ทรัมป์เตือนอิหร่าน ห้ามเก็บค่าผ่านทางเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์เตือนอิหร่าน ห้ามเก็บค่าผ่านทางเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ

10 เม.ย. 2569 08:11 น.

ทรัมป์เตือนอิหร่าน ห้ามเก็บค่าผ่านทางเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำเตือนอย่างแข็งกร้าวถึงผู้นำอิหร่านในวันนี้ หลังมีรายงานว่าอิหร่านกำลังพิจารณาเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

โดนัลด์ ทรัมป์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่า “มีรายงานว่าอิหร่านกำลังเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือบรรทุกน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ — ห้ามพวกเขาทำอย่างเด็ดขาด และถ้ากำลังทำอยู่ ก็ต้องหยุดเดี๋ยวนี้!”

แม้ก่อนหน้านี้ในคืนวันอังคารจะมีการประกาศข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งทรัมป์ระบุว่าจะรวมถึงการเปิดช่องแคบอย่างสมบูรณ์และทันที แต่จนถึงขณะนี้ การสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์ดังกล่าวยังแทบไม่มี เนื่องจากยังขาดความชัดเจนจากฝั่งอิหร่าน

ในเวลาต่อมา ทรัมป์ยังโพสต์เพิ่มเติมแสดงความไม่พอใจต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า

“อิหร่านกำลังทำหน้าที่ได้แย่มาก อาจเรียกว่าไร้เกียรติ เรื่องของการปล่อยให้น้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ นี่ไม่ใช่ข้อตกลงที่เรามี!”

ก่อนหน้านี้ CNN รายงานว่า เจ้าหน้าที่ในกรุงเตหะรานได้เสนอเงื่อนไขเรื่อง อธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องเพื่อยุติสงคราม ซึ่งสร้างความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจและวิกฤตพลังงานโลกที่อาจยืดเยื้อ

ขณะเดียวกัน คณะกรรมาธิการความมั่นคงของรัฐสภาอิหร่านได้อนุมัติแผนการเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบ พร้อมย้ำบทบาทอำนาจอธิปไตยของอิหร่าน โดยมีสมาชิกคณะกรรมาธิการรายหนึ่งให้ข้อมูลผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา.

ที่มา : CNN

ทรัมป์เผย เป็นคนขอเนทันยาฮู ให้ลดโจมตีเลบานอน

ทรัมป์เผย เป็นคนขอเนทันยาฮู ให้ลดโจมตีเลบานอน

10 เม.ย. 2569 06:03 น.

ทรัมป์เผย เป็นคนขอเนทันยาฮู ให้ลดโจมตีเลบานอน

โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า เขาร้องขอให้นายกรัฐมนตรีอิสราเอลลดระดับการโจมตีในเลบานอนลง ในระหว่างที่สหรัฐฯ กำลังพยายามเจรจากับอิหร่านเพื่อหาข้อยุติของสงครามในตะวันออกกลาง

เมื่อ 9 เม.ย. 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว NBC News ว่า เขาได้ร้องขอให้นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล “เพลาๆ มือลงหน่อย” เรื่องปฏิบัติการในเลบานอน ขณะที่สหรัฐฯ กำลังพยายามเจรจาข้อตกลงเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน

“ผมได้คุยกับบีบี (เนทันยาฮู) แล้ว และเขาจะลดระดับความรุนแรงลง ผมแค่คิดว่าเราต้องทำตัวให้ดูเงียบลงกว่านี้อีกนิด” ทรัมป์กล่าว พร้อมเสริมว่าเขาเชื่อว่าอิสราเอลกำลัง “ลดขนาด” ปฏิบัติการในเลบานอนลงแล้ว

ก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี สำนักข่าว CNN รายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ขอให้เนทันยาฮูลดระดับการโจมตีในเลบานอนลง ระหว่างการต่อสายพูดคุยเมื่อวันพุธ และเข้าสู่กระบวนการเจรจากับรัฐบาลเลบานอนเกี่ยวกับการปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

ความเห็นของทรัมป์เกิดขึ้นในขณะที่คณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดยรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ เตรียมเดินทางไปยังปากีสถานเพื่อร่วมการเจรจาในวันเสาร์นี้เพื่อหาทางยุติสงครามกับอิหร่าน ท่ามกลางความเห็นที่ไม่ตรงกันในหลายๆ ด้าน

แต่ถึงแม้ว่ายังมีความไม่ลงรอยกัน ทรัมป์บอกกับ NBC ว่าเขา “มองโลกในแง่ดีมาก” เกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพที่จะเกิดขึ้นจากการเจรจาที่กรุงอิสลามาบัดในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยระบุว่าผู้นำอิหร่าน (ซึ่งนายทรัมป์ไม่ได้บอกว่าเป็นใคร) ดูมีท่าทีเปิดรับสันติภาพในการหารือเป็นการส่วนตัว

“พวกเขามีเหตุผลมากขึ้นเยอะ” ทรัมป์กล่าวกับ NBC “พวกเขากำลังยอมตกลงในทุกสิ่งที่จำเป็นต้องตกลง อย่าลืมว่าพวกเขาถูกปราบได้แล้ว และตอนนี้พวกเขาไม่มีกองทัพเหลืออยู่เลย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สหรัฐฯ เผย เตรียมเป็นตัวกลางเจรจา ทูตอิสราเอล-เลบานอน

สหรัฐฯ เผย เตรียมเป็นตัวกลางเจรจา ทูตอิสราเอล-เลบานอน

10 เม.ย. 2569 05:30 น.

สหรัฐฯ เผย เตรียมเป็นตัวกลางเจรจา ทูตอิสราเอล-เลบานอน

สหรัฐอเมริกาเตรียมจัดการหารือระหว่างทูตอิสราเอลกับเลบานอนในวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อลดระดับความรุนแรงบริเวณชายแดน หลังผู้นำสหรัฐฯ เผยว่าสั่งเจ้าหน้าที่ให้เริ่มการเจรจากับฝ่ายเลบานอนโดยเร็วที่สุด

เมื่อ 9 ม.ย. 2569 สำนักข่าว CBS News รายงานอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศว่า ตัวแทนจากเลบานอนและอิสราเอลจะพบกันที่สหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า เพื่อดำเนินการเจรจาที่ตึกกระทรวงการต่างประเทศในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในสหรัฐฯ เป็นคนกลาง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดระดับความรุนแรงบริเวณชายแดนระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่สนับสนุนโดยอิหร่าน

แหล่งข่าวสองรายที่ใกล้ชิดกับแผนงานนี้ รวมถึงเจ้าหน้าที่เลบานอน ระบุว่าการประชุมครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสำรวจแนวทางการเริ่มเจรจาโดยตรงที่มุ่งเน้นการลดความตึงเครียดตามแนวชายแดนอิสราเอล-เลบานอน

แหล่งข่าวระบุว่า ไมเคิล อิสสา เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเลบานอน จะเป็นผู้นำการเจรจา ร่วมกับ นาดา ฮามาเดห์ โมอาวาด เอกอัครราชทูตเลบานอน และ เยคีล ไลเตอร์ เอกอัครราชทูตอิสราเอล

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว CNN รายงานอ้างคำพูดของเจ้าหน้าที่เลบานอน 2 คนว่า รัฐบาลเลบานอนยังไม่ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการประชุม ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในสัปดาห์หน้า หลังจากที่เจ้าหน้าที่อิสราเอลและสหรัฐฯ ออกมาระบุว่าคาดจะมีการเริ่มเจรจาระหว่างอิสราเอลและเลบานอนที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล กล่าวว่าเขาได้สั่งการให้รัฐบาล “เปิดการเจรจาโดยตรงกับเลบานอนโดยเร็วที่สุด” เนื่องจากมีการ “ร้องขอหลายครั้ง” จากทางฝั่งเลบานอน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เลบานอนยืนยันว่า “จะไม่มีการเจรจาภายใต้ห่ากระสุน” โดยระบุว่าทั้งกระทรวงการต่างประเทศและทำเนียบประธานาธิบดีของเลบานอน ยังไม่ได้รับการแจ้งอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับคำเชิญให้เปิดการเจรจา และไม่เคยได้ยินข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับการประชุมที่อาจเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้าเลย

ต่อมา นายเนทันยาฮูยืนยันว่า จะยังไม่มีการหยุดยิงในเลบานอน แม้ว่าเขากำลังผลักดันให้มีการเจรจาเกิดขึ้นก็ตาม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ปูตินประกาศหยุดยิงกับยูเครน ตลอดช่วงเทศกาลอีสเตอร์

ปูตินประกาศหยุดยิงกับยูเครน ตลอดช่วงเทศกาลอีสเตอร์

10 เม.ย. 2569 04:34 น.

ปูตินประกาศหยุดยิงกับยูเครน ตลอดช่วงเทศกาลอีสเตอร์

ประธานาธิบดีปูตินของรัสเซีย ประกาศหยุดยิงกับยูเครนในช่วงเทศกาลวันอีสเตอร์ของนิกายออร์โธดอกซ์ โดยยูเครนก็เสนอให้หยุดยิงด้วยเช่นกัน

เมื่อ 9 เม.ย. 2569 รัฐบาลเครมลินของรัสเซียเปิดเผยว่า ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศหยุดยิงกับยูเครนตลอดช่วงเทศกาลอีสเตอร์ของศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ หลังจากที่ทางฝั่งยูเครนก็เสนอให้มีการพักรบในช่วงเวลาดังกล่าวเช่นกัน

“ประธานาธิบดีปูตินประกาศหยุดยิงตั้งแต่เวลา 16:00 น. ของวันที่ 11 เมษายน 2569 (ตรงกับ 20:00 น. วันเดียวกันตามเวลาประเทศไทย) สิ้นสุดวันที่ 12 เมษายน … เนื่องในโอกาสเทศกาลอีสเตอร์ของนิกายออร์โธดอกซ์ที่กำลังจะมาถึง” รัฐบาลเครมลินระบุในแถลงการณ์

เครมลินระบุอีกว่า เสนาธิการทหาร “ได้รับคำสั่งให้ยุติปฏิบัติการรบในทุกทิศทางในช่วงเวลาดังกล่าว” พร้อมเสริมว่ากองกำลังมีความพร้อมที่จะ “ตอบโต้การยั่วยุใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากฝ่ายศัตรู” และ “เราคาดหวังว่าฝ่ายยูเครนจะปฏิบัติตามแบบอย่างของสหพันธรัฐรัสเซีย”

ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวว่าเขาได้ส่งข้อเสนอพักรบช่วงวันหยุดให้รัสเซียผ่านทางสหรัฐฯ ในขณะที่การเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน 4 ปีต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากสงครามในตะวันออกกลาง

ที่ผ่านมา การเจรจาหลายรอบที่นำโดยสหรัฐฯ ประสบความล้มเหลวในการทำให้คู่ขัดทั้งสองประเทศบรรลุข้อตกลง และการเจรจาตกอยู่ในภาวะชะงักงันเมื่อความสนใจของรัฐบาลวอชิงตันหันไปที่อิหร่าน

นอกจากนั้น การเจรจายังดูเหมือนจะถึงทางตัน เนื่องจากมอสโกเรียกร้องให้เคียฟยอมสละทั้งดินแดนและอ่อนข้อทางการเมือง ซึ่งนายเซเลนสกีปฏิเสธข้อเรียกร้องของรัสเซียอย่างสิ้นเชิงเนื่องจากมองว่าไม่ต่างอะไรกับการยอมจำนน

ทั้งนี้ สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ดำเนินมานานกว่า 4 ปีแล้ว ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายแสนรายและทำให้คนนับล้านต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น กลายเป็นความขัดแย้งที่นองเลือดที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ผู้นำสูงสุดอิหร่านลั่น ยังมุ่งมั่นที่จะ “ล้างแค้น” ให้บิดาผู้ล่วงลับ

ผู้นำสูงสุดอิหร่านลั่น ยังมุ่งมั่นที่จะ “ล้างแค้น” ให้บิดาผู้ล่วงลับ

10 เม.ย. 2569 03:14 น.

ผู้นำสูงสุดอิหร่านลั่น ยังมุ่งมั่นที่จะ “ล้างแค้น” ให้บิดาผู้ล่วงลับ

โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านยืนยัน อิหร่านยังต้องการล้างแค้นให้กับบิดาของเขาและทุกคนที่เสียชีวิตในสงคราม ท่ามกลางบรรยากาศการหยุดยิงอันเปราะบางระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

เมื่อ 9 เม.ย. 2569 สำนักข่าว CNN รายงานว่า อิหร่านมีการเผยแพร่แถลงการณ์ฉบับใหม่ที่อ้างว่าเป็นของ อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน โดยระบุว่า อิหร่านยังคงมุ่งมั่นที่จะ “ล้างแค้น” ให้กับบิดาของเขาที่ถูกสังหาร รวมถึงทุกคนที่เสียชีวิตในสงคราม

เขาระบุเสริมว่า อิหร่านไม่ได้แสวงหาสงครามแต่จะไม่ยอมสละสิทธิ์ของตน “และในแง่นี้ เราถือว่าแนวหน้าแห่งการต่อต้าน (Resistance Front) ทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียวกัน”

“เราจะเรียกร้องค่าชดเชยสำหรับความเสียหายทุกประการที่เกิดขึ้น รวมถึงค่าชดเชยสำหรับเลือดเนื้อของเหล่าวีรชน (Martyrs) และค่าเยียวยาสำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บในสงครามครั้งนี้อย่างแน่นอน”

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า อิหร่านจะนำการบริหารจัดการ ช่องแคบฮอร์มุซ “เข้าสู่ระยะใหม่” ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เนทันยาฮู ยัน ไม่หยุดยิงเลบานอน แม้สั่งเริ่มเจรจาโดยตรง

เนทันยาฮู ยัน ไม่หยุดยิงเลบานอน แม้สั่งเริ่มเจรจาโดยตรง

10 เม.ย. 2569 02:33 น.

เนทันยาฮู ยัน ไม่หยุดยิงเลบานอน แม้สั่งเริ่มเจรจาโดยตรง

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลยืนยันว่า จะยังไม่มีการหยุดยิงเลบานอน แม้ว่าตัวเขาจะสั่งให้เจ้าหน้าที่เริ่มการเจรจาโดยตรงกับเลบานอนโดยเร็วที่สุด เพื่อปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และพัฒนาความสัมพันธ์ก็ตาม

เมื่อ 9 เม.ย. 2569 นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวย้ำว่า ยังไม่มีการหยุดยิงกับเลบานอน แม้ว่าก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งเปิดเผยว่าได้สั่งการให้คณะรัฐมนตรีเริ่มกระบวนการเจรจาโดยตรง เพื่อหาทางปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และพัฒนาความสัมพันธ์กับเลบานอนก็ตาม

“ผมต้องการบอกพวกคุณว่า ไม่มีการหยุดยิงในเลบานอน เรากำลังเดินหน้าโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อย่างรุนแรงต่อไป และเราจะไม่หยุดจนกว่าจะฟื้นฟูความปลอดภัยให้พวกคุณได้” เนทันยาฮูกล่าวในข้อความวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อเย็นวันพฤหัสบดี (ตามเวลาท้องถิ่น)

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุอีกว่า เขาได้ร้องขอให้มีการเจรจาโดยตรงกับรัฐบาลเลบานอน โดยมีเป้าหมายเพื่อปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์และบรรลุ “ข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนและเป็นประวัติศาสตร์” และเสริมว่า “ผมได้ทำข้อตกลงสันติภาพกับประเทศอาหรับมาแล้ว 4 ฉบับ และผมตั้งใจที่จะทำเพิ่มอีก”

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ของเลบานอนรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNN ว่า “จะไม่มีการเจรจาภายใต้ห่ากระสุน” เพื่อเป็นการตอบโต้แผนการของอิสราเอลที่จะเริ่มการเจรจาโดยตรง

ในวันพฤหัสบดี กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง และได้ออกคำสั่งอพยพใหม่ในพื้นที่บางส่วนทางตอนใต้ของกรุงเบรุต

ทั้งนี้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีระลอกใหญ่ที่สุดในเลบานอนนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300 ราย และบาดเจ็บ 1,150 รายทั่วประเทศ โดยอิสราเอลระบุว่าเป้าหมายคือศูนย์บัญชาการและฐานที่มั่นทางทหารของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ 100 แห่ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ดับพุ่ง 303 ศพ หลังอิสราเอลทิ้งบอมบ์เลบานอนครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ

ดับพุ่ง 303 ศพ หลังอิสราเอลทิ้งบอมบ์เลบานอนครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ

10 เม.ย. 2569 01:54 น.

ดับพุ่ง 303 ศพ หลังอิสราเอลทิ้งบอมบ์เลบานอนครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ

กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนเผย จำนวนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลเมื่อวันพุธ เพิ่มขึ้นเป็น 303 ศพแล้ว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกนับพันคน

เมื่อ 9 เม.ย. 2569 กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนเปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งใหญ่ของอิสราเอลในเลบานอนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 303 ศพแล้ว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1,150 ราย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งดำเนินการค้นหาผู้รอดชีวิต หรือร่างผู้เสียชีวิตที่ติดอยู่ภายใต้ซากปรักหักพังของอาคารที่พังถล่มในหลายพื้นที่

ทางด้านอิสราเอลระบุว่า ได้ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการและฐานที่มั่นทางทหารของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์มากกว่า 100 แห่งเมื่อวันพุธ ทำให้นี่เป็นการโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ที่สุดของอิสราเอล นับตั้งแต่พวกเขาเริ่มยกระดับการโจมตีเลบานอนเมื่อ 2 มี.ค.

ทั้งนี้ การโจมตีครั้งล่าสุดทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตรวมในเลบานอนตั้งแต่ 2 มี.ค. เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,888 ศพแล้วและมีผู้บาดเจ็บรวม 6,092 ราย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เลขาฯ นาโตยืนยัน พันธมิตรสนับสนุนทรัมป์มากมาย ในสงครามกับอิหร่าน

เลขาฯ นาโตยืนยัน พันธมิตรสนับสนุนทรัมป์มากมาย ในสงครามกับอิหร่าน

10 เม.ย. 2569 00:47 น.

เลขาฯ นาโตยืนยัน พันธมิตรสนับสนุนทรัมป์มากมาย ในสงครามกับอิหร่าน

เลขาธิการใหญ่นาโตยืนยันว่า กลุ่มพันธมิตรกำลังให้ความช่วยเหลือสหรัฐฯ อย่างมหาศาลในการทำสงครามกับอิหร่าน และทำตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ร้องขอแทบทุกอย่าง

เมื่อ 9 เม.ย. 2569 นายมาร์ค รุตเต เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) กล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรไม่ได้ “นิ่งนอนใจต่ออันตรายที่เผชิญอยู่” และสมาชิกต่างกำลังทำทุกอย่างตามที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ร้องขอในสงครามกับอิหร่าน แต่ยอมรับว่าตอนแรกพันธมิตรบางประเทศ “ค่อนข้างล่าช้า” ในการสนับสนุนสหรัฐฯ

“ให้ความเป็นธรรมกับพวกเขาด้วย พวกเขาเองก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง เพื่อรักษาความลับของการจู่โจมโดยไม่ให้ตั้งตัวในการโจมตีระลอกแรก ประธานาธิบดีทรัมป์จึงเลือกที่จะไม่แจ้งให้พันธมิตรทราบล่วงหน้า” นายรุตเตกล่าวระหว่างการแถลงที่กรุงวอชิงตัน

“แต่สิ่งที่ผมเห็นเมื่อมองไปทั่วทั้งยุโรปในวันนี้ คือเหล่าพันธมิตรกำลังให้การสนับสนุนอย่างมหาศาล” เขากล่าวต่อ “พันธมิตรทุกประเทศกำลังทำทุกอย่างที่สหรัฐฯ ร้องขอ พวกเขาได้รับทราบและกำลังตอบสนองต่อคำขอของประธานาธิบดีทรัมป์ แบบที่เกือบจะไม่มีข้อยกเว้น”

นอกจากนี้ นายรุตเตยังระบุว่า NATO ยินดีที่จะมีบทบาทในภารกิจที่อาจเกิดขึ้น ณ ช่องแคบฮอร์มุซ หากมีความสามารถที่จะทำได้ พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมสหราชอาณาจักรที่ “เป็นผู้นำกลุ่มพันธมิตรนานาชาติ” เพื่อรับประกันการสัญจรอย่างเสรีผ่านเส้นทางเดินเรือสายสำคัญแห่งนี้

“ถ้า NATO สามารถช่วยได้ ก็แน่นอนว่า ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ให้ความช่วยเหลือ” เขากล่าว

ทั้งนี้ นายรุตเตพูดเรื่องดังกล่าวหลังจากเข้าพบทรัมป์ที่ทำเนียบขาวเพียงหนึ่งวัน โดยเขาได้บอกกับ เจค แทปเปอร์ จากสำนักข่าว CNN หลังการพบปะว่า เขาเข้าใจในความผิดหวังของประธานาธิบดี และทั้งคู่ได้พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาในฐานะ “เพื่อนที่ดีต่อกัน” แม้ว่าต่อมาทรัมป์จะยังคงวิพากษ์วิจารณ์ NATO อย่างรุนแรงผ่าน Truth Social ก็ตาม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เนทันยาฮูเผย เตรียมเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์

เนทันยาฮูเผย เตรียมเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์

9 เม.ย. 2569 23:08 น.

เนทันยาฮูเผย เตรียมเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เผย สั่งการให้มีการเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และสร้างความสัมพันธ์อย่างสันติระหว่างทั้งสองประเทศแล้ว

เมื่อ 9 เม.ย. 2569 นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล สั่งการให้คณะรัฐมนตรีเริ่มการ “เจรจาโดยตรง” กับเลบานอน “โดยเร็วที่สุด” โดยระบุว่าการหารือจะมุ่งเน้นไปที่การปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นศัตรูกับอิสราเอลมานาน และการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศ

“เมื่อพิจารณาจากการที่เลบานอนได้ร้องขอหลายต่อหลายครั้งให้เปิดการเจรจาโดยตรงกับอิสราเอล เมื่อวานนี้ผมจึงได้สั่งการให้คณะรัฐมนตรีเริ่มการเจรจาโดยตรงกับเลบานอนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” เนทันยาฮูระบุในแถลงการณ์

เนทันยาฮูระบุอีกว่า การเจรจาจะให้ความสำคัญกับเรื่อง “การปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และการสถาปนาความสัมพันธ์อย่างสันติระหว่างอิสราเอลและเลบานอน” นอกจากนี้เขายังเสริมว่า อิสราเอล “ขานรับต่อถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีเลบานอนในวันนี้ ที่เรียกร้องให้กรุงเบรุตเป็นเขตปลอดทหาร”

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งเลบานอนยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใดๆ ต่อแถลงการณ์ของเนทันยาฮู

ทั้งนี้ อิสราเอลกำลังถูกนานาชาติประณามอย่างหนัก หลังจากพวกเขาโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ หลังจากมีการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ, อิสราเอลและอิหร่าน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 182 ศพ บาดเจ็บอีก 890 ราย

อิหร่านยืนยันว่าเลบานอนควรได้รับความคุ้มครองภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงที่ปากีสถานช่วยเป็นตัวกลางประสาน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ และอิสราเอล ระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวไม่ครอบคลุมปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ผอ. IMF เตือน สงครามอิหร่านทำ ศก.โลก โตต่ำกว่าที่คาดไว้

ผอ. IMF เตือน สงครามอิหร่านทำ ศก.โลก โตต่ำกว่าที่คาดไว้

9 เม.ย. 2569 22:47 น.

ผอ. IMF เตือน สงครามอิหร่านทำ ศก.โลก โตต่ำกว่าที่คาดไว้

ผู้อำนวยการ IMF เตือนว่า สงครามกับอิหร่านทำให้พวกเขาต้องปรับลดแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลง และจะมีผลกระทบหลายอย่างที่จะยังคงอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง

เมื่อ 9 เม.ย. 2569 นางคริสตาลินา จอร์เจียวา ผู้อำนวยการองค์กรการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ (IMF) ออกโรงเตือนว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้มุมมองของ IMF ต่อเศรษฐกิจโลกพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ และอัตราการเติบโตอาจลดต่ำลงกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้

“หากไม่มีเหตุการณ์น่าตกใจในครั้งนี้ เราคงได้ประกาศปรับเพิ่มแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกไปแล้ว แต่ในขณะนี้ แม้แต่ในสถานการณ์ที่เรามองในแง่ดีที่สุด เราก็ยังต้องปรับลดตัวเลขการเติบโตลง” นางจอร์เจียวาระบุในแถลงการณ์ “ทำไมนะหรือ? ก็เพราะความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน, การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน, ความเชื่อมั่นที่สูญเสียไป และผลกระทบเชิงลบอื่นๆ ที่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้”

IMF มีกำหนดเผยแพร่รายงานแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกฉบับอัปเดตในสัปดาห์หน้า โดยในรายงานฉบับก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมกราคม (ก่อนสงครามปะทุ 1 เดือน) IMF คาดว่าในปีนี้เศรษฐกิจโลกจะโตที่ 3.3% และโต 3.2% ในปี 2570

นางจอร์เจียวากล่าวถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามว่า แม้ในกรณีที่ดีที่สุด “ก็จะไม่มีการกลับคืนสู่สถานะเดิมอย่างราบรื่นและเบ็ดเสร็จ” โดยเธอยกตัวอย่างการเดินเรือผ่านช่องแคบ บับ เอล-มันเดบ ในทะเลแดงที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากการโจมตีของกลุ่มกบฏฮูตีที่เริ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2566 โดยระบุว่า “ปริมาณการสัญจรยังคงติดหล่มอยู่ที่ประมาณครึ่งหนึ่งของระดับในปี 2566 เท่านั้น”

“เราไม่รู้เลยว่าอนาคตของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะเป็นอย่างไร… แต่สิ่งที่เรามั่นใจคือ การเติบโตทางเศรษฐกิจจะช้าลง แม้ว่าสันติภาพครั้งใหม่นี้จะดำเนินไปอย่างมั่นคงก็ตาม” ผอ. IMF กล่าวเสริม โดยอ้างถึงข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน

นอกจากนี้ เธอยังระบุว่า “ผลกระทบเป็นระลอกคลื่น” จากสงครามจะคงอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่งเช่น ภาวะขาดแคลนน้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน, ปัญหาความอดอยาก โดยจะมีประชาชนได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 45 ล้านคน และวิกฤตราคาปุ๋ยพุ่งสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ปัญหาเลวร้ายลงเมื่อเวลาผ่านไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn