เผยกรอบปฏิทินสอบครูผู้ช่วยทั่วไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232498


สอบครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1/2559, กศจ., กรอบปฏิทินสอบครูผู้ช่วย, เผย, กรอบ, ปฏิทิน, สอบ, ครู, ผู้ช่วย, ทั่วไป, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 5 ก.ค. 2559

เผยกรอบปฏิทินสอบครูผู้ช่วยทั่วไป

“ดาว์พงษ์” เผยกรอบปฏิทินสอบครูผู้ช่วยทั่วไป จัดสอบต้นเดือนก.ย.นี้ ระบุให้อำนาจ กศจ.กำหนดวัน-เวลาจัดสอบ และเลือกมหา’ลัยออกข้อสอบ

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)  เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบกรอบปฏิทินสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับ ราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ครั้งที่ 1/2559  ซึ่งได้มีการชะลอ ไปโดยกำหนดกรอบปฏิทินการสอบแข่งขันครูผู้ช่วย ทั่วไป ดังนี้  ประกาศสอบภายในเดือน กรกฎาคม 2559 รับสมัครสอบเดือนสิงหาคม 2559 สอบประมาณต้นเดือนกันยายน 2559 และประกาศผลสอบภายในวันที่ 15 กันยายน 2559  คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ ก.ค.ศ. จะเสนอประกาศกรอบปฏิทินสอบครูผู้ช่วยให้ตนลงนาม เพื่อให้บรรจุครูทันภายในเดือนตุลาคม 2559

ทั้งนี้ การสอบบรรจุครูผู้ช่วยทั่วไป จะให้อำนาจคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) เป็นผู้ดำเนินการ ตั้งแต่การกำหนดวัน เวลาการสอบ ภายในกรอบปฏิทินที่ ก.ค.ศ.กำหนด พร้อมทั้งให้ กศจ.เป็นผู้ออกข้อสอบและจัดสอบเอง โดย กศจ. สามารถคัดเลือกมหาวิทยาลัยให้เป็นผู้ออกข้อสอบได้  ผู้สมัครสามารถเลือกสอบในจังหวัดใดก็ได้ แต่สามารถเลือกสอบได้ที่เดียว เพื่อป้องกันปัญหาการวิ่งรอกสอบและการทุจริตการสอบ  และเป็นไปตามหลักการกระจายอำนาจ  โดยผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดการสมัครสอบได้จากจังหวัดที่จัดสอบ เพราะแต่ละแห่งจะไม่ได้จัดสอบในวันเดียวกัน แต่จะอยู่ในกรอบปฏิทินที่ก.ค.ศ.กำหนด  ส่วนการใช้ข้อสอบกลางในการสอบบรรจุครูผู้ช่วย แบบเดียวกับการบรรจุข้าราชการพลเรือน ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) นั้น ยังอยู่ระหว่างการศึกษา

“ส่วนที่มีครูกังวล กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น  พ.ศ.2559-2572 จำนนวน 48,374 อัตรา ซึ่งในปีแรกจะเปิดสอบเพื่อบรรจุในสถานศึกษาทุกสังกัดในศธ. จำนวน 4,079 อัตรา จะกระทบต่ออัตราการบรรจุครูผู้ช่วยที่เปิดสอบทั่วไปนั้น ไม่อยากให้กังวล เพราะการเปิดสอบในโครงการดังกล่าว จัดสรรอัตรามาเพียงร้อยละ20 ของผู้เกษียณอายุราชการเท่านั้น ดังนั้นในแต่ละปียังจะมีอัตราสำหรับสอบบรรจุครูผู้ช่วยอีกกว่า ร้อยละ80”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

 

องค์การค้าฯยันประกาศประเมินราคาที่ดินไม่ใช่เพื่อขาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232497


ที่ดิน 227 ไร่, สำรวจทรัพย์สิน, ประเมินราคาที่ดิน, องค์การค้า ของสกสค., องค์, การค้า, ยัน, ประกาศ, ประเมินราคา, ที่ดิน, ไม่ใช่, เพื่อ, ขาย

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 5 ก.ค. 2559

องค์การค้าฯยันประกาศประเมินราคาที่ดินไม่ใช่เพื่อขาย

องค์การค้าฯ ประกาศประกวดราคาประเมินที่ดิน “ธเนศพล” แจงเป็นการเช็คราคาที่ดิน ตรวจสอบทรัพย์สิน ไม่ใช่จะขายใช้หนี้ ขณะที่ “สุเทพ” ระบุเป็นการประเมินตามปกติทุก 3 ปี

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. แหล่งข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้า ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้ลงนามในประกาศ องค์การค้า ของ สกสค.ที่ 18/2559  เรื่อง การเรียกประกวดราคาประเมินราคาที่ดินองค์การค้า ของ สกสค. หน่วยงานโรงพิมพ์องค์การค้าฯ เลขที่ 2249 ถนนลาดพร้าว แขวง สะพานสอง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เนื้อที่ 48 ไร่ 2 งาน 9 ตารางวา และร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ราชบพิธ ถนนราชบพิธ แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ เนื้อที่ 3 งาน 85.4 ตารางวา

“ประกาศดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์ วิจารณ์กันมาก ว่า องค์การค้าฯเตรียมที่จะขายที่ดินในส่วนดังกล่าว เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ขององค์การค้าฯ ที่มีอยู่ โดยปัจจุบันองค์การค้าฯ มีที่ดินทั่วประเทศ กว่า 227 ไร่”แหล่งข่าวจาก ศธ.กล่าว

ด้าน นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์  ประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานกำหนดแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพและติดตามการดำเนินงานขององค์การค้าของ สกสค. กล่าวว่า ประกาศดังกล่าวไม่ใช่เป็นการเตรียมประเมินที่ดิน เพื่อขายที่ดินมาชำระหนี้ให้แก่องค์การค้าฯ แต่ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างปฏิรูปองค์การค้าฯ จึงต้องรู้ว่านอกจากหนี้สินที่มีอยู่แล้ว องค์การค้าฯมีทรัพย์สินใดบ้าง และมีราคาเท่าไร นอกจากนี้ ตามกฎหมายแล้วองค์การค้าฯ ไม่สามารถนำไปที่ดินไปขายได้โดยพลการ  อย่างไรก็ตาม ในการประเมินที่ดินนั้น ตามระบบราชการจะต้องมีการประกาศเพื่อให้หน่วยงานประเมินที่ดิน ยื่นประกวดราคาเพื่อเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ประเมิน เพราะเป็นการจัดจ้างตามระบบราชการ และหากมีการขายที่ดินจริง ก็ไม่สามารถชำระหนี้ขององค์การค้าฯ ที่มีอยู่ทั้งหมดได้

ขณะที่ ดร.สุเทพ กล่าวว่า การประเมินราคาที่ดินครั้งนี้ ถือเป็นการประเมินตามปกติ ซึ่งองค์การค้าฯจะประเมินราคาที่ดินที่มีอยู่ทั่วประเทศในทุก ๆ 3 ปี เพื่อจะดูว่าราคาที่ดินในท้องตลาด ณ ปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง ปัจจุบันองค์การค้าฯ มีที่ดินทั้งหมด 9 แห่งใน 8 จังหวัดทั่วประเทศ

 

‘ราชมงคลพระนคร’ทูตวัฒนธรรมเนรมิตทำเนียบต้อนรับ‘ออง ซาน ซูจี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232410

ราชมงคล, พระนคร, ทูต, วัฒนธรรม, เนรมิต, ทำเนียบ, ต้อนรับ, ออง, ซาน, ซูจี, ราชมงคลพระนคร, ออง ซาน ซูจี, นักการทูตทางวัฒนธรรม, ครั้งแรก, คม ชัด ลึก

การศึกษา-สาธารณสุข >บทความ  : 5 ก.ค. 2559

‘ราชมงคลพระนคร’ทูตวัฒนธรรมเนรมิตทำเนียบต้อนรับ‘ออง ซาน ซูจี’

‘ราชมงคลพระนคร’ทูตวัฒนธรรมเนรมิตทำเนียบต้อนรับ‘ออง ซาน ซูจี’ : กองสื่อสารองค์กรราชมงคลพระนคร เรื่อง/ภาพ

           ผ่านไปไม่นาน ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) หรือราชมงคลพระนคร ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในคณะต้อนรับนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ในการเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 23-25 มิถุนายน 2559  ในฐานะแขกของรัฐบาลไทย พร้อมจัดคณะ “นักการทูตทางวัฒนธรรม” เสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทย ผ่านการจัดแสดงงานหัตถกรรม ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

‘ราชมงคลพระนคร’ทูตวัฒนธรรมเนรมิตทำเนียบต้อนรับ‘ออง ซาน ซูจี’

           การเป็นหนึ่งในคณะผู้ต้อนรับ นางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ในครั้งนี้ กล่าวได้ว่าไม่ใช่ “ครั้งแรก” ของราชมงคลพระนครที่ได้รับเกียรติให้เป็นผู้จัดตกแต่งสถานที่และจัดแสดงงานด้านวัฒนธรรมระดับประเทศ หากมองย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2547 ที่ครั้งนั้น “ราชมงคลพระนคร” ได้รับเกียรติจากสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในการจัดตกแต่งสถานที่และจัดแสดงงานหัตกรรมไทย ในงานประชุมเอเปก เป็นงานแรก และถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเป็นส่วนหนึ่งของการต้อนรับแขกของรัฐบาลไทยจวบจนถึงปัจจุบัน

‘ราชมงคลพระนคร’ทูตวัฒนธรรมเนรมิตทำเนียบต้อนรับ‘ออง ซาน ซูจี’

           ล่าสุด กับการเตรียมงานต้อนรับ นางออง ซาน ซูจี  ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ที่ผ่านมา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้มีโอกาสต้อนรับแขกระดับประเทศอีกครั้ง โดยผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ได้ร่วมกันวางแผนและจัดเตรียมงานอย่างพิถีพิถัน โดยคงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยผสมผสานกับกลิ่นอายของความเป็นเมียนมาร์มากที่สุด เพื่อให้บรรยากาศภายในทำเนียบรัฐบาลมีความสวยงามสมเกียรติของผู้มาเยือน

รศ.สุภัทรา โกไศยกานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เผยต่อ “คม ชัด ลึก” ว่า มหาวิทยาลัยรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจมาก ที่ได้รับโอกาสจากสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในการจัดเตรียมการตกแต่งตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล การจัดแสดง และการสาธิตงานด้านหัตถกรรมไทย ซึ่งได้นำเสนอความเป็นไทย เพื่อต้อนรับแขกของประเทศอยู่เสมอ โดยในครั้งนี้ราชมงคลพระนครได้มีการวางแผนการต้อนรับที่ปรึกษาแห่งรัฐสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์โดยสอดแทรกความหมาย ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเมียนมาร์

‘ราชมงคลพระนคร’ทูตวัฒนธรรมเนรมิตทำเนียบต้อนรับ‘ออง ซาน ซูจี’

           “ผลงานที่นำเสนอ บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาเป็นไป (Story Telling) ผสานอัตลักษณ์ของทั้ง 2 ประเทศเข้าไว้ด้วยกัน ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ราชมงคลพระนครได้จัดนักการทูตทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นนักศึกษาของราชมงคลพระนคร เป็นตัวแทนในการนำเสนอศิลปวัฒนธรรมไทย โดยแสดงทักษะวิชาชีพผ่านผลงานและสามารถพัฒนาศักยภาพ นำความรู้ที่ได้เรียนมาใช้ในการปฏิบัติงานได้จริง เป็นการสร้างเสริมประสบการณ์จากการทำงานในเวทีระดับชาติ ซึ่งก็ตรงกับเจตนารมณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้สถานศึกษาและนักศึกษาได้แสดงฝีมือและมีส่วนร่วมในการจัดงานครั้งนี้” รศ.สุภัทรา กล่าวด้วยรอยยิ้ม

‘ราชมงคลพระนคร’ทูตวัฒนธรรมเนรมิตทำเนียบต้อนรับ‘ออง ซาน ซูจี’

           ขณะที่ ผศ.อภิรัติ โสฬศ รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลภาพรวมของการจัดตกแต่งสถานที่และการนำเสนองานหัตถกรรมไทย เล่าว่า การออกแบบเน้นความประณีตแบบไทยผสมผสานกับความเป็นเมียนมาร์ เช่น การเลือกใช้ดอกไม้สดชนิดต่างๆ เน้นไปที่สีเขียว สีเหลือง และสีแดง ซึ่งเป็นสีของธงชาติเมียนมาร์เป็นสีหลักในการจัดงาน การจัดแสดงตั่งงานดอกไม้สดและพวงมาลัย มีการทำปิ่นปักผมแบบไทย จากดอกไม้สดด้วยวิธีการเย็บ การกรอง การมัดดอกไม้ ด้วยเห็นว่าสิ่งที่เห็นจนชินตาคือนางออง ซาน ซูจี ใช้ดอกไม้มาประดับตกแต่งมวยผมอยู่เป็นประจำ จึงคิดประดิษฐ์ปิ่นปักผมดอกไม้สดขึ้น

‘ราชมงคลพระนคร’ทูตวัฒนธรรมเนรมิตทำเนียบต้อนรับ‘ออง ซาน ซูจี’

           “สร้างความประทับใจแก่แขกของรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง สำหรับตั่งแกะสลักผักผลไม้จุดเด่นอยู่ที่การแกะสลักมะละกอสดเป็นนกยูงสีขาว มีความสวยงามประณีตตามแบบฉบับความเป็นไทย ซึ่งนกยูงถือเป็นสัญลักษณ์ของพรรคเอ็นแอลดี ที่นางออง ซาน ซูจี เป็นประธานนั่นเอง รวมถึงการแกะสลักฟักทองเป็นตัวปัญจรูป ซึ่งเป็นหนึ่งในสัตว์สัญลักษณ์ประจำชาติเมียนมาร์ได้อย่างวิจิตรบรรจง และตั่งสุดท้ายที่ได้จัดแสดง คือตั่งขนมไทยชุดเครื่องทองทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และขนมเบื้อง เพื่อนำเสนอถึงความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรมของทั้งไทยและเมียนมาร์”

‘ราชมงคลพระนคร’ทูตวัฒนธรรมเนรมิตทำเนียบต้อนรับ‘ออง ซาน ซูจี’

           น.ส.สมฤทัย สร้อยโสม หนึ่งในนักศึกษาที่ได้เข้าร่วมสาธิตและการจัดแสดงงาน บอกว่า ภาคภูมิใจมากที่ได้มีโอกาสในการร่วมจัดแสดงผลงานด้านคหกรรมศาสตร์ของราชมงคลพระนคร มาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงาน เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุด ช่วยสร้างความมั่นใจ ในการประกอบอาชีพในอนาคต

“นอกจาก นางออง ซาน ซูจี ที่ได้กล่าวชื่นชมถึงความงดงามของงานฝีมือและขนมไทยแล้ว ท่านทูตจากประเทศฟิลิปปินส์และประเทศกัมพูชายังกล่าวชื่นชมถึงความประณีต งดงาม และความสามารถในการจัดแสดงผลงานแบบไทย แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของอาจารย์และนักศึกษาราชมงคลพระนครผ่านการจัดแสดงงานในครั้งนี้อีกด้วย แสดงให้เห็นว่าราชมงคลพระนครประสบความสำเร็จในการดำเนินงาน ตามค่านิยมหลักขององค์กรที่ว่า คิดอย่างสรรค์ ทำอย่างมืออาชีพ” อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กล่าวทิ้งท้าย

 

เปิดเส้นทางบินวทส.ราชบุรีติดปีกทะยานเพื่อการศึกษาและสังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232409

วทส.ราชบุรี, เปิด, เส้นทาง, ราชบุรี, ติดปีก, ทะยาน, เพื่อ, การศึกษา, และ, สังคม, อาจารย์พรพิสุทธิ์ มงคลวนิช, อาจารย์อุบลวรรณ สุวรรณ, หลักสูตรการซ่อมบำรุงรักษาอากาศยาน
วทส.ราชบุรี, เปิด, เส้นทาง, ราชบุรี, ติดปีก, ทะยาน, เพื่อ, การศึกษา, และ, สังคม, อาจารย์พรพิสุทธิ์ มงคลวนิช, อาจารย์อุบลวรรณ สุวรรณ, หลักสูตรการซ่อมบำรุงรักษาอากาศยาน
วทส.ราชบุรี, เปิด, เส้นทาง, ราชบุรี, ติดปีก, ทะยาน, เพื่อ, การศึกษา, และ, สังคม, อาจารย์พรพิสุทธิ์ มงคลวนิช, อาจารย์อุบลวรรณ สุวรรณ, หลักสูตรการซ่อมบำรุงรักษาอากาศยาน

การศึกษา-สาธารณสุข  : 5 ก.ค. 2559

เปิดเส้นทางบินวทส.ราชบุรีติดปีกทะยานเพื่อการศึกษาและสังคม

เปิดเส้นทางบินวทส.ราชบุรีติดปีกทะยานเพื่อการศึกษาและสังคม

           การเติบโตของวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (วทส.) ภายใต้ปรัชญา “กลจักรความรู้สู่การพัฒนาประเทศไทย” กำลังตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ในฐานะสถาบันระดับอุดมศึกษาที่มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีศักยภาพสู่ภาคธุรกิจ ผ่าน 1 ทศวรรษ การบริหาร วทส.ด้วยแนวคิดของ “อาจารย์พรพิสุทธิ์ มงคลวนิช” อธิการบดี หมายมั่นปั้นวิทยาลัยนอกสายตาให้เป็นหนึ่งในทางเลือกของนักเรียนที่ต้องการก้าวเข้ามาในรั้วของสถาบันชั้นนำทางวิชาชีพ

อาจารย์พรพิสุทธิ์ เล่าว่า ระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ก่อตั้งวทส.เมื่อปี 2548 ได้พัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมไทย ภายใต้หลักคิด Differently I–Learn หรือการเรียนรู้ที่แตกต่าง ปัจจุบันเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี-เอก และวิทยาลัยนานาชาติ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือทางวิชาการกับนานาประเทศทั้งในเอเชียและยุโรป อาทิ รัสเซีย เยอรมนี อิหร่าน โมร็อกโก ออสเตรเลีย สปป.ลาว ญี่ปุ่น เกาหลี และกัมพูชา

“วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ถือเป็นสถาบันแห่งแรกที่นำโปรแกรม Rosetta Stone มาใช้ประกอบการเรียนภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศด้วยตนเอง อีกทั้งได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคม ISOC Thailand ซึ่งเป็นองค์กรด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและสนับสนุนการใช้อินเทอร์เน็ต สอดรับกับนโยบายที่มุ่งผลักดันให้เป็นวิทยาลัยแห่งเทคโนโลยี ดังจะได้เห็นจากความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม จากผลงานการสร้างรถพลังงานแสงอาทิตย์จนเป็นที่รู้จักบนเวทีโลกในการแข่งขัน World Solar Challenge 2015 ที่ประเทศออสเตรเลีย”

การขับเคลื่อนองค์ความรู้ก้าวต่อไป คือ การเปิดสอนหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการซ่อมบำรุงรักษาอากาศยาน เป็นสาขาใหม่ล่าสุดของคณะเทคโนโลยี นอกเหนือจากสาขาที่เปิดสอนไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ สาขาวิชาเทคโนโลยียานยนต์ สาขาวิชาวิศวกรรมพลังงาน สาขาวิชาเทคโนโลยีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ โดยใช้พื้นที่สนามบิน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ก่อสร้างอาคารเรียนและเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทนและทดสอบนวัตกรรมยานยนต์

คุณสมบัติผู้เข้าศึกษา ชายหรือหญิง อายุ 17-25 ปี จบระดับ ปวช. ม.6 หรือเทียบเท่า คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.5 ความรู้ภาษาอังกฤษ ICAO Level 2 หรือ TOEIC 400 เมื่อสำเร็จการศึกษา สามารถประกอบอาชีพในหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น วิศวกร นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านการการซ่อมบำรุงรักษาอากาศยาน ผู้ตรวจสอบและวิเคราะห์ด้านการซ่อมบำรุงรักษาอากาศยาน บริเวณสนามบิน อ.โพธาราม

เหนืออื่นใด  ภายในวิทยาลัยยังใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติการฝนหลวง ในเรื่องนี้ “อาจารย์อุบลวรรณ สุวรรณ” ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายบริหารและอาเซียนสัมพันธ์ ให้ข้อมูลว่า ในช่วงที่ผ่านมา ผู้บริหาร วทส.ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวง และชุดประสานงานในพื้นที่ เพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริฝนหลวง โดยใช้พื้นที่ของ วทส.เป็นที่ตั้งฐานเติมสารทำฝนหลวงชั่วคราว เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาภัยแล้งและดับไฟป่าใน 3 จังหวัด คือ ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) กระทรวงกลาโหม ได้ประสานขอความร่วมมือมาที่ วทส.เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับการบินทดสอบต้นแบบอากาศยานไร้คนขับ

นับเป็นอีกความภูมิใจ ที่ “วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม” ได้มีโอกาสและมีส่วนร่วมกับภารกิจสำคัญระดับชาติ  ทั้งนี้ ผู้สนใจ “หลักสูตรการซ่อมบำรุงรักษาอากาศยาน” สอบถามได้ที่ โทร.0-2878-5003

 

บอร์ดสปสช.ไม่รับรอง“หมอประทีป”เป็นเลขา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232392


เลขาธิการ สปสช., นพ.ประทีป, นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาท, บอร์ด, สปสช, ไม่, รับรอง, หมอ, ประทีป, เป็น, เลขา, หมอประทีป

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 4 ก.ค. 2559

บอร์ดสปสช.ไม่รับรอง“หมอประทีป”เป็นเลขา

บอร์ด สปสช.ไม่รับรอง“หมอประทีป” เป็นเลขาธิการสปสช.14 เสียงรับรอง 13 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง จากผู้ลงคะแนน 28 คน จาก 30 คนตั้งทีมสรรหาใหม่คาดได้ชื่อ 8 ก.ค.นี้

เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) มีวาระการคัดเลือกตำแน่งเลขาธิการ สปสช.คนใหม่แทน นพ.วินัย สวัสดิวร ที่หมดวาระไปเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งแคนดิเดตที่ได้รับการเสนอเข้ามาแสดงวิสัยทัศน์ต่อที่ประชุม เหลือเพียง นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ รองเลขาธิการ สปสช.คนเดียว เนื่องจากคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ขาดคุณสมบัติ

ทั้งนี้ นพ.ประทีป ได้แสดงวิสัยทัศน์ในที่ประชุมบอร์ด สปสช.ว่า ยุทธศาสตร์การทำงานของ สปสช.ในอนาคตจะต้องเป็นไปในลักษณะ “โกลแอนด์โกรว์ธทูเกเธอร์ (Goal&Growth Together)” โดยมียุทธศาสตร์ 5 ด้าน ซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานของงานหลักประกันสุขภาพ คือ 1.ประชาชนกลุ่มเป้าหมายจะต้องเข้าถึงบริการของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) มากขึ้น โดยเฉพาะที่ยังเป็นจุดอ่อนคือ กลุ่มคนเมือง คนชั้นกลาง และคนชายขอบมากๆ รวมไปถึงผู้ต้องขัง โดยภายใน 3-5 ปี จะต้องได้รับประโยชน์จากระบบนี้อย่างเป็นรูปธรรม 2.ระบบบริการ คือการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ซื้อบริการและผู้ให้บริการอย่างเต็มที่ เพื่อขยายการบริการโดยเฉพาะในเขตเมือง เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายที่จะเน้นคนในเขตเมืองเพิ่มขึ้น

3.การปฏิรูปแผนการจัดการกองทุน โดยเฉพาะงบเหมาจ่ายรายหัวที่จัดสรรลงไปยังโรงพยาบาล ต้องไม่เป็นภาระกับโรงพยาบาล สามารถจับต้องได้ง่ายขึ้น ไม่ซับซ้อน และมีส่วนร่วมโดยเฉพาะผู้ให้บริการ โดยขณะนี้มีการเสนอแนวทางการจัดสรรงบเหมาจ่ายแบบขั้นบันได ซึ่งตนเห็นด้วยที่การจัดสรรงบลักษณะดังกล่าวจะมาช่วยแก้ปัญหาการเงินขาดสภาพคล่องของโรงพยาบาล รวมไปถึงจะต้องหาแหล่งเงินเพิ่มขึ้นใน 3-4 ปี โดยเฉพาะการร่วมจ่ายที่มีหลักการคือ การร่วมจ่ายก่อนเข้ารับบริการ เช่น การจัดเก็บภาษี เป็นต้น ส่วนการร่วมจ่ายเมื่อรับบริการก็ต้องเป็นลักษณะจ่ายเพิ่มเพื่อรับสิทธิประโยชน์เพิ่ม ซึ่งตรงนี้จะช่วยดึงให้คนชั้นกลางหรือคนเมืองเข้าถึงระบบบริการเพิ่มขึ้น

“ส่วนกรณีการรวมเงินเดือนไว้ในงบเหมาจ่ายรายหัวนั้น เนื่องจากกฎหมายคือ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ระบุเอาไว้ชัดเจน เพื่อใช้ประเด็นเรื่องเงินเดือนในการกระจายทรัพยากรไปยังพื้นที่ขาดแคลน แต่ 10 กว่าปีที่ผ่านมา กลไกการเงินด้านนี้ยังกระจายทรัพยากรไปได้ไม่ชัดเจน ก็มีความเห็นหลายส่วนทั้งการถอนเงินเดือนออกมา แต่ก็มีข้อกังวลว่าอาจกระทบกับพื้นที่ที่มีคนมาก เช่น ภาคอีสาน ก็ต้องหามาตรการอื่นมารองรับ อย่างไรก็ตาม ประเด็นเงินเดือนจะรวมหรือถอนออกจากงบเหมาจ่ายนั้น ต้องมีข้อมูลวิชาการที่ชัดเจนก่อน แล้วจึงแก้กฎหมายเป็นลำดับต่อไป” นพ.ประทีป กล่าว

4.การมีส่วนร่วมโดยเฉพาะท้องถิ่นหรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ในการจัดการปัญหาสุขภาพในพื้นที่ เช่น ผู้สูงอายุ และ 5.ต้องทำให้ สปสช.เป็นหน่วยงานรัฐแบบใหม่ที่ประสิทธิภาพ ไม่เหมือนส่วนราชการทั่วไป คือทำให้เป็นองค์กรที่มีขนาดเล็ก แต่คล่องตัว โดยอาศัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาช่วย ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งของ สปสช.อยู่แล้ว ส่วนกำลังคนก็ต้องพัฒนา ซึ่ง สปสช.มีบุคลากรทั้งส่วนกลางและภูมิภาคประมาณ 900 คน โดยกำลังคนระดับหัวและฝ่ายสนับสนุนค่อนข้างมีมาก จึงต้องเพิ่มสัดส่วนกำลังคนในระดับกลางซึ่งเป็นคนทำงานให้มากขึ้น

ทั้งนี้ ภายหลังคณะกรรมการฯ ซักถามผู้แสดงวิสัยทัศน์เสร็จ จึงเข้าสู่ช่วงการลงคะแนนเสียงลับ ซึ่งในที่ประชุมมีผู้ลงคะแนนเสียงทั้งหมด 28 คน จาก 30 คน เนื่องจาก นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานบอร์ด สปสช.ไม่ลงคะแนนเสียง และผู้แทนปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ติดภารกิจ โดยผลการนับคะแนนพบว่า ผู้ไม่รับรอง นพ.ประทีปเป็นเลขาธิการ สปสช.คนใหม่มี 14 คน รับรอง 13 คน ไม่ออกเสียง 1 คน อย่างไรก็ตาม ได้มีการถกเถียงในที่ประชุม เนื่องจากมีการขีดเครื่องหมายถูกในใบลงคะแนนช่องไม่รับรอง ซึ่งตามหลักแล้วต้องขีดเครื่องหมายกากบาท ทำให้ต้องมีการลงมติว่าจะรับรองบัตรใบที่มีปัญหานั้นเป็นการแสดงเจตนารมณ์หรือไม่ ซึ่งเกินกว่าครึ่งหนึ่งของที่ประชุมคือ 18 เสียง รับรองว่าเป็นการแสดงเจตนารมณ์ว่าไม่รับรอง

นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า หลังจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการสรรหาใหม่ โดยจะเป็นคณะกรรมการสรรหาชุดเดิมคือ นพ.เสรี ตู้จินดา เป็นประธาน และขอให้ได้รายชื่อกรรมการสรรหาภายในวันที่ 8 ก.ค.นี้เพื่อดำเนินการต่อไป

 

เปิดใจ5บุคคลในภาพพระกรณียกิจ”เจ้าฟ้าจุภรณ์”ปลื้มในความทรงจำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232384


เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ, 5บุคคลในภาพ, เปิดใจ5, บุคคล, ภาพ, พระ, กรณียกิจ, เจ้าฟ้า, ภรณ์, ปลื้ม, ความทรงจำ, ครู


เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ, 5บุคคลในภาพ, เปิดใจ5, บุคคล, ภาพ, พระ, กรณียกิจ, เจ้าฟ้า, ภรณ์, ปลื้ม, ความทรงจำ, ครู


เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ, 5บุคคลในภาพ, เปิดใจ5, บุคคล, ภาพ, พระ, กรณียกิจ, เจ้าฟ้า, ภรณ์, ปลื้ม, ความทรงจำ, ครู

เจ้าฟ้าจุฬาภรณฯ, 5บุคคลในภาพ, เปิดใจ5, บุคคล, ภาพ, พระ, กรณียกิจ, เจ้าฟ้า, ภรณ์, ปลื้ม, ความทรงจำ, ครู

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 4 ก.ค. 2559

เปิดใจ5บุคคลในภาพพระกรณียกิจ”เจ้าฟ้าจุภรณ์”ปลื้มในความทรงจำ

วธ.เปิดใจ 5 บุคคลในโครการตามหาบุคคลในภาพพระกรณียกิจ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ฯ ถ่ายทอดความประทับใจในพระมหากรุณาธิคุณและความห่วงใยพสกนิกร

หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 4 ก.ค. – นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ดังนั้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม 2559 และเผยแพร่พระกรณียกิจอันทรงคุณค่าในด้านต่างๆตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ วธ. โดย สวธ.จึงได้ดำเนินโครงการตามหาบุคคลในภาพแห่งความทรงจำ รวม 5 คน ที่ได้มีโอกาสถวายงานพระองค์ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงงานตามท้องถิ่นภูมิภาคต่างๆ และได้เชิญบุคคลทั้ง 5 มาถ่ายทอดความประทับใจ ความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสรับใช้ใกล้ชิด และถ่ายทอดแนวทางการนำพระราชดำริไปปรับใช้ในชีวิตจริง

“จะเห็นได้ว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ทรงประกอบพระกรณียกิจมากมาย เป็นการสืบสานพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ สมเด็จย่า สมเด็จพระพี่นางฯ โดยพระกรณียกิจครอบคลุมทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ พยาบาล ศิลปะวัฒนธรรม และในการทรงงานนั้น ทรงเสด็จพระราขดำเนินไปทุกภูมิภาค แม้กระทั่งในท้องถิ่นทุรกันดาร วธ. ขอถือโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งนี้ เชิญชวนประชาชนชาวไทย ร่วมใจถวายพระพรแด่พระองค์ท่าน พร้อมน้อมนำพระจริยวัตรอันงดงามที่เป็นต้นแบบของค่านิยมความเป็นไทยซึ่งเปี่ยมไปด้วยพระเมตตา ความเสียสละและความมุ่งมั่น ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทย มาเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติเพื่อนำความเจริญมาสู่ตนและประเทศชาติต่อไป” นายวีระ กล่าว

นางบุญจิต รุ่งรังษี อายุ 69 ปี บุคคลในภาพที่ 1 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงทอดพระเนตรการสานเสื่อกระจูด ณ หมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา ภ อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราชปี เมื่อ พ.ศ. 2538 กล่าวว่า รู้สึกปลื้มใจมากที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯพระองค์ จริงๆ ก็รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอยู่ที่ทรงสร้างหมู่บ้านให้พวกตนมาอยู่อาศัยแทนหมู่บ้านเดิมที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม และทรงส่งเสริมให้ชาวบ้านสานเสื่อกระจูดเพื่อให้มีรายได้เสริม ทั้งนี้ พระองค์ทรงรับสั่งในครั้งนั้นว่า ให้ทำต่อไป เชื่อมโยงให้ถึงรุ่นลูกหลาน เพื่อให้เป็นอาชีพทำกินของชาวบ้านต่อไป ซึ่งตนประทับใจมากที่ทรงห่วงใยในความเป็นอยู่ของพสกนิกร

นายวิรัก จำปา อายุ 57 ปี เจ้าหน้าที่เกษตร สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง บุคคลในภาพที่ 2 เมื่อครั้ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ เสด็จทรงงานตามโครงการพระราชดำริ ณ สถานีเกษตรหลวงอ่างขางเมื่อปี พ.ศ. 2547 กล่าวว่า พระองค์ทรงเสด็จมาติดตามงานในโครงการตามพระราชดำริที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ตอนนั้น ตนได้ตามเสด็จระหว่างที่พระองค์ทรงเก็บสตรอเบอร์รี่ เป็นคนถือตระกร้าตามเสด็จ รู้สึกตื่นเต้น และภูมิใจมากที่ได้มีโอกาสรับใช้ใกล้ชิด ระหว่างนั้น พระองค์ทรงซักถามเกี่ยวกับการปลูกสตรอเบอร์รี่ และทรงรับสั่งให้ทำต่อไปเพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพเกษตรกร โดยเฉพาะชาวเขาให้มีรายได้เลี้ยงตัวเอง เพราะบนที่สูงนั้น ค่อนข้างจะหาพืชที่สามารถเพราะปลูกได้ยาก ซึ่งตนรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณมากที่ทรงห่วงใยในความเป็นอยู่ของพสกนิกร และตนก็ดำเนินการตามพระราชดำริ พยายามวิจัยพันธุ์พืชผักที่สามารถนำไปให้เกษรกรบนที่สูงปลูกได้

นายไชยฤทธิ์ ศิริชัย อายุ 50 ปี หน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานศึกษาและพัฒนาปศุสัตว์และโคนม ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ บุคคลในภาพที่ 3 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ฯทรงป้อนอาหารลูกแกะในการเสด็จแทนพระองค์ไปทอดพระเนตรโครงการฟาร์มตัวอย่าง อันเนื่องมาจากพระราชดำริบ้านขุนแตะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2547 กล่าวว่า ตนตามเสด็จ ถวายการรับใช้ระหว่างเสด็จมาที่ฟาร์มตัวอย่าง โดยเฉพาะช่วงที่พระองค์ทรงป้อนนมลูกแกะที่เพิ่งคลอด ทั้งนี้ พระองค์ทรงรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตามแนวทางพระราชดำริต่อไป เพื่อให้คนอยู่กับป่าได้อย่างหยั่งยืน พัฒนาเกษตรในที่สูงเพื่อให้เป็นอาชีพของชาวเขา เมื่อมีรายได้ ท้องอิ่มแล้ว ก็จะไม่ไปทำลายป่า

ผศ.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ อายุ 57 ปี อาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ บุคลในภาพที่ 4 เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ได้พระราชทานพระวโรกาสให้คณะนักแสดงการแสดงร่วมสมัย ชุด “ครู” (The Master) เข้าเฝ้า ฯ เพื่อฉายพระรูปภายหลังทรงเสร็จสิ้นการทรงเครื่องดนตรีกู่เจิง ร่วมกับ พระอาจารย์ฉางจิ้ง และวงดุริยางค์ของจีนในการแสดงดนตรีและวัฒนธรรม “สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน” ครั้งที่ 6 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยชิงหัว กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2556 กล่าวว่า ระหว่างที่ทรงฉายพระรูปร่วมกับคณะนักแสดง ทรงแย้มพระสรวลและหันพระพักตร์มาทางตน รับสั่งให้อนุรักษ์ศิลปะการแสดงพื้นที่บ้านไว้ พร้อมปรับปรุงให้มีความร่วมสมัยเพื่อให้คนต่างวัฒนธรรมสามารถศึกษาได้เข้าใจรวดเร็ว ทั้งนี้ รู้สึกตื่นเต้น และปลื้มใจมากที่พระองค์ได้รับสั่งด้วยกันตน และปลื้มใจที่พระองค์ทรงเห็นคุณค่าในศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ทรงนำเพลงแคนลำโขง เมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว มาเล่นกู้เจิ้งในการแสดงด้วย แสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงสนใจในการแสดงพื้นบ้านและทำมาทำให้ร่วมสมัย

นางสาวพิมพ์ทกานต์ เอื้อการย์กุล อายุ 28 ปี พนักงานบริการงานสาธารณสุขต่างชาติ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลแม่สอด บุคคลในภาพที่ 5 เมื่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ฯ ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จไปยังโรงเรียนแม่ระมาดวิทยาคม บ้านห้วยนกแล อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2558 เพื่อทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.จังหวัดตาก เพื่อสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระปณิธานของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ กล่าวว่า ตนมีโอกาสเฝ้ารับเสด็จฯเพราะเป็นสมาชิก พอ.สว. ตนอยู่แถวหน้าสุด และเกิดรู้สึกหน้ามืด เป็นตะคริว เป็นลมล้มลงไป ปรากฎว่า พระองค์ทรงลุกขึ้นมาด้วยพระองค์เอง ทรงมานั่งกับพื้น จับชีพจรให้ และให้ตนดื่มน้ำหวานที่ทรงเสวย จากนั้น ก็ให้นำตัวตนไปส่งโรงพยาบาลแม่ระมาด ซึ่งระหว่างที่อยู่โรงพยาบาล ยังทรงให้องค์รักษ์ตามมาดูอาการตน หลังจากนั้น ตนได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จอีกครั้งที่เขื่อนภูมิพล พระองค์ทรงจำตนได้ และรับสั่งถามว่า อาการดีขึ้นหรือยัง ตนรู้สึกปลื้มใจ ดีใจมาก และพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อสนองพระราชดำริของพระองค์

 

รับสมัครแล้ว!ทุนครูพัฒนาท้องถิ่นรุ่นแรก 4,079 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232382


ปริญญาตรี, สทศ., สกอ., ทุนเพื่อพัฒนาท้องถิ่น, รับสมัคร, แล้ว, ทุน, ครู, พัฒนา, ท้องถิ่น, รุ่นแรก, 4079

ปริญญาตรี, สทศ., สกอ., ทุนเพื่อพัฒนาท้องถิ่น, รับสมัคร, แล้ว, ทุน, ครู, พัฒนา, ท้องถิ่น, รุ่นแรก, 4079

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 4 ก.ค. 2559

รับสมัครแล้ว!ทุนครูพัฒนาท้องถิ่นรุ่นแรก 4,079 คน

ศธ.รับสมัครครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปีแรก 4,079 คน ตั้งแต่บัดนี้ถึง18 ก.ค. 2559 เปิดช่องคนผู้มีคุณวุฒิวิชาชีพครู-จบป.ตรีสาขาอื่นที่ ก.ค.ศ.รับรอง สมัครผ่านเว็บไซต์

เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ที่กระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ แถลงข่าวเกี่ยวกับการรับสมัครโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ.2559-2572) ว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ได้ออกประกาศ เรื่องการสมัครเข้าร่วมโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปี 2559 โดยโครงการดังกล่าวเป็นการคัดเลือกคนดี คนเก่งมาเป็นครู และเข้าศึกษาสถาบันอุดมศึกษาในสังกัด สกอ. ซึ่งปีนี้ มีเป้าหมายในการคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการฯ ที่มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ จำนวน 4,079 คน และเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว บัณฑิตครูจะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) 3,845 คน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) 224 คน และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และกศน. 10 คน

สำหรับ ปีนี้จะแบ่งการรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 นิสิตนักศึกษาครูหลักสูตรระดับปริญญาตรี (5 ปี) ที่กำลังศึกษาชั้นปีที่ 5 ในปีการศึกษา 2558 โดยต้องมีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (จีพีเอ) ใน ภาพรวมทุกวิชา วิชาเอก และวิชาชีพครู ไม่ต่ำกว่า3.00 กลุ่มที่ 2 ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรการผลิตครู 5 ปี ที่มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (จีแพค) ในภาพรวมทุกวิชา วิชาเอก และวิชาชีพครู ไม่ต่ำกว่า 3.00 กลุ่มที่ 3 ผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู มีผลการเรียนจีแพค ระดับปริญญาตรี ในภาพรวมทุกวิชา วิชาเอก และวิชาชีพครูระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู ไม่ต่ำกว่า 3.00  กลุ่มที่ 4 ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาอื่น ที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) รับรอง  มีผลการเรียนจีแพค ระดับปริญญาตรีในภาพรวมทุกวิชา วิชาเอก ไม่ต่ำกว่า 3.00 โดยผู้สมัครสามารถระบุเลือกบรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วยได้ 3 อันดับ โดยเลือกให้ตรงกับภูมิลำเนาของตนเองและประเภทสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทั้ง 4 กลุ่ม จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนด และต้องเข้าสอบคัดเลือกใน 3 วิชา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ครบทั้ง 3 วิชา โดยต้องได้คะแนนในแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และได้คะแนนรวมของ 3 วิชา ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงนำคะแนนมาพิจารณาคัดเลือกตามอันดับที่เลือกไว้และบรรจุเข้ารับราชการ โดยผู้สนใจสมัครร่วมโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นได้ โดยผ่านระบบอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์ของ สทศ. http://www.niets.or.th/protbyohec ตั้งแต่บัดนี้ถึง18 ก.ค. 2559 ตรวจหลักฐานการสมัคร 5 ก.ค. – 14 ส.ค.59 โดย ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบ/ที่นั่งสอบ/สถานที่สอบ ในวันที่ 15 ส.ค.2559  สอบคัดเลือกในวันที่ 28 ส.ค. 2559 และประกาศผลสอบคัดเลือกในวันที่ 6 ต.ค. 2559 รายงานตัวผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ11-14 ต.ค.59  และบรรจุเข้ารับราชการครูในสังกัด สพฐ. สอศ. และ กศน. 24 ต.ค.59

 

“ดาว์พงษ์” สั่งก.ค.ศ.ทำเกณฑ์ประเมินคงสภาพวิทยฐานะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232365


และบุคลากรทางการศึกษา, ข้ารราชการครู, ระเบียบ, พ.ร.บ., ม.55, ประเมินคงสภาพ, ดาว์, พงษ์, สั่ง, เกณฑ์, ประเมิน, สภาพ, วิทยฐานะ, ดาว์พงษ์

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 4 ก.ค. 2559

“ดาว์พงษ์” สั่งก.ค.ศ.ทำเกณฑ์ประเมินคงสภาพวิทยฐานะ

“ดาว์พงษ์” สั่งสำนักงาน ก.ค.ศ.เดินหน้าตามม.55 ของพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ ร่างหลักเกณฑ์ประเมินคงสภาพวิทยฐานะ ระบุงบฯค่าวิทยฐานะปีละ 2.1 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 4 ก.ค. พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ  รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคคลากรทางการ ศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงมาตรา 55  ของ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 กำหนดให้มีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะสำหรับตำแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพเป็นระยะ ๆ เพื่อดำรงไว้ ซึ่งความรู้ ความสามารถ ความชำนาญการ หรือความเชี่ยวชาญในตำแหน่ง  โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่ก.ค.ศ. กำหนด แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์และประเมินเพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ตนจึงได้มอบให้สำนักงานก.ค.ศ. ปฏิบัติตามมาตรา 55 โดยไปปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมิน เพื่อเข้าสู่ตำแหน่งวิทยฐานะ และไปคิดหลักเกณฑ์การประเมินเพื่อคงไว้ซึ่งวิทยฐานะ 4 ระดับ ได้แก่ ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ

ทั้งนี้ ปัจจุบันการจ่ายเงินค่าวิทยฐานะให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีวิทยฐานะ  ใช้งบประมาณปีละ   21,000 ล้านบาท จำแนกเป็น  สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  วิทยฐานะชำนาญการ  ประมาณ 108,000 คน  ชำนาญการพิเศษ ประมาณ  222,000 คน เชี่ยวชาญ 894 คน และเชี่ยวชาญพิเศษ 1 คน สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ชำนาญการ  599 คน  ชำนาญการพิเศษประมาณ  1,200 คน  เชี่ยวชาญ 53  คน และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ชำนาญการ  ประมาณ  6,889  คน  ชำนาญการพิเศษประมาณ  5,658 คน เชี่ยวชาญ  122 คน สำหรับเงินค่าวิทยฐานะแต่ละระดับ มีดังนี้ วิทยฐานะชำนาญการ 3,500 บาท  ชำนาญการพิเศษ 5,600 บาท  เชี่ยวชาญ  9,900 บาท เชี่ยวชาญพิเศษ   15,600 บาท

“ที่หยิบเรื่องการประเมินเพื่อคงสภาพวิทยฐานะขึ้นมานั้น ยืนยันว่า ไม่ได้มีแนวคิดที่จะยกเลิกวิทยฐานะ แต่ผมทำเพื่อปกป้องวิทยฐานะให้ครู  ให้สังคมได้เห็นคุณค่าของวิทยฐานะที่ครูมี  เพื่อไม่ให้มาโจมตีได้ว่าครูรับเงินวิทยฐานะไปแล้ว ละทิ้ง ห้องเรียน หรือคุณภาพผู้เรียนลดลง ทั้งยัง ทำให้วิทยฐานะมีความยั่งยืน  เพราะต่อไปผู้ได้รับวิทยฐานะที่สูงขึ้นก็ต้องเห็นผลในด้านคุณภาพของผู้เรียนด้วย”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า โดยหลักการหลักเกณฑ์การประเมินคงสภาพวิทยฐานะ จะระบบการประเมินและพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับการยอมรับทั้งจากผู้ประเมิน และผู้ถูกประเมิน โดยได้มอบให้ สำนักงาน ก.ค.ศ. เร่งยกร่าง วิธีการและหลักเกณฑ์มาเสนอให้ที่ประชุม ก.ค.ศ.พิจารณา ซึ่งปีนี้คงไม่สามารถประเมินได้ทัน คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในปีหน้า

ด้าน นายพินิจศักดิ์  สุวรรณรงค์ เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนักงานก.ค.ศ. เคยยกร่างหลักเกณฑ์การประเมินตามมาตรา 55 ไว้แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการ  ซึ่งก่อนประกาศใช้หลักเกณฑ์การประเมินคงสภาพวิทยฐานะนั้น  ผู้ถูกประเมินจะต้องรับรู้ร่างหลักเกณฑ์การประเมินนี้ก่อน เพราะ รมว.ศึกษาธิการ กำชับว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะต้องยอมรับกับหลักเกณฑ์นี้ด้วย เนื่องจากในมาตรา 55 กำหนดว่ากรณีที่ไม่ผ่านการประเมินให้ก.ค.ศ. ดำเนินการตามความเหมาะสม ดังนี้ 1 พัฒนาให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ผ่านการประเมินผลการปฏิบัติงานได้ 2.หากไม่สามารถพัฒนาได้ตามระยะเวลา และหลักเกณฑ์ที่กำหนด จะงดเงินประจำตำแหน่งหรือเงินวิทยฐานะและแต่กรณี และ3. กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 ในพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูฯ สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ

 

“การุณ”รอสพป.มหาสารคามรายงานเหตุผอ.ร.ร.โดดน้ำชีตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232362


เครียดงาน, โดดแม่น้ำชี, ผอ.โรงเรียน, การุณ, รอส, มหาสารคาม, รายงาน, เหตุ, โดด, น้ำ, ตาย

การศึกษา-สาธารณสุข >ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  : 4 ก.ค. 2559

“การุณ”รอสพป.มหาสารคามรายงานเหตุผอ.ร.ร.โดดน้ำชีตาย

“การุณ” ไม่ขอตอบผอ.ร.ร.หนองโดนอ้อยช้าง กระโดดน้ำชีตายเพราะเครียดงาน จริงหรือไม่ ขอให้ สพป.มหาสารคาม เขต 1 ตรวจสอบก่อน เบื้องต้นทราบเจ้าตัวมีความเครียดหลายเรื่อง

จากกรณี นายประยูร น้อยอามาตย์ อายุ 54 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองโดนอ้อยช้าง ต.ท่าตูม อ.เมือง จ.มหาสารคาม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) มหาสารคาม เขต 1   กระโดดสะพานข้ามแม่น้ำชีจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต คาดสาเหตุมาจากเกิดความเครียดหลัง สพป.ตรวจสอบโรงเรียน มีเอกสารทางราชการสูญหาย และไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้ ทำให้ตัดสินใจคิดสั้น

นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า จากที่ได้รับรายงานเบื้องต้น ทราบว่า นายประยูร มีความเครียดในรายเรื่อง ซึ่งในส่วนเรื่องงานที่มีการสันนิษฐานว่าเกิดความเครียดจากกรณีที่หน่วยงาน ตรวจสอบภายในของสพป.มหาสารคาม เขต 1 เข้ามาตรวจสอบการดำเนินการด้านต่างๆ ของโรงเรียนแล้วพบว่ามีเอกสารด้านการเงินโรงเรียนบางส่วนของปี 2558 หายไป ซึ่งนายประยูร ไม่สามารถมายืนยันข้อมูลได้นั้น ตนยังไม่ขอตอบเพราะยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน อีกทั้ง ขณะนี้ทาง สพป.มหาสารคาม เขต 1 อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง ต้องขอเวลาให้ทางเขตพื้นที่ฯ ตรวจสอบก่อน คาดว่าจะรายงานมาเร็ว ๆ นี้

 

สช.เสนอคุมประพฤติอดีตนักโทษข้อหาข่มขืนที่พ้นโทษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/232354

บ้านพัก, สช., ครูอิ๋ว, เสนอ, คุม, ประพฤติ, อดีต, นักโทษ, ข้อหา, ข่มขืน, ที่, พ้น, โทษ

การศึกษา-สาธารณสุข > ข่าวการศึกษา-สาธารณสุข  :  4 ก.ค. 2559

สช.เสนอคุมประพฤติอดีตนักโทษข้อหาข่มขืนที่พ้นโทษ

เลขาธิการ กช.เสียใจกรณีครูอิ๋ว ถูกคนร้ายฆ่าปาดคอเสียชีวิต เสนอผู้เกี่ยวข้องติดตามคุมประพฤติอดีตนักโทษคดีข่มขืนที่พ้นโทษ ระบุกำชับทุก

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.นายอดินันท์ ปากบารา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวถึงกรณีน.ส.จุฬารัตน์ โทวรรณา หรือ อิ๋ว อายุ 26 ปี ครูสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ โรงเรียนแสงวิทยา อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งถูกคนร้ายฆ่าปาดคอเสียชีวิตในห้องพัก เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า ได้ทราบข่าวและรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ไม่สามารถไปกำหนด หรือบังคับว่าโรงเรียนเอกชนทุกแห่งจะต้องมีการจัดที่พัก หรือบ้านพักให้สำหรับครูได้ เพราะเป็นอำนาจของแต่ละโรงเรียน แต่ทุกครั้งที่มีการประชุมร่วมกับผู้บริหารสถานศึกษา ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเอกชน ตนจะเน้นย้ำเสมอว่าขอให้ดูแลเอาใจใส่ครูทุกคน โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของครูทั้งที่พักซึ่งควรเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย รวมถึงเส้นทางที่ครูต้องเดินทางระหว่างที่พักกับโรงเรียน ถือเป็นเรื่องความสำคัญมาก เพราะตรงนี้ก็เปรียบเสมือนเป็นสวัสดิการ และยังสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครูอีกทางหนึ่ง

“ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์ที่น่าสลดใจนี้เกิดขึ้น  กรณีนี้คนร้ายมีประวัติเคยติดคุกด้วยข้อหาข่มขืน เมื่อพ้นโทษออกมาแล้วก็ยังก่อเหตุซ้ำอีก ซึ่งหากเป็นไปได้ผมเสนอว่าควรจะต้องมีการควบคุมความประพฤติของผู้ที่เคยก่อเหตุลักษณะนี้ด้วย เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังไม่ให้ไปก่อเหตุซ้ำอีก”นายอดินันท์ กล่าว