เสนอเกณฑ์พีเอให้บอร์ดก.ค.ศ.พิจารณาส.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232861


สาระสำคัญเกณฑ์พีเอ, วิทยฐานะ, เกณฑ์พีเอ, เสนอ, เกณฑ์, ให้, บอร์ด, พิจารณา, นี้

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 7 ก.ค. 2559

เสนอเกณฑ์พีเอให้บอร์ดก.ค.ศ.พิจารณาส.ค.นี้

สำนักงานก.ค.ศ.ยกร่างเกณฑ์พีเอ แล้วเตรียมเสนอให้ที่ประชุม ก.ค.ศ.พิจารณาส.ค.นี้ ชี้ครูต้องทำข้อตกลงกับผอ.ประจำทุกปี-ประเมินวิทยฐานะทุกระดับต้องเขียนแจงให้ชัดเจน

 

เมื่อวันที่7 ก.ค.นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยความคืบหน้าการปรับปรุง หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยฐานะ หรือ เลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษและเชี่ยวชาญ ตามข้อตกลงในการพัฒนางาน หรือ พีเอ (Performance Agreement : PA)ว่า พล.อ.ดาว์พงษ์รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เร่งรัดให้ก.ค.ศ. จัดทำร่างหลักเกณฑ์การประเมิน วิทยาฐานะในทุกระดับ ได้แก่ ชำนาญการชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งในส่วนของการจัดทำร่างข้อตกลงในการพัฒนางาน หรือ พีเอ มีความคืบหน้าไปมาก โดยคาดว่าจะเสนอทันในการประชุมก.ค.ศ.เดือนสิงหาคมนี้

 ทั้งนี้ การประเมินทุกระดับ จะมุ่งวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ที่จะต้องมีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้นเบื้องต้น ร่างเกณฑ์พีเอ ที่จะเสนอแบ่งเป็น2ส่วนคือส่วนที่1.ข้อตกลงในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และคุณภาพในการดำเนินการตามหน้าที่และความรับผิดชอบซึ่งทุกคนต้องทำตั้งแต่เริ่มเข้ามาเป็นครูเหมือนเป็นคำมั่นสัญญาต่อผู้บังคับบัญชา ในการพัฒนาผู้เรียน โดยจะต้องมีการกำหนดแนวทาง และวิธีการ ที่มุ่งให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้นและต้องจัดทำเป็นประจำทุกปี

เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวต่อว่า ส่วนที่2.ข้อตกลงในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในสาขาที่ขอรับประเมินวิทยฐานะทุกระดับ จะต้องมีองค์ประกอบในการจัดทำ คือ ประเด็นที่จะพัฒนาการทำงาน เหตุผลความจำเป็น วัตถุประสงค์ เป้าหมาย กระบวนการพัฒนา วิธีการตรวจสอบประเมินผล สุดท้ายจะต้องบอกถึงผลที่คาดว่าจะได้รับซึ่งกรรมการผู้ประเมินจะประเมินตามองค์ประกอบดังกล่าว เบื้องต้นผู้ที่จะคัดกรองและให้ความเห็นชอบการประเมินตามหลักเกณฑ์พีเอ และ อนุมัติวิทยฐานะชำนาญการ และชำนาญการพิเศษให้อยู่ในการพิจารณาและให้ความเห็นชอบ ตั้งแต่ผู้อำนาจการสถานศึกษา ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา และสิ้นสุดที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ตามลำดับ ส่วนระดับ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ จะต้องได้รับการพิจารณาและให้ความเห็นชอบ ตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา กศจ. และก.ค.ศ.

“หลักเกณฑ์พีเอใหม่นี้จะเป็นการผสมผสานระหว่าง ว13การประเมินตามผลงานเชิงประจักษ์ และว17การประเมินผลงานทางวิชาการ แต่มีการกำหนดชัดเจนว่า ชำนาญการ และชำนาญการพิเศษ ให้สิ้นสุดที่ กศจ. ส่วนระดับเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ ต้องส่งให้ก.ค.ศ. ให้ความเห็นชอบ ซึ่งหากที่ประชุมก.ค.ศ. เดือนสิงหาคมให้ความเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์พีเอ ตามที่ ก.ค.ศ.เสนอ จะมีผลให้การประเมินตามว17และว13ถูกยกเลิกไป และต้องประกาศใช้หลักเกณฑ์ใหม่ซึ่งระหว่างที่ยังไม่ยกเลิกหลักเกณฑ์เดิม ผู้ที่ยื่นขอเข้ารับการประเมินวิทยฐานะ สามารถเข้ารับการประเมินได้ตามหลักเกณฑ์เดิม และโดยหลักการ หากมีการประกาศใช้หลักเกณฑ์ใหม่ จะมีข้อยกเว้น ให้ว่า ผู้อยู่ระหว่างการพิจารณาขอมีวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์เดิม จะให้มีการพิจารณาจนแล้วเสร็จ”นายพินิจศักดิ์ กล่าวและว่า ทั้งนี้ หลักเกณฑ์พีเอจะทำให้ครูมีเวลาทุ่มเทกับการเรียนการสอนมากขึ้น เพราะเน้นวัดที่ประสิทธิภาพ และผลสัมฤทธิ์ในการสอนที่เกิดขึ้นกับตัวเด็กเป็นสำคัญ

 

“มีชัย” ยันไม่ล้มนโยบาย 30 บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232855


หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, นโยบาย 30 บาท, มีชัย, ยัน, ไม่, ล้ม, นโยบาย, บาท, ยันไม่ล้มนโยบาย, รัฐธรรมนูญกับการปฏิรูประบบสุขภาพ

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 7 ก.ค. 2559

“มีชัย” ยันไม่ล้มนโยบาย 30 บาท

“มีชัย”บรรยายพิเศษ “รัฐธรรมนูญกับการปฏิรูประบบสุขภาพ” เผยครั้งแรกที่บรรจุกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ในร่างรัฐธรรมนูญ ยันไม่ล้ม 30 บาทตามที่มีคนปล่อยข่าว

เมื่อวันที่ 7  ก.ค.ที่กระทรวงสาธารณสุข ศ.คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข โดยก่อนการประชุมฯ อาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)ได้บรรยายพิเศษ เรื่อง “รัฐธรรมนูญกับการปฏิรูประบบสุขภาพ” พร้อมถ่ายทอดเสียงไปยังหน่วยงานสาธารณสุขทั่วประเทศ ให้รับทราบสาระสำคัญของ (ร่าง) รัฐธรรมนูญ เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขทำงานใกล้ชิดกับประชาชน มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขกระจายอยู่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ที่จะถ่ายทอดเนื้อหา สาระสำคัญ จุดมุ่งหมายของร่างรัฐธรรมนูญไปสู่ประชาชนได้อย่างชัดเจนทั่วถึง

ด้านสาธารณสุข ยอมรับว่ามีความก้าวหน้า ไปไกล เร็วกว่าสาขาอื่นๆ มีแนวคิดที่ได้รับการยอมรับนับถือ แม้จะเขียนหรือไม่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ วิธีคิดของคนสาธารณสุขก็ก้าวหน้าไปแล้ว การเขียนไว้จึงเขียนไว้ว่าของใหม่ควรมีอะไร เสมอภาคยังไง ขจัดความเหลื่อมล้ำยังไง โดยได้กำหนดไว้ในหลายมาตรา ที่ได้เพิ่มเข้ามาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือ การดูแลประชาชนครอบคลุมตั้งแต่เกิดจนตาย ให้มีความรู้ ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู ครบวงจร ให้กระทรวงสาธารณสุขนำไปขยับขยายกิจกรรม เพื่องบประมาณดำเนินการต่อไปได้ รวมทั้งการสนับสนุนให้ประชาชนในประเทศมีหมอประจำตัว ด้วยการให้มีแพทย์เวชศาสตร์ประจำครอบครัว ควบคู่ไปกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้เริ่มดำเนินการแล้ว เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขดีขึ้น ใช้งบประมาณน้อยลง

สำหรับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ของกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่มีคนปล่อยข่าวว่าจะมีการยกเลิกนั้น เป็นเรื่องไม่จริงมาตรา258 (ช ข้อ4) ยังรองรับกองทุนที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพียงแต่พยายามให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ต่อประชาชนโดยตรง และทำให้ระบบนี้ต้องยั่งยืนต่อไป ที่ผ่านมาเรื่องนี้ยังไม่เคยบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ เป็นการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล  แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้เขียนไว้อย่างชัดเจน เพื่อเกิดประสิทธิภาพสูง ใช้เงินคุ้มค่า ประชาชนได้รับประโยชน์มากขึ้น

นพ.ปิยะสกล  สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ดสปสช.) กล่าวว่า ในการประชุมผู้บริหาร สธ. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ได้มาให้ข้อมูลเรื่องร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับสุขภาพ ซึ่งชัดเจนแล้วว่าไม่มีการล้มระบบบัตรทอง และที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีและตนพูดมาตลอดว่าไม่ล้ม แต่เพราะเหตุใดจึงพยายามบิดเบือนจนเกิดปัญหาขึ้นมา ซึ่งไม่มีประโยชน์เลย ทั้งที่จริงระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยเป็นระบบที่ดีที่สุดของโลก เพียงแต่ต้องปรับและพัฒนา ซึ่งจะทำให้ระบบยั่งยืนขึ้น

 

เครือข่ายพนักงาน มก.หนุน “กฤษณพงศ์” นั่งนายกสภาฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232852

นายกสภา มก., ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร, ม.เกษตรศาสตร์, เครือข่ายพนักงาน มก., เครือข่าย, พนักงาน, หนุน, กฤษณพงศ์, นั่ง, นายก, สภา, เครือข่ายพนักงาน, มกหนุน, นั่งนายกสภาฯ, กฤษณพงศ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 7 ก.ค. 2559

เครือข่ายพนักงาน มก.หนุน “กฤษณพงศ์” นั่งนายกสภาฯ

“วีรชัย นำเครือข่ายพนักงานมก.” ยื่นหนังสือสกอ.หนุน “กฤษณพงศ์ ” นั่งเก้าอี้นายกสภาฯ ชี้เหมาะสมหลายด้าน ผ่านกระบวนการสรรหามาอย่างถูกต้อง เชื่อนำพามหา’ลัยก้าวหน้า

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.)ในฐานะหนึ่งในแกนนำเครือข่ายพนักงานมก.ได้เดินทางมายื่นหนังสือสนับสนุน ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร อดีต รมช.ศึกษาธิการ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ดำรงตำแหน่งนายกสภามก. ตามที่สภามก.มีมติรับทราบต่อน.ส.อาภรณ์ แก่นวงศ์เลขาธิการ กกอ. แต่เนื่องจากเลขาอธิการกกอ.ติดประชุมจึงมอบให้ นายขจร จิตสุขุมมงคล รองเลขาธิการ กกอ. เป็นผู้รับเรื่องแทน

ศ.ดร.วีรชัย กล่าวภายหลังการยื่นหนังสือว่า สนับสนุนดร.กฤษณพงศ์ ดำรงตำแหน่งนายกสภามก. เพราะดร.กฤษณพงศ์ มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะนำพามก.ให้เจริญก้าวหน้า เนื่องจากดร.กฤษณพงศ์ เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงเรื่องการปฏิรูปอุดมศึกษาในระดับชาติ เป็นนักการศึกษาและนักบริหารที่เก่งท่านหนึ่งในประเทศ ที่สำคัญเคยบริหารงานในตำแหน่งหน้าที่สำคัญในฐานะอดีตรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลอุดมศึกษา ย่อมเข้าใจถึงบริบทมหาวิทยาลัยสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดี รวมถึงได้ผ่านกระบวนการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อย่างถูกต้อง และชอบธรรมอีกทั้งจะได้นำพามก.ให้เดินหน้าได้อย่างสง่างาม หลังจากที่อยู่ในภาวะสุญญากาศมาเป็นเวลานานภายใต้บริบทใหม่ของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

ก่อนหน้านี้ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร อดีต รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่ากรณีที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) มีมติรับทราบและจะเสนอชื่อ ตนดำรงตำแหน่งนายกสภา มก.คนใหม่ แต่ประชาคมมก.มีเสียงทั้งค้านและสนับสนุนการดำรงตำแหน่งดังกล่าวนั้น ว่า ตนเห็นจากข่าวเรียบร้อยแล้ว และต้องยอมรับว่าคนเรามีความคิดเห็นต่างกันได้ แต่อยากให้ทุกคนมองไปข้างหน้า และช่วยกันพัฒนามหาวิทยาลัย

ดร.กฤษณพงศ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับตนจะถอนตัวจากตำแหน่งดังกล่าวหรือไม่นั้น ขณะนี้ได้ผ่านกระบวนการจะรับหรือไม่รับตำแหน่งนายกสภามก.ไปแล้ว คงต้องเป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) และกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ต้องตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการสรรหา หรือหากมีข้อท้วงติงก็ต้องดูเหตุและผลมาประกอบการพิจารณาอยู่แล้ว

ด้าน น.ส.อาภรณ์ แก่นวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ขณะนี้ทางมก.ยังไม่ได้เสนอรายชื่อนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิมาที่ สกอ. เพื่อเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง อย่างไรก็ตาม หากมีประชาคมมหาวิทยาลัยท้วงติงว่าผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อนายกสภา และกรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิไม่เหมาะสม สกอ. จะต้องมีการตรวจสอบเรื่องนี้อยู่แล้ว และต้องให้ทุกอย่างถูกต้อง ถึงจะดำเนินการเสนอโปรดเกล้าฯ

 

“อวด-ดี อาชีวะ 2” ชวนถ่ายทอดเรื่องราวเด็กช่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232848

อวด-ดี อาชีวะ, อวดดีอาชีวะปี 2, เด็กอาชีวะ, ภาพยนต์, สารคดี, อวดดี, อาชีวะ, ชวน, ถ่ายทอด, เรื่องราว, เด็ก, ช่าง, อวด-ดี, อวด-ดี อาชีวะ 2

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 7 ก.ค. 2559

“อวด-ดี อาชีวะ 2” ชวนถ่ายทอดเรื่องราวเด็กช่าง

สอศ.สานต่อโครงการอวด-ดี อาชีวะ 2 หลังจัดปีแรกมีเสียงตอบรับดี ชวนเด็กช่างประกวดสร้างภาพยนตร์และสารคดี โชว์ผลงานอาชีวะ 5 ประเภท

เมื่อวันที่ 7 ก.ค.นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวระหว่างแถลงข่าวเปิดโครงการ “อวด-ดี อาชีวะ 2” ประจำปี 2559  ว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดโครงการอวด-ดี อาชีวะ ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2558 ที่ผ่านมา โดยจัดประกวดภาพยนตร์สารคดี ซึ่งได้รับการตอบรับและประสบความสำเร็จ สามารถพัฒนาเด็กช่างให้เป็นนักคิด นักสร้างสรรค์ และนักสื่อสารได้ อีกทั้ง ผลงานของนักเรียน นักศึกษาที่ส่งเข้ามาสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของชาวอาชีวศึกษา ให้ปรากฎสู่สายตาคนในสังคมได้เป็นอย่างดี ดังนั้นในปีนี้ สอศ.จึงได้จัดโครงการขึ้นเป็นปีที่ 2 โดยจัดประกวดภาพยนตร์สารคดีและสารคดีอวด-ดี อาชีวะขึ้น ซึ่งภาพยนตร์ที่ประกวดจะต้องสร้างจากเรื่องจริง หรือมีเค้าโครงเรื่องจริงโดยไม่บิดเบือนจนเกินจริง

สำหรับเนื้อหาของภาพยนตร์และสารคดี มีทั้งหมด 5 หัวข้อ ดังนี้ 1.คนช่างสร้างชาติ ถ่ายทอดเรื่องราวเด็กอาชีวะที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน 2.สุดยอดนวัตกรรม นำเสนอสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีของอาชีวะ 3.สุดยอดฝีมือ ผู้ที่มีสุดยอดฝีมือแห่งวงการอาชีวะ 4.อาชีวะเปลี่ยนชีวิต ถ่ายทอดเรื่องราวที่อาชีวะสามารถเปลี่ยนชีวิตของคนได้ และ5.จิตอาสาอาชีวะ เรื่องราวการดำเนินโครงการ กิจกรรมต่าง ๆ ทั้งนี้ ผู้ชนะจะได้รับรางวัลทุนการศึกษา รวมเงินรางวัลทั้งสิ้น 450,000 บาท นักเรียน นักศึกษาที่สนใจสามารถติดต่อที่ สอศ.ภายในวันที่ 19 ก.ค.นี้

 

ตระการตา “ผีตาโขน ปี59” โชว์หน้ากากอาเซียน+3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232845

หน้ากากอาเซียน+3, ตระการตา, โขน, ปี59, โชว์, หน้ากาก, อาเซียน, ผีตาโขน, โชว์หน้ากากอาเซียน3, ผีตาโขน ปี59
หน้ากากอาเซียน+3, ตระการตา, โขน, ปี59, โชว์, หน้ากาก, อาเซียน, ผีตาโขน, โชว์หน้ากากอาเซียน3, ผีตาโขน ปี59
หน้ากากอาเซียน+3, ตระการตา, โขน, ปี59, โชว์, หน้ากาก, อาเซียน, ผีตาโขน, โชว์หน้ากากอาเซียน3, ผีตาโขน ปี59
หน้ากากอาเซียน+3, ตระการตา, โขน, ปี59, โชว์, หน้ากาก, อาเซียน, ผีตาโขน, โชว์หน้ากากอาเซียน3, ผีตาโขน ปี59

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 7 ก.ค. 2559

ตระการตา “ผีตาโขน ปี59” โชว์หน้ากากอาเซียน+3

วธ.หนุนเผยแพร่”ผีตาโขน” ระดับนานาชาติ ด้าน “ธนะศักดิ์ “ เปิดงานผีตาโขน 59 พร้อมลานแสดงหน้ากากอาเซียน+3

 ด่านซ้าย จ.เลย เมื่อวันที่ 7 ก.ค. พล.อ. ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ประจำปี 2559 ภายใต้กิจกรรมการแสดงหน้ากากนานาชาติอาเซียน+3 ที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย ว่า รัฐบาลต้องการผลักดันให้นำศิลปะการแสดงผีตาโขนไปเผยแพร่ในระดับนานาชาติ ตั้งแต่ด้านการงานช่างฝีมือ การประดิษฐ์หน้ากาก  รวมถึงท่วงท่า บทเพลงที่ใช้ในการแสดงที่แต่ละพื้นที่จะมีความแตกต่างกัน เพื่อให้เห็นถึงความเชื่อ พิธีกรรม ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งนี้ งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของ อ.ด่านซ้าย ซึ่งกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้รับรองขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒธรรมที่จับต้องไม่ได้ของประเทศไทยแล้ว

“จะให้วธ.รณรงค์และปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนไทยในท้องถิ่นต่างๆ ได้สืบทอดองค์ความรู้และสืบสานประเพณีที่ถูกต้อง   และใช้เป็นเครื่องมือในการรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนในด้านต่างๆ โดยเฉพาะ ความรัก ความสามัคคีของคนในชาติ และการรณรงค์ไปลงคะแนนออกเสียงประชามติ สำหรับ งานเทศกาลผีตาโขนนี้ จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มคุณค่าทางสังคม สร้าง รายได้ให้ประเทศ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น” รองนายกฯกล่าว

ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร ผู้ช่วยรมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ในปีนี้นอกจากจะมีการแสดงของประเทศไทยแล้ว วธ. ได้สนับสนุนกิจกรรมด้วยการเชิญคณะการแสดงและหน้ากากนานาชาติจาก 4 ประเทศ ประกอบด้วย ประเทศเมียนมาร์ กัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และเกาหลี มาร่วมจัดแสดงและเดินขบวนพาเหรดเพื่อแลกเปลี่ยนศิลปะการแสดงและภูมิปัญญาการทางวัฒนธรรมระหว่างกัน นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการหน้ากากอาเซียน+3  เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับหน้ากาก และวัฒนธรรมการแสดงของกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศด้วย

 

ขอแปรญัตติงบฯปี 60 ใช้ซ่อมบ้านพักครู 695 ล้านบาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232798

อีก, บ้านพักครู, งบประมาณปี 2560, โครงการบ้านพักครูในโรงเรียน, แปรญัตติ, ใช้, ซ่อม, บ้านพัก, ครู, 695, ล้าน, บาท, ขอแปรญัตติงบฯปี, ใช้ซ่อมบ้านพักครู, ล้านบาท

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 7 ก.ค. 2559

ขอแปรญัตติงบฯปี 60 ใช้ซ่อมบ้านพักครู 695 ล้านบาท

ศธ.เตรียมเสนอขอแปรญัตติงบประมาณปี 2560 เพิ่มอีก 695 ล้านบาท ใช้ซ่อมแซมบ้านพักครู 1.3 หมื่นหลังทั่วประเทศ หลังขยับกรอบเวลาเร่ง สพฐ.เร่งซ่อมให้เสร็จภายในปีงบฯ 60

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตนที่มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนิน โครงการปรับปรุงและซ่อมแซมบ้านพักครูในโรงเรียน โดยในการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ของ ศธ.เมื่อเร็ว ๆ นี้ สพฐ.รายงานว่าปัจจุบันบ้านพักครูที่มีสภาพชำรุดทรุดโทรมและต้องซ่อมแซมทั่วประเทศ จำนวน 13,000 หลังจากจำนวนบ้านพักครูทั้งหมดกว่า 40,000 หลัง และในจำนวน 13,000 หลัง ได้ดำเนินการซ่อมแซมเสร็จแล้ว 2,300 หลัง ส่วนที่เหลืออีก 10,000 กว่าหลังนั้น เดิมทีกำหนดให้ต้องดำเนินการให้เรียบร้อยภายในปีงบประมาณ 2561 แต่เพื่อดูแลให้ครูมีสภาพความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงขอให้เร่งดำเนินการให้เสร็จภายในปีงบประมาณ 2560 ซึ่งเดิม สพฐ.ตั้งงบประมาณไว้ 1,395 ล้านบาท แต่ยังขาดอีก 695 ล้านบาท ซึ่งคงต้องเสนอขอแปรญัตติการใช้จ่ายงบประมาณต่อไป

“ขณะนี้การพิจารณา ร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 ได้ผ่านวาระที่ 1 โดยการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมอบให้ สพฐ.ไปเสนอขอแปรญัตติงบฯเพิ่มเติมอีก 695 ล้านบาท ทั้งนี้ เชื่อว่าการซ่อมแซมบ้านพักจะเสร็จทันเวลาที่กำหนด เพราะวิธีการปฏิบัติจะให้โรงเรียนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการซ่อมแซม เพื่อตัดข้อครหาว่าจะมีการล็อคให้บริษัทใด บริษัทหนึ่งมาทำ หรือมีการฮั้วประมูล ขณะเดียวกัน ยังได้ให้สพฐ.ไปสำรวจด้วยว่าการซ่อมแซมบ้านพักครู 13,000 หลังนี้ คาดว่าจะมีครูได้ประโยชน์ประมาณ 19,000 คน แต่ผมอยากรู้ว่าจะเกิดประโยชน์ไปถึงคนอื่น ๆ อาทิ ครอบครัวของครู อีกเท่าไร”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

ด้าน นายชลำ อรรถธรรม ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สนผ.) สพฐ. กล่าวว่า จากนี้ สพฐ.จะเร่งจัดทำรายละเอียดเพื่อขอแปรญัตติงบฯ รายจ่าย ปีงบประมาณ 2560 สำหรับดำเนินการโครงการปรับปรุงและซ่อมแซมบ้านพักครูในโรงเรียน เพิ่มเติมอีก 695 ล้านบาทให้ทันพิจารณาในวาระที่ 2 ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ

 

ไทย- ลาว MOU เน้นร่วมมือแก้ปัญหาแรงงานตามหลักสากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232795

มาตรฐานสากล, แก้ปัญหาด้านแรงงาน, ไทย, ลาว, MOU, เน้น, ร่วมมือ, แก้ปัญหา, แรงงาน, ตาม, หลัก, สากล, ไทย-, ข้อตกลงด้านการจ้างแรงงาน
มาตรฐานสากล, แก้ปัญหาด้านแรงงาน, ไทย, ลาว, MOU, เน้น, ร่วมมือ, แก้ปัญหา, แรงงาน, ตาม, หลัก, สากล, ไทย-, ข้อตกลงด้านการจ้างแรงงาน

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 7 ก.ค. 2559

ไทย- ลาว MOU เน้นร่วมมือแก้ปัญหาแรงงานตามหลักสากล

ไทย-ลาว จับมือร่วมแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน ตามหลักสากล ระบุ เน้น 5 ด้าน หวังกระชับสัมพันธ์ 2 ประเทศ เล็งนำไปสู่การกำหนดทิศทางนโยบายด้านแรงงานระหว่างประเทศร่วมกันใน

นายธีรพล ขุนเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน (รง.) ในฐานะโฆษก รง. เปิดเผยว่า ในการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย – ลาว ณ ห้องสีม่วง ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนาม บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดย พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ ดร. คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

“สาระสำคัญในบันทึกนี้ เน้นความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ ก้าวไปด้วยกันเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองฝ่ายโดยจะส่งเสริมความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างกันให้มีการพัฒนาที่ดีขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการแรงงานในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพิ่มพูนการปกป้องสิทธิ และผลประโยชน์ของแรงงานให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบของแต่ละประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดหลักการพื้นฐานเกี่ยวกับความร่วมมือด้านแรงงาน ได้แก่ การพัฒนาฝีมือแรงงาน การจ้างงาน การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม การป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ความร่วมมือด้านวิชาการ และความร่วมมือด้านอื่นๆ”โฆษกกระทรวงแรงงานกล่าว

โฆษก รง. กล่าวอีกว่า โดยมีกรอบความร่วมมือสรุปได้ ดังนี้ 1.ความร่วมมือทางวิชาการ โดยจะ แลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับระบบต่างๆ อาทิ การศึกษา งานวิจัย ความเชี่ยวชาญ และข้อมูลในด้านต่างๆ รวมถึงกฎหมายการจ้างงานและแรงงาน รวมทั้งสนับสนุนการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างบุคลากรที่เกี่ยวข้อง และผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจน แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเพื่อป้องกันการจ้างงานผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน 2.ความร่วมมือด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยจะ ร่วมมือกันเพื่อพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้บริหารด้านการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ทั้งครูฝึก และเจ้าหน้าที่ด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อยกระดับทักษะฝีมือแรงงานตลอดจนการเพิ่มผลิตภาพแรงงานด้วย

3.ความร่วมมือด้านการจ้างงาน ส่งเสริมให้มีการจ้างงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจะได้กำหนดไว้ใน “ข้อตกลงด้านการจ้างแรงงาน” ระหว่างคู่ภาคีต่อไป 4. ความร่วมมือด้านการคุ้มครองแรงงาน โดยแรงงานจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งนี้ เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของประเทศผู้รับ และ 5.ความร่วมมือด้านการประกันสังคม จะร่วมมือกันในการพัฒนางานด้านการประกันสังคม การแลกเปลี่ยนด้านวิชาการ ข้อมูลข่าวสาร รวมถึงการผลักดันให้แรงงานที่เข้าไปทำงานในประเทศคู่ภาคีได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายของประเทศผู้รับ  ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานและติดตามการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจฯนี้ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์จะได้มีการจัดประชุมร่วมสองฝ่าย ทั้งระดับรัฐมนตรีและระดับเจ้าหน้าที่ทุกระยะ

นายธีรพล   กล่าวเพิ่มเติมว่า ประโยชน์ที่จะได้รับในการลงนามครั้งนี้ จะเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวซึ่งทั้งสองประเทศมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันในการพัฒนาและขยายความร่วมมือด้านแรงงานให้ครอบคลุมในหลายมิติดังกล่าวข้างต้น และเป็นการส่งเสริมบทบาทของไทยในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติร่วมกัน ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเป็นการสร้างพันธมิตรในเวทีระหว่างประเทศของภูมิภาค จะนำไปสู่การกำหนดทิศทางนโยบายด้านแรงงานระหว่างประเทศร่วมกันในระดับทวิภาคี และระดับภูมิภาคต่อไปในอนาคตด้วย

 

วธ.เตรียมจัดงานวันภาษาไทยแห่งชาติ ปี 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232792


กิจกรรม, คุณค่าความเป็นไทย, วันภาษาไทยแห่งชาติ, เตรียม, จัดงาน, วัน, ภาษาไทย, แห่งชาติ, 2559

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 7 ก.ค. 2559

วธ.เตรียมจัดงานวันภาษาไทยแห่งชาติ ปี 2559

วธ. เตรียมจัดงานวันภาษาไทยแห่งชาติ 59 กระตุ้นให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของคุณค่าภาษาไทย

เมื่อวันที่ 7 ก.ค.  นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม  เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการวันภาษาไทยแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2559 เมื่อเร็วๆนี้ ว่า ตนได้รายงานให้ที่ประชุมทราบเกี่ยวกับการจัดทำแม่บทส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่านสู่การเรียนรู้ของไทย พ.ศ.2560 – 2564 ว่าหลังจากที่คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้เห็นชอบแผนแม่บทดังกล่าว ได้มีการรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบแล้วเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 59 ที่ผ่านมา ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อเสนอแนะให้กำชับทุกหน่วยงานร่วมกันผลักดันประเทศไทยสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ โดยปลูกฝังให้คนไทยมีทักษะการอ่าน คิด เขียน พูด เพื่อก้าวสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้สำรวจจำนวนห้องสมุด สถิติผู้ใช้บริการห้องสมุด ความต้องการทรัพยากร อาทิ หนังสือ รวมถึงปัญหาและอุปสรรค ทั้งนี้ จะสามารถเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบภายในเดือน ก.ค. นี้

รมว.วธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกิจกรรมเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ พ.ศ. 2559 ตามที่ วธ. เสนอ โดยจะมีการจัดงานวันภาษาไทยแห่งชาติ ในวันที่ 29 ก.ค. 59 ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมีพิธีมอบเข็มและโล่เชิดชูเกียรติและมอบรางวัลเนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ ได้แก่ การประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย จำนวน 2คน ผู้ใช้ภาษาดีเด่น จำนวน 7 คน ผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น จำนวน 7 คน และผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย จำนวน 3 คน และ 5 องค์กร ผู้ชนะการประกวดคำขวัญ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยรักชาติ นิยมความเป็นไทย และส่งเสริมความเป็นไทย จำนวน 24 คน และศิลปินผู้ได้รับรางวัลการประกวดเพชรในเพลง จำนวน 25 คน การจัดพิมพ์หนังสือวันภาษาไทย จำนวน 1,000 เล่ม และจัดพิมพ์หนังสือเก่าหายาก เรื่อง นารีเรืองงาม” จำนวน 1,000 เล่ม

ทั้งนี้ วธ. ได้เรียนเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี นอกจากนี้ ยังมีการจัดสัมมนา เรื่อง “วรรณกรรมอาเซียน” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 22 เมษายน2559 และจัดกิจกรรมสัมมนาวิชาการ เรื่อง “เอกสารโบราณตำรายา : สารัตถะ และภูมิปัญญาในการรักษา” เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างภาษาในตำรายาแพทย์แผนไทย และจากเอกสารงานวิจัยต่างๆ เนื่องจากตำราเป็นเอกสารโบราณมีการจดบันทึกที่มีแบบแผนลักษณะเฉพาะไม่เหมือนเอกสารโบราณในหมวดอื่นๆ ซึ่งจะจัดในวันที่ 29 ก.ค. 59 ที่ห้องประชุม 607 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้กำชับให้ประชาสัมพันธ์การดำเนินงานดังกล่าวสู่สาธารณชนอย่างกว้างขวาง เพื่อกระตุ้นให้คนไทยตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของคุณค่าภาษาไทย

 

เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอน:’มาอีดะห์ อัรเราะห์มาน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232727

เปิดโลกการศึกษามุสลิม, เปิดโลก, การศึกษา, มุสลิม, ตอน, ดะห์, อัรเราะห์มาน , มาอีดะห์ อัรเราะห์มาน, พีรศักย จันทวรินทร์, รอมาฎอนการีม

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 7 ก.ค. 2559

เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอน:’มาอีดะห์ อัรเราะห์มาน’

เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอน:’มาอีดะห์ อัรเราะห์มาน’

           เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร เป็นเจ้าภาพ จัดงานแบบทางการเพื่อสังคมนักศึกษามุสลิมไทยในประเทศอียิปต์ ของเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร “พีรศักย จันทวรินทร์” ก่อนจะบินลัดฟ้ากลับไทยอย่างถาวร ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ นับเป็นการอำลาที่สวยงาม นักศึกษา 600 คน ต่างมาร่วมงาน จนกระทั่งหอประชุมมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรคับแคบไปในพริบตา คณะกรรมการสมาคมฯ ฉายวิดีโอพิเศษเป็นการรวบรวมความในใจของนักศึกษาเพื่อขอบคุณเอกอัครราชทูต ตลอดระยะเวลาที่เอกอัครราชทูตเดินทางมาประจำการวันแรกและร่วมพัฒนาสังคมนักศึกษาร่วมกันจนถึงวันนี้ เป็นความรู้สึกที่สุดยอดในการจัดงานร่วมละศีลอดโดยเอกอัครราชทูต เป็นเจ้าภาพ ในครั้งนี้

โดยเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2559 “พีรศักย จันทวรินทร์” เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูต ได้เดินทางไปยังหอประชุมซอละห์ กามิล ของมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร เพื่อพบปะและให้โอวาทแก่นักศึกษาไทยในประเทศอียิปต์ ซึ่งเป็นนักศึกษามุสลิมที่ศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร มหาวิทยาลัยสอนศาสนาที่เก่าแก่และชื่อเสียงติดอันดับโลก พร้อมเป็นเจ้าภาพเลี้ยงละศีลอดให้แก่นักศึกษาไทยกว่า 600 คนที่มาร่วมงาน

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความสะอาด สวยงาม ของนักศึกษาที่แต่งตัวมาเพื่องานแห่งคืนมีเกียรตินี้โดยเฉพาะ เปิดกิจกรรมบนเวทีด้วยเสียงอันไพเราะจากพระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่านที่เต็มไปด้วยพลังแห่งศรัทธาและความนิ่งเงียบทั่วทั้งหอประชุม หลังจากนั้นมีการแสดงร้องอานาชีต เพลงเตือนใจให้รักในความเป็นมุสลิม และรักในเดือนแห่งความดีจากกลุ่มน้องนักศึกษา เวลาสำคัญที่สุดก็มาถึงเมื่อเอกอัครราชทูตขึ้นเวทีด้วยรอยยิ้มสดใสแบบง่ายๆ เป็นกันเองกับนักศึกษา พร้อมความรู้สึกและความห่วงใยที่ดีที่ท่านมีต่อนักศึกษาไทยในอียิปต์พร้อมกำลังใจในการดำเนินชีวิตในอนาคตของทุกๆ คน

หลังจากนั้นก็ได้แจ้งผลการหารือกับผู้นำสูงสุดทางศาสนาอิสลามของอียิปต์ในโอกาสที่เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยมอบเงินบริจาคจำนวน 1 ล้านบาท แก่อัล อัซฮัร อาทิ ประเด็นความห่วงใยของผู้นำสูงสุด ต่อนักศึกษาที่อาศัยอยู่นอกหอพักของมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักศึกษาหญิง การเริ่มการแจ้งความประสงค์ของไทยอย่างเป็นทางการเพื่อจัดสร้างหอพักนักศึกษาหญิงของไทยในเขตหอพักมหาวิทยาลัยนานาชาติ และการส่งเสริมการเรียนภาษาอาหรับสำหรับนักเรียนไทยที่จะมาศึกษาต่อที่อัลอัซฮัร

งานนี้มีเมนูอาหารจากร้านอาหารไทย “บันดง” ร้านอาหารราคานักศึกษา เป็นการจัดงานอำลา และเป็นเจ้าภาพงานในเดือนแห่งความดีได้ลงตัวและสุดยอดที่สุด เป็นความภาคภูมิใจของพวกเรานักศึกษาไทยในประเทศอียิปต์ จริงๆ แล้วเราคาดการณ์ว่านักศึกษาคงมาไม่ถึง 300 คน แต่อาจจะเป็นเพราะนักศึกษาไทยต่างรู้ว่า เป็นครั้งสุดท้ายของการจัดงานเพื่อพวกเรา จึงเป็นที่มาของการมาร่วมอำลาและแสดงความรักความสามัคคีของนักศึกษาไทยในอียิปต์

สังคมนักศึกษาไทยในอียิปต์ เป็นสังคมนักศึกษาศาสนาที่ไม่ได้ปิดกั้นตัวเอง เพียงแต่ไม่สามารถเปิดใจกว้างได้ ถ้าผู้ที่ยืนต่อหน้า หรือผู้หลักผู้ใหญ่ไม่ใช่คนที่น่าไว้ใจพอ แต่ถ้าเข้าใจระหว่างกันโดยเฉพาะนักศึกษาศาสนาอย่างเราๆ ท่านก็จะได้ใจไปครองอย่างเต็มที่ เหมือนกับที่พวกเราไว้ใจและให้ใจกับสมาคม โดยเฉพาะเอกอัครราชทูตไทยท่านนี้

รวมถึงข้าราชการทุกท่านที่มาประจำการยังประเทศอียิปต์ “รอมาฎอนการีม” ในประเทศอียิปต์ เป็นเดือนแห่งความสุข เป็นเดือนแห่งการให้ และเป็นเดือนแห่งการตอบแทนความดี การเป็นเจ้าภาพของานในค่ำำคืนนั้น จะติดตาตรึงใจพวกเรานักศึกษาไทยในไคโรตลอดไปจนชั่วชีวิตนี้ ขอบคุณที่ท่านมอบความรัก ความไว้ใจกับพวกเราด้วยดีเสมอมา ด้วยรักและเคารพ..รอมาฎอนการีม…

 

ส่ง‘NJ Digital’เข้าโรงเรียนสื่อเรียนภาษาอังกฤษแบบใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232724

ส่งNJ, Digital, เข้า, โรงเรียน, สื่อ, เรียน, ภาษาอังกฤษ, แบบ, ใหม่, NJ Digital

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 7 ก.ค. 2559

ส่ง‘NJ Digital’เข้าโรงเรียนสื่อเรียนภาษาอังกฤษแบบใหม่

ส่ง‘NJ Digital’เข้าโรงเรียนสื่อเรียนภาษาอังกฤษแบบใหม่

           ภาษาอังกฤษ ที่เป็นภาษาหลักในการสื่อสารระดับสากล ในปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน หรือ ASEAN Economic Community (AEC) ทำให้ภาษาอังกฤษมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว แต่จากการสำรวจพบว่า การใช้ภาษาอังกฤษของเด็กไทยในเรื่องการฟังและการออกเสียง ยังไม่ดีพอ อาจเพราะหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยเน้นไปที่เรื่องของหลักไวยากรณ์ การอ่าน และการเขียนมากกว่านั่นเอง

“พิมพิมล คงเกรียงไกร” บรรณาธิการ Nation Junior กล่าวว่า NJ ได้พัฒนารูปแบบของนิตยสารมาเป็นดิจิทัล แต่ยังคงคอนเซ็ปต์เดิม คือ ยังคงเป็นสื่อการเรียนการสอนที่มีความสนุกสนานที่ใช้ในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ และทำให้ภาษาอังกฤษกลายเป็นสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคน นำเทคโนโลยีมาช่วยให้การเรียนรู้ภาษาอังกฤษของเด็กไทยเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น

“การทำสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบดิจิทัล โดยใช้เทคโนโลยีจะช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ ทักษะการฟัง การออกเสียง หรือการพูด ได้อย่างตรงจุด เพราะเราสามารถทำสื่อการเรียนการสอนที่มีทั้งภาพและเสียงที่ทุกคนสามารถฝึกการฟังและการพูดไปพร้อมกับเราได้ โดยจะเผยแพร่ NJ Digital เข้าสู่โรงเรียนระดับชั้นมัธยมปลายทั่วประเทศ และคาดหวังว่าจะสามารถเข้าถึงเด็กกว่า 1 ล้านคน ในกว่า 3,000 โรงเรียนทั่วประเทศ จะเป็นสื่อการสอนและการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่เป็นประโยชน์ของเด็กไทย ประชาชนทั่วไปที่สนใจติดตาม NJ Digital ด้วยกัน 2 ช่องทาง ดังนี้ Facebook: NJ Digital และทาง http://www.njdigital.net” พิมพิมล กล่าว

อาจารย์ชวนชม ไชยวิทย์ อาจารย์ประจำกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ โรงเรียนนวมินทราชูทิศ หอวัง นนทบุรี กล่าวว่า การทำสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบของดิจิทัลเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับสังคมในยุคนี้ เพราะโรงเรียนส่วนใหญ่สามารถรองรับสื่อดังกล่าวได้ แม้ว่าอาจจะมีปัญหาในเรื่องของความเสถียรและความเร็วของอินเทอร์เน็ตภายในโรงเรียนอยู่บ้างก็ตาม ซึ่งข้อดี NJ Digitalคือ ความสะดวก และนักเรียนสามารถเข้าไปหาความรู้จากเว็บไซต์ได้อยู่เรื่อยๆ

อาจารย์ชวนชม มองว่า เด็กไทยในยุคนี้ควรจะต้องเรียนหนังสือด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับเด็กนักเรียนในต่างประเทศ เพราะนักเรียนต่างมีสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต หรือโน้ตบุ๊ก อยู่ในมือแทบจะทุกคน ทำให้สามารถเข้าถึงสื่อที่เป็นดิจิทัลได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ทั้งนี้ข้อดีของการเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิทัลอีกข้อหนึ่ง คือ สามารถดาวน์โหลดเก็บข้อมูลไว้ได้นั่นเอง

และการนำเจ้าของภาษามาร่วมสอนในรายการ อาจารย์ชวนชมกล่าวว่า เป็นสิ่งที่ดี เพราะเด็กนักเรียนสามารถร่วมฝึกออกเสียงตามเจ้าของภาษาได้ มีคุณครูเจ้าของภาษาที่มีทั้งสำเนียงในแบบอเมริกันและแบบบริติชให้นักเรียนได้ลองฝึกออกเสียงตามอีกด้วย ซึ่งตัวเนื้อหาที่อาจารย์ได้เลือกนำมาเป็นสื่อการสอนให้แก่เด็กนักเรียนบ่อยๆ คือ Hello English, Admission, AEC และ Broken English เพราะมีทั้งสาระและความสนุกให้แก่นักเรียนด้วยนั่นเอง