งานเข้า ‘สว.เสรี’ เผย กมธ.การเมือง มีมติรับสอบ ‘เศรษฐา’ ปมเลี่ยงภาษี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555549

08 ส.ค. 2566

งานเข้า 'สว.เสรี' เผย กมธ.การเมือง มีมติรับสอบ 'เศรษฐา' ปมเลี่ยงภาษี

ประธาน กมธ.การเมืองฯ เสรี สุวรรณภานนท์ เผย กมธ.การเมือง มีมติรับเรื่องสอบ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ แคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทย ปมเลี่ยงภาษี หลังซื้อที่ดินย่านสารสิน เข้าข่ายเป็นพฤติกรรมขัด รัฐธรรมนูญ มาตรา160(4) ชี้์ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ไม่ง่าย

นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เปิดเผยผลประชุมกมธ.การเมือง ว่า กมธ.การเมือง รับเรื่องร้องเรียนของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ที่ยื่นให้ตรวจสอบกรณีของของนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของบริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีพฤติกรรมส่อว่าจะเลี่ยงการเสียภาษีซื้อที่ดินย่านสารสิน และอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 160(4) หรือไม่ 

โดยหลังจากนี้ จะนำรายละเอียดมาพิจารณาและเตรียมเชิญฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง เบื้องต้นได้วางกรอบในการทำงานคือ สัปดาห์ละ1 ครั้ง ส่วนจะมีข้อสรุปก่อนที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา จะนัดประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี​รอบต่อไปหรือไม่ กมธ.การมือง จะพยายามและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

อย่างไรก็ดีหาก กมธ.การเมือง ตรวจสอบไม่เสร็จ จะไม่นำไปเป็นประเด็นที่จะเลื่อนการโหวตนายกฯ ออกไป ซึ่งคาดการณ์ว่านายเศรษฐา จะถูกเสนอชื่อให้รัฐสภาเห็นชอบหรือไม่

ทั้งนี้ กมธ.การเมือง ได้หารือถึงประเด็นปัญหาการเมือง โดยเฉพาะการ “จัดตั้งรัฐบาล” ที่ประเมินร่วมกันว่าไม่ง่าย และมองว่าควรแสวงหาความร่วมมือ พิจารณาคะแนนที่เกิดขึ้นจากการรวมเสียงของแต่ละพรรคที่แท้จริง ไม่ใช่ว่าบางพรรคมาเพียงครึ่งเดียว

ทั้งนี้อย่าคาดเดาว่า จะได้ เสียง สว.สนับสนุนให้เท่าใด ขณะที่สถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น กมธ.ประเมินว่าอาจจะมีปัญหาความวุ่นวาย ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นอยากให้พรรคการเมืองที่มีมวลชนของตนเองคุยกับมวลชนเพื่อคลี่คลายปัญหา

“ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น กมธ.การเมือง พยายามคิดและหาทางออก โดยวันที่ 1 กันยายน 2566 จะจัดสัมมนา โดยเชิญผู้ชุมนุม ตัวแทนพรรคการเมือง ศาลยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงฝ่ายที่เกี่ยวข้อทุกฝ่าย หารือร่วมกันเพื่อให้เป็นแนวทางออกของปัญหาและคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น” ประธาน กมธ.การเมือง ระบุ

‘สุพิศาล’ ชง ‘ก้าวไกล’ โหวตนายกฯจาก ‘เพื่อไทย’ ไม่ปิดโอกาสกลับมาจับมือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555531

08 ส.ค. 2566

'สุพิศาล' ชง 'ก้าวไกล' โหวตนายกฯจาก 'เพื่อไทย' ไม่ปิดโอกาสกลับมาจับมือ

‘สุพิศาล’ เตรียมเสนอ สส.ก้าวไกล โหวตนายกฯจาก ‘เพื่อไทย’ เพื่อปิดสวิตช์ สว. มั่นใจไม่ดึง 2 พรรคลุงเข้าร่วม ลั่นไม่ปิดโอกาสกลับมาจับมือ เป็นมหามิตรกัน

พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยก่อนการประชุม สส. ในวันนี้ จะมีการหารือเรื่องการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดระยองและลงคะแนนมติต่างๆ ของพรรค รวมทั้งมติการโหวตนายกรัฐมนตรีด้วย โดยตนจะเสนอให้พรรคก้าวไกลโหวตเห็นชอบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย เนื่องจากต้องการโหวตเพื่อ ปิดสวิตช์ สว. ซึ่งก็เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะรับปาก ไม่มีการดึงพรรค 2 ลุงเข้าร่วมรัฐบาล

ส่วนจะต้องมีเงื่อนไขหรือไม่ พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุว่า เป็นมิติที่ดี เนื่องจากสิ่งที่อยากทำ คือ การปิดสวิตช์ สว. และได้สร้างระบบประชาธิปไตย สภาบนดีกว่าสภาล่าง และโหวตเพื่อให้มีรัฐบาลมาแก้วิกฤตของประเทศ หลังจากนี้ต้องรับฟังความคิดเห็นจาก สส. ในที่ประชุมอีกครั้ง

ส่วนตัวพล.ต.ต.สุพิศาล มองว่า เราเดินมาด้วยกัน และต้องการปิดสวิตช์และไม่ต้องง้อ สว. เพื่อให้เกิดรัฐบาล รวมถึงเรายินดีกับการเมืองแบบใหม่ ที่ไม่ได้ผูกติดอยู่กับอำนาจ ต้องการให้ประเทศชาติเดินไปด้วยดี 

ส่วนพรรคเพื่อไทยจะไปร่วมกับใคร ก็ถือเป็นอำนาจของเค้า ขณะเดียวกันพรรคก้าวไกลก็เปิดประตูไว้ หากพรรคเพื่อไทยจะกลับมาหาก็ได้ 

แม้โหวตให้พรรคเพื่อไทย แต่ต้องไปเป็นฝ่ายค้าน พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า เป็นหน้าที่ที่ชำนาญอยู่แล้ว และถ้าหากเป็นฝ่ายค้านก็จะเห็นพรรคก้าวไกลรุ่นที่ 4 ซึ่งไม่ได้โกรธ เนื่องจากพรรคเพื่อไทยต้องหาทางออก เพียงแต่รอไม่ได้ถึง 9 เดือนเท่านั้นเอง หากรอได้ก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่หากรออีก 9 เดือนอาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงก็ได้ 

เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลจะปิดโอกาสหรือไม่ หากพรรคพื่อไทยกลับมาจับมือกันอีกครั้ง พล.ต.ต.สุพิศาล ระบุว่า วันหนึ่งเราอาจจะร่วมมือกันอีกครั้ง เพราะเค้าเป็นมหามิตรเรา เป็นเพื่อนเรา ซึ่งพรรคเพื่อไทยอาจจะมีความจำเป็นที่ต้องไป ก็ต้องปล่อยให้เค้าไป

ปากพาซวย ‘เรืองไกร’ ร้อง กกต. ยื่นสอบ ‘ชลน่าน’ ส่อผิดกฏหมายเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555534

08 ส.ค. 2566

ปากพาซวย 'เรืองไกร' ร้อง กกต. ยื่นสอบ 'ชลน่าน' ส่อผิดกฏหมายเลือกตั้ง

นักร้อง(เรียน)ขาประจำ ‘เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ’ บุกร้อง กกต. ยื่นสอบ ‘ชลน่าน’ ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง สส. ม.73 (5) ตอบสื่อ ‘ไล่หนูตีงูเห่า’ แค่วาทกรรมหาเสียง ผิดมีโทษหนักเว้นวรรคทางการเมือง หน.พรรค และ กก.บห. 20 ปี รวมทั้งยุบพรรคเพื่อไทย

2 พรรคการเมืองใหญ่ เพื่อไทย-ภูมิใจไทย จูบปากกันดูดดื่มโชว์จับมือร่วม “จัดตั้งรัฐบาล” หวานหยด แต่กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เมื่อ ‘ชลน่าน ศรีแก้ว’ ตอบสื่อมวลชน ‘ไล่หนูตีงูเห่า’ แค่วาทกรรมหาเสียงเลือกตั้ง 2566 ล่าสุดมีความเคลื่อนไหว จากนักร้อง(เรียน)ขาประจำ อย่าง “เรืองไกร” แล้ว

โดยนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า วันนี้(8 ส.ค.) ได้ส่งหนังสือถึง กกต.ทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ กกต.ดำเนินการตรวจกรณีที่ “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตอบคำถามผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าววานนี้ (7 ส.ค. ) ที่พรรคเพื่อไทย ว่า “ไล่หนูตีงูเห่า มันเป็นภาพของการรณรงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงเลือกตั้ง กิจกรรมแต่ละครั้งจัดบนวัตถุประสงค์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นๆ มิติทางการเมือง เราไปขอเสียงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน เราไม่เคยประกาศว่าเราเป็นศัตรูกับใคร เราเป็นคู่แข่งกันจริง เทคนิคการหาเสียง วิธีการหาเสียง ต่างฝ่ายต่างมี อันนี้เรียนด้วยความเคารพว่าเราไม่เคยคิดว่าเป็นศัตรูกัน” 

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ร้อง กกต. สอบ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้ การให้สัมภาษณ์ของนพ.ชลน่าน มีการลงข่าวอย่างแพร่หลายรวมทั้งคลิปวิดีโอด้วย จึงเป็นข้อเท็จจริงเพียงพอที่ควรจะขอให้ กกต.ดำเนินการตรวจสอบ นพ.ชลน่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยกับพวก ว่าการหาเสียงดังกล่าวเข้าข่ายกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น หรือบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย ด้วยวิธีการหลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ตามความในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 73 (5) และจะมีโทษตามมาตรา 159 หรือไม่

เปิดโทษ ม.159 จำคุก1-10 ปี หมดสิทธิการเมือง 20 ปี

สำหรับมาตรา 159 กำหนดว่าผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 73 (3) (4) หรือ (5) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี และให้นำความในมาตรา 158 วรรคสอง มาใช้บังคับด้วยนั้น มีเนื้อหาว่าในกรณีที่พรรคการเมืองกระทำความผิดตามมาตรา 75 หัวหน้าพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรค ของพรรคการเมืองนั้น ซึ่งรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่ง และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง หรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองของพรรคการเมืองนั้น และให้ถือเป็นเหตุที่จะยุบพรรคการเมืองนั้นตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

เข้าร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ จุรินทร์ ตอบชัด ‘ประชาธิปัตย์’ ยึดมติพรรคเป็นหลัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555529

08 ส.ค. 2566

เข้าร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ จุรินทร์ ตอบชัด ‘ประชาธิปัตย์’ ยึดมติพรรคเป็นหลัก

จุรินทร์ ตอบชัด ยังไม่มีสัญญาณดีลเข้าร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ย้ำ ‘ประชาธิปัตย์’ ยึดมติพรรคเป็นหลัก ระบุ เลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ รอหารือ เลขาธิการพรรค ก่อน นัดวันประชุมอีกครั้ง

ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ต่อข้อถามของสื่อมวลชนว่าพรรคเพื่อไทยทาบทามเข้าร่วม “จัดตั้งรัฐบาล” หรือยัง นายจรินทร์ กล่าวตอบว่า ที่ตนไม่มี

เมื่อถามว่า เป็นเพราะ ประชาธิปัตย์ ยังไม่มีกรรมการบริหารชุดใหม่หรือไม่ นายจุรินทร์ ตอบว่า เป็นไปตามข้อบังคับพรรคเป็นหน้าที่กรรมการบริหารพรรคที่จะประชุมร่วมกับ สส. ของพรรค

เมื่อถามว่าถึงเวลาที่ต้องเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อตัดสินใจเรื่องนี้แล้วหรือไม่ นายจุรินทร์ ตอบว่า ยัง และคงต้องมีการหารือกับเลขาธิการพรรคเสียก่อน ในการที่จะนัดประชุม และขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณอะไร ที่ต้องนัดประชุมเรื่องนี้ ความจริงก็มีความเห็นเป็นสองทางเสมอสำหรับพรรค เพราะทุกคนในพรรคมีสิทธิ์ที่จะมีความเห็นในทิศทาง ที่ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพรรค สำหรับประเทศและสุดท้ายก็ต้องยุติที่มติของพรรค ถ้าต้องตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการ “จัดตั้งรัฐบาล” หรือเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจทางการเมืองที่สำคัญซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด ต้องยึดมติพรรคเป็นหลัก

เมื่อถามว่ามีการกำหนดวันที่จะประชุมเพื่อเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่หรือไม่ นายจุรินทร์ ตอบว่า เรื่องกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดใหม่ จะมีการหารือกับท่านเลขาธิการพรรคอีกครั้งหนึ่งว่า เวลาที่เหมาะสมว่าจะต้องมีการนัดประชุมกันอีกครั้งเมื่อไหร่ เป็นเรื่องภายในพรรค สามารถคุยกันได้

‘วราวุธ’ รอเพื่อไทยติดต่อร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ชี้สัญญาณดี ไม่มี ม.112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555524

08 ส.ค. 2566

'วราวุธ' รอเพื่อไทยติดต่อร่วม 'จัดตั้งรัฐบาล' ชี้สัญญาณดี ไม่มี ม.112

หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ‘วราวุธ ศิลปอาชา’ เผย เวลานี้รอเพียงการติดต่อเข้าร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ชี้เป็นสัญญาณที่ดีไม่มีเรื่อง มาตรา 112 ย้ำให้เกียรติ ‘เพื่อไทย’ ตัดสินใจ ‘เศรษฐา’ แคนดิเดตนายกฯ เชื่อถ้าเลือกแล้วคุณสมบัติคงเพียบพร้อม

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรี​ว่าการ​ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) เปิดเผย ถึงท่าทีการเข้าร่วม “จัดตั้งรัฐบาล” กับพรรคเพื่อไทย ว่า การจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ร่วมตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่เรา แต่อยู่ที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการพูดคุยกันในระดับหนึ่ง และก่อนที่จะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ครั้งต่อไปก็ต้องมีการพูดคุยกัน ซึ่งได้มีการพูดคุยกันเพียงเท่านี้ แต่จะพบกันที่ไหน เมื่อไร อยู่ที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งหากส่งสัญญาณมาเมื่อไหร่พรรคชาติพัฒนาเราก็พร้อมไปพูดคุย

ส่วนจะต้องมีการพูดถึงการแบ่งกระทรวงเลยหรือไม่ นายวราวุธ​ จากที่ได้พูดคุยกันครั้งแรก เรายังคงยึดมั่นในเงื่อนไขที่พูดคุยกันอยู่ เช่น เรื่องของการแก้ไขมาตรา 112 ทัศนคติในการทำงาน เพื่อให้ทุกพรรคไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะในเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งหากเราได้รับการยืนยันก็เดี๋ยวมาว่ากัน

เมื่อถามว่าตอนนี้พรรคเพื่อไทยชัดเจนแล้วว่าไม่เอามาตรา 112 เราจะอย่างไร นายวราวุธ กล่าวว่า นั่นคือเป็นสัญญาณที่ดี และเป็นแนวทางเดียวกัน

ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา อยากจะได้กระทรวงเดิมเพื่อสานงานต่อหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนา ได้มา 10 เสียง ซึ่งก็ต้องพูดคุยกัน แต่เราจะไม่ไปเรียกร้อง เพราะหัวใจคือทำให้รัฐบาลเข้มแข็ง และทำให้การทำงานหลังจากนี้รวมถึงภาคเศรษฐกิจดีขึ้น ส่วนการต่อรองกระทรวงก็คงไปว่ากันทีหลัง

สำหรับโควต้ารัฐมนตรีจะต้องได้ 1 รัฐมนตรีว่าการและ 1 รัฐมนตรีช่วยใช่หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ต้องรอดูก่อนว่าเบ็ดเสร็จแล้ว สส.ในฝั่งพรรคร่วมรัฐบาลจะมีเท่าไร จึงยังตอบตอนนี้ไม่ได้

เมื่อถามว่าติดเงื่อนไขกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เคยแสดงความคิดเห็นให้แก้ไขมาตรา 112 หรือไม่ รวมถึงคุณสมบัติส่วนตัวด้วย นายวราวุธ อธิบายว่า ต้องให้เกียรติพรรคเพื่อไทย ในการเสนอบุคคลมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพราะการจะเสนอใครขึ้นมานั้นก็น่าจะต้องพิจารณาคุณสมบัติที่เพียบพร้อมแล้ว ซึ่งทางเราก็จะให้เกียรติพรรคเพื่อไทย เป็นฝ่ายตัดสินใจ

ขณะที่จุดยืนกรณีพรรคเพื่อไทยจะยกร่าง ส.ส.ร. เป็นอย่างไรนั้น นายวราวุธ กล่าววว่า แนวคิดนี้ ทางพรรคชาติไทยพัฒนา ก็ได้พูดตั้งแต่หาเสียง ว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะตั้งแต่ปี 2538 ที่ในบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีการตั้งส.ส.ร. ขึ้นมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะฉะนั้นแนวทางนี้ก็ตรงกันกับพรรคชาติไทยพัฒนา

ส่วนหมวดใดจะต้องคงไว้หรือไม่ หัวใจสำคัญของพรรคชาติไทยพัฒนาคือหมวด 1 และหมวด 2 เพราะถือว่าเป็นหมวดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งจะไม่มีการแตะต้อง

‘บิ๊กป้อม’ เผย ‘เพื่อไทย’ ยังไม่ชวนร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555521

08 ส.ค. 2566

‘บิ๊กป้อม’ เผย 'เพื่อไทย' ยังไม่ชวนร่วม 'จัดตั้งรัฐบาล'

‘บิ๊กป้อม’ ปัดตอบเหตุผล ลาประชุม ครม. หลังต้อนรับฑูตจีน รอดู เงื่อนไข ‘เพื่อไทย’ ดีลร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ หรือไม่ ร้อง หูย โดมสื่อรุมยิงคำถามเป็นฝ่ายค้าน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่ทำเตึกบัญชาการ 1 เนียบรัฐบาล เพื่อให้การต้อนรับ นายสวี่ กานลู่ (H.E. Mr. Xu Ganlu) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ และผู้บังคับการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคณะ

ทั้งนี้เวลาประมาณ 10.30 น. ภายหลังการหารือเสร็จสิ้น พล.อ.ประวิตร ได้แจ้งลาการประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันนี้ แต่ยังคงนั่งปฏิบัติงานภายในห้องทำงานชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ต่อ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าในสัปดาห์นี้เป็นช่วงของวันเกิด พล.อ.ประวิตร 11 ส.ค. ที่โดยปกติในทุกปี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะนำคณะรัฐมนตรี อวยพรวันเกิดล่วงหน้า และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่พล.อ.ประวิตร เข้าทำเนียบรัฐบาล แต่ไม่เข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)

พล.อ.ประวิตรให้การต้อน ทูตจีนพล.อ.ประวิตรให้การต้อน ทูตจีน

‘บิ๊กป้อม’ เผย 'เพื่อไทย' ยังไม่ชวนร่วม 'จัดตั้งรัฐบาล'

จากนั้น ผู้สื่อข่าวถามย้ำเรื่อง ท่าทีการร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประวิตร ระบุว่า “เขายังไม่ได้ติดต่อมา” และหากมีการติดต่อมาจะไปร่วม “จัดตั้งรัฐบาล” เลยหรือไม่ เพราะเงื่อนไขเหมือนจะไปด้วยกันได้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “เดี๋ยวก็ต้องดูนะ”

เมื่อถามต่อว่า หากไม่มีการติดต่อมาจะพร้อมเป็นฝ่ายค้านเลยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ไม่ตอบคำถาม แต่ร้องว่า “หูย” สั้นๆ หลังสื่อรุมยิงคำถาม

ส่วนที่ไม่เข้าประชุมเพราะน้อยใจ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่จึงลาการประชุมนั้น พล.อ.ประวิตร ยิ้มให้สื่อแต่ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนจะขึ้นรถเดินทางออกจากทำเนียบทันที

‘จัดตั้งรัฐบาล’ ต้องเลิกตั้งแง่ ‘มีลุงไม่มีเรา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555502

08 ส.ค. 2566

'จัดตั้งรัฐบาล' ต้องเลิกตั้งแง่ 'มีลุงไม่มีเรา'

พรรคลุงครวญ ต้องเลิกวาทะกรรม มีลุงไม่มีเรา ในความพยายาม จัดตั้งรัฐบาล เพื่อไทย ซึ่งล่าสุด ยังไม่มีใครติดต่อมา

ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงแนวทางการร่วมรัฐบาล หลังพรรคเพื่อไทยจับมือกับพรรคภูมิใจไทย ว่า ไม่ได้เป็น สส. จึงไม่ได้อยู่ในกระบวนการหารือ แต่เท่าที่ทราบยังไม่มีการทาบทามจากพรรคเพื่อไทย เรื่องนี้ต้องรอหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคหารือกัน  ขณะที่กระแสข่าวที่จะไปร่วมรัฐบาลเป็นรายบุคคลนั้น ส่วนตัวมองว่าหากไปควรจะเป็นในนามพรรค ซึ่งการ ที่พรรคภูมิใจไทยร่วมมือกับรัฐบาลถือเป็นทิศทางที่ดีและหากเดินแนวนี้ก็น่าจะใช้เวลาไม่นานที่จะจัดตั้งรัฐบาลเสร็จเพราะประชาชนรออยู่ ต้องเร่งดำเนินการ

ธนกร ระบุว่า ในการโหวตนายกรัฐมนตรี การตัดสินใจร่วมจัดตั้งรัฐบาล กับเพื่อไทย ควรเป็นในนามพรรค แต่หากมีสมาชิกคิดอย่างอื่นก็ถือว่าเป็นสิทธิ์  พร้อมย้ำว่า สส.และ สมาชิกทุกคนยังอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติ แม้ว่า ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้ว แต่วันนี้ยังมีการเอาคำว่า  2 ลุงพูดอยู่ เมื่อลุงตู่ไม่อยู่ ก็ควรจะจบได้แล้ว เพราะพรรคการเมืองที่จะร่วมงานกันได้ มองว่าต้องดูที่นโยบายและแนวทางการทำงานของพรรค ไม่ควรดูที่วาทะกรรม  มีลุงไม่มีเรา หรือ มีเราไม่มีลุง

ด้านพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้แต่ส่ายหน้าไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าว ในประเด็นเดียวกัน พูดแต่เพียงสั้นๆว่า พรรคเพื่อไทยยังไม่ติดต่อมา     

‘เพื่อไทย’ ดูดดื่ม ‘ภูมิใจไทย’ – อธิบาย ‘ไล่หนูตีงูเห่า’ แค่กุศโลบายหาเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555486

07 ส.ค. 2566

'เพื่อไทย' ดูดดื่ม 'ภูมิใจไทย' - อธิบาย 'ไล่หนูตีงูเห่า' แค่กุศโลบายหาเสียง

หัวหน้าพรรค “เพื่อไทย” อธิบายความหมาย ” ไล่หนูตีงูเห่า” ก็แค่เรื่องพื้น ๆ แค่หาเสียงกับการเลือกตั้งระหว่างสองพรรค เมื่อเลือกตั้งจบก็จบ เลิกแล้วต่อกัน ไม่มีอะไรที่ต้องตะขิดตะขวงใจ มั่นใจการดีด “ก้าวไกล” ออกจากสมการ แล้วดึง “ภูมิใจไทย” เข้ามา มีโอกาสเห็นแสงสว่างมากกว่า

นายแพทย์ชลน่าน  ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย   แถลงข่าวที่พรรคเพื่อไทย   โดยมีผู้บริหารพรรคภูมิใจไทยร่วมด้วย   ทั้งนี้นายแพทย์ชลน่าน  ระบุว่า  ในการณรงค์หาเสียง “เพื่อไทย” เคยรณรงค์ว่า  ” 
“ไล่หนูตีงูเห่า ”    ซึ่งหมายถึงการที่พรรคเพื่อไทย  ต้องการกดดันในทางการเมืองต่อ พรรคภูมิใจไทย  เพื่อให้ได้เสียงจากประชาชน  ระหว่างการรณรงค์หาเสียง  เรื่องดังกล่าวอาจจะทำให้สังคมรู้สึกว่าเกิดการกระทั่งกันบ้างระหว่างสองพรรค   แต่โดยความเป็นจริงแล้ว เป็นการรณรงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งเสียงสนับสนุนจากประชาชนในการเลือกตั้ง ถือเป็นเทคนิค  หลังเลือกตั้งจบก็คือจบ   พรรคเพื่อไทยไม่เคยคิดว่าใครเป็นศัตรู แต่เป็นเพียงคู่แข่งเท่านั้น 


สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญมีข้อจำกัด ไม่ได้ยึดเสียงประชาชนเป็นหลัก เนื่องจากมีสมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) มาร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย ทำให้เป็นเงื่อนไขหลักในการตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคก้าวไกลไม่ได้ เพราะไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจาก สส. และ สว. ที่ตั้งเงื่อนไขว่าจะต้องไม่มีพรรคก้าวไกล ร่วมอยู่ในการจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้น การที่ “เพื่อไทย” จับมือกับพรรคภูมิใจไทย ที่ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนเป็นพรรคอันดับที่ 3   เสียงจากพรรคภูมิใจไทย และเสียงจากพรรคการเมืองอื่นเกินกึ่งหนึ่งถือเป็นความชอบธรรมในการตั้งรัฐบาล และเชื่อว่าโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคภูมิใจไทยมีโอกาสประสบผลสำเร็จ

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  กล่าวว่า  ยืนยันจะไม่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย จากนี้ไปทั้งสัปดาห์จะได้เห็นภาพการร่วมมือกันของพรรคร่วมรัฐบาลอื่นเพิ่มเติม  การตั้งรัฐบาลในภาวะวิกฤติเช่นนี้  ต้องหาเสียงสนับสนุนให้ได้มากที่สุด แต่ก็คำนึงถึงเสียงและความรู้สึกของประชาชนไปด้วย แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับความเป็นจริง และการตั้งรัฐบาลเพื่อฝ่าวิกฤติไปให้ได้ ถือเป็นสิ่งที่ควรมอง  ในขณะนี้พยายามทำบนเงื่อนไขที่ประชาชนต้องการ และความเป็นจริงของการเมืองไทยที่เป็นอยู่ การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้เริ่มต้นด้วยพรรคการเมืองที่มาจากประชาชน ซึ่งเริ่มต้นด้วยการทำให้รู้สึก ว่าการร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทย   จนทำให้มี 212 เสียง เป็นจุดเริ่มต้นที่เป็นไปได้

ปะทะคารม! พิพัฒน์ ลงรถโต้คารม กลุ่มทะลุวัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555485

07 ส.ค. 2566

ปะทะคารม! พิพัฒน์ ลงรถโต้คารม กลุ่มทะลุวัง

บรรยากาศแถลงจับมือตั้งรัฐบาล ภูมิใจไทย – เพื่อไทย วุ่นวาย กลุ่มทะลุวังบุกที่ทำการ พ่นแอลกอฮอล์ โปรยกระดาษ ปิดทางออก เจอ พิพัฒน์ รัชกิจประการ โดลงรถ โต้คารม กับ บุ้ง

ความวุ่นวายที่พรรคเพื่อไทย ภายหลังการประกาศจับมือตั้งรัฐบาลของ พรรคภูมิใจไทย กับ พรรคเพื่อไทย ทำให้มวลชน กลุ่มทะลุวังบุกมาประชิดพรรคเพื่อไทยพร้อมสเปรย์แอลกอฮอล์

ปะทะคารม! พิพัฒน์ ลงรถโต้คารม กลุ่มทะลุวัง

เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในเรื่องของการทำงานของเจ้าหน้าที่ในช่วงแพร่ระบาด โควิด-19 พร้อมกับมีการ ใช้สีสเปรย์พ่นข้อความลงพื้น ข้อความถึง นายอนุทิน เปฌนการต่อว่าด้วยถ้อยคำรุ่นแรง และ จำนวนคนที่เสียชีวิต จำนวน 22933 คน จากช่วงการแพร่ระบาด โควิด-19 

ปะทะคารม! พิพัฒน์ ลงรถโต้คารม กลุ่มทะลุวัง

ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่แกนนำพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยกำลังแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายในห้องแถลงข่าวจับมือตั้งรัฐบาล 

ปะทะคารม! พิพัฒน์ ลงรถโต้คารม กลุ่มทะลุวัง

หลังแถลงข่าวเสร็จสิ้น มวลชนกลุ่มทะลุวังได้พยายามพังรั้วแผงเหล็ก ปะทะ กลับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอาคารพรรคเพื่อไทย เพื่อจะบุกเข้าไปภายในพรรค แต่ถูกสกัดไว้ ก่อนที่กลุ่มทะลุวัง จะพยายามไปปิดกั้นทางเข้าออกของอาคารที่ทำการพรรคเพื่อไทยรวมถึงทางออกของอาคารไทยซัมมิทที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อไม่ให้แกนนำออกจากอาคารที่ทำการพรรค

ปะทะคารม! พิพัฒน์ ลงรถโต้คารม กลุ่มทะลุวัง

ขณะเดียวกันหลังทราบว่ามีรถแกนนำของพรรคภูมิใจไทยพยายามใช้ทางออกบริเวณทางออกอาคารไทยซัมมิท บุ้ง ทะลุวัง ได้ไปขวางรถ

ปะทะคารม! พิพัฒน์ ลงรถโต้คารม กลุ่มทะลุวัง

ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ลงมาเจรจา จนเกิดการประทะคารมกัน ไปทางไหนพิพัฒน์ได้กล่าวว่าตนเป็น

ปะทะคารม! พิพัฒน์ ลงรถโต้คารม กลุ่มทะลุวัง

คนของพรรคภูมิใจไทยด้านบุ้งก็ตะโกนบอกเพื่อนของกลุ่มและได้มีการโต้ตอบกันไปมาซึ่งนายพิพัฒน์ได้ต่อว่าทางมุ่งว่าไม่สมควรที่จะใช้ถ้อยคำที่หยาบคายสุดท้ายนายพิพัฒน์ก็ยุติการปะทะคารมแล้วเดินขึ้นรถไป

‘วุฒิสภา’ เสียงข้างมาก ลงมติเห็นชอบ ‘ชาย นครชัย’ นั่ง กกต. คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/555478

07 ส.ค. 2566

'วุฒิสภา' เสียงข้างมาก ลงมติเห็นชอบ 'ชาย นครชัย' นั่ง กกต. คนใหม่

วุฒิสภา ประชุมลับ เลือก ‘ชาย นครชัย’ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม นั่ง กกต. คนใหม่ ด้วยเสียง 126 : 44 เสียง งดออกเสียง 22 เสียง

ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม พิจารณาให้ความเห็นชอบ นาย ชาย นครชัย อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะผู้ได้รับเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แทนนายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย กกต. ที่พ้นตำแหน่ง เนื่องจากอายุครบ 70 ปี เมื่อ 30 ธันวาคม 2565 ตามที่คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต. ที่มีพล.อ.อู้ด เบื้องบน สว. เป็นประธาน พิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการประชุมและลงคะแนนลับ

ผลการลงคะแนนมีผู้ลงคะแนน 192 คน ให้ความเห็นชอบ 126 คะแนน ไม่ให้ความเห็นชอบ 44 คะแนน ไม่ออกเสียง 22 คะแนน จึงถือว่า “ชาย นครชัย” ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา คือ 125 คะแนนขึ้นไป นายชาย จึงเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง กกต.

โดยพล.อ.สิงห์ศึก ระบุว่าผลคะแนนดังกล่าวจึงถือว่านายชาย นครชัย ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา คือ 125 คะแนนขึ้นไป