บิ๊กป้อม มั่นใจ ไม่มีใครทิ้ง”พลังประชารัฐ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535945

11 พ.ย. 2565

บิ๊กป้อม มั่นใจ ไม่มีใครทิ้ง"พลังประชารัฐ"

สัมมนาพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.”ประวิตร วงษ์สุวรรณ” มั่นใจ ไม่มีใครเดินออกไป แต่จะร่วมใจกันก้าวข้ามความขัดแย้ง

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เดินทางเข้าร่วมงานสัมมนาพรรคพลังประชารัฐ อย่างอารมณ์ดี   ภายใต้แนวคิด “พลังประชารัฐ พลังคนสร้างชาติ เพราะมีคุณ จึงมีพรรค  โดยทันทีที่เดินทางมาถึง ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า คาดหวังอะไรจากการสัมมนาครั้งนี้ พลเอกประวิตร กล่าวว่า จะปฏิบัติตามกฎของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.) จึงให้ กกต.มาชี้แจงให้ฟัง ว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ถามว่า เป็นการแสดงพลังของพรรคพลังประชารัฐใช่หรือไม่ พลเอกประวิตร กล่าวว่า ไม่ได้แสดง เพราะเป็นหนึ่งเดียวมาโดยตลอด  และถ้าจะประชุมเมื่อใด ก็จะมีคนมาร่วมมากมาย พร้อมย้ำว่าไม่ต้องห่วง พรรคพลังประชารัฐเป็นหนึ่งเดียวกันอยู่แล้ว ไม่ต้องเช็คชื่อส.ส.  ไม่ต้องฟังคำยืนยัน เพราะมีความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันมาโดยตลอด โดยการประชุมวันนี้ยังมีการแต่งตั้งให้ นายสัญญา สถิรบุตร อดีต ส.ส. กทม.เป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐด้วย

หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุด้วยว่าการทำงานของพรรคพลังประชารัฐตลอด 3 ปีที่ผ่านมานั้น ได้ผ่านอุปสรรคและวิกฤตต่างๆไปได้ด้วยดี ร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลที่ทำงานร่วมกัน การได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรค แม้ว่าจะมาโดยสมัครใจหรือไม่สมัครใจ แต่ตอนนี้ก็ได้ทำหน้าที่ ดีที่สุด และรำลึกเสมอว่าพรรคได้ให้ความไว้วางใจ เช่นเดียวกันตัวเองก็ให้ความไว้วางใจกับสมาชิก และ ส.ส. ที่มีความเชื่อมั่นว่าจะเดินหน้าไปด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว 

จึงมีความตั้งใจทำงานเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคอย่างเต็มความสามารถที่จะทำได้ และขอทุกคนต้องร่วมมือกัน ที่นี่พูดเสมอว่าพรรคพลังชารัฐจะไม่อยู่คนเดียว และไม่อยู่โดดเดี่ยว แต่จะร่วมมือร่วมใจกันก้าวข้ามความขัดแย้ง

พรรคพลังประชารัฐ ได้วางโครงสร้างการทำงานพรรคเป็น 10 ภาค  เพื่อให้สมาชิกทุกภาคได้นำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ก่อนที่จะนำมาขับเคลื่อนเป็นนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ และในฐานะเป็นรองนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกับรัฐบาลทำหน้าต่างนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชนในหลายอยู่ ทั้งเรื่องการบริหารจัดการน้ำ  และเรื่องที่ดินทำกิน ดูแลราคาพืชไร่ แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ทำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่ง กระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นต้น

บรรยากาศสัมมนาพรรคพลังประชารัฐบรรยากาศสัมมนาพรรคพลังประชารัฐ

พลเอกประวิตร ยังขอให้ว่าที่ผู้สมัครที่ผ่านการคัดสรรให้ภาคภูมิใจ ว่าผ่านกลไกคัดเลือกว่าเป็นผู้ที่มีความเหมาะสม
ที่จะได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้แทน และขอให้ว่าที่ผู้สมัครขยันลงพื้นที่และดูแลประชาชนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง 
เพราะชัยชนะอยู่ที่ประชาชน โดยยืนยันว่ายังไงก็ต้องมีการเลือกตั้งแน่นอนไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้ ขอให้ทุกคนทุ่มเท
เสียสละเพื่อทำการงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

พรรคพลังประชารัฐจะต้องทำเพื่อให้ประชาชนในเขตเลือกตั้งได้อยู่ดีกินดีและมีความเชื่อมั่นต่อ  ส.ส. และพรรคพลังประชารัฐ โดยพรรคพลังประชารัฐพร้อมสนับสนุนในการลงพื้นที่หาเสียงและทุกด้าน และกล่าวอวยพรให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคพลังประชารัฐมีความหวังอย่างยิ่งว่าทุกคนจะต้องได้เป็น ส.ส.ทุกคน

“บิ๊กตู่” ว่ายังไง? ส.ส.พปชร. แห่อวย “บิ๊กป้อม” ถึงขั้นแต่งกลอนอ้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535934

11 พ.ย. 2565

"บิ๊กตู่" ว่ายังไง? ส.ส.พปชร. แห่อวย "บิ๊กป้อม" ถึงขั้นแต่งกลอนอ้อน

ส.ส.พปชร. แห่อวย “บิ๊กป้อม” ยกใหญ่ โดยเฉพาะ “วิรัช” ลั่นวาจา ชาตินี้ไม่เป็นลูกน้องใครแล้ว ถึงขั้นแต่งกลอนอ้อน ขณะที่ “วีระกร” ยืนยัน “บิ๊กตู่” ไม่ทิ้งพรรคยังต้องอยู่หนุนศิษย์พี่ขึ้น “นายกฯ”

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. พรรคพลังประชารัฐมีการจัดสัมมนา ส.ส. และสมาชิก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน

นายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมการบริหารพรรค ได้เดินมาทักทาย พูดคุยกับสื่อมวลชน พร้อมพูดว่า “อยากรู้ไหมว่า 8 ห้องหัวใจมีใครบ้าง ถ้าผ่าออกมาจะเห็นเลยว่า 9 ห้องหัวใจมีแต่ พล.อ.ประวิตร”

ผู้สื่อข่าว ถามย้ำว่า แสดงว่าในใจมีแต่วงษ์สุวรรณ ใช่หรือไม่ นายวิรัช กล่าวย้ำว่า  “ในใจเท่านั้น” 

ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยู่ส่วนไหน โดยนายวิรัช พร้อมกับ กลุ่ม ส.ส. พร้อมใจหันหน้าชี้ไปทาง นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมการบริหารพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมการบริหารพรรค

นายวิรัช  เปิดเผยชัดเจนอีกครั้ง ในใจมีแต่พล.อ.ประวิตร ชาตินี้ไม่คิดเป็นลูกน้องใคร และหากต้องเลือก ระหว่างพล.อ.ประวิตรกับพล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่อยากให้มี ถ้าจำเป็นก็จะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน และในใจมีแต่ลุงป้อมอย่างเดียวจริงๆ เพราะไปเหนือ ล่องใต้ก็ไปหมด 


พร้อมแต่งกลอน 
“ชาตินี้รักใครไม่ได้แล้ว 
ไม่ผ่องแผ้วมืดมิดไม่คิดหนี 
ทั้งชีวิตต้องคอยและชีวี 
พร้อมยอมพลีให้ลุงป้อมตลอดไป” 

ขณะนั้น นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ  ได้พูดประโยคตบท้ายว่า “แต่บางทีก็ไป จันทร์โอชา” ทำให้ทั้งผู้สื่อข่าวและกลุ่ม ส.ส.ต่างหัวเราะ ก่อนที่นายวิรัช จะออกตัวว่า บทปิดท้ายนายกรุงศรีวิไล เป็นคนพูดเองไม่เกี่ยวกับตน 

นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ

ส่วนกระแส พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมย้ายซบพรรครวมไทยสร้างชาติ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ พนันโต๊ะจีนหนึ่งโต๊ะว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ไปไหน ต้องมาเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐเพียงพรรคเดียว ไม่ไปพรรคอื่น และ ในฐานะที่ตนเองอยู่การเมืองมานาน มองว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นคนที่ช่วยดันพล.อ.ประวิตร ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะสามารถอยู่ได้เพียง 2 ปี และตอนนี้ส.ว.ช่วยได้แค่ครั้งเดียว ต้องประเมินว่าจะเอา2 ปีหรือ 4 ปี พร้อมยืนยันความสัมพันธ์ทั้ง 2 เป็นพี่น้องที่มีความแนบแน่นเสมือนคนคนเดียวกัน ไม่ใช่นายกคนละครึ่ง คนจับเอาคำพูดของพล.อ.ประวิตรว่า “ใครจะไปก็ไป” มาตีความ ซึ่งความจริงแล้วหมายถึง ส.ส. ไม่ได้หมายถึงพล.อ.ประยุทธ์ 

ยื่น ป.ป.ช. “สอบ กสทช. ผิด ม. 157” ควบรวมทรู-ดีแทค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535924

11 พ.ย. 2565

ยื่น ป.ป.ช. "สอบ กสทช. ผิด ม. 157"  ควบรวมทรู-ดีแทค

ควบรวม “ทรู-ดีแทค” ไม่จบง่ายๆ พรรคก้าวไกล ยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบ กสทช. ทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 157 เลือกปฏิบัติมิชอบ

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) สนามบินน้ำ จังหวัดนนทบุรี เพื่อให้มีการไต่สวนและตรวจสอบกรณีการปล่อยให้มีการควบรวมทรู-ดีแทค ตามประมวลกฎหมายอาญาม.157 การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หลังกสทช.มีการลงมติเพียงแค่รับทราบการควบรวมกิจการ 2 ค่ายมือถือ โดยไม่ทำการยังยั้งการควบรวมตามอำนาจหน้าที่ที่ตนเองมี

ศิริกัญญา พูดถึงปัญหาของการควบรวมกิจการไว้ว่าได้ทำการศึกษาราคาค่าบริการหลังควบรวมพบว่า ราคาค่าบริการจะสูงขึ้นและศักยภาพการให้บริการจะด้อยลง แตกต่างจากในตลาดมือถือที่มีการแข่งขันของรายใหญ่ 3 เจ้า แต่กสทช. ไม่ทำหน้าที่ของตนให้เหมาะสมในการยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

การลงมติควบรวมทรูดีแทค ของกสทช.เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่ตนเองได้รับมอบอำนาจ และผลประโยชน์ทับซ้อนของคณะกรรมการ ในหนังสือที่ยื่นแก่ป.ป.ช. มีการขอไต่สวน นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ต่อพงศ์ เสลานนท์ กสทช. และพล.อ.ท. ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ หลังจากนี้จะมีการยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง เพื่อขอคำสั่งระงับฉุกเฉินเพื่อระงับการควบรวม เพราะถ้าหากปล่อย ให้กระบวนการเดินไปข้างหน้าจะมีผลเสียมากกว่านี้จะแก้ไขก็ไม่ทันการณ์ 

นอกจากนี้ ในการลงมติของกสทช. ที่เป็นมติพิเศษ มีหลักเกณฑ์ว่า จะต้องได้เสียงกึ่งหนึ่งในการลงมติ และคณะกรรมการในครั้งนี้มีทั้งหมด 5 คน จึงจะต้องลงเสียงให้ได้คะแนน 3:2 แต่มติในครั้งนี้คือ 2:2:1 งดออกเสียงหนึ่งเสียง หากว่ากันตามข้อบังคับการประชุมจะต้องได้ทั้งหมด 3 เสียงขึ้นไป ดังนั้นกสทช. กำลังทำผิดกฏหมายที่ตนเองร่างขึ้นมา

ประเด็นถัดมา คือเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน การถือหุ้นโยงไปมา มีการตรวจสอบพบผลประโยชน์ทับซ้อนก็คือ
นายต่อพงศ์ เสลานนท์ รับผลประโยชน์ต่างๆ จากกลุ่มซีพี ซึ่ง เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท True ไม่ว่าจะเป็นกรรมการรถไฟฟ้าความเร็วสูงสามสนามบิน และรับผลประโยชน์อื่นๆ ในฐานะนายกสมาคมคนตาบอด หากว่ากันด้วยเรื่องคุณสมบัติ นายต่อพงศ์ ไม่มีคุณสมบัติที่จะลงคะแนนเสียงด้วยซ้ำ แต่กลับลงมติรับทราบกิจการควบรวม

เหยื่อ “เมาแล้วขับ” บุกทำเนียบ เรียกร้องปัดตกกฎหมายปิดผับตี 4

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535917

11 พ.ย. 2565

เหยื่อ "เมาแล้วขับ" บุกทำเนียบ เรียกร้องปัดตกกฎหมายปิดผับตี 4

เหยื่อ “เมาแล้วขับ” บุกทำเนียบ เรียกร้อง นายกรัฐมนตรี และ ครม. ไม่เห็นชอบกฎหมายปิดผับตี 4 ของกระทรวงการท่อเที่ยวฯ หวังกระตุ่นนักท่องเที่ยว แต่แท้จริงแล้ว สร้างปัญหาตามมาอีกมาก

เมื่อวันที่ 11 พฤจิกายน 65 ที่ทำเนียบรัฐาล เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต ร่วมกับ เครือข่าย “เหยื่อเมาแล้วขับ” กรุงเทพมหานคร เครือข่ายณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เครือข่ายผู้ปกครองในสถานศึกษา เครือข่ายเยาวชนลดปัจเสี่ยง เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุราและภาคีเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่งชุดดำเดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อคัดค้านการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึงเวลา 04.00 น.ที่เสนอโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าพิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 65 โดยขอเรียกร้องไม่ให้ความเห็นชอบกับข้อเสนอดังกล่าว 

โดยบรรยากาศมีการนำวางพวงหรีดและจำลองอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นการ “เมาแล้วขับ” เพื่อไว้อาลัยนโยบายทำลายสังคมและแสดงละครสั้นสะท้อนปัญหาที่จะตามมาชุด “ยังเจ็บตายกันไม่พออีกหรือ”

นายเจษฎา แย้มสบาย ประธานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ที่ผ่านมาเครือข่ายภาคประชาชนได้สนับสนุนภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายลดปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งเหตุรุนแรง ทะเลาะวิวาท อุบัติเหตุทางถนน แต่ล่าสุด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมที่จะเสนอนโยบายขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึงเวลา 04.00 น. จากเดิม 02.00 น. ต่อที่ประชุมครม.สัปดาห์หน้า หากได้รับการอนุมัติจากครมจะมีพื้นที่นำร่องที่ขยายเวลาเปิดถึง 04.00 น. ได้แก่ ถนนบางลา ในภูเก็ต กระบี่ พังงา สมุย เมืองพัทยา และ 3 พื้นที่ในกรุงเทพมหานคร คือ ถนนข้าวสาร ซอยคาวบอย และซอยพัฒน์พงษ์

นายเจษฎา ถามถึงการให้เหตุผลของกฎหมายนี้ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น ใช้ได้จริงหรือไม่ เพราะชาวต่างชาติที่มาเที่ยวไม่ได้มาเพื่อเข้าผับบาร์ แต่มาเพื่อท่องเที่ยวในสถานที่อื่นๆ มากกว่า ​​​​​​แต่คนที่จะไปเที่ยวผับบาร์ คือคนหนุ่มสาว คนทำงาน นอกจากเสี่ยงรับเชื้อโควิดกลับไปติดคนที่บ้านแล้ว กว่าจะออกจากผับตี 4 ก็เกือบสว่าง เป็นช่วงเวลาที่หลายคนเริ่มออกมาทำมาหากินนักเรียนเดินทางไปโรงเรียนเสียงได้รับอันตราย อุบัติเหตุบนท้องถนน จากคนเมาแล้วขับ

ที่ผ่านมาต่อให้ไม่เปิดผับถึงตี 4  แต่อุบัติเหตุดื่มแล้วขับสร้างความสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินมูลค่ามหาศาล โดยปี 2564 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 13,488 ราย บาดเจ็บ 880,177 ราย สาเหตุหลักมาจากการขับเร็ว เมาสุรา ส่วนปี 2565 ข้อมูลจนถึงวันที่ 9
พฤศจิกายน 2565 มีผู้เสียชีวิตแล้ว 12,461 คน

ด้านนางสาวเครื่อมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครื่อข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต กล่าวว่า เครือช่ายขอแสดงจุดยื่นและมีข้อเสนอต่อรัฐบาล ดังนี้ 

1. ขอประณามและคัดค้านนโยบายขยายเวลาปิดผับบาร์ถึง 04.00 น. ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีไม่ให้ความเห็นขอบกับข้อเสนอนี้ เพราะปัจจุบันผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร้านเหล้าผับบาร์ มีมากเกินกว่าที่สังคมจะรับไหว ทั้งการทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกาย ความรุนแรงในครอบครัว ดื่มแล้วขับอุบัติเหตุและปัญหาอาชญากรรม ปัญหาสุขภาพ รวมถึงการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งประเทศไทยไม่ควรใช้การกินดื่มหรืออบายมุขมาเป็นจุดขาย และที่ผ่านมาไม่เคยมีข้อมูลว่านักท่องเที่ยวต่างชาติมาเมืองไทยมาด้วยจุดขายดังกล่าว เราควรดึงนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ มีศักยภาพในการจับจ่ายใช้สอยมากกว่าเอาใจนักท่องเที่ยวสายกินดื่ม ซึ่งมีไม่น้อยที่จะตามมาด้วยเซ็กซ์และยาเสพติด ปัญหาความไม่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เช่น กรณีที่มีข่าวนักท่องเที่ยวต้องมาตายเพราะโดนคนเมาแล้วขับชน ถูกข่มขืน ทำร้ายร่างกาย จี้ปลัน คือ สิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ ควรมุ่งสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวมากกว่าเพิ่มความเสี่ยงให้เขารวมถึงคนไทยที่จะได้รับผลกระทบด้วย 

อย่างไรก็ตามแม้ข้อเสนอนี้จะกำหนดให้เป็นบางพื้นที่นำร่อง ก็ไม่ควรเพราะยิ่งเป็นการเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นธรรม ท้ายที่สุดแล้วคนที่อยู่นอกพื้นที่ ก็จะเดินทางเข้าไปใช้บริการ ซึ่งจะยิ่งสร้างปัญหาโดยเฉพาะเมาแล้วขับ สุดท้ายการปล่อยให้ดื่มถึงตี 4 เท่ากับการเพิ่ม
เวลาเมา ทำให้ยิ่งเพิ่มคนเมาแล้วขับบนถนน และจะเป็นเวลาที่คนจำนวนมากต้องออกไปเรียน ไปทำงาน อาจต้องเสี่ยงตายจากคนเมาแล้วขับที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายนี้

2. ขอเรียกร้องไปยังนาย อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ควรมีจุดยืน ไม่เพิ่มภาระทางการแพทย์และสาธารณสุข ควรสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ในฐานะที่เป็นลูกพรรคภูมิใจไทยยุติการผลักดันนโยบายนี้ ซึ่งกำลังสร้างความสับสนว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยหรือกำลังทำตามการล็อบบี้ของกลุ่มธุรกิจและทุนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ข้ามชาติโดยไม่สนใจความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสังคมไทยหรือไม่ 

3. เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและคณะผลักดันเรื่องนี้ลงไปสัมผัสเหยื่อ จากคนเมาแล้วขับที่ ครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้พิการ ครอบครัวแตกแยก ผู้หญิงที่ถูกทำร้าย เด็กที่ถูกทอดทิ้ง เพื่อกระตุ้นสำนึกในความเป็นมนุษย์ มากกว่าการหวังกระตุ้นการใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวสายเมาเพียงอย่างเดียว

“อันวาร์ สาและ” โบกมือลาพรรคประชาธิปัตย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535921

11 พ.ย. 2565

"อันวาร์ สาและ"  โบกมือลาพรรคประชาธิปัตย์

ซบ “พลังประชารัฐ” อีกราย อันวาร์ สาและ ลูกสะตอจากแดนใต้ ลาแม่พระธรณีบีบมวยผม ขอเริ่มต้นใหม่ครั้งหน้า กับพรรคที่มีโอกาสเป็นรัฐบาล

พรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ และสมาชิกพรรค ทั้งประเทศ ภายใต้ชื่องาน “พลังประชารัฐ พลังคนสร้างชาติ”  ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ โดยมีนาย อันวาร์ สาและ ส.ส.ประชาธิปัตย์ เข้าร่วมงานสัมมนาด้วย

อันวาร์ ระบุว่าไปกับพรรคพลังประชารัฐได้ไม่อยากล้มเหลวและไม่อยากเปลี่ยนพรรคไปเรื่อยๆ มาร่วมฟังวันนี้ เพื่อนำกลับไปพูดกับประชาชนในพื้นที่ และขอมติจากประชาชนว่าควรจะอยู่พรรคไหน ในช่วงสิ้นเดือนนี้ ซึ่งชัดเจนว่าสมัยหน้าคงไม่อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์แล้ว

และมองว่าโอกาสที่ พปชร.จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลมีความเป็นไปได้สูง ยิ่งหากมีเสียงข้างมาก เพราะมีส.ว. 250 คนที่จะโหวตให้  ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีต้องเป็นคนที่ทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้ ทำให้เขาได้เห็นความหวัง 

นอกจากอันวาร์ แล้ว ยังมีส.ส. ที่มีกระแสข่าวว่าจะย้ายพรรค อาทิ น.ส.พัชรรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. ,นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันติ ส.ส.กทม,นายจักรพันธุ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม. และ กลุ่ม ส.ส.ใต้ยังมาร่วมสัมนาเช่น นายศราตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา และ ส.ส.กลุ่มปากน้ำ ที่มีรายงานว่าจะย้ายไปภูมิใจไทย โดย กรุงศรีวิไล สุทินเผือก ยืนยันว่า ส.ส. สมุทรปราการยังคงอยู่ร่วมงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐ 

วีระกร  คำประกอบ  ส. ส. นครสวรรค์พรรคพลังประชารัฐ มองกระแสข่าวที่ว่าพลเอกประยุทธ์จะไปอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติว่า เป็นไปไม่ได้  แต่พลเอกประยุทธ์เป็นพี่น้องที่มีความแนบแน่นเสมือนคนคนเดียวกัน น่าจะมาช่วยดันพลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี  เพราะพลเอกประยุทธ์สามารถอยู่ได้เพียงสองปี  และตอนนี้ส.ว.ช่วยได้แค่ครั้งเดียว ซึ่งนอกจากส.ว.หมดวาระแล้ว

คนประชาธิปัตย์ ให้กำลังใจกัน ฝ่าฟันวิกฤติ “ย้ายพรรค”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535911

11 พ.ย. 2565

คนประชาธิปัตย์ ให้กำลังใจกัน ฝ่าฟันวิกฤติ "ย้ายพรรค"

แกนนำ “ประชาธิปัติย์” ยกประวิติศาสตร์การเมือง ของพรรค ให้กำลังใจกัน ก้าวผ่านการถ่ายเลือดครั้งใหญ่ หวังผลัดใบแล้วจะดีขึ้น

ชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราช มอบช่อดอกไม้เป็นกำลังใจให้เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค และพี่น้องร่วมอุดมการณ์ในพรรคประชาธิปัตย์  พร้อมกับเล่าประสบการณ์เมื่อ 35 ปีที่ผ่านมา  ว่าได้มีโอกาสสมัครเป็น ส.ส.นครศรีธรรมราชครั้งแรกในปี พศ. 2531  เพราะเกิดความแตกแยกภายในพรรคครั้งใหญ่ที่สุด  เกิดกลุ่ม 10 มกรา 
นำโดยเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรณ์  วีระ มุสิกพงศ์และคณะ  โดยอ้างว่าพรรคไม่มีอุดมการณ์  พรรคจะสูญพันธุ์ ไปจนถึงบางคนบอกว่าต้องไปต่อลมหายใจ  คล้าย ๆ กับยุคนี้ 

ทำให้ตัดสินใจลงสมัคร ส.ส. ครั้งแรกในนามพรรคประชาธิปัตย์ และต้องต่อสู้กับ พรรคประชาชน ที่แยกตัวไปตั้งใหม่  ในเขตพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ชนกับระดับบิ๊กเนม อย่างพลเอกหาญ ลีลานนท์ ถวิล ไพรสณฑ์

แต่ในที่สุดพรรคเหล่านั้นก็ล้มหายตายจาก  คนที่ละทิ้งอุดมการณ์ก็ไม่พบว่าใครประสบความสำเร็จ  ส่วนตัวก็ยังยึดมั่นอุดมการณ์อย่างมั่นคง  แข่งขันกันภายในพรรคก็แพ้บ้าง ชนะบ้าง ถกเถียงทางความคิดที่รุนแรงกันบ้าง ก็ถือว่าเป็นประชาธิปไตยภายในพรรค  บางช่วงพรรคก็ให้โอกาสเป็นเลขานุการรัฐมนตรี  เป็นประธานวิปพรรค  เป็นประธานวิปรัฐบาล  และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีผลงานชัดเจนมาถึงทุกวันนี้  ประชาชนก็ให้โอกาสทำงานมา 9 สมัยแล้ว จึงขอให้กำลังใจทุกคนว่าพรรคกำลังผลัดใบ  และออกดอกออกผลต่อไป 

ที่สำคัญเรายึดมั่นในอุดมการณ์  ยึดมั่นในประเทศ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม  มีความสามัคคี ดังนั้นประชาชนจะไม่ทิ้งเรา  เพราะพรรคของเราเป็นของประชาชน  และทำเพื่อประชาชน

นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

เมื่อวานนี้ นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำพรรคอีกคนที่ออกมาแสดงความเห็นเรื่องส.ส.ย้ายพรรคในทำนองเดียวกัน กับ ชินวรณ์ เรื่องพรรคประชาธิปัตย์ กำลังมีการถ่ายเลือดครั้งใหญ่  และจะมีอนาคตใหม่ที่ดีขึ้น พร้อมย้ำว่า คนที่เดินออกไปจากพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีเห็นมีใคร เจริญก้าวหน้า มีอนาคตที่ดีทางการเมืองสักราย

“ฟิล์ม รัฐภูมิ” ออกจากพรรคไทยสร้างไทย ไปเดินตาม ชัยวุฒิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535907

11 พ.ย. 2565

"ฟิล์ม รัฐภูมิ" ออกจากพรรคไทยสร้างไทย ไปเดินตาม ชัยวุฒิ

ลาออกจากไทยสร้างไทย ไปเดินตาม “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” ฟิล์ม รัฐภูมิ พเนจรอีกครั้ง ยังลงหลักปักฐาน ทางการเมืองไม่ได้

รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม อดีตนักแสดงชื่อดัง ได้แจ้ง ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.
ขอลาออกจากสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย แล้วเมื่อ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา แต่ไม่ได้แจ้งให้พรรคทราบอย่างเป็นทางการ
โดย สำนักงาน กกต.เพิ่งมีหนังสือแจ้ง พรรคไทยสร้างไทย ให้ทราบเมื่อ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
โดยมีรายงานว่า ฟิล์ม รัฐภูมิ อาจสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐแล้ว
แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ฟิล์ม รัฐภูมิ เคยตำแหน่งรองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย แต่ได้หายเงียบไปในระยะหลัง ก่อนจะมีภาพปรากฎ เดินตามหลังนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  และ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระหว่างลงพื้นที่ ติดตามการดำเนินโครงการดิจิทัลชุมชน ที่ จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนา  และมีภาพล่าสุด ร่วมคณะนายชัยวุฒิ ไปร่วมประชุม รัฐมนตรีดิจิทัลของภูมิภาคเอเซียแปซิฟิค  Asia – Pacific Digital Ministerial Conference สมัยที่ 1  ที่สาธารณรัฐเกาหลี

ฟิล์ม รัฐภูมิ  ร่วมคณะรมว.ดีอีเอส ไปเกาหลีฟิล์ม รัฐภูมิ ร่วมคณะรมว.ดีอีเอส ไปเกาหลี

ก่อนเป็นสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย ฟิล์ม รัฐภูมิ เคยเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไทยและพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้ลาออกตามคุณหญิงสุดารัตน์ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2563 ระบุผ่านเหตุผล การลาออกผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Rattapoom Tokongsup ว่าการทำงานด้านการเมืองของเขามีจุดยืนของตัวเองชัดเจนเสมอ นั่นคือ อุดมการณ์ สิ่งนี้คือสิ่งเดียวที่ทำให้ต้องหนักแน่น มีจุดยืนของตัวเองที่ชัดเจน คุณหญิงสุดารัตน์ คือผู้ใหญ่ที่เห็นอุดมการณ์ชัดเจน และเป็นผู้ให้โอกาสได้เรียนรู้งานต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งมอบหมายหน้าที่ให้ได้ลงมือทำงานในพรรคขนาดใหญ่ ที่มีการทำงานเป็นระบบ และเป็นที่รักของประชาชนทั่วประเทศ  จึงขอยืนยันอุดมการณ์เดิม และขอเลือกทำงานเคียงข้างผู้ใหญ่ที่เป็นต้นแบบอุดมการณ์ในการทำงานด้านการเมือง

ฝ่ายค้าน ยกการ์ดสูง ไม่เอา “กฎหมายกัญชา”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535857

10 พ.ย. 2565

ฝ่ายค้าน ยกการ์ดสูง ไม่เอา "กฎหมายกัญชา"

เงื่อนไขยกมือผ่านร่างกฎหมายกัญชา ฝ่ายค้านยืนยัน ต้องมีการแก้ไขตามที่กรรมาธิการเสนอแนะ ห่วงประกาศกระทรวงฯทำ “กัญชาเสรี” เกินไป

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึง ทิศทางการลงมติร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่จะเข้าสู่สภาฯในช่วงปลายเดือนนี้ว่า หากกรรมาธิการฯไม่ปรับแก้ไขรายละเอียดตามที่มีการเสนอ ฝ่ายค้านคงไม่ให้ความเห็นชอบและคว่ำร่างกฎหมายฉบับนี้   หลังจาก สุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน พร้อมพรรคร่วมฝ่ายค้าน และนายแพทย์สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ นายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย ร่วมกันแถลงข่าวถึงการยื่นศาลปกครอง ขอให้คุ้มครองชั่วคราว โดยขอให้ระงับประกาศกระทรวงสาธารณสุขปลดล๊อคกัญชา บังคับใช้เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา

คณะผู้แถลงข่าว เห็นว่า ประกาศดังกล่าว เป็นประกาศที่ทำให้การใช้กัญชาเสรีจนเกินไป ไม่มีการไคร่ควาญอย่างละเอียด และไม่มีกฎหมายควบคุมจนเด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงได้ง่ายหรือแม้ว่าจะมีพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)กัญชากัญชงออกมาใช้ก็ไม่ทัน รวมทั้งยังจะเสียเวลา เพราะกฎหมายนี้ไม่มีความพร้อม และไม่สมบูรณ์ จึงเห็นว่า ควรจะทุเลาประกาศนี้ออกไปก่อน ซึ่งจะไม่มีผลต่อการใช้ทางการแพทย์ เพราะมีประกาศเดิม 2563 รองรับการใช้งานทางการแพทย์อยู่แล้ว

ด้านนายสุทิน ระบุว่า ได้รับการประสานจากองค์กรแพทย์ ซึ่งการทำงานสอดคล้องกับฝ่ายค้านที่มองว่าการดำเนินการกัญชาเสรีในปัจจุบันเป็นเรื่องน่าห่วง และกฎหมายที่จะออกมาควบคุมนอกจากจะไม่เป็นผลดีแล้ว จะเป็นผลเสียมากกว่า

“ประชาธิปัตย์ ระส่ำหนัก” รองหัวหน้าพรรค ยอมรับเลือดยังไหลไม่หยุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535846

10 พ.ย. 2565

"ประชาธิปัตย์ ระส่ำหนัก" รองหัวหน้าพรรค ยอมรับเลือดยังไหลไม่หยุด

“สาธิต ปิตุเตชะ” ยอมรับ พรรคประชาธิปัตย์ เลือดยังไหลไม่หหยุด ส.ส.ย้ายพรรคยังเป็นปัญหา ที่ผู้บริหารต้องเร่งแก้ไข

สาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับข่าวการย้ายพรรคของส.ส.ประชาธิปัตย์ มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของคนพรรค เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องเร่งแก้ไข 
ส่วนจะต้องมีการพูดคุยกับ ส.ส. หรือแนวทางป้องกันไม่ให้มี ส.ส. ลาออกเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ถ้ามีคนไหลออกไป ผู้บริหารก็ต้องพิจารณาด้วยว่าเกิดจากอะไร

สำหรับคำถามที่ว่า ส.ส. จะลาออกเพื่อไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติจริงหรือไม่ นายสาธิต กล่าวว่า ใช่ ก่อนจะเปลี่ยนคำพูดว่าสิ่งที่ตนหมายถึงต้องเช็กข่าวก่อน เพราะตอนนี้ข้อมูลยังไม่ชัดเจน เดี๋ยวค่อยพูดอีกที กล่าวถึงกระแสข่าวที่  ส.ส. ภายในพรรคเตรียมย้ายสังกัด ไปร่วมงานการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติว่า ยังไม่ทราบว่าเป็นจริงหรือไม่ เพราะตอนนี้เป็นเพียงกระแสข่าว 


ส่วนบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้  ระหว่างวาระการพิจารณาญัตติด่วน เรื่องปัญหาอุทกภัย และเหตุกราดยิงที่จ.หนองบัวลำภู น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีคิวอภิปรายปัญหาน้ำท่วมที่ จ.อุบลราชธานี ได้เดินมายังที่นั่งโซนของพรรคภูมิใจไทย ข้างๆกับ พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เพื่ออภิปรายบริเวณดังกล่าว 

แต่ก่อนที่จะเริ่มพูด เจ้าหน้าที่รัฐสภา ก็ได้นำป้ายของพรรคประชาธิปัตย์มาวางเคียงข้างป้ายของพรรคภูมิใจไทย ทำให้ น.ส.แนนถึงกับหัวเราะและออกอาการเขิน ก่อนจะแนะนำตัว โดยไม่ได้ระบุสังกัดพรรค แล้วอภิปรายถึงปัญหาของประเทศต่อไป

ก้าวไกล ยื่น ผู้ตรวจการแผ่นดินระงับใช้ประกาศ “กัญชาเสรี”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535834

10 พ.ย. 2565

ก้าวไกล ยื่น ผู้ตรวจการแผ่นดินระงับใช้ประกาศ "กัญชาเสรี"

ยื่น “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ส่งศาลปกครอง ระงับใช้คำสั่งกระทรวงสาธารณสุข ปลดกัญชาพ้นยาเสพติด หลังกฎหมายยังไม่ผ่านสภา

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อมนายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 230 ประกอบมาตรา 231 ร้องเรียนการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารสุขและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเพื่อให้มีการปรับปรุงกฎหมายจากกรณีการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขกระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 โดยขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินฟ้องศาลปกครองเพิกถอนการใช้ประกาศฉบับปี 2565 และเสนอให้กระทรวงและคณะกรรมการมีแนวทางควบคุมการใช้กัญชาให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย

นายแพทย์วาโย ระบุว่า จากที่ได้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ระบุชัดเจนว่าการออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขกระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษ 5 ลงวันที่ 8 ก.พ. 65 มีปัญหา แต่รัฐมนตรีก็ยังนิ่งเฉยขณะที่ที่ประชุมสภาได้มีการอภิปรายเรื่องนี้เพิ่มเติมหลายครั้ง รวมไปถึงได้มีการทักท้วงผ่านสื่อมวลชนมาโดยตลลอด แต่ยังไม่มีการแก้ไขประกาศฉบับนั้น บอกแต่ว่าต้องรอให้พรบ.กัญชา-กัญชงที่มีการแก้ไขประกาศออกมา แต่ระหว่างนี้เกิดสูญญากาศและมีข่าวสารออกมาโดยตลอดว่าช่วงที่ไม่มีระเบียบมาควบคุมเกิดปัญหาจริงๆ หากผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นด้วย ศาลปกครองเห็นด้วยก็ระงับประกาศกระทรวงฉบับที่มีปัญหานี้ไปก่อนและกลับไปใช้ตัวประกาศเดิม ไปก่อนระหว่างที่รอพ.ร.บ.กัญชา-กัญชงเสร็จสมบูรณ์

การออก พ.ร.บ.กัญชา ที่ยังไม่มีความชัดเจนทำให้ตอนนี้ประเทศไทยเกิดภาวะกัญชาเสรีแทบจะที่สุดในโลก ในระหว่างที่ พ.ร.บ.กัญชายังไม่มีความชัดเจนว่าจะออกมาควบคุมได้หรือไม่ กฎกระทรวงที่เอากัญชาออกจากยาเสพติดประเภท 5 ก็ควรหยุดไปก่อนแล้วกลับไปใช้กฎกระทรวงฉบับเดิม การยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินในวันนี้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อควบคุมช่วงสุญญาการของกฎหมายเท่านั้น