“ดาราศาสตร์”โจทย์พัฒนาเทคโนโลยี พัฒนาคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288736

“ดาราศาสตร์”โจทย์พัฒนาเทคโนโลยี พัฒนาคน

สดร, พัฒนาคน, ดาราศาสตร์, สดร

สดร. จัดงาน NARIT : The Next Step วางกลยุทธ์ก้าวใหม่มุ่งใช้ดาราศาสตร์เป็นโจทย์พัฒนาเทคโนโลยี พัฒนาคน หวังพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต

       ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.)กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปิดเผยว่า “การศึกษาวิจัยทางดาราศาสตร์ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ต้องอาศัยเทคโนโลยี เครื่องมือ อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง ทันสมัย ได้ข้อมูลที่แม่นยำ และรวดเร็ว จำเป็นต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงในหลายๆ ด้าน เพื่อรองรับการศึกษาวิจัยด้านดาราศาสตร์ ซึ่งจะสามารถ ต่อยอดไปสู่การผลิตในอุตสาหกรรมขั้นสูงของประเทศต่อไปในอนาคต อาทิ เทคโนโลยีทางเครื่องมือวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมขั้นสูง เทคโนโลยีการขึ้นรูปที่ละเอียดแม่นยำ เทคโนโลยีด้านโรโบติกส์ เทคโนโลยีวัสดุ เทคโนโลยีการรับส่งข้อมูล การประมวลผลข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ ฯลฯ สดร. มีเป้าหมายจะพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงเหล่านี้ร่วมกับเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน ภายในและต่างประเทศ ก่อให้เกิดการผลิตและพัฒนากำลังคนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงในสาขาที่เกี่ยวข้อง สู่ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมเหล่านี้ต่อไปในอนาคต

"ดาราศาสตร์"โจทย์พัฒนาเทคโนโลยี พัฒนาคน

         ดาราศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศ 8 ปีที่ผ่านมา เรามุ่งใช้ดาราศาสตร์ในการสร้างแรงบันดาลใจ สร้างความตระหนักและความตื่นตัวทางดาราศาสตร์ในสังคมไทย และประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง ในระยะต่อไปเรามุ่งเป้าที่จะใช้ดาราศาสตร์ในการพัฒนาเทคโนโลยี และพัฒนาคน จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีทันสมัยที่ใช้ในปัจจุบัน พัฒนามาจากวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ เช่น ดาราศาสตร์ อวกาศ การแพทย์ กีฬา เป็นต้น

"ดาราศาสตร์"โจทย์พัฒนาเทคโนโลยี พัฒนาคน

      การค้นพบองค์ความรู้ใหม่ทางดาราศาสตร์และอวกาศ จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าไม่มีการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง มารองรับ เมื่อนักดาราศาสตร์ตั้งเป้าหมายในการศึกษาวิจัย ทีมวิศวกรและนักเทคโนโลยีจะร่วมกันพัฒนาเครื่องมือ อุปกรณ์ ให้สามารถแก้โจทย์ยากๆ เหล่านั้น เป้าหมายในก้าวต่อไปของ สดร. เราจึงจะใช้ดาราศาสตร์เป็นโจทย์ยากเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและพัฒนากำลังคน นับแต่นี้จะเป็นมิติใหม่ของ สดร. ที่จะก้าวสู่เวทีเทคโนโลยีขั้นสูงที่ชัดเจนขึ้น ดร.ศรัณย์กล่าว ปิดท้าย

เยาวชน15 ปี คว้าเหรียญทอง แข่งขันฝีมือฯ สีรถยนต์ที่อุบล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288715

เยาวชน15 ปี คว้าเหรียญทอง แข่งขันฝีมือฯ สีรถยนต์ที่อุบล

กแรงงาน, เยาวชน15, คว้าเหรียญทอง, แข่งขันฝีมือฯ, สีรถยนต์ที่อุบล, กพร, ประเทศไทย, ไทยแลนด์, สระบุรี

กระทรวงแรงงาน ได้มอบเหรียญรางวัลแก่ผู้ชนะการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ครั้งที่ 27 ระดับภาค กว่า 80 รางวัลสร้างโอกาสให้เยาวชนได้แสดงฝีมือ สู่เวทีระดับประเทศ

        นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) เผยว่า กพร.ได้จัดการแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติครั้งที่ 27 ระดับภาค ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2560 พร้อมกันทั่วประเทศ ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน จำนวน 12 ภาค ได้แก่ สมุทรปราการ  สุพรรณบุรี  ชลบุรี  ราชบุรี  นครราชสีมา  ขอนแก่น อุบลราชธานี  นครสวรรค์  พิษณุโลก ลำปาง สุราษฎร์ธานี สงขลา  โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเทคโนโลยีชั้นสูงฯ อุบลราชธานี เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ดำเนินการจัดงานแข่งขันฯ ขึ้น จำนวน 24 สาขา มีผู้เข้าแข่งขันจำนวน 397 คน และเป็นหน่วยงานที่มีเยาวชนให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมแข่งขันมากที่สุด  รองลงมาคือขอนแก่น มีผู้เข้าแข่งขั้นจำนวน 359 คน ถัดมาคือลำปาง จำนวน 311 คน  ทั่วประเทศมีผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 3,097คน (ข้อมูล ณ วันที่ 18 กรกฎาคม 2560)
นายวิชัย ผิวสอาด ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเทคโนโลยีชั้นสูงฯ อุบลราชธานี  กล่าวว่า นอกจากการจัดงานแข่งขันฝีมือช่างกว่า 20 สาขาแล้ว ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการภารกิจของกระทรวงแรงงาน การออกบูธของภาคเอกชนกว่า 20 แห่ง มีการสาธิตแขนกลเชื่อมที่ใช้ในงานเชื่อม  อีกทั้งได้รับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการแข่งขันส่วนหนึ่งจากภาคเอกชน อาทิ บริษัท นิปปอน (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนสีรถยนต์ เพื่อใช้ในการแข่งขันฯ สาขา สีรถยนต์ บริษัท ชไนเดอร์(ไทยแลนด์)จํากัด บริษัท เวอร์เทค แอพพาเรล จำกัด และอีกหลายบริษัทให้การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขัน สาขาต่างๆ เป็นต้น

เยาวชน15 ปี คว้าเหรียญทอง แข่งขันฝีมือฯ สีรถยนต์ที่อุบลเยาวชน15 ปี คว้าเหรียญทอง แข่งขันฝีมือฯ สีรถยนต์ที่อุบล

      นายธีรพล กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเทคโนโลยีชั้นสูงฯ ขอนแก่น  ยังมีการจัดแข่งขัน สาธิต สาขาช่างติดตั้งฝ้าผนังและเพดานยิปซัม โดยบริษัท สยามอุตสาหกรรมยิปซัม (สระบุรี) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นยิปซัมตราช้าง เป็นผู้ดำเนินการ พร้อมสนับสนุนเงินรางวัลแก่ช่างผู้เข้าร่วมแข่งขันช่างติดตั้งฝ้าผนังและเพาดานยิปซัม ภายในงานอีกด้วย
จากการประกาศผลในวันนี้ มีนายไพรวัลย์ ยาเลิศ หรือน้องโอ๊ะ อายุเพียง 15 ปี เป็นผู้รับการฝึกหลักสูตรเตรียมเข้าทำงานของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเทคโนโลยีชั้นสูงสียานยนต์อุบลราชธานี คว้าเหรียญทองในสาขาสีรถยนต์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการฝึกทักษะในหลักสูตรเตรียมเข้าทำงานของสถาบันอีกด้วย

เยาวชน15 ปี คว้าเหรียญทอง แข่งขันฝีมือฯ สีรถยนต์ที่อุบล

         ด้าน นายชัยวุธ สมพลหรือน้องวุธ อายุ 19 ปี นักศึกษาปวส.2 และนายถิรวัฒน์ โสมมา อายุ 17 ปี นักศึกษาระดับ ปวช.3 จากวิทยาลัยเทคนิคตระการผลอุบลราชธานี  คว้าเหรียญทองในสาขามาตรวิทยาประเภททีม เล่าว่า ทางวิทยาลัยได้คัดเลือกให้เป็นตัวแทนเข้าแข่งขัน โดยเก็บตัวฝึกซ้อมกว่า 2 เดือน ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และหลังเลิกเรียน โดยมีอาจารย์ประจำแผนกคอยให้คำแนะนำตลอด และคาดหวังว่าต้องคว้าเหรียญทองมาให้ได้ เพื่อเปิดโอกาสให้กับตนเองที่จะได้รับการคัดเลือกเข้าแข่งขันในระดับต่อไปๆ อีกทั้งต้องการสร้างชื่อเสียงให้กับวิทยาลัยด้วย
การแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ ระดับภาค จัดขึ้นทุก ๆ 2 ปี ซึ่งได้มีการจัดการแข่งขันฯ มาแล้ว 26 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 27 เพื่อคัดเลือกเยาวชนเข้าแข่งขันในระดับชาติในปี 2561 ซึ่ง กพร. ดำเนินการจัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง และเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน ภายใต้การนำของพลเอกศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

สธ.เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288708

สธ.เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อน

พายุฤดูร้อน, รับมือน้ำท่วม, สธ, เตรียมพร้อม, รับมือ, พายุ, ฤดูร้อน

สธ.กำชับสถานบริการ 28 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อน มีแผนป้องกันน้ำท่วมและแผนสำรองการทำงานในภาวะฉุกเฉิน โทร.สายด่วน  1669

ศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล  สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้ ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลทุกแห่งและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยเฉพาะใน 28 จังหวัดที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก ให้ติดตามสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินการ ดังนี้ 1.ป้องกันความเสียหายต่ออาคาร สถานที่ อุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์ เครื่องสูบน้ำ ตรวจสอบระบบระบายน้ำ ไม่ให้อุดตัน ขนย้ายเวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ เอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย สำรวจความแข็งแรงสิ่งก่อสร้าง ป้ายประกาศ ไฟส่องสว่าง ตัดแต่งต้นไม้ รื้อถอนสิ่งที่เป็นอันตรายหรือซ่อมแซมให้ปลอดภัย

2.สำรองทรัพยากรที่มีความจำเป็นต่อการจัดบริการประชาชน เช่น ยา-เวชภัณฑ์ ระบบไฟฟ้าสำรอง น้ำมัน ออกซิเจน อาหาร เป็นต้น 3.สำรวจผู้ป่วยที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ และไม่สามารถเดินทางมาสถานบริการได้ เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง จัดให้มีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการ 4.เตรียมแผนประคองกิจการ ปรับพื้นที่ให้บริการ กรณีไม่สามารถเปิดบริการได้ และแผนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย รวมทั้งประสานโรงพยาบาลข้างเคียงร่วมจัดบริการนอกสถานที่

ทั้งนี้ ได้สำรองยาชุดช่วยเหลือน้ำท่วมในส่วนกลาง 400,000 ชุดพร้อมสนับสนุนพื้นที่ได้ทันที เตือนประชาชน หลีกเลี่ยงเข้าใกล้สิ่งก่อสร้างที่อาจเป็นอันตรายขณะเกิดพายุลมแรง เช่น ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ต้นไม้ใหญ่ สิ่งก่อสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง หากบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน โทรขอความช่วยเหลือด้านการแพทย์ได้ที่ สายด่วน 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง

โชว์สปาภูมิปัญญากลางกรุง 22-30 ก.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288711

โชว์สปาภูมิปัญญากลางกรุง 22-30 ก.ค.นี้

เจ้าพระยาอภัยภูเบศร, 22-30, กคนี้, หินหอม, ในวันเวลาราชการ

อภัยภูเบศร จับมือบ้านและสวน โชว์สปาภูมิปัญญากลางกรุง ชวนคนไทยปรับสมดุลธาตุด้วยสมุนไพร ณ ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ 106  ในวันที่ 22-30 กรกฎาคม 2560

      ครั้งแรกในงานแฟร์ประจำปีของคนรักบ้าน งานบ้านและสวนแฟร์ มิดเยียร์ 2017  อภัยภูเบศร ยกสปาภูมิปัญญาไทย ร่วมจัดแสดงพร้อมชวนประชาชนดูแลสุขภาพ ปรับสมดุลธาตุเจ้าเรือนด้วย ยา อาหาร และเครื่องดื่มจากสมุนไพร พร้อมเปิดตัวสองผลิตภัณฑ์ใหม่จากเครื่องหอมในตำนาน “สะเลเต” ว่านมงคลมหาเสน่ห์หนุ่มสาวหลงใหล และกลิ่นตัวหอมเพิ่มเสน่ห์รัญจวน พลาดไม่ได้กับการอบรมทำสมุนไพรใช้เองฟรีตลอดงาน

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า “เป็นครั้งแรกที่อภัยภูเบศรได้ร่วมจัดกิจกรรมในงานบ้านและสวนแฟร์ ในปีนี้จึงได้นำกิจกรรม และนวัตกรรมจากภูมิปัญญาทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ยาสมุนไพร รวมถึงกิจกรรมเรียนรู้จากสมุนไพรให้ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพสำหรับคนเมือง พร้อมยกอภัยภูเบศรเดย์สปา ต้นแบบสปาภูมิปัญญาไทยร่วมจัดแสดงภายในงาน นำเมนูจากสมุนไพร สูตรพิเศษจากคิวซีนสปา นำเสนอพร้อมจำหน่ายภายในงาน อาทิ คุ๊กกี้หมามุ่ย เค้กดาวเรือง แซนวิชสมุนไพร น้ำสมุนไพรโซดา นมอัญชันบำรุงสายตา และกาแฟจากสมุนไพร

โชว์สปาภูมิปัญญากลางกรุง  22-30 ก.ค.นี้

โชว์สปาภูมิปัญญากลางกรุง  22-30 ก.ค.นี้

พิเศษในงานนี้ ยังมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์สปาใหม่เป็นที่แรกและเป็นครั้งแรกของไทยที่ได้นำสูตรเครื่องหอมโบราณมาประยุกต์เป็นผลิตภัณฑ์ปรับอากาศและดับกลิ่น พร้อมปรับสมดุลของธาตุเจ้าเรือนในรูปแบบ “หินหอม” หรือ Aromatic Pumice Stone โดยเปิดตัวสองกลิ่นพิเศษคือ กลิ่นสะเลเต และ กลิ่นตัวหอม ซึ่งดอกสะเลเต หรือ มหาหงส์ เป็นดอกไม้มงคล และพื้นบ้านเชื่อว่าเป็นว่านมหาเสน่ห์ทำให้หนุ่มสาวหลงใหลกันได้ สำหรับกลิ่นตัวหอม เป็นสูตรตำรับกลิ่นหอมแบบฉบับชาววัง ในสมัยก่อนเจ้านายชั้นสูงจะมีการใช้ตำรับนี้ก่อนที่จะเข้าห้องหอให้มีกลิ่นกายหอมรัญจวน”

ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ยังกล่าวต่ออีกว่า  งานนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษ สอนสาธิตสมุนไพรทำใช้เอง อบรมฟรีตลอดงาน วันละสองรอบช่วงเช้าและบ่าย ได้แก่ กุหลาบใบเตยดับกลิ่น สเปรย์กระดูกไก่ดำ ถุงหอม สเปรย์รางจืด น้ำยาบ้วนปากกระชาย ก้อนถ่านดูดกลิ่น และสเปรย์ข่าดับกลิ่นเท้า นอกจากนี้ยังเปิดให้ปรึกษาสุขภาพฟรีกับแพทย์แผนไทยประยุกต์ร้านยาไทยโพธิ์เงิน พร้อมจัดแสดงสวนสมุนไพร การทำกระถางยาหน้าบ้านและจำหน่ายต้นพันธุ์สมุนไพรที่ควรปลูกติดบ้าน” ท่านที่สนใจสามารถไปเยี่ยมชมกันได้ที่ งานบ้านและสวนแฟร์ มิดเยียร์ 2017 ณ ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ 106  ในวันที่ 22-30 กรกฎาคม 2560 เวลา 09.00-21.00น.  สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อมูลสมุนไพรอภัยภูเบศร โทร 037-211289 (ในวันเวลาราชการ) และwww.abhaiherb.com

โชว์สปาภูมิปัญญากลางกรุง  22-30 ก.ค.นี้


เตรียมโชว์ผลงาน! เส้น – เล่า – เรื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288721

เตรียมโชว์ผลงาน! เส้น – เล่า – เรื่อง

เส้น เล่า เรื่ง, - เรื่อง, เสลดทอย, เดอะดวง

!โครงการ PIGMA MICRON I AM ORIGINAL : เส้น – เล่า – เรื่อง ปี 2 คัดเลือกจากผลงานนับพัน เพื่อหาผู้ชนะเลิศรับทุนการศึกษา 80,000 บาท

        เตรียมโชว์ผลงาน!! ที่เข้ารอบสุดท้าย โดยได้คัดเลือกผลงาน จำนวน 120 ผลงาน จากผลงานที่ส่งเข้าร่วมประกวดใน  โครงการ   PIGMA  MICRON I AM ORIGINAL ปี 2  :  เส้น – เล่า – เรื่อง   ทั้งหมด      1,189  ผลงาน   เพื่อนำไปจัดแสดง   ณ    หอศิลป์กรุงเทพฯ    โดยผลงานที่ตอบโจทย์ของโครงการฯ มากที่สุด    จะได้รับรางวัลชนะเลิศ ทุนการศึกษา 80,000 บาท  โดยการลงคะแนนของเหล่าคณะกรรมการทั้ง 10  ท่าน  ได้แก่  คุณทรงศีล ทิวสมบุญ, คุณต๊อด (เสลดทอย), คุณโอ๋ ฟูตอง, คุณเป๋ง ชานนท์ Art Di. เบื้องหลังปกอัลบั้มของศิลปินจากค่าย  Genie  Records,  คุณปอม  –  ธัชมาพรรณ,  คุณกะปิ  – ปิยนาฎ  ต้นมาลี,  คุณบิ๊งโก  –  ภาพฟ้า,   คุณวีระชัย ดวงพลา (เดอะดวง)  และคุณพริม – ศุภศรา   โดยจะจัดแสดงผลงานทั้ง   120  ผลงาน   ตั้งแต่วันที่   26 – 30  กันยายน 2560   และจะมีการประกาศผลรางวัล  ในวันที่  26  กันยายน  2560  ณ  หอศิลป์กรุงเทพฯ

เตรียมโชว์ผลงาน! เส้น – เล่า - เรื่องเตรียมโชว์ผลงาน! เส้น – เล่า - เรื่อง

โครงการ  PIGMA  MICRON I AM ORIGINAL ปี 2  : เส้น – เล่า – เรื่อง  ได้เริ่มจัดกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้กับน้องๆ ในมหาวิทยาลัยทั่วประเทศตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นมา พร้อมทั้งเปิดรับสมัครผลงานควบคู่กันไปด้วย และได้สิ้นสุดการรับผลงานไปเมื่อวันที่  31  พฤษภาคม 2560  ที่ผ่านมา   โดยมีผลงานส่งเข้าร่วมโครงการฯทั้งสิ้น  จำนวน 1,189  ผลงาน  ผลงานที่ตอบโจทย์  และถ่ายทอดเรื่องราวผ่านงานศิลปะได้ดีที่สุด   จะได้รับรางวัลดังนี้   รางวัลชนะเลิศ   รับทุนการศึกษา   80,000   บาท,  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับทุนการศึกษา  50,000  บาท,   รางวัลรองชนะเลิศอันดับ   2    รับทุนการศึกษา   30,000   บาท,    รางวัลชมเชย  2  รางวัล  รางวัลละ  10,000  บาท

เปิดศูนย์รับแจ้งทำงานคนต่างด้าว 24 ก.ค. ถึง 7 ส.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288790

เปิดศูนย์รับแจ้งทำงานคนต่างด้าว 24 ก.ค. ถึง 7 ส.ค.นี้

กแรงงาน, ถึง, สคนี้, เฟส 3 ถนนกัลปพฤกษ์ เขตบางแค 11

กระทรวงแรงงาน พร้อมเปิดศูนย์รับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว 24 ก.ค. ถึง 7 ส.ค.นี้

    กระทรวงแรงงาน พร้อมเปิดศูนย์รับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว ดีเดย์พร้อมกัน 100 ศูนย์ทั่วประเทศ 24 กรกฎาคม – 7 สิงหาคมนี้ นายจ้างโหลดแบบคำขอจ้างแรงงานฯ ได้แล้วทางอินเทอร์เน็ต ให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ คาดมีแรงงานกว่า 1,500,000 คน นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานพร้อมเปิดศูนย์รับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าวพร้อมกัน 100 ศูนย์ทั่วประเทศ

โดยในเขตกรุงเทพมหานครมี 11 ศูนย์ ได้แก่ 1) กระทรวงแรงงาน ถ.มิตรไมตรี เขตดินแดง 2) ไอทีแสควร์ หลักสี่พลาซ่า ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ 3) สายใต้ใหม่ (ปิ่นเกล้า) ชั้น M ถ.บรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน 4) ศูนย์การค้าธัญญาปาร์ค ถ.ศรีนครินทร์ เขตสวนหลวง 5) ศูนย์กีฬาบางขุนเทียนเคหะชุมชนธนบุรี ถ.พระราม 2 ซ.62 เขตบางขุนเทียน 6) สนามกีฬารามอินทรา ถ.รามอินทรา ซ.5 เขตบางเขน 7) โรงเรียนเสนาธิการทหารบก กรมยุทธศึกษาทหารบก ใกล้สถานีรถไฟสามเสน ถ.นครชัยศรี เขตดุสิต 8) อาคารสโมสรวังนันทอุทยาน ถ.อิสรภาพ เขตบางกอกน้อย 9) หอประชุมมหาวิทยาลัยกรุงเทพ-สุวรรณภูมิ ถ.ประชาพัฒนา เขตลาดกระบัง 10) สำเพ็ง 2 (เฟส 3) ถนนกัลปพฤกษ์ เขตบางแค 11) กองความปลอดภัยแรงงาน ถ.บรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน ตรงข้าม สน.ตลิ่งชัน

ส่วนในต่างจังหวัดนั้น จังหวัดชลบุรีมี 4 ศูนย์ จังหวัดตาก ระยอง สมุทรสาคร สมุทรปราการ ปทุมธานี ยะลา และสุราษฎร์ธานีจังหวัดละ 2 ศูนย์ จังหวัดอื่นๆ จังหวัดละ 1 ศูนย์

นายวรานนท์ กล่าวอีกว่า ในทุกศูนย์ฯจะมีเจ้าหน้าที่รับแบบคำขอ พร้อมเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้รวดเร็วที่สุด ซึ่งนายจ้างสามารถใช้บริการทางอินเทอร์เน็ตได้โดยตรงไม่ต้องมาที่ศูนย์ฯ ก็ได้ หากไม่สะดวกสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มหรือจะมากรอกแบบฟอร์มที่ศูนย์ฯ ก็ได้เช่นกัน ซึ่งขณะนี้ท่านสามารถโหลดแบบฟอร์มล่วงหน้าได้แล้วที่เว็บไซต์กรมการจัดหางาน http://www.doe.go.th หรือสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว http://www.doe.go.th/alien และขอย้ำว่าเวลามาติดต่อต้องมีสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนายจ้าง หรือสำเนาหนังสือจดทะเบียนนิติบุคคลกรณีนายจ้างเป็นนิติบุคคล รูปถ่ายลูกจ้างคนต่างด้าวขนาด 2 นิ้ว จำนวน 3 รูป และแบบยื่นคำขอจ้างคนต่างด้าว โดยศูนย์ฯ จะเปิดเพียง 15 วันคือ ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม – 7 สิงหาคม 2560 ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ซึ่งเรามั่นใจว่าจะให้บริการแก่ประชาชนให้ได้รับความสะดวกและรวดเร็วที่สุด โดยจะใช้เวลาไม่เกิน 15 นาทีต่อคน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694

เปิดโลกการศึกษามุสลิม : รอวันเธอกลับ..

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288727

เปิดโลกการศึกษามุสลิม : รอวันเธอกลับ..

เปิดโลกมุสลิม, รอวันเธอกลับ, กศน, สกอ, การทำมาหากิน

ตอน: รัฐบาลจริงจัง “สร้างสะพานรักสู่บ้านเกิด” นักศึกษามุสลิมไทยในอียิปต์ และจอร์แดน

         เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของรัฐบาล ที่ได้จัดส่งคณะมาบอกเล่าข่าวดี แก่นักศึกษาไทยในอียิปต์ “โครงการพบปะนักศึกษาไทยมุสลิมที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศอียิปต์ และประเทศจอร์แดน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอแนวทางการดำเนินการด้านการศึกษา ณ สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ และราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน” ซึ่งเป็นโครงการที่น่าจับตา เพราะเป็นการระดมหน่วยงานต่างๆ เช่นผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กระทรวงการต่างประเทศ และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้การนำของ นายสมเกียรติ ศรีประเสริฐ หัวหน้าคณะรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ประโยคสั้นๆ ของ นายสมเกียรติ ศรีประเสริฐ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ บนเวทีเล็กๆ ของการรวมตัวของตัวแทนนักศึกษาที่มาร่วมต้อนรับคณะ ณ หอพักนานาชาติ

เปิดโลกการศึกษามุสลิม : รอวันเธอกลับ..

“ประเทศไทยยังรอการกลับมาของเยาวชน การกลับไปพัฒนาประเทศและบ้านเกิดเมืองนอนของน้องๆนักศึกษา คือ สิ่งที่ทางรัฐบาลตระหนักและให้ความสำคัญ การกลับไปของน้องๆนักศึกษาคือการสร้างแสงสว่างบนเส้นทางใหม่ เป็นการเติมเต็มให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่สมบูรณ์มากขึ้น เพราะโอกาสดีกำลังจะมาถึง และเป็นเวทีให้กับน้องๆได้พิสูจน์ความสามารถนอกเหนือจากการเป็นอาจารย์สอน ซึ่งรัฐเห็นว่าน้องๆนักศึกษาทำได้ แต่ยังมีอีกหลายเวทีที่น่าจะทำได้ดีและ เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง ต่อสังคมและต่อประเทศชาติโดยเฉพาะคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกับโครงการดีๆ สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ”

และยังเสริมต่ออีกว่า การขับเคลื่อนสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ มั่งคง มั่งคั่ง และยั่งยืน จะดีที่สุดไม่ได้ ถ้าปราศจากกำลังความสามารถของน้องๆนักศึกษาที่มีความรู้ความสามารถที่หลากหลาย โดยเฉพาะด้านภาษา และยังเป็นต้นทุนที่สำคัญในการพัฒนาพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และรัฐบาลมั่นใจและเชื่อมั่นในการเป็นคนดี มีศีลธรรมของน้องๆนักศึกษา และเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าการกลับมาของนักศึกษาจะเป็นแรงหนุนในการขับเคลื่อน การพัฒนาสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ และยังเป็นที่รองรับเส้นทางสายอาชีพใหม่อีกด้วย เพราะปัจจุบันรัฐบาลได้มองเห็นลู่ทางใหม่ที่ยั่งยืนในการสร้างอาชีพใหม่ อาทิ การทำเกษตรสมัยใหม่ การท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ และการส่งออกในระดับมาตรฐานสากล ซึ่งในปัจจุบัน หลายโครงการได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม มีความคืบหน้าและมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยมีเยาวชนรุ่นใหม่ที่จบการศึกษาเข้ามาเติมเต็มการดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ

เปิดโลกการศึกษามุสลิม : รอวันเธอกลับ..

การมาเยือนของคณะในครั้งนี้ไม่เฉพาะนัดรวมพลนักศึกษาเท่านั้น นายชัยณรงค์ กีรติยุตวงศ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโรได้ทำการนัดหมายกับผู้อำนวยการหอพักนานาชาติ บูอูธ และที่ปรึกษาแกรนด์อีหม่ามอัลอัซฮัร ซึ่งได้รับการยืนยันและคำชมจากที่ปรึกษาฯ ถึงนักศึกษาไทยว่า นักศึกษาไทยทั้งหมด 2,700 คน เป็นนักศึกษาที่มีความประพฤติดีที่สุดของนักศึกษาทั้งหมด และปิดท้ายด้วยการฝากให้ทางการอียิปต์ช่วยดูแลนักศึกษาไทยในมิติต่างๆ เช่น ทุนการศึกษา คุณภาพชีวิตในด้านความปลอดภัย ด้านสาธารณสุข รวมถึงแนวทางการดำเนินการเรื่องหอพักนักศึกษาไทยในประเทศอียิปต์อีกด้วย ซึ่งได้รับคำสัญญาจากเจ้าหน้าที่อัลอัซฮัรอย่างเต็มใจ หลังจากนั้นคณะฯ เยือนสมาคมสถาน พร้อมพูดให้กำลังใจในการทำงานของคณะกรรมการสมาคมฯและสัญญาว่าจะหาทางช่วยให้สมาคมฯมีที่ทำการเป็นของตัวเองอย่างถาวรโดยไม่ต้องเช่าอีกต่อไป ปิดท้ายด้วยการเยือนของคณะฯ ที่ ศูนย์การเรียนทางไกลไคโร หรือ กศน.ไคโร และได้พูดคุยกับอาจารย์แบบตรงไปตรงมา เพื่อหาทางแก้ไข และปรับปรุงให้ กศน.เป็นอีกหนึ่งศูนย์ทางการศึกษาที่จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น

เปิดโลกการศึกษามุสลิม : รอวันเธอกลับ..เปิดโลกการศึกษามุสลิม : รอวันเธอกลับ..

การมาเยือนของคณะในครั้งนี้ ผมติดตามอย่างใกล้ชิด ต้องขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีความตั้งใจมาเยือนทั้งๆที่อยู่ในช่วงอากาศที่ร้อนระอุ แต่คณะก็มิได้ย่อท้อ เต็มใจที่จะเข้าหาเพื่อมาบอกสิ่งดีๆให้กับน้องๆนักศึกษาได้รับรู้ เพื่อปรับตัว ปรับเป้าหมายให้ตรงกับเหตุการณ์ที่กำลังเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะในเส้นทางสายธรรมหรือเส้นทางแห่งโลกที่เราต้องรู้จัก “การทำมาหากิน” และ “การเข้าสังคม” เพื่อเป็นหนึ่งคนของประเทศที่มีคุณภาพทันโลกและทันเหตุการณ์

เตรียมยาเวชภัณฑ์ 4 แสนชุดรองรับภาวะน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288701

เตรียมยาเวชภัณฑ์ 4 แสนชุดรองรับภาวะน้ำท่วม

องค์กรเภสัชกรรม, เตรียมยาเวชภัณฑ์

องค์การเภสัชกรรมสำรองยาและเวชภัณฑ์ 4 แสนชุดพร้อมจัดส่งให้หน่วยบริการสาธารณสุขได้ช่วยเหลือประชาชนทันที หากเกิดภาวะน้ำท่วม

        นพ.นพพร  ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เปิดเผยว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้หน่วยสถานบริการสาธารณสุขในจังหวัดที่เสี่ยงกับน้ำท่วมซ้ำซาก และให้มีการเตรียมพร้อมรับมือพายุโซนร้อน ภายใต้แผนป้องกันน้ำท่วมและแผนสำรองการทำงานในภาวะฉุกเฉิน  จากนโยบายดังกล่าวองค์การเภสัชกรรมในฐานะที่เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ มีภาระหน้าที่หลักในการวิจัยและพัฒนายาและเวชภัณฑ์ พร้อมกระจายยารองรับระบบสาธารณสุขของประเทศ

จัดเตรียมยาชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย ประกอบด้วย ยาแก้ปวดลดไข้ ยาแก้แพ้  ยารักษาน้ำกัดเท้า  ผงน้ำตาลเกลือแร่ สำลี พลาสเตอร์ปิดแผล แอลกอฮอล์ จำนวน 4 แสนชุด รองรับแผนการทำงานในภาวะฉุกเฉินของกระทรวงสาธารณสุขแล้ว และพร้อมที่จะกระจายยาไปยังหน่วยงานสาธารณสุขได้ทันทีเมื่อได้รับการประสานจากระทรวงสาธารณสุข และหากมีความจำเป็นมากกว่านั้นองค์การเภสัชกรรมก็มีศักยภาพในการดำเนินการผลิตได้ทันที

เตรียมจัดงานสมโภชวัดอรุณฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288699

เตรียมจัดงานสมโภชวัดอรุณฯ

มค61, ธค60-, บูรณะวัดอรุณ, เผือกวิทยาประสาธน์, จากอดีตสู่ปัจจุบัน

บูรณะวัดอรุณฯ คาดเสร็จเดือนส.ค.ก่อนเปิดไฟแสดง ก.ย.2560 วธ.จับมือวัดอรุณฯ หน่วยงานรัฐ เอกชน เตรียมจัดงานสมโภช 27 ธ.ค.60- 5 ม.ค.61

         เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2560 ที่ห้องประชุมชั้น 2 โรงเรียนพระปริยัติธรรม (เผือกวิทยาประสาธน์) ภายในวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีกล่าวภายหลังการประชุมการเตรียมความพร้อมในการจัดงานสมโภชพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ครั้งที่ 1/2560 ว่าที่ประชุมรับทราบรายงานความคืบห้าการดำเนินงานบูรณะพระปรางค์และพระมณฑปวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารที่เริ่มมีการบูรณะมาตั้งแต่ปี 2556 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ขณะนี้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมศิลปากรได้บูรณะพระปรางค์ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และพระมณฑปด้านทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก รวมทั้งบูรณะพระปรางค์ประธานเสร็จสมบูรณ์แล้ว และได้บูรณะชั้นฐานสิงห์ ชั้นที่ 1-3 ไปแล้วบางส่วน ทั้งนี้ ปัจจุบันกรมศิลปากรอยู่ระหว่างดำเนินการบูรณะส่วนฐานสิงห์ที่เหลือ งานประติมากรรม บันได กำแพงแก้ว ซุ้มประตู พื้นและศาลาเก้าห้องคาดว่าแล้วเสร็จเดือนสิงหาคม และสามารถเปิดไฟแสดงได้ในเดือนกันยายน 2560

  เตรียมจัดงานสมโภชวัดอรุณฯ  เตรียมจัดงานสมโภชวัดอรุณฯ

  พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตั้งคณะทำงาน โดยมีผู้แทนวธ. วัดอรุณราชวรารามฯ กรุงเทพฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมมือกันจัดทำแผนแม่บทในการอนุรักษ์และส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของวัดอรุณราชวรารามฯ นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบมอบหมายให้วธ.ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน่วยงานอื่นๆ จัดงานสมโภชพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2560 -5 มกราคม 2560 เป็นเวลา 10 วัน ซึ่งกิจกรรมภายในงานมีดังกล่าว อาทิ นิทรรศการ “เล่าขานตำนานวัดอรุณราชวรารามฯ” นิทรรศการ “เล่าเรื่อง 250 ปี กรุงธนบุรี” นิทรรศการแสดงภาพถ่ายที่ชนะการประกวด “จากอดีต..สู่ปัจจุบัน” รวมถึงการถวายราชสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช การแสดงหุ่นละครเล็ก พิธีทำบุญตักบาตรต้นรับปีใหม่ ตลาดย้อนยุค การแสดงหนังใหญ่ การแสดงตีกลอง 108 ชุด เป็นต้น

ท้องก็ขับรถยนต์ได้ปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288682

ท้องก็ขับรถยนต์ได้ปลอดภัย

ท้องก็ขับรถยนต์ได้ปลอดภัย, คุณแม่ตั้งครรภ์ ดูแลตนเองอย่างไร ให้ปลอดภัยในการขับรถยนต์, ท้อง, ขับ, รถยนต์, ได้, ปลอดภัย

คุณแม่อาจมีความจำเป็นต้องสัญจรทางรถยนต์ หลายท่านคงมีความกังวลว่า จะขับรถเดินทางตามปกติได้หรือไม่ และมีข้อปฏิบัติอย่างไรในระหว่างการขับรถให้ปลอดภัยสูงที่สุด

      ในระหว่างการตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย   เพื่อปรับให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสรีรกายวิภาค หรือการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย เช่น ขนาดหน้าท้องที่ขยายใหญ่ขึ้น อาการบวมตามแขนขา และการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนและเมตาบอลิซึม โดยการเปลี่ยนแปลงต่างๆเหล่านี้  ล้วนแล้วจะส่งผลให้ขาดความคล่องตัวในการเดินทาง

แต่เนื่องจากคุณแม่อาจมีความจำเป็นต้องสัญจรทางรถยนต์ หลายท่านคงมีความกังวลว่า จะขับรถเดินทางตามปกติได้หรือไม่ และมีข้อปฏิบัติอย่างไรในระหว่างการขับรถให้ปลอดภัยสูงที่สุด

      พญ.พลอยนิล พุทธาพิทักษ์พงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้คำตอบว่า คุณแม่ที่ตั้งครรภ์สามารถนั่งรถยนต์ หรือแม้กระทั่งขับรถยนต์ด้วยตนเองได้ โดยอาจต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นระหว่างขับรถ

โดยช่วงเวลาที่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ มี 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงไตรมาสแรก หรือ ช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์  โดยช่วงนี้การเปลี่ยนแปลงขนาดหน้าท้องยังไม่มากนักก็จริง แต่คุณแม่หลายท่านอาจประสบ ปัญหาแพ้ท้อง วิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียนมากเวลาเดินทาง และยังเป็นช่วงสุ่มเสี่ยงต่อการแท้ง หรือมีปัญหาแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์ได้ง่าย แม้การขับรถยนต์ ไม่ได้เพิ่มโอกาสในการแท้งบุตร แต่หากเกิดปัญหาในระหว่างการขับขี่ ก็จะเพิ่มโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุเป็นอันตรายต่อทั้งคุณแม่และบุตรในครรภ์ได้

ส่วนช่วงไตรมาสสุดท้าย คือ ช่วงก่อนคลอดในเดือนที่ 7-9  คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไกล เนื่องจากใกล้คลอดเต็มที หรือหากคุณแม่ยังต้องทำงานประจำอยู่ ก็สามารถขับรถไปทำงานประจำวัน หรือ เดินทางในระยะใกล้ได้ แต่ต้องระมัดระวังอย่างมาก ไม่ควรขับรถเร็วเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อว่าหากเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉิน จะได้สามารถหยุดรถได้ทันท่วงที ช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตที่อาจเกิดขึ้นได้

รายละเอียดการขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัยในระหว่างตั้งครรภ์นั้น   คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการนั่งชิดพวงมาลัยมากเกินไป ควรปรับเบาะนั่งให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ โดยห่างจากพวงมาลัย 10-12 นิ้ว อยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นเส้นทางชัดเจน โดยที่มือสามารถหมุนพวงมาลัย เท้าเหยียบเบรคและคันเร่งได้ถนัด แล้วจึงคาดเข็มขัดนิรภัย โดยให้แนวแทยงของเข็มขัดคาดผ่านร่องอกไปตามแนวโค้งของท้อง ส่วนแนวนอนของเข็มขัดอยู่เหนือต้นขา และกระดูกเชิงกราน ห้ามคาดทับบริเวณหน้าท้องตำแหน่งของมดลูกโดยตรง  ตามภาพ

รูปที่ 1 คาดเข็มขัดนิรภัยไม่ถูกต้อง                 รูปที่ 2  คาดเข็มขัดนิรภัยถูกต้อง

นอกจากนี้ ก่อนเดินทาง ควรสำรวจความเรียบร้อยของยานพาหนะ ประกอบไปด้วย การเช็คลมยาง แบตเตอรี่ หม้อน้ำ น้ำมันเครื่องก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เรื่องนี้คุณพ่อสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยขับขี่ยานพาหนะได้  เพียงเท่านี้ คุณแม่ก็สามาถขับขี่รถยนต์ได้ด้วยความปลอดภัย เดินทางโดยสวัสดิภาพ