ทรัมป์เผย “สี จิ้นผิง” เตรียมเยือนสหรัฐฯ ปลายปีนี้ ส่งสัญญาณฟื้นความสัมพันธ์สองมหาอำนาจ

ทรัมป์เผย "สี จิ้นผิง" เตรียมเยือนสหรัฐฯ ปลายปีนี้ ส่งสัญญาณฟื้นความสัมพันธ์สองมหาอำนาจ

9 ก.พ. 2569 09:14 น.

ทรัมป์เผย “สี จิ้นผิง” เตรียมเยือนสหรัฐฯ ปลายปีนี้ ส่งสัญญาณฟื้นความสัมพันธ์สองมหาอำนาจ

โดนัลด์ ทรัมป์เผย มีแผนจะต้อนรับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ที่ทำเนียบขาวในช่วงปลายปีนี้ ส่งสัญญาณฟื้นฟูความสัมพันธ์ หลังเผชิญความตึงเครียดจากสงครามการค้าและประเด็นภูมิรัฐศาสตร์หลายด้าน

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ NBC News ซึ่งบันทึกเทปรายการเมื่อวันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ ระบุว่า สี จิ้นผิงจะเดินทางเยือนสหรัฐฯช่วงปลายปีนี้  หลังจากที่ทั้งสองเพิ่งสนทนาทางโทรศัพท์กันในวันเดียวกัน ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ทั้งเรื่องการค้า ไต้หวัน สงครามรัสเซีย–ยูเครน และสถานการณ์ในอิหร่าน

โดยทรัมป์กล่าวว่า “เขาจะมาที่ทำเนียบขาวแน่นอน ช่วงปลายปีนี้ และ นี่คือสองประเทศที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก และเรามีความสัมพันธ์ที่ดีมาก”

รายงานระบุว่า ก่อนการเยือนสหรัฐฯ ของสี จิ้นผิง ทรัมป์มีแผนจะเดินทางเยือนจีนในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งอาจเป็นการปูทางสำหรับการเจรจาระดับผู้นำแบบเผชิญหน้า เพื่อคลี่คลายความตึงเครียดระหว่างวอชิงตันและปักกิ่ง

นับตั้งแต่ทรัมป์กลับคืนสู่ทำเนียบขาวเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ใช้มาตรการภาษีศุลกากรอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการเก็บภาษีเฉพาะอุตสาหกรรม เช่น เหล็ก รถยนต์ และสินค้าอีกหลายประเภท เพื่อบรรลุเป้าหมายนโยบายเศรษฐกิจและความมั่นคง

แม้สหรัฐฯ และจีนจะเผชิญหน้ากันอย่างหนักในประเด็นการค้า แต่ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงพักรบทางการค้าในภาพรวมได้ หลังความขัดแย้งรุนแรงขึ้นเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ความพยายามของสหรัฐฯ ในการลดการพึ่งพาการผลิตจากจีน ยังไม่อาจตัดขาดความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งระหว่างสองประเทศได้

ในการสนทนาล่าสุด ผู้นำจีนยังได้เตือนทรัมป์ให้ใช้ความระมัดระวัง ต่อประเด็นการขายอาวุธให้ไต้หวัน ซึ่งจีนถือเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตน ขณะเดียวกัน สี จิ้นผิงแสดงความหวังว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐฯ โดยเฉพาะด้านการค้า จะสามารถแก้ไขได้ด้วยแนวทางสันติ

สำนักข่าว CCTV ของจีน รายงานคำกล่าวของสี จิ้นผิงว่าการแก้ไขปัญหาแบบค่อยเป็นค่อยไป และการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน จะช่วยให้ทั้งสองประเทศหาหนทางที่ถูกต้องในการอยู่ร่วมกัน

ด้านทรัมป์ระบุว่า การพูดคุยกับผู้นำจีนเป็นไปด้วยดีอย่างยิ่ง และทั้งสองฝ่ายต่างตระหนักดีถึงความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์ในระดับผู้นำ

ขณะเดียวกัน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้มีการเจรจาแบบสามฝ่าย ระหว่างสหรัฐฯ รัสเซีย และจีน เพื่อกำหนดกรอบจำกัดอาวุธนิวเคลียร์ฉบับใหม่ อย่างไรก็ตาม จีนยังปฏิเสธเข้าร่วมการเจรจาลดอาวุธในระยะนี้ โดยให้เหตุผลว่ายังไม่ถึงเวลาอันสมควร.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ทรัมป์

หุ้นญี่ปุ่นพุ่งแรง หลัง “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” จ่อชนะเลือกตั้งถล่มทลาย

หุ้นญี่ปุ่นพุ่งแรง หลัง “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” จ่อชนะเลือกตั้งถล่มทลาย

9 ก.พ. 2569 08:22 น.

หุ้นญี่ปุ่นพุ่งแรง หลัง “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” จ่อชนะเลือกตั้งถล่มทลาย

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นคึกคัก ดัชนีนิกเกอิ พุ่งกว่า 5% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับข่าวนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ คว้าชัยเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ เสริมความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อทิศทางเศรษฐกิจ

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง โดยดัชนีนิกเกอิ 225 พุ่งขึ้นกว่า 5.6% ทะลุระดับ 57,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังนายกรัฐมนตรีหญิงซานาเอะ ทาคาอิจิ คว้าชัยชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ส่งผลให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นนำการปรับตัวขึ้นในภูมิภาคเอเชีย

โดยสถานีโทรทัศน์ NHK รายงานว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย หรือแอลดีพี  ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล สามารถครองเสียงข้างมากระดับ  2 ใน3  ในสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 465 ที่นั่ง นับเป็นชัยชนะครั้งสำคัญที่มอบอำนาจบริหารประเทศอย่างแข็งแกร่งให้กับรัฐบาลทาคาอิจิ

นักวิเคราะห์จาก Aberdeen Investments ระบุว่า ชัยชนะอย่างเด็ดขาดของทาคาอิจิถือเป็นผลลัพธ์เชิงบวกต่อตลาดในระยะกลาง เนื่องจากเปิดทางให้รัฐบาลเดินหน้าการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์และการปฏิรูปภาษี ซึ่งจะช่วยหนุนตลาดหุ้นญี่ปุ่นในระยะต่อไป 

นอกจากนิกเกอิแล้ว ดัชนี Topix ก็ปรับตัวขึ้นกว่า 3% ทำสถิติสูงสุดเช่นกัน ขณะที่ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 156.88 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ.  

ที่มา CNBC

คนไทยในแคนาดา โหวตเห็นชอบ สมควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

คนไทยในแคนาดา โหวตเห็นชอบ สมควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

9 ก.พ. 2569 05:11 น.

คนไทยในแคนาดา โหวตเห็นชอบ สมควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

คนไทยในหลายพื้นที่ของแคนาดาร่วมลงคะแนนเสียงประชามติ โดยผลการนับคะแนนซึ่งเสร็จสิ้น 100% แล้ว ชี้ว่า เกือบทั้งหมด “เห็นชอบ” สมควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แพรวพิมพ์ เขียวบริบูรณ์ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำแคนาดารายงานว่า สถานเอกอัครราชทูต กรุงออตตาวา เปิดการนับบัตรออกเสียงประชามติเห็นชอบหรือไม่กับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ณ สถานเอกอัครราชทูตกรุงออตตาวา

น.ส.ปารณีย์ คล้ายสุบรรณ์ อุปทูตรักษาการ ปฏิบัติราชการแทนเอกอัครราชทูตกรุงออตตาวา ได้เปิดการนับบัตรออกเสียงลงประชามติของผู้มีสิทธิ์ที่ขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ในพื้นที่แคนาดาฝั่งตะวันออก ครอบคลุมรัฐต่างๆ ของแคนาดา เช่น รัฐออนแทรีโอ, รัฐควิเบก, รัฐโนวาสโกเชีย เป็นต้น

โดยในเวลา 9:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา (ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 12 ชั่วโมง) ณ สถานเอกอัครราชทูตกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา มีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และประชาชนผู้สมัครเข้าร่วมสังเกตการณ์และเป็นสักขีพยานการนับ รวมทั้งสิ้น 12 คน

ทั้งนี้ น.ส.ปารณีย์ คล้ายสุบรรณ์ กล่าวว่า มีบัตรออกเสียงประชามติในพื้นที่แคนาดาฝั่งตะวันออก ทั้งหมด 1,037 ใบ ที่ได้รับจากทางไปรษณีย์และจากการเข้าคูหาของประชาชนที่มาใช้สิทธิ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

ผลการนับคะแนนบัตรออกเสียงประชามติทั้งหมดที่ได้รับจากทางไปรษณีย์และจากการที่ประชาชนเดินทางมาเข้าคูหาเมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา จำนวนทั้งสิ้น 1037 ใบ มีผู้เห็นชอบ 915 เสียง ไม่เห็นชอบ 98 เสียง ไม่แสดงความคิดเห็น 23 เสียง และบัตรเสีย 1 ใบ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

เอกสารแฉ แอนดรูว์เผยข้อมูลลับ ตอนเป็นทูตการค้าให้เอปสตีนรู้

เอกสารแฉ แอนดรูว์เผยข้อมูลลับ ตอนเป็นทูตการค้าให้เอปสตีนรู้

9 ก.พ. 2569 04:22 น.

เอกสารแฉ แอนดรูว์เผยข้อมูลลับ ตอนเป็นทูตการค้าให้เอปสตีนรู้

เอกสารชุดล่าสุดที่สหรัฐฯ เปิดเผยออกมาชี้ว่า อดีตเจ้าชายแอนดรูว์เปิดเผยข้อมูลจากการปฏิบัติงานเป็นทูตการค้าของเขา ให้นายเจฟฟรีย์ เอปสตีน รู้ รวมถึงแนะนำโอกาสลงทุนด้วย

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า ข้อมูลจากเอกสารชุดล่าสุดที่ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ เปิดเผยออกมาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ชี้ว่า แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ ดูเหมือนจะตั้งใจเปิดเผยข้อมูลลับจากการปฏิบัติหน้าที่ทูตการค้าของเขาในช่วงปี 2553-2554 ให้ เจฟฟรีย์ เอปสตีน รู้

ภายใต้แนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการ ทูตการค้ามีหน้าที่ต้องรักษาความลับเกี่ยวกับข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ข้อมูลเชิงพาณิชย์ หรือข้อมูลทางการเมืองเกี่ยวกับการปฏิบัติภารกิจอย่างเป็นทางการ และตามกฎหมาย หน้าที่ในการรักษาความลับนี้จะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปหลังจากสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่ง

แต่ในอีเมลที่ได้รับการเปิดเผยออกมาระบุว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2553 แอนดรูว์ได้ส่งรายละเอียดการเดินทางอย่างเป็นทางการที่จะมีขึ้นในฐานะทูตการค้าไปยังสิงคโปร์ เวียดนาม เซินเจิ้นในจีน และฮ่องกง ให้กับเอปสตีน โดยในการเดินทางดังกล่าวมีพันธมิตรทางธุรกิจของเอปสตีนร่วมเดินทางไปด้วย

หลังจากเสร็จสิ้นการเดินทาง ในวันที่ 30 พ.ย.ปีเดียวกัน ดูเหมือนว่าแอนดรูว์จะส่งต่อรายงานอย่างเป็นทางการให้กับนายเอปสตีน หลังจากที่อดีตเจ้าชายรายนี้ได้รับรายงานดังกล่าวจาก อามิต พาเทล ผู้ช่วยของเขาเพียง 5 นาทีเท่านั้น

แอนดรูว์เคยกล่าวในรายการ BBC Newsnight เมื่อปี 2562 ว่า เขาพบเอปสตีนครั้งสุดท้ายที่นิวยอร์กในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2553 เพื่อบอกนักการเงินชื่อฉาวผู้นี้ว่าเขากำลังยุติมิตรภาพระหว่างกัน

อย่างไรก็ตาม ในวันคริสต์มาสอีฟปีนั้น แอนดรูว์ส่งอีเมลถึงเอปสตีนเพื่อแจ้งข้อมูลลับเกี่ยวกับโอกาสในการลงทุนในการบูรณะจังหวัดเฮลมานด์ ประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งในขณะนั้นดูแลโดยกองทัพอังกฤษและได้รับทุนจากเงินของรัฐบาลสหราชอาณาจักร

ณ เวลานั้น นายเอปสตีนถูกตัดสินว่าเป็นผู้กระทำความผิดคดีทางเพศไปแล้ว

ในอีเมลฉบับต่อมาลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 แอนดรูว์เสนอแนะว่าเอปสตินอาจลงทุนในบริษัทจัดการลงทุนเจ้าหนึ่งที่เขาเดินทางไปเยือนเมื่อสัปดาห์ก่อนด้วย

ทั้งนี้ แอนดรูว์ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนายเอปสตีนมาตลอด หลังถูกผู้หญิงหลายรายกล่าวหาว่า ล่วงละเมิดทางเพศ โดยมีนายเอปสตีนเป็นธุระจัดหา ทำให้เขาเริ่มถอนตัวจากการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเชื้อพระวงศ์มากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถูกถอดถอนพระอิสริยยศเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แอนดรูว์ย้ายออกจากคฤหาสน์ “รอยัล ลอดจ์” (Royal Lodge) ในวินด์เซอร์ไปยังตำหนักแซนดริงแฮม ในเมืองนอร์ฟอล์กแล้ว ในระหว่างที่บ้านหลังใหม่ของเขาอยู่ระหว่างการปรับปรุง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านสั่งจำคุก นักเคลื่อนไหวหญิง เจ้าของโนเบลสันติภาพอีก 7 ปีครึ่ง

อิหร่านสั่งจำคุก นักเคลื่อนไหวหญิง เจ้าของโนเบลสันติภาพอีก 7 ปีครึ่ง

9 ก.พ. 2569 03:14 น.

อิหร่านสั่งจำคุก นักเคลื่อนไหวหญิง เจ้าของโนเบลสันติภาพอีก 7 ปีครึ่ง

(ภาพจาก AFP PHOTO / NARGES MOHAMMADI FOUNDATION)

ศาลอิหร่านพิพากษาจำคุกนางนาร์เกส โมฮัมมาดี นักเคลื่อนไหวเจ้าของโนเบลสันติภาพอีก 7 ปีครึ่ง ทำให้โทษจำคุกรวมทั้งหมดของเธอเพิ่มขึ้นเป็น 44 ปีแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 นายมุสตาฟา นิลี ทนายความของนางนาร์เกส โมฮัมมาดี นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนชาวอิหร่าน เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เปิดเผยว่า เธอถูกศาลอิหร่านตัดสินจำคุกเพิ่มอีก 7 ปีครึ่ง

นายนิลีประกาศผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ว่า นางโมฮัมมาดี ถูกศาลในเมืองมัชฮัด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ตัดสินจำคุก 6 ปี ในข้อหา “ชุมนุมและสมรู้ร่วมคิด” กับอีก 1 ปีครึ่ง ในข้อหา “ทำกิจกรรมโฆษณาชวนเชื่อ”

ทั้งนี้ นางโมฮัมมาดีวัย 53 ปี ได้รับรางวัลในปี 2566 ในขณะที่เธอถูกคุมขังในเรือนจำ จากการทำกิจกรรมต่อต้านการกดขี่สตรีในอิหร่าน

นอกจากโทษจำคุกดังกล่าวแล้ว โมฮัมมาดียังถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศเป็นเวลาสองปี และถูกสั่งเนรเทศไปยังภูมิภาคคูสฟ์ (Khusf) ทางตะวันออกเป็นเวลาสองปีด้วย

นายนิลีบอกอีกว่า ลูกความของเขาเพิ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมื่อ 3 วันก่อน เนื่องจากสภาพร่างกายที่ย่ำแย่ ก่อนจะถูกส่งตัวกลับไปยังศูนย์กักกันที่เธอถูกคุมขังอยู่ “เมื่อเธอเริ่มอธิบายเหตุการณ์และวิธีการที่เธอถูกกักตัว สายโทรศัพท์ก็ถูกตัดไป”

ด้านนายทากี ราห์มานี สามีของโมฮัมมาดี กล่าวว่า เธอไม่ได้ให้การแก้ต่างใดๆ ในขณะที่อยู่ในศาล เนื่องจากความเชื่อที่แน่วแน่ของเธอว่า กระบวนการยุติธรรมนี้ไม่มีความชอบธรรม และเธอมองว่าการกระบวนการเหล่านี้เป็นเพียงการแสดงละครที่มีจุดจบที่กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วเท่านั้น

อนึ่ง คำพิพากษาล่าสุดทำให้โทษจำคุกที่โมฮัมมาดีจะได้รับเพิ่มขึ้นเป็น 44 ปี โดยก่อนหน้านี้ต้องอยู่ในคุกรวมกว่า 10 ปี จากนั้นในปี 2564 เธอถูกตัดสินจำคุก 13 ปี ข้อหาทำกิจกรรมโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านรัฐ และสมรู้ร่วมคิดต่อต้านความมั่นคงของรัฐ

เธอได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจากเรือนจำเอวิน (Evin) ที่ขึ้นชื่อของเตหะรานเป็นเวลา 3 สัปดาห์ในเดือนธันวาคม 2567 ด้วยเหตุผลทางการแพทย์ ก่อนที่เธอจะถูกจับกุมซ้ำอีกครั้งในเดือนธันวาคม 2568 ขณะเข้าร่วมพิธีรำลึกการเสียชีวิตของนายคอสโรว์ อลิคอร์ดี ทนายความที่ถูกพบเป็นศพในสำนักงานของเขาเมื่อต้นเดือนธันวาคม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สื่อนอกชี้ “กำแพงสีน้ำเงิน” พาภูมิใจไทยผงาด ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย

สื่อนอกชี้ “กำแพงสีน้ำเงิน” พาภูมิใจไทยผงาด ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย

9 ก.พ. 2569 00:49 น.

สื่อนอกชี้ “กำแพงสีน้ำเงิน” พาภูมิใจไทยผงาด ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย

สื่อต่างประเทศรายงานข่าวชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งทั่วไปที่เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยวิเคราะห์ว่า “กำแพงสีน้ำเงิน” ปัจจัยที่ทำให้พวกเขาคว้าชัยชนะถล่มทลาย

สำนักข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย (CNA) ของสิงคโปร์ รายงานว่า จากการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศเมื่อวันอาทิตย์ ที่ 8 ก.พ. 2569

ณ เวลา 23.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น คาดการณ์ว่าพรรคภูมิใจไทยชนะที่นั่งในระบบแบ่งเขตไปได้ 175 ที่นั่ง จากทั้งหมด 400 ที่นั่ง และเมื่อรวมกับพรรคกล้าธรรมซึ่งเป็นพันธมิตรที่คาดว่าจะได้รับ 56 ที่นั่ง หมายความว่านายอนุทินอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบสูงสุดในการเป็นผู้นำรัฐบาลชุดต่อไป

พรรคที่มาเป็นอันดับสองรองจากภูมิใจไทยคือพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคแนวทางก้าวหน้า ได้ไป 85 ที่นั่ง ตามมาด้วยพรรคเพื่อไทยของตระกูลชินวัตร ได้ไป 60 ที่นั่ง

พรรคภูมิใจไทยจะได้รับที่นั่งเพิ่มขึ้นเมื่อการจัดสรร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งคำนวณตามสัดส่วนของคะแนนเสียงทั้งหมดเสร็จสิ้นลง ซึ่งอาจใช้เวลาอย่างน้อยสองสัปดาห์จึงจะมีการประกาศรับรองอย่างเป็นทางการ

CNA ระบุว่า ชัยชนะของภูมิใจไทยได้มาจากการสร้าง “กำแพงสีน้ำเงิน” ซึ่งเป็นสีประจำพรรค ล้อมรอบกรุงเทพมหานคร โดยพรรคได้สร้างแคมเปญหาเสียงที่เน้นฐานเสียงสนับสนุนที่แข็งแกร่งในต่างจังหวัด

แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่แนวคิดใหญ่ๆ หรืออุดมการณ์ทางการเมืองที่ครอบคลุม ภูมิใจไทยค่อยๆ สร้างฐานรากที่น่าเกรงขามในพื้นที่สำคัญๆ ของประเทศ โดยใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของตระกูลและกลุ่มการเมืองที่แข็งแกร่ง และส่งผลให้สามารถเข้าควบคุมความเคลื่อนไหวอนุรักษ์นิยมของไทยไว้ได้

พื้นที่จำนวนมากที่เคยเป็นฐานเสียงของพรรคต่างๆ ของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร มานานหลายปี ได้เปลี่ยนจากสีแดงของพรรคเพื่อไทยมาเป็นสีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทย

ในช่วงก่อนการลงคะแนนเสียง ผู้นำระดับสูงของภูมิใจไทยได้เน้นย้ำถึงอัตลักษณ์ของพรรคในฐานะพรรคการเมืองฝ่ายขวาและมีความรักชาติอย่างลึกซึ้ง โดยพรรคได้วางตำแหน่งตัวเองเป็นทางเลือกที่เน้นความมั่นคงและเน้นแนวทางปฏิบัติจริง เมื่อเทียบกับคู่แข่งฝ่ายปฏิรูปอย่างพรรคประชาชน

แพลตฟอร์มการหาเสียงของพรรคยังรวมถึงการขยายโครงการอุดหนุนที่เป็นที่นิยมเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและเร่งการเติบโต ข้อเสนอที่จะลดราคาไฟฟ้า และการลงทุนอย่างหนักในด้านความมั่นคงของชาติ

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ท่าทีของนายอนุทินในการแสดงความแข็งแกร่งของไทย การปกป้องพรมแดน และการรวมศูนย์อำนาจและบทบาทของกองทัพในกิจการของชาติ ท่ามกลางบรรยากาศของความไม่แน่นอนและความภาคภูมิใจในชาติ เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ของพรรคในการคว้าคะแนนเสียง

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกับ CNA ก่อนการลงคะแนนเสียงว่า การเลือกตั้งที่ประกาศจัดขึ้นไม่ถึง 100 วันหลังนายอนุทินรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้เขาสามารถใช้ประโยชน์จากความรู้สึกชาตินิยมที่ถูกปลุกเร้าจากการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเวลาหลายเดือน

นับตั้งแต่ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและตลอดการหาเสียงเลือกตั้ง นายอนุทินให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งเป็นภูมิภาคที่กว้างใหญ่ประกอบด้วย 20 จังหวัดเป็นลำดับแรกๆ ในทางกลับกัน คู่แข่งของพรรคกลับอ่อนแอลงจากผลกระทบทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชา

การจัดการปัญหาดังกล่าวของพรรคเพื่อไทยทำให้เกิดกระแสต่อต้านที่นำไปสู่การถอดถอนแพทองธาร ชินวัตร จากความผิดฐานละเมิดจริยธรรม ในขณะที่พรรคประชาชนถูกต่อต้านจากความพยายามในอดีตที่จะท้าทายบทบาทของกองทัพในชีวิตระดับชาติ

คาดว่าจำนวนที่นั่งในสภาของอนุทินจะได้รับการเสริมความแข็งแกร่งโดยพรรคกล้าธรรม ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมที่นำโดยธรรมนัส พรหมเผ่า นักการเมืองอาวุโส พรรคกล้าธรรมยังได้ลงทุนอย่างหนักในการเมืองท้องถิ่นและผู้นำระดับรากหญ้า โดยมีนโยบายที่มุ่งเน้นเรื่องเกษตรกรรม สิทธิในที่ดิน และสวัสดิการสังคม

อิทธิพลของพรรคเติบโตอย่างรวดเร็วจากการมุ่งเป้าไปที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอื่นๆ โดย ส.ส. 20 คนจากพรรคพลังประชารัฐได้เข้าร่วมกับพรรคกล้าธรรมอย่างเป็นทางการหลังจากถูกขับออกจากพรรคเดิมเมื่อปลายปี 2567 ส่งผลให้พรรคมีกลุ่ม ส.ส. ขนาดใหญ่ในการเข้าสู่การเลือกตั้งปี 2569

พรรคภูมิใจไทยสามารถคว้าเก้าอี้ ส.ส.ได้ในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้และภาคเหนือ

ด้านพรรคเพื่อไทยซึ่งทุ่มเททรัพยากรส่วนใหญ่ไปกับการสร้างฐานที่มั่นในภาคเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดสำคัญอย่างเชียงใหม่และเชียงราย กลับเห็นฐานเสียงสนับสนุนลดน้อยถอยลง ส่วนพรรคประชาชนมีแนวโน้มที่จะคว้าที่นั่งส่วนใหญ่ในเขตเมืองของภาคเหนือ ในขณะที่พรรคกล้าธรรมครองพื้นที่ชนบท

สถานการณ์นี้ทำให้พรรคเพื่อไทยเหลือฐานอำนาจเพียงไม่กี่แห่ง ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ในภาคอีสาน ได้แก่ จังหวัดเลยและจังหวัดกาฬสินธุ์

ก่อนการลงคะแนนเสียง นักวิเคราะห์กล่าวกับ CNA ว่าหากพรรคเพื่อไทย ซึ่งถูกครอบงำโดยตระกูลชินวัตรมาอย่างยาวนาน ไม่สามารถสร้างอิทธิพลในภาคเหนือได้ ช่วงเวลาของการเป็นตัวละครหลักในการเมืองไทยของพวกเขาอาจจะจบลงแล้ว

ที่นั่งแบบแบ่งเขต 60 ที่นั่งที่คาดการณ์ว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นับว่าลดลงอย่างมากจากการเลือกตั้งในปี 2566 ที่เคยได้ถึง 112 ที่นั่ง บวกกับที่นั่งแบบบัญชีรายชื่ออีก 29 ที่นั่ง

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อคืนวันอาทิตย์ว่า พรรคต้องเคารพ “เสียงของประชาชน”

“เราต้องเคารพผลการเลือกตั้ง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ผลเลือกตั้ง 2569 “พรรคประชาชน” ปักธงสีส้ม กวาดพื้นที่กรุงเทพฯ ครบทั้ง 33 เขต

ผลเลือกตั้ง 2569 "พรรคประชาชน" ปักธงสีส้ม กวาดพื้นที่กรุงเทพฯ ครบทั้ง 33 เขต

8 ก.พ. 2569 23:37 น.

ผลเลือกตั้ง 2569 “พรรคประชาชน” ปักธงสีส้ม กวาดพื้นที่กรุงเทพฯ ครบทั้ง 33 เขต

อัปเดตผลเลือกตั้ง 2569 คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ณ เวลา 22.57 น. นับแล้ว 53% พื้นที่กรุงเทพฯ “พรรคประชาชน” คะแนนนำเป็นอันดับ 1 ครองสีส้ม ครบทั้ง 33 เขต

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผลเลือกตั้ง 2569 ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เริ่มทยอยเผยแพร่ผลอย่างไม่เป็นทางการให้ประชาชนทราบแล้ว หลังจากปิดหีบเป็นที่เรียบร้อยแล้วในเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา โดย กกต. คาดว่าจะทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเกิน 90% ของทั้งหมด ได้ในเวลาประมาณ 21.00 – 23.00 น.

สำหรับ ผลเลือกตั้ง 2569 อัปเดตล่าสุด เมื่อเวลา 23.04 น. นับแล้ว 53% คะแนนอย่างไม่เป็นทางการจาก กกต. โดยพบว่า “พรรคประชาชน” คะแนนนำเป็นอันดับ 1 กวาดครบทั้ง 33 เขต ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 

ทั้งนี้ ทาง กกต. จะตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งก่อนจะประกาศรับรองภายใน 60 วัน ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารการเลือกตั้งและผลการอัปเดตคะแนนเลือกตั้งทั้งหมด กับไทยรัฐออนไลน์ ได้ที่นี่ (คลิก)

ดับแล้ว 8 ศพ เกิดระเบิดที่โรงงานในจีน พบควันสีเหลืองพวยพุ่ง

ดับแล้ว 8 ศพ เกิดระเบิดที่โรงงานในจีน พบควันสีเหลืองพวยพุ่ง

8 ก.พ. 2569 23:12 น.

ดับแล้ว 8 ศพ เกิดระเบิดที่โรงงานในจีน พบควันสีเหลืองพวยพุ่ง

เหตุระเบิดที่โรงงานเทคโนโลยีชีวภาพของจีนเมื่อวันเสาร์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ศพแล้ว โดยยังไม่ทราบสาเหตุการระเบิดที่แน่ชัด ขณะสื่อท้องถิ่นระบุว่า มีควันสีเหลืองเข้มพวยพุ่งออกมาจากจุดเกิดเหตุ

สำนักข่าว ซินหัว รายงานในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดที่โรงงานเทคโนโลยีชีวภาพ ของบริษัท เจียเผิง ไบโอเทค ในมณฑลซานซี ทางตอนเหนือของจีนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 8 ศพ แล้ว หลังจากพบศพผู้เคราะห์ร้าย 1 คนที่ก่อนหน้านี้หาตัวไม่พบ

บริษัทดังกล่าวตั้งอยู่ในเขต ซานอิน ห่างจากกรุงปักกิ่งไปทางตะวันตกราว 400 กม. โดยในเบื้องต้นยังไม่แน่ชัดว่าสาเหตุของการระเบิดคืออะไร ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสืบสวน ขณะที่สื่อท้องถิ่นระบุว่า เห็นควันสีเหลืองเข้มพวยพุ่งออกมาจากจุดที่เกิดการระเบิด และตัวแทนทางกฎหมายของบริษัทถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้แล้ว

อนึ่ง นี่ไม่ใช่เหตุระเบิดในโรงงานครั้งแรกของจีนในปีนี้ โดยเมื่อปลายเดือนมกราคมก็เพิ่งเกิดเหตุระเบิดที่โรงงานเหล็กในมณฑลมองโกเลียใน ซึ่งอยู่ใกล้กับมณฑลซานซี ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ศพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เกาหลีเหนือ จ่อประชุมใหญ่พรรคแรงงาน ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564

เกาหลีเหนือ จ่อประชุมใหญ่พรรคแรงงาน ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564

8 ก.พ. 2569 21:33 น.

เกาหลีเหนือ จ่อประชุมใหญ่พรรคแรงงาน ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564

เกาหลีเหนือเตรียมจัดการประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลีครั้งที่ 9 ในช่วงปลายเดือนนี้ ท่ามกลางการจับตามองจากทั่วโลกว่า รัฐบาลคิมจะมีนโยบายอะไรบ้างในอนาคต

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) สื่อของรัฐบาลเกาหลีเหนือ เปิดเผยว่า ผู้นำประเทศจะจัดการประชุมใหญ่ของพรรคแรงงานเกาหลี (WPK) ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ถือเป็นการจัดประชุมใหญ่พรรคครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564

KCNA ระบุว่า การตัดสินใจจัดการประชุมดังกล่าว เกิดขึ้นในการประชุมผู้นำระดับสูงของพรรคแรงงานเกาหลี ซึ่ง คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดเข้าร่วมด้วย

“คณะกรรมการบริหารของคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานเกาหลี ลงมติเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ที่จะเปิดการประชุมใหญ่ครั้งที่ 9 ของพรรคแรงงานเกาหลีในกรุงเปียงยาง เมืองหลวงแห่งการปฏิวัติ ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569” KCNA รายงาน

การประชุมใหญ่พรรคครั้งล่าสุด ซึ่งเป็นครั้งที่ 8 เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2564 โดยในการประชุมครั้งนั้น คิม จอง-อึน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เคยสงวนไว้สำหรับ คิม จอง-อิล ผู้นำสูงสุดคนก่อนและบิดาผู้ล่วงลับของเขา ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นความเคลื่อนไหวเพื่อเสริมสร้างอำนาจให้ คิม จอง-อึน

ทั้งนี้ การประชุมพรรคแรงงานเกาหลีถือเป็นเวทีประชุมสูงสุดของพรรครัฐบาลเกาหลีเหนือ เพื่อเป็นฉากทัศน์ทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่เพื่อเสริมสร้างอำนาจของระบอบการปกครอง และสามารถใช้เป็นเวทีสำหรับการประกาศการเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือการปรับเปลี่ยนบุคลากรระดับสูง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 "พรรคทางเลือกใหม่" ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

8 ก.พ. 2569 20:19 น.

อัปเดตผลคะแนนเลือกตั้ง 2569 “พรรคทางเลือกใหม่” ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

ผลเลือกตั้ง 2569 คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ หลังนับไปแล้ว 3% เมื่อเวลา 19.56 น. “พรรคทางเลือกใหม่” ที่มี “เต้ มงคลกิตติ์” เป็นแคนดิเดตนายกฯ ล่าสุดได้ 1 ที่นั่ง

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ผลเลือกตั้ง 2569 ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เริ่มทยอยเผยแพร่ผลอย่างไม่เป็นทางการให้ประชาชนทราบแล้ว หลังจากปิดหีบเป็นที่เรียบร้อยแล้วในเวลา 17.00 น. ที่ผ่านมา โดย กกต. คาดว่าจะทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเกิน 90% ของทั้งหมด ได้ในเวลาประมาณ 21.00 – 23.00 น.

โดยผลเลือกตั้ง 2569 อย่างไม่เป็นทางการ อัปเดตล่าสุดเมื่อเวลา 19.56 น. นับแล้ว 3% พบว่า พรรคภูมิใจไทย คะแนนนำมาเป็นอันดับ 1 รวม 192 ที่นั่ง ตามด้วย พรรคเพื่อไทย รวม 84 ที่นั่ง และ พรรคประชาชน มาเป็นอันดับ 3 รวม 75 ที่นั่ง

ขณะที่ “พรรคทางเลือกใหม่” ซึ่งมีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ เต้ พระราม 7 เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี อันดับ 3 มีผลคะแนน ดังนี้

สส.บัญชีรายชื่อ : 1 ที่นั่ง

สส.เขต : 0 ที่นั่ง

อย่างไรก็ตาม ทาง กกต. จะตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งก่อนจะประกาศรับรองภายใน 60 วัน ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารการเลือกตั้งและผลการอัปเดตคะแนนเลือกตั้งทั้งหมด กับไทยรัฐออนไลน์ได้ที่นี่ https://www.thairath.co.th/election69