“เอ้ก ดิจิทัล” องค์กรที่เชื่อว่า “พลังคน” คือหัวใจสำคัญของการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

“เอ้ก ดิจิทัล”  องค์กรที่เชื่อว่า “พลังคน” คือหัวใจสำคัญของการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

“เอ้ก ดิจิทัล” องค์กรที่เชื่อว่า “พลังคน” คือหัวใจสำคัญของการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.42 น.

ในโลกธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การจะขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จไม่ได้อาศัยเพียงแค่เทคโนโลยีอันทรงพลัง อย่าง AI, ML, Gen-AI, Agentic AI หรือดาต้าเท่านั้น แต่อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จก็คือ “พนักงาน” โดย เอ้ก ดิจิทัล (EGG Digital) เชื่อว่า “พลังคน” เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยพาองค์กรไปสู่การเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับแนวคิด “People Centric” หรือการยึด “คน” เป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการให้คุณค่า สร้างประสบการณ์ทำงาน และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของพนักงาน ควบคู่ไปกับการสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างสมดุลและยั่งยืน

ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า “เอ้ก ดิจิทัล ประกอบด้วย 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจ Analytics AI and Consultation, ธุรกิจ Media Convergence และธุรกิจ MarTech Solution บริษัทฯ มุ่งขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรและสร้างประโยชน์ทางธุรกิจให้กับคู่ค้า ด้วยการผสาน 3 พลังสำคัญเข้าด้วยกัน ได้แก่ พลังคน, พลัง AI และพลังอินไซท์เชิงลึก ซึ่งบริษัทฯ เชื่อว่า ‘พลังคน’ เป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดขององค์กร เพราะไม่ว่าองค์กรจะมีเทคโนโลยีเหนือระดับแค่ไหน ก็ไม่สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนได้หากไม่มีพลังสมองและความเชี่ยวชาญของพนักงาน บริษัทฯ จึงยึดแนวคิด People Centric เป็นหัวใจสำคัญในการบริหารองค์กร เพื่อให้พนักงานเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจได้อย่างแท้จริง”

เมื่อ “พนักงาน” คือหัวใจสำคัญขององค์กร แนวคิด “People Centric” จึงเป็นกุญแจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

People Centric ไม่ได้เป็นเพียงแค่แนวทางในการสร้างภาพลักษณ์องค์กรให้เป็นที่รู้จักและกลายเป็นองค์กรที่หลาย ๆ คนอยากร่วมงานและเติบโตไปพร้อมกัน แต่เป็นการให้คุณค่า ดูแล และยกย่องพนักงานในฐานะบุคคลสำคัญขององค์กร เอ้ก ดิจิทัล มุ่งสร้างประสบการณ์และสภาพแวดล้อมที่ดีและเอื้อต่อการเติบโตของทุกคน เปิดโอกาสให้พนักงานพัฒนาตนเองและสร้างการเติบโตในการทำงาน โดยเอ้ก ดิจิทัล เชื่อว่าแนวทางนี้ จะช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีความสุขและมีความผูกพันกับองค์กร ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการทำงานร่วมกันในระยะยาว นอกจากนี้ พนักงานจะมองเห็นคุณค่าและความสามารถของตนเอง และนำคุณค่าเหล่านี้ ส่งมอบเป็นประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

การดูแลคนจาก “ภายใน” สู่การเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน

การขับเคลื่อนและสร้างการเติบโตให้องค์กรจะต้องเริ่มต้นจากการดูแลและพัฒนาพนักงานจากภายในและขยายไปสู่นอกองค์กร โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญก็คือ ส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ทั้งในการตัดสินใจ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการสร้างความสำเร็จร่วมกัน พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานเป็นตัวแทนองค์กรไปบอกเล่าประสบการณ์ และถ่ายทอดความเชี่ยวชาญของตนเองให้กับบุคคลภายนอกในโอกาสต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานรู้สึกมีส่วนร่วมในความสำเร็จ รู้สึก “อิน” และ “ภูมิใจ” กับการเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และอยากที่จะเติบโตไปด้วยกัน และพร้อมที่จะบอกสิ่งดี ๆ เกี่ยวกับองค์กรไปยังบุคคลภายนอก ช่วยให้องค์กรเป็นที่รู้จัก ได้รับความเชื่อมั่น และดึงดูดคนภายนอกให้เข้ามาร่วมงาน

บริหารคนแบบ “เติบโตไปด้วยกัน” สร้างความผูกพันให้พนักงานเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

เพราะพลังคนนั้นสำคัญ เอ้ก ดิจิทัล จึงมุ่งพัฒนาบุคลากรควบคู่ไปกับการสร้างการเติบโตให้องค์กร โดยสนับสนุนการพัฒนาตัวเองของพนักงานผ่านการจัดเทรนนิง เวิร์กชอป และจัดโปรแกรมฝึกอบรมประจำปีเพื่อพัฒนา 5 ทักษะสำคัญให้กับพนักงาน ได้แก่ ทักษะความเป็นผู้นำ, การคิดและวางแผน, การสื่อสาร, การตระหนักรู้ในตนเอง และทักษะด้านดิจิทัล นอกจากนี้ยังมุ่งสร้างความผูกพันและการมีส่วนร่วมระหว่างพนักงานและองค์กรผ่านการสื่อสารเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน เพื่อให้พนักงานทุกคนรู้สึกว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ ไม่เพียงเท่านี้ ยังเปิดโอกาสให้พนักงานได้ทดลองทำงานใหม่ ๆ สร้างความสำเร็จให้กับตัวเอง ดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงาน และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพนักงานทุกคน

“Internship Program” กลยุทธ์สร้างคนเก่งให้อุตสาหกรรม

เอ้ก ดิจิทัล เล็งเห็นถึงปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีและวิเคราะห์ข้อมูล จึงริเริ่มจัด “Internship Program“ ภายใต้แนวคิด “Our People is our Core Asset” พร้อมวางเป้าหมายให้โครงการนี้ เป็นเสมือนโรงเรียนที่สร้างบุคลากรที่มีศักยภาพในสายงาน Data Science และ AI ให้กับประเทศไทย โดยเอ้ก ดิจิทัลได้ผนึกความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อร่วมมือกันพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและ Soft Skills ที่จำเป็นในการทำงานด้าน Data Scientist ให้กับเยาวชน ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานในยุคดิจิทัล พร้อมเปิดโอกาสให้เหล่าเยาวชนได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ทำงานจริงเสมือนเป็นพนักงานในบริษัทของเอ้ก ดิจิทัล โดยโครงการนี้จัดขึ้นตั้งแต่ปี 2566 และสานต่อมาจนถึงปัจจุบัน

โครงการนี้ไม่เพียงช่วยสร้างบุคลากรคุณภาพให้กับอุตสาหกรรม แต่ยังเป็นโครงการที่ช่วยดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาร่วมงานและเติบโตไปพร้อมกับองค์กร โดยแต่ละปี เอ้ก ดิจิทัลจะลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย จัดโรดโชว์พาพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลไปให้ความรู้ และสอนทักษะการใช้ AI ให้กับนักศึกษา มีการคัดเลือกนักศึกษาเข้าร่วมฝึกงานกับบริษัทฯ โดยเน้นฝึกเสมือนทำงานจริงเป็นเวลา 4-10 เดือน ซึ่งพนักงานฝึกงานจะได้ดูแลโปรเจกต์จริงของลูกค้า ร่วมวางแผนการทำงานกับพนักงานรุ่นพี่ ฝึกปฏิบัติด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เมื่อจบโครงการ นักศึกษาที่มีผลงานโดดเด่นจะมีโอกาสได้เข้าทำงานกับเอ้ก ดิจิทัล ซึ่งในปี 2567 มีนักศึกษาสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 400 คน และได้ร่วมฝึกงานกับบริษัทฯ จำนวน 14 คน (Tech 9 คน, Non-Tech 5 คน) โดยมีนักศึกษาที่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานจำนวน 6 คน (Tech 5 คน คิดเป็น 56%, Non-Tech 1 คน คิดเป็น 20%) และในปี 2568 มีนักศึกษาสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 500 คน ร่วมฝึกงานกับบริษัทฯ จำนวน 42 คน (Tech 14 คน, Non-Tech 28 คน) โดยมีนักศึกษาที่ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานจำนวน 4 คน (Tech 4 คน, คิดเป็น 29%)

“เราเชื่อว่าเมื่อพนักงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข และพึงพอใจกับการทำงานในองค์กร พวกเขาก็พร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน อีกทั้งจะเป็นผู้ที่ทำให้ภาพลักษณ์ของเอ้ก ดิจิทัลได้รับการยอมรับจากคนภายนอกได้อย่างแท้จริง” ดร.ธีรเดช กล่าวทิ้งท้าย

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ! เวทีรางวัลแห่งอนาคตของวงการเทคโนโลยีไทย The 2nd BT Awards ปักหมุด 13 มีนาคมนี้

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ! เวทีรางวัลแห่งอนาคตของวงการเทคโนโลยีไทย  The 2nd BT Awards ปักหมุด 13 มีนาคมนี้

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ ! เวทีรางวัลแห่งอนาคตของวงการเทคโนโลยีไทย The 2nd BT Awards ปักหมุด 13 มีนาคมนี้

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.28 น.

บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด ผู้ผลิตสื่อออนไลน์ BT beartai เตรียมจัดงาน The 2nd BT Awards: The Impact Makers เวทีประกาศรางวัลแห่งอนาคต เพื่อยกย่ององค์กรและบุคคลที่ใช้เทคโนโลยีสร้าง “ผลกระทบเชิงบวก” ต่อผู้คน สังคม และโลกอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบแนวคิดเป้าหมายการพัฒนา ที่ยั่งยืน (SDGs) โดยกำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 ณ แกรนด์ฮอลล์ ชั้น 3 ตึกทรู ดิจิทัล พาร์ค ฝั่งเวสต์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของวงการ เทคโนโลยีไทย ที่ประกาศชัดว่า “นวัตกรรมที่ดี” ต้องเติบโตควบคู่ความรับผิดชอบและความยั่งยืนในระยะยาว

หนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด กล่าวว่า “เวที BT Awards เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ BT beartai ที่ต้องการสร้างพื้นที่ซึ่งไม่ได้ยกย่องเพียงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่ต้องเป็นเทคโนโลยีที่ ‘ลงมือทำจริง’ และสร้าง Impact จริงต่อประเทศ ในขวบปีที่ 25 ขององค์กร เวทีนี้จึงถูกออกแบบให้เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ภาครัฐ สตาร์ตอัป และนักพัฒนา เพื่อร่วมกัน ยกระดับมาตรฐานนวัตกรรมไทยสู่ระดับสากล และจุดประกาย Responsible Innovation ให้เกิดขึ้น อย่างเป็นรูปธรรมใน Ecosystem ไทย”

สำหรับการพิจารณารางวัลในปีที่ 2 นี้ ได้ยกระดับเกณฑ์การตัดสินให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยนำกรอบ SDGs ขององค์การสหประชาชาติมาเป็นหัวใจหลักในการประเมิน ทั้งในมิติของผลกระทบเชิงระบบ ความยั่งยืน ระยะยาว การวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสังคม รวมถึงศักยภาพในการขยายผลในวงกว้าง

ภายในงานจะมีการมอบรางวัลรวม 18 รางวัล แบ่งเป็น 15 รางวัล SDGs Awards สำหรับนวัตกรรม ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน 15 เป้าหมาย จาก 17 เป้าหมาย และ 3 รางวัลพิเศษ ได้แก่ รางวัลเกียรติยศสำหรับ องค์กรที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมความยั่งยืน รางวัล BT Popular Vote จากเสียงมหาชน และรางวัลบุคคลแห่งปี สำหรับผู้สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างประจักษ์

The 2nd BT Awards: The Impact Makers จึงไม่ใช่เพียงค่ำคืนแห่งการประกาศรางวัล แต่คือ การประกาศทิศทางใหม่ของวงการเทคโนโลยีไทยในปี 2026 ที่ย้ำว่า เทคโนโลยีที่ดีต้องไม่เพียง “ทำงานเก่ง” แต่ต้องช่วยเยียวยา แก้ปัญหา และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

เตรียมพบกับการรวมตัวครั้งสำคัญของ “The Impact Makers” ในวันที่ 13 มีนาคม 2569 ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ฝั่งเวสต์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป พร้อมแขกรับเชิญพิเศษจากแวดวงดิจิทัลและครีเอทีฟ อันดับต้น ๆ ของประเทศมากมาย อาทิ ยุทธนา บุญอ้อม (ป๋าเต็ด), เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา (น้าเน็ก), ดร. วิทย์ สิทธิเวคิน, ซีเค เจิง, มารุต ชื่นชมบูรณ์ (ดีเจอาร์ต) และอลิสา ขุนแขวง (มะปราง) เป็นต้น หรือรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทุกช่องทางของ BT beartai

ดูรายละเอียดและติดข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : https://www.facebook.com/beartai ,http://https://www.facebook.com/beartai TikTok : https://www.tiktok.com/@btbeartai Instagram : https://url.in.th/rOGUK และ YouTube : https://www.youtube.com/@beartai

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเปิดโครงการ “สสธวท…สตรีทรงพลัง”

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเปิดโครงการ “สสธวท...สตรีทรงพลัง”

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเปิดโครงการ “สสธวท…สตรีทรงพลัง”

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.02 น.

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงเป็นประธานเปิดโครงการ “สสธวท..สตรีทรงพลัง” ในวาระครบรอบ 50 ปี สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ 10 ปี เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ประเทศไทย (AWEN Thailand) พร้อมพระราชทาน รางวัลเข็มเกียรติคุณ “สสธวท…สตรีทรงพลัง” จำนวน 140 รายพระราชทานโล่เกียรติคุณจำนวน 10 ราย และทอดพระเนตร ทอดพระเนตรการเสวนาสตรีทรงพลัง ของสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่ประสบความสำเร็จ 10 ราย โดยมี คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการจัดงานฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 มีนาคม 2569

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี พระราชทานพระราชดำรัส เปิดโครงการฯความสำคัญว่า “ขอแสดงความชื่นชม กับสตรีทุกท่าน ที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ ท่ามกลางโลกที่ผันแปรอย่างรวดเร็ว สตรีจำเป็นต้องปรับตัวให้เท่าทันกับบริบทใหม่ พร้อมก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในทุกมิติของสังคม สตรีนักธุรกิจ และสตรีนักวิชาชีพไทย ต่างมีส่วนอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของสังคม ด้วยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ด้วยศักยภาพและบทบาทอันโดดเด่นนี้ คำว่า ‘สตรีทรงพลัง’ จึงไม่ใช่เพียงถ้อยคำยกย่อง หากแต่เป็นภาพสะท้อนแห่งคุณค่า และพลังในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน นับเป็นเรื่องดีที่งานนี้ได้จัดขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนเคล็ดลับ แนวคิด และประสบการณ์จากสตรีทรงพลัง ผู้มีบทบาทและประสบความสำเร็จในหลากหลายสาขา อันจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และต่อยอดความร่วมมือให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น …..ขอให้การจัดงานในวันนี้เป็นอีกก้าวสำคัญที่จุดประกายให้สตรีไทยร่วมกันสร้างอนาคตของประเทศ ด้วยพลังแห่งความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม เพื่อความเจริญวัฒนาและผาสุกของสังคมโดยยั่งยืน”

ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทอดพระเนตรนิทรรศการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, นิทรรศการสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อันสะท้อนให้เห็นถึงพลังของผู้หญิงที่สร้างความสำเร็จได้ด้วยตนเอง, นิทรรศการ สสธวท. (BPWT) และนิทรรศการ เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ประเทศไทย (AWEN Thailand) ทอดพระเนตรวีดิทัศน์ การเปิดตัวหนังสือเล่มพิเศษชุด “คัมภีร์สตรีทรงพลัง” มุ่งเน้นการมอบ “อาวุธทางปัญญา” และ “พลังใจ” ให้ผู้หญิงสามารถยืนหยัดและประสบความสำเร็จในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จำนวน 3 เล่ม เนื้อหาแต่ละเล่มเป็นเรื่องราวจากสตรี 3 ช่วงวัย ได้แก่   เล่ม 1 คัมภีร์…สตรีทรงพลัง : วัยก้าวหน้า (The Rising Star) บันทึกเรื่องราวของผู้หญิงวัย 20-40 ปี ผู้ใช้แรงฝันเป็นพลัง เปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นบทเรียน ล้มแล้วลุกด้วยหัวใจนักสู้ และสร้างนิยมความสำเร็จในแบบของตนเอง, เล่ม 2 คัมภีร์…สตรีทรงพลัง : วัยพัฒนา (The Game Changers) เรื่องราวของผู้หญิงวัย 41-60 ปี ผู้บ่มเพาะความเข้มแข็งจากประสบการณ์ชีวิต กล้าท้าทายกรอบเดิม ๆ สร้างสมดุลระหว่างงาน ครอบครัว และความฝัน พร้อมขับเคลื่อนสังคมด้วยวิสัยทัศน์ และ เล่ม 3 คัมภีร์… สตรีทรงพลัง : วัยวัฒนา The (Visionaries) บันทึกพลังของผู้หญิงในวัย 61 ปีขึ้นไป  ผู้หลอมรวมประสบการณ์อันล้ำค่ากับหัวใจที่เข้าใจชีวิต สร้างมรดกทางความคิด และส่งต่อแรงบันดาลใจเพื่อเป็นประทีปส่องทางให้คนรุ่นต่อไปอย่างยั่งยืน

จากนั้นทอดพระเนตรการเสวนาสตรีทรงพลัง ของสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่ประสบความสำเร็จ 10 ราย นำโดย จรรย์สมร วัธนเวคิน, ภัทราวดี มีชูธน, ศุภจี สุธรรมพันธ์, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, ศุภลักษณ์ อัมพุช, ปฐมา จันทรักษ์, พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช, แสตมป์ แฟร์เท็กซ์, ณิชชารีย์ เป็นเอกชนะศักดิ์ และ สุชาดา ช่วงศรี มาร่วมพูดคุย  โดยมี สัญญา คุณากร และ สุวิกรม อัมระนันท์ ร่วมดำเนินรายการ ก่อนเสด็จฯ กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์ฯ กล่าวว่า การจัดโครงการ “สสธวท…สตรีทรงพลัง” จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของ สสธวท และ 10 ปี เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ประเทศไทย (AWEN Thailand) เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็น “ต้นแบบแห่งแรงบันดาลใจ”  และเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ที่ทรงมีพระราชจริยวัตรอันงดงาม ทรงเป็นต้นแบบให้สตรีไทยในหลากหลายด้าน โดยเฉพาะด้านกีฬาทั้ง 2 พระองค์ เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ทรงเป็นแบบอย่างให้สตรีไทยและเยาวสตรีไทย อีกทั้ง ตอกย้ำบทบาทสำคัญของ สสธวท และ AWEN Thailand ในการเป็นองค์กรที่ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพมาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ   อีกทั้งการจัดงานครั้งนี้อยู่ในช่วงเวลา “วันสตรีสากล” 8  มีนาคม อีกด้วย การจัดงานครั้งนี้นับได้ว่าเป็นการส่งเสริมเหล่าสตรีนักธุรกิจและสตรีนักวิชาชีพที่ประสบความสำเร็จเต็มไปด้วยประสบการณ์และแรงบันดาลใจที่หลากหลายได้มาแบ่งปันวิสัยทัศน์ ความรู้ และส่งเสริมให้สตรีทุกช่วงวัยได้ก้าวหน้าในการดำเนินชีวิต ธุรกิจ และวิชาชีพ อันจะนำมาซึ่งสังคมวิวัฒน์ในหลากหลายด้าน

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เปิดตัวกิจกรรม กระเป๋าแห่งความดี’ ชูงานหัตถศิลป์สิงห์บุรี ฟื้นฟูอาชีพและศักดิ์ศรีผู้ประสบภัยหลังน้ำลด

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เปิดตัวกิจกรรม กระเป๋าแห่งความดี' ชูงานหัตถศิลป์สิงห์บุรี ฟื้นฟูอาชีพและศักดิ์ศรีผู้ประสบภัยหลังน้ำลด

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เปิดตัวกิจกรรม กระเป๋าแห่งความดี’ ชูงานหัตถศิลป์สิงห์บุรี ฟื้นฟูอาชีพและศักดิ์ศรีผู้ประสบภัยหลังน้ำลด

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.55 น.

เมื่อวิกฤตน้ำท่วมผ่านพ้น สิ่งที่ชาวบ้านต้องการที่สุดคือ “โอกาสในการทำกินอย่างมีเกียรติ” มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมกับ ชมรมเสมาพัฒนาชีวิต เปิดตัวกิจกรรมพิเศษ นำงานจักสานชั้นเลิศจากไม้ไผ่ หวาย และผักตบชวา ฝีมือชาวบ้านจังหวัดสิงห์บุรี มาสร้างสรรค์เป็น “กระเป๋าแห่งความดี” เพื่อหารายได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้สามารถกลับมายืนหยัดได้ด้วยตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี

ประโยชน์สามต่อ

  1. สร้างรายได้ทันที: รายได้จากการบริจาคจะถูกส่งกลับคืนสู่ชุมชนผู้ผลิตโดยตรง เพื่อใช้เป็นทุนประกอบอาชีพและตั้งตัวหลังน้ำลด
  2. คุณค่าจากภูมิปัญญา: กระเป๋าจักสานทุกใบคือผลงานทำมือที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสมผสานการออกแบบร่วมสมัยเข้ากับวิถีไทยเดิมอย่างลงตัว
  3. ส่งต่อความช่วยเหลือ: เงินบริจาคส่วนที่เหลือ มูลนิธิฯ จะนำไปสมทบทุนจัดซื้อสิ่งของบรรจุ “ถุงยังชีพ” เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

สิทธิพิเศษสำหรับผู้มีจิตศรัทธา: ผู้ที่ร่วมบริจาคสนับสนุนมูลนิธิฯ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป จะได้รับ “กระเป๋าแห่งความดี” เป็นของสมนาคุณ  เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการเป็น “ผู้ให้” และ “ผู้สร้างโอกาส” ผู้สนใจสามารถร่วมบริจาคและ เลือกกระเป๋าสมนาคุณด้วยตนเองได้ที่ที่ทำการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ถนนเพชรบุรี กรุงเทพมหานคร

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ จัดงาน “TEPCoT Tri – Gen Connect”

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ จัดงาน “TEPCoT Tri – Gen Connect”

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ จัดงาน “TEPCoT Tri – Gen Connect”

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.30 น.

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ จัดงาน “TEPCoT Tri – Gen Connect 15 16 17” เพื่อพบปะสังสรรค์ระหว่างผู้ร่วมอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ TEPCoT (Top Executive Program in Commerce and Trade) รุ่นที่ 15, 16 และ 17 ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ มหากิจศิริ เรสซิเดนซ์ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ กรุงเทพมหานคร

พรวิช ศิลาอ่อน, ถาวร เตชะไกรศรี, รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย, รศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์, ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, ภูมินทร์ หะรินสุต, ร้อยตรีจักรา ยอดมณี และกาญจน์ ทองใหญ่

สมาชิก TEPCoT รุ่น 15 16 17 (1)

ประยุทธ มหากิจศิริ

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ประธานหลักสูตร TEPCoT รุ่นที่ 16

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ และกาญจน์ ทองใหญ่

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ประธานหลักสูตร TEPCoT รุ่นที่ 16 กล่าวว่า “วันนี้เป็นหนึ่งในความตั้งใจที่อยากจะจัดงาน “TEPCoT Tri – Gen Connect 15 16 17” เพื่อเปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมหลักสูตรทั้ง 3 รุ่นกว่า 200 ท่านได้รวมพลังมาพบปะสังสรรค์ ซึ่งแต่ละท่านล้วนแต่เป็นผู้บริหารที่มีการงานรัดตัว พอจบหลักสูตรก็อาจนัดพบกันน้อยลง ทำได้เพียงการสื่อสารผ่านมือถือ ดังนั้นวันนี้จึงถือเป็นงานเชื่อมโยงเครือข่ายระหว่างรุ่น ซึ่งสนิทกันอยู่แล้วให้ได้มารับประทานอาหารร่วมกัน ได้พบปะพูดคุยในบรรยากาศที่ใกล้ชิดและเป็นกันเอง”

กัสมาพร ลิมปนพงศ์เทพ, ดร.พัชรี แซ่พุ้น และปารณีย์ จันทรโรจน์วานิช

กัสมาพร ลิมปนพงศ์เทพ, ดร.พัชรี แซ่พุ้น, ณัฏฐิกา​ บุญวิภาส, ดนัย สรไกรกิติกูล, ลิลลี่ งามตระกูลพานิช, รัชนี แสนศิลป์ชัย และขันธ์พลร์ ซื่อภาคย์

กัสมาพร ลิมปนพงศ์เทพ, ดร.พัชรี แซ่พุ้น และปารณีย์ จันทรโรจน์วานิช

กิตติคม ยั่งยืน, กัสมาพร ลิมปนพงศ์เทพ และนันตาพร ธนสินโสภณ

เฉลิมชัย มหากิจศิริ

ภายในงานตกแต่งในบรรยากาศของเทศกาลแห่งความรัก โดยมีสีหลักคือ ชมพู, ขาว และกลิตเตอร์ มีบ่อบอลขนาดยักษ์และหงส์สีชมพูสำหรับสายถ่ายรูปเช็กอิน สร้างความสนุกสนานให้กับผู้ที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก โดยแขกผู้มีเกียรติ และเหล่าสมาชิกหลักสูตร TEPCoT ต่างพร้อมใจมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ ประยุทธ-สุวิมล มหากิจศิริ, รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, ภูมินทร์ หะรินสุต ประธานหลักสูตร, รศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการหลักสูตร, กาญจน์ ทองใหญ่ ประธานหลักสูตรรุ่น 15, พรวิช ศิลาอ่อน ประธานหลักสูตรรุ่น 17, ร้อยตรีจักรา ยอดมณี, ถาวร เตชะไกรศรี, อัครรัฐ วรรณรัตน์, เฉลิมชัย มหากิจศิริ, และอิสรีย์-อทิตา-ปิยม์พัชรษ์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ

จิตราภรณ์ ลยานันท์, นุตรา อุตมาภินันท์ และดร.ชัญญณัท ธนะวัฒนกรณ์

อัครรัฐ วรรณรัตน์ และอโนชา เอื้อวัฒนสกุล

ชูรัฐ เลาหพงษ์ชนะ, ขันธ์พลร์ ซื่อภาคย์, ดร.อาทิตย์ เพ็ชรรัตน์, ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, รัชนี แสนศิลป์ชัย, กัสมาพร ลิมปนพงศ์เทพ, ดนัย สรไกรกิติกูล และจีรพงษ์ สังข์ภาพันธ์

ดร.ปภาภรณ์ ชุณหชัชราชัย, ร้อยตรีจักรา ยอดมณี, ดร.ริรินดา ตังทัตสวัสดิ์, สุวรรณี ชนพันธ์นนท์, ปารณีย์ จันทรโรจน์วานิช และดร.ณฐา จันทนู

ดร.ริรินดา ตังทัตสวัสดิ์

ดวงกมล อุดมกิจปัญญา และณัฏฐิกา บุญวิภาส

ตลอดการจัดงาน แขกผู้มีเกียรติต่างร่วมดื่มด่ำไปกับบทเพลงอันไพเราะจาก “อภิวัฒน์ พงษ์วาท หรือหนึ่ง ECT” นักร้องขวัญใจมหาชน รวมทั้งจากเพื่อนร่วมหลักสูตรที่ต่างขนเพลงเด็ดประจำตัวมาสร้างรอยยิ้มกันอย่างเต็มที่ และยังได้ลิ้มลองเมนูเด็ด Street Food เจ้าดัง อาทิ ขนมกุ๋ยช่ายทอดคุณสมชาย, ก๋วยเตี๋ยวหมูเจริญเส้นโภชนา, ก๋วยเตี๋ยวเรือแจ๊ว, อาหารเหนือครัวคุณเรศ, ข้าวต้มปลา by อุษณีย์, ปอเปี๊ยะสดแม้นศรี-สวนมะลิ, คุณเอ้ สาคู และที่ขาดไม่ได้คือ คริสปี้ ครีม โดนัท, พาย เฟสซ์ และซีส์ แคนดีส์

ทพญ. นาฏรินทร์ นิธิฉัตรโชติรัตนา

ทอม เฉลิมกาญจนา, ภาคภูมิ ผลพิสิษฐ์, ดร.ชัญญณัท ธนะวัฒนกรณ์ และสุดารัตน์ พีตกานนท์

ธนิต หาญเบญจพงศ์, ฐานพงศ์ จุ้ยประเสริฐ และดนัย นพรัตน์นภาลัย

นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ และดร.จักรพันธ์ วิจักขสุวรรณ์

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ กล่าวปิดท้ายว่า “การจัดงานในครั้งนี้ นับเป็นความร่วมแรงร่วมใจกันของเพื่อนๆ ร่วมหลักสูตร ที่มีทั้งข้าราชการระดับสูง และผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายอาชีพ ทั้งเจ้าของธุรกิจ แพทย์ นักกฎหมาย และอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งต้องขอขอบคุณมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่จับมือกับองค์กรต่างๆ จัดหลักสูตรนี้ขึ้นมา ให้เป็นเวทีสร้างเครือข่ายระหว่างภาครัฐ เอกชน และวิชาชีพ และสร้างวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน จนทำให้เราทุกคนที่มาร่วมงานนี้กลายเป็นเพื่อนที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงกลยุทธ์ ได้ต่อยอดและเปิดโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งจะนำไปสู่การผนึกกำลังเพื่อสร้างสิ่งใหม่ๆ และเป็นประโยชน์ต่อองค์กรของตนเอง และต่อประเทศชาติได้มากขึ้น”

พจนกร รัตนพงษ์วณิช และคชินทร์ คล้ายนิล

พรวิช ศิลาอ่อน และดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ

พิเทพ จันทรเสรีกุล, พรพรรณ ด่านประดิษฐ์,ปวริศา ชุมวิกรานต์, สุเทพ พันธุ์เพ็ง และธนิต หาญเบญจพงศ์

เพิร์ล สถาวราวงศ์ และผศ.ดร.ธนธร วชิรขจร

ลิลลี่ งามตระกูลพานิช,ปารณีย์ จันทรโรจน์วานิช,ดร.พัชรี แซ่พุ้น และกัสมาพร ลิมปนพงศ์เทพ

วรุณี เศรษฐีวรรณ, ปภาดา เธียรธาดาโชติ และกุลธิดา กิติธีระกุล

วสุ สกุลอนันต์ และภคมน สุธรรมสมัย

สุรโชค ต่างวิวัฒน์ และศุภมาส  ศีติสาร

ภาพบรรยากาศงานTEPCoT TRI – GEN CONNECT

เปิดใจ ‘ซูโม่กิ๊ก’สุขภาพกับชื่อเสียง ควรใส่ใจไปพร้อมกัน

เปิดใจ 'ซูโม่กิ๊ก'สุขภาพกับชื่อเสียง ควรใส่ใจไปพร้อมกัน

เปิดใจ ‘ซูโม่กิ๊ก’สุขภาพกับชื่อเสียง ควรใส่ใจไปพร้อมกัน

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 12.33 น.

ทำเอาแฟนๆ สนใจไม่น้อย เมื่อพิธีกรอารมณ์ดีระดับตำนานอย่าง ป๋ากิ๊ก หรือ เกียรติ กิจเจริญ วัย 63 ปี ออกมาเปิดใจแบบตรงไปตรงมา ถึงการหันมาใส่ใจตัวเองอย่างจริงจัง หลังเริ่มรู้สึกถึงสัญญาณร่างกายที่เปลี่ยนไปตามวัยเจ้าตัวยอมรับว่า ปกติไม่ใช่คนที่ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารง่ายๆ เพราะเป็นคนที่มีคนรู้จักเยอะ ก่อนจะบอกต่ออะไรต้องทดลองด้วยตัวเองจนมั่นใจก่อน “ก่อนจะเลือกทานอะไรเข้าไป ผมต้องหาข้อมูล หรือ ดูก่อน ว่ามันตอบโจทย์คนแบบผมไหม พอทานแล้วโอเค ผมถึงกล้าบอกต่อ”

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เริ่มใส่ใจตัวเองมากขึ้น มาจากงานพิธีกรที่ต้อง “ยืน” ติดต่อกัน 3–4 ชั่วโมงต่อเทป บางวันถ่ายยาว 8–10 ชั่วโมงแบบแทบไม่ได้นั่ง โดยเฉพาะช่วงทำรายการหนักๆ ที่ต้องยืนทั้งวัน แม้ยังทำงานได้เหมือนเดิม แต่เมื่อกลับถึงบ้านกลับรู้สึก “หมดแรง” เหมือนวิ่งมาราธอน ทั้งที่เมื่อก่อนยืนทั้งวันก็ยังสบาย

จากจุดนั้นทำให้เขาเริ่มกลับมาใส่ใจตัวเอง และตัดสินใจลองทาน คอลลาเคนโกะ คอลลาเจนเสริมแคลเซียม โดยมองว่าเป็นทางเลือกที่สะดวกและควบคู่กับการออกกำลังกาย ไม่ใช่พึ่งพาเพียงอย่างเดียว “พึ่งอาหารเสริมอย่างเดียวไม่ได้ คุณต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย มันต้องเสริมกัน” เจ้าตัวย้ำชัด

เจ้าตัวยังฝากมุมคิดสะท้อนใจ เปรียบชีวิตเหมือนรถยนต์ที่ต้องเข้าศูนย์ เปลี่ยนยาง เปลี่ยนโช้คตามระยะ แต่ร่างกายกลับไม่เคยได้รับการดูแลจริงจัง ทั้งที่มีค่ามากกว่าทรัพย์สินใดๆ “คุณเปลี่ยนโทรศัพท์ได้ แต่คุณเปลี่ยนร่างกายไม่ได้ มันมีเครื่องเดียว ต้องดูแลมัน”

วันนี้ในวัย 63 ปี ป๋ากิ๊กยังคงทำกิจกรรมที่รัก ไม่ว่าจะดำน้ำ ปั่นจักรยาน เดินป่า แล่นเรือใบ และตีแบดมินตัน แม้อาจไม่หนักหน่วงเท่าเดิม แต่ยัง “ทำ” อย่างที่ใจต้องการ “ผมพอใจกับวันนี้ ไปเล่นกีฬา ทำกิจกรรมต่างๆ ถือว่าโอเค”

ท้ายที่สุด เจ้าตัวฝากข้อคิดถึงคนวัยเดียวกันว่า คนเราไม่ได้กลัวแก่ แต่กลัวสิ่งที่ตามมาหลังความแก่ เริ่มใส่ใจตัวเองตั้งแต่วันนี้ และใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้มีความสุขที่สุด

Mango Art Festival 2026 บทสนทนาระหว่างไอเดีย ผู้คน และเมือง

Mango Art Festival 2026 บทสนทนาระหว่างไอเดีย ผู้คน และเมือง

Mango Art Festival 2026 บทสนทนาระหว่างไอเดีย ผู้คน และเมือง

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เริ่มแล้ว !! เทศกาลศิลปะที่เต็มไปด้วยสีสันที่สุดในประเทศไทย Mango Art Festival 2026 ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 อย่างสง่างาม ภายใต้คอนเซปต์ ‘ICON’ พื้นที่รวบรวมปรากฏการณ์ทางศิลปะและการออกแบบที่จะเปลี่ยน “แรงบันดาลใจ” ให้กลายเป็น “ตำนาน”  ผ่านศิลปะร่วมสมัย ดีไซน์ แฟชั่น งานคราฟต์ ไปจนถึงการแสดงสดที่ปลุกทุกประสาทสัมผัส ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 8 มีนาคม 2569 ณ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

ในปีนี้ Mango Art Festival มุ่งเน้นการนำเสนอพลังของศิลปะร่วมสมัย เฉลิมฉลองพลังของศิลปะและการออกแบบ  ที่สามารถใช้ผืนผ้าใบ วัสดุ สิ่งธรรมดาต่างๆ หรือแม้กระทั่งความคิดชั่วขณะและแรงบันดาลใจรอบตัว ให้กลายเป็นผลงานที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น (Identity) จนกลายเป็นไอคอนที่ไร้พรมแดนและอยู่เหนือกาลเวลา

Mango Art Festival 2026 ยังคงยึดมั่นในการเชื่อมต่อศิลปะเข้ากับชีวิตประจำวัน พร้อมเป็นพื้นที่ในการ Cross Over ของความคิดสร้างสรรค์จากศิลปินและนักออกแบบทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะ Vibrant Hub แห่งวัฒนธรรมร่วมสมัยของเอเชีย ภายในงานแบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โซนหลัก ที่สะท้อนมุมมองศิลปะหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ Gallery Zone: แหล่งรวมผลงานสร้างสรรค์จากแกลเลอรีชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ทั้ง YOD TOKYO & Editions จากญี่ปุ่น, gallery. sort of. จากฟิลิปปินส์, A4 ART GALLERY จากมาเลเซีย และอื่นๆ

Independent Artist Zone: พื้นที่ปล่อยของสำหรับศิลปินอิสระที่มาพร้อมไอเดียสดใหม่จากหลากหลายพื้นที่ทั่วไทยและต่างประเทศ ปีนี้มีไฮไลท์ทั้ง JOAN CORNELLÀ, Janfive Studio, Bonyuki, BGC Glass Studio, Emon Surakitkoson, Nawat Cubic และอีกมากมายกว่า 100 ศิลปิน  อาทิ Newcomer Zone: พื้นที่แจ้งเกิดของศิลปินรุ่นใหม่ 95 คน ที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็น ICON คนต่อไป  Craft Zone: การประยุกต์งานหัตถกรรมดั้งเดิม สู่งานดีไซน์ที่ทันสมัยและยั่งยืน

Special Exhibition Zone: นิทรรศการสุดพิเศษ ที่จัดทำขึ้นเฉพาะในงานนี้เท่านั้น ทั้ง Little Man โดย TOR ที่สร้างปรากฏการณ์เมื่อปีที่แล้วในงาน Treasure Discovered 2025 ในช่วง Chiang Mai Design Week และ Special Collection curated by Nim Niyomsin รวมทั้ง Main Stage: พื้นที่สำหรับการแสดงสดโดย Performer จากหลากหลายแขนง และกิจกรรมพูดคุย (Talk) จากเหล่าผู้ทรงอิทธิพลในวงการสร้างสรรค์

Mango Art Festival ไม่ใช่แค่เทศกาลศิลปะ แต่คือบทสนทนาระหว่างไอเดีย ผู้คน และเมือง พื้นที่ที่ความธรรมดากลายเป็นพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ ที่ทุกคนสามารถค้นหาความหมายของคำว่า ‘ICON’ ในแบบของตัวเอง รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามที่ FB/IG: MangoArtFestival หรือ Website: https://www.mangoartfestival.com/

ฉลองวันสตรีสากล สยามพารากอนจับมือพันธมิตรระดับโลก เปิดพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจส่งต่อ ‘พลังหญิง’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืน

ฉลองวันสตรีสากล สยามพารากอนจับมือพันธมิตรระดับโลก เปิดพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจส่งต่อ ‘พลังหญิง’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืน

ฉลองวันสตรีสากล สยามพารากอนจับมือพันธมิตรระดับโลก เปิดพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจส่งต่อ ‘พลังหญิง’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สยามพารากอน ในฐานะสมาชิกเครือข่ายผู้สนับสนุนหลักการเสริมสร้างศักยภาพสตรี (Women’s Empowerment Principles หรือ WEPs) ซึ่งก่อตั้งโดย UN Women และ UN Global Compact ร่วมกับสมาคมธุรกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย (SE Thailand) และพันธมิตร สร้างปรากฏการณ์ “HER-story Maker: Celebrating International Women’s Day 2026” เฉลิมฉลองวันสตรีสากล เนรมิตคอมมูนิตี้แห่งแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดความสำเร็จของผู้หญิงในมิติด้านธุรกิจและเศรษฐกิจซึ่งผลักดันให้เกิดความเสมอภาคและการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านกิจกรรมหลากหลาย และความพิเศษที่มอบให้กับผู้หญิงทุกคนโดยเฉพาะ ตลอดวันที่ 8 มีนาคม 2569

ทุกวันที่ 8 มีนาคม วันสตรีสากล (International Women’s Day: IWD) คือช่วงเวลาที่ทั่วโลกพร้อมใจกันยกย่องความสำเร็จของผู้หญิงในทุกมิติ พร้อมผลักดันให้ความเสมอภาคทางเพศเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ โดยสยามพารากอน ได้ร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วน จัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองให้กับพลังหญิง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “HER-story Maker: Celebrating International Women’s Day 2026 เพราะโลกที่น่าอยู่ เริ่มต้นจากพลังแห่งการร่วมสร้างสรรค์โดยผู้หญิง” รวมเหล่า Change-makers, ผู้ประกอบการ, ศิลปิน และผู้นำทางความคิด (KOLs) จากหลากหลายคอมมูนิตี้ ร่วมเจาะลึกแนวคิดการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืนจากภายในสู่ภายนอก พร้อมขับเคลื่อนกลไกทางสังคมและเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนไปพร้อมกัน ทั้งนี้ กิจกรรมไฮไลต์จัดขึ้นที่ NEXTOPIA 

HER-story Maker: TogetHer We Thrive

การรวมพลังครั้งสำคัญของ สยามพิวรรธน์, Women’s Empowerment Principles (Established by UN Women and the UN Global Compact Office) และ SE Thailand ที่จะเปลี่ยนเสียงรณรงค์วันสตรีสากลให้เป็นการลงมือทำจริง โดยมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงและ SMEs ทั่วไทยให้แกร่งกว่าเดิม เพราะเราเชื่อว่าเมื่อผู้หญิงเข้มแข็ง เศรษฐกิจและสังคมจะเติบโตไปพร้อมกัน

งานนี้จะพาไปส่องความสำเร็จของเหล่าผู้หญิงเก่งที่ใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมเปิดประตูโอกาสให้เชื่อมโยงกับเมนเทอร์และตลาดใหม่ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและยืนยันว่า “พลังของสตรี” คือฟันเฟืองสำคัญที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจทั่วโลก โดยมีกิจกรรมน่าสนใจในวันที่ 8 มีนาคม 2569 อาทิ  13.00 – 13.35 น. พบกับ “Keynote Address: บทบาทของผู้หญิงแถวหน้าในวงการธุรกิจ”  เวลา 13.35 – 14.20 น. พบกับ “Shop to Change Panel Discussion: ช็อปยังไงให้โลกเปลี่ยน” เวทีเสวนาสร้างแรงบันดาลใจ เปิดมุมมองหลากหลายด้านของผู้หญิงแถวหน้าในวงการธุรกิจ  เวลา 14.20 – 15.00 น. ร่วมฟังไอเดียหลายความคิดพลิกธุรกิจกับ Inspiring Sparks “Diversity is Power”  โดยมีผู้ร่วมเสวนาและแบ่งปันมุมมอง อาทิ ศุภพิมพ์ วัณโณภาศ ผู้จัดการโครงการ WE RISE Together- UN Women, เปมิกา นครศรี กรรมการ บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด, พิมภัทร์ ยมนาค ผู้บริหารโรงเรียนนานาชาติ บางกอกเพรพ, ศศมนธร หนุนภักดี กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท ฮอปซี่ สตอรี่ จำกัด, กฤษณะ ธรรมวิมล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี Distar Fresh, ธมลวรรณ วิโรจน์ชัยยันต์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Moreloop, ยุจเรศ สมนา ผู้ก่อตั้ง Craft de Quarr, มาย การุณงามพรรณ Co-founder ของ BRAVESHOES และ CEO of UPCYDE ร่วมด้วย ฟ้าใส บุณยัษฐิติ จาก NEXTOPIA

นอกจากนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ยังเปิด #BuyForEqual Marketplace ให้ทุกคนได้ชิม ชม ช็อปสินค้าจากร้านค้า
ที่นำโดยผู้ประกอบการหญิง โดยผู้เข้าร่วมงานที่ซื้อสินค้าจาก #BuyForEqual Marketplace สามารถนำใบเสร็จมาแลกรับของ
ที่ระลึก UN Women – UNBlind Box ได้ฟรี! ที่บูธ UN Women

ต่อด้วย HER-story Maker: Behind Her Success Story 

NEXTOPIA ร่วมกับ itsokaybesties และ FIKKA เฉลิมฉลองให้กับพลังของผู้หญิงยุคใหม่ ผ่านบทสนทนาและประสบการณ์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จที่ยั่งยืน ทั้งในชีวิต การทำงาน และการดูแลตัวเองจากภายใน โดยรวมกิจกรรมน่าสนใจหลากหลายให้ทุกคนได้พัฒนาตัวเองอย่างรอบด้าน เริ่มด้วยกิจกรรมยืดเหยียดเติมพลังกาย It’s Okay Besties Yolates Session ตั้งแต่เวลา 10.10 – 11.00 น. ต่อด้วย Friends of NEXTOPIA Session ล้อมวงคุยเรื่องสุขภาพและเวิร์กชอปทำอาหารกับ Maxdicine พร้อมฟังเคล็ดลับการปั้นแบรนด์ฉบับ Girl Boss จากเจ้าของร้าน FIKKA ในเวลา 11.00 – 12.00 น. แล้วมาร่วมเช็กสุขภาพเบื้องต้นกับกิจกรรม Mingle and Genesenn Health Check Up เวลา 12.00 – 12.45 น. ก่อนปิดท้ายด้วยการปล่อยใจไปกับศิลปะพร้อมจิบเครื่องดื่มชิล ๆ ในเวิร์กชอป Bloom Into Her: Sip & Paint ตั้งแต่เวลา 16.00 – 22.00 น. ณ บริเวณ NEXTOPIA และร้าน FIKKA ใน NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน

เสวนาเข้มข้น “Mrs.& Miss Information เรื่องเล่าที่หญิงเราควรรู้”

กิจกรรมจากความร่วมมือของ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, Friedrich Naumann Foundation, COFACT.ORG, มูลนิธิสถาบันการจัดการวิถีพุทธเพื่อสุขและสันติ และ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เชิญชวนรับฟังมุมมองเกี่ยวกับผู้หญิงในเวทีเสวนาเข้มข้นในหัวข้อ “Mrs.& Miss Information เรื่องเล่าที่หญิงเราควรรู้” โดยเหล่านักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา อาทิ Hnin Oo Wai Research and communication intern at IBHAP foundation, วาเนสซ่า สไตน์เม็ทซ์ ผู้อำนวยการ มูลนิธิฟรีดริชเนามัน ประเทศไทย, วศินี พบูประภาพ สื่อมวลชนและผู้แปล The Feminist City, ศ. ดร. พรรณชฎา ศิริวรรณบุตย์ คณบดีคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, ดร. พิมพ์รภัช ดุษฎีอิสริยกุล ที่ปรึกษา Cofect ประเทศไทย, สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Cofect ประเทศไทย, วสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ชมพูนุท เฉลียวบุญ ผู้จัดการโครงการภูมิภาค Westminster Foundation For Democracy (WFD), Nann Legal and Human Rights Research และ Assistant Intern at IBHAP Foundation, Thu Zar Win Digital Peacebuilding & Conflict Analysis Intern Institute of Buddhist Management for Happiness and Peace Foundation และ ดร. ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมอาชญากร อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงเชิญชมนิทรรศการพิเศษเพื่อเฉลอมฉลองวันสตรีสากล ในวันที่ 8 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 13.00-17.30 น. ณ SCBX NEXT STAGE @NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน

ทั้งนี้ สมารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : NEXTOPIA และ Facebook : SIAMPARAGON

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พุทธศาสนา: เบื้องหลังการทำความดีของคนไทย

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พุทธศาสนา: เบื้องหลังการทำความดีของคนไทย

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พุทธศาสนา: เบื้องหลังการทำความดีของคนไทย

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

                หากเปรียบสังคมไทยเป็นต้นไม้ใหญ่ พระพุทธศาสนา ก็เปรียบเสมือนปุ๋ยในดินที่หล่อเลี้ยงให้ต้นไม้ต้นนี้ให้เจริญเติบโตแผ่กิ่งก้านสาขา จนออกดอกผลเป็นพฤติกรรมแห่งความดี ที่เห็นกันจนชินตา ตั้งแต่รอยยิ้มที่จริงใจไปจนถึงการช่วยเหลือกันในยามวิกฤติ อะไรคือเบื้องหลังที่ทำให้คำสอนทางพุทธศาสนาแปรเปลี่ยนเป็นการกระทำของคนไทยเช่นนี้?

                ความเชื่อเรื่อง “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” ไม่ได้เป็นเพียงคำสอน แต่เป็นระบบความคิดของคนไทย คนไทยมองว่าการทำดีคือการ “ฝากธนาคารบุญ” เพื่อความสุขในปัจจุบันและอนาคต ความเกรงกลัวต่อบาป หรือผลกรรมที่จะตามมา ช่วยเป็นเกราะคุ้มกันไม่ให้คนก้าวข้ามเส้นของศีลธรรมแม้ไม่มีใครเห็น

                พุทธศาสนาสอนว่าการให้ทานคือวิธีที่ง่ายที่สุดในการลดละ “ตัวตน” และ “ความตระหนี่” การทำบุญตักบาตร: คือการฝึกเป็นผู้ให้ตั้งแต่เริ่มต้นวันใหม่

                น้ำใจในยามวิกฤต เราจะเห็น “โรงทาน” หรือ “ตู้ปันสุข” เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อมีคนลำบาก เพราะคนไทยมีความคิดว่า การแบ่งปันคือหน้าที่ของชีวิต

                หัวใจของพุทธศาสนาคือเมตตา-กรุณา การปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์และมีความสุข ทำให้คนไทยมีนิสัย “ขี้สงสาร” และ “ชอบช่วยเหลือ” การให้อภัย ด้วยวัฒนธรรม “ไม่เป็นไร” มักแฝงไปด้วยการปล่อยวางและการไม่จองเวร ซึ่งเป็นหลักธรรมสำคัญ

                การต้อนรับขับสู้ ที่มองคนแปลกหน้าด้วยความเป็นมิตร ทำให้ประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องการบริการและการต้อนรับ เป็นสยามเมืองยิ้ม    

                วัดพุทธไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่เป็น “สถาบันขัดเกลาทางสังคม” การบวชเรียน เป็นประเพณีที่หล่อหลอมให้ชายไทยได้ศึกษาหลักธรรมและระเบียบวินัย พระสงฆ์ในฐานะผู้นำทางจิตวิญญาณ ช่วยดึงสติคนในชุมชนให้กลับมาอยู่ในร่องในรอยของความดีงาม

                เบื้องหลังการทำความดีของคนไทยไม่ใช่เพียงเพราะทำตามหน้าที่ แต่เพราะพุทธศาสนาได้กลายเป็น “วัฒนธรรม” หรือนิสัยสันดาน ของคนไทยไปแล้ว การความทำดีจึงเป็นเรื่องของการสร้างความสบายใจ การเห็นอกเห็นใจ และการหวังดีต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ

               การทำความดีของคนไทยพุทธ ทำตามบุญกิริยาวัตถุ ข้อ 5 คือการขวนขวายทำสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ถูกต้อง (เวยยาวัจจมัย)ไม่ใช่แค่การทำตามกฎ หรือถูกบังคับขู่เข็ญ แต่คือการทำด้วย “ความสมัครใจ”

               นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า “การทำความดีแบบไทย ของคนที่นับถือพุทธศาสนา นั้น ได้รับการบ่มเพาะจากหลักธรรมของพระพุทธเจ้า”

คุณแหน : 6 มีนาคม 2569

คุณแหน : 6 มีนาคม 2569

คุณแหน : 6 มีนาคม 2569

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • เบญจวรรณ มีเผือก รองผวจ.ลำพูน ต้อนรับ เฉิน ไห่ผิง กงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำเชียงใหม่ ประธานเปิดโครงการการแสดงผลงานและการแข่งขันทักษะวิชาการด้านภาษาและวัฒนธรรมไทย-จีน (อบจ.ลำพูน นิทัศน์ 2569) เเละเยี่ยมชมการเเข่งขันรวมถึงบูธนิทรรศการเทิดพระเกียรติ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนในพื้นที่จ.ลำพูน โดยมี วีระเดช ภู่พิสิฐ นายก อบจ.ลำพูน ร่วมด้วย..
  • เพื่อนๆยินดีกับ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ที่ได้เป็นกรรมการในคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย..
  • รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษามูลนิธิทุนแพทย์เพื่อปวงประชา ครั้งที่ 20 ให้นักศึกษา คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่..
  • จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รับมอบเงินบริจาคจาก พรเลิศ เตชะรัตโนภาส บจ.ออนไลน์แอสเซ็ท จากการจัดกิจกรรมวิ่งการกุศล EFIN LET’S PROFIT RUN 2026 Run with Meaning วิ่งอย่างมีความหมายเพื่อผู้ประสบภัย เพื่อสมทบทุนโครงการเงินทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ สภากาชาดไทย..
  • สุพจน์ ธรรมมารักษ์ และลูกๆ เลยชวนเพื่อนพ้องน้องพี่และผู้ใหญ่ที่เคารพรัก อาทิ กลุ่มผู้เคยถวายงานวังเลอดิส, กลุ่มเพื่อนเซนต์โยฯ, กลุ่มเพื่อนธรรมศาสตร์, กลุ่มเพื่อนการบินไทย, กลุ่มเพื่อน ปปร., กลุ่มเพื่อนคณะอนุกรรมาธิการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบัน วุฒิสภา มาร่วมงานฉลองวันเกิดครบ 6 รอบให้ศรีภรรยา พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์ แบบจัดเต็ม สรรหาของอร่อยทั้งเครื่องดื่มคาวหวานมาบริการในงาน และดนตรีขับกล่อมโดย วิชัย ปุญญะยันต์ วงพิงค์แพนเตอร์ ที่ถูกใจวัยเก๋าสุดๆ..
  • พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ วันเกิดปีนี้ เช้าไปทำบุญที่วัดสัมพันธวงศ์ ตกเย็นทานข้าวฉลองกับครอบครัวที่บ้านอย่างอบอุ่น..
  • พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา ประธานรุ่น วบส.2 สุดปลื้มที่งานเลี้ยงรียูเนียนของรุ่นมีเพื่อนๆ มาร่วมกว่า 40 คน ที่มาแย่งกันคุยอัปเดตชีวิต พร้อมชมวิวสวยๆ ของ ร้าน Level 50  งานนี้ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย, พล.อ.ทวีพูล ริมสาคร, พล.ต.ท.ทวีศักดิ์ ตู้จินดา, รศ.นพ.ศุภชัย ถนอมทรัพย์, ดร.ศรีศุภางค์ มอฤทธิ์, ศรีวิรัตน์ ฉัตรจุฑามาส, ชัชพล ประสพโชค, ศิรินทร์ ชูธรรมสถิตย์, พัฒนเศรษฐ์ จังคศิริ, พูลศรี จงแสงทอง, ประภา ปูรณโชติ, ชัยชาญ พลานนท์, พีรพล นนทสูตร, จรินทร์ทิพย์ ปฐมศักดิ์ ไม่ยอมพลาด..
  • นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์ ซีอีโอ บมจ.บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง Global Sustainability Trends ให้หลักสูตร Digital CEO#9..
  • บุญญนันท์ พนาพิทักษ์กุล ชวนมิตรสนิท อุษณีย์ ลีสุรวณิช, เมนิสา มีนวนชื่น และ จอมศรี โคจรตระกูล ไปแสวงบุญสักการะ 4 สังเวชนียสถานหลักที่ อินเดีย-เนปาล 8 วัน..
  • สมาคมศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ร่วมเสียใจกับการจากไปของ ภก. มงคล ศรีบำรุง ศิษย์เก่า เภสัช มช.รุ่น 15..
  • พระราชทานพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม พล.อ.อ.วีระ กิจจาทร อดีต ผช.ผบ.ทอ. 5-7 มี.ค.18.00 น. สวดถึง 11 มี.ค.ศาลาทักษิณาประดิษฐ วัดพระศรีมหาธาตุบางเขน ..พระราชทานเพลิงศพ 28 มี.ค.14.00 น. เมรุ 1 ..
  • สวด ม.ร.ว.พรรณนภา ดิศกุล 4-7 มี.ค.18.00 น. ศาลาธรรมสังเวช วัดนิเวศธรรมประวัติ บางปะอิน อยุธยา ..ประชุมเพลิง 8 มี.ค.16.30 น.. 

น้องใหม่