ห้ามลืม 5กค.จ่ายหนี้กยศ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285091

ห้ามลืม 5กค.จ่ายหนี้กยศ.

กยศทางเลือกเด็นจนเรียนดี, กู้ กยศ, ห้ามลืม, 5กคจ่ายหนี้กยศ, กยศ, อ๊อฟ, Barcode

ครอบครัวของเด็กแต่ละคนแตกต่างกัน บางคนมี บางคนไม่มี กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) คือเส้นทางที่จะช่วยสร้างอนาคตก้าวถึงฝันของคนอยากเรียน

    “อ๊อฟ” -วรพงษ์ คนหลัก นิสิตสาขาคอมพิวเตอร์กราฟฟิค คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เล่าว่าเขาเป็นเด็กต่างจังหวัด และมีแม่เพียงคนเดียวที่คอยเลี้ยงดู อยากเรียนให้สูงที่สุด เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยต้องใช้เงินมากขึ้น โชคดีที่มีกองทุนเงินให้กู้ยืมกยศ. ทำให้ได้เรียนในคณะและมหาวิทยาลัยที่ต้องการ เพราะสาขาคอมพิวเตอร์กราฟฟิค เป็นคณะที่ต้องทำผลงานและใช้เงินในการทำงานต่างๆ แถมเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนจึงต้องใช้เงินจำนวนมาก

ห้ามลืม 5กค.จ่ายหนี้กยศ.

     “ผมชอบกราฟฟิค และศึกษาข้อมูลว่าคณะไหนเปิดสอนอะไร ซึ่งรู้ว่าคณะนี้ต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่เมื่อจบออกมาสามารถหางานทำได้ทันที พอมาเรียนรู้ว่ามหาวิทยาลัยมีทุนเรียนดี จึงพยายามทำเกรดเฉลี่ยให้ดีจนได้รับทุนเรียนดีของมหาวิทยาลัย ดังนั้น เมื่อมีเงินจากกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ซึ่งช่วยเสียค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน บวกกับทุนเรียนดีของมหาวิทยาลัย รวมถึงยังรับงานจ๊อบต่างๆ เช่น การทำโลโก้ ทำให้มีเงินมาเรียนหนังสือ ซื้ออุปกรณ์การเรียน และช่วยเหลือที่บ้านได้”

ห้ามลืม 5กค.จ่ายหนี้กยศ.

     ครอบครัว “อ๊อฟ” แม่มีอาชีพค้าขายขนมหวาน ขนมไทยอยู่ที่ ตลาดนัดหนองบอน จังหวัดระยอง โดยมีรายได้วันละไม่เกิน 700 บาท เพราะบางวันขายไม่ดีก็ได้เงินเพียงวันละ 300- 400 บาท เฉลี่ยเเล้วเดือนหนึ่งได้ประมาณ 15,000 บาท แต่ก็มีค่าใช้จ่ายมากมาย ทำให้มีเงินมาส่งเสียอ๊อฟเพียงส่วนหนึ่ง เท่านั้น อ๊อฟจึงต้องทำงานเสริม เพื่อช่วยเหลือครอบครัวและนำมาใช้เรียน

    อ๊อฟ เล่าต่อไปว่า แต่เพราะมีเงินกองทุนกู้ยืมกยศ. ช่วยจุนเจือค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และยังแบ่งเบาภาระให้แก่ครอบครัวอย่างมาก ไม่ต้องดิ้นรนหาเงินเพื่อมาเลี้ยงตัวเอง หรือต้องทำงานหนักจนไม่มีเวลาเรียน ทำงานส่งอาจารย์ เงินกองทุนกู้ยืมกยศ. เดือนละ 2,000 กว่าบาท ช่วยชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่มาจากครอบครัวยากจนได้เป็นอย่างดี

ห้ามลืม 5กค.จ่ายหนี้กยศ.

    คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกคุณภาพชีวิตให้แก่ตัวเองได้ ปัจจุบันมีสิ่งเร้า ยั่วยุให้เด็กทุกคนได้เลือกเส้นทางของตัวเอง เดินไปสู่อาชีพที่ทำให้มีเงินใช้ มีรายได้สูงๆ ไม่ต้องดิ้นรนมากมาย

     “สังคมทุนนิยม มีเงินทุกอย่างก็ง่ายขึ้น แต่หากเราไม่มี ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกทางเดินที่ผิด เราสามารถทำงานสุจริต หรือมีตัวช่วย อย่าง กองทุน กยศ. เงินสำหรับเด็กอยากเรียนหนังสือแต่ไม่มีทุน มีประโยชน์มาก เพราะถ้าไม่มีกยศ. อ๊อฟ คงไม่ได้เรียนคณะ มหาวิทยาลัยที่ตนเองต้องการ และคงไม่เป็นแรงผลักดันให้ตั้งใจเรียนได้เกรดเฉลี่ย 3.78 ได้ทุนเรียนดีของมหาวิทยาลัย ทุกอย่างเราสามารถกำหนดได้ด้วยตัวเราเอง และใช้กยศ. ,ทุนมหาวิทยาลัย ตีกรอบให้เราตั้งใจเรียนให้จบให้ได้“บางทีความลำบากก็ทำให้เรามีชีวิตที่ดี ขึ้นขอเพียงเราไม่ท้อ”

ห้ามลืม 5กค.จ่ายหนี้กยศ.

     สิ่งหนึ่งที่ทำให้ชีวิตคนเราสามารถอยู่ได้แม้จะไม่มีเงินมากมาย คือ ความไม่อยากได้อยากมี ทุกคนมีความฝัน ความทะเยอทะยานได้ แต่ต้องไม่สร้างภาระให้แก่ตนเองและครอบครัว หลังจากเรียนจบ “อ๊อฟ” ตั้งใจไว้ว่าจะหาบ้านเช่า และจะพาแม่มาอยู่ด้วย เพื่อจะได้ทำงานเลี้ยงดูแม่

      ตอนนี้ “อ๊อฟ” สำเร็จการศึกษาแล้ว และได้งานทำตามตนเองต้องการ โดยจะเริ่มก้าวสู่โลกของการทำงานวันที่ 1 ก.ค. นี้ หลังจากนี้ เขาวางแผนแบ่งเงินเดือน ไว้สำหรับค่าใช่จ่าย อาทิ ค่าเช่าบ้าน 5,000-7,000 บาท ค่ากินต่อเดือน 6,000 บาท ตกวันละ 200 ค่าเดินทาง และให้แม่เดือนละ 4,000 บาท ส่วนที่เหลือเป็นเงินเก็บ นอกจากนั้น จะเริ่มเก็บสะสมเงินเพื่อผ่อนชำระเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มในปี2561 เพื่อให้น้องๆ คนอื่นที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการเรียนได้มีเงินไปเติมเต็ม สร้างเส้นทางอนาคตของตนเอง

ห้ามลืม 5กค.จ่ายหนี้กยศ.

    ทั้งนี้  เงินกู้ยืมกยศ. ไม่ได้เป็นเงินให้เปล่า ถ้าเรากู้เขามาก็ต้องคืนเขา อย่าคิดว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวรัฐบาลก็มีเงินมาให้เด็กกู้ยืม เพราะชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความต้องการเงินที่สามารถช่วยให้ได้เรียนหนังสือแตกต่างกัน มีมากมีน้อยก็อยากให้ทุกคนช่วยกันชำระเงินคืนกยศ. เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสอย่างที่ตนเองเคยได้รับ

        อ๊อฟ ทิ้งท้ายว่า ใกล้ถึงวันที่ 5 ก.ค.ของทุกปี ซึ่งเป็นวันกำหนดชำระเงินคืนของผู้กู้ยืมกยศ. หากชำระล่าช้าจะทำให้ผู้กู้ยืมต้องเสียเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 12-18 ต่อปี รวมถึงอาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมายได้ ทั้งนี้ทางกองทุนยังได้อำนวยความสะดวกในการชำระเงินคืนผ่านช่องทางต่างๆทั่วประเทศ ด้วยรหัสการชำระเงิน (Barcode) มีขั้นตอนดังนี้

    1.เข้าตรวจสอบยอดหนี้ทางเว็บไซต์ กยศ. http://www.studentloan.or.th ณ วันที่ประสงค์ชำระเงิน 2. ดูรายละเอียดข้อมูลบัญชีผู้กู้ 3.ดูยอดหนี้ที่จะต้องชำระรวมในงวด 5 กรกฎาคม 2560 4. พิมพ์รหัสการชำระเงิน (Barcode) และ5. นำเงินไปจ่ายชำระที่ไปรษณีย์ไทย เคาน์เตอร์เซอร์วิส และธนาคารที่กองทุนกำหนด โดยสอบถามเพิ่มเติม โทร 0-2016-4888

ห้ามลืม 5กค.จ่ายหนี้กยศ.

      “ผู้กู้ยืมสามารถลงทะเบียนสมัครใช้บริการได้ทางเว็บไซต์ กยศ. ที่สำคัญกองทุนต้องขอขอบคุณ รุ่นพี่ที่ชำระเงินคืนแก่กองทุน เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่รุ่นน้องต่อไป”

      0  ชุลีพร อร่ามเนตร qualitylife4444@gmail.com 0

ตักบาตรดอกเข้าพรรษา พุทธบูชาสืบสานวัฒนธรรมไทยแห่งเดียวในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285101

ตักบาตรดอกเข้าพรรษา พุทธบูชาสืบสานวัฒนธรรมไทยแห่งเดียวในโลก

ตักบาตรดอกเข้าพรรษา พุทธบูชาสืบสานวัฒนธรรมไทยแห่งเดียวในโลก

                เทศบาลเมืองพระพุทธบาท ร่วมกับ จังหวัดสระบุรี สานต่อมรดกวัฒนธรรมท้องถิ่นจัดงานประเพณี “ตักบาตรดอกเข้าพรรษา และถวายเทียนพระราชทาน ประจำปี 2560” ย้อนตำนานสระบุรี สืบสานประเพณีหนึ่งเดียวในโลก ระหว่างวันที่ 7 – 9 กรกฎาคม 2560 ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี

ตักบาตรดอกเข้าพรรษา พุทธบูชาสืบสานวัฒนธรรมไทยแห่งเดียวในโลก

นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า งานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษา และถวายเทียนพระราชทาน ซึ่งในปีนี้มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 กรกฎาคม 2560 ณ  บริเวณถนนสายคู่ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี โดยถือเป็นมรดกประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีความสำคัญของชาวจังหวัดสระบุรีและประเทศไทย ที่อยู่คู่กับวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวในโลก โดยเมื่อถึงวันเข้าพรรษา คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปีชาวอำเภอพระพุทธบาทจะนำดอกไม้ชนิดหนึ่งใช้ตักบาตร กระทั่งเกิดเป็นประเพณีท้องถิ่น ดอกไม้ที่นำมาใช้ตักบาตรในประเพณีนี้ จึงเรียกกันว่า “ดอกเข้าพรรษา” หรือ “ดอกหงส์เหิน” เพราะลักษณะของดอกและเกสรประดุจดังตัวหงส์ ที่กำลังเหินบินด้วยท่วงท่าลีลาอันสง่างาม

ดอกเข้าพรรษา หรือ ดอกหงส์เหิน เป็นพืชที่จัดอยู่ในตระกูลขิง เป็นไม้ดอกเมืองร้อนในป่าร้อนชื้น และเป็นไม้ล้มลุก มีลำต้นเป็นหัวประเภทเหง้าแบบมีรากสะสมอาหาร คล้ายกระชาย กาบใบเรียงตัวกันแน่น สูงประมาณ 30-70 เซนติเมตร ใบเป็นใบเดี่ยวรูปหอก ออกเรียงสลับซ้ายขวาเป็นสองแถว ส่วนดอกมีลักษณะอ่อนช้อยสวยงามยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร มีสีเหลืองสดใสคล้ายรูปหงส์กำลังเหินบิน และสีของกลีบประดับมีหลายสี เช่น สีเหลืองหมายถึง สีแห่งพระสงฆ์ สีขาวหมายถึง ความบริสุทธิ์แห่งพระพุทธศาสนา และสีม่วงเป็นสีที่หายากที่สุด และชาวอำเภอพระพุทธบาทเชื่อว่าการใส่บาตรด้วยดอกสีม่วงจะได้บุญกุศลมากที่สุด ซึ่งหนึ่งปีจะออกดอกเพียงครั้งเดียว เฉพาะช่วงเทศกาลวันเข้าพรรษาเท่านั้น

ด้านนายชนัตถ์ นันทปัญญา รองนายกเทศมนตรีเมืองพระพุทธบาท กล่าวว่า “การจัดงานประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาและถวายเทียนพระราชทาน จังหวัดสระบุรีนั้น ก่อนวันพิธีเปิดของการจัดงาน จะเป็นพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในอาณาบริเวณพระพุทธบาท รวมถึงพิธีถวายเทียนพระราชทาน

ซึ่งพิธีเปิดในปีนี้จะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม 2560 เวลา 14.30 น. ขบวนพยุหยาตรา ขบวนเจ้าเมืองสระบุรี ขบวนเทียนพรรษาพระราชทาน ขบวนรถบุปผชาติ การแสดงศิลปะพื้นบ้าน วัฒนธรรม และขบวนต่าง ๆ จะเริ่มเคลื่อนขบวนออกจากหน้าสำนักงานเทศบาลเมืองพระพุทธบาท ไปตามถนนพหลโยธิน และเลี้ยวเข้าบริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร โดยดอกไม้ที่ใช้ตักบาตรแด่พระภิกษุสงฆ์นั้นจะต้องเป็น “ดอกเข้าพรรษา” เท่านั้น

และที่พิเศษในปีนี้ คือ ทางเทศบาลเมืองพระพุทธบาทได้จัดทำพระผงดอกเข้าพรรษา หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดสระบุรี โดยเป็นการนำมวลสารดอกเข้าพรรษาที่ผู้ศรัทธานำไปสักการบูชารอยพระพุทธบาทเมื่อปีที่ผ่านมา และนำไปเข้าพิธีปลุกเสก เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาเช่านำกลับไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล และจะจัดทำต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ผู้คนได้กลับมาสักการะในปีต่อๆ ไป

นายชัชวาลย์ แสงประพาฬ ปลัดเทศบาลเมืองพระพุทธบาท กล่าวว่า เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของท้องถิ่น และจังหวัดสระบุรี ในการจัดงานครั้งนี้ชาวสระบุรีและภาคธุรกิจทุกแขนง  ตื่นตัว และเตรียมตัวต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ และเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนด้วยกันให้มากขึ้น ซึ่งทางเราก็ได้เตรียมการให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วยการมีจุด Tourism Information พร้อมสำหรับการให้ข้อมูลและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของประเทศไทย และวัฒนธรรมอันล่ำค่าของท้องถิ่น ทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสระบุรีอีกทางหนึ่งด้วย

เร่งส่งเสริมเด็กช้างเผือก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285041

เร่งส่งเสริมเด็กช้างเผือก

เด็กช้างเผือก, สสค

เผยเด็กช้างเผือกไทย 25 % ทำคะแนนสูงสุดของโลก มีความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์มาก จี้เร่งส่งเสริม เหตุเด็กมีความคาดหวังน้อยต่ออาชีพสวนทางกับความสามารถ

          จากการเสวนาและแถลงข่าวเรื่อง ถอดรหัสเด็กช้างเผือกไทย Resilient Student ข้อค้นพบใหม่จากคะแนน PISA 2015 เด็กด้อยโอกาส-ยากจน คะแนนวิทย์-คณิต-การอ่าน เฉลี่ยสูงระดับโลก สู่ทางลัดเพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กไทย โดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) และธนาคารโลก

         ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค นักวิจัยสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์เชิงลึกคะแนนสอบ PISA 2015 ซึ่งประเมินทักษะด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ การอ่าน ของกลุ่มเด็กอายุ 15 ปีทั่วโลก จำวน 509,053 คนจาก 73 ประเทศ มีนักเรียนไทยเข้าสอบ 8,249 คน  พบว่า เด็กไทยที่มีฐานะยากจนที่สุด 25% ของประเทศ หรือเด็กกลุ่มช้างเผือกสามารถทำคะแนนสอบได้สูงที่สุดในกลุ่ม 25% ของคะแนนสูงสุดของโลก ซึ่งมีจำนวน 306 คน โดยหากคิดเป็นจำนวนประชากรทั้งประเทศแล้วจะมีประมาณ 30,300 คน ของเด็กกลุ่มอายุ 15 ปีของทั่งประเทศที่มีอยู่ 634,795 คน

โดยเด็กช้างเผือกสามารถทำคะแนนวิทยาศาสตร์ ได้เฉลี่ย 505 คณิตศาสตร์ 482 การอ่าน 471 ทั้งนี้หากวิเคราะห์เฉพาะทักษะด้านวิทยาศาสตร์ จะพบว่า เด็กช้างเผือกมีความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์มากกว่าเพื่อนนักเรียนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจสังคมระดับเดียวกัน  3 ปีครึ่ง และมากกว่านักเรียนกลุ่มเฉลี่ยของประเทศเกือบ 3 ปี และมากกว่านักเรียนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมสูง ถึง 1 ปี

“เด็กช้างเผือกส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาในเมืองขนาดเล็กและปานกลาง มีพื้นฐานครอบครัวที่พ่อแม่ได้รับการศึกษาเฉลี่ย 6 ปี เป็นเด็กที่มีความสนใจและมีความสุขในการเรียนวิทยาศาสตร์มากกว่าเด็กกลุ่มอื่นใช้เวลาในห้องเรียนอย่างเต็มที่มากกว่าการติวหรือเรียนพิเศษ  ขณะที่ครูจะมีบทบาทสูงในการส่งเสริมให้เด็กช้างเผือกก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง ทั้งการประยุกต์การสอน สอนให้เด็กรู้จักตั้งคำถาม ให้คำแนะนำ กำลังใจ แก้ไขข้อบกพร่องของเด็ก เป็นต้น” ดร.ภูมิศรัณย์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม  เด็กช้างเผือกมีความคาดหวังน้อยต่ออาชีพในอนาคตของตนเอง ที่ใช้ทักษะความสามารถสูง เช่น แพทย์ วิศวกร ซึ่งสวนทางกับความสามารถของเด็ก เนื่องจากขาดแรงบันดาลใจ ขาดโอกาสศึกษาต่อ เด็กเก่งบางคนจบม.3 ก็เข้าสู่ตลาดแรงงานระดับล่าง ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายและสร้างความเสียหายกับเศรษฐกิจ ที่เราต้องสูญเสียคนที่มีศักยภาพเหล่านี้ไป  และอยากรัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาดูแลเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ

เดินหน้าแก้ปม “มสธ.”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285038

เดินหน้าแก้ปม “มสธ.”

เดินหน้าแก้ปมมสธ, ผู้ทรงคุณวุฒิ, กรรมการสภาฯ, เดินหน้าแก้ปม, มสธ, ประสาท -มานิตย์-ปราโมทย์, คสช

ตั้ง “ประสาท -มานิตย์-ปราโมทย์” เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มสธ. แก้ปัญหาธรรมาภิบาล คาดประชุมนัดแรก 30 มิ.ย.นี้

        นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สกอ.434/2560 เรื่อง แต่งตั้งบุคคลให้ปฏิบัติหน้าที่กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ในมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.)  เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 1/2560 เรื่อง การกำหนดรายชื่อสาถบันอุดมศึกษาอื่น ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2559 ประกาศ ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2560

อาศัยอำนาจตามข้อ 9 ของคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 39/2559 รมว.ศึกษาธิการ โดยคำแนะนำของคณะกรรมการการอุดมศึกษา ในการประชุมครั้งที่ 5/2560 วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 จึงมีคำสั่งแต่งตั้งบุคคลให้ปฏิบัติหน้าที่กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ตามมาตรา 13 แห่งพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ.2521 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จำนวน 3 ราย ดังนี้ ศ.ดร.ประสาท สืบค้า ,รศ.มานิตย์ จุมปา และนายปราโมทย์ โชติมงคล ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อไปว่ากรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้ง 3 ท่าน มีความเป็นกลาง ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่เบา และทำให้ทุกอย่างสงบ  ทั้งนี้ กรรมการฯ ดังกล่าว ไม่มีกรอบระยะเวลาในการปฏิบัติงาน แต่มีภารกิจที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน อาทิ  อนุมัติปริญญานักศึกษา  สรรหากรรมการสภามหาวิทยาลัย  สรรหาอธิการบดี เป็นต้น  เพื่อให้มหาวิทยาลัยเดินหน้าต่อไปได้ แต่หากทั้ง 3 ท่าน เข้าไปแล้ว ไม่สามารถแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลได้ ก็ต้องล้างไพ่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เมื่อครบองค์ประชุมแล้ว สามารถประชุมได้นัดแรกในวันที่ 30 มิ.ย.2560

หนังตีแผ่ผลกระทบเหล้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285059

หนังตีแผ่ผลกระทบเหล้า

เหล้า, A Royal Hangover,  A Royal Hangover

ตีแผ่ผลกระทบการเครื่องแอลกอฮอล์ผ่านภาพยนตร์ “ A Royal Hangover ” สร้างการเรียนรู้แก่เยาวชน กระตุ้นผู้มีอำนาจตระหนักถึงปัญหาผลกระทบของเครื่องดื่มแอกอฮอล์

           ในยุคปัจจุบันนี้ปัญหา การติดเหล้า เป็นปัญหาของทุกประเทศ ไม่ใช่ประเทศใดประเทศหนึ่ง พฤติกรรมการดื่มของคนในสมัยปัจจุบันนี้ ไม่ใช่เรื่องธรรมดาอีกต่อไป เพราะว่าพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของวัยรุ่นเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมอีกทั้งยังทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ และ ในสมัยปัจจุบันไม่ใช่มีแค่ผู้ใหญ่ที่ดื่มสุรา แต่ยังมีทั้งเด็กวัยรุ่น และเยาวชนที่ดื่มสุราเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เพราะปัญญาของวัยรุ่นในการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสม ไม่ว่าจะเป็น เหล้า เบียร์ ไวน์ มีมากขึ้น ในทุกประเทศ
โครงการสร้างกระบวนการเรียนรู้ผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านการชมภาพยนตร์ “ A Royal Hangover ” โดยผู้กำกับหนุ่ม อาร์เธอร์ คอตี้ ในภาพยนตร์ได้นำเสนอ วัฒนธรรมการดื่มแอลกอฮอล์จัดของอังกฤษ และจุดที่ผู้คน เด็ก หรือ เยาวชน ขาดความฝัน ขาดเป้าหมายในการดำเนินชีวิต จนกระทั่งหันหน้าเข้าหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอดเวลา ตรงนี้ทำให้เราต้องย้อนกลับมามองและทำงานเชิงรุกกันอย่างจริงจัง ทั้งการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมตลอดถึงการบังคับใช้กฎหมายและ มีพื้นที่สร้างสรรค์ มีทางเลือกที่หลากหลายให้แก่เยาวชนและสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี

นายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาและกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่า การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลต่อการควบคุมสติสัมปชัญญะและเสี่ยงต่อสุขภาพ รวมถึงการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม เป็นที่นิยมในสังคมทั่วโลกโดยผู้บริโภคไม่ได้คำนึงผลกระทบที่ตามมา หลายประเทศทั้งในระดับอาเซียนหรือระดับโลก ได้พยายามที่จะชี้ให้เห็นพิษของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้เราจะมีกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งแต่ปี 2551 แต่เราก็ยังคงเห็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีการโฆษณาอยู่ในรูปแบบต่างๆที่โฆษณาทางตรงและทางแฝง ภาพการดื่มของประชาชน ที่ปรากฏในสื่อออนไลน์หรือสื่อสมัยใหม่ที่เจาะกลุ่มเด็กเยาวชน

 

 

หนังตีแผ่ผลกระทบเหล้า

กนกพงษ์ อนุรักษ์จรรยง   

          นายกนกพงษ์ อนุรักษ์จรรยง (แม็กก้า อดีตศิลปินตลกคณะชวนชื่น) เผยประสบการณ์ตรง ที่เคยติดเหล้า ยาเสพติด สุดท้ายต้องติดคุก เล่าย้อนถึงการเริ่มกลายเป็นคนติดเหล้า ผมเริ่มเข้าวงการตลกมาตั้งแต่วัยรุ่น ผมไม่เคยดื่มเหล้าเลย พอเข้าสังคมใหม่เพื่อนกินเหล้าก็เลยลองกินบ้าง เที่ยวทุกวัน กินทุกวัน พอเพื่อนชวนร่วมหุ้นลงทุนเปิดร้านเหล้า ก็เลยกินที่ร้านตัวเอง กลายเป็นกินทุกวัน สุขภาพก็แย่ บางครั้งเมาไม่ได้สติ ดื่มแล้วไม่ค่อยอยากจะตื่นไม่มีความรับผิดชอบ จนกระทั่งถูกถอดออกจากละคร ธุรกิจทางร้านเกิดขาดทุนหมดตัว เกิดความเครียดจึงหันไปพึ่งยาเสพติด และถูกจับโดยข้อหาค้ายาด้วย
ในที่สุดถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนไม่ดี ทำให้เพื่อนๆเมินไม่สนใจ และได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “การมีชีวิตอยู่ในเรือนจำผมได้ทบทวนหลายเรื่องหลายอย่าง ผมมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร การดื่มเหล้าเป็นประตูสู่ความหายนะ การดื่มที่คิดว่าดื่มอย่างมีสติ กลายเป็นขาดสติได้ ทำให้ชีวิตพลิกผันขนาดนี้ และในขณะนี้ผมมีสติมากขึ้นจนสังคมให้โอกาสกลับมามีชีวิตใหม่ ตอนนี้กำลังจะเข้าสู่วงการดนตรีซึ่งเป็นที่รัก นับว่าได้กลับคืนสู่ชีวิตใหม่อีกครั้ง”

 

หนังตีแผ่ผลกระทบเหล้า

วศิณี สนแสบ

          นางสาว วศิณี สนแสบ เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ หนึ่งในผู้เข้าร่วมงาน โครงการสร้างกระบวนการเรียนรู้ผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้แสดงความคิดเห็นว่า ในปัจจุบันนี้มีวัยรุ่นมีการดื่มมากขึ้น มีอัตราการดื่ม แอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมากขึ้นไปอีก หนูคิดว่าการดื่มส่งผลการทบให้อายุสั้นลง วัยรุ่นก็จะมีอายุสั้นลง อีกทั้งยังส่งผลกระทบไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน หรือทำงานต่างๆไม่ราบลื่น ทำไม่เต็มที่ สร้างความเดือดร้อนต่างๆให้คนรอบข้าง เป็นผลมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ขาดสติสัมปชัญญะ โดยภาพยนตร์ “A Royal Hangover’ จะถูกนำไปฉายเพื่อการศึกษาฟรี ใน 10 โรงภาพยนตร์ และ 40 มหาวิทยาลัยปลอดเหล้า ในภูมิภาคต่างๆ

หนังตีแผ่ผลกระทบเหล้า


ปลดล็อคความเหลื่อมล้ำโรงเรียนแก้แป๊ะเจี้ยะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285051

ปลดล็อคความเหลื่อมล้ำโรงเรียนแก้แป๊ะเจี้ยะ

จัดสรรทรัพยากรใหม่, ยุบควบรวมโรงเรียน, ปลดล็อค, เหลื่อมล้ำ, ปลด, ล็อค, ความเหลื่อมล้ำ, โรงเรียน, แก้, แป๊ะ, จี้

แนะไทยลงทุนการศึกษา วิจัยและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ควบคู่ ชี้ 5ปีแรกไทยต้องปลดล๊อคความเหลื่อมล้ำให้ได้ทุกโรงเรียนมีคุณภาพที่ดีเหมือนกันลดปัญหาแป๊ะเจี้ยะได้

        ดร.ดิลกะ ลัทธิพิพัฒน์ นักเศรษฐศาสตร์ด้านการพัฒนามนุษย์ ธนาคารโลก กล่าวว่า จากการศึกษาของธนาคารโลกพบว่า ประเทศที่ร่ำรวยและมีรายได้สูงขึ้นต่อเนื่องไม่มีประเทศไหนที่ไม่ลงทุนเรื่องของการวิจัยและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ไทยต้องลงทุนทั้งเรื่องการศึกษา วิจัยและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ควบคู่กันไป เพื่อแรงงานไทยจะได้มีทักษะและศักยภาพสูงขึ้น เพื่อหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง และก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ได้

อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ไทยมีปัญหาทรัพยากรทางการศึกษาที่เหลื่อมล้ำกันสูงมาก ทั้งขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน ขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งวิกฤติมาก ดังนั้นหากต้องการปลดล็อค เพื่อแก้ปัญหาระบบการศึกษาไทย ขอเสนอให้จัดสรรโครงสร้างโรงเรียนขนาดเล็กใหม่

โดยการยุบควบรวมโรงเรียนในระยะใกล้กันเพื่อจัดสรรทรัพยากรใหม่ ซึ่งจะช่วยให้มีอุปกรณ์การเรียนการสอนมากขึ้น มีครูครบชั้นและครบวิชา น่าจะเป็นทางออกที่ดีและทำได้ง่าย แต่ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายทางการศึกษาของประเทศด้วย

ด้าน ดร.ไกรยศ ภัทราวาส ผู้ช่วยผู้จัดการด้านการวิจัยและนโยบาย สสค.กล่าวว่าประเทศไทยกำลังประสบปัญหาคอขวด มีอัตราสัดส่วนประชากรที่มีทักษะขั้นสูงไม่เพียงพอ ดังนั้น  ถ้าไทยจะบรรลุเป้าหมายไทยแลนด์4.0 ให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูงในอีก 20 ข้างหน้า ไม่สามารถปล่อยให้ประชากรแม้แต่คนเดียวเข้าสู่ระบบการศึกษาที่ไม่ได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพไม่ได้

โดยเฉพาะเด็กกลุ่มช้างเผือกที่สังคมและโรงเรียนต้องบ่มเพาะให้มีทัศนคติที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถเอาชนะอุปสรรคทางเศรษฐกิจและสังคมได้ โดย5ปีแรกไทยต้องตั้งเป้าปลดล๊อคความเหลื่อมล้ำให้ได้ โดยทำให้ทุกโรงเรียนมีคุณภาพที่ดีเหมือนกันให้ได้ แล้วปัญหาแป๊ะเจี้ยะก็จะหมดไป

เพราะผู้ปกครองไม่ต้องแย่งให้ลูกเรียนโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง ขณะที่รัฐบาลเองก็กำลังพิจารณาให้มีกองทุนการศึกษา เพื่อผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เชื่อว่าจะทำให้เด็กยากจนช้างเผือกมีโอกาสได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพอย่างแท้จริง

“วันเกียรติยศ” ของพี่ ม.7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285006

“วันเกียรติยศ” ของพี่ ม.7

ม7, วันเกียรติยศ, ของพี่, อินทนิล ช่อที่ 11

 โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 38 จัดงานวันเกียรติยศ “อินทนิล ช่อที่ 11”ปีการศึกษา 2559  ให้กับนักเรียนม.6

      การจัดงานดังกล่าว  เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับนักเรียนที่จบการศึกษาที่ผ่านมา และสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วประเทศ อีกทั้งเป็นการให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  7  ได้ระลึกถึงพระคุณของครูบาอาจารย์  สถานศึกษา  ที่ได้ให้วิชาความรู้อย่างมากมาย ทั้งด้านวิชาการคุณธรรมความดีงาม  และประสบการณ์ชีวิต  เพื่อให้นักเรียนสามารถก้าวต่อไปในระดับที่สูงขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัย และสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างดี

โดยมีกิจกรรม คือ เริ่มจาก การบูมให้กับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  7 โดยแยกกลุ่มนักเรียนรุ่นน้องทำเป็นแม่น้ำ 4สาย ปิง วัง ยม น่าน  วิ่งมาจากทั่วทิศ มาบูมให้กับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  7  ที่อยู่ตรงกลาง  การร่วมร้องเพลง ชาติ สวดมนต์ในชุดนักเรียนอีกครั้ง ก่อนจะเปลี่ยนไปสวมชุดใหม่เป็นชุดนักศึกษา  การรับสายสะพายจากครูอาวุโส และร่วมเดินขึ้นแสดงตัวที่เวทีศักยภาพ

"วันเกียรติยศ" ของพี่ ม.7

โดยเดินผ่านน้อง ๆ ทุกระดับชั้นตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 1-6   โดยบนเวทีศักยภาพจัดขึ้นเพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  7  ที่สอบได้คะแนนเต็ม O-NET วิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ รวมทั้งคะแนนรวม 5 รายวิชาที่ และได้คะแนนรวมสูงสุดใน สพม.38 ได้ร่วมถ่ายทอดเทคนิควิธีการเรียนและทำข้อสอบ ให้กับรุ่นน้องฟัง พร้อมมอบเกียรติบัตร ต่อจากนั้นได้กราบถวายบังคมลา พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม   ที่อนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช บริเวณหน้าโรงเรียน

"วันเกียรติยศ" ของพี่ ม.7

ดร.ธีรศักดิ์ คงเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียน เปิดเผยว่า “การจัดการวันเกียรติยศ ให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 7 ได้จัดทำต่อเนื่องมาทุกปี เป็นปีที่ 11  ทั้งนี้เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับนักเรียนที่มีความตั้งใจเรียนมาตลอดระยะเวลา ที่ได้ศึกษาหาความรู้ที่โรงเรียนแห่งนี้

จนสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยตามคณะที่นักเรียนต้องการเรียนได้ และยังมีผลคะแนนการสอบ O-Net ที่สูง เป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม ทำให้คณะครูที่ได้อบรมสั่งสอนรู้สึกภูมิใจและหายเหนื่อย ที่ได้ส่งลูกศิษย์ตัวเองถึงฝั่ง

พร้อมเดินทางต่อในรั้วมหาวิทยาลัย ส่วนของรุ่นน้องเอง ก็เกิดแรงบันดาลใจที่ได้รับจากรุ่นพี่ อยากที่จะตั้งใจเรียน เพื่อเป็นคนดี คนเก่ง ให้ได้อย่างพี่ที่จบออกไป”

“โรงเรียนมีหน้าที่สนับสนุน ให้เด็กๆ เดินในทางที่ถูกต้อง ชื่นชมในการทำคุณงามความดีในทุกเรื่อง ไม่เช่นนั้น เด็กจะหันไปชื่นชมในสิ่งอื่น และเกิดการเลียนแบบในทางที่ผิด อย่างที่เห็นได้มากในสังคมไทย”  ดร.ธีรศักดิ์ คงเจริญ กล่าวในที่สุด

"วันเกียรติยศ" ของพี่ ม.7"วันเกียรติยศ" ของพี่ ม.7

 

แรงงานลุยตรวจโรงงานชำแหละสัตว์ปีกทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285046

แรงงานลุยตรวจโรงงานชำแหละสัตว์ปีกทั่วประเทศ

ตรวจสถานประกอบการ, โรงงานชำแหละสัตว์ปีก, กสร, Safety Thailand

กสร.-กรมโรงงาน ลุยตรวจสถานประกอบกิจการชำแหละสัตว์ปีกทั่วประเทศไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย พื้นที่กรุงเทพฯเริ่มลุยตรวจทันที ภูมิภาคและหน่วยงานจังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบ

      จากเหตุการณ์มีนิสิตคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ไปศึกษาดูงานด้านสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบกิจการชำแหละสัตว์ปีกและตกลงไปในบ่อบำบัดน้ำเสีย และมีพนักงานไปช่วยเหลือแต่สุดท้ายเหตุการณ์ดังกล่าวจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 5 รายนั้น เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.60-นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวว่า พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้ กสร. เข้าหารือกับนายมงคล พฤกษ์วัฒนา  อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม กำหนดแนวทางในการป้องกันความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการชำแหละสัตว์ปีกทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก

เบื้องต้นจะลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบกิจการในพื้นที่กรุงเทพฯทันที สำหรับสถานประกอบกิจการชำแหละสัตว์ปีกในส่วนภูมิภาค จะมอบให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดและสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแต่ละจังหวัดหารือจัดทำแผน และเข้าดำเนินการตรวจสถานประกอบกิจการประเภทนี้ร่วมกันให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

หากพบจุดบกพร่องหรือไม่มีมาตรการป้องกันความปลอดภัยที่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด ให้ออกคำสั่งดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง พร้อมทั้งรวบรวมข้อมูลสภาพปัญหาที่พบมาดำเนินการวิเคราะห์กำหนดเป็นแนวทางและวิธีการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุมิให้เกิดขึ้นอย่างถาวร ทั้งนี้จะได้บูรณาการความร่วมมือตรวจสถานประกอบกิจการประเภทอื่นๆ อย่างต่อเนื่องร่วมกันเพื่อให้เกิดผลสำเร็จตามโครงการความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของประเทศไทย (Safety Thailand) ต่อไป

ปั้นนักวิทยาศาสตร์น้อย จ.สงขลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/284998

ปั้นนักวิทยาศาสตร์น้อย จ.สงขลา

จสงขลา, บ้านแห่งอนาคต, สสวท

สสวท. จัดงานวันนักวิทยาศาสตร์น้อย จ.สงขลา ร่วมกันพัฒนาความรู้ เพื่อเยาวชน

        งานวันวิทยาศาสตร์น้อย 2560 ในหัวข้อ “บ้านแห่งอนาคต”  จัดโดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จังหวัดสงขลา ซึ่งจัดให้แก่ศึกษานิเทศก์ ครูปฐมวัย นักเรียนชั้นอนุบาล ผู้ปกครอง และผู้สนใจทั่วไปที่อยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้

ปั้นนักวิทยาศาสตร์น้อย จ.สงขลา

โดย รศ.ดร.วิไลวรรณ โชติเกียรติ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ซึ่งงานดังกล่าว เปิดโอกาสให้วิทยากรเครือข่ายท้องถิ่นได้จัดกิจกรรมนอกห้องเรียน นักเรียนชั้นอนุบาล และผู้ปกครองที่เข้าร่วมงานได้รับความรู้ ประสบการณ์ผ่านการทำกิจกรรม ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตในอนาคต

รวมทั้งปลูกฝังทัศนคติที่ดี   ต่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ตลอดจนมีความรู้และทักษะชีวิตที่สามารถนำไปใช้ในอนาคตต่อไป โดยมีฐานกิจกรรมรวมทั้งหมด 4 ฐาน ได้แก่ กิจกรรมที่ 1อนาคตที่ปลอดภัย กิจกรรมที่ 2 บ้านแห่งอนาคต กิจกรรมที่ 3 ยานพาหนะในอนาคต และกิจกรรมที่ 4 ผู้พิทักษ์โลกอนาคต ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.สงขลา เมื่อเร็ว ๆ นี้

ศธ.เอาจริงตรวจสอบข้อมูลการเงินร.ร.สามเสนฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/285030

ศธ.เอาจริงตรวจสอบข้อมูลการเงินร.ร.สามเสนฯ

สอบข้อมูลการเงิน, รรสามเสนวิทยาลัย, สพฐ, การุณ, กพฐ, สพท

“การุณ” เผยคกก.สืบข้อเท็จจริง แป๊ะเจี๊ยะร.ร.สามเสนวิทยาลัย สอบลึกเส้นทางการเงินของโรงเรียน ตรวจสอบใบเสร็จ เตรียมเชิญผู้ปกครองกลุ่มเด็กเงื่อนไขพิเศษให้ข้อมูล

        นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าการสืบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง กรณีการเผยแพร่คลิปรับนักเรียนอ้างว่าผู้อำนวยการ โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย เรียกรับเงินแลกที่นั่งเรียนเพื่อเข้าเรียนต่อ ม.1 เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ว่า ขณะนี้คณะกรรมการสืบฯได้ลงลึกสอบข้อมูลเกี่ยวกับเงินของโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ทั้งในส่วนที่เป็นเงินรายได้ของโรงเรียนกับเงินในส่วนสมาคม รวมทั้งตรวจสอบว่ามีการออกใบเสร็จตรงกันหรือไม่

นอกจากนี้จะทำหนังสือเชิญผู้ปกครองที่เกี่ยวข้องกับการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษมาให้ข้อมูล รวมทั้งอาจจะเชิญบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูลด้วย ซึ่งยืนยันว่า สพฐ.ไม่ได้นิ่งนอนใจกำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว

ด้าน นายณรงค์ แผ้วผลสง รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ตามที่นายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ลงนามในคำสั่งโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ที่ 220/2560 แต่งตั้งให้  นางพนัสดา สีมั่น รองผู้อำนวยการปฏิบัติราชการแทน นั้น สามารถทำได้ เพราะเป็นการปฏิบัติตามปกติ เมื่อผอ.ไปปฏิบัติราชการที่อื่น ก็ต้องแต่งตั้งให้รองผอ.รักษาการราชการแทน อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีผู้บริหารโรงเรียนคนใด ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยและมีคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการที่อื่น ระหว่างกระบวนการสอบสวนนั้น อำนาจในการแต่งตั้งรักษาราชการแทนผอ.โรงเรียน จะเป็นอำนาจของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้นสังกัด แต่กรณี นายวิโรฒ กระบวนการสืบข้อเท็จจริงยังไม่ยุติ ยังมีอำนาจการบริหารตามปกติ