ตระกูล “ชินวิตร” ยังขายได้ “นิด้าโพล” เผย คนเหนือเลือก “แพทองธาร” นายกฯหญิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535500

06 พ.ย. 2565

ตระกูล "ชินวิตร" ยังขายได้ "นิด้าโพล" เผย คนเหนือเลือก "แพทองธาร" นายกฯหญิง

“นิด้าโพล” เผยผลสำรวจ คนเหนือเลือก “แพทองธาร” นายกรัฐมนตรี “พิธา” อันดับ 2 ส่วนพรรคการเมือง “เพื่อไทย” ครองทั้ง ส.ส.แบ่งเขต-บัญชีรายชื่อ

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “คนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคนเหนือ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2565 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในภาคเหนือ จำนวน 2,000 ราย

ตระกูล "ชินวิตร" ยังขายได้ "นิด้าโพล" เผย คนเหนือเลือก "แพทองธาร" นายกฯหญิง

ประเด็น สนับสนุนให้เป็น “นายกรัฐมนตรี”

อันดับ 1 ร้อยละ 31.70 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊งค์ (พรรคเพื่อไทย) เพราะ เป็นคนรุ่นใหม่ ชื่นชอบพรรคเพื่อไทย นโยบายของพรรคทำได้จริง ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบผลงานของตระกูลชินวัตร 
อันดับ 2 ร้อยละ 15.00 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ เป็นคนรุ่นใหม่ เป็นคนมีวิสัยทัศน์ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบนโยบายและอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคก้าวไกล
อันดับ 3 ร้อยละ 12.65 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 
อันดับ 4 ร้อยละ 12.50 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะ เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ และต้องการให้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง 
อันดับ 5 ร้อยละ 6.55 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะ เป็นคนมีประสบการณ์ด้านการบริหาร ชื่นชอบนโยบายของพรรค ขณะที่บางส่วนระบุว่า ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารประเทศ 

อันดับ 6 ร้อยละ 6.20 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะ เป็นคนตรงไปตรงมา มีความซื่อสัตย์สุจริต และชื่นชอบวิธีการทำงาน 
อันดับ 7 ร้อยละ 3.85 ระบุว่าเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) เพราะ เป็นคนที่พูดจริงทำจริง มีประสบการณ์ด้านการบริหาร และชื่นชอบพรรคเพื่อไทย
อันดับ 8 ร้อยละ 2.50 ระบุว่าเป็น นายกรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า) เพราะ เป็นคนมีความรู้ มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ และมีประสบการณ์ด้านการบริหาร 
อันดับ 9 ร้อยละ 2.00 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะ เป็นคนพูดจริงทำจริงและชื่นชอบนโยบายของพรรคภูมิใจไทย 
อันดับ 10 ร้อยละ 1.85 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ 
อันดับ 11 ร้อยละ 1.10 ระบุว่าเป็น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะ มีประสบการณ์ด้านการบริหาร ชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา และชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์ 
อันดับ 12 ร้อยละ 1.05 ระบุว่าเป็น ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ (พรรคสร้างอนาคตไทย) เพราะ เป็นคนมีความรู้ มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ขณะที่บางส่วนระบุว่า เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหาร 

โดยร้อยละ 3.05 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ) ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา) นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคไทยศรีวิไลย์) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) นายเศรษฐา ทวีสิน นายเทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนากล้า) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ) และนายชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์) 

เมื่อจำแนกตามกลุ่มจังหวัดของภาคเหนือ (ตอนบน และตอนล่าง) พบว่า  น.ส.แพทองธาร ครองแชมป์อันดับ 1 ทุกพื้นที่ พิธา และพลเอกประยุทธ์  สลับกันนั่งอันดับที่ 2 บางพื้นที่

ประเด็น พรรคการเมืองที่คนเหนือมีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส.แบ่งเขต 
อันดับ 1 ร้อยละ 48.70 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย 
อันดับ 2 ร้อยละ 16.40 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล 
อันดับ 3 ร้อยละ 10.40 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ 
อันดับ 4 ร้อยละ 8.05 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ 
อันดับ 5 ร้อยละ 5.45 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ 
อันดับ 6 ร้อยละ 2.50 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย 
อันดับ 7 ร้อยละ 2.20 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย 
อันดับ 8 ร้อยละ 2.05 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย 

โดยร้อยละ 4.25 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคสร้างอนาคตไทย ไม่ตอบ/ไม่สนใจ พรรคกล้า พรรคไทยภักดี พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคเศรษฐกิจไทย พรรคเทิดไท พรรครวมพลัง (พรรครวมพลังประชาชาติไทย) และพรรคเศรษฐกิจใหม่
 
ประเด็น พรรคการเมืองคนเหนือมีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 
อันดับ 1 ร้อยละ 48.75 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย 
อันดับ 2 ร้อยละ 16.15 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล 
อันดับ 3 ร้อยละ 11.55 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ 
อันดับ 4 ร้อยละ 7.20 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ 
อันดับ 5 ร้อยละ 4.75 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ 
อันดับ 6 ร้อยละ 2.85 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย 
อันดับ 7 ร้อยละ 2.25 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย 
อันดับ 8 ร้อยละ 1.90 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย 

โดยร้อยละ 4.60 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคชาติพัฒนากล้า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ พรรคสร้างอนาคตไทย พรรคไทยภักดี พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคกล้า พรรคไทยศรีวิไลย์ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคเศรษฐกิจใหม่ พรรคเศรษฐกิจไทย พรรคเทิดไท และพรรครวมพลัง (พรรครวมพลังประชาชาติไทย)

ผลสำรวจนิด้าโพลผลสำรวจนิด้าโพล

“ประชาธิปัตย์” ไม่สนใจกระแส “ยุบสภา” ตามกูรูทั้งหลายวิเคราะห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535493

06 พ.ย. 2565

"ประชาธิปัตย์" ไม่สนใจกระแส "ยุบสภา" ตามกูรูทั้งหลายวิเคราะห์

“ประชาธิปัตย์” ไม่สนใจกระแส “ยุบสภา” ตามกูรูทั้งหลายวิเคราะห์ เดินหน้าทำงานหนักตามนโยบาย เต็มที่ทุกนาทีก่อนครบวาระ

สัปดาห์ที่ผ่านมากลับมาอีกครั้งกับกระแสข่าว “ยุบสภา” ในเร็วๆ นี้ ทั้งจับตา สถานการณ์หลังประชุมเอเปค และ ก่อนวันที่ 24 ธ.ค. เนื่องจากเป็นระยะเวลา 90 วันก่อนรัฐบาลครบวาระ ส.ส.หลายคนอาจย้ายพรรค อาจส่งผลกระทบถึงตัดสินใจของ “นายกรัฐมนตรี” 


เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2565 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการพูดถึงกำหนดการยุบสภามากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่วนมากจะเป็นความเห็นจากฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น และกูรูการเมือง บางรายระบุชัดเจนว่า จะยุบสภาช่วงหลังประชุมเอเปค บางรายบอกว่าจะยุบสภา 24 ธ.ค. 2565 บางรายบอกว่าจะยุบสภาเดือน มี.ค. 2566 ขณะที่ผู้มีอำนาจยุบสภามีคนเดียว คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังไม่เคยพูดถึงหรือส่งสัญญาณใดๆ  
 

ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จึงไม่สนใจว่าจะ “ยุบสภา” วันไหน แต่เรามุ่งมั่นตั้งใจที่จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำงานตามอำนาจหน้าที่ ทุกภาคส่วนของพรรค ตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานไปจนถึงผู้บริหารพรรค ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานหนักเพื่อให้ประชาธิปัตย์กลับมาเป็นขวัญใจคนเดิมของพี่น้องประชาชน และทำตามนโยบายที่เคยประกาศไว้อย่างเต็มกำลังความสามารถทุกเวลานาที

ทำงานใน 3 ส่วนสำคัญคือ

1. งานบริหารราชการแผ่นดินในฐานะรัฐมนตรี 
ขณะนี้รัฐมนตรีของพรรคทุกคนใช้ความรู้ ความสามารถทำงานในกระทรวงต่างๆ จนบรรลุเป้าหมายตามนโยบายเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ที่มีหัวหน้าพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรัฐมนตรี ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีเลขาธิการพรรค ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นรัฐมนตรี และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีนายจุติ ไกรฤกษ์ เป็นรัฐมนตรี ทุกคนล้วนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน

2. งานสภา
ส.ส. ของพรรคในสภา ได้ปฏิบัติหน้าที่เต็มกำลังความสามารถทั้งการเสนอญัตติที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน การตั้งกระทู้ถามตรวจสอบการทำงานและการเสนอกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนางานด้านต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น ล่าสุด ส.ส. ประชาธิปัตย์ ก็ได้ร่วมกันผลักดันเสนอกฎหมายแก้ไขปัญหาให้พี่น้องชาวประมงที่ประสบปัญหาหลายด้านพร้อมทั้งเสนอทางออกของปัญหาเพื่อพี่น้องชาวประมงระยะยาวแบบถาวร

3. งานเตรียมการเลือกตั้ง
พรรคได้มีการเตรียมการเลือกตั้งผ่านกลไกการขับเคลื่อน 3 องค์ประกอบสำคัญของการเลือกตั้งคือ 1. นโยบายสาธารณะ 2. ผู้สมัครรับเลือกตั้ง 400 เขตทั่วประเทศ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ 100 คน 3. ยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง เพื่อนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้ได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์และขับเคลื่อนเดินหน้าอยู่ตลอดเวลา 

“ปชป.” มั่นใจคว้าที่นั่ง ส.ส.เมืองย่าโม แย้มบอกอาจเห็นพรรคอื่นไหลเข้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535485

06 พ.ย. 2565

"ปชป." มั่นใจคว้าที่นั่ง ส.ส.เมืองย่าโม แย้มบอกอาจเห็นพรรคอื่นไหลเข้า

“ปชป.” เปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 8 เขต จ.นครราชสีมา มั่นใจคว้าที่นั่งได้ เพราะมีทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่จับมือกันทำงาน ส่วนเขตที่เหลือ กระซิบอาจเห็นพรรคอื่นไหลเข้า

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธปัตย์ พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช ในฐานะรองหัวหน้าพรรคดูแลภาคอีสาน นำคณะเข้ากราบสักการะ พระทศพลญาณประธานบารมี หรือ ที่ชาวโคราชเรียกว่า “หลวงพ่อใหญ่ศักดิ์สิทธิ์” วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมรับเหรียญ สมโภชสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และ เหรียญย่าโม รุ่น 1 เป็นที่ระลึก จากนั้นได้เดินทางไปสักการะศาลหลักเมือง และกราบขอพรท้าวย่าโม พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดนครราชสีมา 8 เขต แต่ยังไม่มีการระบุเขต เนื่องจากรอความชัดเจน จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเปิดศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ จ.นครราชสีมา

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นายจุรินทร์ มั่นใจในพื้นที่ของ พันตำรวจโทสมชาย เพศประเสริฐ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และนายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก อดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 4 สมัย ว่าจะได้รับความไว้วางใจจากชาวโคราช โดยผู้สมัครทั้ง 8เขต ถือเป็นบุคคลที่มีศักยภาพ มีความรู้ความสามารถ มีโอกาสที่จะได้รับเลือกเป็นผู้แทนราษร หลังจากนี้จะมีการทยอยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ที่เหลือ จนครบ 16 เขต

“ครั้งนี้ถือเป็นครั้งหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ มีความพร้อมที่สุด มีทั้งคนรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่าปะปนกัน รวมถึงมีโอกาสเป็นไปได้ที่ ส.ส.พรรคอื่นจะมาเข้าร่วม เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับชาวโคราช” นายจุรินทร์กล่าว 

สำหรับ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ จ.นครราชสีมา ทั้ง 8 เขต  ประกอบด้วย 

1. นางสาวสิริเพ็ญโสภา บางท่าไม้ วิศวกรหญิง คนรุ่นใหม่เชี่ยวชาญเรื่องการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น 

2. ว่าที่ร้อยตรี ประภาส บุญเชิด อดีตรองนายกเทศมนตรี ตำบลสระพระ อำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา  

3. นายทิว ขุนองค์ 

4. นายกันตพงษ์  พรมกมล อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ตำบลหนองหว้า อำเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา 

5. นายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก อดีต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 4 สมัย 

6. นางสาวปัณรสี  ครุฑขุนทด ทายาทนักการเมือง บุตรสาวของนายจำลอง ครุฑขุนทด อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  

7. พ.ต.ท. สมชาย เพศประเสริฐ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 6 สมัย

8. นายสุกฤษณ์  วัชรมาลีกุล  อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย  
พรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา 8 เขตพรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา 8 เขต

“กรณ์” ส่งเจ้าบ้าน “ทนายลิขิต” ชิงศึก ส.ส.ชุมพร เปลี่ยนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535479

06 พ.ย. 2565

"กรณ์" ส่งเจ้าบ้าน "ทนายลิขิต" ชิงศึก ส.ส.ชุมพร เปลี่ยนเศรษฐกิจท่องเที่ยว

“กรณ์” เปิดตัว “ทนายลิขิต” ว่าที่ผู้สมัครส.ส. จ.ชุมพร เขต2 พรรคชาติพัฒนากล้า เปรยพรรคใหม่ แต่พลังสูง จุดรวมตัวกูรูเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เดินทางไปยัง จ.ชุมพร เพื่อเปิดตัวนายลิขิต ศรีชาติ ทนายความชื่อดัง อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ครอบคลุมพื้นที่ อ.ท่าแซะ และ อ.ปะทิว โดยมีประชาชนให้การต้อนรับและได้ร่วมพูดคุยกันถึงการเพิ่มรายได้ให้กับชาวสวนผลไม้ และเกษตรกร

นายกรณ์ได้นำเสนอวิธีการต่อยอดจากโครงการเกษตรเข้มแข็งที่ได้ช่วยพี่น้องภาคอีสานมากว่า 9 ปี โดยใช้หลัก “เกษตรพรีเมี่ยม” เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร จนประสบความสำเร็จ   
นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

จากนั้นเดินทางไปยังชุมชนธุรกิจโฮมสเตย์บ้านไม้ชายคลอง และน้องจอยดำน้ำ เพื่อร่วมพูดคุยถึงประเด็นเศรษฐกิจท่องเที่ยวชุมชน เนื่องจากนายกรณ์มองว่า หลังเปิดประเทศ แม้จ.ชุมพรเป็นเมืองรอง แต่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก สามารถเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยววิถีชุมชน ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังพบว่า ชาวบ้านกว่าครึ่งในพื้นที่ อ.ปะทิว ไม่มีเอกสารสิทธิถือครองที่ดิน ทั้งที่อยู่อาศัยมาชั่วอายุคน ทำให้ขาดความมั่นคงในเรื่องที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกิน อันเกิดจากนโยบายที่ไม่เป็นธรรมของระบบราชการ

อย่างไรก็ตามวันนี้ได้เปิดศูนย์ประสานงาน พรรคชาติพัฒนากล้า จังหวัดชุมพร พร้อมเปิดตัว “ทนายลิขิต” เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 จ.ชุมพร 

นายกรณ์ ระบุว่า ทนายลิขิตเป็นคนตั้งใจทำงานการเมืองมาโดยตลอด 18 ปี ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านมาอย่างต่อเนื่อง แต่หากจะผลักดันในนโยบายภาพใหญ่ที่พี่น้องประชาชนประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ จะต้องใช้พลังการเมืองระดับชาติเข้ามาแก้ไข นี่จึงเป็นสาเหตุที่เจ้าตัว เสนอมาเป็นผู้แทนราษฎร เขต 2 ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านเกิด ที่มีของดีมากมายแต่ขาดการผลักดัน ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสของชาวชุมพรที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ให้คนดีได้ได้เข้าไปทำงานในสภา ถือว่า เป็นการเปิดตัวที่แรก หลังจากนี้จะมุ่งเน้นในพื้นที่หัวเมืองเศรษฐกิจท่องเที่ยวเป็นหลัก ทั้งภูเก็ต หาดใหญ่ สมุย ในสัปดาห์ต่อๆ ไป

“วันนี้ตนทำการเมือง เพื่ออยากสร้างโอกาสให้คนไทย เหมือนที่ผมเคยได้รับ ชาติจะพัฒนาได้ เศรษฐกิจต้องดีก่อน เรื่องปากท้องเป็นประเด็นที่ท้าทายคนไทยทุกคน และท้าทายเรามากเช่นกัน ทุกวันนี้รายได้หายาก ค่าครองชีพและหนี้สินเพิ่มขึ้นทุกวัน เป็นภาระหน้าที่ของผู้แทนระดับประเทศที่ต้องใช้ทักษะความรู้ความสามารถ เพื่อนำไปสู่การแก้ไข วันที่เราเปิดตัว ทนายลิขิต แม้เราจะเป็นพรรคใหม่ แต่พลังสูงเพราะเรารวมอดีตรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจมากที่สุดพรรคหนึ่ง” นายกรณ์ กล่าว 

ทนายนายลิขิต ศรีชาติ  และ นายกรณ์ จาติกวณิชทนายนายลิขิต ศรีชาติ และ นายกรณ์ จาติกวณิช

เปิดศูนย์ประสานงาน พรรคชาติพัฒนากล้า จังหวัดชุมพร เปิดศูนย์ประสานงาน พรรคชาติพัฒนากล้า จังหวัดชุมพร

จัดชุดใหญ่ “ก้าวไกล” เปิดนโยบาย 19 สวัสดิการ เกิด-ตาย ยืนยัน มีงบทำได้จริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535432

05 พ.ย. 2565

จัดชุดใหญ่ "ก้าวไกล" เปิดนโยบาย 19 สวัสดิการ เกิด-ตาย ยืนยัน มีงบทำได้จริง

“ก้าวไกล” เปิดนโยบาย 19 สวัสดิการ ครอบคลุมทุกวัย ตั้งแต่เกิดกระทั่งเสียชีวิต ยืนยัน เป็นรัฐบาล มีงบประมาณ ทำได้จริง

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. บริเวณศูนย์เด็กเล็กในวัดลาดพร้าว นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวเปิดงานแถลงนโยบายชุดที่สอง “สวัสดิการไทยก้าวหน้า”  โดยเปรียบเสมือน จิ๊กซอว์ตัวหนึ่งที่ต้องนำมาต่อกับชิ้นอื่นๆ จึงจะกลายเป็นภาพประเทศไทยที่สมบูรณ์ จะขาดชิ้นใดชิ้นหนึ่งไม่ได้ 

ชุดนโยบายสวัสดิการไทยก้าวหน้านั้น เกี่ยวข้องกับปากท้องโดยตรง และเชื่อมโยงหลายด้าน เช่น การเมือง ต้องอาศัยการจัดสรรงบประมาณใหม่ เพราะใช้จำนวนมาก ต้องเอางบความมั่นคงมาใช้ เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ , เศรษฐกิจ เมื่อประชาชนมีความมั่นคง เขาจะกล้าเดินตามความฝัน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลให้กับประเทศ 

สำหรับชุดนโยบายสวัสดิการไทยก้าวหน้า แบ่งตาม 5 ช่วงวัย และมีทั้งหมด 19 นโยบาย ได้แก่

วัยเกิด ประกอบด้วย

(1) ของขวัญแรกเกิด 3,000 บาท ให้พ่อ-แม่ซื้อสิ่งของจำเป็นในการเลี้ยงลูก

(2) เงินเด็กเล็กเดือนละ 1,200 บาท

(3) สิทธิลาคลอด 180 วัน พ่อแม่แบ่งกันได้

(4) ศูนย์ดูแลเด็กใกล้บ้านและที่ทำงาน

วัยเติบโต ประกอบด้วย

(5) เรียนฟรี อาหารฟรี มีรถรับส่ง

(6) คูปองเปิดโลก ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้นอกห้องเรียน

(7) ยกเลิกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มผ้าอนามัยและนำร่องแจกผ้าอนามัยฟรีในโรงเรียน

วัยทำงาน ประกอบด้วย

(8) ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นทุกปี เริ่มต้นวันละ 450 บาท รัฐช่วย SME 6 เดือนแรก

(9) สัญญาจ้างเป็นธรรม ทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

(10) แรงงานทุกกลุ่มตั้งสหภาพได้ สอดคล้องหลักการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ

(11) ประกันสังคมถ้วนหน้า เจ็บป่วยได้เงินชดเชยและค่าเดินทางหาหมอ

(12) เรียนเสริมทักษะ-เปลี่ยนอาชีพ ฟรีไม่จำกัดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และคูปองเรียนเสริม

วัยสูงวัย ประกอบด้วย

(13) เงินผู้สูงอายุ เดือนละ 3,000 บาท สร้างระบบดูแลผู้ป่วยติดเตียง

(14) ค่าทำศพถ้วนหน้า 10,000 บาท

ทุกอายุ ประกอบด้วย

(15) บ้านตั้งตัว 350,000 หลัง รัฐช่วยผ่อน-จ่ายค่าเช่า

(16) น้ำประปาดื่มได้ทุกพื้นที่

(17) เติมเงินให้ท้องถิ่น เพิ่มขนส่งสาธารณะ

(18) เน็ตฟรี 1 GB ต่อเดือน

(19) เงินคนพิการเดือนละ 3,000 บาท

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงแหล่งที่มาของงบประมาณ 650,000 ล้านบาท ภายในปีงบประมาณ 2570 ที่จะต้องนำมาสร้างระบบสวัสดิการตามข้อเสนอของพรรคก้าวไกลว่า พรรคจะต้องชี้แจงทุกอย่างตรงไปตรงมา งบประมาณ ต้องไม่สร้างผลกระทบต่อคนหมู่มาก โดยการเริ่มต้นที่การตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น เช่น ลดขนาดงบกองทัพและเรียกคืนธุรกิจกองทัพ ลดงบกลาง ลดโครงการที่ไม่จำเป็น 

“จาตุรนต์” ย้ำ รัฐบาลไม่ควรดันทุรัง ที่ดินที่อยู่อาศัยต่างด้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535430

05 พ.ย. 2565

"จาตุรนต์" ย้ำ รัฐบาลไม่ควรดันทุรัง ที่ดินที่อยู่อาศัยต่างด้าว

“จาตุรนต์ ฉายแสง” โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงฝากรัฐบาล ไม่ควรดันทุรัง แก้ “กฎหมาย” ที่ดินที่อยู่อาศัยของต่างด้าว

  นาย “จาตุรนต์ ฉายแสง” ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีแก้กฎหมายกระทรวงที่ดิน  

การแก้กฎกระทรวงว่าด้วยการได้มาซึ่ง “ที่ดิน” เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวมีปัญหาสำคัญอยู่ 2 ข้อคือ
1.การผ่อนปรนลดระยะเวลาในการลงทุนจาก 5 ปีเป็น 3 ปี
2.การกำหนดประเภทการลงทุนที่เน้นการลงทุนในตลาดทุน เช่น การซื้อหุ้นหรือพันธบัตรซึ่งไม่ใช่การลงทุนโดยตรงในภาคธุรกิจที่แท้จริง

ในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ประเทศต่างๆเขาจะให้ความสำคัญกับการลงทุนโดยตรง(foreign direct investment) มากกว่าการลงทุนในตลาดทุนที่ผันผวนเคลื่อนย้ายง่ายกว่ากันมาก การแก้กฎกระทรวงครั้งนี้ที่จริงแล้วจึงไม่ได้เน้นที่การเพิ่มการลงทุน แต่เป็นการคาดหวังที่นำเงินเข้าประเทศโดยการขาย“ที่ดิน” ให้แก่ชาวต่างชาติ ซึ่งเมื่อคำนึงถึงสภาพทางเศรษฐกิจของไทยที่กำลังตกต่ำ  คนไทยกำลังยากจนเดือดร้อนยิ่งจะทำให้เกิดเป็นผลเสียในระยะยาว

ปัญหาที่ซ้ำเติมความน่าเชื่อถือในการดำเนินโครงการนี้ก็คือการปรากฎข้อเท็จจริงว่ามีชาวต่างชาติซื้อ “ที่ดิน” และที่อยู่อาศัยในชื่อของคนไทย หรือที่เรียกว่านอมินีเป็นจำนวนมากอย่างน่าวิตก และในระยะหลังปรากฎกรณีที่ชาวต่างชาติที่ครอบครองทรัพย์สินกิจการทำธุรกิจสีเทา หรือกระทั่งเป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมายอย่างอุกอาจร้ายแรง ที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่สามารถควบคุมได้ 

เฟซบุ๊กส่วนตัว จาตุรนต์ ฉายแสงเฟซบุ๊กส่วนตัว จาตุรนต์ ฉายแสง

สภาพการณ์เช่นนี้ยิ่งทำให้รัฐบาลไม่ควรดันทุรังโครงการนี้ต่อไป รัฐบาลควรหันมาสำรวจตรวจสอบปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อลดปัญหาความเสียหายต่อบ้านเมืองให้ได้เป็นอันดับแรก  

จาตุรนต์ ฉายแสงจาตุรนต์ ฉายแสง

จับตา หลังประชุม “เอเปค” การเมืองเปลี่ยนแน่ “ยุบ&ไม่ยุบ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535408

05 พ.ย. 2565

จับตา หลังประชุม "เอเปค" การเมืองเปลี่ยนแน่ "ยุบ&ไม่ยุบ"

กระแส “ยุบสภา” หลังเอเปค มาแรง “สมคิด” แนะถาม “ประยุทธ์” อย่าถาม “ประวิตร” ขณะที่ “สนธิรัตน์” เชื่อการเมืองเปลี่ยนแน่นอน แต่ไม่ฟันธง “ยุบสภา”

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หลังประชุม “เอเปค 2022” ว่า ขณะนี้ต้องคำนึงถึงการจัดประชุมเอเปคให้ดีที่สุด เพราะเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ส่วนการเมืองจะเป็นอย่างไร ปล่อยให้เป็นธรรมชาติ จะ ยุบสภา” ตามที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เคยกล่าวไว้หรือไม่ แนะนำให้ไปถามพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจตัดสินใจ ต้องถามให้ถูกคน 

หากต้องมีการเลือกตั้ง พรรคสร้างอนาคตไทยก็พร้อม หรือหากยังไม่ได้เลือกตั้ง ก็ต้องทำหน้าที่กันต่อไป แต่ตอนนี้ขอให้ช่วยกันคิด ว่าทำอย่างไรเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านดีกว่า 

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย

ขณะที่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางการเมืองเมื่อไรก็ได้ เพราะสิ่งที่สังเกตมาตลอด คือหลังเอเปคน่าจะมีการตัดสินใจทางการเมืองในหลายเรื่อง ดังนั้นเชื่อว่าสถานการณ์การเมืองเปลี่ยนแปลงแน่นอน 

ผู้สื่อข่าวถามย้ำ หมายถึงการ“ยุบสภา” ใช่หรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า เกิดขึ้นได้หลายลักษณะ เช่น ความเปลี่ยนแปลงของพรรคการเมืองที่มีอยู่แล้ว ความชัดเจนของกลุ่มการเมืองต่างๆ รวมถึงโอกาสการยุบสภาที่จะคืนอำนาจสู่ประชาชน ซึ่งขณะนี้มองว่า การประชุมสภา เริ่มสะท้อนถึงความเป็นเอกภาพและปัญหา มักเกิดขึ้นในช่วงปลายรัฐบาล ดังนั้นหลังเอเปคจึงน่าจับตามอง พร้อมชวนจับตา วันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย กฎหมายลูก ที่น่าจะมีความชัดพร้อมเลือกตั้ง ก็ต้องติดตามดูอีกที

พรรคสร้างอนาคตไทย ปราศรัยที่จ.อุบลราชธานีพรรคสร้างอนาคตไทย ปราศรัยที่จ.อุบลราชธานี

“สมคิด” ลั่น ไม่แลนสไลด์ แต่ผงาดดั่ง “สึนามิ” พลิกแผ่นดิน “อีสาน” แก้จน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535395

05 พ.ย. 2565

"สมคิด" ลั่น ไม่แลนสไลด์ แต่ผงาดดั่ง "สึนามิ" พลิกแผ่นดิน "อีสาน" แก้จน

“สมคิด” ชูนโยบาย พักหนี้เกษตรกร 5 ปี เพิ่มทุน ธ.ก.ส. เตรียมสานต่อโครงการต้นคิด ประกาศไม่แลนสไลด์ แต่มาแบบ “สึนามิ”

เมื่อวันที่ 5 พ.ย.  นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวเปิดนโยบายพรรค ระบุว่า วันนี้นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย ไม่สบายจึงไม่ได้เดินทางมาด้วย แต่ได้ฝากมาบอกว่าพวกท่านไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว ซึ่งจะพยายามทำให้ดีที่สุดในสิ่งที่ได้สัญญาไว้ ไม่ว่าในยุคสมัยไหน 

สำหรับที่มาในวันนี้ ไม่ได้บอกว่าจะเป็น “นายกรัฐมนตรี” ไม่ต้องขอ แต่มาเพื่อช่วยชาวอีสานพ้นทุกข์ เพราะความทุกข์ที่มีอยู่นี้เราเห็นมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มาอีสาน ในฐานะพรรคสร้างอนาคตไทย  
 

รำลึกความหลังสมัยอยู่พรรคไทยรักไทย สมัยนั้นได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.
– ดำเนินนโยบายพักหนี้เกษตรกร 3 ปี แต่พักหนี้อย่างเดียวไม่พอเพราะส่วนใหญ่จะมีหนี้นอกระบบ จึงได้ประกาศนโยบาย  ธนาคารประชาชน ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับคนยากจน นำหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในธนาคารออมสิน
– จัดสรรงบประมาณเพื่อประกันราคาข้าว แต่ไม่ใช่จำนำตะบี้ตะบัน 
– จัดตั้งกองทุนหมู่บ้าน ใช้งบประมาณ 76,000 ล้านบาท ถือเป็นครั้งแรกที่มีการกระจายเงินสู่ชนบทหมู่บ้านละ 1 ล้านบาททั่วประเทศ 
– โครงการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ โอทอป(OTOP) เพื่อให้ชุมชนเริ่มผลิตสินค้าชุมชน เป็นสิ่งที่สร้างรายได้ให้กับประชาชน 
 

โดยโครงการที่กล่าวมาดำเนินไปได้ด้วยดี จนกระทั่งมีการยุบพรรคไทยรักไทย ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี แต่อยากจะบอกว่าถึงแม้พรรคถูกยุบไปแล้วแต่สมคิดยังอยู่ 

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย

สำหรับนโยบายพรรคสร้างอนาคตไทย จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอีสานดีขึ้น 
– พักหนี้ พักเงินต้น พักดอกเบี้ย เป็นเวลา 5 ปี และต้องมีการเติมเงินใหม่ มีการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งไม่ใช่นำเงินที่ได้จากการปล่อยสินเชื่อไปขัดดอก แต่ต้องนำเงินไปชำระเงินต้น เพื่อให้ดอกเบี้ยลดลง  
– เพิ่มทุนให้ ธ.ก.ส. เพื่อแก้ปัญหาเอ็นพีแอล ซึ่งหาก ธ.ก.ส. มีวงเงินปล่อยสินเชื่อให้กับเกษตรกรได้ 50,000 ล้านบาท ก็จะสามารถต่อยอดให้กับเกษตรกรได้ถึง 100,000 ล้านบาท 
– ปรับโครงสร้างหนี้ โดยเจรจาลดดอกเบี้ย ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น น้ำท่วม เพื่อลดภาระให้เกษตรกร 
– ตั้งกระทรวงน้ำ เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบในการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง
– การสร้างรายได้จากพลังงานชุมชน จะมีการต่อยอดกองทุนหมู่บ้านที่มีมากกว่า 70,000 หมู่บ้าน โดยให้การศึกษาเพื่อให้เกิดเป็นสมาร์ทฟาร์มเมอร์ 
– ประกาศนิคมอุตสาหกรรมเกษตร ทำเกษตรสีเขียว เกษตรแปรรูป

ส่วนการต่อยอดโครงการเดิม 
– ต่อยอดสินค้าโอทอป ให้ไปถึงระดับหมู่บ้านโอทอป ไปถึงแหล่งผลิต นำนักท่องเที่ยวเข้ามาเพื่อจำหน่ายไปต่างประเทศ 
– ต่อยอดกองทุนหมู่บ้าน ไม่ใช่มีหน้าที่แค่ปล่อยสินเชื่อ แต่ต้องเติมเงินให้กองทุนหมู่บ้าน เพื่อพัฒนาให้แต่ละชุมชนต้องมีสินค้าชุมชน โรงสีชุมชน แหล่งท่องเที่ยวชุมชน เพื่อให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนภายในหมู่บ้านด้วย
– ต่อยอดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่ยังไม่บอกในขณะนี้จะเก็บไว้เป็นของขวัญปีใหม่ 
– ต่อยอดคนละครึ่ง กับเรื่องปุ๋ย โดยใน 1 ฤดูการผลิต รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณให้ครึ่งหนึ่ง สนับสนุนปัจจัยการผลิต 

นายสมคิด กล่าวว่า นี่คือวิธีการ เอางานมาให้คนอีสาน ไม่ใช่ให้ออกไปหางานข้างนอก  หากเชื่อใจ สมคิด ให้เลือกทีมสมคิด

นอกจากนี้ยังถามกลับชาวอีสานว่า หาก มีการซื้อซื้อเสียง ก็เก็บเงินเข้ากระเป๋า แต่ไม่ต้องเลือก จะเลือกอะไรระหว่างได้เศษเงิน 500 บาท 1,000 บาท กับอนาคตของลูกหลาน 

“ผมไม่ได้เป็นคู่แข่งกับพรรคพลังประชารัฐ ใครจะคิดแข่งก็สามารถคิดนโยบายแข่งมาได้ ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ประชาชนจะได้ได้ประโยชน์ นักการเมืองไม่ว่าพรรคไหน อย่ามาบอกว่าพรรคนี้ประชาธิปไตย พรรคนี้เผด็จการ ทุกคนคือประชาธิปไตยทั้งนั้น อยู่ที่การนำเสนอนโยบาย ประชาชนตัดสินใจ เราไม่สร้างแลนสไลด์แต่เราจะสร้างสึนามิ ” นายสมคิดกล่าว

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย

ขณะที่นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย ถามชาวอีสานว่า จะยอมอยู่กับปัญหาเดิมๆหรือไม่ ทั้งฝนตก น้ำท่วม ฝนแล้ง ของแพง หนี้สิน หากไม่ยอมทุกคนมีโอกาส 4 ปี 1 ครั้ง ตัดสินใจเลือกคนทำงานใหม่ ลเลือกคนที่แจกเงินให้ เขาไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ได้ เพราะไม่เอาจริงเอาจัง หลังเลือกตั้งบางคนก็หายหน้าไป และหากพวกตนยังอยู่ในรัฐบาล วันนี้ราคาค่าไฟฟ้าจะถูกกว่านี้

ส่วนการแก้ไขปัญหา ตนนั่งเครื่องบินมาอุบลราชธานี มองเห็นน้ำท่วมขัง น้ำเน่าเป็นเดือน สิ่งแรกที่พรรคสร้างอนาคตไทยจะทำหากเป็นรัฐบาล คือ การตั้งกระทรวงน้ำขึ้นมา เพื่อเเก้ปัญน้ำแล้ง น้ำท่วม น้ำจะต้องไม่ท่วมอุบลฯ เกิน 3 วัน 7 วัน ที่ผ่านมาหลายกระทรวงแยกกันทำงาน ใช้งบจำนวนมาก แต่ทำไม่สำเร็จ พร้อมประกาศจะทำให้ราคาข้าวสูงมากกว่า 15,000 บาทให้ และทำราคาราคามันสำปะหลังให้สูงขึ้น แต่กดราคาปุ๋ยเหลือครึ่งเดียว ผู้ปลูกจะได้ลืมตาอ้าปากได้  

นายสนธิรัตน์ ยังย้อนกลับไปสมัยที่ช่วงแรกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ  ไม่มีมือเศรษฐกิจ บริหารไป 1 ปี เศรษฐกิจแย่ โตไม่ถึง 1% และต่างประเทศก็ไม่เอารัฐบาลทหาร จึงมาเชิญ นายสมคิด เข้าไปเป็นทีมเศรษฐกิจ พวกตนก็เข้าไปด้วย ช่วยกันปั๊มเศรษฐกิจจากที่โตแค่ 0.7% ไปถึง 4% 

จากนั้นเข้าสู่การเลือกตั้งปี 62 พวกเราได้จัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ  เพื่อสานต่องานที่ทำให้ดี แต่เราทำงานได้ปีเดียว กลับเอาการเมืองเป็นตัวตั้ง บีบให้พวกเราออกโดยโทรบอกผ่านนายสมคิด เนื่องจากพวกเราไม่ใช่นักการเมือง จึงตัดสินใจลาออกมา 2-3 ปีแล้ว 

“วันนี้ถ้าประชาชนไม่มีปัญหา พวกเราคงไม่มา ไม่อยากมีอำนาจการเมือง แต่ที่ต้องมาเพราะประชาชนน้ำตานอง ไม่อยากเห็นลูกหลานไม่มีอนาคต จึงขอให้ประชาชนตัดสินใจและจับมือไปกับพรรคสร้างอนาคตไทย” นายสนธิรัตน์ กล่าว
 

ปราศรัยพรรคสร้างอนาคตไทยปราศรัยพรรคสร้างอนาคตไทย

“ประวิตร” ลุยเอง แก้ปัญหาน้ำ “หนองหาร” ไม่คืบ สั่งเร่งมือ แก้น้ำท่วม-ภัยแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535392

05 พ.ย. 2565

"ประวิตร" ลุยเอง แก้ปัญหาน้ำ "หนองหาร" ไม่คืบ สั่งเร่งมือ แก้น้ำท่วม-ภัยแล้ง

“ประวิตร” ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ “หนองหาร” ด้วยตัวเอง สั่งเร่งมือ แก้น้ำท่วม-ภัยแล้ง พร้อมกลับไปรายงาน “นายกรัฐมนตรี”

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2565 พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและติดตามการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ หนองหาร จ.สกลนคร โดยมี นางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร , ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สรุปภาพรวมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและแผนหลักการพัฒนาหนองหาร 

จากนั้นเดินทางไปยัง สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสกลนคร เพื่อตรวจสภาพรอบบึงหนองหาร ระหว่างนั้นมีชาวบ้านนำฝ้ายมาผูกข้อมือพร้อมถ่ายภาพร่วมอย่างเป็นกันเอง 

โดยได้พูดถึงผลการดำเนินงานการพัฒนาหนองหารว่า ตลอด 1 ปี ที่ผ่านมาได้มีการติดตามอยู่ตลอด แต่ผลยังไม่เป็นที่พอใจของรัฐบาล ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ลงพื้นที่มาติดตามความคืบหน้า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งนำเครื่องมือมาพัฒนาหนองหารในการกำจัดวัชพืช ขุดลอกดอนในหนองหารให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด พร้อมพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของประชาชนและชาวต่างชาติ 

พลเอกประวิตร กล่าวต่ออีกว่า เมื่อได้เห็นหน้าตาของประชาชนแล้วรู้สึกดีใจที่ยิ้มแย้มแจ่มใสมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งรัฐบาลต้องดูแลประชาชนกว่า 70 ล้านคน ในทุกจังหวัดให้เท่าเทียมกันไม่ทิ้งใครไว้ข้างคนแม้แต่คนเดียว พร้อมทิ้งท้ายว่า รัฐบาลมีความห่วงใยทุกคนไม่ว่าข้าราชหรือประชาชนต้องอยู่ร่วมกันอย่างมีอย่างมีเอกภาพ จะต้องร่วมมือกันพัฒนาบ้านเมือง

สำหรับ “หนองหาร” เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสานและเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ทั้งเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับอุปโภคบริโภคและการเกษตร การบำรุงพันธุ์สัตว์น้ำ พื้นที่ชะลอน้ำเพื่อบรรเทาอุทกภัย และแหล่งท่องเที่ยว ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเก็บกักประมาณร้อยละ 93 ของความจุ ซึ่งในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาหนองหารสามารถช่วยชะลอน้ำและเก็บกักน้ำฝนไว้ใช้ประโยชน์ในช่วงแล้งที่จะถึงนี้ได้เป็นอย่างดี ดังนั้น เพื่อการใช้ประโยชน์พื้นที่ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน 

พลเอกประวิตร ลงพื้นที่หนองหาร จ.สกลนครพลเอกประวิตร ลงพื้นที่หนองหาร จ.สกลนคร

บึงหนองหารบึงหนองหาร

เปิดตัว 32 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคอีสาน “สุพล” ประกาศลงการเมืองครั้งสุดท้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/535378

05 พ.ย. 2565

เปิดตัว 32 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคอีสาน "สุพล" ประกาศลงการเมืองครั้งสุดท้าย

“สร้างอนาคตไทย” เปิดตัว 32 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคอีสาน ขณะที่ “สุพล ฟองงาน” วอนพอได้แล้ว แดง-เหลืองทั้งแผ่นดิน ประเทศต้องเดินหน้า พร้อมประกาศลงการเมืองครั้งสุดท้ายในชีวิต

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย นำทีมคณะผู้บริหารพรรค อาทิ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย , นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรค , นายสุพล ฟองงาม ประธานภาคอีสาน ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเปิดนโยบายและเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคอีสาน โดยมีประชาชนและสมาชิกพรรคกว่า 3,500 คน เข้าร่วม
 

ดร.สมคิด เดินทางมาถึง สมาชิกพรรคผูกผ้าขาวม้าพร้อมจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่พี่น้องชาวอีสานได้ถ่ายทอดเอาความผูกพัน การต้อนรับและรับขวัญ ซึ่งฝากความหวังไว้กับ ดร.สมคิด และพรรคสร้างอนาคตไทย ให้นำพาผ่านพ้นความยากลำบาก ไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง 

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย

นายสุพล ขึ้นเวทีปราศรัย ประกาศครั้งนี้เป็นสงครามครั้งสุดท้ายที่จะต่อสู้ในสนามการเมือง จากนั้นได้พูดถึงปัญหาที่ชาวอีสานประสบมาตลอด ทั้งเรื่อง หนี้สิน ราคาพืชผลทางการเกษตร ราคาปุ๋ยแพง และปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองตลอด 16 ปีที่ผ่านมา บ้านเมืองจะพ้นวิกฤตได้ คือ การตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้

หากพรรคสร้างอนาคตไทยได้เป็นรัฐบาลจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก ต่อไปคือความขัดแย้งทางการเมือง ต้องไม่แบ่งสีแบ่งข้าง อย่างอดีตที่ผ่านมา บอกพอได้แล้วกับวาทะ “แดงทั้งแผ่นดิน เหลืองทั้งแผ่นดิน” พร้อมเชิญชวนร่วมกันสร้างอนาคตไทย โดยเสนอ “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เป็นนายกรัฐมนตรี
 

สำหรับรายชื่อผู้แสดงเจตจำนงเป็น ผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน พรรรสร้างอนาคตไทย 32 คน ประกอบด้วย

จ.อุบลราชธานี ได้แก่ นางสาวโยธากาญจน์ ฟองงาม , นายเชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ , นายสุทธิชัย จรูญเนตร , นางสาวตวงทิพย์ จินตะเวช , นายเสกสรร กอคูณ , นายจำลอง พรมสวัสดิ์ , นายวิชัย สวัสดิภาพ 

จ.ยโสธร ได้แก่ นายสนุก สิงห์มาตร , นายชื่น วงษ์เพ็ญ 

จ.ขอนแก่น ได้แก่ นายวิเนตร ดอนเส , นายจิรายุ โชติศิลา 

จ.มุกดาหาร ได้แก่ นายทวีศักดิ์ ปทุมลี , นายวิริยะ ทองผา  

จ.สกลนคร ได้แก่ นายชัยมงคล ไชยรบ , นายเชิดชัย สิงห์มหันต์ , นายไพบูลย์ มาตยาคุณ 

จ.มหาสารคาม ได้แก่ นางสาวนงลักษณ์  ทุงจันทร์ , นายอัษฎา วนาทรัพย์ดำรง , นายประวัติ กองเมืองปัก , ดร.ประสาทพร สีกงพลี 

จ.หนองบัวลำภู คือ นางศรัณยา สุวรรณพรหม 

จ.ชัยภูมิ ได้แก่ นายราชัน วรรณจงคำ , นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ , นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ 

จ.อุดรธานี ได้แก่ นายโกเมนทร์ ทีฆธนานนท์ , นายชัยฤทธิ์ เขาวงศ์ทอง , นายมนตรี พึ่มชัย , นายมานิต อินคำคา 

จ.กาฬสินธุ์ คือ ดร.สิทธิศักดิ์ พัฒนชัย , นายวิทยา ภูมิเหล่าแจ้ง 

จ.สุรินทร์ คือ นางสาวจินตนา  กลั่นแก้ว

จ.บุรีรัมย์ คือ นายประกิจ พลเดช

นายสุพล ฟองงาม ประธานภาคอีสานนายสุพล ฟองงาม ประธานภาคอีสาน

ดร.สมคิด พร้อมด้วย ผู้บริหารพรรคสร้างอนาคตไทย ลงพื้นที่จ.อุบลราชธานีดร.สมคิด พร้อมด้วย ผู้บริหารพรรคสร้างอนาคตไทย ลงพื้นที่จ.อุบลราชธานี

พรรคสร้างอนาคตไทยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อีสานพรรคสร้างอนาคตไทยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. อีสาน