เดลซี โรดริเกซ สาบานตนรับตำแหน่ง รักษาการ ปธน.เวเนซุเอลาแล้ว

เดลซี โรดริเกซ สาบานตนรับตำแหน่ง รักษาการ ปธน.เวเนซุเอลาแล้ว

6 ม.ค. 2569 03:06 น.

เดลซี โรดริเกซ สาบานตนรับตำแหน่ง รักษาการ ปธน.เวเนซุเอลาแล้ว

เดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา สาบานตนรับตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีแล้ว ไม่กี่วันหลังจากนาย นิโกลัส มาดูโร ถูกสหรัฐฯ บุกจับกุมตัวในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง

เมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 5 ม.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น นางเดลซี โรดริเกซ เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีนาย ฮอร์เก โรดริเกซ ประธานสมัชชาแห่งชาติและเป็นพี่ชายของนางโรดริเกซ เป็นผู้ดำเนินการประกอบพิธี

ผู้นำรักษาการของเวเนซุเอลากล่าวว่า เธอเข้าพิธีสาบานตนด้วยความหนักอึ้งในใจต่อสิ่งที่เธอถือว่าเป็นการ “ลักพาตัว” ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ซิเลีย ฟลอเรส

“ดิฉันมาที่นี่ในฐานะรองประธานาธิบดีฝ่ายบริหารของนาย นิโกลัส มาดูโร ผู้เป็นประธานาธิบดีอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐโบลีวาร์แห่งเวเนซุเอลา เพื่อเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่ง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

มาดูโรขึ้นศาลสหรัฐฯ ไม่รับผิดทุกข้อหา ลั่นยังเป็น ปธน.เวเนซุเอลา

มาดูโรขึ้นศาลสหรัฐฯ ไม่รับผิดทุกข้อหา ลั่นยังเป็น ปธน.เวเนซุเอลา

6 ม.ค. 2569 02:38 น.

มาดูโรขึ้นศาลสหรัฐฯ ไม่รับผิดทุกข้อหา ลั่นยังเป็น ปธน.เวเนซุเอลา

นิโกลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลากับภริยา ขึ้นศาลในนิวยอร์กแล้ว โดยทั้งสองปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยนายมาดูโรยืนยันว่า ตัวเขายังเป็นประธานาธิบดีของเวเนซุเอลาอยู่

เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ม.ค. 2569 ตามเวลาท้องถิ่นของรัฐนิวยอร์ก นายนิโกลัส มาดูโร กับ ซิเลีย ฟลอเรส ในชุดนักโทษสีส้มและถูกล่ามโซ่ที่เท้า ถูกเจ้าหน้าที่พาตัวมายังศาลเขตใต้แห่งนิวยอร์ก เพื่อรับฟังการพิจารณาคดีและรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งทั้งคู่ต่างปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

“ผมเป็นผู้บริสุทธิ์ ผมไม่มีความผิด” มาดูโรบอกกับผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลาง อัลวิน เฮลเลอร์สไตน์ “ผมเป็นคนที่มีเกียรติ” ก่อนจะกล่าวเสริมว่า “ผมไม่มีความผิดในเรื่องใดก็ตามที่ถูกระบุในที่นี้”

หลังจากมาดูโรปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้ง 4 กระทงซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายยาเสพติดกับอาวุธปืนแล้ว เขาก็กล่าวว่า “ผมยังคงเป็นประธานาธิบดีของประเทศผมอยู่” ก่อนที่จะถูกผู้พิพากษาพูดขัดขึ้น

ด้านนางฟลอเรสก็ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาเช่นกัน โดยเธอบอกกับผู้พิพากษาว่า เธอ “ไม่มีความผิด และเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างสิ้นเชิง”

นายมาดูโรกับนางฟลอเรสไม่ได้ยื่นขอประกันตัวหรือขอปล่อยตัวชั่วคราว ขณะที่ผู้พิพากษากำหนดวันพิจารณาคดีครั้งต่อไปไว้ในวันที่ 17 มี.ค. เวลา 11.00 น. ตามเวลาตะวันออก (ET)

ทั้งนี้ นายมาดูโร ในวัย 63 ปี พยายามจะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ขณะที่เขาถูกจับกุม ในตอนที่ผู้พิพากษาขอให้เขายืนยันตัวตน โดยเขาระบุผ่านล่ามว่า “ผมถูกจับกุมที่บ้านในกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา”

มาดูโรประกาศด้วยว่าเขาคือประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา ขณะที่ผู้พิพากษาตอบกลับว่า “จะมีเวลาและสถานที่ที่เหมาะสมในการลงรายละเอียดเรื่องทั้งหมดนี้”

เมื่อผู้พิพากษาถามว่าเขาต้องการให้ศาลอ่านคำฟ้องให้ฟังหรือไม่ มาดูโรตอบว่า “ผมเพิ่งได้ถือมันไว้ในมือเป็นครั้งแรก” และบอกว่าเขาขออ่านรายละเอียดทั้งหมดด้วยตัวเองดีกว่า

ด้านนายแบร์รี พอลแล็ค ทนายความของนายมาดูโรบอกกับผู้พิพากษาว่า ลูกความของเขาจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือทางการแพทย์ เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพและทางการแพทย์บางอย่างที่ต้องได้รับการดูแล

ขณะที่ มาร์ก ดอนเนลลี ทนายความของฟลอเรส ระบุว่าอดีตสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งเวเนซุเอลา ได้รับบาดเจ็บอย่างมีนัยสำคัญระหว่างการถูกลักพาตัว โดยเขาสันนิษฐานว่าเธออาจมีอาการกระดูกหักหรือมีรอยฟกช้ำรุนแรงที่ซี่โครง และจำเป็นต้องได้รับการตรวจร่างกายอย่างละเอียด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ลูกมาดูโรลั่น พ่อถูกสหรัฐฯ ลักพาตัว ชี้คุกคามเสถียรภาพโลก

ลูกมาดูโรลั่น พ่อถูกสหรัฐฯ ลักพาตัว ชี้คุกคามเสถียรภาพโลก

6 ม.ค. 2569 01:35 น.

ลูกมาดูโรลั่น พ่อถูกสหรัฐฯ ลักพาตัว ชี้คุกคามเสถียรภาพโลก

ลูกชายของนายนิโกลัส มาดูโร กล่าวโจมตีสหรัฐฯ ว่าลักพาตัวพ่อของเขา พร้อมเตือนนานาชาติว่า หากนิ่งเฉยเหตุการณ์เช่นนี้อาจเกิดขึ้นกับประเทศอื่นได้เช่นกัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ม.ค. 2569 นายนิโกลัส มาดูโร เกร์รา บุตรชายของนายนิโกลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลาผู้ถูกโค่นอำนาจ ออกมากล่าวว่า พ่อของเขาถูกสหรัฐฯ “ลักพาตัว” และเรียกร้องให้นานาชาติเป็นหนึ่งเดียวกันร่วมกับเขา เพื่อให้พ่อของเขาสามารถเดินทางกลับสู่เวเนซุเอลาได้

นายมาดูโร เกร์รา มีถ้อยแถลงดังกล่าวระหว่างการเปิดประชุมสมัชชาแห่งชาติของเวเนซุเอลา ซึ่งจัดขึ้น 2 วัน หลังจากที่นายมาดูโรกับนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยาของเขาถูกจับกุมในปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในกรุงการากัส เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ นายมาดูโร เกร์รา ระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการละเมิดอธิปไตยของเวเนซุเอลา และเตือนว่าเหตุการณ์เช่นนี้อาจเกิดขึ้นกับประเทศอื่นได้เช่นกัน

“หากเรายอมรับว่าการลักพาตัวประมุขแห่งรัฐเป็นเรื่องปกติ ก็จะไม่มีประเทศใดปลอดภัย วันนี้เป็นเวเนซุเอลา พรุ่งนี้อาจเป็นประเทศใดก็ได้ที่ปฏิเสธจะยอมสยบ นี่ไม่ใช่ปัญหาของภูมิภาค แต่มันคือภัยคุกคามโดยตรงต่อเสถียรภาพโลก ต่อมนุษยชาติ และต่อความเท่าเทียมในอธิปไตยของนานาประเทศ” นายมาดูโร เกร์รา กล่าว

“ประชาชนทั่วโลก ผมขอกล่าวกับพวกคุณว่า ความเป็นหนึ่งเดียวกันของนานาชาติร่วมกับนิโกลัส กับซิเลีย และกับเวเนซุเอลา ไม่ใช่ทางเลือกทางการเมือง แต่มันคือหน้าที่ทางจริยธรรมและกฎหมาย การนิ่งเฉยต่อการละเมิดเหล่านี้เท่ากับว่า ผู้ที่นิ่งเงียบสมรู้ร่วมคิดไปด้วย และทำให้ระบบระหว่างประเทศที่ทุกคนอ้างว่าจะปกป้องนั้นอ่อนแอลง”

มาดูโร เกร์รา ยังได้กล่าวถึงการที่เขาถูกรวมอยู่ในรายชื่อคำฟ้องล่าสุดของสหรัฐฯ ร่วมกับพ่อ ภรรยาของพ่อ และคนอื่น ๆ ในข้อหาค้ายาเสพติดและอาวุธ ซึ่งเขาได้ปฏิเสธข้อหาเหล่านั้นโดยระบุว่า “ตัวผมและครอบครัวกำลังถูกตามล่า”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ผู้นำโคลอมเบียลั่น พร้อมจับอาวุธอีกครั้ง หากสหรัฐฯ ตัดสินใจโจมตี

ผู้นำโคลอมเบียลั่น พร้อมจับอาวุธอีกครั้ง หากสหรัฐฯ ตัดสินใจโจมตี

5 ม.ค. 2569 22:46 น.

ผู้นำโคลอมเบียลั่น พร้อมจับอาวุธอีกครั้ง หากสหรัฐฯ ตัดสินใจโจมตี

ประธานาธิบดีโคลอมเบียประกาศกร้าวว่า เขาพร้อมจะกลับไปจับอาวุธอีกครั้ง หากโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ตัดสินใจโจมตีตัวเขาหรือโคลอมเบีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ม.ค. 2569 นายกุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีโคลอมเบียเตือนว่า เขาจะกลับไปจับอาวุธอีกครั้ง หากสหรัฐฯ ตัดสินใจโจมตีตัวเขาหรือประเทศของเขา หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พูดขู่โคลอมเบียหลายครั้ง หลังส่งทหารบุกจับตัวผู้นำเวเนซุเอลาถึงในกรุงการากัส

ในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X นายเปโตรย้ำถึงความพยายามของเขาในการปราบปรามการค้ายาเสพติด ซึ่งเป็นประเด็นที่ทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์ พร้อมทั้งอ้างว่าการที่กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีกลุ่มค้ายาในโคลอมเบียนั้น เสี่ยงต่อการทำให้เด็ก ๆ ต้องเสียชีวิต และจะเป็นการผลักดันให้คนเข้าร่วมกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ขัดแย้งกับรัฐมานานมากขึ้น

“และหากพวกเขาจับกุมประธานาธิบดีที่ได้รับการสนับสนุนและเคารพจากคนส่วนใหญ่ในประเทศ พวกเขาจะทำให้เกิดการลุกฮือของประชาชนอย่างรุนแรง” นายเปโตร ซึ่งเป็นอดีตสมาชิกกลุ่มกบฏ M19 ระบุ

ประธานาธิบดีโคลอมเบียบอกอีกว่า เขาจะลงมือต่อสู้เพื่อปกป้องโคลอมเบียด้วยตนเอง “ผมเคยสาบานว่าจะไม่แตะต้องอาวุธอีก… แต่เพื่อมาตุภูมิ ผมจะกลับมาจับอาวุธอีกครั้ง”

ทั้งนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (4 ม.ค.) นายทรัมป์กล่าวโจมตีนายเปโตรอย่างรุนแรง ว่าเขาเป็น “คนป่วยที่ชอบผลิตโคเคนและขายให้กับสหรัฐฯ” และขู่ว่า “เขาจะทำแบบนั้นต่อไปได้อีกไม่นานหรอก”

เมื่อถูกนักข่าวซักไซ้ว่าความเห็นดังกล่าวหมายความว่าอาจมี “ปฏิบัติการ” ในโคลอมเบียในอนาคตหรือไม่ นายทรัมป์ตอบว่า “ฟังดูดีสำหรับผมนะ”

ด้านเปโดร ซานเชซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของโคลอมเบีย ให้สัมภาษณ์กับ เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ ในวันจันทร์ โดยเขาปฏิเสธที่จะตอบโต้คำข่มขู่ของทรัมป์ แต่เน้นย้ำว่าทั้งสองประเทศมี “ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมาก” และเขายังคงติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ โดยไม่มีการหารือเรื่องความเป็นไปได้ในการโจมตีโคลอมเบีย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

มาดูโร-ภริยา ถึงศาลในนิวยอร์กแล้ว จ่อถูกดำเนินคดีหลายข้อหา

มาดูโร-ภริยา ถึงศาลในนิวยอร์กแล้ว จ่อถูกดำเนินคดีหลายข้อหา

5 ม.ค. 2569 21:43 น.

มาดูโร-ภริยา ถึงศาลในนิวยอร์กแล้ว จ่อถูกดำเนินคดีหลายข้อหา

นิโกลัส มาดูโร อดีตผู้นำเวเนซุเอลากับภริยา ถูกควบคุมตัวไปส่งถึงอาคารศาลในรัฐนิวยอร์กแล้ว และเตรียมปรากฏตัวต่อศาลเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าตรู่วันจันทร์ที่ 5 ม.ค. 2569 ตามเวลารัฐนิวยอร์กของสหรัฐฯ นายนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาผู้ถูกโค่นอำนาจ กับนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยาของเขา ถูกพาตัวเดินทางไปถึงอาคารศาลในนิวยอร์กแล้ว และคาดว่ามาดูโรจะต้องปรากฏตัวต่อศาลภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

นายมาดูโรกับนางฟลอเรสถูกคุมตัวจากสถานกักกันเมโทรโพลิแทน ในบรูคลิน ไปยังอาคารศาลในนิวยอร์ก โดยเดินทางทั้งด้วยขบวนรถและเฮลิคอปเตอร์ ทั้งคู่ถูกบันทึกภาพในชุดสีน้ำตาลอ่อน และถูกขนาบข้างอย่างหนาแน่นโดยเจ้าหน้าที่ติดอาวุธจากหน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐฯ (DEA)

ทั้งนี้ หลังจากถูกสหรัฐฯ บุกจับกุม และพาตัวมายังรัฐนิวยอร์กเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (3 ม.ค.) นายมาดูโรกับภริยาก็ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำที่บรูคลินมาตลอด โดยมีแนวโน้มที่จะต้องอยู่ในห้องขังนานถึง 23 ชั่วโมงต่อวัน

มาดูโรถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ควบคุมเครือข่ายค้ายาเสพติดโคเคนที่มีการร่วมมือกับกลุ่มรุนแรงต่าง ๆ รวมถึงแก๊งซินาโลอาและเซตัสจากเม็กซิโก, กลุ่มกบฏฟาร์ก (FARC) จากโคลอมเบีย และแก๊ง Tren de Aragua ของเวเนซุเอลา

อดีตผู้นำเวเนซุเอลาวัย 63 ปีผู้นี้ ถูกสหรัฐฯ ฟ้องร้องในหลายข้อหา รวมถึง สมคบคิดก่อการร้ายค้ายาเสพติด, สมคบคิดนำเข้าโคเคน, ครอบครองปืนกลและอุปกรณ์ทำลายล้าง และสมคบคิดครอบครองปืนกลและอุปกรณ์ทำลายล้างเพื่อต่อต้านสหรัฐอเมริกา

อนึ่ง สถานกักกันเมโทรโพลิแทนเป็นสถานที่คุมขังนักโทษหรือผู้ต้องหาคดีอื้อฉาวมากมาย รวมถึง ฌอน “ดิดดี้” คอมบ์ส เจ้าพ่อวงการฮิปฮอป และกิสเลน แมกซ์เวลล์ เพื่อนของเจฟฟรีย์ เอปสไตน์ ผู้กระทำความผิดทางเพศ หรือนายฮวน ออร์ลันโด เอร์นันเดซ อดีตประธานาธิบดีฮอนดูรัสก็เคยถูกขังที่นี่ ก่อนที่นายทรัมป์จะมีคำสั่งอภัยโทษเมื่อเดือนธันวาคม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

มาเลเซียเตรียมเสนอกฎหมายจำกัดวาระนายกฯ ห้ามเกิน 10 ปี ป้องกันการสืบทอดอำนาจ

มาเลเซียเตรียมเสนอกฎหมายจำกัดวาระนายกฯ ห้ามเกิน 10 ปี ป้องกันการสืบทอดอำนาจ

5 ม.ค. 2569 15:38 น.

มาเลเซียเตรียมเสนอกฎหมายจำกัดวาระนายกฯ ห้ามเกิน 10 ปี ป้องกันการสืบทอดอำนาจ

นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม แห่งมาเลเซีย ประกาศเดินหน้ายื่นร่างกฎหมายจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 10 ปี หรือ 2 วาระ ภายในปีนี้ เพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้ตอนเลือกตั้ง พร้อมเปิดตัวกฎหมายเสรีภาพข้อมูลข่าวสารและจัดตั้ง “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” หวังยกระดับการปราบปรามคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน

นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญให้กับการเมืองมาเลเซีย โดยประกาศว่า รัฐบาลของเขามีแผนที่จะยื่นร่างกฎหมายต่อรัฐสภาภายในปีนี้ เพื่อจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีให้ไม่เกิน 10 ปี หรือสูงสุดเพียง 2 สมัยเท่านั้น

ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ต่อข้าราชการหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นายอันวาร์ย้ำเตือนถึงความสำคัญของการไม่ยึดติดกับอำนาจ โดยระบุว่า “ทุกคนล้วนมีวาระของตนเอง” และเมื่อดำรงตำแหน่งครบถ้วนแล้ว “มันจะดีกว่าหากเราส่งต่อหน้าที่นี้ให้กับคนรุ่นถัดไป”

ปัจจุบัน มาเลเซียไม่มีกฎหมายจำกัดวาระนายกรัฐมนตรี ซึ่งในอดีต นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด เคยดำรงตำแหน่งยาวนานถึง 22 ปีในการทำหน้าที่รอบแรก และกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้งในปี 2018 ขณะมีอายุได้ 92 ปี จนกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุมากที่สุดในโลกในเวลานั้น

นอกเหนือจากการจำกัดวาระนายกฯ นายอันวาร์ยังได้ประกาศมาตรการปฏิรูปด้านความโปร่งใสอีก 2 รายการสำคัญ ได้แก่ร่างกฎหมายเสรีภาพข้อมูลข่าวสาร (Freedom of Information Bill) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลของรัฐได้มากขึ้น การจัดตั้งสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อสร้างกลไกตรวจสอบที่เข้มข้น โดยนายอันวาร์เน้นย้ำว่า “ไม่มีข้อยกเว้น ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีลงไป ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบและพร้อมที่จะถูกตรวจสอบ”

การปฏิรูปครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเรื่องการแทรกแซงทางการเมืองในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งที่ผ่านมาอัยการสูงสุดมักถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นอิสระเนื่องจากถูกแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดคล้องกับคดีอื้อฉาว 1MDB ที่ล่าสุดศาลสูงมาเลเซียเพิ่งตัดสินจำคุกอดีตนายกฯ นาจิบ ราซัค เพิ่มอีก 15 ปี ในข้อหาใช้อำนาจมิชอบและฟอกเงิน

ทั้งนี้ คาดว่าร่างกฎหมายจำกัดวาระนายกฯ จะถูกบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมรัฐสภาในสมัยแรกที่จะเริ่มต้นขึ้นภายในเดือนนี้ ซึ่งถือเป็นการทำตามคำมั่นสัญญาที่กลุ่มแนวร่วม “ปากาตัน ฮาราปัน” ได้ให้ไว้กับประชาชนในช่วงการเลือกตั้งปี 2022.

ที่มา CNA

อังกฤษประเดิมแบนโฆษณา “อาหารขยะ” บนทีวี-ออนไลน์ช่วงกลางวัน หวังลดโรคอ้วนในเด็ก

อังกฤษประเดิมแบนโฆษณา “อาหารขยะ” บนทีวี-ออนไลน์ช่วงกลางวัน หวังลดโรคอ้วนในเด็ก

5 ม.ค. 2569 15:08 น.

อังกฤษประเดิมแบนโฆษณา “อาหารขยะ” บนทีวี-ออนไลน์ช่วงกลางวัน หวังลดโรคอ้วนในเด็ก

รัฐบาลสหราชอาณาจักรเริ่มบังคับใช้ข้อกำหนดใหม่ตั้งแต่วันนี้ (5 ม.ค.) ห้ามออกอากาศโฆษณา “อาหารขยะ” หรืออาหารและเครื่องดื่มที่มีไขมัน เกลือ หรือ น้ำตาลในปริมาณสูงในช่วงเวลากลางวันทางโทรทัศน์ และห้ามโฆษณาออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยระบุว่าเป็นมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือปัญหาโรคอ้วนในเด็ก

ตั้งแต่วันนี้ (5 ม.ค.) มาตรการควบคุมโฆษณา “อาหารขยะ” ฉบับใหม่ของอังกฤษเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ โดยรัฐบาลยกย่องว่าเป็น “การดำเนินการระดับแนวหน้าของโลก” ในการจัดการกับปัญหาโรคอ้วนในเด็ก ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการบริโภคแคลอรี่ของเด็กๆ ทั่วประเทศได้มากถึง 7.2 พันล้านแคลอรี่ต่อปี

เปิดมาตรการคุมเข้มภายใต้ข้อบังคับนี้ โฆษณาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ส่งเสริมสุขภาพจะถูกห้ามฉายทางโทรทัศน์ก่อนเวลา 21:00 น. และถูกสั่งแบนโดยสิ้นเชิงสำหรับการโฆษณาแบบจ่ายเงินบนสื่อออนไลน์ทุกชนิด กระทรวงสาธารณสุขประเมินว่า มาตรการนี้จะช่วยลดจำนวนเด็กที่เป็นโรคอ้วนได้ถึง 20,000 คน และสร้างผลประโยชน์ทางด้านสุขภาพคิดเป็นมูลค่าราว 2 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 84,260 ล้านบาท)

มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ต่อเนื่องนับตั้งแต่ประกาศในปี 2024 ซึ่งรวมถึงการขยายขอบเขตภาษีน้ำตาล ในผลิตภัณฑ์พร้อมดื่ม เช่น มิลค์เชค กาแฟพร้อมดื่ม และโยเกิร์ตพร้อมดื่ม และการให้อำนาจท้องถิ่นสั่งระงับการเปิดร้านฟาสต์ฟู้ดใกล้บริเวณโรงเรียน

ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า โฆษณามีอิทธิพลอย่างมากต่อพฤติกรรมการกินและรสนิยมของเด็กตั้งแต่อยู่ในวัยเยาว์ ปัจจุบันพบว่าเด็กที่เริ่มเข้าเรียนชั้นประถมในอังกฤษกว่าร้อยละ 22 มีน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน และตัวเลขนี้พุ่งสูงขึ้นเป็นกว่า 1 ใน 3 เมื่อเด็กมีอายุถึง 11 ปี นอกจากนี้ ปัญหาฟันผุยังกลายเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้เด็กเล็กต้องเข้าโรงพยาบาล

แอชลีย์ ดัลตัน รัฐมนตรีสาธารณสุข ระบุว่า “การจำกัดการเห็นโฆษณาอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ จะช่วยให้ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) เปลี่ยนจุดเน้นจากการรักษาโรคไปสู่การป้องกันโรคเพื่อให้ประชาชนมีอายุยืนยาวและมีสุขภาพที่ดีขึ้น”

เสียงตอบรับจากภาคสังคมด้านองค์กร Obesity Health Alliance และสมาคม Diabetes UK ต่างออกมาขานรับมาตรการนี้ โดยระบุว่าโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ในคนรุ่นใหม่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ซึ่งโรคอ้วนคือปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ไตวายและโรคหัวใจ การแบนโฆษณาในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกันสุขภาพและสวัสดิภาพของเด็กๆ ในระยะยาว.

ที่มา AFP

“มาดูโร” เตรียมขึ้นศาลสหรัฐฯ วันนี้ – ทรัมป์ขู่พร้อมบุกซ้ำหากเวเนซุเอลาไม่ร่วมมือ

"มาดูโร" เตรียมขึ้นศาลสหรัฐฯ วันนี้ – ทรัมป์ขู่พร้อมบุกซ้ำหากเวเนซุเอลาไม่ร่วมมือ

5 ม.ค. 2569 13:24 น.

“มาดูโร” เตรียมขึ้นศาลสหรัฐฯ วันนี้ – ทรัมป์ขู่พร้อมบุกซ้ำหากเวเนซุเอลาไม่ร่วมมือ

นิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา มีกำหนดขึ้นศาลสหรัฐฯ ในนครนิวยอร์ก หลังถูกกองกำลังอเมริกันจับกุมที่กรุงการากัส ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดช่องทางปฏิบัติการเพิ่มเติม หากเวเนซุเอลาไม่ยอมเปิดอุตสาหกรรมน้ำมันและปราบปรามการค้ายาเสพติด นานาชาติเรียกร้องสหรัฐฯ เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นเตรียมหารือกรณีดังกล่าว

ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา มีกำหนดขึ้นศาลรัฐบาลกลางในนครนิวยอร์กวันนี้ (5 ม.ค.) หลังถูกกองกำลังสหรัฐฯ จับกุมในระหว่างปฏิบัติการทางทหารในกรุงการากัสเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความกังวลในเวทีระหว่างประเทศ และสร้างความไม่แน่นอนทางการเมืองในเวเนซุเอลา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวขณะอยู่บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันว่า สหรัฐฯ อาจมีการใช้กำลังทางทหารเพิ่มเติมหากเวเนซุเอลาไม่ให้ความร่วมมือในความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะกลับเข้าไปขับเคลื่อนอุตสาหกรรมน้ำมันและยับยั้งการค้ายาเสพติด “เรากำลังเอาสิ่งที่พวกเขาขโมยไปกลับคืนมา ตอนนี้เราเป็นคนควบคุม” ทรัมป์ระบุ พร้อมเสริมว่าบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่จะกลับเข้าไปลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อขุดเจาะน้ำมันขึ้นมาอีกครั้ง

นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังได้ขู่ว่าอาจมีการใช้มาตรการทางทหารกับโคลอมเบียและเม็กซิโก รวมถึงให้ความเห็นว่าระบอบคอมมิวนิสต์ในคิวบาก็กำลังมาถึงจุดใกล้ล่มสลายในไม่ช้า

ทางการสหรัฐฯ ระบุว่าการจับกุมมาดูโรวัย 63 ปี เป็นการดำเนินการตามกฎหมายเพื่อนำตัวมาลงโทษในข้อหาสมคบคิดก่อการร้ายโดยใช้ยาเสพติด ซึ่งถูกฟ้องร้องมาตั้งแต่ปี 2020 โดยข้อกล่าวหาระบุว่าเขาเป็นผู้บงการเส้นทางขนส่งโคเคน ใช้กองทัพปกป้องการขนส่งยาเสพติด และใช้ทำเนียบประธานาธิบดีเป็นที่กบดานของแก๊งค้ายา ทั้งนี้ ภรรยาของเขา “ซีเลีย ฟลอเรส” ก็ถูกฟ้องร้องเพิ่มในข้อหาสั่งการลักพาตัวและฆาตกรรมด้วยเช่นกัน

ในกรุงการากัส รัฐบาลของมาดูโรยังคงพยายามรักษาอำนาจ โดยรองประธานาธิบดี “เดลซี โรดริเกซ” ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำรักษาการยืนยันว่ามาดูโรยังคงเป็นประธานาธิบดีที่ชอบธรรม และปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ว่าเธอพร้อมร่วมมือกับสหรัฐฯ

แม้มาดูโรมีพันธมิตรระดับนานาชาติไม่มาก หลายประเทศตั้งคำถามถึงความชอบด้วยกฎหมายของการจับกุมผู้นำต่างชาติ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกัน นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ แสดงความกังวลว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ ครั้งนี้เป็นการสร้างบรรทัดฐานที่อันตรายและละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีกำหนดหารือเรื่องนี้ในวันจันทร์

การจับกุมยังสร้างแรงสั่นสะเทือนในการเมืองสหรัฐฯ โดยพรรคเดโมแครตแสดงความกังวลต่อทิศทางนโยบายเวเนซุเอลาของรัฐบาล ขณะที่นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มีกำหนดชี้แจงต่อฝ่ายนิติบัญญัติ

วิกฤตเศรษฐกิจและการลี้ภัยครั้งใหญ่จากประเทศที่เคยรุ่งเรืองที่สุดในละตินอเมริกา เศรษฐกิจของเวเนซุเอลาล่มสลายตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวเวเนซุเอลา 1 ใน 5 ต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดของโลก การถูกถอดถอนของมาดูโรซึ่งครองอำนาจมานานกว่า 12 ปี อาจนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพครั้งใหญ่ในประเทศที่มีประชากรกว่า 28 ล้านคนแห่งนี้.

ที่มา Reuters

ใบชาร่วงจากรถบรรทุกทำถนนลื่น รถชนระนาว 12 คันที่ญี่ปุ่น ดับ 1 ศพ

ใบชาร่วงจากรถบรรทุกทำถนนลื่น รถชนระนาว 12 คันที่ญี่ปุ่น ดับ 1 ศพ

5 ม.ค. 2569 12:13 น.

ใบชาร่วงจากรถบรรทุกทำถนนลื่น รถชนระนาว 12 คันที่ญี่ปุ่น ดับ 1 ศพ

เกิดอุบัติเหตุในจังหวัดโทชิงิ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อรถบรรทุกทำ “ใบชา” ร่วงบนถนนเป็นระยะทางยาวกว่า 500 เมตร ส่งผลให้รถที่ขับตามมาลื่นไถลชนกันถึง 12 คัน มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย และเสียชีวิต 1 ราย หลังลงจากรถมาดูเหตุการณ์แล้วถูกรถสวนเลนพุ่งชน

ตำรวจท้องถิ่นจังหวัดโทชิงิ รายงานอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (4 ม.ค.) บนถนน 2 เลนในเมืองซาโนะ ทางตะวันออกของญี่ปุ่น โดยต้นเหตุเกิดจากใบชาจำนวนมหาศาลที่ร่วงกระจายเกลื่อนถนนจากรถบรรทุกคันหนึ่ง เป็นระยะทางยาวกว่า 500 เมตร

ใบชาที่เปียกชื้นทำให้พื้นผิวถนนมีความลื่นคล้ายกับคราบน้ำมัน ส่งผลให้รถยนต์ที่ขับตามหลังมาเกิดการลื่นไถลและพุ่งชนกันระนาวรวมทั้งหมด 12 คัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำตัวผู้บาดเจ็บ 4 รายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยต่อมามีการยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย

ผู้เสียชีวิตคือชายวัย 78 ปี จากจังหวัดไซตามะ จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า หลังจากที่รถบรรทุกของเขาประสบอุบัติเหตุลื่นไถล เขาได้ก้าวลงจากรถเพื่อมาตรวจสอบสถานการณ์ แต่ในจังหวะนั้นเองได้มีรถยนต์ที่วิ่งสวนเลนมาพุ่งเข้าชนร่างของเขาอย่างจังจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 3 รายอาการไม่สาหัสถึงแก่ชีวิต

ปฏิบัติการกู้ซากและทำความสะอาดเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับแจ้งจากหนึ่งในผู้ประสบเหตุเมื่อเวลาประมาณ 05:40 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นช่วงที่ทัศนวิสัยยังไม่ชัดเจนนัก เจ้าหน้าที่ต้องสั่งปิดการจราจรบนถนนสายดังกล่าวชั่วคราว พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรหนักเข้าจัดการขูดและกวาดใบชาที่ติดหนึบอยู่บนพื้นผิวการจราจรออก เพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบหารถบรรทุกต้นเหตุที่ทำใบชาตกหล่น รวมถึงสอบสวนคนขับรถที่พุ่งชนผู้เสียชีวิตเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา KYODO NEWS

ปมเวเนฯ ร้อน จีนค้านการใช้กำลังต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง ขณะทูตพิเศษจีนพบมาดูโรก่อนสหรัฐฯ ปฏิบัติการ

ปมเวเนฯ ร้อน จีนค้านการใช้กำลังต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง ขณะทูตพิเศษจีนพบมาดูโรก่อนสหรัฐฯ ปฏิบัติการ

5 ม.ค. 2569 11:55 น.

ปมเวเนฯ ร้อน จีนค้านการใช้กำลังต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง ขณะทูตพิเศษจีนพบมาดูโรก่อนสหรัฐฯ ปฏิบัติการ

รัฐมนตรีต่างประเทศจีนย้ำ จีนต่อต้านการใช้กำลังและการยัดเยียดเจตจำนงของประเทศหนึ่งต่ออีกประเทศ เผยทูตพิเศษปธน.สี จิ้นผิง พบนิโกลัส มาดูโร เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโค่นอำนาจ

วันที่ 5 มกราคม 2568 เว็บไซต์ข่าวซีซีทีวีของทางการจีนรายงานว่า สถานการณ์เวเนซุเอลายังคงทวีความตึงเครียดในเวทีโลก โดยนายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกแถลงจุดยืนชัดเจนว่า จีนคัดค้านการใช้หรือข่มขู่ใช้กำลัง รวมถึงการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งพยายามยัดเยียดเจตจำนงของตนต่อประเทศอื่น โดยระบุว่า ไม่มีประเทศใดควรทำตัวเป็นตำรวจโลก หรือผู้พิพากษานานาชาติ

คำแถลงดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการประชุมหารือเชิงยุทธศาสตร์รอบที่ 7 ระหว่างจีน–ปากีสถาน ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 4 มกราคม โดยหวัง อี้ ระบุว่า สถานการณ์ระหว่างประเทศขณะนี้เต็มไปด้วยความผันผวน ความซับซ้อน และการใช้อำนาจฝ่ายเดียวที่ทวีความรุนแรงขึ้น พร้อมย้ำว่าอธิปไตยและความมั่นคงของทุกประเทศต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายระหว่างประเทศ

นายหวัง อี้กล่าวว่า จีนพร้อมจีนพร้อมทำงานร่วมกับประชาคมโลก รวมถึงปากีสถาน เพื่อยึดมั่นในกฎบัตรสหประชาชาติ รักษาหลักศีลธรรมระหว่างประเทศ และส่งเสริมสันติภาพ การพัฒนา รวมถึงการสร้าง  ประชาคมโลกที่มีอนาคตร่วมกัน 

ขณะเดียวกัน มีการเปิดเผยว่า ชิว เสี่ยวฉี ทูตพิเศษของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ด้านกิจการลาตินอเมริกาและแคริบเบียน ได้เดินทางไปพบกับนายนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ที่กรุงการากัส เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่สหรัฐฯ จะเปิดปฏิบัติการทางทหารซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอำนาจในเวเนซุเอลา

การพบหารือดังกล่าวมีผู้แทนระดับสูงของจีนร่วมคณะ รวมถึงเอกอัครราชทูตจีนประจำเวเนซุเอลา โดยมาดูโรกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พร้อมชื่นชมบทบาทผู้นำของจีนในเวทีโลก ขณะที่รัฐบาลเวเนซุเอลาระบุว่า การพบปะครั้งนี้เป็นการตอกย้ำแนวคิดโลกหลายขั้วอำนาจ  และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างปักกิ่งกับเวเนซุเอลา ท่ามกลางแรงกดดันจากมาตรการฝ่ายเดียวของตะวันตก

เวเนซุเอลาย้ำว่า จีนและเวเนซุเอลาเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ผ่านการทดสอบ และยืนหยัดร่วมกันในการปกป้องการพัฒนาที่มีอธิปไตยของประเทศในกลุ่มโลกใต้ แม้ฝ่ายจีนยังไม่เปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการหารือครั้งนี้

 ที่มา CCTV/ RT