ชาวพิษณุโลก-นทท. ‘ร่วมตักบาตรยามเช้า’ สืบสานศรัทธาไทย-ส่งกำลังใจสู่ชายแดน

ชาวพิษณุโลก-นทท. ‘ร่วมตักบาตรยามเช้า’ สืบสานศรัทธาไทย-ส่งกำลังใจสู่ชายแดน

ชาวพิษณุโลก-นทท. ‘ร่วมตักบาตรยามเช้า’ สืบสานศรัทธาไทย-ส่งกำลังใจสู่ชายแดน

วันเสาร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.14 น.

ชาวพิษณุโลกและนักท่องเที่ยว ‘ตักบาตรยามเช้า’ พร้อมส่งผลบุญให้กับทหารกล้า 15 นาย และประชาชน 14 คนที่เสียชีวิตจากความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา นอกจากนี้ทางวัดคัดแยกข้าวสารอาหารแห้งส่งมอบช่วยเหลือทหารและประชาชนชายแดนไทย-กัมพูชา

วันที่ 2 สิงหาคม 2568 บรรยากาศยามเช้าที่บริเวณหน้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ “วัดใหญ่” จังหวัดพิษณุโลก เต็มไปด้วยความสงบร่มเย็นและเปี่ยมด้วยศรัทธา เมื่อประชาชนชาวพิษณุโลกพร้อมนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากเมืองแมดริด ประเทศสเปนกว่า 100 คน ร่วมกิจกรรมใส่บาตรยามเช้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทางวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จัดกิจกรรมใส่บาตรเป็นประจำทุกวันเสาร์ เวลา 06.00 น. หน้าวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มีโอกาสสืบสานประเพณี ทำบุญ ตักบาตรยามเช้าหน้าวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช  สะท้อนถึงพลังของความศรัทธา ความร่วมแรงร่วมใจ และการท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางจิตใจ พร้อมเชื่อมโยงศาสนา วัฒนธรรม  สร้างอัตลักษณ์การท่องเที่ยวในจังหวัดพิษณุโลก

ซึ่งกิจกรรมวันนี้ นางศศิวัณย์ ศรีพรหม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 และรองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำคณะนักท่องเที่ยวต่างชาติร่วมใส่บาตร ทำบุญเปิดโบสถ์ และสัมผัสวิถีวัฒนธรรมชาวพุทธอย่างใกล้ชิด  โดยข้าวสารอาหารแห้ง ที่ประชาชนร่วมใส่บาตรในครั้งนี้ ยังได้ถูกแยกบางส่วนเพื่อนำไปช่วยเหลือทหารและประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับทหารกล้า 15 นาย และประชาชน 14 คนที่เสียชีวิต

โดยทางวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ ได้นำสิ่งของข้าวสารอาหารแห้ง วัตถุมงคล พระผงพระพุทธชินราช ใบเสมา ส่งมาให้กับทหารที่อยู่ชายแดน อีก 500 องค์ ไปแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่  1 ส.ค.ที่ผ่านมา และในครั้งนี้จะนำไปส่งให้กับทหารแนวชายแดนในวันที่ 4 ส.ค.นี้ ///-026

เกาหลีเหนือแถลง หวังเห็นอาเซียนมีสันติยั่งยืน หลังไทย-กัมพูชาหยุดยิง

เกาหลีเหนือแถลง หวังเห็นอาเซียนมีสันติยั่งยืน หลังไทย-กัมพูชาหยุดยิง

2 ส.ค. 2568 16:09 น.

เกาหลีเหนือแถลง หวังเห็นอาเซียนมีสันติยั่งยืน หลังไทย-กัมพูชาหยุดยิง

(AFP PHOTO/KCNA VIA KNS)

เกาหลีเหนือแถลง หวังให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีสันติภาพและเสถียรภาพที่ยั่งยืน หลังไทยกับกัมพูชาบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ยุติการปะทะบริเวณชายแดนที่ดำเนินต่อเนื่องหลายวัน

เมื่อวันเสาร์ที่ 2 ส.ค. 2568 โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีเหนือตอบคำถามของผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) เรื่องการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา ยุติการปะทะกันบริเวณชายแดนซึ่งดำเนินต่อเนื่อง 5 วัน และทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า “เราให้ความสำคัญกับข้อเท็จจริงที่ว่า การหยุดยิงระหว่างกัมพูชากับไทยสำเร็จได้เพราะความพยายามเพื่อสันติของเหล่าประเทศที่เกี่ยวข้องและอาเซียน เพื่อแก้ปัญหาในภูมิภาคอย่างสันติผ่านการเจรจาและการทูต”

“เราหวังว่าประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีสันติภาพและเสถียรภาพที่ยั่งยืนภายในภูมิภาค ด้วยการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างกัน เพิ่มความไว้วางใจทางการเมือง และส่งเสริมความร่วมมือระดับทวิภาคีมากขึ้น”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : KCNAwatch

ญี่ปุ่นเผชิญ “กรกฎาคม” ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ อุตุฯ เตือนร้อนต่อเนื่องตลอดเดือนสิงหา

ญี่ปุ่นเผชิญ “กรกฎาคม” ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ อุตุฯ เตือนร้อนต่อเนื่องตลอดเดือนสิงหา

2 ส.ค. 2568 12:31 น.

ญี่ปุ่นเผชิญ “กรกฎาคม” ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ อุตุฯ เตือนร้อนต่อเนื่องตลอดเดือนสิงหา

ญี่ปุ่นเผชิญกับเดือนกรกฎาคมที่ร้อนที่สุดทุบสถิติ นับตั้งแต่เริ่มบันทึกข้อมูลในปี 1898 พร้อมเตือนว่าเดือนสิงหาคมจะยังคงมีความร้อนรุนแรง ปกคลุมทั่วประเทศ

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า คลื่นความร้อนทั่วโลกมีแนวโน้มรุนแรงและเกิดบ่อยขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีสาเหตุมาจากมนุษย์ และญี่ปุ่นก็ไม่มีข้อยกเว้น

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติญี่ปุ่น หรือ JMA ระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนกรกฎาคมสูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วงปี 1991-2020 ถึง 2.89 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด และเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่อุณหภูมิเฉลี่ยเดือนกรกฎาคมทำลายสถิติสูงสุด

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ญี่ปุ่นยังทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดที่เคยบันทึกไว้ คือ 41.2 องศาเซลเซียส ในจังหวัดเฮียวโงะทางภาคตะวันตกของประเทศ

สำนักงานอุตุฯ ระบุว่า เดือนกรกฎาคมมีปริมาณฝนต่ำในหลายพื้นที่ โดยภาคเหนือที่อยู่ติดทะเลญี่ปุ่นมีปริมาณฝนต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะเดียวกันฤดูฝนในภาคตะวันตกสิ้นสุดเร็วกว่าปกติถึงราว 3 สัปดาห์ ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสถิติใหม่

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อากาศที่อุ่นขึ้นทำให้ซากุระ ซึ่งเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของญี่ปุ่น บานเร็วกว่าปกติ หรือบางครั้งบานไม่เต็มที่ เนื่องจากฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวไม่หนาวพอที่จะกระตุ้นการออกดอก

นอกจากนี้ ยอดภูเขาฟูจิที่ปกคลุมด้วยหิมะก็หายไปนานที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อปีที่แล้ว โดยเพิ่งปรากฏในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เทียบกับค่าเฉลี่ยปกติที่มักจะเห็นตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ญี่ปุ่น

น้ำป่าไหลหลากทะลักท่วมคร่า 3 ศพในเวียดนาม สูญหายอีก 9 คน

น้ำป่าไหลหลากทะลักท่วมคร่า 3 ศพในเวียดนาม สูญหายอีก 9 คน

2 ส.ค. 2568 11:23 น.

น้ำป่าไหลหลากทะลักท่วมคร่า 3 ศพในเวียดนาม สูญหายอีก 9 คน

เกิดน้ำป่าไหลหลาก ทะลักเข้าท่วมพื้นที่ภูเขาทางตอนเหนือของเวียดนามเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ศพ และสูญหายอีก 9 คน 

ฝนตกหนักสูงสุดถึง 30 เซนติเมตรทำให้เกิดน้ำหลากเข้าท่วมในจังหวัดเซินลา, ฟู้เถาะ, เตวียนกวาง โดยเฉพาะจังหวัดเดี่ยนเบียน ส่งผลให้หลายชุมชนถูกตัดขาดไม่สามารถเข้าถึงได้

กระทรวงเกษตรฯ ระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 3 ศพขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายอีก 9 คนในตำบลเตี๊ยดิ่งและซาเยืองของจังหวัดเดี่ยนเบียน

สื่อของรัฐอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นว่า ฝนตกหนักตั้งแต่เวลา 03.00 น. ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากพื้นที่ต้นน้ำ หลายหมู่บ้านจมอยู่ใต้น้ำและยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้จนถึงบ่ายวันศุกร์

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา น้ำป่าในจังหวัดเซินลาคร่าชีวิต 5 ราย ทำลายพืชผลทางการเกษตร และพัดพาสัตว์ปีกและปศุสัตว์จำนวนมากไปกับกระแสน้ำ

ขณะนี้เวียดนามอยู่ในฤดูพายุเขตร้อน ซึ่งมักก่อให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มที่คร่าชีวิตผู้คน นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ภาวะโลกร้อนจากกิจกรรมของมนุษย์ทำให้สภาพอากาศรุนแรงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมทำลายล้าง

เมื่อเดือนกันยายน 2024 พายุไต้ฝุ่นยาหงิ ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักในเวียดนามตอนเหนือ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 345 ราย และสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจราว 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เวียดนาม

ยูเอ็นเผยคลิปชาวกาซา หลบกระสุนยิงเตือนจากกองทัพอิสราเอล ขณะพยายามเข้ามาใกล้ขบวนรถบรรทุกอาหาร(คลิป)

ยูเอ็นเผยคลิปชาวกาซา หลบกระสุนยิงเตือนจากกองทัพอิสราเอล ขณะพยายามเข้ามาใกล้ขบวนรถบรรทุกอาหาร(คลิป)

2 ส.ค. 2568 09:53 น.

ยูเอ็นเผยคลิปชาวกาซา หลบกระสุนยิงเตือนจากกองทัพอิสราเอล ขณะพยายามเข้ามาใกล้ขบวนรถบรรทุกอาหาร(คลิป)

ยูเอ็นเผยภาพกระสุนยิงเตือนจากอิสราเอลเฉียดโดนฝูงชน ขณะที่ประชาชนจำนวนมากพยายามกรูเข้ามาที่ขบวนรถบรรทุกอาหารช่วยเหลือ ด้านอิสราเอลยืนยันยิงเพื่อควบคุมสถานการณ์ ไม่ได้เล็งเป้าพลเรือน 

สำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ OCHA เผยแพร่วิดีโอคลิปเหตุการณ์ที่แสดงภาพขบวนรถบรรทุกความช่วยเหลือแล่นผ่านจุดผ่านแดนเคเรม ชาโลม เข้าสู่ฉนวนกาซา ขณะที่มีเสียงปืนยิงมาใส่ใกล้ฝูงชนนับหมื่นที่รวมตัวรอรับอาหาร

โอลก้า เชเรฟโก เจ้าหน้าที่ OCHA กล่าวว่า เธอได้พบกับฝูงชนหลายหมื่นคนที่หิวโหยและสิ้นหวังอยู่บนถนน และพวกเขารีบขนของทั้งหมดออกจากท้ายรถบรรทุกของยูเอ็นทันที

คลิปภาพที่มีการเผยแพร่จะเห็นชายหลายคนวิ่งผ่านรถของยูเอ็นที่แล่นเป็นขบวนเข้าสู่กาซา โดยในวิดีโอ OCHA ระบุว่า “กองกำลังอิสราเอลยิงปืนเตือนเพียงไม่กี่นิ้วจากฝูงชนที่รอคอยขบวนรถบรรทุกอาหารของยูเอ็น”

ด้านกองทัพอิสราเอลตอบโต้ว่า เหตุการณ์ที่ปรากฏในวิดีโอกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ากองกำลังป้องกันอิสราเอล หรือ IDF จงใจยิงใส่พลเรือน และย้ำว่ากฎการปฏิบัติของ IDF ห้ามยิงใส่พลเรือนโดยเจตนาอย่างเด็ดขาด โดยการยิงเตือนจะเกิดขึ้นเฉพาะเมื่อเผชิญภัยคุกคาม และจะดำเนินการในลักษณะที่ไม่เป็นอันตรายต่อประชาชน

วิดีโอนี้ถูกเผยแพร่ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจจากนานาชาติ หลังมีภาพเด็กผอมโซและรายงานผู้เสียชีวิตจากความหิวโหยเพิ่มขึ้น กดดันให้อิสราเอลเปิดทางให้ความช่วยเหลือมากขึ้น จนทำให้ในสัปดาห์นี้ อิสราเอลได้หยุดยิงชั่วคราวในบางพื้นที่ เพื่อให้สามารถแจกอาหารทางอากาศได้

อย่างไรก็ตาม องค์กรช่วยเหลือและชาวปาเลสไตน์ระบุว่ามาตรการดังกล่าวมีเพียงเล็กน้อยและไม่เพียงพอที่จะหยุดยั้งสถานการณ์ความอดอยากขั้นรุนแรง ที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ากำลังเกิดขึ้นในดินแดนที่ถูกสงครามทำลาย

แม้จำนวนรถบรรทุกความช่วยเหลือที่เข้าสู่กาซาจะเพิ่มขึ้น แต่แทบไม่มีรถคันใดไปถึงคลังเก็บของยูเอ็น เนื่องจากเกือบทั้งหมดถูกฝูงชนจำนวนมหาศาลดักปล้นกลางทาง ซึ่งมีทั้งพลเรือนที่หิวโหยและกลุ่มติดอาวุธที่ใช้มีด ขวาน หรือปืน เพื่อชิงเสบียงไปกักตุนหรือขายต่อ

นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากจากการพยายามแย่งชิงความช่วยเหลือ พยานระบุว่าทหารอิสราเอลมักเปิดฉากยิงใส่ฝูงชนรอบรถบรรทุก ขณะที่โรงพยาบาลรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตหลายร้อยคน ส่วนกองทัพอิสราเอลยืนยันว่ายิงเพียงเพื่อควบคุมฝูงชนหรือป้องกันกำลังพลเท่านั้น

ระบบกระจายอาหารทางเลือกที่ดำเนินการโดยมูลนิธิมนุษยธรรมกาซาซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิสราเอล ยังคงมีปัญหามากมาย ขณะที่การแจกจ่ายความช่วยเหลือทางอากาศแม้จะกลับมาดำเนินการ แต่ก็สามารถจัดส่งได้เพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการขนส่งทางรถบรรทุก และหลายครั้ง สิ่งของตกในพื้นที่ที่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงได้ หรือตกลงในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทำให้ชาวบ้านต้องว่ายน้ำออกไปเก็บถุงแป้งสาลีที่เปียกน้ำ.

ที่มา : UNOCHA

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ยูเอ็น

เฮ ภาษีทรัมป์ 19% ครม.ถก “รับมือ” จัดทำร่างแถลง ลงรายละเอียด สินค้าแต่ละตัว

เฮ ภาษีทรัมป์ 19% ครม.ถก “รับมือ” จัดทำร่างแถลง ลงรายละเอียด สินค้าแต่ละตัว

2 ส.ค. 2568 08:44 น.

เฮ ภาษีทรัมป์ 19% ครม.ถก “รับมือ” จัดทำร่างแถลง ลงรายละเอียด สินค้าแต่ละตัว

“พิชัย” ปลื้ม “ภาษีทรัมป์” ลดเหลือ 19% จากเดิม 36% ฟุ้งสะท้อนถึงมิตรภาพและความเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นไทย-สหรัฐฯ ช่วยให้ไทยยังคงแข่งขันได้ในเวทีโลก โวผลงานโบแดงทีมไทยแลนด์ ครม.นัดพิเศษไฟเขียวร่างถ้อยแถลงร่วม

เมียนมาประกาศกฎอัยการศึก 63 เมือง ที่ฝ่ายต้านยึดครอง ลุ้นเดินหน้าจัดเลือกตั้งให้ได้ในเดือนธันวาคม

เมียนมาประกาศกฎอัยการศึก 63 เมือง ที่ฝ่ายต้านยึดครอง ลุ้นเดินหน้าจัดเลือกตั้งให้ได้ในเดือนธันวาคม

2 ส.ค. 2568 07:54 น.

เมียนมาประกาศกฎอัยการศึก 63 เมือง ที่ฝ่ายต้านยึดครอง ลุ้นเดินหน้าจัดเลือกตั้งให้ได้ในเดือนธันวาคม

เมียนมาประกาศกฎอัยการศึก 63 เมืองที่ฝ่ายต้านยึดครอง หลังสภาบริหารแห่งรัฐ ซึ่งเป็นรัฐบาลทหารภายหลังรัฐประหารปี 2564 ประกาศยุบตัวเอง และจัดตั้ง “รัฐบาลสหภาพ” ขึ้นมาแทนเพื่อเดินหน้าจัดเลือกตั้ง

วันที่ 1 สิงหาคา 2568 เว็บไซต์ข่าวอิรวดี รายงานว่า กองทัพเมียนมาประกาศใช้กฎอัยการศึก ครอบคลุม 63 เมืองจากทั้งหมด 330 เมืองทั่วประเทศ เพื่อรักษากฎหมายและความมั่นคงก่อนการเลือกตั้งที่วางกำหนดไว้ในเดือนธันวาคมปีนี้ หรือมกราคมปีหน้า

รายงานข่าวระบุว่า เมืองที่ถูกประกาศกฎอัยการศึกส่วนใหญ่อยู่ในรัฐคะฉิ่น กะเหรี่ยง กะยา รักขิ่น ฉาน ชิน และในภูมิภาคสะกาย มัณฑะเลย์ และมะกเว โดยในจำนวนนี้ 46 เมืองอยู่ภายใต้การควบคุมโดยสมบูรณ์ของกองกำลังฝ่ายต้านรัฐบาล อีก 16 เมือง ทหารเมียนมาควบคุมได้เพียงตัวเมืองหลัก ส่วนพื้นที่ชนบทตกอยู่ในการครอบครองของฝ่ายต่อต้าน

แม้คณะกรรมการการเลือกตั้งของรัฐบาลทหารประกาศเมื่อเดือนมิถุนายนว่าจะจัดการเลือกตั้งใน 267 เมืองที่เหลือ แต่นักวิเคราะห์ชี้ว่าพื้นที่ที่ประกาศกฎอัยการศึกหลายแห่งมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มสูงว่ารัฐบาลจะไม่สามารถควบคุมพื้นที่ได้ทันการเลือกตั้ง

การประกาศกฎอัยการศึกมีขึ้นเพียงไม่นาน หลังจากที่สภากลาโหมและความมั่นคงแห่งชาติ (National Defense and Security Council-NDSC) ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพ มีมติ ยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่เคยบังคับใช้มาตั้งแต่วันรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 โดยระบุว่า เพื่อ เตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปในประเทศ

ขณะที่วันเดียวกันยังเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ เมื่อทางสภาบริหารแห่งรัฐ (State Administration Council-SAC) ซึ่งเป็นรัฐบาลทหารภายหลังรัฐประหารปี 2564 ประกาศ ยุบตัวเอง และจัดตั้ง “รัฐบาลสหภาพ” (Union Government) ขึ้นมาแทน

โดยรัฐบาลสหภาพชุดใหม่จะนำโดยนายอู ญอ ซอ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการฯ นอกจากนั้น สภาบริหารแห่งรัฐยังมีมติยกเลิกคำสั่งที่เคยมอบอำนาจสูงสุดในการปกครองให้แก่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดด้วย

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเมียนมาเกิดขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนในประเทศที่ยังเผชิญกับการสู้รบอย่างรุนแรงระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังชาติพันธุ์และกองกำลังต่อต้านรัฐบาลทหารในหลายรัฐ โดยยังไม่มีการประกาศวันเลือกตั้งที่แน่ชัด ขณะที่ฝ่ายต่อต้านจำนวนมากแสดงความไม่เชื่อมั่นต่อแผนจัดเลือกตั้งของกองทัพ.

ที่มา Irrawaddy

ญี่ปุ่นเตือนภัยพายุ “กรอซา” จ่อขึ้นฝั่งภูมิภาคคันโต กระทบโตเกียววันนี้ เสี่ยงฝน น้ำท่วม ดินถล่ม

ญี่ปุ่นเตือนภัยพายุ "กรอซา" จ่อขึ้นฝั่งภูมิภาคคันโต กระทบโตเกียววันนี้ เสี่ยงฝน น้ำท่วม ดินถล่ม

2 ส.ค. 2568 05:24 น.

ญี่ปุ่นเตือนภัยพายุ “กรอซา” จ่อขึ้นฝั่งภูมิภาคคันโต กระทบโตเกียววันนี้ เสี่ยงฝน น้ำท่วม ดินถล่ม

อุตุฯ ญี่ปุ่นเตือนพายุโซนร้อนรุนแรง “กรอซา” เคลื่อนตัวเข้าใกล้ภูมิภาคคันโต อาจกระทบกรุงโตเกียว ช่วงเช้าวันเสาร์นี้ เตรียมรับมือฝนตกหนัก คลื่นลมแรง เสี่ยงน้ำป่า ดินถล่ม และแม่น้ำล้นตลิ่ง

วันที่ 1 สิงหาคม 2568 สำนักข่าว NHK รายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (Japan Meteorological Agency-JMA) ออกประกาศเตือน พายุโซนร้อนรุนแรง “กรอซา” (Krosa) กำลังเคลื่อนตัวขึ้นทางเหนือด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดย เมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ พายุกำลังเคลื่อนตัวอยู่ทางตะวันออกของเกาะฮะจิโจจิมะ ห่างจากภูมิภาคคันโต ซึ่งรวมถึงกรุงโตเกียว

เจ้าหน้าที่เตือนว่า พายุลูกนี้อาจเข้าใกล้ภูมิภาคคันโตในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม และอาจส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ รวมถึงภูมิภาคโทโฮคุ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ

พยากรณ์อากาศคาดว่า จะมีลมกระโชกแรงและฝนตกหนัก โดยบริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของภูมิภาคโทโฮคุอาจมีปริมาณฝนสูงสุดถึง 120 มิลลิเมตรภายในเย็นวันเสาร์ ส่วนภูมิภาคคันโตอาจมีฝนสะสมราว 100 มิลลิเมตร

ทางการญี่ปุ่นได้ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมความพร้อมและติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเฝ้าระวังคลื่นสูง ดินถล่ม น้ำท่วมในที่ลุ่มต่ำ และระดับน้ำในแม่น้ำที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง.

ที่มา : NHK

สมเด็จฮุน เซน โพสต์ภาพ ถูกแอบถ่ายขณะเผลอนั่งหลับคาโต๊ะทำงาน เพราะความเหนื่อยล้าหลังประชุม

สมเด็จฮุน เซน โพสต์ภาพ ถูกแอบถ่ายขณะเผลอนั่งหลับคาโต๊ะทำงาน เพราะความเหนื่อยล้าหลังประชุม

2 ส.ค. 2568 00:19 น.

สมเด็จฮุน เซน โพสต์ภาพ ถูกแอบถ่ายขณะเผลอนั่งหลับคาโต๊ะทำงาน เพราะความเหนื่อยล้าหลังประชุม

สมเด็จฮุน เซน โพสต์ภาพตัวเองถูกแอบถ่ายไม่รู้ตัวขณะเผลอนั่งหลับคาโต๊ะทำงาน เพราะความเหนื่อยล้าหลังการประชุมกับผู้บัญชาการทหาร

วันที่ 1 สิงหาคม 2568 สมเด็จฮุน เซน  โพสต์เฟซบุ๊กเปิดเผยว่าเขาเผลอหลับไประหว่างนั่งพักหลังเสร็จสิ้นการประชุมร่วมกับบรรดาผู้นำ และผู้บัญชาการทหาร ก่อนถูกคนรอบข้างถึง 4 คนแอบถ่ายภาพไว้โดยไม่รู้ตัว โดยอดีตนายกฯกัมพูชา วัย 72 ปี ระบุว่า “ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะเผลอหลับบนเก้าอี้ และถูกแอบถ่ายถึง 4 คน” 

ฮุน เซน ยังระบุว่า เขาตกใจตื่นขึ้นมาทันทีเมื่อได้รับข่าวว่าทหารกัมพูชาจำนวน 2 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากฝั่งไทยหลังหยุดยิง 8 ชั่วโมง ถูกส่งตัวกลับมายังกัมพูชาอย่างปลอดภัยแล้ว พร้อมอวยพรให้ทหารทั้งสองนายฟื้นตัวโดยเร็ว พร้อมกล่าวถึงความคาดหวังต่อสันติภาพที่ยั่งยืน

โพสต์นี้ได้รับความสนใจจากประชาชนชาวกัมพูชาอย่างกว้างขวาง โดยหลายคนแสดงความห่วงใยต่ออาการของทหารบาดเจ็บ พร้อมชื่นชมความเป็นกันเองของสมเด็จฮุน เซน ที่ไม่ลังเลจะแชร์ช่วงเวลาส่วนตัวบนสื่อสังคมออนไลน์.

ที่มา : Facebook / Samdech Hun Sen of Cambodia

แรงเกินต้าน กระแสหนุน “ทรัมป์” คว้าโนเบลสันติภาพ ชาวเน็ตกัมพูชาแห่โพสต์ กดไลค์กดแชร์กระหน่ำ

แรงเกินต้าน กระแสหนุน "ทรัมป์" คว้าโนเบลสันติภาพ ชาวเน็ตกัมพูชาแห่โพสต์ กดไลค์กดแชร์กระหน่ำ

1 ส.ค. 2568 23:49 น.

แรงเกินต้าน กระแสหนุน “ทรัมป์” คว้าโนเบลสันติภาพ ชาวเน็ตกัมพูชาแห่โพสต์ กดไลค์กดแชร์กระหน่ำ

ชาวกัมพูชาแห่โพสต์หนุนอวยทรัมป์ คว้าโนเบลสาขาสันติภาพ หลังช่วยผลักดันหยุดยิงไทย-กัมพูชา ชู “ทรัมป์คือประธานาธิบดีแห่งสันติภาพ” ขณะที่ “ฮุน เซน-ลูกชาย” ยกย่องทรัมป์ช่วยหยุดความรุนแรง

วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์ข่าวของกัมพูชารายงานว่า ขณะนี้กระแสเรียกร้องให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีขแงสหรัฐฯ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ กำลังทวีความรุนแรงในหมู่ชาวเน็ตกัมพูชาและเจ้าหน้าที่รัฐบาล หลังจากทุกคนเชื่อว่าทรัมป์มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดการหยุดยิงจากความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

โดยโลกออนไลน์กัมพูชา โดยเฉพาะในเฟซบุ๊ก ซึ่งมีผู้ใช้งานนับล้านคน เต็มไปด้วยโพสต์ขอบคุณและสนับสนุนให้เขาได้รับรางวัลโนเบล หนึ่งในโพสต์ที่มีภาพทรัมป์ถูกแชร์อย่างกว้างขวาง มีข้อความว่า “ขอบคุณทรัมป์ที่นำสู่สันติภาพ หยุดการสู้รบ ประธานาธิบดีแห่งสันติภาพ สนับสนุนให้ทรัมป์ได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ”

ทางด้านนางชาม นิมล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของกัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กขอบคุณทรัมป์เช่นกัน โดยระบุว่า “เราสนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สำหรับรางวัลโนเบล-ประธานาธิบดีแห่งสันติภาพ!” ขณะที่นายฌอง-ฟรองซัวส์ แตง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็แชร์โพสต์พร้อมข้อความว่า “คนกัมพูชาไม่มีวันลืมผู้ที่ช่วยเหลือเรา” โดยโพสต์นี้มีผู้แสดงความคิดเห็นกว่า 5,400 ความเห็น ส่วนใหญ่แสดงการสนับสนุนแนวคิดนี้ พร้อมชื่นชมบทบาทของทรัมป์ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม

ก่อนหน้านี้ สมเด็จ ฮุนเซน ประธานวุฒิสภา และนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ก็ได้กล่าวยกย่องบทบาทของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการคลี่คลายสถานการณ์ความรุนแรงในครั้งนี้.

ที่มา Cambodianess

ภาพ : Facebook/Cham Nimul