ทนายบิลลี่ “ย้ายซบเพื่อไทย” ตามคาด ลั่นเป็นความหวังฝ่ายประชาธิปไตย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535824

10 พ.ย. 2565

ทนายบิลลี่ "ย้ายซบเพื่อไทย" ตามคาด ลั่นเป็นความหวังฝ่ายประชาธิปไตย

อดีต ส.ส. “ก้าวไกล” สมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว เชื่อมั่นตอบโจทย์ทางการเมือง คาด ได้ลงสมัคร ส.ส.ในพื้นที่เดิม

พรรคเพื่อไทยแถลงข่าว เปิดตัว จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ (บิลลี่) เข้าสมัครสมาชิกที่พรรคเพื่อไทยโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคและ น.ส.ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรคเพื่อไทย

จิรวัฒน์ บอกว่า เลือกเพื่อไทย เพราะยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย และเป็นพรรคที่สามารถให้ความหวังในการเลือกตั้งครั้งหน้ากับพี่น้องประชาชนได้ พรรคเพื่อไทยในวันก่อนกับพรรคเพื่อไทยในวันนี้ มีความแตกต่างอย่างชัดเจน มีความทันสมัย เข้าใจโลก และคนรุ่นใหม่ หวังว่าการเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคจะได้เป็นผู้สมัครส.ส.หรือไม่ ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรค และต้องขอขอบคุณ พรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล ที่ให้ประสบการณ์ ทางการเมือง

 จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์  สมาชิกพรรคเพื่อไทยจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย

4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จิราวัฒน์ อรัณยกานนท์ หรือ ทนายบิลลี่ ส.ส.กทม. ได้ส่งตัวเเทนเดินทางไปที่ทำการพรรคก้าวไกล อาคารอนาคตใหม่ เพื่อยื่นหนังสือลาออกกับนายทะเบียนพรรคก้าวไกล  โดยมีรายงานว่าการลาออกจากพรรคก้าวไกล  เพื่อย้ายไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย คาดว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเดิม

ขณะที่พรรคก้าวไกล ส่ง สิริน สงวนสิน มาเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม.ในเขตนี้ สำหรับสิริน  อายุ 28 เป็นอดีตผู้บริหารเครือฮอนด้า ปิ่นเกล้า ส่วนประวัติการทำงานทางการเมือง ที่น่าสนใจ มีอาทิ อนุกมธ.พิจารณาศึกษาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตของประชาชนและประเทศ ที่ปรึกษาประธานกมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่ปรึกษาคณะกมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ อนุกรรมการสำนักการโยธา และ การวางผังเมือง กทม.และที่ปรึกษาประธานกต.ตร สถานีตำรวจนครบาลตลิ่งชัน เป็นต้น 

ฟ้อง “ศาลปกครอง” เพิกถอนประกาศ อนุญาต ต่างด้าวครอบครองที่ดิน 35 ไร่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535820

10 พ.ย. 2565

ฟ้อง "ศาลปกครอง" เพิกถอนประกาศ อนุญาต ต่างด้าวครอบครองที่ดิน 35 ไร่

“ศรีสุวรรณ จรรยา” ขอพึ่งอำนาจศาลปกครอง สั่งเพิกถอนประกาศขายแผ่นดิน เอาใจนักลงทุนต่างชาติ ครอบครองที่ดินได้ 35 ไร่

ศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นศาลปกครองกลาง ฟ้องนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ด BOI) ฐานกระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีลักษณะเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ กรณีออกประกาศให้นักลงทุนที่เป็นนิติบุคคลจากต่างด้าวที่มีทุนจดทะเบียนเพียง 50 ล้านบาท สามารถซื้อที่ดินหรือถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินในไทยได้ถึง 35 ไร่ จากการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้ออกประกาศอนุญาตให้นิติบุคคลต่างด้าวที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน สามารถซื้อหรือถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินสำหรับเป็นที่ตั้งสำนักงานและที่พักอาศัยในไทยได้ไม่เกิน 35 ไร่

แบ่งเป็นที่ดินสำหรับเป็นที่ตั้งสำนักงานได้ไม่เกิน 5 ไร่ ที่ดินสำหรับเป็นที่พักอาศัยของผู้บริหารหรือผู้ชำนาญการได้ไม่เกิน 10 ไร่ ที่ดินสำหรับเป็นที่พักอาศัยของคนงานได้ไม่เกิน 20 ไร่ โดยที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานและที่พักอาศัยจะอยู่ในบริเวณเดียวกันกับที่ดินอันเป็นที่ตั้งสถานประกอบการหรือไม่ก็ได้

ซึ่งประกาศดังกล่าวไม่มีการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด อันเป็นการชี้ให้เห็นถึงข้อพิรุธอย่างชัดแจ้ง ซึ่งมติครม.ให้ต่างด้าวซื้อที่ดินอยู่อาศัยได้ 1 ไร่ก่อนหน้านี้ว่าหนักแล้วประกาศนี้อัปยศยิ่งกว่า

การออกประกาศดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่านายกรัฐมนตรีและบอร์ด BOI ไม่ยี่หระต่อเสียงคัดค้านของประชาชนเจ้าของประเทศที่แท้จริง หรือต้องการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนที่มีที่ดินเก็บไว้ในมือคนเดียวนับแสนไร่ได้ระบายออกได้หรือไม่ เช่น บางตระกูลมีที่ดินมากถึง 630,000 ไร่ ในขณะที่คนส่วนใหญ่ของประเทศกว่า 75%ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง แต่กลับเปิดประตูให้นิติบุคคลต่างด้าวที่มีทุนจดทะเบียนเพียง 50 ล้านบาทเพียงบริษัทเดียวก็สามารถมาซื้อที่ดินในไทยได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศได้ถึง 35 ไร่

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ตัวแทนคนริมคลอง และคนที่ถูกภาครัฐไล่รื้อบ้านเรือนให้ออกไปจากแผ่นดินเกิด ไม่อาจปล่อยให้นายกรัฐมนตรีและบอร์ด BOI ใช้อำนาจได้โดยย่ามใจเพื่อเอาใจบริษัทต่างด้าวเยี่ยงนี้ได้ จึงต้องนำความมาฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนการประกาศที่เรียกสั้นๆว่า การขายแผ่นดินกิน ฉบับนี้

นายกรัฐมนตรี ร่วม “ประชุมอาเซียน” ที่กัมพูชา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535812

10 พ.ย. 2565

นายกรัฐมนตรี ร่วม "ประชุมอาเซียน" ที่กัมพูชา

นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เข้าร่วมประชุม “อาเซียน” ที่ประเทศกัมพูชา 10-13 พฤศจิกายนนี้ ภายใต้คอนเซ็ป รับมือความท้าทายร่วมกัน

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อม นางนราพร ภริยา ออกเดินทางจากท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 40 และ 41 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง ที่ กรุงพนมเปญ กัมพูชา ระหว่างวันที่10-13 พฤศจิกายน 2565 โดยมีกำหนดการประชุมที่สำคัญของนายกรัฐมนตรี วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน 2565 ช่วงบ่าย จะมี การหารือระหว่างผู้นำประเทศอาเซียนกับผู้แทนสมัชชารัฐสภาอาเซียน การหารือระหว่างผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนกับผู้แทนเยาวชนอาเซียน การหารือระหว่างผู้นำอาเซียนกับผู้แทนสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน – การประชุมระดับผู้นำ ครั้งที่ 14 แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ3 ฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย

นายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมอาเซียนนายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมอาเซียน

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2565 จะมีพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 40 และ 41 และ การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 41 การประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 25 การประชุมสุดยอดอาเซียน สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 23 การประชุมสุดยอดอาเซียน สหประชาชาติ ครั้งที่ 12

วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2565

เป็นการประชุมสุดยอดอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 25 การประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย ครั้งที่ 19 เพื่อฉลองวาระครบรอบ 30 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย การประชุมสุดยอดอาเซียน ออสเตรเลีย การประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 25 การประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ ครั้งที่ 10 การประชุมสุดยอดอาเซียน-แคนาดา สมัยพิเศษ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-แคนาดา และงานเลี้ยง Gala Dinner

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2565 เช้ามี การประชุม ASEAN Global Dialogue ครั้งที่ 2

การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 17

12.30 น. มีพิธีปิด และพิธีส่งมอบตำแหน่งประธานอาเซียน

และ ในช่วงเย็น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางกลับประเทศไทย

อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกรัฐบาล เผยว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นบทสรุปของการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของกัมพูชาในปี 2565 ภายใต้แนวคิดหลัก “อาเซียน เอ.ซี.ที : รับมือความท้าทายร่วมกัน” (ASEAN A.C.T.: Addressing Challenges Together) โดยกัมพูชาจะทำหน้าที่ประธานอาเซียนต่อไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565

ประเด็นสำคัญที่จะมีการหยิบยกและไทยมุ่งผลักดัน เช่น การเสริมสร้างประชาคมอาเซียนเพื่อรับมือกับความท้าทายร่วมกัน เช่น ด้านสาธารณสุข และด้านเศรษฐกิจ เป็นต้น การสร้างโอกาสสำหรับอนาคตที่ยั่งยืน และการรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค โดยมี key message ในการประชุมสุดยอดฯ ครั้งนี้ คือ “สร้างปัจจุบันให้เข้มแข็ง – ร่วมแรงสู่อนาคต – เคารพวิถีอาเซียน”

“พรรคก้าวไกล” เตรียมร้อง ป.ป.ช. ไต่สวน กสทช.ใช้เงินซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535765

09 พ.ย. 2565

"พรรคก้าวไกล" เตรียมร้อง ป.ป.ช. ไต่สวน กสทช.ใช้เงินซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก

“กสทช.”ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ หลังอนุมัติงบฯให้การกีฬาแห่งประเทศไทย ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก ก้าวไกล เตรียมร้องป.ป.ช.เอาผิดต่อไป

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้า พรรคก้าวไกล กล่าวภายหลังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) อนุมัติเงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) 600 ล้านบาท ให้ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย ว่า ฟังจากเหตุผลมีการอ้างว่า กองทุนกทปส.ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 52 (1) ซึ่งมาตราดังกล่าวมีเนื้อหาเพื่อช่วยคนพิการคนพิการ หรือผู้ด้อยโอกาสได้มีการเข้าถึงการกระจายเสียงของวิทยุโทรทัศน์เสมือนบุคคลทั่วไป ซึ่งหากเราใช้สามัญสำนึกพิจารณาเรื่องนี้ ก็จะพบว่ามันไม่เข้ากับวัตถุประสงค์ แต่ก็ยังมีการตีความที่จะบิดเบือนกฎหมายเพื่อให้กสทช. อนุมัติ

มูลค่าที่การกีฬาแห่งประเทศไทยขอสนับสนุน 1,600 ล้านบาท แต่กสทช. อนุมัติเพียง 600 ล้านบาท ต้องจับตาดูว่าเงินอีก 1,000 ล้าน จะหามาจากที่ไหน อาจจะใช้โมเดลเช่นเดียวกับการถ่ายทอดกีฬาโอลิมปิก ที่มีการสมทบกันระหว่างกสทช. กับกองทุนพัฒนากีฬา ซึ่งตนเข้าใจว่ากีฬาโอลิมปิกมีความจำเป็น และมีการเข้าถึงประชาชนจริงๆ เนื่องจากมีคนไทยเข้าร่วม แต่สำหรับฟุตบอลโลกไม่ได้มีเงื่อนไขแบบนี้ และด้วย Must Have   Must Carry ที่จำเป็นต้องมีการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี ยังคงเป็นปัญหา

ศิริกัญญา ยังกล่าวถึงงบประมาณของกองทุน พัฒนากีฬา ว่า จากที่ได้ไปติดตามล่าสุดปี  2562 เหลือ 4-5 พันล้านบาท ที่เพิ่งส่งเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีปลายปี 2565 ทำให้ไม่ทราบว่าในขณะนี้เหลือเงินเท่าไหร่ และจะพอสมทบกับทาง
กสทช. หรือไม่ ซึ่งเราต้องมีการติดตามทักท้วงว่าการทำเช่นนี้ถูกวัตถุประสงค์หรือไม่  ยืนยันว่าตามข้อกฎหมายถือว่ามีความผิดอย่างแน่นอน กรณีดังกล่าวนี้ไม่ใช่ลักษณะเดียวกับกีฬาโอลิมปิก  และถึงแม้กสทช. เป็นองค์กรอิสระตรวจสอบได้ยาก แต่พรรคก้าวไกลจะตั้งกระทู้ถามไปยังรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ต่อไป.

ตั้งไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535757

09 พ.ย. 2565

ตั้งไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ได้รับการแต่งตั้งเป็น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี หลังลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ควันยังไม่ทันจาง

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 289/2565 เรื่อง แต่งตั้งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินและการขับเคลื่อนงานของรัฐบาลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534  นายกรัฐมนตรีจึงแต่งตั้ง นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาและพิจารณาเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย 

ให้ส่วนราชการสนับสนุนการดำเนินงานของที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีตามที่ได้รับการร้องขอ และให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของที่ปรึกษาฯ สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ โดยให้เบิกจ่ายจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ไตรรงค์ มอบหมายได้ให้เลขานุการส่วนตัวมายื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ เพื่อขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ต่อเจ้าหน้าที่พรรคประชาธิปัตย์ที่สำนักงานใหญ่พรรค ถนนเศรษฐศิริ

หนังสือลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ของไตรรงค์ สุวรรณคีรีหนังสือลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ของไตรรงค์ สุวรรณคีรี

เนื้อหาในหนังสือระบุว่า มีความประสงค์ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และทุกตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ และมีข่าวว่า เขาจะย้ายเข้ามาร่วมงานการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ จนกระทั่ง นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา ตามเส้นทางเดียวกันกับ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค  หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

ศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัย กฎหมาย “เลือกตั้ง” 30 พ.ย. นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535744

09 พ.ย. 2565

ศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัย กฎหมาย "เลือกตั้ง" 30 พ.ย. นี้

30 พฤศจิกายนนี้ “ศาลรัฐธรรมนูญ” นัดอ่านคำวินิจฉัย กฎหมายเลือกตั้งส.ส. ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ หลังมีการแก้ที่มาส.ส.ใหม่

ศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัย กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 93  94 หรือไม่ วันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ หลังจากประธานรัฐสภาส่งความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 132 ว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ….มาตรา 25 และมาตรา 26 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 93 และมาตรา 94 หรือไม่และตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่

กรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา รวม 105 คน เข้าชื่อเสนอความเห็นต่อประธานรัฐสภา (ผู้ร้อง) เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า (1) ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ . พ.ศ…. มาตรา 25 และมาตรา 26 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 93 และมาตรา 94 หรือไม่ และ (25) ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ .) พ.ศ.ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง กำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในวันพุธที่ 30 พฤศจิกายน 2565 เวลา09.30 น.

อนุทินยืนยัน “พรรคภูมิใจไทย” พูดคุยได้ ไม่เรื่องมาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535739

09 พ.ย. 2565

อนุทินยืนยัน "พรรคภูมิใจไทย" พูดคุยได้ ไม่เรื่องมาก

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยัน ไม่มีปัญหาการทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาล สนับสนุนใครเป็นนายกฯ ไว้คุยกันหลัง “เลือกตั้ง”

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยอมรับว่ามีการหารือกับนายกรัฐมนตรีเรื่องทิศทางการเมืองในอนาคต
ขณะพา ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เข้าพบขอพร พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ในโอกาสวันคล้ายเกิดปีที่ 60 ปี โดยระบุว่านายกรัฐมนตรีพูดถึงทิศทางการทำงานการเมือง ว่า ให้ทำงานกันไป พร้อมสอบถามว่ามีปัญหาอะไรกันหรือไม่ ปัญหาที่เป็นข่าวเป็นอย่างไร ซึ่งได้ยืนยันไปว่าเป็นเพียงความเห็นที่แตกต่าง
สุดท้ายก็เป็นเรื่องของสภาฯ  

ยกตัวอย่างเช่นกฎหมายกัญชาที่มีการพิจารณากันอยู่ ซึ่งเราก็ต้องรับฟังฝ่ายที่เห็นต่าง เชื่อว่า กรรมาธิการจะรับฟังและนำไปแก้ไขปรับปรุง ยืนยันว่าไม่มีปัญหา ไม่ทําให้รัฐบาลมีอุปสรรค โดยนายกรัฐมนตรีได้สอบถามเรื่องการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งของพรรคภูมิใจไทย ก็ได้เรียนนายกฯไปว่า เตรียมการมาระยะหนึ่งแล้ว ตั้งแต่รัฐบาลเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว

อนุทิน มองว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ ย้ายไปนั่งหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ จะถือเป็นผลดี สำหรับผู้ที่เป็นนักการเมือง ยกตัวอย่างเช่นตนตอนที่ยังไม่ได้เป็น ส.ส. ก็เคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อน พอมาเป็น ส.ส. ก็จะเป็นฐานการเมืองที่แน่นหนา และมีความสมบูรณ์  การเลือกตั้งครั้งหน้าก็จะเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ไม่ใช่การเปลี่ยนถ่ายจากสมัยคราวที่แล้ว ที่มีคสช. มีบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ แต่การเลือกตั้งครั้งหน้าเหลือแค่ ส.ว.

ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะสนับสนุนใครต้องดูการตัดสินใจของประชาชน
ไม่สามารถพูดอะไรก่อนการเลือกตั้งได้ คนที่ตัดสินใจอนาคตของนักการเมืองหรือทิศทางทางการเมือง คือพี่น้องประชาชน และเรากําลังจะมีการเลือกตั้งไม่เกิน 6-8 เดือนข้างหน้านี้ เพราะฉะนั้นเราต้องฟังเสียงของพี่น้องประชาชน หลังการเลือกตั้งเราจะเห็นทิศทางที่ชัดเจน  พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เป็นคนพูดยาก

“เพื่อไทย” ข้องใจ จ่ายลิขสิทธิ์ฉาย “ฟุตบอลโลก” แพงลิ่ว ถาม มีใครรับเงินทอน?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535730

09 พ.ย. 2565

"เพื่อไทย" ข้องใจ จ่ายลิขสิทธิ์ฉาย "ฟุตบอลโลก" แพงลิ่ว ถาม มีใครรับเงินทอน?

“เพื่อไทย” จี้รัฐทบทวนใช้งบ 1,600 ล้าน ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด “ฟุตบอลโลก” แพงท่าตัว ถาม มีใครรับเงินทอนหรือไม่ บี้รัฐบาลประกาศลาออก หากไร้ฝีมือ

วันนี้ 9 พ.ย. หลายฝ่ายจับตาการประชุมของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ซึ่งจะมีวาระการพิจารณาการจัดสรรเงินอุดหนุนให้กับ การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. เพื่อซื้อลิขสิทธิ์ ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ระหว่างวันที่ 21 พ.ย. – 18 ธ.ค. 65 2022 ในวงเงิน 1,600 ล้านบาท จากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) 

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย มองว่า การจะซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกในราคาดังกล่าว เป็นราคาที่แพงเกินควร  แพงกว่าประเทศอื่นเท่าตัว คนไทยควรได้ดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก แต่ต้องมีราคาที่สมเหตุสมผล เพราะในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำย่ำแย่ ประชาชนชักหน้าไม่ถึงหลัง หลายคนยังตกงาน ไม่มีงานทำ การจะใช้เงินงบประมาณในทุกภาคส่วนต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลรองรับที่เหมาะสม เพราะประชาชนอาจตั้งคำถามได้ว่าจะมี มีใครรอรับตังค์ทอน ส่อทุจริตหรือไม่  

พรรคเพื่อไทย มีความกังวลในเรื่องนี้ ดังนั้นรัฐบาลไม่ควรนิ่งเฉย ปล่อยปละละเลยให้ไทยต้องจ่ายแพง กสทช.เองควรต้องทบทวนอย่างถี่ถ้วน และต้องตอบประชาชนให้ได้ว่าทำไม ไทยต้องจ่ายแพงกว่าประเทศอื่น 

นายชนินทร์ กล่าวว่า 8 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี การใช้เงินภาษีประชาชนนั้น ทำได้ไม่ดีนัก ดังนั้นในครั้งนี้การใช้จ่ายงบทุกอย่างต้องไม่สุรุ่ยสุร่าย ใช้จ่ายมือเติบ เพราะประเทศไทยก็อับอายมากพอแล้วจากอันดับดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันของไทยที่ลดต่ำลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในปี 2564 คะแนนของไทยลดลง จาก 36 เหลือ 35 คะแนน อันดับร่วงลงจากอันดับที่ 104 ในปี 2563 มาอยู่อันดับที่ 110 ในปี 64 หากรัฐบาลไม่มีความรู้ความสามารถในการซื้อของ ในราคาสมเหตุสมผล ในภาวะข้าวยากหมากแพงแบบนี้ ก็ไม่สมควรเป็นรัฐบาลซึ่งต้องเป็นที่พึ่งที่หวังของพี่น้องประชาชน

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทยนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย

ข่าวดี “แท็กซี่-วิน-สามล้อ” เสียภาษีประจำปีลดลง 90%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535727

09 พ.ย. 2565

ข่าวดี "แท็กซี่-วิน-สามล้อ" เสียภาษีประจำปีลดลง 90%

ประกาศใช้ พรฎ.ลดภาษีประจำปี สำหรับ “แท็กซี่-วิน-สามล้อ” ครบกำหนดชำระตั้งแต่ 1 ต.ค.65 – 30 ก.ย.66 ปรับลดร้อยละ90 เพื่อช่วยลดต้นทุน ท่ามกลางของแพง น้ำมันแพง

วันแรกของการประกาศใช้ พระราชกฤษฎีกา ลดภาษีประจำปีสำหรับ รถยนต์รับจ้าง และ รถจักรยานยนต์สาธารณะ พ.ศ. 2565″ ที่ครบกำหนดเสียภาษีประจำปีในระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2566 ลงร้อยละ90 ของอัตราภาษีประจำปีท้ายพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พระราชกฤษฎีกา ลดภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์รับจ้างและรถจักรยานยนต์สาธารณะ พ.ศ. 2565 เพื่อช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนในกับการประกอบการรถสาธารณะทั้งรถยนต์รับจ้าง หรือแท็กซี่ รถสามล้อ และรถจักรยานยนต์สาธารณะ หรือวินมอเตอร์ไซค์ ประกอบกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติโลกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งรัฐบาลมุ่งแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม ด้วยการช่วยลดต้นทุนการประกอบอาชีพให้ต่ำที่สุด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต และลดปัญหาหนี้สิน เพื่อให้คนไทยพ้นจากความยากจนให้มากที่สุด

สำหรับอัตราการจัดเก็บภาษีที่ปรับลดลง ตัวอย่างมีดังนี้

1.รถแท็กซี่ น้ำหนักรถ 1,300 กก. เดิมจัดเก็บภาษี 685 บาท ลดเหลือ 68.50 บาท/คัน 

2.รถแท็กซี่ น้ำหนักรถ 2,000 กก. เดิมจัดเก็บภาษี 1,060 บาท ลดเหลือ 106 บาท/คัน

3.รถยนต์สามล้อรับจ้าง เดิมจัดเก็บภาษี 185 บาท ลดเหลือ 18.5 บาท/คัน

4.รถจักรยานยนต์สาธารณะ เดิมจัดเก็บภาษี 100 บาท ลดเหลือ 10 บาท/คัน
น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีน.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

“พรรคก้าวไกล” ค้าน กสทช. ใช้เงินผิดประเภท ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกราคาแพง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535724

09 พ.ย. 2565

"พรรคก้าวไกล" ค้าน กสทช. ใช้เงินผิดประเภท ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกราคาแพง

ก้าวไกล จี้ “กสทช.” แก้เงื่อนไข Must Carry ทำราคาลิขสิทธิ์บอลโลก ราคาสูงลิ่ว เชื่อมีใบสั่งเพราะเป็นช่วงใกล้เลือกตั้ง

ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุว่า มีเรื่องจำเป็นที่จะต้องจับตาและคัดค้าน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  (กสทช.) ซึ่งจะมีมติอนุมัติงบถ่ายทอดฟุตบอลโลก ในวันนี้  โดยสาเหตุที่จำเป็นต้องคัดค้าน ไม่ใช่ต้องการขัดลาภแฟนบอลทุกคนในประเทศไทย ไม่ให้ได้รับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งนี้
แต่เห็นว่า กสทช. ไม่ควรที่จะทำผิด กฏหมาย เพียงเพื่อทำตามใบสั่งของใครบางคน เพราะตามวัตถุประสงค์ของ กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. ไม่ได้มีระบุว่าจะให้นำเงินไปใช้ในการซื้อลิขสิทธิ์ของการถ่ายทอดสดแต่อย่างใด

หากวันนี้ กสทช. จะบิดเบือนกฎหมายเพื่อทำในสิ่งที่กฎหมายไม่อนุญาตให้ทำ ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเพราะก่อนหน้านี้เราเคยเห็นมาแล้วว่า กสทช. มีอำนาจเต็ม แต่กลับไม่ทำตามกฏหมาย อย่างกรณีของทรูและดีแทค  แน่นอนว่า 1,600 ล้านบาท เป็นเงินจำนวนมากและเป็นมูลค่าที่แทบจะสูงที่สุดที่แต่ละประเทศจะต้องจ่าย  และที่สำคัญที่สุดก็คือจนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีเอกชนรายใดติดต่อที่จะซื้อลิขสิทธิ์ในครั้งนี้ดังนั้น แทนที่จะมีมติอนุมัติเงินหรือไม่ กสทช. ควรจะมีมติทบทวนกติกา Must have Must Carry เพื่อเปิดโอกาสให้กับชนเข้ามาซื้อลิขสิทธิ์และทำกำไรได้

ศิริกัญญา ระบุว่า ปัญหาดังกล่าว มาจากกฎอันพิลึกพิลั่นของ กสทช. เอง ที่กำหนดให้การถ่ายทอดสดกีฬาสำคัญ จำเป็นจะต้องถ่ายทอดผ่านฟรีทีวีเท่านั้น ทำให้เอกชนที่เป็นระบบกระจายเสียงผ่านการสมัครสมาชิก หรือเพลย์ทีวีคิดว่าไม่คุ้มทุนในการซื้อลิขสิทธิ์ที่แพงมาก พร้อมย้ำว่า จำนวน 1,600 ล้านบาท หากเราคำนึงว่าการถ่ายทอดฟุตบอลโลกจะเป็นประโยชน์กับเด็กและเยาวชน ที่จะสนใจในเรื่องของกีฬาและหันมาเล่นกีฬามากขึ้น ก็ควรเป็นหน้าที่ของกองทุนพัฒนากีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย ที่จะต้องจ่ายเงินในส่วนนี้ และยืนยันว่ากรณีนี้เป็นเรื่องของใบสั่งแน่นอน เพราะ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดเองว่า ไม่อยากรบกวนเงินของเอกชน และที่สำคัญ กองทุน กทปส. ก็ถูกรัฐหลวงเอาเงินไปตลอดเวลา ตั้งแต่สมัย คสช. พร้อม เรียกร้อง กสทช. ให้ปฏิบัติตามกฏหมายที่มี อย่างตรงไปตรงมาไม่ปฏิบัติตามใบสั่งของใคร ใช้เงินเพื่อหาคะแนนเสียงให้กับตัวเองในช่วงใกล้เลือกตั้ง