กองทุน ป.ป.ช.ดึงเยาวชนนำธงต้านทุจริต จับมือ 10 มหาวิทยาลัย สร้างละครเยาวชนไม่ทนคอรัปชัน

กองทุน ป.ป.ช.ดึงเยาวชนนำธงต้านทุจริต จับมือ 10 มหาวิทยาลัย สร้างละครเยาวชนไม่ทนคอรัปชัน

กองทุน ป.ป.ช.ดึงเยาวชนนำธงต้านทุจริต จับมือ 10 มหาวิทยาลัย สร้างละครเยาวชนไม่ทนคอรัปชัน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.41 น.

กองทุน ป.ป.ช.ดึงเยาวชนนำธงต้านทุจริต จับมือ 10 มหาวิทยาลัยสร้างละครเยาวชนไม่ทนคอรัปชัน

กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช.) ดึงพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่จาก 10 สถาบันระดับอุดมศึกษา ร่วมผลิตละครเยาวชนไม่ทนคอรัปชั่น เปิดตัวละคร 10 เรื่องที่เยาวชนมีส่วนร่วมในการผลิตพร้อมดารานักแสดงและผู้กำกับชื่อดัง

กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช.) ให้การสนับสนุน บริษัท มหารวย เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ดำเนินการโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ “ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชัน” ได้จัดพิธีมอบรางวัลและฉายผลงานละครสั้น โดยมี ดร.นิยม เวชกามา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทน รองศาสตราจารย์ ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย จุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ ผู้จัดการโครงการ , มารุต สาโรวาท ผู้กำกับชื่อดัง ,ศรัทธา ศรัทธาทิพย์  ครูสอนการแสดงและผู้กำกับการแสดง , วรรณศักดิ์ ศิริหล้า ครูสอนการแสดง เจ้าของรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ, ธัญพิสิษฐ์ ตั้งวงศ์ศิริ พร้อมด้วยนักแสดง ทีมนักศึกษา 10 มหาวิทยาลัย และคุณสหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)

โดยปีนี้มีสถาบันระดับอุดมศึกษา 10 สถาบันเข้าร่วมโครงการได้แก่ มหาวิทยาลัยศิลปากร , มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ,มหาวิทยาลัยศรีปทุม ,มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ,มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ,

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ,มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร , มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ,มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และ เป็นครั้งแรกของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ที่ส่งนักเรียนนายร้อยตำรวจเข้าร่วมโครงการแสดงและผลิตละครเยาวชนในปีนี้ โดยแต่ละสถาบันส่งผู้แทนนักศึกษากว่า 100 คนเข้าร่วมโครงการรวมกว่า 1,000 คน พร้อมผู้บริหาร คณาจารย์จากทั้ง 10 มหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ยังได้ทีมวงการบันเทิงมืออาชีพ ตัวจริงเสียงจริงมาให้ความรู้ ร่วมผลิตละครสร้างสรรค์ต้านทุจริต เช่น ครูต้อ มารุต สาโรวาท ผู้กำกับการแสดงชื่อดังแห่งวงการบันเทิงของไทย ที่มีผลงานการกำกับภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ รวมถึงซีรี่ย์ชื่อดังมากมาย ,ครูรัก ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ นักแสดง ครูสอนการแสดง ผู้กำกับละคร อดีตครูใหญ่แห่งบ้าน AF ,ครูกั๊ก วรรณศักดิ์ ศิริหล้า ครูสอนการแสดง เจ้าของรางวัลสุพรรณหงส์ นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม และศิลปิน “ศิลปาธร” ประจำปี 2563 สาขาศิลปะการแสดง ,ครูออม จุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ ผู้จัดละคร พิธีกร ครูสอนสื่อสร้างสรรค์ประสบการรณ์มากกว่า 25 ปี ,ครูเบส ธัญพิสิษฐ์ ตั้งวงศ์ศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงและเขียนบทละคร

โดยมีทีมแต่งหน้าทำผมมืออาชีพ Madam AOI Makeup and Hairstylist Team พร้อมทีมนักแสดงมืออาชีพคับคั่ง อาทิ ฐิสา วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร , มินต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

2 นางเอกสาวคนดัง , แอร์ ภัณฑิลา ฟูกลิ่น, อู๋ นวพล ภูวดล , ไนกี้ นิธิดล ป้อมสุวรรณ  ,มุก วรนิษฐ์ ถาวรวงศ์ ,เกด ธิญาดา พรรณบัว ,นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา ,ธนายุทธ ฐากูรอรรถยา,วิมลพันธ์ ชาลีจังหาญ ,

โก้ ธีรศักดิ์ พันธุจริยา , ตวง สาวิกา กาญจนมาศ, แสตมป์ พรวศิน เรืองนุกูล ,แดนนี่ ลูเซียโน่ ,ธิติวัฒน์ ธนวัฒน์ภัทร์กุล ,ธีรตา สมใจประสงค์, ใจ คอร์นทเวท ,ณัฐพล นิลดอนหวาย  ,รัชพงศ์ อโนมกิติ และอรวรรณ พิไลวรเพชร

จุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ ผู้จัดการโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ “ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชัน”  กล่าวว่า “โครงการนี้ นอกจากเด็กๆ จะได้เรียนรู้หลากหลายศาสตร์เพื่อเตรียมพร้อมการเป็นนักแสดงละคร และการพัฒนาบุคลิกภาพของตนเองในหลากหลายด้านแล้ว เด็กๆ ยังจะได้ปฏิบัติจริง โดยมีการถ่ายทำละครสั้น สร้างสรรค์ต่อต้านการทุจริต ร่วมแสดงละครกับนักแสดงมืออาชีพชื่อดังมากมาย เช่น ฐิสา วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร และ มินต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง 2 นางเอกสาวคนดัง และยังได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับการแสดงระดับครู ต้อ มารุต

สาโรวาท มาอบรมและผู้กำกับการแสดงให้อีกด้วย โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชัน ในปีที่ 3 นี้เราได้ดำเนินการร่วมกับนักศึกษาใน 10 มหาวิทยาลัย เราตั้งใจให้เนื้อหาของละครสะท้อนปัญหาใกล้ตัวเยาวชน และเป็นสื่อที่จะช่วยสร้างความตระหนักรู้ให้กับตัวเยาวชนโดยกระบวนการผลิตละครที่เยาวชนคิด เยาวชนร่วมผลิต สื่อตรงถึงเพื่อนๆ เยาวชนด้วยกัน รวมถึงคนในครอบครัว คนรอบๆ ตัว และประชาชนทั่วประเทศที่รับชมละครผ่านสื่อโทรทัศน์และสื่อโซเซียล โครงการของเราเป็นการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตผ่านสื่อละคร ซึ่งแตกต่างจากละครที่เราเห็นๆ ทั่วไปคือ เป็นละครที่เยาวชนมีส่วนร่วมตั้งแต่แรก โดยโครงการนี้จะมีการจัดอบรมให้ความรู้กับนักศึกษาในหลากหลายด้าน เช่น เรียนรู้พื้นฐานการแสดงกับครูนักแสดงมืออาชีพ, ฝึกความกล้าแสดงออก ,การฝึกสมาธิในการทำงาน, การพูดในที่สาธารณะ, การพัฒนาบุคลิกภาพ ,การสร้างตัวตนในแบบ influencer และหัวใจของการอบรมในครั้งนี้คือการเรียนรู้เรื่องการต้านทุจริตคอรัปชั่น เพื่อสร้างเครือข่ายเยาวชนไม่ทนคอรัปชัน  พร้อมทั้งแบ่งกลุ่มพูดคุยถึงปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นที่เกิดขึ้นแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมแนวทางการแก้ไขปัญหา และออกมานำเสนอเพื่อคัดเลือกมาทำบทละครสั้น ดังนั้นบทละครจะได้แนวคิดการเดินเรื่องทั้งหมดมาจากตัวนักศึกษาที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และในกระบวนการถ่ายทำ เพื่อสร้างสรรค์ละครคุณภาพที่จะกระตุ้นเยาวชนและผู้ชมทุกกลุ่มให้ตระหนักรู้ถึงโทษและแนวทางป้องกันการทุจริตคอรัปชันที่อยู่ใกล้ตัวเราทุกคนครับ”

มารุต สาโรวาท ผู้กำกับการแสดง กล่าวว่า “รู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นผลงานการผลิตละครต้านทุจริตเดินทางมาถึงปีที่ 3 เพราะนี่เป็นละครที่ไม่เหมือนใคร พิเศษตรงที่เปิดโอกาสให้เด็กเยาวชนมีส่วนร่วมในการคิดบท การแสดง และการถ่ายทำร่วมกับมืออาชีพจากวงการบันเทิง ตัวจริงเสียงจริง ต้องขอบคุณทางกองทุน ป.ป.ช ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการ

สร้างสื่อละครสั้น เพราะเป็นสื่อที่เข้าถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง ยิ่งมีแนวทางในการให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำละครแบบนี้ ยิ่งได้ละครสร้างสรรค์ดีดีให้กับประเทศของเราเพิ่มขึ้น เรียกว่าได้ทั้งความบันเทิง กับดารานักแสดงตัวจริง และยังได้สาระ แง่คิดดีดีที่ส่งต่อจากเยาวชนถึงเยาวชนและผู้ชมทั่วประเทศอีกด้วย”

มินต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง นักแสดงชื่อดัง กล่าวว่า “ดีใจมากๆ ที่ได้มีโอกาสมาร่วมแสดงละครดีดีกับน้องๆ นักศึกษาในโครงการนี้ ได้เห็นความตั้งใจของน้องๆ ที่จะร่วมกันสร้างละครที่จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ และผู้ชมทุกกลุ่ม ในฐานะนักแสดงก็ดีใจที่ได้มาช่วยสานฝันให้น้องๆ ได้ทำกิจกรรมดีดี ที่จะเป็นประโยชน์ต่อน้องๆ ต่อมหาวิทยาลัย และต่อผู้ชมละครทั่วประเทศ ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับทีมงานทุกๆ ท่าน และขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีอย่างกองทุน ป.ป.ช ที่เปิดโอกาสดีดีแบบนี้ให้กับน้องๆ นักศึกษาทั้ง 10 สถาบันนะคะ “

ฐิสา วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร นักแสดงชื่อดัง กล่าวว่า ”ตอนแรกก็ตื่นเต้นมากๆ ที่ต้องมาแสดงละครกับน้องๆ นักศึกษาที่มหาวิทยาลัย แต่พอได้ร่วมแสดงกันจริงๆ กลับได้พลังมากมายจากนักศึกษาคนรุ่นใหม่ ที่เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการแสดงละครเทียบเท่ากับนักแสดงมืออาชีพได้เลยค่ะ ยิ่งรู้ว่าก่อนจะมาแสดง มาถ่ายทำกัน น้องๆ ผ่านกระบวนการอบรมทั้งพื้นฐานการแสดง การเขียนบท เรียกว่าโครงการนี้ได้ให้ความรู้น้องๆ มาเป็นอย่างดีแล้ว ทำให้เมื่อต้องมาทำงานกับทีมนักแสดง ตากล้อง ผู้กำกับมืออาชีพ น้องๆ จึงทำออกมาได้ดีมากๆ ค่ะ ขอชื่นชมน้องๆ อาจารย์ ทีมงานทุกท่าน ที่ทุ่มเทในการสร้างสรรค์ละครดีดีเพื่อรณรงค์ต่อต้านการทุจริตคอรัปชัน ซึ่งจะเป็นอีกสื่อละครที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ชมมากๆ ค่ะ “

นรต.วีรยศ คำชำนาญ นักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจ กล่าวว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ครับ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมโครงการการแสดงละคร แถมยังต้องแสดงร่วมกับนางเอกละครชื่อดังจากช่อง 7 เพื่อนๆ ก็ตื่นเต้นกันอย่างมากครับ ตอนที่เริ่มโครงการก็เลยพยายามตั้งใจเรียนพื้นฐานการแสดง , การระดมความคิดเห็นของเพื่อนๆ เพื่อให้ได้บทละครที่มีคุณภาพ เราคาดหวังว่าละครที่พวกเราตั้งใจทำจะเป็นอีกหนึ่งสื่อที่จะสะท้อนปัญหาเรื่องการทุจริตคอรัปชัน และปลูกฝั่งจิตสำนึกที่ดีให้กับนักเรียนนายร้อยทุกคนที่จะเติบโตไปทำหน้าที่รับใช้ประเทศชาติ รับใช้ประชาชนอย่างสุจริตต่อไปครับ”

โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการละครสร้างสรรค์ “ต่อต้านการทุจริต เยาวชนไม่ทนคอรัปชั่น” ปีที่ 3 โดย กองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช.) ให้การสนับสนุน บริษัท มหารวย เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัดดำเนินการอบรมพื้นฐานการแสดง และให้เยาวชนได้ร่วมในการคิด สร้างสรรค์บทละคร และร่วมแสดงละครกับมืออาชีพ เพื่อสร้างเครือข่ายเยาวชนไม่ทนคอรัปชันผ่านการแสดงละครสั้น สนับสนุนนักศึกษาร่วมต่อต้านการทุจริต

ผ่านการผลิตสื่อละครที่สามารถเข้าถึงเยาวชนด้วยกันเอง และส่งต่อแนวคิดไปยังผู้ชมทุกกลุ่มทั่วประเทศ โดยมีสถาบันการศึกษาระดับอุมศึกษาเข้าร่วมโครงการ 10 สถาบัน เปิดโอกาสให้นักศึกษากว่า 1,000 คนได้เป็นแกนนำในการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการต่อต้านทุจริตคอรัปชัน ที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับประเทศชาติ โดยทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ได้

ทั้งนี้ผลงานการผลิตละครสั้นที่นักศึกษามีส่วนร่วมทั้ง 10 เรื่องนี้ เผยแพร่สู่ผู้ชมทั่วประเทศผ่านสื่อโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 และทางช่อง TikTok @youthml ร่วมถึงสื่อโซเซียลทุกช่องทาง

ไทยเจ้าภาพจัดแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกครั้งที่21

ไทยเจ้าภาพจัดแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกครั้งที่21

ไทยเจ้าภาพจัดแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกครั้งที่21

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.19 น.

ประเทศไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพ “การแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 21” เฉลิมพระเกียรติฯ  ‘กรมสมเด็จพระเทพฯ’ พระชนมายุครบ 70 พรรษา

วันนี้ (26 มิ.ย.) กระทรวงศึกษาธิการ มูลนิธิสอวน. และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศครั้งที่ 21 (The 21* International Geography Olympiad – iGeo 2025) ระหว่างวันที่ 26 ก.ค.- 1 ส.ค.2568 ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีเยาวชนจากทั่วโลกกว่า 400 คนเข้าร่วมแข่งขันและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านภูมิศาสตร์

ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การจัดการแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 21  มีความพิเศษเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา ที่ทรงให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยเฉพาะในเรื่องของภูมิศาสตร์ ประเทศไทยเราได้รับโอกาสในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันในครั้งนี้ โดยกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สอวน.) และภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินการแข่งขัน โดยกระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยสนับสนุนการจัดการแข่งขัน เพื่อยกระดับศักยภาพด้านภูมิศาสตร์ของประเทศไทยสู่เวที่สากล ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ก็มีประเทศต่างๆเข้าร่วมประมาณ 51 ประเทศ  มีนักเรียนที่เข้าร่วมประมาณ 212 คน

ด้าน ศ.กิตติคุณ นพ.จรัส สุวรรณเวลา รองประธานมูลนิธิ สอวน.กล่าวว่า นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของวิชาภูมิศาสตร์ และทรงเห็นการแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกในระดับนานาชาติ จึงได้มีรับสั่งให้ มูลนิธิ สอวน. มีการพัฒนาเรื่องนี้ และยืนยันว่าวิชาภูมิศาสตร์มีประโยชน์และมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการแก้ปัญหาต่างๆต้องมีความรู้ทางภูมิศาสตร์เป็นพื้นฐาน ทั้งเรื่องน้ำท่วม ฝุ่น PM2.5 สารปนเปื้อน สารหนู จึงจำเป็นต้องพัฒนาเรื่องภูมิศาสตร์ให้เป็นวิชาพื้นฐานความรู้ให้ประชาชนของประเทศ และในเวลาเพียง7-8ปี เราก็สามารถทำให้นักเรียนของเราไปแข่งขันโอลิมปิกในระดับนานาชาติ สามารถแข่งชนะคนอื่นได้ด้วย คณะกรรมการนานาชาติ จึงพิจารณาให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพรั้งแรกในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ ก็ถือเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นหนึ่ง เราจึงถือโอกาสนี้เฉลิมฉลองในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา และเป็นเวทีสำคัญในการแสดงความสามารถของเยาวชนไทยพร้อมทั้งเป็นการสืบสานพระราชดำริขององค์ประธานมูลนิธิ สอวน. ที่ทรงสนับสนุนให้เยาวชนไทยก้าวสู่เวทีวิชาการระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2558 มูลนิธิ สอวน. ได้จัดตั้งศูนย์ภูมิศาสตร์โอลิมปิกทั่วประเทศและสนับสนุนการฝึกอบรมครูและนักเรียนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เยาวชนไทยคว้ารางวัลในเวที่ระดับโลกมาทุกปี โดยในปีล่าสุดยังเป็นครั้งแรกที่นักเรียนหญิงไทยคว้าเหรียญทองลำดับที่ 1 ได้สำเร็จ

ขณะที่ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงการได้เป็นเจ้าภาพหลักของการจัดการแข่งขันในครั้งนี้ ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ ทั้งในด้านวิชาการ เทคโนโลยี และระบบสนับสนุนที่ครบครันโดยหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงคุณภาพทางวิชาการได้แก่ การที่ OS World University Rankings by Subject 2025 ได้จัดอันดับให้จุฬาฯ อยู่ใน อันดับ 1 ของประเทศไทย และอันดับ 4 ของอาเซียน ในกลุ่มสาขา Arts and Humanities ซึ่งรวมถึงด้านภูมิศาสตร์ ที่จุฬาฯ พร้อมที่จะแบ่งปันองค์ความรู้นั้นกับเยาวชนจากทั่วโลก ผ่านเวทีภูมิศาสตร์โอลิมปิกที่กำลังจะเกิดขึ้น

“ประเทศไทยเป็นศูนย์รวมเป็นศูนย์กลาง ของการรวมเยาวชนทั่วโลกให้มาเจอกัน ในวันนี้ประเทศไทยได้ผงาดในเวทีระดับโลกอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการจัดการแข่งขันในครั้งนี้มีความหมายยิ่งใหญ่ เนื่องจากมีนักเรียนและเยาวชนจาก 51 ประเทศมารวมกันและมากกว่านั้นประเทศไทยของเราจะได้แสดงศักยภาพ แสดง ของเยาวชนคนไทยของเราให้ตระหนักรู้ถึงระดับโลก โดยในการแข่งขันจะมีเนื้อหาสาระ มีข้อสอบ มีการประกวดแข่งขัน แต่ทุกการแข่งขันจะนำมาซึ่งมิตรภาพและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนทั่วโลกที่มาเจอกัน และผมเชื่อว่าผลที่ได้ทั้งหมดคือการเชื่อมโยงและการแสดงถึงคุณภาพของการศึกษาของประเทศไทยที่เราสามารถทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศได้  ซึ่งขณะนี้เราพร้อมถึงพร้อมที่สุด จุฬาลงกรณ์ สอวน. และกระทรวงศึกษาฯ เราพร้อมในทุกด้าน ที่สำคัญเป็นการแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศครั้งที่ 21 แปลว่าเรามีพัฒนาการจึงต้องทำให้ทั่วโลกตระหนักว่านี่คือการจัดงานครั้งที่ดีที่สุดเท่าที่เคยจัดการแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกที่ผ่านมา” ศ.ดร.วิเลิศ กล่าว

ส่วน รศ.ดร.สุรเดช โชติอุดมพันธ์ คณบดีคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเพิ่มเติมถึง นักเรียนผู้แทนประเทศไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 21จำนวน 4 คน ได้แก่ นายกิตติกวิน ฉลองกุล และนายณพล ฮ้อศิริมานนท์ จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาและนายธนัตถ์พล ตวงทอง และนายณัฏฐ์ปวินท์ พรหมศิวรักษ์ จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ถือเป็นความสำเร็จในการพัฒนานักเรียนไทยไปสู่ระดับนานาชาติ

ทั้งนี้ การแข่งขันภูมิศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 21 นี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธีเปิด ณ หอประชุมใหญ่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

015

สกร.เปิดสมัครสอบเทียบครั้งที่ 3 ตั้่งแต่วันที่ 26 มิ.ย.-7 ก.ค.นี้ไม่มีค่าใช้จ่าย

สกร.เปิดสมัครสอบเทียบครั้งที่ 3 ตั้่งแต่วันที่ 26 มิ.ย.-7 ก.ค.นี้ไม่มีค่าใช้จ่าย

สกร.เปิดสมัครสอบเทียบครั้งที่ 3 ตั้่งแต่วันที่ 26 มิ.ย.-7 ก.ค.นี้ไม่มีค่าใช้จ่าย

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 21.51 น.

สกร.เปิดรับสมัครสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 3 ฟรี!ไม่มีค่าใช้จ่าย รับสมัครวันที่ 26 มิถุนายน – 7 กรกฎาคม สอบวันที่ 2-3 สิงหาคม 2568 สิ้นสุดนำร่องเฟสแรก เตรียมวิเคราะห์ผลการจัดสอบทั้ง 3 รอบ

นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เปิดเผยว่า วันที่ 26 มิถุนายน ถึง วันที่ 7 กรกฎาคม นี้ สกร. จะเปิดรับสมัครและรับขึ้นทะเบียนสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้วยระบบดิจิทัล ครั้งที่ 3 โดยรองรับทั้งผู้สอบเก่าและใหม่ ผู้สนใจต้องลงทะเบียนเพื่อจองสิทธิแบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ http://ekas.dole.go.th และต้องมายืนยันเอกสารเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ขอสอบ พร้อมสมัครสอบรายวิชาได้ที่ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองทุกจังหวัด และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับเขตลองเตย กรุงเทพฯ รวมทั้งสิ้น 77 แห่งทั่วประเทศ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบฯตามรอบของการสอบ วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 จากนั้น สกร. และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) จะร่วมดำเนินการสอบเทียบ วันที่ 2 – 3 มิถุนายน 2568 และประกาศรายชื่อผู้ผ่านการทดสอบ วันที่ 18 สิงหาคม 2568 ซึ่งการจัดทดสอบครั้งที่ 3 นี้ ไม่คิดค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับผู้สอบ และจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการบริหารการจัดสอบสำหรับศูนย์สอบ และสถานศึกษาที่ทำหน้าที่เทียบระดับเช่นเดียวกับการจัดทดสอบ 2 ครั้งที่ผ่านมา

“ ผลการสอบเทียบฯ โดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เป็นผู้ออกข้อสอบ ใช้ข้อสอบประมวลความรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560 ) ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งมีขอบข่ายเนื้อหาใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ นั้น ในการสอบครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2 มีผู้สอบผ่านทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ในการสอบครั้งเดียว รวมจำนวน 13 คน มีผู้สอบผ่าน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ในการสอบรวม 2 ครั้งอีกจำนวนหนึ่ง และยังมีผู้สอบไม่ผ่านบางกลุ่มสาระการเรียนรู้ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้สามารถมาลงทะเบียนเพื่อสอบเก็บวิชาที่ยังไม่ผ่านในการสอบครั้งที่ 3 ได้ ทั้งนี้ ในการสอบครั้งที่ 2 ผู้ลงทะเบียนสอบมากกว่าครึ่ง เป็นผู้ที่ลงทะเบียนสอบมาแล้วในครั้งแรกแต่ยังสอบไม่ผ่าน และคาดว่าในรอบที่ 3 นี้ จะมีผู้ลงทะเบียนสอบไม่ต่ำกว่า 2,000 คน” อธิบดี สกร. กล่าว

นายธนากร กล่าวต่อไปว่า การสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ครั้งที่ 3 ถือเป็นการสิ้นสุดการนำร่องสอบเทียบฯ เฟสแรก ของปีงบประมาณ 2568 ซึ่ง สกร.จะนำผลการดำเนินงานจัดการสอบเทียบทั้งหมดมาวิเคราะห์ ทบทวน เพื่อปรับปรุงแผนการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2569 โดยเบื้องต้นการทดสอบ ครั้งที่ 4 ยังคงใช้ระบบดิจิทัล (Digital Testing) ของ สทศ. และในส่วนของข้อสอบจะมีจัดทำเพิ่มเติมใหม่เรื่อยๆ ให้รองรับการจัดสอบในระยะยาวต่อไป.

‘มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม’ชวนนักเรียนมัธยมปลาย ส่งผลงานประกวด’นวัตกรรมป้องกันการเกิดอุบัติเหตุแผลไหม้’

'มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม'ชวนนักเรียนมัธยมปลาย ส่งผลงานประกวด'นวัตกรรมป้องกันการเกิดอุบัติเหตุแผลไหม้'

‘มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม’ชวนนักเรียนมัธยมปลาย ส่งผลงานประกวด’นวัตกรรมป้องกันการเกิดอุบัติเหตุแผลไหม้’

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 18.12 น.

“มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม”ชวนนักเรียนมัธยมปลาย ส่งผลงานประกวด”นวัตกรรมป้องกันการเกิดอุบัติเหตุแผลไหม้” ชิงรางวัลรวมกว่า 80,000 บาท

มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม (Operation Smile Thailand) ขอเชิญชวนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ที่มีความสนใจด้านการแพทย์ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีชีวภาพ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทีมตั้งแต่ 2 – 4 คน ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในหัวข้อ “สร้างแรงบันดาลใจ เปลี่ยนแปลงสังคม: นวัตกรรมป้องกันการเกิดอุบัติเหตุแผลไหม้” ผู้บริหารมูลนิธิเผย การประกวดครั้งนี้ มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ และความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ เพื่อสร้างแนวทางในการป้องกันการเกิดแผลไฟไหม้ในสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ทันตแพทย์หญิงยุพเรศ นิมกาญจน์ ประธานมูลนิธิสร้างรอยยิ้ม กล่าวถึงรายละเอียดของการประกวดครั้งนี้ว่า เป็นกิจกรรมที่สร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับอุบัติเหตุแผลไหม้ซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุทั้งน้ำร้อนลวก ไฟลวกและไฟฟ้า รวมทั้งแผลไหม้จากความเย็น เคมี กัมมันตภาพรังสี “ผู้ประสบอุบัติเหตุได้รับความทุกข์ทรมานจากแผลยึดติด หดรั้ง กลายเป็นคนพิการ ไม่สามารถดำรงชีวิตอย่างปกติได้ ที่ผ่านมา นอกจากช่วยเหลือผู้ป่วยอาการปากแหว่งเพดานโหว่แล้ว มูลนิธิฯ ได้ขยายไปสู่การผ่าตัดฟรีให้กับผู้ป่วยแผลไหม้อีกด้วย”

“โครงการนี้ นอกจากเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ตระหนักรู้เกี่ยวกับแผลไหม้แล้ว ยังเป็นการเชิญชวนให้เยาวชนได้เข้ามามีส่วนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจ เปลี่ยนแปลงสังคมเพื่อช่วยกันป้องกันการเกิดอุบัติเหตุแผลไหม้อย่างเป็นรูปธรรม” ประธานมูลนิธิสร้างรอยยิ้มกล่าว

สำหรับคุณสมบัติและรูปแบบการส่งผลงานนั้น จะต้องกำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่ารวมทั้งนักเรียนระดับ ปวช.จัดตั้งทีมจำนวน 2 – 4 คน ส่ง โปสเตอร์นำเสนอแนวคิด และวีดิทัศน์ความยาว 5 – 7 นาทีภายใต้แนวคิด “สร้างแรงบันดาลใจ เปลี่ยนแปลงสังคม : นวัตกรรมป้องกันการเกิดอุบัติเหตุแผลไหม้” แนบ รายงานฉบับเต็ม (ไม่เกิน 10 หน้า พร้อมภาพประกอบข้อมูล) กำหนดส่งผลงาน ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 คณะกรรมการจะคัดเลือก 5 ผลงานภายในวันที่ 8 สิงหาคม 2568 และเชิญทีมที่ผ่านเข้ารอบสึดท้ายนำเสนอผลงานระหว่างวันที่ 14 – 15 สิงหาคม 2568 ผู้ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง เงินรางวัล 20,000 บาท รองชนะเลิศอันดับสอง เงินรางวัล 10,000 บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณปพิชญา กตัญญุตานนท์ Chayainkkat@gmail.com หรือติดต่อ คุณวิสารัตน์ พรพานิช หมายเลขโทรศัพท์ 091-884-7245 ส่งผลงานทางอีเมล Anya.pawanpat@gmail.com

สพฐ. สั่งเด้ง ‘ผอ.ไข่พะโล้’-ตั้งกรรมการสอบฯ เซ่นปมอาหารเช้านักเรียน

สพฐ. สั่งเด้ง 'ผอ.ไข่พะโล้'-ตั้งกรรมการสอบฯ เซ่นปมอาหารเช้านักเรียน

สพฐ. สั่งเด้ง ‘ผอ.ไข่พะโล้’-ตั้งกรรมการสอบฯ เซ่นปมอาหารเช้านักเรียน

วันพุธ ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.58 น.

วันที่ 25 มิถุนายน 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์ กรณีโรงเรียนราชประชานุเคราะห์จังหวัดเชียงใหม่ จัดอาหารมื้อเช้าให้นักเรียนเป็นข้าวพะโล้ไก่กับไข่ต้มหนึ่งใบ นั้น สพฐ. ได้รับทราบเหตุและไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการให้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตามขั้นตอนโดยทันที เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนและเกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

พร้อมทั้งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวไปปฏิบัติหน้าที่ยังสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เป็นการชั่วคราวจนกว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาด้านการบริหารภายในสถานศึกษา โดย สพฐ. จะกำกับติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ ได้กำชับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งให้กำกับติดตามสถานศึกษาในสังกัดให้ดำเนินการโครงการต่างๆ ตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของนักเรียนและครูต่อไป

เปิดภาพ! ‘ลุงตู่’ เข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะสมเด็จพระสังฆราช

เปิดภาพ! 'ลุงตู่' เข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะสมเด็จพระสังฆราช

เปิดภาพ! ‘ลุงตู่’ เข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะสมเด็จพระสังฆราช

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 16.18 น.

วันที่ 24 มิถุนายน 2568 วันที่ 24 มิถุนายน 2568 เพจเฟซบุ๊ก “โบราณนานมา” เผยภาพ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา องค์มนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี เข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 26 มิถุนายน 2568 ณ พระตำหนักอรุณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม 

‘ไทยพีบีเอส ชวนออกแบบชีวิต ซีซัน 2 “ชีวิตไม่เกษียณที่มีงานรองรับ’

'ไทยพีบีเอส ชวนออกแบบชีวิต ซีซัน 2 “ชีวิตไม่เกษียณที่มีงานรองรับ'

‘ไทยพีบีเอส ชวนออกแบบชีวิต ซีซัน 2 “ชีวิตไม่เกษียณที่มีงานรองรับ’

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 13.56 น.

‘ไทยพีบีเอส ชวนออกแบบชีวิต ซีซัน 2 “ชีวิตไม่เกษียณที่มีงานรองรับ’

The Active ไทยพีบีเอส – ภาคีเครือข่ายฯ ตั้งวงคุยร่วมหาทางออก “แก่ก่อนรวย” จะไปทางไหนดี ออกแบบชีวิต ซีซัน 2 เมื่อชีวิตต้องไปต่อ การทำงานหลังวัยเกษียณจึงจำเป็น นักวิชาการ- เสนอขยายอายุเกษียณแบบสมัครใจ ค่อย ๆ เปลี่ยน ค่อย ๆ ขยับ คุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ ส่งเสริมการมีงานทำ

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส โดยศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ หรือ The Active ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดเวที Policy Forum “Unretirement: The Next Chapter ชีวิตไม่เกษียณ” ในงานมนุษย์ต่างวัย Fest 2025 ชีวิตดี…ชีวิต ซีซัน 2 It’s Okay To Be You เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2568

รศ.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าสถานการณ์สังคมสูงอายุในประเทศไทยเริ่มตั้งแต่ ปี 2548 โดยปี 2567 เป็นสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์และจะเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด ในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือประมาณการณ์ปี 2578 จะมีผู้สูงอายุสูงถึง 27-30% หมายความว่าจะมึผู้สูงอายุมากถึง 1 ใน 3 ของจำนวนประชากร ซึ่งการเปลี่ยนไปสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดของไทย ถือว่ามีอัตราที่เร็วมาก ที่สำคัญคือ ผู้สูงอายุไทยอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกว่า “แก่ก่อนรวย” ดังนั้น หากไม่มีการเตรียมความพร้อม หมายถึงไม่มีเงินออมเพียงพอ การทำงานหลังวัยเกษียณจึงมีความจำเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามการทำงานของผู้สูงอายุขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ 1. จำเป็นต้องทำแต่ไม่พร้อม เช่นมีปัญหาสุขภาพ เงินออมไม่เพียงพอ 2. มีความพร้อมแต่ไม่จำเป็น เป็นกลุ่มที่มีบำนาญ เป็นกลุ่มที่ไม่ต้องสร้างรายได้ แต่ต้องการสร้างคุณค่าให้ตนเอง 3. ความคุ้มเสี่ยง ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าไม่คุ้ม เนื่องจากสภาพแวดล้อม ซึ่งเกือบ 90% เป็นแรงงานนอกระบบ

“การส่งเสริมผู้สูงอายุให้ยังคงอยู่ในตลาดแรงงาน ถือเป็นทางรอด เพราะผู้มีอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ยังคงมีศักยภาพ และยังเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยพัฒนาประเทศได้ สำหรับเรื่องการ “ขยายอายุเกษียณ” ในแวดวงวิชาการมีการพูดคุยกันมายาวนาน มองว่า การขยายเวลาเกษียณที่ครอบคลุมกลุ่มภาครัฐที่มีอยู่ประมาณ 2-3 ล้านคน เป็นการขยายเวลาการทำงานแบบสมัครใจ ลดชั่วโมงการทำงานให้เหมาะสม และค่อยเพิ่มขยายอายุทีละ 1 หรือ 2 ปี เพื่อไม่ให้กระทบกับคนรุ่นใหม่ และการบังคับอาจส่งผลกระทบในวงกว้าง ขณะเดียวกันคนกลุ่มใหญ่ที่สุดของสังคมคือภาคเอกชน ก็สามารถขยายอายุการทำงาน โดยแยกออกจากสิทธิ์ในระบบประกันสังคมการจ่ายสิทธิประโยชน์” รศ.เฉลิมพล กล่าว

กฤษฎี ตั้งจิตถนอมสิน วัย 62 ปี ผู้ผ่านการอบรมโครงการชีวิต ซีซัน 2 วิชา อัปสกิลขั้นสุดสู่การเป็นที่ปรึกษามืออาชีพ เล่าว่า เคยมีอาชีพเป็นวิศวกร ในบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง แต่ต้องตกงานในวัย 40+ ปี โดยการเออรี่รีไทร์ หรือ “การเกษียณก่อนกำหนด” ไปสมัครงานที่ไหน ก็ไม่มีใครรับ ด้วยเหตุผลอายุเกิน 35 ปี และเงินเดือนสูงเกินไป เลยตัดสินใจเข้าร่วมอบรมกิจกรรมที่สนใจ เพื่อเพิ่มทักษะต่อยอดความรู้ จนมาเจอโครงการ “ที่ปรึกษา” ของเพจมนุษย์ต่างวัย ทำให้ปัจจุบันใช้ความสามารถที่มีและการพัฒนาตนเองมาเป็นที่ปรึกษาให้บริษัท SMEs ไทยหลายแห่ง และยังมีโอกาสได้ทำงานใกล้บ้าน โดยการเป็นบาริสต้า มีรายได้ชั่วโมงละ 50 บาท หรือ 200 บาทต่อวัน สิ่งที่อยากฝากไว้คือ ผู้สูงอายุที่ออกไปงานมีสังคม จะมีสุขภาพที่ดีกว่า การติดบ้าน และในที่สุดติดเตียง

ด้าน วสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มองว่า ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายเฉพาะในการคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ ในขณะที่สังคมเปลี่ยนและผู้สูงอายุไทยมีอายุเฉลี่ยยืนขึ้น ถึงเวลาต้องปรับให้มีกฎหมายเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ ให้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน มีหลักประกันรายได้ที่เพียงพอ และมีศักดิ์ศรีในการใช้ชีวิต นอกจากนี้เสนอให้ปรับนิยามของ “ผู้สูงอายุ” ใหม่ เนื่องจากปัจจุบันนิยามผู้สูงอายุอยู่ที่ 60 ปี เมื่อก้าวสู่เลข 60  ก็มองว่าตัวเองชราภาพทันทีแม้จะผ่าน 59 ปี มาวันเดียว ซึ่งส่งผลต่อทัศนคติในการทำงาน จึงควรปรับนิยามอายุเพื่อส่งเสริมการทำงานในวัยหลัง 60 ปี

ทั้งนี้ สามารถติดตามย้อนหลังได้ที่ ทุกช่องทางของ The Active พร้อมร่วมเรียนรู้และผลักดันประเด็นเรื่องการออมและการเกษียณที่ยั่งยืน กับแพลตฟอร์ม Policy Watch ได้ที่ https://policywatch.thaipbs.or.th/policy/finance-3   

ไม่พลาดทุกข่าวสาร สาระความรู้ และคอนเทนต์คุณภาพ ติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่

▪ Website : http://www.thaipbs.or.th  

▪ Application : Thai PBS

▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X , LINE, TikTok, Instagram, Threads, Linkedin

NIA พร้อมจัดงาน ‘SITE 2025’ ดันไทย Hub ความร่วมมือนวัตกรรม

NIA พร้อมจัดงาน ‘SITE 2025’ ดันไทย Hub ความร่วมมือนวัตกรรม

NIA พร้อมจัดงาน ‘SITE 2025’ ดันไทย Hub ความร่วมมือนวัตกรรม

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ NIA เตรียมจัดงาน “SITE 2025” มหกรรมนวัตกรรม-สตาร์ตอัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเนรมิต 3 เวทีใหญ่อัพเดตเทรนด์ล่าสุด โชว์ไอเดียธุรกิจต่อหน้านักลงทุนจากทั่วโลก

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือ NIA เปิดเผยว่า ในปีนี้ NIA จัดงาน “Startup x Innovation Thailand Expo 2025” หรือ SITE 2025 ภายใต้แนวคิด “Global Innovation Partnership – AI & Sustainability : The Next Era of Innovation” ระหว่างวันที่ 4 – 6 ก.ค.นี้ ที่พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยมีเครือข่ายสตาร์ทอัพชั้นนำระดับโลกจาก 10 ประเทศพันธมิตรทั้งญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ เช็ก ฮังการี ฟินแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ กาตาร์และชิลี เข้าร่วมพร้อม 20 องค์การนานาชาติ , 13 หน่วยงานภาครัฐ ,12 องค์กรเอกชนชั้นนำ 7 สมาคมวิชาชีพ และ 50 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เรียกว่าเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนในระบบนวัตกรรมและสตาร์ทอัพได้มีส่วนร่วมในเวทีที่ขับเคลื่อนอนาคตร่วมกัน

ภายในงานประกอบด้วย เวทีสัมมนากว่า 30 หัวข้อ ครอบคลุมทุกมิติของนวัตกรรมโลกบน 3 เวทีหลัก พร้อมอัพเดตเทรนด์ล่าสุดและโชว์ไอเดียธุรกิจต่อหน้านักลงทุนจากทั่วโลก โดยไฮไลต์ของเวทีนี้คือ การแข่งขัน Startup Thailand League รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ และการนำเสนอผลงานใน 100 Startup Pitching ซึ่งครอบคลุมเทคโนโลยีมาแรงอย่าง AI, Deep Tech และนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน

มวล.ขึ้นอันดับ 1 ของโลก SDG5 ความเท่าเทียมทางเพศ THE Impact Rankings 2025

มวล.ขึ้นอันดับ 1 ของโลก SDG5 ความเท่าเทียมทางเพศ THE Impact Rankings 2025

มวล.ขึ้นอันดับ 1 ของโลก SDG5 ความเท่าเทียมทางเพศ THE Impact Rankings 2025

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) ผงาดขึ้นอันดับ 1 ของโลก SDG5 การส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ และมี 6 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่ติด 50 อันดับแรกของโลก จากการจัดอันดับ THE Impact Rankings 2025 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่ความยั่งยืนในระดับสากล

สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก Times Higher Education (THE) เผยแพร่ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ที่มีการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามแนวทางขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) หรือ THE Impact Rankings 2025 โดยมีมหาวิทยาลัยจำนวน 2,526 แห่ง จาก 130 ประเทศทั่วโลก และสถาบันอุดมศึกษาไทย 83 แห่งเข้ารับการจัดอันดับ ผลปรากฏว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สามารถไต่อันดับขึ้นมาอยู่ในกลุ่มมหาวิทยาลัย ‘TOP 100 ของโลก’ โดยอยู่ในอันดับที่ 93 ของโลก อันดับ 5 ของประเทศ ถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดเท่าที่เคยได้รับการจัดอันดับในด้านนี้และมีถึง 6 เป้าหมาย SDGs ติดอันดับ ‘Top 50 ของโลก’ ของโลกด้วย

หากดูคะแนนในแต่ละด้าน พบว่า ในปีนี้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในด้านบทบาทการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศอย่างยั่งยืน หรือ SDG 5 : Gender Equality ทำคะแนนได้ 85 จาก 100 คะแนนเต็ม ขึ้นแท่นครองอันดับ 1 ของโลก ซึ่ง THE มีการพิจารณาจากสัดส่วนของผู้หญิงในการบริหาร การเรียนการสอนและการวิจัย ตลอดจนมาตรการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในการศึกษาและการทำงานของมหาวิทยาลัย

นอกจากนี้ ยังมีผลงานที่โดดเด่นที่ติดอันดับ ‘Top 50 ของโลก’ อีก 5 เป้าหมาย SDGs ได้แก่ SDG2 Zero Hunger อันดับ 32 ของโลก อันดับที่ 2 ของไทย , SDG3 Good Health and Wellbeing อันดับ 33 ของโลก อันดับที่ 3 ของไทย , SDG14 Life Below Water อันดับ 38 ของโลก อันดับที่ 3 ของไทย ,SDG17 Partnership อันดับ 39 ของโลก อันดับที่ 4 ของไทย , SDG4 Quality Education อันดับ 50 ของโลก อันดับที่ 3 ของไทย , SDG6 Clean Water อันดับ 54 ของโลก อันดับที่ 2 ของไทย , SDG11 Sustainable Cities and Communities อันดับ 76 ของโลก อันดับที่ 4 ของไทย

ศ.ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี มวล. กล่าวว่า มวล.ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ตามกรอบขององค์การสหประชาชาติและมีการดำเนินการอย่างเนื่อง จากอันดับที่ 601-80 ของโลกในปี 2022 ขยับมาอยู่ในอันดับ 101-200 ของโลกในปีที่ผ่านมา และสามารถขึ้นมาอยู่ Top100 ของโลกได้สำเร็จในปีนี้ ซึ่งในประเทศไทยมีเพียง 5 สถาบันที่ติด Top100 แสดงให้เห็นว่า มหาวิทยาลัยมีผลงานที่โดดเด่นเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก ที่รับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล เชื่อว่าในอนาคตจะมีอันดับที่ดีกว่านี้เพราะเรายังคงมุ่งมั่นทำงานต่อไป

สำหรับ การจัดอันดับมหาวิทยาลัย THE Impact Rankings 2025  ใช้การประเมินตัวชี้วัด 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1) งานวิจัย (research) 2) นโยบายและแนวทางการปฏิบัติภายในมหาวิทยาลัย (stewardship) 3) การเชื่อมโยงกับสังคมในระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และระดับโลก (outreach) และ 4) การเรียนการสอน (teaching) โดยในปีนี้ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์นซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ได้รับการจัดอันดับเป็นที่หนึ่งของโลก และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และม.เชียงใหม่ ครองอันดับ 1 ของไทย

​วช.มอบรางวัลผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ปี’68 หนุนเยาวชนสู่การยกระดับและมาตรฐานในอนาคต

​วช.มอบรางวัลผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ปี’68 หนุนเยาวชนสู่การยกระดับและมาตรฐานในอนาคต

​วช.มอบรางวัลผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ปี’68 หนุนเยาวชนสู่การยกระดับและมาตรฐานในอนาคต

วันอังคาร ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดพิธีมอบรางวัลการประกวดผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2568 (Higher Education Innovation Awards 2025) โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล พร้อมด้วย น.ส.ศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการ วช. กล่าวรายงาน ในปีนี้มีผลงานร่วมประกวดใน 5 กลุ่ม ได้แก่ ด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร, ด้านการสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์, ด้านวิศวกรรมศาสตร์เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และอุปกรณ์อัจฉริยะ, ด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีวัสดุ และ BCG Economy Model และด้านคุณภาพชีวิตและ Soft Power โดยแบ่งกลุ่มการประกวดออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับปริญญาตรี และระดับบัณฑิตศึกษา ณ เวทีกิจกรรม Highlight stage โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการ วช. กล่าวว่า การจัดประกวดในโครงการผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2568 (Higher Education Innovation Awards 2025) จัดต่อเนื่องคู่ขนานกับการจัดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติมาโดยตลอด และได้รับความสนใจทั้งจากนวัตกรเยาวชนผู้ส่งผลงานเป็นอย่างมาก โดยผลงานที่ส่งประกวดมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าขึ้นทุกปี นอกจากทีมที่ชนะจะได้รับรางวัลจากการแข่งขันแล้ว วช. ยังให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดการต่อยอดผลงานและสนับสนุนทุนวิจัยสู่การยกระดับสู่นักประดิษฐ์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้โครงการ Innovation to Business (I-2B) ที่จะส่งเสริมและพัฒนาผลงานวิจัยและนวัตกรรมต้นแบบให้มีระดับความพร้อมใช้ทางเทคโนโลยี มีมาตรฐาน เข้าสู่กระบวนการยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในเชิงชุมชน สังคม ภาคบริการ และสามารถต่อยอดสู่การเป็นธุรกิจ หรือเชิงพาณิชย์

ด้าน น.ส.ศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการ วช. กล่าวว่า โดยผลงานที่ได้รับรางวัล นวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2568 ในปีนี้ ได้แก่ กลุ่มเรื่องที่ 1 ด้านเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ระดับปริญญาตรี ระดับดีเด่น ได้แก่ ผลงาน “เกสรเทียมจากเนื้อไก่” สำหรับใช้เป็นอาหารเสริมเลี้ยงผึ้งพันธุ์ มหาวิทยาลัยพะเยา และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ,  ระดับดีมาก ได้แก่ ผลงาน “Good nite” เครื่องดื่มผงนมวอลนัทกลิ่นนมฮอกไกโด มหาวิทยาลัยนเรศวร และระดับดี ได้แก่ ผลงาน นวัตกรรมเครื่องมือผสมเกสรและสารละลายเร่งการงอกเรณู เพื่อเพิ่มการติดผลทุเรียนในสภาพภูมิอากาศที่วิกฤต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ระดับบัณฑิตศึกษา ระดับดีเด่น ได้แก่ ผลงาน ไบโอโพร์เท็กซ์: สารอินทรีย์กำจัดแมลงศัตรูพืชจากเปลือกหอย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ระดับดีมาก ได้แก่ ผลงาน การประยุกต์ใช้ซิลิกาจากแกลบเพื่อเพิ่มอายุการเก็บรักษาอาหารอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และระดับดี ได้แก่ ผลงาน Agent29: คอปเปอร์ออกซี่คลอไรด์รูปเข็มระดับนาโนเมตรเพื่อการกำจัดเชื้อราในพืชและผลไม้เศรษฐกิจ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มเรื่องที่ 2 ด้านการสาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ ระดับปริญญาตรี ระดับดีเด่น ได้แก่ ผลงานอุปกรณ์ไมโครฟลูอิดิกส์อย่างง่ายร่วมกับเซนเซอร์เชิงเคมีไฟฟ้าสำหรับตรวจวัดไอโอไดด์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ระดับดีมาก ได้แก่ ผลงาน อุปกรณ์จำลองระบบผิวหนังบนชิปเพื่อการประยุกต์ใช้งานทางเภสัชศาสตร์และเวชสำอาง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และระดับดี ได้แก่ ผลงาน สารสกัดอัลบูมินสำหรับสุนัข จากพลาสมาขุ่นขาว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับบัณฑิตศึกษา ระดับดีเด่น ได้แก่ ผลงาน เซลลิเออร์: อุปกรณ์พิมพ์สามมิติทางเลือกต้นทุนต่ำ สำหรับแบบจำลองกลไกป้องกันของลำไส้ ในระดับเซลล์บนแพลตฟอร์มฐานกระดาษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ระดับดีมาก ได้แก่ ผลงาน อุปกรณ์ตรวจวัดสารเดกซ์โทรเมทอร์แฟนสำหรับตรวจคัดกรองยาปลอมแปลงและเครื่องดื่มต้องสงสัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และระดับดี ได้แก่ ผลงาน อุปกรณ์ช่วยเหยียดมือกึ่งอัตโนมัติแบบโครงภายนอกสำหรับการทำงานมือในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีการการเกร็งงอข้อมือและนิ้วมือ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

กลุ่มเรื่องที่ 3 ด้านวิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และอุปกรณ์อัจฉริยะ ระดับปริญญาตรี ระดับดีเด่น ได้แก่ ผลงาน CardiacZ : ระบบวิเคราะห์โรคหัวใจอัจฉริยะด้วย AI ผสานเทคโนโลยีขั้นสูง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, ระดับดีมาก ได้แก่ ผลงาย พาเรนท์ แพลตฟอร์มบริการจัดหาและบริหารจัดการหอพักนักศึกษา สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และระดับดี ได้แก่ ผลงาน ชุดตรวจคัดกรองโรคทางเดินหายใจอัจฉริยะแบบพกพาด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์พร้อมระบบให้คำแนะนำสุขภาพหลายภาษาสำหรับแพทย์ทางไกลส่วนบุคคล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

กลุ่มเรื่องที่ 4 ด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีวัสดุ และ BCG Economy Model ระดับปริญญาตรี ระดับดีเด่น ได้แก่ ผลงาน ขดลวดถ่างขยายทางเดินหายใจที่ขยายตัวได้เองจาก วัสดุฉลาดสำหรับสุนัขที่มีภาวะหลอดลมตีบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, ระดับดีมาก ได้แก่ ผลงาน PUSE ColorCraft: ศิลปะแห่งการย้อมสีรรมชาติด้วยเทคโนโลยีการสกัดร่วมสนามไฟฟ้าพัลส์และอัลตราโซนิก เพื่อสิ่งทอที่ยั่งยืนแห่งอนาคต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และระดับดี ได้แก่ ผลงาน ผ้าเคลือบสารกึ่งตัวนำอินทรีย์สำหรับเซลล์ ผลิตไฟฟ้าสามกลไก ไทรโบ-เทอร์โมอิเล็กทริก-โฟโตโวลทาอิกในตัวเดียว มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ระดับบัณฑิตศึกษา ระดับดีเด่น ได้แก่ ผลงาน รีเพลลิค: สารขับไล่สัตว์ฟันแทะเพื่อการเกษตรที่ยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ระดับดีมาก ได้แก่ ผลงาน นวัตกรรมการสังเคราะห์ตัวเร่งปฏิกิริยาจากของเสียอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตสาคเคมีมูลค่าสูง ท่อนาโนคาร์บอน และแก๊สไฮโดรเจน สถาบันวิทยสิริเมธี และระดับดี ได้แก่ ผลงาน Ecoluxe: ฟองน้ำจากธรรมชาติสู่ความงามที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญญบุรี

กลุ่มเรื่องที่ 5 ด้านคุณภาพชีวิต และ Soft Power ระดับปริญญาตรี ระดับดีเด่น ได้แก่ ผลงาน “การพัฒนาสมบัติทางกลและความต้านทานการหมองของโลหะผสมเงิน 750 สำหรับงานเครื่องประดับ” มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ระดับดีมาก ได้แก่ ผลงาน เซสชั่นการช่วยชีวิตเบื้องต้นในผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยทักษิณ และระดับดี ได้แก่ ผลงานนวัตกรรมการออกแบบหมากรุกไทยโดยนำเสนอผ่านอัตลักษณ์ของผีไทยร่วมกับการใช้ทฤษฏีการสร้างความจริงทางสังคมและทฤษฎีควอนตัมแห่งจิตวิญญาณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ระดับบัณฑิตศึกษา ระดับดีเด่น ได้แก่ ผลงาน การพัฒนานวัตกรรมไม้อัดจากต้นมันสำปะหลังและดินทดแทนดินปั้นเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และส่งเสริม Soft Power ของไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, ระดับดีมาก ได้แก่ ผลงาน ชุดการเรียนรู้สองภาษา “ตะลุยประเพณีไทย”เรื่อง มรดกทางวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และระดับดี ได้แก่ ผลงานบอร์ดเกมความรู้เครื่องประดับอัตลักษณ์ไทยเพื่อการต่อยอดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

พร้อมนี้ยังมีการมอบเหรียญรางวัล (ทอง/เงิน/ทองแดง) ของผลงานนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2568 ผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้าชมงานได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 20 มิ.ย.68 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เวลา 09.00 – 17.00 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี ได้ที่ https://researchexporegistration.com หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0-2579-1370-9 ต่อ 263, 264 และ 265 (ภาคการประชุม) หรือ 0-2579-1390 ต่อ 516 517 (ภาคนิทรรศการ)