ระวัง!!”แก่ก่อนรวย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288614

ระวัง!!”แก่ก่อนรวย”

แก่ก่อนรวยแก้ได้, สังคมผู้สูงอายุ, จ้่างงานผู้สูงอายุได้ลดภาษี, ระวังแก่ก่อนรวย, แก่ก่อนรวย, 2014, Smart Job Center, วรานนท์ ปีติวรรณ, ฉบับที่ 639, สมคิด สมศรี

 หลายประเทศในเอเชียต่างเผชิญกับภาวะ สังคมสูงวัยไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์มีสัดส่วนของผู้สูงอายุ ใกล้เคียงกับไทยและเป็น Aging Society แม้สิงคโปร์ จะเตรียมแผนรับมือ

     เกาหลีใต้เข้าสู่ Aged Society แล้ว แต่ยังไม่มีแผนรองรับที่เป็น รูปธรรมและผู้สูงอายุจำนวนมากยังมีฐานะยากจนและ ญี่ปุ่น มีสัดส่วนผู้สูงอายุมากที่สุดในโลกและ เข้าสู่ Hyper-Aged Society หรือสังคมที่มีประชากร อายุ 65 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 20 ของจำนวน ประชากรทั้งหมดและผู้สูงอายุส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง   ทีมข่าวคุณภาพชีวิต Qualitylife4444@gmail.com  นำเสนอทำยังไงไม่ให้ตกอยู่ในภาวะ “แก่ก่อนรวย”

        เมื่อเร็วๆนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย โดย ธนภรณ์ จิตตินันทน์ และ ณัคนางค์ กุลนาถศิริ ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค สายนโยบายการเงิน วิเคราะห์ไว้ว่าประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจาก Aging Society เป็น Aged Society ใน เวลาที่สั้นกว่าประเทศอื่นๆแต่ที่น่ากังวลกว่าคือประเทศไทย “แก่ก่อนรวย”พร้อมกับนำเสนอการรับมือกับสังคมสูงวัยด้วยการ(1)การขยายอายุเกษียณเป็นนโยบายที่สามารถทำได้ในระยะสั้นแต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ถาวรจากงานศึกษาของ Ariyasajjakorn and Manprasert (2014) พบว่าสามารถ ‘เลื่อน’ ผลกระทบ ต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยออกไปได้ประมาณ 10 ปีขณะที่ประเทศไทยอยู่ระหว่างการเสนอ คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ขยายอายุเกษียณของ แรงงานในสถานประกอบการจาก 55 เป็น 60 ปี

ระวัง!!"แก่ก่อนรวย"

     (2)สนับสนุนให้บริษัทจ้างงานผู้สูงอายุ  ภาครัฐได้จัดตั้งศูนย์บริการจัดหางานผู้สูงวัย (Smart Job Center) เพื่อส่งเสริมให้มีงานทำและมีรายได้เพิ่มขึ้นในขณะเดียวกันรัฐบาลได้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่บริษัทที่จ้างผู้สูงวัยตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งต้องมีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท

     อย่างไรก็ตามแรงงานสูงอายุกลุ่มนี้มีเพียง 3 แสนคนหรือร้อยละ 2.9 ของผู้สูงอายุทั้งประเทศนโยบายนี้จึงเป็นเพียงแค่การ ช่วยเหลือแรงงานเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยไม่ได้สนับสนุนให้มีการทำทักษะและประสบการณ์ของ ผู้สูงอายุมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างที่หลาย ประเทศทำกันเท่าใดนัก

     (3)เพิ่มทักษะและจัดหางานให้เหมาะสมกับแรงงานจะช่วยเพิ่มความสามารถในการหารายได้และยกระดับผลิตภาพของแรงงานในระยะยาว ขณะนี้ภาครัฐมีโครงการฝึกอบรมแรงงานสูงอายุเพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพที่หลากหลายมากขึ้นและมีการคุ้มครองทางสังคมให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งพาตนเองได้

ระวัง!!"แก่ก่อนรวย"

     (4)ยกระดับคุณภาพชีวิต ภาครัฐวางระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม ต่อการดำรงชีวิต ของผู้สูงอายุรวมถึงการจัดสรรรายได้และรายจ่ายอย่างสมดุลโดยเฉพาะรายได้หลังวัยเกษียณผ่านการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นอกจากนี้ภาคเอกชนก็มีส่วนช่วยพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรองรับสังคมสูงวัยประเทศไทยยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ค่อนข้างจำกัดส่วนใหญ่จะเป็นโรงพยาบาลหรือศูนย์บริการทางการแพทย์ที่อยู่ไกล จากบ้าน หรือยังไม่มีรถโดยสารในการเดินทางไปต่าง สถานที่ ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนมากมีความยากลำบาก ในการเข้าถึงสวัสดิการจากส่วนกลาง

ระวัง!!"แก่ก่อนรวย"

     (5)การมีส่วนร่วมและประสานงานของหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญอย่างมากที่ประเทศไทยต้องพัฒนา ต่อไป ทั้งระบบบำนาญจะต้องยืดหยุ่นและสอดคล้อง กับแนวโน้มนโยบายด้านแรงงาน ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องไปยังภาระการคลังในการดูแลสวัสดิการและรักษาพยาบาลอีกด้วย

ระวัง!!"แก่ก่อนรวย"

      “วรานนท์ ปีติวรรณ”  อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่ากรมการจัดหางานได้จัดตั้งศูนย์บริการจัดหางานผู้สูงอายุขึ้นที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 และที่ศูนย์บริการจัดหางานเพื่อคนไทย (Smart Job Center) ภายในกระทรวงแรงงานส.ค. 2559 – มี.ค. 2560 มีผู้สูงอายุมาใช้บริการจัดหางาน จำนวนทั้งสิ้น4,612 คน ได้รับการบรรจุงานแล้ว จำนวน446 คน โดยได้รับการบรรจุงานในตำแหน่งแรงงานด้านการผลิตมากที่สุด รองลงมาเป็นแรงงานบรรจุ ช่างสานตะกร้า เจ้าหน้าที่สินเชื่อ พนักงานต้อนรับ ตามลำดับ สร้างรายได้ 4,920,000 บาทต่อเดือนหรือ 59,040,000  บาทต่อปี

ระวัง!!"แก่ก่อนรวย"

     ทั้งนี้ได้มีการให้บริการจัดหางานผู้สูงอายุทางเว็บไซต์ http://www.doe.go.th/elderly ด้วย โดยภายในเว็บจะจำแนกตามประสบการณ์ คุณสมบัติ ทักษะ ความเชี่ยวชาญ ในกลุ่มงานประจำ งานชั่วคราว งานสัญญาระยะสั้น งานรับงานไปทำที่บ้าน และงานที่ปรึกษา ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลให้กับนายจ้างและสถานประกอบการใช้ในการพิจารณาคัดเลือกได้ หากผู้สูงอายุต้องการจะหางานทำ หรือนายจ้าง/สถานประกอบการใดประสงค์จะจ้างงานผู้สูงอายุ ติดต่อได้ที่ศูนย์บริการจัดหางานผู้สูงอายุที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 สอบถามได้ที่ สายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694

ระวัง!!"แก่ก่อนรวย"

     ทั้งนี้มี มาตรการภาษีเพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย โดยกฎหมายประกาศใช้เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2560 มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 639) พ.ศ. 2560 สาระสำคัญคือให้สิทธิประโยชน์ภาษีการจ้าง “ผู้สูงอายุ” ผู้จ้างที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนำค่าจ้างไปเป็นรายจ่ายในการคำนวณเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ 2 เท่าของค่าจ้างจริง

ระวัง!!"แก่ก่อนรวย"

      ผู้สูงอายุที่จ้างต้องเกิดก่อนวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2498 สัญชาติไทย เคยเป็นลูกจ้างของนิติบุคคลที่จ้างอยู่ก่อนแล้ว หรือเป็นผู้ที่ขึ้นทะเบียนหางานไว้กับกรมการจัดหางานไม่เป็นและไม่เคยเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลที่จ้าง หรือนิติบุคคลในเครือเดียวกัน  ค่าจ้างต้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นห้าพันบาท (ถ้าค่าจ้างเกินนี้หักเป็นรายจ่ายได้ตามจริง แต่ไม่ได้สิทธิประโยชน์ในการหักรายจ่ายเพิ่ม) เป็นไปตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศ

    ส่วนผู้สูงอายุที่ต้องการพักผ่อน “สมคิด สมศรี” อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) บอกว่า มีศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ รองรับ อาทิ บ้านบุรีรัมย์ ขอนแก่น อยุธยา บางแค  นครพนม ภูเก็ต บางละมุง สงขลา ปทุมธานี บ้านธรรมปกรณ์เชียงใหม่

ระวัง!!"แก่ก่อนรวย"

       ซึ่งยื่นเรื่องได้ที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หรือศูนย์ให้อำนวยการศูนย์มีอำนาจในการอนุญาตให้ผู้สูงอายุเข้าใช้บริการในศูนย์ มีทั้งไม่เสียค่าบริการปลูกบ้านอยู่เองโดยอนุญาติให้ผู้สูงอายุปลูกบ้านพักอาศัยอยู่ในบริเวณศูนย์ ส่วนประเภทหอพักเสียค่าบริการตามอัตราที่กำหนด จะพ้นสภาพในกรณีลาออก ,

ระวัง!!"แก่ก่อนรวย"ระวัง!!"แก่ก่อนรวย"

        ออกจากศูนย์เกินวันเวลาที่ได้รับอนุญาต หรือออกจากศูนย์โดยไม่ได้รับอนุญาตติดต่อกันเกิน 30 วัน , ถึงแก่กรรม ,โดนส่งตัวไปยังหน่วยงานอื่น , ครบกำหนดเข้าใช้บริการ ,กระทำผิดทางอาญา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องขอรับตัวไปควบคุมเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย แต่ขณะนี้ยอดจองเฉพาะบางที่แคมีประมาณ 1,000 คนแล้ว โดยที่บ้านบางแคจ่ายค่าธรรมเนียมเพียงครั้เดียวรายละ 300,000 บาท

หุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิดฝีมือคนรุ่นใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288524

หุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิดฝีมือคนรุ่นใหม่

คมชัดลึก Thailand40 หุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิด, DTI, EOD, สทป,  DTI ,  EOD ,  สทป

การพัฒนาหุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิด สนับสนุนการพัฒนาประเทศ ก้าวสู่ Thailand 4.0

         โครงการวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิดดำเนินงานร่วมกับผู้ใช้สถาบันการศึกษาหน่วยงานวิจัยและภาคเอกชนในประเทศที่มีองค์ความรู้และฐานเทคโนโลยีย่อยซึ่งมีความพร้อมในการพัฒนาเป็นเทคโนโลยีหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดที่ตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานและสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นโดยกลไกการทำงานในรูปแบบประชารัฐ ผู้ผลิตไปสู่การใช้งานในราชการ

 

หุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิดฝีมือคนรุ่นใหม่

อรัญ แบล็ทเลอร์

 

อรัญ แบล็ทเลอร์ ที่ปรึกษาทีมสร้างหุ่นยนต์มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือมหาวิทยาลัยได้แชมป์โลกหุ่นยนต์กู้ภัยเป็นสมัยที่ 8 ให้แก่ประเทศไทย กล่าวว่าสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ( DTI ) จึงติดต่อมาทางมหาวิทยาลัยให้นำหุ่นยนต์ตัวนี้มาผลิต และเอามาใช้ประโยชน์จริงให้ได้ภายในปีนี้

หุ่นยนต์ที่ผ่านมานี้ได้ผ่านการทดสอบมาตรฐานว่าความแข็งแกร่งได้รางวัล Best Mobility คือรางวัลสมรรถนะการขับเคลื่อนหุ่นยนต์ยอดเยี่ยม ประเมินได้ว่าหุ่นยนต์ของเรามีความสามารถในการใช้งานจริงได้

หุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิดฝีมือคนรุ่นใหม่

ทางด้านงบประมาณการใช้ในการสร้างหุ่นยนต์ ตอนนี้ทาง DTI ได้ให้งบประมาณสำหรับตัวฐานล่างมา 1 ล้าน 1 แสนบาท และมีงบของทางมหาวิทยาลัย อีกประมาณ 7 แสนบาท โดยรวมตัวฐานอย่างเดียวใช้งบประมาณทั้งหมด 1,800,000 – 1,900,000 โดยงบประมาณทั้งหมดไม่เกิน 2 ล้านบาท หากเรายิ่งผลิตหุ่นยนต์จำนวนมาก ต้นทุนในการผลิตจะลดลง ในตอนนี้ เรายังผลิตตัวเดียวถามว่าในอนาคตมีจำนวนการสั่งหุ่นยนต์ มากขึ้นหรือมีความต้องการของคนไทยหรือหน่วยเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด ( EOD ) ต้องการในปริมาณมาก กำลังผลิตมันจะมากขึ้น และจะหาต้นทุนการผลิตได้ราคาถูกลงอย่างแน่นอน อรัญ แบล็ทเลอร์ กล่าว

 

หุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิดฝีมือคนรุ่นใหม่

กิตติคุณ ทองพูล

 

          นายกิตติคุณ ทองพูล อาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เผยว่ามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้ออกแบบแขนที่นำมาใช้กับหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดขนาดเล็ก ที่ทางสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ( สทป.) ออกแบบ โดยมหาวิทยาลัยได้ให้ความสำคัญในเรื่องแขนของหุ่นยนต์ ทำอย่างไรให้แขนมีประสิทธิภาพสูงสุด น้ำหนักเบาและแรงยกสูง นอกเหนือจากเรื่องแขน กระบวนการที่หุ่นยนต์จะมีพละกำลังแล้ว มีความฉลาดโดยส่วนหนึ่ง

เนื่องจากแขนมีข้อต่อหลายข้อในการบังคับ การพัฒนากระบวนการที่ใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยประมวลผล ช่วยให้การบังคับง่ายขึ้น โดยใช้ข้อมูลจากภาพ ให้ผู้บังคับด้วยวัตถุและให้แขนคำนวณทิศทางการเคลื่อนที่ด้วยตัวเอง ค้นหาเส้นทางที่ดีที่สุด เพื่อเข้าสู่วัตถุเป้าหมายและการจับวัตถุผู้ปฏิบัติการจะสามารถใช้แขนในการปฏิบัติภารกิจได้อย่างง่ายดาย สามารถใช้งานในสภาพพื้นที่ที่มีความรุนแรง และรองรับการใช้งานที่หนักหน่วง

หุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิดฝีมือคนรุ่นใหม่

การที่เราเลือกใช้วัสดุที่แข็งแรงมันไม่พอ เราต้องคำนึงถึงเรื่องน้ำหนักด้วย วัสดุที่แข็งแรงในแง่ไหนถ้ามันแข็งแรงเกินไปมันอาจส่งผลให้เปราะได้ และมีการคำนวณโดยใช้โปรแกรม เพื่อหาชนิดของวัสดุก่อสร้างเรื่องของขนาดโครงสร้างเปอร์เซ็นไทล์ควรจะมีขนาดเท่าไหร่ เนื้อหาชิ้นส่วนที่ดีที่สุดของในแต่ละส่วนโดยการควบคุมผ่านทางคอมพิวเตอร์โดยใช้การสื่อสารแบบไร้สายจะมีคอมพิวเตอร์ระยะไกลวางอยู่

ในส่วนตัวแขนกลจะมีตัวควบคุมเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก คอมพิวเตอร์ชนิดสมองกลเป็นคอมพิวเตอร์ที่เคยเห็นในรถยนต์ จะมีลักษณะเดียวกัน ในส่วนนี้ก็จะมาควบคุมเฉพาะการขับเคลื่อนและส่วนหนึ่งที่ควบคุมในเรื่องความฉลาดของหุ่นยนต์เป็นการนำเข้ามาประมวลผลและคำนวณหาทิศทาง

 

หุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิดฝีมือคนรุ่นใหม่

ขันชัย กิ่งกังวาลย์

 

ทางด้าน นาวาตรี ขันชัย กิ่งกังวาลย์ เผยว่า หุ่นยนต์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตัวนี้มีลักษณะพิเศษที่ล้อ เป็นการเคลื่อนที่เปลี่ยนทิศทางได้โดยไม่ต้องหันมุมเลี้ยว จะเห็นได้ว่าข้างในล้อจะมีล้ออีกตัวที่ซ้อนอยู่ข้างใน ในขณะที่หุ่นยนต์วิ่งไปแล้วต้องการที่จะเลี้ยว หุ่นยนต์ตัวนี้ก็สามารถสไลด์ซ้าย ขวา เดินหน้า ถอยหลังได้โดยที่ไม่ต้องหมุนตัว ซึ่งการทำงานหลักๆก็จะเหมือนหุ่นยนต์ทั่วไป สั่งการโดยการใช้คอมพิวเตอร์

หุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิดฝีมือคนรุ่นใหม่

โดยหุ่นยนต์ทั้งหมดนี้จะเป็นการร่วมมือกันของ 3 มหาวิทยาลัย และมีการนำหุ่นยนต์มาประยุกต์รวมกัน ชิ้นส่วนไหนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะแต่ละมหาลัยเก่งไม่เหมือนกัน และนำข้อดีของแต่ละมหาวิทยาลัยมาใช้ประโยชน์รวมกันจะได้หุ่นยนต์ทีมีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม นาวาตรี ขันชัย กล่าว

“เด็กยุคใหม่ จบไปจะทำงานอะไร”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288574

“เด็กยุคใหม่ จบไปจะทำงานอะไร”

ศตวรรษที่, ห้องเรียนแห่งอนาคต, คมชัดลึก  Samsung, การศึกษา, โรงเรียนเทิงวิทยาคม, เด็กยุคใหม่, จบไปจะทำงานอะไร, เด็กยุคใหม่ จบไปจะทำงานอะไร

ซัมซุง ผุดโครงการ Samsung Smart Learning Center ตอบโจทย์ปัญหาสังคมในหัวข้อ “เด็กยุคใหม่ จบไปจะทำงานอะไร เพาะพันธุ์ผลผลิตในห้องเรียน

 

 

 "เด็กยุคใหม่ จบไปจะทำงานอะไร"

โลกที่เปลี่ยนแปลง ห้องเรียนก็ต้องปรับเพื่อรับมือกับความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เช่น ใช้หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์  ทำให้งานหลายงานอย่างที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาจไม่มีอยู่ในอนาคต จึงได้เกิดคำถามขึ้นมาว่า เด็กยุคใหม่ จบไปจะทำงานอะไร ขึ้นมา บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด จึงได้จัด โครงการ Samsung Smart Learning Center เพื่อที่จะช่วยให้เด็กและเยาวชน อยู่รอดได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

 

 "เด็กยุคใหม่ จบไปจะทำงานอะไร"

ณวนุช สรรพบพิตร

ณวนุช สรรพบพิตร ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า โรงเรียนเทิงถือเป็นต้นแบบที่ประยุกต์ใช้นวัตกรรมเข้าหาการเรียนรูปแบบใหม่ได้อย่างดีเยี่ยม เป็นแห่งเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้แก่โรงเรียนอื่นๆ ได้เข้ามาจัดการศึกษาวิธีการเรียนการสอน ก่อนให้เกิดประโยนช์แก่นักเรียนและความเปลี่ยนแปลง ในห้องเรียนอย่างเห็นได้ชัด

” ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาห้องเรียนแห่งอนาคตของซัมซุงได้ขยายสู่เครือข่ายโรงเรียนอื่นๆ ไปแล้วถึง 47 โรงเรียน ทั่วทั้งประเทศ โดยสร้างประโยชนืให้แก่ครูจำนวนมากกว่า 3 พันคน และนักเรียนกว่า 7 หมื่นคน โดยนักเรียนเหล่านี้ยังได้ค้นพบ การเปลี่ยนแปลงของตัวเองว่ามีการพัฒนาทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม , ทักษะการใช้ชีวิตและอาชีพ และทักษะทักษะการสื่อสารข่าวและเทคโนโยลี การสร้างมนุษย์สัมพันธ์ นอกจากนี้ นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการยังเผยว่า การทำงานร่วมกับเพื่อน คือหนึ่งในสามสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อการเติบโตของพวกเขา ”   ณวนุช กล่าว

 "เด็กยุคใหม่ จบไปจะทำงานอะไร"

แนวคิดหนึ่งซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางก็คือ กรอบการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่พัฒนาขึ้นโดยกลุ่มภาคี แนวคิดนี้เสนอว่าผู้เรียนควรได้รับการพัฒนา ให้มีทักษะสำคัญ 3 กลุ่ม ได้แก่ ทักษะการเรียนรู้และสร้างนวัตกรรม , ทักษะด้านสนเทศสื่อเทคโนโลยี และทักษะชีวิตและอาชีพ

เพื่อให้ผู้เรียนได้มีทักษะสำคัญดังกล่าว การเรียนการสอนในศตวรรษใหม่จึงต้องก้าวพ้นจากการสอนแบบรอรับความรู้ โดยมีครูเป็นต้นทางผู้ถ่ายทอดความรู้ไปสู่การใช้กระบวนการเรียนรู้แบบผู้เรียนมีส่วนร่วม ผู้เรียนกระทำการเรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยมีครูและผู้อำนวยการให้การสนับสนุน

 "เด็กยุคใหม่ จบไปจะทำงานอะไร"

ปัจจุบันโครงการได้สนับสนุนแนวคิดการพัฒนาการประเมิน แบบใหม่ที่โรงเรียนเข้าร่วมโครงการได้เริ่มพัฒนา และทดลองใช้ โดยคาดหวังว่าในอนาคต จะเกิดมาตรฐานและการประเมินแบบใหม่ที่ด้รับการยอมรับ และถูกนำมาใช้สนับสนุนการจัดการศึกษาแห่งศตวรราใหม่ในวงกว้าง โดยมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 47 โรงเรียน

 

 "เด็กยุคใหม่ จบไปจะทำงานอะไร"

ครูกัณจนา อักษรดิษฐ์

 

ครูกัณจนา อักษรดิษฐ์ ครูที่ปรึกษาชุมนุมโรงเรียนเทิงวิทยาคม จังหวัดเชียงราย หนึ่งในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่าการให้เด็กทำงาน ลงมือปฎิบัติงาน และทำกิจกรรมตลอด จะส่งผลให้เด็กไม่เบื่อ โดยมีครูกระตุ้นว่าสิ่งนี้หาเปลี่ยนแปลงจะเป็นอย่างไรสุดท้ายจะมีความสนใจและต้องการที่จะทำให้สำเร็จ

กระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ค้นพบปัญหาที่เกิดใกล้ตัวในชุมชนของพวกเขา โดยการเริ่มเอาหัวข้อต่างๆ มาพูดคุยกันวิพากษ์ข้อดี ข้อเสียของแต่ละหัวข้อ ซึ่งเป็นวิธีการโหวตตามเสียงข้างมาก เพราะเป็นการหาข้อตกลงร่วมกันด้วยเหตุผล ซึงจะทำให้เด็กๆ ยอมรับเหตุผลของอีกฝ่ายทำให้สามารถช่วยกันทำงานต่อย่างเต็มใจ โดยไม่มีใครวางมือกลางคัน

 "เด็กยุคใหม่ จบไปจะทำงานอะไร"

ทัศนคติที่สำคัญที่ครูควรมีคือการมองคำถามของเด็กๆ ในเชิงสร้างสรรค์ และกระตุ้นในเกิกการตั้งคำถามและหาคำตอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประเด็นต่างๆ กระจ่างขึ้น เพื่อจะได้ต่อยอดไปสู่การค้นพบใหม่ๆ มากขึ้น ส่งผลให้เด็กล้าคิด กล้าถาม และกบ้าแสดงออก โดยไม่เน้นถูกหรือผิด คอยช่่วยนักเรียนรวบรวมความคิดด้วยการตั้งคำถาม เพื่อให้เกิดการชี้แจงหรือวิพากษ์กันด้วยเหตุผล ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นตลอดโครงการ            “ประสบการณ์สอนเราว่า ควรแก้ไขปัญหายังไง และกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง” ครูกัณจนา กล่าว

 

 "เด็กยุคใหม่ จบไปจะทำงานอะไร"

พอฤทัย อุตเคียน

                พอฤทัย อุตเคียน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 แกนนำชุมนุมซัมซุง โรงเรียนเทิงวิทยาคม เล่าว่า ได้เข้าร่วมโครงการตั้งแต่ม.1 โดยเริ่มจากวิชาวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม ตั้งแต่ที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ ทำให้มีความอดทนมากขึ้น และได้นำไปปรับใช้ในการเรียน ส่งผลให้การเรียนดีขึ้น และได้นำสื่อเทคโนโลยีต่างๆที่ซัมซุงมอบให้แก่โรงเรียน ใช้ประกอบการทำวิจัยเช่น โน๊ตบุ๊คใช้ในการตัดต่อวีดีโอ , ใช้กล้องในการถ่ายภาพนิ่งในการลงพื้นที่ชุมชนและการถ่ายวีดีโอ และใช้เทปเล็ปในการจดข้อมูลต่างๆที่ศึกษามา

 "เด็กยุคใหม่ จบไปจะทำงานอะไร"

ในฐานะที่เป็นแกนนำก็จะใช้สื่อวีดีโอหนังสั้นที่ ได้ทำ และที่รุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จไปใช้ในการการประชาสัมพันธ์โครงการนี้เพื่อกระตุ้นให้น้องๆสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ และต้องการนำประโยนช์ที่ได้รับจากโครงการนี้ไปเผยแพร่ให้แก่ชุมชน ในกระบวนการทำงานคือจะให้ทุกคนเสนอชุมชนที่ต้องการที่จะทำขึ้นมา แล้วปรึกษาหารือ เกี่ยวกับข้อดีหรือข้อจำกัดที่ดีที่สุดมาของในแต่ละชุมชน

การศึกษาคือเมล็ดพันธุ์แห่งนวัตกรรม และการค้นพบปัจจัยสำศัญที่ทำให้มนุษยชาติก้าวไปข้างหน้า ไปสู่การพัฒนาการศึกษาไทยให้เข้าแข็ง อันเป็นเป้าหมาสูงสุดของโครงการซัมซุง สร้างพลังเรียนรู้สู่อนาคต

ยกระดับการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงกับ AP ACADEMY

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288565

ยกระดับการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงกับ AP ACADEMY

Marketing and Sales, คมชัดลึก อสังหาริมทรัพย์ APOpenhouse, Academy,  Marketing and Sales

สถาบัน AP Academy เปิดรับนิสิตนักศึกษาปีที่ 3 และ 4 เข้าดูงานและศึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์

          สถาบันเอพี อะคาเดมี่ ให้ความสำคัญลงทุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านการยกระดับคุณภาพทรัพยากรบุคคล อีกทั้ง ยังเปิดโอกาสให้บุคลากรภายนอกเข้ามาเรียนรู้งานโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาปีที่ 3 และปีที่ 4 โดยมีประสบการณ์ตรงจากการรับบัณฑิตจบใหม่สาขาเข้าทำงานแต่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้เนื่องจากรู้เฉพาะทฤษฎีแต่ขาดทักษะและประสบการณ์ในการลงมือปฏิบัติงานจริง จึงทำแลปขึ้นเพื่อเป็นหลักแห่งการเรียนรู้ลงมือปฏิบัติเพื่อทักษะการเรียนรู้ในทุกๆด้านของสายงานอสังหาริมทรัพย์อย่างแท้จริง

ยกระดับการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงกับ AP Academy

นายภูมิพัฒน์ สินเจริญ

          นายภูมิพัฒน์ สินเจริญ รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานทรัพยากรบุคคลและผู้อำนวยการสถาบันเอพี อะคาเดมี่ เผยว่า เอพีได้ยกระดับความเข้มข้นของสถาบัน เพื่อการเรียนรู้ครบวงจรด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้ทันกับยุคสมัย และเครื่องมือการเรียนการสอนด้านอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้แนวคิดรู้ลึก ลงมือทำจริง ก้าวทันกระแสยุคดิจิตอล ผ่าน 3 แนวทางหลักได้แก่ การเรียนรู้มุ่งสู้การลงมือทำจริง, การเปลี่ยน Platform การเรียนรู้ก้าวทันโลกดิจิตอล และเด็ก Gen Z ผ่านสื่อการเรียนการสอนที่เช้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง และ Knowledge Transformation การมุ่งส่งต่อองค์ความรู้ นำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือไอเดียใหม่ๆ

          การนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมกับสื่อการเรียนการสอน เพื่อให้บุคลากรในองค์กรได้เรียนรู้และทำงานร่วมกันโดย ก้าวผ่านข้อจำกัดของสถานที่และเวลา เป็นการทำงานและเรียนรู้ผ่านสเปซออนไลน์ ตามแนวคิดดูลงมือทำจริงส่งเสริมคุณภาพชีวิตยุคดิจิตอล ให้เกิดเป็นรูปธรรม ทั้งนี้หลักสูตรต่างๆที่ เอพี อะคาเดมี่ ออกแบบขึ้น ถือได้ว่าเปลี่ยนรูปแบบหรือแบบฟอร์มในการเรียนรู้ด้วยการนำเทคโนโลยีต่างๆในยุคดิจิตอล มาผสมผสานเพื่อให้เกิดความสนุกอินเทอร์แอคทีฟและเพิ่มความ สะดวกสบายในการเข้าถึงองค์ความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการผ่านแอพลิเคชัน เอพี

ยกระดับการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงกับ AP Academy

          และในปีนี้ โครงการ เอพี Open House 2017 มีการเปิดกว้างในการรับนิสิตนักศึกษาปีที่ 3 และ 4 จำนวน 50คน จากหลากหลายสาบาของสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เข้ามาฝึกงานเจาะลึกความเข้มข้นตลอด 2 เดือนเพื่อให้นักศึกษาฝึกงานได้เรียนรู้กระบวนการทำงานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างครบวงจรได้เพิ่มหลักสูตรใหม่ด้าน marketing and sales การตลาดและการขาย เพิ่มเติมจากหลักสูตรวิศวะโยธา เน้นการฝึกงานจริงทำจริงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการให้ ทั้งนิสิตนักศึกษาฝึกงานได้โรงฝึกทักษะจริงๆก่อนลงพื้นที่ไซส์งาน

ยกระดับการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงกับ AP Academy

          ในปีนี้ โครงการ เอพี Open House 2017 มีการเปิดกว้างในการรับนิสิตนักศึกษาปีที่ 3 และ 4 จำนวน 50คน จากหลากหลายสาขาของสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ เข้ามาฝึกงานเจาะลึกความเข้มข้นตลอด 2 เดือนเพื่อให้นักศึกษาฝึกงานได้เรียนรู้กระบวนการทำงานในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างครบวงจรได้เพิ่มหลักสูตรใหม่ด้าน การตลาดและการขาย ( Marketing and Sales) เพิ่มเติมจากหลักสูตรวิศวะโยธา เน้นการฝึกงานจริงทำจริงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการให้ ทั้งนิสิตนักศึกษาฝึกงานได้โรงฝึกทักษะจริงๆก่อนลงพื้นที่ไซส์งาน

          โดย เอพี จะไปตามมหาวิทยาลัย และจะให้นักศึกษาสมัครผ่านแอปพลิเคชัน หรือ สมัครเข้าโครงการทางออนไลน์ นักศึกษา Marketing Sales จะคัดเลือกโดยการส่งคลิปสร้างสรรค์เข้าประกวด และคณะกรรมการทั้งหมดจะมาตัดสินจากคลิปที่ส่งเข้ามาว่าใครมีความสร้างสรรค์ที่สุด เลือกให้เข้าร่วมโครงการต่อไป

เฟ้นหาเชฟรุ่นเยาว์ต่อยอดสู่อาชีพในฝัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288540

เฟ้นหาเชฟรุ่นเยาว์ต่อยอดสู่อาชีพในฝัน

ในตอนนั้น, เชฟ, ข่าวทั่วไป คมชัดลึก, ฝ่ายมัธยม, Black Box

หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์จับมือสาธิต มศว. ประสานมิตรร่วมค้นหาเชฟวัยทีน กับโครงการ นิวซีแลนด์ ยัง จีเนียส เชฟ

 

อาชีพเชฟ ถือเป็นหนึ่งอาชีพในฝันของน้องๆ ยุคใหม่ เพื่อสานฝันเยาวชนไทยที่มีใจรักการทำอาหาร หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ ร่วมกับ โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) จัดโครงการ “New Zealand Young Genius Chef Culinary Competition ค้นหาเชฟวัยทีน ที่มีใจรักในการทำอาหาร

เพื่อค้นหาสุดยอดเชฟรุ่นเยาว์ที่มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป ชิงรางวัลการศึกษาดูงานหลักสูตรการประกอบอาหารที่สถาบันการศึกษาในประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งมีน้องๆ สมัครเข้าแข่งขันทั้งหมด 50 คน จาก 27 โรงเรียน และเมื่อเร็วๆ นี้ทางโครงการฯ ได้จัดปฐมนิเทศเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้เข้าแข่งขัน

โดยมี มร.เบน คิง เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทยเป็นประธาน  ณ ห้องประชุม โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม)

เฟ้นหาเชฟรุ่นเยาว์ต่อยอดสู่อาชีพในฝัน

 

เฟ้นหาเชฟรุ่นเยาว์ต่อยอดสู่อาชีพในฝัน

มร.เบน คิง

          มร.เบน คิง เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเทศนิวซีแลนด์มีสถาบันการศึกษาด้านการประกอบอาหารชั้นหลายแห่งที่เปิดรับนักเรียนและนักศึกษาจากทั่วโลก ได้มาเรียนรู้และศึกษา สำหรับโครงการแข่งขันประกอบอาหาร “นิวซีแลนด์ ยัง จีเนียส เชฟ” ในครั้งนี้ หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ ได้ร่วมกับ โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม)จัดประกวดการแข่งขัน เพื่อยกระดับทางการศึกษาให้กับนักเรียน และเปิดโอกาสให้ สร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างครูกับนักเรียน ของโรงเรียนในเครือข่ายต่างๆ ที่มีหลักสูตรการประกอบอาหารภายในประเทศไทยได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ซึ่งกันและกันด้วย

 

เฟ้นหาเชฟรุ่นเยาว์ต่อยอดสู่อาชีพในฝัน

เชฟท็อป กิตติ ดรุกาญจน์พฤติ

เชฟท็อป กิตติ ดรุกาญจน์พฤติ สุดยอดเชฟนักล่ารางวัล ศิษย์เก่าจากนิวซีแลนด์มาสาธิตโชว์ทักษะด้านการประกอบอาหารพร้อมให้ความรู้ และเทคนิคในการทำอาหารให้กับน้องๆ ผู้เข้าแข่งขันได้ทราบและเปิดโอกาสให้ซักถาม

โดยเชฟท็อป เล่าว่า มีโอกาสได้ไปเรียนด้านการทำอาหารที่ประเทศนิวซีแลนด์ เพราะครอบครัวเปิดโอกาสให้ จากการไปร่วมงานนิทรรศการการศึกษานิวซีแลนด์ ก็เลยตัดสินใจเลือก เพราะคิดว่าเป็นประเทศที่ปลอดภัย เหมาะสำหรับเด็ก ที่เลือกเรียนทำอาหารเพราะชอบทำอาหาร และอยากทำอาหารที่ดีทีสุดทุกคนได้รับประทาน ตอนเรียนก็มีโอกาสได้ไปฝึกงานกับร้านอาหารดังๆ หลายแห่งที่นั่นด้วย

เฟ้นหาเชฟรุ่นเยาว์ต่อยอดสู่อาชีพในฝัน

ทำให้มีความมั่นใจในการทำอาหารมากขึ้น บวกกับความสามารถด้านการใช้ภาษาที่ดีขึ้น ทำให้มีโอกาสได้ไปในที่ดีๆ ด้วยแรงผลักดัน และกำลังใจที่ดีของเพื่อนๆ ชาวกีวี่และชาวต่างชาติที่ได้เจอ ทำให้ได้พัฒนาทักษะทางด้านภาษาและการทำอาหารได้ดีขึ้นด้วย

 

 

เฟ้นหาเชฟรุ่นเยาว์ต่อยอดสู่อาชีพในฝัน

น้องลูกจรรย์-น.ส.บุญยวีร์ ภาคย์วิศาล

ปิดท้ายด้วยน้องลูกจรรย์-น.ส.บุญยวีร์ ภาคย์วิศาล อายุ 16 ปี จากโรงเรียนนานาชาติกรุงเทพ บอกว่า เตรียมตัวเยอะมากเพราะผู้เข้าแข่งขันมาจากหลายที่ด้วย ไปลองชิมวัตถุดิบ ซ้อมทำให้ชำนาญ ลองทำอาหารให้หลากหลายเข้าไว้ การมาแข่งครั้งนี้จะทำให้ได้เพื่อนใหม่ๆ ไว้คอยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันด้วย ทำให้เต็มที่และแอบหวังลึกๆ ว่าจะได้ไปเปิดประสบการณ์ที่นิวซีแลนด์

ทั้งนี้การแข่งขันจะจัดขึ้นในวันที่ 17 สิงหาคม 2560 โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 2 รอบ คือ สร้างสรรค์เมนูจากหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ และรอบที่ 2 สร้างสรรค์เมนูวัตถุดิบปริศนา (Black Box) ใช้เวลาการแข่งขันรอบละ 45 นาที ผู้ชนะจะได้รางวัลการศึกษาดูงานหลักสูตรการประกอบอาหารที่สถาบันการศึกษาในประเทศนิวซีแลนด์เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และประกาศนียบัตรจาก เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย มูลค่ารวมกว่า 380,000 บาท ณ โรงยิมอาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม)

สศร.ดันกระบี่เป็นเมืองศิลปะไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288584

สศร.ดันกระบี่เป็นเมืองศิลปะไทย

คมชัดลึก สำนักงานศิลปะร่วมสมัย กระบี่ ท่องเที่ยว, สศร,  สศร, ภาพถ่าย

กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรมสร้างสรรค์งานเขียนและภาพถ่ายเพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่เพื่อเตรียมความพร้อมสู่แผนการผลักดันและพัฒนาเมืองศิลปะ

          สำนักงานศิลปะร่วมสมัย ( สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม ได้วางแผนการผลักดันและพัฒนาเมืองศิลปะให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด  Edge of the wonderland แนวความคิดนั้นมาจากความน่ามหัศจรรย์ของจังหวัดกระบี่ที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอันหลากหลาย มีลักษณะภูมิประเทศที่สวยงามน่าค้นหา มีทางเทือกเขาหาดทรายชายฝั่งทะเลและเกาะน้อยใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีความเหมาะสมที่จะใช้เป็นพื้นที่ในการจัดแสดงศิลปกรรม

ซึ่งเป็นมรดกแห่งอันดามันอย่างแท้จริงโดยดินแดนมหัศจรรย์ของกระบี่นี้กระตุ้นให้เกิดการสำรวจการผจญภัย รายการตีความทางศิลปะรวมทั้งการเดินทางอย่างสร้างสรรค์

 

สศร.ดันกระบี่เป็นเมืองศิลปะไทย

ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ

          ดร.วิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย เปิดผยว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นการประชาสัมพันธ์กระบี่ และเพื่อเตรียมความพร้อมและนำร่องการจัดมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Krabi 2018โดยเป็นร่วมมือระหว่างศิลปินในสาขาวรรณศิลป์ และสาขาทัศนศิลป์ (ภาพถ่าย) เพื่อสร้างสรรค์ผลงาน สร้างการรับรู้ สร้างความเคลื่อนไหวและความตื่นตัวให้แก่คนในจังหวัดกระบี่ ศิลปิน และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรมต่างๆ

โดยโครงการนี้ได้นำนักเขียนและช่างภาพมาลงพื้นที่จริง เพื่อที่จะเขียนได้เขียนจากบรรยากาศจริง  สถานที่จริง และได้เห็นศิลปะ วัฒนธรรม หรือวัตถุโบราณต่างๆของกระบี่ เพื่อสนับสนุนการเขียน และการถ่ายทอดเรื่องราวของกระบี่ผ่านปลายปากกา และภาพถ่าย ออกมาในรูปแบบต่างๆ

สศร.ดันกระบี่เป็นเมืองศิลปะไทย

นักเขียน

อีกทั้งยังได้เปิดโอกาสให้น้องๆหรือผู้ที่สนใจในด้านการเขียน เข้าร่วมโครงการ “บ่มเพาะนักเขียน” โดยมี 5แขนงดังนี้ เรื่องสั้น,วรรณกรรม,กวี,กวีนิพนธ์ และนิยาย ทุกคนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าได้เข้าร่วมโครงการนี้ จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการประสัมพันธ์เมืองกระบี่ให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ผ่านช่องทางที่แตกต่างกันออกไป และยังมีโครงการ “ภาพเล่าเรื่องเมืองกระบี่” โดยช่างภาพได้ถ่ายภาพเมืองกระบี่ และนำไปใช้ในการสนับสนุนการท่องเที่ยวอีกด้วย

 

สศร.ดันกระบี่เป็นเมืองศิลปะไทย

สุชานาถ บูรณสันติกูล

          สุชานาถ บูรณสันติกูล นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการบ่มเพาะนักเขียนเรื่องสั้น กล่าวว่าได้สมัครเข้าร่วมโครงนี้และดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์เมืองกระบี่ให้คนได้รับรู้ผ่านเรื่องสั้นนำเสนอเรื่องราวของวัฒนธรรม ศิลปะเมืองกระบี่

 

สศร.ดันกระบี่เป็นเมืองศิลปะไทย

ไพฑูรย์ ล่องเป็ง

          ไพฑูรย์ ล่องเป็ง ผู้จัดการหอการค้าจังวัดกระบี่ หนึ่งในผู้ร่วมโครงการ “ ภาพเล่าเรื่องเมืองกระบี่ ” กล่าวว่า ภาพแต่ละภาพเล่าเรื่องราวของกระบี่ได้มากมาย และอยากถ่ายทอดภาพเมืองกระบี่ให้นักท่องเที่ยวได้ชม กระบี่มีวัฒนธรรมต่างๆ และวัตถุโบราณมากมาย นอกจากนี้ยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม และพร้อมจะเป็นเจ้าบ้านที่ดี

สศร.ดันกระบี่เป็นเมืองศิลปะไทย

สศร.ดันกระบี่เป็นเมืองศิลปะไทย

ท่าปอมคลองสอง

นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้ผู้คนทั้งในและนอกพื้นที่เกิดความเข้าใจเกิดความภูมิใจ ในความงดงามของทรัพยากรธรรมชาติ และคุณค่าของศิลปวัฒนธรรม และเกิดความรู้สึกมีส่วนร่วมต่อการพัฒนากระบี่ให้เป็นเมืองศิลปะที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ตลอดจนส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่การแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยและแหล่งเรียนรู้

สธ.สำรองยา 4 แสนชุด ช่วยน้ำท่วม !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288550

สธ.สำรองยา 4 แสนชุด ช่วยน้ำท่วม !!

สำรองยา, 4แสนชุด, น้ำท่วม, สธสำรองยา, แสนชุด, ช่วยน้ำท่วม, นพปิยะสกล

สธ.กำชับสถานบริการ 28 จังหวัด เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก!! พร้อมรับมือพายุฤดูร้อน  “นพ.ปิยะสกล”เผย สธ.ได้สำรองยาชุด เพื่อช่วยเหลือน้ำท่วมในส่วนกลาง 4 แสนชุด

          เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2560-กระทรวงสาธารณสุข กำชับสถานบริการ28จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อน มีแผนป้องกันน้ำท่วมและแผนสำรองการทำงานในภาวะฉุกเฉิน สำรวจความมั่นคงสิ่งก่อสร้าง ขนย้ายอุปกรณ์ สิ่งของสำคัญไว้ที่ปลอดภัย เตือนประชาชน หลีกเลี่ยงอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่/ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ หากบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร.สายด่วน1669

          ศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้ ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลทุกแห่งและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยเฉพาะใน 28 จังหวัด ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก ให้ติดตามสถานการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

          “พร้อมดำเนินการ ดังนี้1.ป้องกันความเสียหายต่ออาคาร สถานที่ อุปกรณ์ เครื่องมือแพทย์ เครื่องสูบน้ำ ตรวจสอบระบบระบายน้ำ ไม่ให้อุดตัน ขนย้ายเวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ เอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย สำรวจความแข็งแรงสิ่งก่อสร้าง ป้ายประกาศ ไฟส่องสว่าง ตัดแต่งต้นไม้ รื้อถอนสิ่งที่เป็นอันตรายหรือซ่อมแซมให้ปลอดภัย”ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล  กล่าว

          ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล   กล่าวต่อว่า 2.สำรองทรัพยากรที่มีความจำเป็นต่อการจัดบริการประชาชน เช่น ยา-เวชภัณฑ์ ระบบไฟฟ้าสำรอง น้ำมัน ออกซิเจน อาหาร เป็นต้น3.สำรวจผู้ป่วยที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ และไม่สามารถเดินทางมาสถานบริการได้ เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง จัดให้มีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการ4.เตรียมแผนประคองกิจการ ปรับพื้นที่ให้บริการ กรณีไม่สามารถเปิดบริการได้ และแผนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย รวมทั้งประสานโรงพยาบาลข้างเคียงร่วมจัดบริการนอกสถานที่

          “ทั้งนี้ ได้สำรองยาชุดช่วยเหลือน้ำท่วมในส่วนกลาง400,000ชุดพร้อมสนับสนุนพื้นที่ได้ทันที เตือนประชาชน หลีกเลี่ยงเข้าใกล้สิ่งก่อสร้างที่อาจเป็นอันตรายขณะเกิดพายุลมแรง เช่น ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ต้นไม้ใหญ่ สิ่งก่อสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง หากบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน โทรขอความช่วยเหลือด้านการแพทย์ได้ที่ สายด่วน1669 ตลอด 24 ชั่วโมง”ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล

“นพ.บรรจง” นั่งอธิการบดีมม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288542

“นพ.บรรจง” นั่งอธิการบดีมม.

มม, นพบรรจง, นั่งอธิการบดีมม

เห็นชอบ “นพ.บรรจง  มไหสวริยะ รักษาการแทนรองอธิการบดีมม. ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมม.แทน ศ.นพ.อุดม  คชินทร ที่ขอลาออกจากตำแหน่ง 1 ส.ค.นี้

         เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม นพ.โชคชัย เมธีไตรรัตน์   รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ในฐานะเลขานุการสภามหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) เปิดเผยว่า การประชุมสภามม.ที่มี นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี นายกสภามม. เป็นประธานเมื่อเร็ว ๆ นี้  มีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการสรรหาอธิการบดี ที่มีนพ.ประเวศ วะสี  กรรมการสภามม. ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน เสนอให้ นพ.บรรจง  มไหสวริยะ รักษาการแทนรองอธิการบดีมม. ดำรงตำแหน่ง อธิการบดีมม.แทน ศ.นพ.อุดม  คชินทร  อธิการบดีมม. ซึ่งขอลาออกจากตำแหน่งอธิการบดีมม.  ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม  โดยจากนี้สภามม. จะเสนอรายชื่อผู้เหมาะสมดำรงตำแหน่งอธิการบดีมม. ให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ตรวจสอบคุณสมบัติ  ก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้นพ.บรรจง รักษาการในตำแหน่งอธิการบดีมม. ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม เป็นต้นไป จนกว่า จะมีพระบรมราชโองการโปรดแกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี เพื่อให้การบริหารงานในมม. เป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่สะดุด

“การสรรหาอธิการบดีมม. ครั้งนี้ มีผู้ตอบรับการสรรหาเป็นอธิการบดีทั้งหมด 4 ราย  โดยคณะกรรมกาสรรหาฯ ได้เปิดให้แสดงวิสัยทัศน์ คนละ 1 ชั่วโมง ก่อนพิจารณาราชชื่อผู้เหมาะสม เสนอให้สภามมฯพิจารณา เมื่อวันที่19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการสรรหาฯ ได้เสนอรายชื่อนพ.บรรจง ให้สภามม. พิจารณาเพียงรายชื่อเดียว  ซึ่งสภามม.ได้พิจารณาแล้วเห็นชอบตามที่ คณะกรรมการสรรหาฯเสนอ  เนื่องจากเห็นว่า นพ.บรรจง มีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งงานด้านวิชาการ บริหารและเป็นที่ยอมรับของสังคม มั่นใจว่าจะสามารถบริหารงานงานมม. ให้พัฒนาไปได้อย่างต่อเนื่อง  เพราะเป็นรองอธิการบดีในทีมบริหารเดิม จึงมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการทำงานเป็นอย่างดี”นพ.โชคชัยกล่าว

อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่นพ.บรรจง  เป็นหนึ่งใน 13 รองอธิการบดีที่ลาออก เพราะไม่ต้องการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 นั้น  ไม่ถือว่าเป็นปัญหา เพราะในขณะที่ระเบียบดังกล่าวอย่างกระชั้นชิด ทำให้รองอธิการบดีในขณะนั้นเตรียมตัวไม่ทัน  แต่เมื่อคิดว่ามีความพร้อมก็สามารถกลับมาได้ และคนที่จะเข้ามาเป็นรองอธิการบดีชุดใหม่ ก็จะต้องปฏิบัติตามกติกาใหม่ ซึ่งหากรองอธิการบดีที่ลาออกไปยอมรับกติกาใหม่ได้ ก็สามารถกลับเข้ามาทำงานได้เช่นกัน

ครั้งแรกพระรามเดินดง-จองถนน” โชว์ ปรัมบานัน ยอกยาการ์ตาร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288425

ครั้งแรกพระรามเดินดง-จองถนน” โชว์ ปรัมบานัน ยอกยาการ์ตาร์

วีระ, รามายณะ, โขน, ออสเตรเลีย, โชว์, ปรัมบานัน, ยอกยาการ์ตาร์, พระรามเดินดง-จองถนน

กระชับความสัมพันธ์ไทย-อินโดนีเซีย รมว.วธ.นำทีมแสดงรามายณะร่วมกันเป็นครั้งแรก ตอน “พระรามเดินดง-จองถนน” ที่ ปรัมบานัน เมืองยอกยาการ์ตาร์

      เมื่อวันที่ 20 ก.ค.60- ถือเป็นครั้งแรกที่จะจัดแสดงรามายณะ ที่นักแสดงของไทยและอินโดนีเซียแสดงร่วมกัน เกิดขึ้นจากความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยและประเทศอินโดนีเซีย

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า การนำมิติทางด้านวัฒนธรรมสร้างสัมพันธ์ที่ดี และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่างๆ นำภาพลักษณ์ไทยสู่สากล เป็นนโยบายสำคัญที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ใช้ดำเนินงาน ตลอดจนสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมตามกรอบความร่วมมือของประชาคมอาเซียน

สำหรับกิจกรรมดังกล่าว วธ. สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา กระทรวงการต่างประเทศ และภาคเอกชนต่างๆ ของไทย ร่วมกับกระทรวงศึกษาและวัฒนธรรมของสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ร่วมกันจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม ระหว่างวันที่ 20 – 23 กรกฎาคม 2560 ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยจัดแสดงรามายณะร่วมไทย-อินโดนีเซีย ณ เวทีการแสดงกลางแจ้ง  ปรัมบานัน เมืองยอกยาการ์ตา

นายวีระ กล่าวต่อไปว่า กิจกรรมการแสดงรามายณะร่วมไทย-อินโดนีเซีย มีทั้งหมด 11 ตอน โดยประเทศไทยจะทำการแสดง มีจำนวน 3 ตอน ได้แก่ 1.พาลีและสุครีพ 2.ศึกกรุงลงกา-กองทัพวานรปะทะกองทัพยักษ์ และ3.ศึกทศกัณฑ์ ส่วนประเทศอินโดนีเซียจะทำการแสดงมีจำนวน 6 ตอนประกอบด้วย 1.พิธียกศร   2.หนุมานถวายตัว  3.นางสีดาในกรุงลงกา 4.เผากรุงลงกา 5.ศึกกุมภกรรณ และ6.นางสีดาลุยไฟ  ที่สำคัญ นักแสดงของไทยและอินโดนีเซียจะได้แสดงรามายณะร่วมกันเป็นครั้งแรก ในตอน พระรามเดินดงและตอนจองถนน

นายวีระ กล่าวด้วยว่า การแสดงโขน เป็นมรดกร่วมทางวัฒนธรรมในแถบอาเซียน ซึ่งศิลปะการแสดงชั้นสูง นิยมแสดงเรื่องรามเกียรติ์หรือรามายณะ ซึ่งเป็นวรรณกรรมของอินเดียที่แพร่หลายเข้ามาในแถบประเทศตะวันออกเฉียงใต้ และรับมาสืบทอดตามวิถีชีวิตและความเชื่อของแต่ประเทศ

ซึ่งเป็นการนำความคล้ายคลึงกันทางวัฒนธรรมมาเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยการจัดกิจกรรมการแสดงโขนในครั้งนี้ จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับอินโดนีเซียให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น และก่อให้เกิดความร่วมมือในการอนุรักษ์และรักษามรดกทางวัฒนธรรมร่วมกัน  อีกทั้งทำให้ประชาชนทั้งสองประเทศเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันและเป็นมิตรที่ดีต่อกัน

นอกจากนี้ โอกาสนึ้จะได้หารือกับนายมูฮัดญีร์เอฟเฟนดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาและวัฒนธรรมของอินโดนีเซีย ในเรื่องความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมและบุคลากรด้านโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์  แลัจะมีการมอบโล่ให้แก่บุคคล หน่วยงานที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-อินโดนีเซีย ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมอีกด้วย

4 เยาวชนเวทีเคมีโอลิมปิกกับวินาทีคว้าชัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288248

4 เยาวชนเวทีเคมีโอลิมปิกกับวินาทีคว้าชัย

เคมีโอลิมปิก, สสวท, สสวท, สอวน

จบไปแล้วกับการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 49 พ.ศ. 2560  ซึ่งปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขัน

       กระทรวงศึกษาธิการ, สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.), มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและการพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สอวน.), สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการต่างประเทศ อาจารย์ บุคลากร นักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น เมื่อวันที่ 6 – 15 กรกฎาคม 2560 เนื่องในวาระสำคัญเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ผู้ทรงเป็น “เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์” ของชาวไทย เนื่องในโอกาสที่ทรงเจริญพระชันษา 60 ปี วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถ ด้านงานวิจัยในฐานะศาสตราจารย์ด้านเคมีและพิษวิทยา จนได้รับการถวายรางวัลต่าง ๆ ในระดับนานาชาติ รวมถึงเพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและมาตรฐานของประเทศไทย

การแข่งขันเคมีโอลิมปิกครั้งที่ 49 โดยการแข่งขันครั้งนี้มีนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 297 คน จาก 76 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน และในวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีปิดการแข่งขัน

 ผู้แทนประเทศไทยสามารถคว้าเหรียญรางวัลได้ 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน จากการแข่งขันครั้งนี้ ได้แก่ นายปภาภัทร์  ดิสนีเวทย์  โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม เหรียญทอง นาย  วริศ  จันทรานุวัฒน์ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม  เหรียญทอง  นางสาวอภิสรา  กวียานันท์   โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร  เหรียญเงิน  และนายบวรทัต  บุญรักษ์ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม   เหรียญเงิน

4 เยาวชนเวทีเคมีโอลิมปิกกับวินาทีคว้าชัย

นายวริศ จันทรานุวัฒน์ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม  เหรียญทอง กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากครับได้ที่เหรียญทอง เพราะที่ผ่านมาได้ทุ่มเทกับการฝึกทบทวนเพื่อการแข่งขันครั้งนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งตอนแข่งขันหลังจากที่เห็นข้อสอบตื่นเต้นมาก แต่ก็หายใจลึกๆ  เพื่อรีบทำข้อสอบให้เสร็จครับ

4 เยาวชนเวทีเคมีโอลิมปิกกับวินาทีคว้าชัย

นายปภาภัทร์ ดิสนีเวทย์ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม เหรียญทอง กล่าวว่า วินาทีที่ประกาศว่าผมได้เหรียญทอง รู้สึกภาคภูมิใจ มีความสุขมากๆเลยครับ ซึ่งตอนที่เข้าห้องสอบเราเริ่มจากการพลิกดูข้อสอบทั่วๆ ก่อนว่ามีอะไรบ้างก่อนที่จะลงมือทำ

4 เยาวชนเวทีเคมีโอลิมปิกกับวินาทีคว้าชัย

นางสาวอภิสรา กวียานันท์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร เหรียญเงิน กล่าวว่า มีความรู้สึกดีใจ โล่งใจ หายเครียดเลยค่ะ หลังจากที่ฝึกฝนอย่างหนักเพื่อการแข่งขันครั้งนี้ และตอนที่เข้าห้องสอบ เปิดข้อสอบเราก็ลุ้นว่าข้อสอบจะตรงกับที่เราเตรียมตัวมาไหม

4 เยาวชนเวทีเคมีโอลิมปิกกับวินาทีคว้าชัย

นายบวรทัต บุญรักษ์ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม เหรียญเงิน กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นมากครับ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน ตอนแรกไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ แต่พอได้แล้วกลับรู้สึกดีใจมากๆ เลยครับ และตอนที่เข้าห้องสอบไปครั้งแรกรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเป็นครั้งแรกของผม  ไม่เคยแข่งระดับนานาชาติแบบนี้มาก่อน แต่ก็ตั้งสติบอกตัวเองว่าทำทุกอย่างให้ดีที่สุด

การแข่งขันครั้งนี้มีข้อสอบภาคปฏิบัติ  2 ข้อ และภาคทฤษฎี 11 ข้อ จากผลการแข่งขันครั้งนี้ พบว่า ผู้ได้รับรางวัลคะแนนสูงสุดภาคทฤษฎี คือ Alexander Zhigalin นักเรียนจากประเทศรัสเซีย  รางวัลคะแนนสูงสุดภาคปฏิบัติ คือ Ilija Srpak  นักเรียนจากประเทศโครเอเชีย และอันดับสอง Miss Yuan-Chen Yeh  ประเทศจีนไทเป  และผู้ได้รับรางวัลคะแนนรวมสูงสุด คือ  Alexander Zhigalin นักเรียนจากประเทศรัสเซีย อันดับสอง Miss Yuan-Chen Yeh  ประเทศจีนไทเป และอันดับสาม  Mr. Amirabbas Kazeminia ประเทศอิหร่าน

ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวทิ้งท้ายว่า การแข่งขันมีทั้งการสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศทางวิชาการแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าเด็กไทยมีความสามารถไม่แพ้ชาติใดในโลก ขณะเดียวกันก็ช่วยให้เห็นความงามและความสำคัญของวิทยาศาสตร์ที่มีต่อการพัฒนาประเทศเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0  อีกด้วย  นอกจากนั้นการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเคมีโอลิมปิกระดับนานาชาติครั้งนี้มีส่วนช่วยส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสแสดงความสามารถ และได้รับประสบการณ์จากการแข่งขันเชิงวิชาการในเวทีระดับโลก  ทั้งนี้ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณให้เป็นทุนการศึกษาแก่ผู้แทนประเทศไทยทุกคน เพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศในสาขาวิชาที่เป็นผู้แทนประเทศไทย ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงระดับปริญญาเอกอีกด้วย