคการเมืองบางพรรค ยังโกหกให้ข้อมูลเท็จ

'รัฐบาล'ย้ำ'บิ๊กเล็ก'ยันไม่มีการโทรสั่งห้ามปะทะ ซัดพรรคการเมืองบางพรรค ยังโกหกให้ข้อมูลเท็จ

‘รัฐบาล’ย้ำ’บิ๊กเล็ก’ยันไม่มีการโทรสั่งห้ามปะทะ ซัดพรรคการเมืองบางพรรค ยังโกหกให้ข้อมูลเท็จ

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 22.02 น.

“รัฐบาล“ย้ำ บิ๊กเล็ก ‘รมช.กลาโหม’ ยืนยันไม่มีการโทรสั่งห้ามปะทะ มีแต่สั่งให้ปฏิบัติภารกิจให้เต็มที่  ขณะที่พรรคการเมืองบางพรรคยังโกหกให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ปั่นในโลกโซเชียล ว่า “บิ๊กอ้วน” สั่งถอยทั้งๆข้อความคลิปนี้เป็นการสั่งการแก้ไขสถานการณ์อื่นตอนเป็น รมต.กห. ตั้งแต่ 3 เดือนที่แล้ว  ยังเอามาปั่นให้ประเทศเสียหายได้อีก

วันที่ 2 สิงหาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการศูนย์เฉพาะกิจสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ อ้างข่าวว่า มีตัวแทนของรัฐบาลโทรศัพท์ไปสั่งการไม่ให้เกิดการปะทะตามแนวชายแดนเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมาว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจาก พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมถึงกรณีดังกล่าวแล้ว ยืนยันว่าในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง ในฐานะผู้อำนวยการ ศบ.ทก. ที่ตัดสินใจในการบริหารสถานการณ์พื้นที่ชายแดน 7 จังหวัด ยืนยัน ไม่มีการกระทำตามที่บุคคลนี้ได้กล่าวอ้าง  ทั้งยังไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องไปสั่งการ ตั้งแต่เกิดกรณีไทย-กัมพูชา ในลักษณะเช่นนี้

“ฝ่ายความมั่นคง รวมถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน ทั้งกองทัพ ทำงานเป็นทีมไทยแลนด์อย่างมีเอกภาพ ในการปฎิบัติภารกิจครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติไทยอยู่แล้ว“ พลเอกณัฐพล ฯ กล่าว

นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า บุคคลคนนี้ ลงมาเล่นการเมือง เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง คำพูดทุกคำย่อมต้องมีความรับผิดชอบต่อเสถียรภาพของประเทศ 

แม้จะเคยเป็นทหาร แต่ปัจจุบันผันตัวเองมาทำงานการเมือง การจะพูดอะไรควรเป็นความสัตย์จริงเยี่ยงชายชาติทหาร ไม่น่าจะทำตัวเป็นนักการเมืองรุ่นเก่าที่เน้นแต่วาทกรรม สร้างประเด็นการเมืองจนไม่สนใจ เสถียรภาพและความมั่นคงของชาติใช่หรือไม่ จะหาซีนเปิดตัวพรรคการเมืองก็ไม่ควรใช้วิธีการแบบนี้ 

ส่วนคำพูดของหัวหน้าพรรคการเมืองคนนี้ ยังมีการขยายผล  บิดเบือนให้เกิดความเสียหาย โดยนำคำให้สัมภาษณ์ของนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการณ์นายกรัฐมนตรี ซึ่งพูดไว้เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 68 หรือเกือบ 3 เดือนที่ผ่านมา ขณะดำรงตำแหน่ง รมว. กห. เรื่องการระวังสถานการณ์ไม่ให้มีความรุนแรง มาปั่นให้เข้าใจว่าเป็นไส้ศึกในเหตุการณ์เมื่อ สัปดาห์ที่แล้วที่มีการปะทะ ซึ่งไม่เกี่ยวกัน เป็นคนละเวลา คนละสถานการณ์ 

“วันนี้ถือว่าสถานการณ์ชายแดน รัฐบาล โดยกองทัพ ได้ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้เป็นที่เรียบร้อย  รัฐบาลอยู่ในขั้นตอนของการเยียวยาความสูญเสีย ฟื้นฟูพื้นที่ เฝ้าระวังรักษาอธิปไตยและดูแลความปลอดภัยของประชาชน พร้อมทั้งการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ผ่านไปยังนานาชาติและส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นองค์การสิทธิมนุษยชนของโลกรวมทั้งภาคีต่างๆ ดังนั้นช่วงนี้จึงเป็นช่วงเปราะบางของสังคมไทย ประชาชนต้องรักสามัคคี อย่าปล่อยให้เกมการเมืองประเทศเพื่อนบ้านที่ก่ออาชญากรรมสงครามด้วยการโจมตีฐานที่มั่นและพลเรือนของไทย มีอิทธิพลเหนือเราได้ ที่สำคัญไม่ควรปล่อยให้ใครก็ตามพูดอะไรเอามัน สะใจไปเรื่อยโดยไม่มีข้อเท็จจริง รังแต่จะสร้างความสับสนและความขัดแย้งในสังคม และยิ่งจะเป็นการเข้าทางฝ่ายตรงข้ามในเวทีระดับโลกอีกด้วย ” นายจิรายุ กล่าวทิ้งท้าย

‘สมชาย’เปิดโค๊ดคำพูดฟาด’ฮุน เซน’ โยงต้นตอลาม ‘ไทย’ รบ ‘กัมพูชา’

'สมชาย'เปิดโค๊ดคำพูดฟาด'ฮุน เซน' โยงต้นตอลาม 'ไทย' รบ 'กัมพูชา'

‘สมชาย’เปิดโค๊ดคำพูดฟาด’ฮุน เซน’ โยงต้นตอลาม ‘ไทย’ รบ ‘กัมพูชา’

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 21.45 น.

ล้วงลึกคลิปเสียงหลุด! ’สมชาย‘ เปิดโค๊ดคำพูดฟาด ’ฮุน เซน‘ โยงต้นตอลาม ‘ไทย‘ รบ ‘กัมพูชา’ จากผลประโยชน์อันหอมหวาน ’2ตระกูลฮุน-ชิน‘ พาชาติดิ่งเจอวิกฤต หวังกระบวนการยุติธรรมฟัน ’2พ่อลูก‘ ลั่นทำไม่ดีกับบ้านเมือง อย่าอยู่เลย ปลุกไล่ ’ไส้ศึก‘ พ้นประเทศ

วันที่ 2 สิงหาคม 2568 เมื่อเวลา 19.30 น. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กทม. ในการชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย “จากแนวหลังสู่แนวหน้า” ในช่วงการปราศรัยของวิทยากรแกนนำคนสำคัญ นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.) กล่าวตอนหนึ่งว่า ต้นเหตุปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาทุกวันนี้มาจากการทะเลาะกันระหว่าง2ตระกูลคือฮุน-ชิน เรื่องเกาะกูด เรื่องฮั้วแหล่งน้ำมันในอ่าวไทย จากกรณีคลิปเสียงหลุดระหว่างน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และสมเด็จฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา เราได้ยินแต่ความหมายจากเสียงของน.ส.แพทองธาร ตนมีข้อมูลจากทางกองทัพที่ถอดความหมายของสมเด็จฮุน เซน ในการสนทนากับน.ส.แพทองธาร เมื่อวันที่15มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนจะขออ่านคร่าวๆจะได้รู้ว่าคนขายชาติอยู่ตรงไหน โดยสมเด็จฮุน เซน บอกว่า ”ปัญหาตอนนี้เราต้องการเปิดด่านพรมแดนทั้งหมด เปิดกลับมาให้เหมือนเดิม ปัญหาคือกัมพูชาไม่ได้เริ่มก่อน สถานการณ์ขณะนี้ไทยโดนโจมตีอย่างหนัก ขออภัยท่านพ่อด้วย ไม่จำเป็นต้องมาขอผมหรอก ขอให้ฝ่ายรัฐจัดการเรื่องด่านตามปกติ“ จึงเป็นที่มาที่น.ส.แพทองธาร บอกในคลิปเสียงว่า “พร้อมค่ะ จะทำตามทั้งหมด”

นายสมชาย กล่าวต่อว่า ปัญหาเกิดจากคน2ตระกูลได้ดำเนินการจนกระทั่งบ้านเราเกิดวิกฤตขณะนี้ ตนหวังว่าไม่เกินกลางเดือนส.ค.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญ จะตัดสินให้น.ส.แพทองธาร ที่ขณะนี้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ พ้นจากตำแหน่งนายกฯ ขอให้ประชาชนส่งเสียงเชียร์ศาลรัฐธรรมนูญ ปลดน.ส.แพทองธารออกไปเลย ประเทศชาติจะได้รอดปลอดภัย อยู่แล้วทำความไม่ดีให้กับบ้านเมืองอย่างนี้อย่าอยู่ดีกว่า

ส่วนคดีมาตรา112 ของนายทักษิณ ชินวัตร ที่จะมีการตัดสินในวันที่22ส.ค.นี้ ประชาชนคิดว่านายทักษิณ จะติดคุกหรือไม่ ดังนั้น พ่อติดคุก ลูกออกไป ขณะที่คดีชั้น14 ยืนยันว่าคดีนี้ไม่รอดร้อยเปอร์เซ็นต์ วันที่9ก.ย.นี้นายทักษิณ กลับคืนสู่เรือนจำแน่นอน เพราะศาลฯสั่งให้นายทักษิณ มาศาลฯวันที่9ก.ย. มาพร้อมผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อมาเอากลับเรือนจำ 

นายสมชาย กล่าวด้วยว่า ยืนยันว่าเราจะชุมนุมจนกว่าน.ส.แพทองธารจะออกไป สถานการณ์วันนี้ในเรื่องไทย-กัมพูชา มีการกดดันจากทุกทางจากภายในของเราเอง เพราะเรามีไส้ศึกอยู่ในประเทศ นี่คือปัญหา ที่ประเทศไทยมาถึงวันนี้ ทั้งๆที่เราควรชนะในศึกสงครามไทย-กัมพูชา เพราะการเมืองอ่อนแอถึงที่สุด การเมืองรู้เห็นเป็นใจ การต่างประเทศอ่อนด้อยที่สุด ตนบอกได้เลยว่า กองทัพทุกเหล่าทัพซึ่งรบอยู่แนวหน้ามีความเป็นเอกภาพ มีประชาชนทั้ง67ล้านคนเป็นกองกำลังสนับสนุน เราไม่มีทางแพ้ ถ้าได้รัฐบาลที่เข้มแข็ง รักชาติ วันนี้ระบอบฮุน-ชิน และระบอบทักษิณ ทำลายความมั่นคงแห่งรัฐ ทำลายทหาร ทำลายการเมือง ทำลายเศรษฐกิจ และทำลายสังคม ตนเชื่อว่าประชาชนคนไทยทุกคนไม่ยอมให้ประเทศไทยเสียแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ขอให้พวกเราไล่ไส้ศึกออกไปก่อน

ปชน.แจงภาพ’เท้ง’ประณาม รพ. เป็นข่าวปลอม ย้ำจุดยืนยึดหลักกฎหมาย-มนุษยธรรม

ปชน.แจงภาพ'เท้ง'ประณาม รพ. เป็นข่าวปลอม ย้ำจุดยืนยึดหลักกฎหมาย-มนุษยธรรม

ปชน.แจงภาพ’เท้ง’ประณาม รพ. เป็นข่าวปลอม ย้ำจุดยืนยึดหลักกฎหมาย-มนุษยธรรม

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 21.09 น.

วันที่ 2 สิงหาคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก พรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า  1. ข้อความและคำพูดในภาพดังกล่าวเป็นเท็จ เพราะไม่เคยปรากฏว่าณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เคยสื่อสารถ้อยคำดังกล่าวแต่อย่างใด

2. สำหรับความเห็นของพรรคประชาชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีเพียงในโพสต์ของพรรค ซึ่งไม่ได้มีการใช้ถ้อยคำหรือความหมายที่ใกล้เคียงกับที่ปรากฏในภาพแต่อย่างใด โดยเป็นเพียงการแสดงความเห็นเรื่องข้อควรระวังในการทำให้ประเทศไทยไม่เสียเปรียบกัมพูชาในเวทีโลก ด้วยการยึดหลักกฎหมายและหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ตามอนุสัญญาเจนีวาที่ประเทศไทยได้เป็นภาคี

3. ซึ่งแนวทางการสื่อสารของพรรคสอดคล้องกับที่ทางโรงพยาบาลดังกล่าวเองได้ดำเนินการสื่อสารในเวลาต่อมา รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลในจังหวัดใกล้เคียงสื่อสารยืนยันด้วย

4. พรรคประชาชนเราตระหนักดีถึงความยากลำบากของบุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์นี้ทุกท่าน และเรายินดีน้อมรับทุกคำวิจารณ์และติเตียนเพื่อนำข้อกังวลเหล่านั้นไปปรับปรุงการทำงานเสมอ

’เสรีพิศุทธ์‘ กระซวกไส้ มีรัฐบาลก็เหมือนไม่มี ซัด‘ทักษิณ’บริหารงูๆ ปลาๆ

’เสรีพิศุทธ์‘ กระซวกไส้ มีรัฐบาลก็เหมือนไม่มี ซัด‘ทักษิณ’บริหารงูๆ ปลาๆ

’เสรีพิศุทธ์‘ กระซวกไส้ มีรัฐบาลก็เหมือนไม่มี ซัด‘ทักษิณ’บริหารงูๆ ปลาๆ

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.49 น.

’เสรีพิศุทธ์‘ กระซวกไส้ ‘มีรัฐบาลก็เหมือนไม่มี’  ‘ทักษิณ’ บริหารงูๆ ปลาๆ แนะวิธียึด ’ปราสาทตาควาย’ คืนโดยไม่ต้องใช้กำลัง ลั่นมีปัญหามาปรึกษาตนได้

วันที่ 2 สิงหาคม 2568 เมื่อเวลา 19.05 น. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กทม. ในการชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย “จากแนวหลังสู่แนวหน้า” ช่วงการปราศรัยของวิทยากรแกนนำคนสำคัญ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ตนอดเป็นห่วงชาติบ้านเมืองขณะนี้ไม่ได้ ตอนนี้เรามีรัฐบาลก็เหมือนไม่มี เพราะมันไม่คิดจะทำอะไร  แล้วรัฐมนตรีพวกนี้มันจะทำหน้าที่ให้ชาติบ้านเมืองได้อย่างไร แตกต่างจากกัมพูชาที่ประเทศเล็กกว่าเรา จะมายืนเทียบศักดิ์ศรีเราไม่ได้ มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ สมเด็จฮุน เซน อยู่มากว่า 40 ปีก่อนสืบทอดให้ลูกการบริหารจึงแน่น ต่างจากของเราที่งูๆ ปลาๆ เพราะขายตำแหน่งจะไปสู้เขาได้อย่างไร

“ผมเนี่ยเป็นคนแรกเลยที่โพสต์ประกาศไปว่า ไม่ต้องคุยกับเขมร ยึดพนมเปญเท่านั้น บางคนชอบใจ บางคนก็ไม่ชอบใจ ก็แล้วแต่ เพราะแต่ละคนพื้นฐานไม่เหมือนกัน“ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้นเมื่อเกิดปัญหาไทย – กัมพูชาขึ้น ตนมองดูแล้วกำลังพลเขา อย่ามาเทียบไทยเลย ยังไงก็สู้ไทยไม่ได้ ตนจึงบอกให้ยึดกรุงพนมเปญเท่านั้น แต่ผู้นำของเราหรือแม้แต่ทหารก็ใจไม่คิด ปล่อยไปเรื่อยจนเกิดการปะทะกัน ตั้งแต่ 24 ก.ค. – 28 ก.ค. ที่ผ่านมา จึงจบเพราะนายฮุน มาเนต นายกฯกัมพูชา ไปขอนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ให้มาเลเซียไปเจรจา ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่านายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประธานอาเซียน ตั้งนายทักษิณเป็นประธานที่ปรึกษาด้านอาเซียน ไม่ใช่เพราะปาก แต่เพราะเงินทั้งนั้น 

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวอีกว่า ทหารเรายึดพื้นที่เกือบได้ทั้งหมด ยกเว้นปราสาทตาควาย จากข้อตกลงหยุดยิงในวันที่ 28 ก.ค. ที่ให้กำหนดหยุดยิงในเวลาเที่ยงคืน กัมพูชาก็เอาระเบิดมาวาง ซึ่งตนในฐานะที่มีประสบการณ์ การจะยึดแผ่นดินเรากลับคืนมายังทำไม่ได้ แต่ตนจะแนะนำว่า ให้เอาตำรวจตระเวนชายแดนไปโอบล้อมกัมพูชาทั้งหมดไม่ให้ส่งกำลังบำรุงขึ้นมาที่ปราสาทตาควาย ให้ทหารกัมพูชาอดตาย สุดท้ายก็ยอมออกมามอบตัว และทำให้เรายึดปราสาทตาควายได้โดยไม่ต้องใช้กำลัง ทั้งนี้ ตนยืนยันว่า ปราสาทตาควาย เป็นของไทย ชื่อก็เป็นภาษาไทย ฉะนั้นเรายืนยันได้ว่าเราจะเอาปราสาทตาควายกลับมาได้ หากมีอะไรให้ปรึกษาตน

‘หมอวรงค์’ จวก ‘ภูมิธรรม’ หน่อมแน้ม-น่ารำคาญเป็นหุ่นเชิด ปลุกคนไทย-กัมพูชา ไล่ระบอบ‘ทักษิณ-ฮุนเซน’

‘หมอวรงค์’ จวก ‘ภูมิธรรม’ หน่อมแน้ม-น่ารำคาญเป็นหุ่นเชิด ปลุกคนไทย-กัมพูชา ไล่ระบอบ‘ทักษิณ-ฮุนเซน’

‘หมอวรงค์’ จวก ‘ภูมิธรรม’ หน่อมแน้ม-น่ารำคาญเป็นหุ่นเชิด ปลุกคนไทย-กัมพูชา ไล่ระบอบ‘ทักษิณ-ฮุนเซน’

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 20.00 น.

‘หมอวรงค์’ จวกแหลก ‘ภูมิธรรม’ หน่อมแน้ม-น่ารำคาญ เป็นหุ่นเชิดระบอบ ‘ทักษิณ’ ต้องไล่ออกไปด้วย ชี้เจรจาหยุดยิงเป็นแค่ ‘ใบสั่ง’ ปลุกคน ‘กัมพูชา’ ตะเพิดไล่ระบอบ ‘ฮุนเซน’ ให้2ชาติกลับมาปรองดอง คาด ‘แม้ว’ หนีคดี ‘ชั้น14’ แน่นอน

วันที่ 2 สิงหาคม 2568 เมื่อเวลา 18.20 น. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในการชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย “จากแนวหลังสู่แนวหน้า” ช่วงการปราศรัยของวิทยากรคนสำคัญ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี  กล่าวว่า ตนเองเพิ่งกลับจากการลงพื้นที่ชายแดน พี่น้องทหารบอกว่าไหน ๆ ก็รบแล้วก็ต้องจบ พี่น้องทหารกำลังใจดีมากบอกพร้อมรบ แต่ขอให้ตนเองมาไล่รัฐบาลชั่ว ๆ ส่วนพี่น้องทหารจะรับหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตย เราประชาชนจึงต้องมาไล่รัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ในช่วงที่น.ส.แพทองธาร ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี น่ารำคาญเหลือเกิน  ประชาชนฝากถามว่าเหตุใดนายภูมิธรรมถึงหน่อมแน้ม วันนี้จึงต้องไล่นายภูมิธรรมด้วย นายภูมิธรรมเกรงใจอะไรสมเด็จฮุน เซน ขนาดเกิดการสู้รบ แต่นายภูมิธรรมขออย่าเรียกว่าสงคราม แต่ให้เรียกว่าการปะทะ ขณะที่การแถลงข่าวก็อ่านอย่างเดียว เหมือนหัวใจไม่สู้ 

“พี่น้องประชาชนคนที่เป็นผู้นำประเทศในภาวะสงครามต้องสบตาและสื่อสารกับประชาชน แต่ภูมิธรรมกลัว เพราะเป็นแค่หุ่นเชิดไม่ใช่ผู้นำ แต่คือขี้ข้า เกิดมาเป็นขี้ข้าตระกูลชิน” นพ.วรงค์กล่าว

นพ.วรงค์ กล่าวต่อถึงการเจรจายุติสงคราม ซึ่งมองว่านายภูมิธรรมเป็นขี้ข้าคอยรับคำสั่ง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการเจรจายุติสงครามทุกประเทศไหนส่งเบอร์ 1 ไปเจรจา เขาจะส่งตัวแทนที่มีอำนาจเต็มไปเจรจาแล้วเบอร์ 1 ค่อยไปลงนาม แต่รอบนี้รักษาการแทนนายกไปเจรจา ในโลกนี้ไม่มีที่ไหนทำ การเจรจาที่ประเทศมาเลเซียเป็นเพียงใบสั่ง ทำให้ทหารเสียเปรียบในการสู้รบ เชื่อว่าในอนาคตจะต้องมีการรบอีกครั้ง
ประชาชนไทยกับประชาชนกัมพูชาไม่ได้เกลียดกัน  แต่ประชาชนทั้งสองประเทศมีสิทธิ์ที่จะเกลียดผู้นำ ประชาชนคนกัมพูชามีสิทธิ์ที่จัดการสมเด็จฮุนเซน ประชาชนคนไทยก็มีสิทธิ์จัดการระบอบทักษิณเช่นกัน พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนคนกัมพูชาออกมาแสดงออกเช่นเดียวกับคนไทย ล้มระบอบสมเด็จฮุนเซนให้ได้ เพื่อให้ประชาชนทั้งสองประเทศปรองดองกัน

“ผมขอชวนประชาชนจับตาคดีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่พักรักษาตัวในชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ที่มีแต่ตายกับ คุก คุก คุก ซึ่งผมเองมีความเชื่อว่าจะสามารถจัดการระบอบทักษิณให้จบได้ในเร็วๆนี้ และขอให้ติดตามการตัดสินคดีในวันที่ 9 ก.ย.นี้ คาดว่านายทักษิณ คงหนีแน่นอน” นพ.วรงค์ กล่าว

’กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน‘ ร่วมไว้อาลัยรำลึกสดุดี 15 ทหารกล้า พลีชีพปกป้องแผ่นดินไทย

’กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน‘ ร่วมไว้อาลัยรำลึกสดุดี 15 ทหารกล้า พลีชีพปกป้องแผ่นดินไทย

’กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน‘ ร่วมไว้อาลัยรำลึกสดุดี 15 ทหารกล้า พลีชีพปกป้องแผ่นดินไทย

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.37 น.

’กลุ่มรวมพลังแผ่นดิน‘ ร่วมไว้อาลัยรำลึกสดุดี ’15ทหารกล้า‘ พลีชีพปกป้องแผ่นดินไทย รวบรวมสิ่งของบริจาค ‘4คันรถบรรทุก‘ ส่งถึง ’กองทัพภาคที่2‘ ทันที

วันที่ 2 สิงหาคม 2568 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย “จากแนวหลังสู่แนวหน้า” เข้าสู่ช่วงพิธีสำคัญใน18.00น. โดยบรรดาแกนนำแนวร่วมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ ได้ร่วมกันร้องเพลงชาติไทย และได้ทำพิธีรำลึกสดุดีต่อทหารกล้า จำนวน 15 ราย ที่สละชีพจากเหตุการณ์ปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อปกป้องพิทักษ์ผืนแผ่นดินไทย และได้ร่วมกันไว้อาลัยโดยการสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที

ขณะที่บรรยากาศบริเวณโดยรอบของการชุมนุม มีประชาชนสนใจทยอยเข้ามาร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมากขึ้น ทั้งนี้ ทางกลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ ได้นำสิ่งของที่รับบริจาคจากประชาชน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของอุปโภคบริโภค ข้าวสาร อาหารแห้ง เพื่อรวบรวมส่งไปยังกองทัพภาคที่ 2 เป็นจำนวน 2 คันรถสิบล้อ และ 2 คันรถหกล้อ โดยได้ออกเดินทางตั้งแต่เวลา 18.00น. และจะมีการส่งมอบในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้(3ส.ค.)ทันที

‘เทพชัย’เผยเจ้าของร้านอาหารโอด พนักงานเขมรขอกลับบ้าน หลังถูกรัฐบาลขู่ถอนสัญชาติ-ยึดที่ดิน

'เทพชัย'เผยเจ้าของร้านอาหารโอด พนักงานเขมรขอกลับบ้าน หลังถูกรัฐบาลขู่ถอนสัญชาติ-ยึดที่ดิน

‘เทพชัย’เผยเจ้าของร้านอาหารโอด พนักงานเขมรขอกลับบ้าน หลังถูกรัฐบาลขู่ถอนสัญชาติ-ยึดที่ดิน

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.29 น.

วันที่ 2 สิงหาคม 2568 นายเทพชัย หย่อง สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์ข้อความผ่าน x ระบุข้อความว่า  เมื่อคืนไปกินข้าวที่ส่วนอาหารใหญ่แห่งหนึ่งย่านบางนา เจ้าของบอกพนักงานที่เป็นเขมรเกือบ 30 คนขอกลับบ้านหลังญาติๆ เตือนว่ารัฐบาลเขมรขู่จะถอนสัญชาติและยึดที่ดินถ้าไม่กลับ อีกหลายร้านแถบนั้นก็โดนแบบเดียวกัน

’อดีตสว.-โอลด์โซลเยอร์-อดีตบิ๊กความมั่นคง‘ เรียงหน้าตบเท้า ร่วมปกป้องอธิปไตยส่งกำลังใจถึงแนวหน้า

’อดีตสว.-โอลด์โซลเยอร์-อดีตบิ๊กความมั่นคง‘ เรียงหน้าตบเท้า ร่วมปกป้องอธิปไตยส่งกำลังใจถึงแนวหน้า

’อดีตสว.-โอลด์โซลเยอร์-อดีตบิ๊กความมั่นคง‘ เรียงหน้าตบเท้า ร่วมปกป้องอธิปไตยส่งกำลังใจถึงแนวหน้า

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.17 น.

’อดีตสว.-โอลด์โซลเยอร์-อดีตบิ๊กความมั่นคง‘ เรียงหน้าตบเท้าร่วมปกป้องอธิปไตยส่งกำลังใจถึงแนวหน้า โต้พวกบอกไม่รู้สี่รู้แปดนัดชุมนุมท่ามกลางปมร้อนไทย-กัมพูชา ยันทำถูกต้องตามรธน. ด้าน ’ถวิล‘ ลั่นได้ถอนทุนคืน ’เขมร‘ จากที่ละเมิด ‘เอ็มโอยู43’ มาตลอด20-30ปี ขณะที่ ’อกนิษฐ์‘ ซัดเจรจาปาหี่หยุดยิงไร้เงื่อนไข

วันที่ 2 สหาคม 2568 เมื่อเวลา 16.30 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในการชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย “จากแนวหลังสู่แนวหน้า” เข้าสู่ช่วงของการปราศรัยที่น่าสนใจจากวิทยากรที่มาร่วมในการจัดกิจกรรม อาทิ บรรดาอดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.) อดีตนายทหารระดับสูง อดีตเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง อาทิ พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย(ศรภ.) กล่าวตอนหนึ่งว่า สิ่งที่ทหารไทยทำสำเร็จในการรบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลกระทบต่อตระกูลชินวัตร แม้จะส่งผลกระทบเงียบๆ แต่บ่งบอกได้ว่าประชาชนคนไทยไม่ยอมรับว่ามีรัฐบาลชุดนี้อยู่ อนาคตของรัฐบาลจะมืดลงตามลำดับ ตนจะไม่ลงลึกในเรื่องการเมือง แต่บอกได้ว่ารอให้พ้นเดือนก.ย.นี้ไปก่อน จากนี้ประชาชนจะต้องส่งใจ

ด้านพล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตสว. อดีตแม่ทัพภาคที่2 กล่าวว่า ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับกัมพูชา เราต้องอย่าไปลูกผู้ชายเกิน เพราะกัมพูชาไม่ยึกกฎกติกาใดทั้งสิ้น และพรรคไหนที่เคยบอกว่าทหารมีไว้ทำไม อนาคตอย่าไปเลือกเลย ไม่มีประโยชน์ 

ส่วนนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตสว. อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวว่า มีคนบอกว่าเรามาชุมนุมวันนี้ทำไม เขากำลังมีเรื่องที่ชายแดน ไม่รู้กาลเทศะหรืออย่างไร ตนขอเรียนว่า ไม่ชุมนุมวันนี้แล้วจะชุมนุมวันไหน เราต้องส่งกำลังใจให้ประชาชนที่กำลังอพยพ พี่น้องทหารที่กำลังทำหน้าที่ที่ชายแดน ไม่ให้เขาโดดเดี่ยว เขาจะได้รู้สึกว่ามีแนวหลังสนับสนุนเขาอยู่ ยืนยันว่าการชุมนุมวันนี้ถูกต้องด้วยประการทั้งปวง วันนี้บุตรหลานพระยาละแวก แว้งกัดเราจริงๆ ประชาชนกัมพูชามีผู้นำที่ไม่ดี ถึงถูกชักจูงไป กระสุนนัดแรกของกัมพูชาที่ดังเข้ามาที่ประสาทตาเมือนธม เมื่อวันที่24ก.ค.ที่ผ่านมา คือโอกาสของกองทัพไทยของประชาชนที่จะได้เอาคืน เพราะตลอดเวลาที่มีข้อตกลงเอ็มโอยู2543 กัมพูชาละเมิดมาตลอดถึง800ครั้ง มีมนุษย์ที่ไหนฝืนข้อห้ามได้ขนาดนั้น ต้องชื่นชมกองทัพไทย ที่ยึดคืนพื้นที่ที่มีปัญหาได้เกือบทั้งหมด ยกเว้นปราสาทตาควาย กัมพูชาละเมิดเรามา20-30ปี ขอให้เราได้ภาคภูมิใจว่าเราได้ถอนทุนคืนบ้างแล้ว ตนคิดว่า ปัญหาไทย-กัมพูชาอาจจะไม่หมดไปซะทีเดียว แต่จะง่ายขึ้นถ้า2ตระกูล4คนพ่อลูกทั้ง2ฝั่ง ถูกกำจัดออกไป

พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ อดีตสว. เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี อดีตนายกฯ กล่าวว่า มีคนบอกว่าบ้านเมืองเป็นแบบนี้ ไม่รู้สี่รู้แปดมาชุมนุมกันทำไม ตนขอบอกว่าคนพูดไม่รู้สี่รู้แปด วันนี้เรามาทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ คนพูดอ่านรัฐธรรมนูญบ้างหรือไม่ ตนขอถามว่ารัฐบาลไส้ศึกนี้เรามั่นใจหรือไม่ การเจรจาหยุดยิงโดนไม่มีเงื่อนไข เมื่อวันที่28ก.ค.ที่ผ่านมา ไม่มีใครในโลกนี้เขาทำกัน มีที่นี่ที่เดียว เป็นการเจรจาปาหี่ คุยกันเพียงแป๊ปเดียวแล้วแถลงข่าวร่วม การจะแถลงข่าวร่วมแบบนี้ เขาต้องมีการเจรจาเถียงกันก่อนเป็นวัน แต่เรื่องนี้มันมีการเตรียมการไว้แล้ว เราไม่ได้เผชิญหน้ากัมพูชาอย่างเดียว เรากำลังมีประธานอาเซียน ที่ไม่รู้ว่ามันเข้าข้างใคร ทูตสหรัฐอเมริกาคนใหม่ที่กำลังเข้ามา ออกมาบอกว่ารบกันไปทำไม ไม่มีประโยชน์ ตนอยากบอกว่าสหรัฐฯไม่เคยถูกรุกราน มีแต่ไปรุกรานคนอื่น มันไม่เคยเสียดินแดน แต่เราเคยเสียดินแดน ความเจ็บแค้นมันถูกสืบทอดมา ขอให้ทูตสหรัฐฯคนใหม่ไปศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยให้ถ่องแท้ก่อน

ทบ.จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพทหารหาญ 5 นาย ปูนบำเหน็จ-ขอพระราชยศทหารเลื่อนขั้น อย่างสมเกียรติ

ทบ.จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพทหารหาญ 5 นาย ปูนบำเหน็จ-ขอพระราชยศทหารเลื่อนขั้น อย่างสมเกียรติ

ทบ.จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพทหารหาญ 5 นาย ปูนบำเหน็จ-ขอพระราชยศทหารเลื่อนขั้น อย่างสมเกียรติ

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.49 น.

ทบ.สดุดีทหารกล้า จัดพิธีพระราชทานเพลิงศพทหารหาญ 5 นาย พร้อมปูนบำเหน็จและขอพระราชยศทหารเลื่อนขั้น อย่างสมเกียรติ

จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้กองทัพบกสูญเสียทหารกล้าที่สละชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ จำนวน 15 นาย ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ในการบำเพ็ญกุศลและพระราชทานเพลิงศพแก่เหล่าทหารหาญ  โดยในวันนี้ (2 ส.ค.68) พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบให้คณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก ร่วมเป็นเกียรติในพิธีพระราชทานเพลิงศพของทหารหาญ จำนวน 5 นาย ดังนี้

พิธีพระราชเพลิงศพ จ.ส.อ.ธีระยุทธ์ สีจุ้ยจ้าย ตำแหน่งรองผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 13 กองพลทหารราบที่ 3 ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ (29 ก.ค.68) ณ วัดเนินนิมิต อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย โดยมี พล.ท.เกรียงไกร ปราสาฑสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก (2) เป็นประธานในพิธี โดยกองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานยศทหารเป็น ” พลตรี” พร้อมมอบเงินพระราชทาน, สินไหมทดแทนภัยสงคราม, ประกันชีวิตกองทัพบก, เงินช่วยเหลือและบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท รวม 3,569,461 บาท

พิธีพระราชทานเพลิงศพ ส.อ.อัมรินทร์ ผาสุก ตำแหน่งพลซุ่มยิง กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 กองพลทหารราบที่ 3 ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ปราสาทตาเมือน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ (28 ก.ค.68) ณ วัดบูรพาราม อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี โดยมี พล.อ.นพนันต์ ชั้นประดับ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก (1) เป็นประธานในพิธี โดยกองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานยศทหารเป็น”พันตรี” พร้อมมอบเงินพระราชทาน, สินไหมทดแทนภัยสงคราม, ประกันชีวิตกองทัพบก, เงินช่วยเหลือและบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท รวม 2,629,538 บาท 

พิธีพระราชเพลิงศพ ส.ท.ต่อพงษ์ พันดวง ตำแหน่งเสมียน กองร้อยสนับสนุนการรบ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่  16 กองพลทหารราบที่ 6 ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ (29 ก.ค.68) ณ วัดสุริโย (กำแมด) อ.กุดชุม จ.ยโสธร โดยมี พล.อ.ไกรภพ ไชยพันธุ์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก (2) เป็นประธานในพิธีโดยกองทัพบกได้ดำเนินการมอบเงินพระราชทาน, สินไหมทดแทนภัยสงคราม, ประกันชีวิตกองทัพบก, เงินช่วยเหลือและบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท รวม 2,238,905 บาท

พิธีพระราชทานเพลิงศพ พลทหาร สิรวิทย์ พิณโญสุข ตำแหน่งพลปืนเล็ก กองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 8 กองพลทหารราบที่ 3 ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ปราสาทตาเมือน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ (28 ก.ค.68) ณ วัดสายทอง อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น โดยมี พล.อ.เอกรัตน์ ช้างแก้ว ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก เป็นประธานในพิธี โดยกองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 9 ขั้น ขอพระราชทานยศทหารเป็น “ ร้อยตรี” พร้อมมอบเงินพระราชทาน, สินไหมทดแทนภัยสงคราม, ประกันชีวิตกองทัพบก, เงินช่วยเหลือและบำเหน็จตกทอดให้กับทายาท รวม 2,083,750 บาท

พิธีพระราชทานเพลิงศพ พลทหาร ธีรยุทธ กระจ่างทอง ตำแหน่งพลประจำปืน ปตอ.2 พัน.2 กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (พล.ปตอ.) ซึ่งเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ (29 ก.ค.68) ณ วัดบ้านยางโป่งสะเดา อ.ระหานทราย จ.บุรีรัมย์ โดยมี พล.อ.ธงชัย รอดย้อย เสนาธิการทหารบก เป็นประธานในพิธี โดยกองทัพบกได้ดำเนินการปูนบำเหน็จพิเศษ 7 ขั้น ขอพระราชทานยศทหารเป็น “สิบเอก“ พร้อมมอบเงินพระราชทาน, สินไหมทดแทนภัยสงคราม, ประกันชีวิตกองทัพบก, เงินช่วยเหลือและบำเหน็จตกทอดให้กับทายาทรวม 2,118,305 บาท

กองทัพบกขอสดุดี ทหารกล้าที่สละชีพเพื่อปกป้องอธิปไตยและผืนแผ่นดินเกิดด้วยชีวิต เป็นวีรบุรุษของชาติที่จะถูกจารึกไว้ในหัวใจของคนไทยตลอดไป ทั้งนี้ กองทัพบกจะดูแลสิทธิและสวัสดิการแก่ครอบครัวและทายาท เพื่อเชิดชูเกียรติแห่งความเสียสละอันยิ่งใหญ่อย่างดีที่สุด
 

มมส ยกเว้นค่าเทอมตลอดหลักสูตร มอบโอกาสทางการศึกษาให้ครอบครัวทหารผู้เสียสละเพื่อชาติ

มมส ยกเว้นค่าเทอมตลอดหลักสูตร มอบโอกาสทางการศึกษาให้ครอบครัวทหารผู้เสียสละเพื่อชาติ

มมส ยกเว้นค่าเทอมตลอดหลักสูตร มอบโอกาสทางการศึกษาให้ครอบครัวทหารผู้เสียสละเพื่อชาติ

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 19.30 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตระหนักถึงความสำคัญของการเสียสละเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติ และเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณและตอบแทนในความกล้าหาญของทหารหาญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องผืนแผ่นดินไทย มหาวิทยาลัยจึงขอสนับสนุนด้านการศึกษาแก่ ครอบครัวผู้เสียสละ ประกอบด้วย บุตรและภรรยาของทหารผู้เสียชีวิต และบุตรของทหารผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะเป็นกำลังใจ และแบ่งเบาภาระของครอบครัวผู้เสียสละ จึงได้กำหนดแนวทางการสนับสนุนด้านการศึกษาอย่างครอบคลุม โดยจะยกเว้นค่าธรรมเนียมการศึกษาตลอดหลักสูตร ให้แก่ผู้ที่ประสงค์จะเข้าศึกษาต่อในทุกระดับการศึกษาของมหาวิทยาลัย ได้แก่ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ฝ่ายประถมและมัธยม), ระดับปริญญาตรี, ระดับปริญญาโท และระดับปริญญาเอก

การสนับสนุนด้านการศึกษาครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายมหาวิทยาลัยในการส่งเสริมและให้กำลังใจแก่ครอบครัวของผู้ที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยมหาสารคามในการเป็นสถาบันการศึกษา ที่ไม่เพียงแต่มุ่งผลิตบัณฑิตและการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ แต่ยังให้ความสำคัญกับการตอบแทนผู้ทำคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศอย่างแท้จริง

ผู้ที่เข้าเกณฑ์และประสงค์จะใช้สิทธิ์ดังกล่าว สามารถติดต่อและยื่นความจำนงได้ที่ ฝ่ายวิชาการ กองทะเบียนและประมวลผล มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โทรศัพท์: 0-4371-9888, 0-4371-9889, 08-0323-7706, 06-3827-3667 วันและเวลาทำการ: วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

-(016)