หนุนใช้ม.44อุดมแจงราชภัฏ 8 ก.ค.นี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232696

ธรรมาภิบาล, อุดมศึกษา, ม.44, หนุน, ใช้, อุดม, แจง, ราชภัฏ, นี้, กคนี้

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 6 ก.ค. 2559

หนุนใช้ม.44อุดมแจงราชภัฏ 8 ก.ค.นี้

อธิการบดีมทร.-มรภ. เห็นพ้องใช้มาตรา44จี้ระบุรายชื่อมหาวิทยาลัย พร้อมเหตุให้ชัดเจน ไม่ควรใช้หว่านกับมหาวิทยาลัยทุกแห่ง ประธานทปอ.มรภ.เตรียมแจงในที่ประชุม 8 ก.ค.

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ มีการเสนอขอใช้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาอุดมศึกษานั้น ว่าเห็นด้วยที่จะใช้มาตรา 44 ในการแก้ไขปัญหาอุดมศึกษา เพราะต้องยอมรับว่าขณะนี้ มีบางมหาวิทยาลัยที่ไม่สามารถใช้กลไกบริหารจัดการภายในของมหาวิทยาลัยตัวเองได้ และมีปัญหาเรื้อรังมาหลายปี

 อีกทั้งกลไกกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยแก้ไขได้ ดังนั้นมาตรา 44 ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการช่วยคลี่คลายปัญหาอุดมศึกษา แต่การใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาอุดมศึกษา ควรระบุรายชื่อมหาวิทยาลัยอย่างชัดเจนว่ามีที่ไหนบ้าง และควรเข้าไปช่วยวางรากฐานใหม่ ทั้งกลไกบริหารงานมหาวิทยาลัย กลไกสภามหาวิทยาลัย โดยเฉพาะการได้มาซึ่งนายกสภา และกรรมการสภามหาวิทยาลัย เนื่องจากหากการสรรหานายกสภา กรรมการสภามหาวิทยาลัยมาจากกระบวนการที่ถูกต้อง มีหลักธรรมาภิบาลก็จะนำไปสู่การสรรหาผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่มีประสิทธิภาพ มีหลักธรรมาภิบาลด้วย

 อย่างไรก็ตาม กลุ่ม มทร.นั้น ได้มีการเน้นย้ำเรื่องการบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล และหากมทร.ใดมีปัญหาก็ช่วยกันแก้ไข อย่าง มทร.ตะวันออก ที่ก่อนหน้านี้อาจมีปัญหาระหว่างสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหาร แต่ขณะนี้ปัญหาก็ได้รับการแก้ไข และมีการเดินหน้ากระบวนการสรรหาผู้บริหาร ซึ่งเชื่อว่าน่าจะไม่มีปัญหาอะไรเพิ่มเติม

รศ.ดร.สมบัติ คชสิทธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ (ทปอ.มรภ.) กล่าวว่า ในการประชุมทปอ.มรภ.วันที่ 8 ก.ค.2559 นี้ จะรายงานถึงแนวทางในการใช้มาตรา 44 แก้ไขปัญหาอุดมศึกษา ที่ได้มีการหารือร่วมกับรมว.ศึกษาธิการ รวมถึงเหตุผลที่ต้องใช้มาตรา 44 กับอุดมศึกษาเพื่อให้ที่ประชุมได้รับทราบ อีกทั้งจะขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยราชภัฎทุกแห่ง ให้คำนึงถึง จัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ มาตรฐาน และเป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)หรือสภาวิชาชีพกำหนด รวมถึงเน้นย้ำเรื่องการบริหารงานการจัดการต่างๆ โดยยึดหลักธรรมาภิบาลที่ดี

“โดยส่วนตัว ไม่อยากให้มีการใช้มาตรา 44 กับอุดมศึกษา เพราะตอนนี้มีเพียงบางแห่งเท่านั้น ที่มีปัญหาจริงๆ แต่เข้าใจเหตุผลของกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องใช้มาตรา 44 เนื่องจากมหาวิทยาลัยบางแห่งมีปัญหาเรื้อรัง การใช้มาตรา 44 ควรใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็น ไม่ควรหว่านใช้หมดกับทุกมหาวิทยาลัย เพราะเชื่อว่าสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร เป็นตำแหน่งที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ไม่มีใครอยากกระทำผิด ทุกคนเข้ามาเพื่อบริหารงานอุดมศึกษา พัฒนามหาวิทยาลัยให้เจริญก้าวหน้า”ประธานทปอ.มรภ.กล่าว

ด้านรศ.ดร.ฤาเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) กล่าวว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในอุดมศึกษาตอนนี้ มีมากมาย และแต่ละที่ก็ประสบปัญหาไม่เหมือนกัน การใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ไขปัญหาในอุดมศึกษา จึงควรใช้เฉพาะมหาวิทยาลัยบางแห่งที่มีปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล อีกทั้งควรระบุรายชื่อมหาวิทยาลัย พร้อมเหตุผล ที่ต้องใช้มาตรา 44 เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหา เพราะหากประกาศเหมารวมว่าจะใช้มาตรา44กับอุดมศึกษา อาจจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของอุดมศึกษาไทยว่ามีปัญหาทั้งหมด และเมื่อใช้มาตรา 44 แก้ปัญหามหาวิทยาลัยแล้ว ควรมีการสรุปอย่างชัดเจนว่าช่วยแก้ปัญหาได้จริง เกิดการเปลี่ยนในมหาวิทยาลัย

ผศ.ดร.นิวัตกลิ่นงาม อธิการบดีมรภ.เพชรบุรีกล่าวว่า หากปัญหาไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ด้วยกฏหมายปกติ จะใช้ม.44มาช่วยแก้ปัญหาก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ก่อนที่จะใช้ต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องและพิจารณาให้รอบคอบ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหายตามมา และผู้ใช้อำนาจจะต้องรับผิดชอบกับการตัดสินใจด้วย

 

คาดคืนการบริหาร ม.เอแบค สิงหานี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232693

คณะกรรมการควบคุม, คืนการบริหาร, ม.เอแบค, คาด, คืน, การบริหาร, เอแบค, สิงหา, นี้, คาดคืนการบริหาร, มเอแบค, สิงหานี้, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 6 ก.ค. 2559

คาดคืนการบริหาร ม.เอแบค สิงหานี้

คกก.ควบคุมม.เอแบค รายงานคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริง “ดาว์พงษ์” ระบุประชุมนัดต่อไป 11 ก.ค.นี้ได้ข้อสรุป คาดคืนอำนาจบริหารม.เอแบคให้ผู้รับใบอนุญาตฯเดือนส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ  รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการควบคุมมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบค ว่า คณะกรรมการควบคุมฯได้รายงานความคืบหน้าผลการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งตนได้มอบหมายให้ดำเนินการ  3 เรื่อง คือ 1. การตรวจสอบการจัดซื้ออุปกรณ์โครงการเครื่องฝึกบินจำลองเสมือนจริง แบบแอร์บัส A320 (Flight Simulator)  2. ตรวจข้อเท็จจริงเรื่อง การจัดทำเอแบคโพล และ 3.ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการเปลี่ยนมาตรฐานการรายงานทางการเงิน

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการควบคุมฯ ครั้งต่อไป ในวันที่ 11 ก.ค.นี้ จะได้ข้อสรุปผลการสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด  จากนั้นคณะกรรมการควบคุมฯ จะร่วมกันพิจารณาต่อไปว่า มีอะไรบ้างที่มหาวิทยาลัยจะต้องปรับแก้ เพื่อให้การบริหารงานต่อไปเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  และคาดว่าคณะกรรมการควบคุมฯ จะสามารถส่งคืน อำนาจการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยให้ ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งได้ประมาณเดือนสิงหาคมนี้

“ผมคิดว่าคณะกรรมการควบคุมฯ จะสามารถส่งคืนอำนาจการบริหารต่าง ๆ ของม.เอแบคให้ผู้รับใบอนุญาตฯ ได้ ไม่เกินเดือนสิงหาคมนี้  แต่ก่อนที่จะส่งคืน ก็ต้องมีการมอบการบ้าน ซึ่งเป็นจุดบกพร่องที่คณะกรรมการควบคุมฯ พบ และเห็นว่า มหาวิทยาลัยต้องแก้ไข เพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพ ซึ่งการคืนอำนาจให้ม.เอแบค จะต้องมีการแจ้งล่วงหน้าให้มหาวิทยาลัยรับทราบ เป็นเวลาพอสมควร เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตฯ มีเวลาแต่งตัว คัดเลือกผู้เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งสภามหาวิทยาลัย จากนั้นสภาฯ จึงจะไปสรรหาอธิการบดี ตามหลักเกณฑ์ที่สภาฯกำหนด โดยจะเป็นการคืนอำนาจให้มหาวิทยาลัยทั้ง 100% ”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

ด้าน ดร.กฤษณพงศ์  กีรติกร กรรมการควบคุมเอแบค กล่าวว่า เบื้องต้นผลการสอบข้อเท็จทั้ง 3 เรื่องไม่พบประเด็นปัญหาทุจริต แต่พบจุดอ่อนในเรื่องการบริหารงาน  และระเบียบต่าง ๆ ที่ยังไม่เป็นไปตามที่กำหนด ดังนั้นหากปิดจุดอ่อนตรงนี้ได้ คือว่า สามารถส่งคืนอำนาจการบริหารงานเอแบคให้กับผู้รับใบอนุญาตฯได้อย่างไม่มี ปัญหา

 

“ดาว์พงษ์”ข้องใจสอบ TU STAR ของมธ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232675

รับตรงกลาง, รับตรง มธ., TU STAR, ดาว์, พงษ์, ข้องใจ, สอบ, STAR, ของ, ดาว์พงษ์ข้องใจสอบ, ของมธ, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 6 ก.ค. 2559

“ดาว์พงษ์”ข้องใจสอบ TU STAR ของมธ.

“ดาว์พงษ์”เรียกมธ.แจงรับตรง TU STAR ของ มธ.เป็นการสอบเพื่ออะไร ห่วงทำเกิดปัญหาเด็กวิ่งรอกสอบ ด้านมธ.แจงให้เด็กม.4-6 สอบเพื่อเก็บคะแนนใช้รับตรงกลางของ มธ.

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของศธ. ว่า  น.ส.อาภรณ์ แก่นวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) รายงานเรื่องการจัดสอบ TU STAR ( TU Standardized Test of Aptitude Requirement ) ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเก็บคะแนนสอบตรงเข้าศึกษาต่อใน 14 คณะของ มธ. สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 ผ่าน  “โครงการรับตรง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีการศึกษา 2560 ซึ่งจัดสอบเป็นครั้งแรก ปรากฏว่ามีนักเรียนสนใจเข้าสอบจำนวนมาก จนทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด ทำให้ ตนกังวลว่าการจัดสอบลักษณะดังกล่าวจะทำให้เกิดปัญหาเด็กวิ่งรอกสอบจน อุตลุด

ดังนั้น จึงมอบให้เลขาธิการ กกอ. ประสานไปยัง มธ.และเชิญมาสอบถามข้อมูล ทั้งวิธีการจัดสอบ รวมถึงวัตถุประสงค์การจัดสอบ ว่าจัดสอบเพื่ออะไร และหากมีมหาวิทยาลัยใดที่จัดสอบรับตรงลักษณะเดียวกับของ มธ. ก็ขอให้เชิญมาด้วย ซึ่งเท่าที่ทราบยังมี มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) อีกหนึ่งแห่ง ทั้งนี้ ตนเพียงอยากฟังแนวคิดของมหาวิทยาลัย เพราะอยากรู้ว่ามหาวิทยาลัยต้องการเตรียมพร้อมนักเรียนเพื่อเข้าเรียน อย่างไร  แล้วนอกจากวิธีการนี้แล้ว มีวิธีการอื่นอีกหรือไม่ ส่วนจะให้ยกเลิกการสอบดังกล่าวเลยหรือไม่ ขอฟังมหาวิทยาลัยก่อน ตนคงไปเปลี่ยนอะไรของมหาวิทยาลัยโดยพละการไม่ได้ ต้องคุยกันให้เข้าใจและเห็นประโยชน์ร่วมกัน ทั้งนี้ แนวคิดในการจัดสอบรับตรงของศธ.มีเป้าหมายเพื่อลดภาระ ไม่ให้เด็กต้องวิ่งสอบ ค่าใช้จ่ายไม่เยอะ และไม่มีความเหลื่อมล้ำ

“การจัดสอบรับตรงที่แต่ละมหาวิทยาลัยทำอยู่เป็นการคัดเลือกเด็กให้ตรงกับความ ต้องการของคณะ/สาขา ซึ่งเขาทำกันมานานแล้ว ผมก็ต้องคุยรายละเอียดกับทุกมหาวิทยาลัยก่อน ว่า ภาพรวมการจัดสอบควรจะใช้วิธีการอย่างไรถึงจะตอบโจทย์มหาวิทยาลัยได้  คณะ/สาขาสามารถคัดเลือกเด็กได้ตรงความต้องการ โดยที่เด็กไม่ต้องเหนื่อยวิ่งรอกสอบ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก และผมจะต้องเดินไปสู่จุดนั้นให้ได้ ตั้งใจว่าปีการศึกษา 2560 อาจจะมีการปรับวิธีการสอบรับตรงรูปแบบใหม่ แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเป็นแบบใด เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และต้องหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ตกผลึกร่วมกัน” พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าว

ด้าน นายพิภพ  อุดร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มธ. กล่าวว่า การสอบ TU STAR เป็นการสอบลักษณะเดียวกับต่างประเทศที่ทำกันและไม่ใช่เรื่องแปลก  เป็นการสอบรับตรงกลางร่วมกันของ มธ.โดยเฉพาะ ซึ่งต่อไปหากเด็กมีเป้าหมายอยากเข้าเรียน มธ. สามารถมาสอบเก็บคะแนนไว้ล่วงหน้า และหากยังไม่ได้คะแนนเป็นที่พอใจ ก็สามารถมาสมัครสอบใหม่ได้ ตรงนี้เป็นการให้โอกาสเด็ก ไม่ใช่ให้สอบครั้งเดียว แล้วตัดโอกาสเด็กไปเลย ทั้งนี้ ข้อสอบ  TU STAR เป็นข้อสอบวัดสมรรถนะเด็ก ซึ่งเด็กไม่จำเป็นต้องสอบทุกวิชา เลือกสอบเฉพาะวิชาที่จะเข้าเรียนในคณะที่เลือกเท่านั้น คะแนนสามารถเก็บไว้ได้นาน 2 ปี

“ทางมธ. ยินดีเข้าชี้แจงต่อ รมว.ศึกษาธิการ เพราะที่มธ.จัดสอบเก็บคะแนนรับตรงแบบนี้ เพื่อไม่ให้เด็กต้องวิ่งรอกสอบในคณะต่าง ๆ หากอยากเข้ามธ.ก็มาสอบตรง TU STAR  เพียงครั้งเดียว ไม่อยากให้มองว่า จะทำให้เกิดปัญหา เพราะแม้จะไม่มี TU STAR  เด็กก็วิ่งสอบกันมากอยู่แล้ว” นายพิภพ กล่าว

 

50อาชีวะเอกชนจับมือบ.แคนนอนขยายผลจัดทวิภาคี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232657

สวทอ, อาชีวศึกษาเอกชน, อาชีวะ, เอกชน, จับมือ, แคน, นอน, ขยาย, ผลจัด, ทวิภาคี

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 6 ก.ค. 2559

50อาชีวะเอกชนจับมือบ.แคนนอนขยายผลจัดทวิภาคี

อาชีวะเอกชน 50 แห่งจับมือแคนนอนร่วมพัฒนาการศึกษาทวิภาคี 3 สาขา เตรียมส่งนักศึกษารุ่นแรก 300 คนเข้าฝึกงานก.ค.นี้

นายอนุพงค์  มกรานุรักษ์ อุปนายก สมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สวทอ.) ดูแลกลุ่มภาคอีสาน เปิดเผยว่า สวทอ.มีความพยายามและส่งเสริมให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน จัดการเรียนการสอนอาชีวะในระบบทวิภาคีมากขึ้น โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการ ภาคเอกชน มาร่วมจัดการศึกษาซึ่งจะทำให้นักเรียน นักศึกษาได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ตรง มีโอกาสได้ทำงานในสถานประกอบการ สัมผัสการทำงานจริง และเมื่อเร็ว ๆ นี้ สวทอ.ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงกับโครงการพัฒนาอาชีวะทวิภาคี จากบริบทไทย เพื่อการพัฒนากำลังคนที่ยั่งยืน ร่วมกับบริษัท แคนนอนไฮ-เทค (ประเทศไทย) ที่จะร่วมมือกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนทั่วประเทศ 50 แห่ง จัดการศึกษาอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ใน 3 สาขา ได้แก่ สาขาเทคนิคยานยนต์ สาขาคอมพิวเตอร์ และสาขาอิเล็กทรอนิกส์

“ทางบริษัท แคนนอนไฮ-เทค จะร่วมกับ 50 วิทยาลัย ในการบูรณาการหลักสูตรการสอนทั้ง 3 สาขาให้เหมาะกับทักษะวิชาชีพ จัดการเรียนเสริมโดยผู้เชียวชาญในวิชาชีพให้ระหว่างฝึกปฏิบัติงานในสถานประกอบการ ซึ่งในวันที่ 27 ก.ค.2559 จะส่งนักศึกษารุ่นแรก 300 คน โดยสวทอ.จะคัดเลือกจาก 50 วิทยาลัยเพื่อเข้าฝึกปฏิบัติงานด้วย”นายอนุพงค์ กล่าว

นายอนุพงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สวทอ.จะจัดฝึกอบรมให้แก่วิทยาลัยที่ร่วมโครงการ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ โดย จะใช้อีสานเหนือโมเดล หรือโครงการนำร่องการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ซึ่งจัดทำในกลุ่มอีสาน ปัจจุบันมีวิทยาลัยอาชีวศึกศาเอกชนในพื้นที่กว่า 20 แห่งเข้าร่วมมาเป็นต้นแบบในการต่อยอดพัฒนาการศึกษาทวิภาคี ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย และสร้างความเข้มแข็งให้กับอาชีวศึกษาของประเทศด้วย

 

สั่งกศจ.เฟ้นผู้แทนครู-ปชช.-ผู้ทรงคุณวุฒิตัวจริงใน 45 วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232651

วาระดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้แทน, คุณสมบัติ, ผู้แทนภาคประชาชนในท้องถิ่น, ผู้แทนครูในท้องถิ่น, กศจ., สั่, เฟ้น, ผู้แทน, ครู, ปชช, ผู้ทรงคุณวุฒิ, ตัวจริง, วัน

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 6 ก.ค. 2559

สั่งกศจ.เฟ้นผู้แทนครู-ปชช.-ผู้ทรงคุณวุฒิตัวจริงใน 45 วัน

มติที่ประชุม คปภ.ให้ กศจ.เร่งสรรหาผู้แทนครู-ผู้แทนปชช.-ผู้ทรงคุณวุฒิตัวจริง รวม7ตำแหน่ง ขีดเส้น 45 วันต้องแล้วเสร็จ มีวาระดำรงตำแหน่ง1ปีต่อเนื่องไม่เกิน 3 ครั้ง

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.ในภูมิภาค (คปภ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ประชุม คปภ.มีมติเห็นชอบให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ดำเนินการสรรหากรรมการ กศจ.ตัวจริงในส่วนของผู้แทนครูในท้องถิ่น 2 ตำแหน่ง ผู้แทนภาคประชาชนในท้องถิ่น 2 ตำแหน่ง และผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่เกิน 3 ตำแหน่ง รวม 7 ตำแหน่ง เนื่องจากผู้แทนทั้ง 3  กลุ่มที่ คปภ.แต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว จะหมดวาระการดำรงตำแหน่ง ในวันที่ 8 ก.ค.นี้ โดยที่ประชุมกำหนดให้ กศจ.ดำเนินการสรรหาผู้แทนทั้ง 3 กลุ่มให้เรียบร้อยภายใน 45 วัน หากครบระยะเวลาที่กำหนดแต่ กศจ.ยังไม่สามารถสรรหาตัวจริงได้ คปภ.จะใช้อำนาจแต่งตั้งผู้แทนในกลุ่มที่ขาดเอง เพราะไม่ต้องการให้ยืดเยื้อจนทำงานไม่ได้

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ การสรรหาจะต้องเป็นไปตามประกาศ ศธ.เรื่อง การได้มาและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมกร กศจ.ที่เป็นผู้แทนภาคประชาชนในท้องถิ่น ผู้แทนข้าราชการครูในท้องถิ่น และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งกำหนดให้ กศจ.แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหา โดยมีกรรมการ กศจ. 1 คนเป็นประธาน และกรรมการ กศจ. 4 คนเป็น กรรมการ ให้ศึกษาธิการจังหวัด เป็นเลขานุการ ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาและเสนอชื่อผู้สมควรดำรงตำแหน่ง จำนวนไม่เกิน 2 เท่าของตำแหน่งที่จะแต่งตั้งในประเภทนั้น ๆ เพื่อให้ กศจ.พิจารณาคัดเลือกให้เลือกเท่ากับจำนวนที่จะแต่งตั้ง และให้ กศจ.เสนอรายชื่อผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งต่อ คปภ.เพื่อพิจารณาเสนอ รมว.ศึกษาแต่งตั้ง โดยผู้แทนทั้ง 3 กลุ่มมีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 1 ปีและอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่ไม่ให้มีดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน 3 วาระ และในระหว่างที่พ้นตำแหน่งก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการที่ได้รับแต่งตั้งใหม่จะมาปฏิบัติหน้าที่

พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการ กศจ.ในส่วนผู้แทนภาคประชาชน คือ มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์, มีภูมิลำเนาอยู่ในท้องถิ่นที่จะได้รับแต่งตั้งเป็น กศจ.ไม่น้อยกว่า 3 ปี ,ไม่มีประวัติเสื่อมเสีย ทางจริยธรรม จรรยาบรรณ การประกอบอาชีพ, ไม่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ,ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน, ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ ที่ปรึกษา หรือผู้มีตำแหน่งบริหารในพรรคการเมือง, ไม่เคยถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท ,ไม่เคยถูกลงโทษปลดออก ไล่ออก หรือถูกให้ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น

สำหรับผู้แทนข้าราชการครูในท้องถิ่น ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ และไม่เคยถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตฯมาก่อน, มีประสบการณ์ด้านการสอนไม่น้อยกว่า 15 ปี โดยต้องเป็นครูผู้สอนประจำในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในท้องถิ่นที่จะได้รับแต่งตั้งเป็น กศจ.ไม่น้อยกว่า 3 ปี, ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง หรือถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน และผู้ทรงคุณวุฒิ มีสัญชาติไทย,อายุไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์, ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ ที่ปรึกษา หรือผู้มีตำแหน่งบริหารทางการเมือง,ไม่เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ใน กศจ.เกินกว่า 1 แห่ง,ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างถูกสั่งพักงาน หรือถูกสั่งให้ออกจากงานไว้ก่อน ตามกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ,ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น  เป็นต้น

 

ลุ้น!เด็กไทยแข่ง “ขับร้องประสานเสียงชิงแชมป์โลก” ที่รัสเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232623

กระทรวงวัฒนธรรม, วัฒนธรรม, แข่งขับร้อง, ลุ้น, เด็ก, ไทย, แข่ง, ขับร้อง, ประสานเสียง, ชิง, แชมป์โลก, ที่, รัสเซีย, ลุ้นเด็กไทยแข่ง, ที่รัสเซีย, ขับร้องประสานเสียงชิงแชมป์โลก, ค่ำแล้ว
กระทรวงวัฒนธรรม, วัฒนธรรม, แข่งขับร้อง, ลุ้น, เด็ก, ไทย, แข่ง, ขับร้อง, ประสานเสียง, ชิง, แชมป์โลก, ที่, รัสเซีย, ลุ้นเด็กไทยแข่ง, ที่รัสเซีย, ขับร้องประสานเสียงชิงแชมป์โลก, ค่ำแล้ว
กระทรวงวัฒนธรรม, วัฒนธรรม, แข่งขับร้อง, ลุ้น, เด็ก, ไทย, แข่ง, ขับร้อง, ประสานเสียง, ชิง, แชมป์โลก, ที่, รัสเซีย, ลุ้นเด็กไทยแข่ง, ที่รัสเซีย, ขับร้องประสานเสียงชิงแชมป์โลก, ค่ำแล้ว
กระทรวงวัฒนธรรม, วัฒนธรรม, แข่งขับร้อง, ลุ้น, เด็ก, ไทย, แข่ง, ขับร้อง, ประสานเสียง, ชิง, แชมป์โลก, ที่, รัสเซีย, ลุ้นเด็กไทยแข่ง, ที่รัสเซีย, ขับร้องประสานเสียงชิงแชมป์โลก, ค่ำแล้ว

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 6 ก.ค. 2559

ลุ้น!เด็กไทยแข่ง “ขับร้องประสานเสียงชิงแชมป์โลก” ที่รัสเซีย

วธ.นำคณะเยาวชนหญิงไทยแข่งขับร้องประสานระดับโลกที่รัสเซีย นำบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ค่ำแล้ว”โชว์เวทีโลก ชิงชัย2สาขา ประชันเสียงกว่า 112 ประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางดาวลดา พันธ์วร ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) พร้อมด้วยนายสาโรจน์ เล้าเจริญสมบัติ ผู้อำนวยการกลุ่มเสริมสร้างสุนทรียะทางวัฒนธรรม และนางอัมพร โปซิว นักวิชาการวัฒนธรรมชำนาญการพิเศษ กลุ่มเสริมสร้างสุนทรียะฯ นำคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย จำนวน 21 คน เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันการขับร้องประสานเสียงชิงแชมป์โลกครั้งที่ 9 (World Choir Games 2016) ที่เมืองโซชิ สหพันธรัฐรัสเซีย โดยลงชิงชัยใน 2 สาขา คือ สาขาคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนหญิงที่มีอายุระหว่าง 12-21 ปี และสาขาบทเพลงศาสนาแบบมีเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบของการแข่งขันประเภท The Champions Competition ซึ่งเป็นการแข่งขันสำหรับคณะนักร้องประสานเสียงที่มีประสบการณ์

การแข่งขันแต่ละสาขาจะต้องขับร้องจำนวน 4 เพลงประกอบด้วยเพลงไทย เพลงสากล เพลงที่ผู้ประพันธ์ยังมีชีวิตและเพลงอะไรก็ได้อย่างละ 1 เพลง ทั้งนี้ ในส่วนของเพลงไทย คณะนักร้องประสานเสียงได้นำบทเพลงพระราชนิพนธ์คำ่แล้วมาเป็นเพลงที่ใช้ในการแข่งขันด้วย โดยมีนายอธิชัย ตระกูลเดช เป็นผู้อำนวยเพลง จะทำการแข่งขันระหว่างวันที่ 7-8 กรกฎาคม  2559 ที่อาคารบอชอยไอซ์โดม ภายในโอลิมปิกพาร์ค เมืองโซชิ ซึ่งมีคณะนักร้องประสานเสียงมากกว่า 112 ประเทศเข้าร่วมการแข่งขัน

อนึ่ง นับตั้งแต่การแข่งขันรายการนี้ครั้งที่ 4 เมื่อปี 2549 คณะนักร้องประสานเสียงตัวแทนประเทศไทยสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศมาโดยตลอดโดยได้รับรางวัล ได้แก่ 3 เหรียญทอง 19 เหรียญเงิน และ 6 เหรียญทองแดง

 

ม.44 ‘มาสเตอร์คีย์ผ่าทางตัน’ปฏิรูปการศึกษา’??

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232565

ม.44, ม44, มาสเตอร์, คีย์, ผ่า, ทางตัน, ปฏิรูป, การศึกษา, มาสเตอร์คีย์ผ่าทางตัน, กระทรวงศึกษาธิการ, บิ๊กตู่, กระทรวงครู, โยกย้ายข้าราชการระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ, บิ๊กหนุ่ย, กักตัว, ไม้แข็ง, การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค, รมวศึกษาธิการ, ศดรชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์, วิกฤติธรรมาภิบาลในสถาบ

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 6 ก.ค. 2559

ม.44 ‘มาสเตอร์คีย์ผ่าทางตัน’ปฏิรูปการศึกษา’??

ม.44 ‘มาสเตอร์คีย์ผ่าทางตัน’ปฏิรูปการศึกษา’?? : ทีมข่าวการศึกษา

           เป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของ “กระทรวงศึกษาธิการ” ในยุครัฐบาลท็อปบู๊ท ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีควบตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แค่ช่วง 14 เดือนนับตั้งแต่เมษายน 2558 “บิ๊กตู่” ก็ใช้อำนาจหัวหน้า คสช.โดยอาศัยมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ประกาศใช้กฎหมายพิเศษเข้ามาแก้ไขปัญหา “กระทรวงครู” เกือบ 10 ฉบับ ยังไม่นับรวมคำสั่งตามมาตรา 44 เกี่ยวกับโยกย้ายและสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการและพนักงานขององค์กรในกำกับกระทรวงศึกษาธิการอีกหลายราย

เรียกได้ว่า “กระทรวงศึกษาธิการ” เป็นหน่วยงานที่ใช้คำสั่งมาตรา 44 เปลืองที่สุด!!

ย้อนหลังตั้งแต่สมัย “บิ๊กเข้” พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ มีคำสั่งหัวหน้า คสช.ออกมา 2 ฉบับ ประเดิมด้วย คำสั่งที่ 6/2558 “โยกย้ายข้าราชการระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ” โดยหมุนเวียนสลับเก้าอี้ผู้บริหารระดับสูง หรือซี 11 โดยอ้างว่า เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการมีประสิทธิภาพและเหมาะสม ตามติดด้วย คำสั่งที่ 7/2558 “การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค.” ที่ล้มบอร์ดคณะกรรมการบริหารของทั้ง 3 องค์กรพ้นจากตำแหน่ง รวมถึงสั่งให้เลขาธิการคุรุสภาเลขาธิการสกสค.และผอ.องค์การค้าของ สกสค.ในสมัยนั้น หยุดการปฏิบัติหน้าที่พร้อมเริ่มปฏิบัติการตั้งทีมล้างบางการทุจริตใน สกสค.และองค์การค้าของสกสค. ตลอดจนรื้อคุรุสภาองค์กรที่ดูแลวิชาชีพครู

เข้าสู่ยุค “บิ๊กหนุ่ย” พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็มีคำสั่งรัวออกมาแบบติดๆ ไล่ตั้งแต่คำสั่งที่ 8/2559 เรื่อง “การบริหารจัดการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและภาคเอกชน” โดยโอนสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชนจากสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) มาไว้ใต้ปีกสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อให้การพัฒนาอาชีวศึกษาของประเทศไทยมีมาตรฐานเดียวกัน พร้อมสกัดปัญหาการเด็กตีกัน แต่ดูเหมือนยังเกิดเหตุตีกันรายวัน

จน “บิ๊กตู่” ต้องใช้ไม้แข็งออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 30/2559 กำหนด “มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนและนักศึกษา” ที่ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ “กักตัว” นักเรียนนักเลงก่อเหตุได้ 6 ชั่วโมง ลงโทษจำคุกโทษปรับแก่ผู้ยุยงให้เกิดเหตุและสูญเสียชีวิต โทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนหรือทั้งจำทั้งปรับ เรียกว่าเป็นการใช้ “ไม้แข็ง” ที่สำคัญพ่อแม่ผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบในสิ่งที่บุตรหลานกระทำด้วย

เพื่อเคลียร์การบริหารจัดการศึกษาในจังหวัด ที่มีรอยต่อและไม่สามารถบูรณาการทำงานร่วมกันได้ จึงมีคำสั่งที่ 10/2559 เรื่อง “การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค” พร้อมกับคำสั่งที่ 11/2559 “การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค” ให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาค 18 ภาค และให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาคจังหวัด 77 จังหวัด ซึ่งผลจากคำสั่งที่ 10/2559 ทำให้ต้องยุบเลิกคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาและคณะอนุกรรมการ ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาและให้โอนอำนาจหน้าที่ต่างๆ ไปให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานอยู่ภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคที่มี “รมว.ศึกษาธิการ” เป็นประธาน

คำสั่ง 2 ฉบับนี้ มีแรงกระเพื่อมรุนแรงต่อการบริหารงานบุคลากรทางการศึกษาทั้งประเทศ ตั้งแต่การโยกย้ายการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่ง 3 เดือนแรกของช่วงรอยต่อ การทำงานยังไม่ราบรื่นการบรรจุบัญชีครูผู้ช่วยที่จะหมดอายุและให้ขยายไปถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2559 ยังไม่แล้วเสร็จ คาดว่าเร็วๆ นี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ เตรียมเสนอขอใช้ มาตรา 44 เพิ่มเติมแนวทางการทำงานเพื่อ กศจ.และคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (อกศจ.) ทำงานได้ราบรื่นขึ้น

และมีคำสั่งที่ 23/2559 เรื่อง “การปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือสมศ.” โดยให้ “ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์” ผอ.สมศ.หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว

ว่ากันว่า “บิ๊กตู่” ใช้อำนาจตามมาตรา 44 คำสั่งที่ 28/2559 เรื่อง “ให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” หลังมีกระแสประชาชนไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะระบุจัดการศึกษาให้ฟรีแค่ 12 ปีตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนต้น แต่ปัจจุบันรัฐจัดให้ฟรี 15 ปีตามโครงการเรียนฟรีเรียนดีอย่างมีคุณภาพ

มีกระแสเรียกร้องให้ใช้มาตรา 44 แก้ปัญหา “วิกฤติธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษาไทย&rdqurdquo; ไม่ควรมองข้ามข้อเสนอของ “ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ” ประธานที่ประชุมสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) ห้าม “คนนอก” หรือ “เกษียณ” เข้ามาเป็น “ผู้บริหาร” และห้าม “นายกสภา” กินตำแหน่งหลายมหาวิทยาลัย เพื่อตัดวงจรอุบาทว์ในอุดมศึกษาไทย

“มาตรา 44” เป็นกฎหมายพิเศษ เพื่อเคลียร์ข้อติดขัดในการทำงานต่างๆ ที่กฎหมายปกติจัดการไม่ได้ ครั้นจะรอแก้ไขกฎหมายก็กินเวลานานนับปีแต่คำสั่ง มาตรา 44 เมื่อมีการลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา กฎหมายฉบับนั้นจะมีผลบังคับใช้ทันทีและหากพลิกดูรายละเอียดของคำสั่งทุกฉบับล้วนขึ้นต้นคำสั่งว่า “เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการมีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น” ดังนั้นต้องจับตาว่า มาตรา 44 จะเป็น “มาสเตอร์คีย์” ที่ไขประตูทุกบานไปสู่ความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษาได้อย่างแท้จริงหรือไม่!?

 

งัด ม.44 บริหารจัดการค่าใช้จ่ายหลักประกันสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232577

ม.44, ค่าใชจ่าย, หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, หน่วยบริการสาธารณสุข, ส่งเสริมสุขภาพ, งัด, ม44, บริหาร, จัดการ, ค่าใช้จ่าย, หลักประกัน, สุขภาพ, ประยุทธ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 5 ก.ค. 2559

งัด ม.44 บริหารจัดการค่าใช้จ่ายหลักประกันสุขภาพ

“ประยุทธ์”ใช้ม.44 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.เรื่องค่าใช้จ่ายในหลักประกันสุขภาพ ให้องค์กรชุมชน เอกชน ท้องถิ่น มีสิทธิรับค่าใช้จ่าย ให้รมว.สธ.ออกหลักเกณฑ์ใน 60 วัน

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2559 โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ 37/2559 เรื่อง ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขและค่าใช้จ่ายอื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

โดยที่ได้ปรากฎว่าการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายของหน่วยบริการและเครือข่ายหน่วยบริการตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติมีเหตุขัดข้องหลายประการ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการและประสิทธิภาพของการให้บริการของหน่วยบริการ ส่งผลกระทบถึงการให้บริการด้านการแพทย์และการสาธารณสุขแก่ประชาชนโดยรวม สมควรแก้ไขปัญหาขัดข้องในขณะนี้โดยเร็วเพื่อประโยชน์ต่องานบริการสาธารณสุขของประเทศ และประชาชนผู้รับบริการในระหว่างที่จะได้มีการดำเนินการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติต่อไป

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้า คสช.โดยความเห็นชอบของ คสช.จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้ 1.ให้หน่วยบริการ เครือข่ายหน่วยบริการ หน่วยบริการที่รับการส่งต่อผู้รับบริการองค์กรชุมชน องค์กรเอกชนและภาคเอกชนที่ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการแสวงหาผลกำไร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานของรัฐที่ได้รับมอบหมายให้ทำกิจการในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขและค่าใช้จ่ายอื่นจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

2.ให้ค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขตามข้อ 1 ได้แก่ 1.ค่าใช้จ่ายเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่ดำเนินการโดยหน่วยงานหรือองค์กร และ2.ค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขสำหรับบริการบำบัดทดแทนไต ด้วยการล้างไตผ่านทางช่องท้องอย่างต่อเนื่อง 3.ให้ค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้ เป็นค่าใช้จ่ายอื่นตามข้อ 1 ได้แก่ 1.ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการจัดบริการสาธารณสุขในกิจการของหน่วยบริการ ตามกฎหมาย ว่าด้วย หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2.ค่าใช้จ่ายเพื่อชดเชยค่าเสื่อมของสิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์ที่ใช้ในการบริการผู้ป่วยนอก บริการผู้ป่วยใน และบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค

3.ค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ให้บริการ ที่ได้รับความเสียหายจากการบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการ

4.การรับเงิน การจ่ายเงิน การรักษาเงิน และรายการของค่าใช้จ่ายตามข้อ 2 และ 3 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง การออกประกาศตามวรรคหนึ่งให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลบังคับใช้

5.ให้การจ่ายเงินและการรับเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตามข้อ 2 และ 3 จากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งดำเนินการไปแล้วโดยสุจริต ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 จนถึงวันประกาศตามข้อ 4 มีผลบังคับใช้เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็น ต่อการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขและค่าใช้จ่ายอื่นตามคำสั่งนี้ การจ่ายเงินและการรับเงิน ซึ่งได้กระทำก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2558 หากผลการตรวจสอบของ สธ.พบว่า ได้ดำเนินการโดยสุจริตและสอดคล้องกับประกาศตามข้อ4 ให้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขและค่าใช้จ่ายอื่นตามคำสั่งนี้ด้วย

6.คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป จนถึงวันที่พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายจะมีผลบังคับใช้

 

ครม.ถอน “ภูพระบาท” ขึ้นทะเบียนมรดกโลกจากวาระประชุมยูเนสโก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232544


มรดกโลก, ครม., ครม, ถอน, ภูพระ, บาท, ขึ้นทะเบียน, มรดก, โลก, จาก, วาระ, ประชุม, ยูเนสโก, ครมถอน, ภูพระบาท

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 5 ก.ค. 2559

ครม.ถอน “ภูพระบาท” ขึ้นทะเบียนมรดกโลกจากวาระประชุมยูเนสโก

ครม.ให้ถอนการเสนอ “ภูพระบาท” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก ออกจากวาระประชุมของยูเนสโก

 เมื่อวันที่ 5 ก.ค. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า  ครม.เห็นชอบให้ไทยถอนเรื่องการเสนอขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี เป็นมรดกโลกออกจากวาระการประชุมสามัญของยูเนสโก ซึ่งจะมีขึ้นระหว่าง 10-20  ก.ค.นี้

นายวีระ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ ไทยได้เสนอเรื่อง ขอขึ้นทะเบียนภูพระบาทเป็นมรดกไปยังคณะกรรมการมรดกโลกตั้งแต่ปี 2558   ผ่านการพิจารณาเบื้องต้นแล้ว และได้รับการบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมของที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญปี 2559นี้  ถ้าผ่านการพิจารณาก็จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ทางคณะทำงานได้พิจารณาเอกสารที่ไทยเสนอไป แล้วมีความเห็นมาว่า ให้ไทยถอนหรือเลื่อนการเสนอภูพระบาทออกไปก่อน  เพราะข้อมูลยังไม่ครบถ้วนตามเกณฑ์การพิจารณาเป็นมรดกโลก อาจส่งผลให้ภูพระบาทไม่ผ่านการพิจารณาจากที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก โดยคณะทำงานมีข้อเสนอแนะในหลายประเด็นแก่ทางไทยด้วย อาทิเช่น  ให้กลับไปศึกษาวิจัยทางวิชาการอย่างต่อเนื่องในแง่มุมต่าง ๆ โดยมีกระบวนการวางแผนที่ชัดเจน  เมื่อทางไทยปรับปรุงข้อมูลจนมีความพร้อมเพียงพอแล้ว จึงค่อยเสนอเรื่องมาอีกครั้ง

ทั้งนี้ การเสนอเป็นมรดกโลกนั้น สามารถเลือกเสนอใน 6 เกณฑ์  คือ 1 เป็นตัวแทนการแสดงผลงานชิ้นเอกที่ี่จัดทำขค้นด้วยการสร้างสรรค์อันชาญฉลาดของมนุษย์ 2.เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาการออกแบบสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม ภูมิทัศน์ ศิลปกรรม หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์  3.เป็นสิ่งที่ยืนยันวัฒนธรรม อารยธรรม ที่ปรากฎให้เห็นอยู่หรือสาบสูญไปแล้ว 4. เป็นตัวอย่างสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นแสดงพัฒนาการด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรา 5.เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของวัฒนธรรมมนุษย์ สถาปัตยกรรม วิธีก่อสร้าง หรือการตั้งถิ่นฐานมนุษย์ซึ่งเสื่อมสลายได้ง่ายจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมตามกาลเวลา และ 6.มีความคิดหรือความเชื่อทีเกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ หรือมีความโดดเด่นยิ่งในประวัติศาสตร์

“กรณีภูพระบาท ไทยเลือกเสนอ 4 หลักเกณฑ์ คือ หลักเกณฑ์ที่ 3-6 ซึ่งถ้าไม่ถอนเรื่องออกมาก่อน ยืนยันจะเสนอตามเดิม อาจถูกวิพากษ์วิจารณ์เยอะเพราะไทยเสนอ ถึง 4 หลักเกณฑ์  เพราะฉะนั้น ครม.จึงมีมติให้ถอนเรื่องออกมาก่อน ซึ่งจะเป็นผลดีมากกว่า แล้วค่อยทำข้อมูลเสนอใหม่ โดยอาจจะเสนอแค่ 1 หรือ 2 หลักเกณฑ์เท่านั้น  และได้มอบให้กรมศิลปากรไปศึกษาเชิงลึกว่า สมควรเลือกเสนอตามหลักเกณธ์ข้อใด  พร้อมมอบให้กระทรวงต่างกระเทศ และสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะหน่วยประสานงานกลางอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ดำเนินการประสานศูนย์มรดกโลกของยูเนสโก เพื่อขอถอนวาระภูพระบาทออกก่อนวันที่ 10 ก.ค.”นายวีระ กล่าว

 

ศธ.เตรียมจัดสอบวัดความรู้ครูวิทย์-คณิตม.3 ทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232521

วิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์, ม.3, ครูผู้สอน, สอบวัดความรู้, เตรียม, จัด, สอบ, วัด, ความรู้, ครู, วิทย์, คณิต, ทั่วประเทศ

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 5 ก.ค. 2559

ศธ.เตรียมจัดสอบวัดความรู้ครูวิทย์-คณิตม.3 ทั่วประเทศ

สสวท.เป็นเจ้าภาพจัดสอบวัดความรู้ ครูผู้สอนวิชาวิทย์-คณิต ชั้นม. 3 ทั่วประเทศ คาดจัดสอบในช่วงเดือนมี.ค. 2560 ย้ำเพื่อยกระดับ ลดจุดอ่อน ไม่เกี่ยวขึ้นเงินเดือน

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)ได้รายงานว่า สสวท.จะเป็นเจ้าภาพจัดสอบครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์  ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะเริ่มจัดสอบช่วงเดือนมีนาคม 2560  เพื่อประเมินครูผู้สอนใน 2 วิชาดังกล่าวว่ามีความรู้อยู่ในระดับใด เพื่อดำเนินการพัฒนาความรู้ให้แก่ครู โดยกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะจัดโปรแกรมการอบรมพัฒนาครูให้สอดคล้องกับความสามารถครูในแต่ละระดับ จากนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะต้องแจ้งแนวทางการประเมินเพื่อให้ครูผู้สอนทั้ง 2 วิชาได้รับทราบ และเตรียมความพร้อมล่วงหน้าก่อนทำการสอบวัดความรู้ อย่างน้อย 6 เดือน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สพฐ. เคยจัดสอบวัดความรู้ครูในลักษณะนี้มาบ้างแล้ว แต่หลังดำเนินการสอบเสร็จมักจะนำครูที่สอบได้คะแนนดีๆ มาอบรมต่อยอดเพื่อเป็นแม่ไก่ หรือ ต้นแบบ ขยายผลให้ครูในโรงเรียนอื่น ๆ แต่ไม่ได้มีการนำครูที่สอบได้คะแนนต่ำมาอบรม เพื่อพัฒนายกระดับความรู้ ความสามารถของครู ส่วนที่เริ่มสอบครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ก่อน เนื่องจากเป็นวิชาหลักที่มีความสำคัญที่เน้นการคิดวิเคราะห์ และครูทั้ง 2  วิชานี้ก็ต้องไปสอนให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์ ส่วนที่เริ่มจากชั้น ม.3 ก่อน เพราะเป็นช่วงชั้นที่เด็กจะต้องสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) และไปเรียนต่อระดับม.ปลาย ที่จะมีผลต่อการสอบเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษา และในอนาคตจะมีการขยายการสอบวัดความรู้ครูผู้สอนในรายวิชาอื่นต่อไป

“ยืนยันว่าการจัดสอบครูผู้สอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์  เป็นการจัดสอบเพื่อประเมินจุดอ่อน จุดแข็งและประสิทธิภาพในการสอน เพื่อนำผลมาพัฒนาครูผู้สอนได้อย่างตรงจุด ใช้งบประมาณในการพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ได้เกี่ยวกับการพิจารณาเงินเดือน หรือ ความดีความชอบ”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว