อนุทิน เบิกฤกษ์ปราศรัยเมืองคอน สักการะองค์พระมหาธาตุ ไหว้ศาลหลักเมือง โชว์ห้อยจตุคามฯ รุ่น30

อนุทิน เบิกฤกษ์ปราศรัยเมืองคอน สักการะองค์พระมหาธาตุ ไหว้ศาลหลักเมือง โชว์ห้อยจตุคามฯ รุ่น30

อนุทิน เบิกฤกษ์ปราศรัยเมืองคอน สักการะองค์พระมหาธาตุ ไหว้ศาลหลักเมือง โชว์ห้อยจตุคามฯ รุ่น30

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.32 น.

“อนุทิน” เบิกฤกษ์ปราศรัยเมืองคอน สักการะองค์พระมหาธาตุ – ไหว้ศาลหลักเมือง โชว์ห้อยจตุคามฯ รุ่น30 พุทธคุณเสริมชะตา-ประสบความสำเร็จ

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.30 น. ที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารนาย จ.นครศรีธรรมราช นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เริ่มทริปหาเสียง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีแกนนำพรรคภูมิใจไทย อาทิ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพื้นที่ภาคใต้ นายสันติ ปิยะทัต ผู้ช่วยหาเสียง นายธนกร วังบุญคงชนะ และนายอารี ไกรนรา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมลงพื้นที่ด้วย

โดย นายอนุทิน เริ่มภารกิจแรกทันทีที่เดินทางถึง ด้วยการสักการะ และห่มผ้าองค์พระมหาธาตุ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวนครศรีธรรมราช และไหว้ยักษ์เฝ้าทางขึ้นองค์พระมหาธาตุ ก่อนที่จะเดินทางมาที่ศาลหลักเมือง นครศรีธรรมราช เพื่อสักการะพระหลักเมือง และบูชาองค์จตุคามรามเทพ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ครั้งนี้ นายอนุทินได้สวมสร้อยถักห้อยองค์จตุคามรามเทพเลี่ยมทองไว้ที่คอ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่ารุ่นอะไร นายอนุทิน เปิดโชว์ครู่หนึ่ง และบอกว่ารุ่นปี 30 

จากนั้น นายอนุทิน ได้เดินทักทายประชาชนบริเวณ ลานสนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช และแวะร้านกรอบเลี่ยมพระบริเวณใกล้เคียง พร้อมโชว์เหรียญครุฑที่เจ้าคุณธงชัยให้มา 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จตุคามรามเทพ รุ่นปี 2530 (รุ่นหลักเมือง) มีพุทธคุณโดดเด่นสูงสุดด้านการบูชาเพื่อขอโชคลาภ แคล้วคลาดปลอดภัย รวมถึงแก้ปีชง เสริมดวงชะตาให้ประสบความสำเร็จ เป็นรุ่นยอดนิยมสูงสุดของสายจตุคาม 

อนุทิน ย้ำชัด ไม่ต้องห่วง 8 ก.พ.ได้เลือกตั้งแน่ ไร้เหตุชายแดน

อนุทิน ย้ำชัด ไม่ต้องห่วง 8 ก.พ.ได้เลือกตั้งแน่ ไร้เหตุชายแดน

อนุทิน ย้ำชัด ไม่ต้องห่วง 8 ก.พ.ได้เลือกตั้งแน่ ไร้เหตุชายแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.24 น.

“อนุทิน”  บอกไม่ต้องห่วง เหตุปม ชายแดนเขมร สกัดเลือกตั้ง ยันได้เข้าคูหาแน่นอน ปล่อยคนหวั่นไหวได้ระบายบ้าง หลังการเมืองฝ่ายตรงข้ามโจมตี ภท. โหนกระแสรักชาติ

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.40 น. ที่ศาลหลักเมือง จ.นครศรีธรรมราช นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ล่าสุดมีเหตุการณ์ ยิงลูกระเบิดขนาด 40 มิลลิเมตร ตกใกล้ฐานปฏิบัติการฝ่ายไทย ว่า ทหารและกองทัพชี้แจงแล้ว

เมื่อถามว่ามีหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าจะไม่ได้เลือกตั้ง นายอนุทินกล่าวว่าไม่ต้องห่วงครับ ไม่ทันแล้วครับ เพราะจะเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. นี้แล้ว

เมื่อถามย้ำว่าวันนี้มั่นใจว่าจะไม่มีอะไรกระทบและสามารถจัดการเลือกตั้งได้ใช่หรือไม่ นายอนุทินส่ายหน้าพร้อมระบุว่าไม่มีครับ

เมื่อถามว่ามีฝ่ายตรงข้ามพยายามโจมตี เรื่องพรรคภูมิใจไทยปลุกกระแสรักชาติใช้เรื่องชายแดนมาเป็นประโยชน์ นายอนุทินกล่าวว่า “คนมันหวั่นไหว ก็ปล่อยให้เขาได้ระบายบ้าง”

ผมสะดวกแบบนี้ วัน อยู่บำรุง เปิดหน้าโชว์จุดยืน ไม่เห็นชอบ แก้รัฐธรรมนูญ

ผมสะดวกแบบนี้ วัน อยู่บำรุง เปิดหน้าโชว์จุดยืน ไม่เห็นชอบ แก้รัฐธรรมนูญ

ผมสะดวกแบบนี้ วัน อยู่บำรุง เปิดหน้าโชว์จุดยืน ไม่เห็นชอบ แก้รัฐธรรมนูญ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.03 น.

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569  นายวัน อยู่บำรุง อดีต.สส.กรุงเทพฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า #8กุมภากาไม่เห็นชอบ #ไม่เห็นชอบแก้รัฐธรรมนูญ #ผมสะดวกแบบนี้ ประชาธิปไตยครับ สิทธิ์ใครสิทริ์มัน

ทำไมอยากฉีก รธน 60 หมอตุลย์ แฉเบื้องหลังพรรคการเมืองกลัวมาตรฐานจริยธรรม

ทำไมอยากฉีก รธน 60 หมอตุลย์ แฉเบื้องหลังพรรคการเมืองกลัวมาตรฐานจริยธรรม

ทำไมอยากฉีก รธน 60 หมอตุลย์ แฉเบื้องหลังพรรคการเมืองกลัวมาตรฐานจริยธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.53 น.

หมอตุลย์ หรือ นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยาและมะเร็งนรีเวชวิทยา อาจารย์ประจำคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีชื่อเสียงของไทย สื่อสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียโดยเชิญชวนลงมติไม่เห็นชอบจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยระบุว่า “ทำไมนักการเมืองแทบทุกพรรคอยากฉีก รธน. 60? พรรคส้มน่ะชัดเจนอย่างเกลียดรธน. กกต. ศาลรธน. และ”มาตรฐานจริยธรรม” มาก เพราะถูกยุบพรรค และตัดสิทธิ์ทางการเมืองไปหลายหน และหลายคน นี่ก็อาจจะโดนอีก 44 คนด้วย ส่วนพรรคเพื่อแม้ว หลาน Uncle  ก็ถูกถอดถอนนายกฯไป 2 คน แม้คนละบริบทแต่ก็ผิดมาตรฐานจริยธรรม กับไม่ซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์  ก็ย่อมต้องการตัด รธน. มาตราที่เน้นมาตรฐานจริยธรรม ส่วนพรรคภูมิใจไทยหลายคนคงงงว่า

เอ๊ะ ทำไมอยากแก้ รธน.กับเขาด้วย จริงๆก็คงจะโดนยุบพรรคด้วย แต่มีคนไม่ทำหน้าที่ขวางไว้ และอยากตั้งบางคนเป็นรัฐมนตรี ก็ทำไม่ได้ แถมที่ตั้งไปแล้วก็ต้องรีบลาออก ไม่งั้นนายกฯหนูอาจกระเด็นออกจากเก้าอี้ก็ได้รวมความแล้ว แม้ รธน. 60 จะมีจุดต้องแก้ไขอีกหลายจุด แต่เมื่อรธน. 60 มีมาตรการตรวจสอบ ถอดถอน ตัดสิทธิ์  รุนแรง จนนักการเมืองชั่วเกลียดกลัว จนอยากฉีก รธน. 60 และร่างใหม่ ใจจะขาด เพื่อทำลายอุปสรรคในการเข้ามาโกงบ้านกินเมืองของพวกเขา

หมอตุลย์

ภาพ หมอตุลย์​ แฟ้มภาพ

ดังนั้น 8 ก.พ. 69 ประชาชนธรรมดาอย่างเรา ไม่รู้หรอกว่าใครจะชนะเลือกตั้ง  เป็นสส. เป็นนายกฯ เป็น รัฐมนตรี  ถ้ายังมี รธน. 60 ไว้เป็นยันต์กันผีร้าย ใครฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม และไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ก็ต้องมีอันเป็นไปด้วยอิทธิฤทธิ์ของ รธน. 6

8 ก.พ. 69 กา ” ไม่เห็นชอบ” รธน.ใหม่นะครับ เพื่อแผ่นดินไทยอยู่รอด

ตุลย์ สิทธิสมวงศ์”

หมอตุลย์

ภาพ หมอตุลย์​ แฟ้มภาพ

นอกจากนี้ หมอตุลย์ ยังกล่าวด้วยว่า ใครจะเลือกพรรคไหน ตามใจชอบครับ ขอให้เหลือมาตรการตรวจสอบนักการเมืองที่เข้มแข็ง อย่างมาตรฐานจริยธรรมใน รธน. 60  เอาไว้ถอดถอน นายกฯ รมต. สส. และยุบพรรคที่ทำผิดครับ อย่าลืมหลาน Uncle นะครับ นั่นล่ะตัวอย่างล่าสุดที่เห็นผลชัดเจน

อย่าหลงเชื่อข่าวลวง! ผู้สมัคร สส.กล้าธรรม เขต 3 กระบี่ บุก กกต. หาความจริงปมข่าวลือถอนชื่อ

อย่าหลงเชื่อข่าวลวง! ผู้สมัคร สส.กล้าธรรม เขต 3 กระบี่ บุก กกต. หาความจริงปมข่าวลือถอนชื่อ

อย่าหลงเชื่อข่าวลวง! ผู้สมัคร สส.กล้าธรรม เขต 3 กระบี่ บุก กกต. หาความจริงปมข่าวลือถอนชื่อ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.34 น.

ผู้สมัคร สส.พรรคกล้าธรรม เขต 3 กระบี่ เข้าพบ กกต. หลังมีข่าวถูกตัดสิทธิ์ เป็นการดิสเครดิต ประชาชนสับสน  ด้านกกต.ยันไม่มีบุคคลใด ถูกตัดสิทธิ์รับสมัครเลือกตั้ง

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายศรัญญู รักมิตร ผู้สมัคร สส.เขต 3 กระบี่ พรรคกล้าธรรม  เข้าพบนายวิชาญ อนงค์ ผอ.กกต.กระบี่ เพื่อตรวจสอบ สอบถามข้อเท็จจริง กรณีมีข่าวลื่อสะพัด ว่า ตนถูกศาลฎีกา สั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.สร้างความสับสนแก่ประชาชน กลุ่มผู้สนับสนุน ทำให้ได้รับความเสียหาย เชื่อว่าเป็นการปล่อยข่าวจากพรรคการเมื่อคู่แข่ง  

นายศรัญญู รักมิตร ผู้สมัคร สส.เขต 3 กระบี่ พรรคกล้าธรรม  เปิดเผยว่า มีข่าวลื่อดังกล่าวตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง เชื่อว่าเป็นการปล่อยข่าวสร้างกระแสลดความน่าเชื่อถือจากคู่แข่ง เนื่องจาก ตนได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเป็นจำนวนมากน่าจะมีโอกาสได้รับการเลือกตั้ง ฝ่ายคู่แข่งจึงปล่อยข่าวดังกล่าว อย่างไรก็ตามหลังจากได้รับการยืนยันจาก กกต.กระบี่ว่ายังไม่มีการตัดสิทธิผู้สมัครแต่อย่างใด ตนพร้อมหาเสียงชี้แจงข้อเท็จกับประชาชนในช่วงสองวันสุดท้ายนี้ 

นายวิชาญ อนงค์ ผอ.กกต.กระบี่ เปิดเผยว่า ณ. ขณะนี้ ผู้สมัคร สส.กระบี่ รวม 19 คน ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ยังไม่มีบุคคลใด ถูกตัดสิทธิ์รับสมัครเลือกตั้งแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนติดตามข่าวสาร จาก สำนักงาน กกต.กระบี่ เท่านั้นเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการเลือกตั้งครั้งนี้

จับตา8กุมภาฯ ทบ.วางมาตรการรับมือ สถานการณ์ไม่คาดฝัน หลังกัมพูชาผลัดกำลังพล

จับตา8กุมภาฯ ทบ.วางมาตรการรับมือ สถานการณ์ไม่คาดฝัน หลังกัมพูชาผลัดกำลังพล

จับตา8กุมภาฯ ทบ.วางมาตรการรับมือ สถานการณ์ไม่คาดฝัน หลังกัมพูชาผลัดกำลังพล

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.23 น.

โฆษกกองทัพบก ระบุ ท่าทีกัมพูชาในปัจจุบันที่เกิดสถานการณ์ต่าง ๆ เกิดจากการสับเปลี่ยนกำลังพล ส่งผลให้เกิดความหย่อนวินัย ยืนยัน ยังพอรับฟังเหตุผลได้ จากท่าทีที่ไม่ก้าวร้าว เชื่อมั่น หากในวันเลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้ เกิดเหตุ แต่ละหน่วยมีแนวทางรับมือ

พลตรี วินธัย  สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวสรุปภาพรวมภารกิจการพาสื่อมวลชนลงพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา จังหวัดสระแก้ว ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังบูรพา กองทัพภาคที่ 1 ว่าเป็นการดำเนินการเมื่อเห็นว่าสภาพแวดล้อมเริ่มปลอดภัย จากก่อนหน้านี้ที่แม้สื่อมวลชนจะเคยลงพื้นที่รายงานสถานการณ์ แต่ก็ไม่สามารถเข้าบางพื้นที่ได้ โดยการพามาครั้งนี้มีจุดประสงค์หลัก 2 ข้อ คือ 1. ต้องการให้สัมผัสกับผู้บังคับหน่วยที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งไม่ใช่เป็นเรื่องที่ง่าย เนื่องจากสภาพพื้นที่ เป็นพื้นที่กึ่งชุมชน พร้อมกันนี้ก็แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายไทยปฏิบัติการอยู่ในกรอบกติกา และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย คือไม่มีประชาชนและพลเรือนได้รับบาดเจ็บและสูญเสีย และ ข้อ 2 พื้นที่แห่งนี้ ด้วยปัจจัยทางกายภาพพื้นที่และยุทโธปกรณ์ สื่อมวลชนจึงอาจมองและเข้าใจว่าปฏิบัติการได้สะดวกและง่ายดาย แต่ในความเป็นจริงปัจจัยและขั้นตอนในการปฏิบัติต่าง ๆ อยู่ รวมทั้งผู้ปฏิบัติก็ต้องมีปฏิภาณไหวพริบในการดำเนินกลยุทธ์และยุทธวิธี เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ จนสามารถสถาปนาความมั่นคง และวางแนวทางสร้างความปลอดภัยกับกำลังพลได้

ส่วนถ้าจะเปรียบเทียบ สถานการณ์ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 และพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง มองว่าปัจจัยสำคัญ คือเรื่องการวางกำลัง จากสภาพพื้นที่ที่เป็นป่าเขา ส่วนเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏข่าวเป็นระยะ เช่น เสียงระเบิด เสียงจากอาวุธ อย่างเครื่องยิงลูกระเบิด เกิดจากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้บ้าง แต่ไม่ได้เป็นไปในลักษณะที่มีเป้าประสงค์จะคุกคามต่อปฏิบัติการทางทหาร โดยมองว่าเป็นเรื่องวินัยกำลังพลหย่อนยานมากกว่า ซึ่งเกิดจากที่ฝ่ายกัมพูชามีการสับเปลี่ยนกำลัง ทำให้กำลังพลที่มาใหม่อาจจะไม่มีความคุ้นเคย หรืออีกมุมหนึ่ง ที่เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นการยั่วยุ แต่ก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่น่ากังวล จนกระทั่งส่งผลกระทบต่อการทำงาน หรือการปฏิบัติการทางทหารของไทย

ส่วนกรณีที่มีข้อกังวลว่าหากในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง ทหารกัมพูชาเสียวินัย และก่อสถานการณ์ขึ้นอีก โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ต้องพิจารณาเป็นพื้นที่ไป เนื่องจากหน่วยในแต่ละพื้นที่ ก็จะต้องมีช่องทางในการที่จะติดต่อสื่อสาร ถ้าหน่วยพิจารณาและมองว่าไม่ได้รับความร่วมมือ หรือไม่ตั้งใจที่จะรักษาข้อตกลงหยุดยิงให้อยู่ในกรอบกติกา คาดว่าในแต่ละหน่วยคงจะมีมาตรการดำเนินการตามสถานการณ์ นอกจากนี้ ในระดับนานาชาติก็จับตามองท่าทีของไทยและกัมพูชาอยู่ด้วยเช่นกัน ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติงานมา ถือว่าไทยได้รับคำชื่นชม และจะต้องคงมาตรฐานเช่นนี้ไว้ แต่ยืนยันว่าไม่ต้องกังวล หากสิ่งไหนที่พิจารณาว่าควรจะตอบโต้ ก็ต้องตอบโต้ หากมองว่าการกระทำนั้น ๆ ไม่สามารถให้คำตอบกับฝ่ายไทยได้อย่างสมเหตุสมผล 

ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่ผ่านมา ที่ฝ่ายกัมพูชาสะดุดแฟลร์ หรือยิงลูกระเบิด 40 มม. ตกใกล้ฐานไทย แล้วใช้เหตุผลว่าเสียวินัย ถือเป็นข้ออ้างหรือไม่นั้น มองว่าก็เป็นไปได้ แต่หากว่าฝ่ายกัมพูชามีทัศนคติที่ไม่ดีเช่นนั้นจริง เมื่อเวลาผ่านไปความจริงก็ต้องปรากฏ แต่ในขณะนี้ ยังสามารถมองได้ว่ามีความสมเหตุสมผลอยู่ พร้อมระบุว่า ในท่าทีของการประสานงาน สามารถมองออกว่า เป็นไปด้วยความก้าวร้าวหรือเป็นไปด้วยความนอบน้อม ถ้าเป็นไปด้วยความก้าวร้าว ก็คงต้องปฏิบัติอีกแบบหนึ่ง แต่ว่าถ้าเป็นไปด้วยความสมเหตุสมผล มีลักษณะท่าทีในลักษณะท่าทีที่ไม่ได้แข็งกร้าวหรือก้าวร้าว

เพื่อไทยจัดเต็ม! ปูพรมจอ LED ทั่วประเทศ ชูแคมเปญ ยศชนันทำได้ ปลุกพลังโค้งสุดท้าย

เพื่อไทยจัดเต็ม! ปูพรมจอ LED ทั่วประเทศ ชูแคมเปญ ยศชนันทำได้ ปลุกพลังโค้งสุดท้าย

เพื่อไทยจัดเต็ม! ปูพรมจอ LED ทั่วประเทศ ชูแคมเปญ ยศชนันทำได้ ปลุกพลังโค้งสุดท้าย

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.18 น.

“เพื่อไทย” ปูพรมจอ LED ทั่วไทย ชู “ยศชนันทำได้ ทำให้ไทยยิ่งใหญ่ เลือกเพื่อไทยสองใบให้ชนะขาด”

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคเพื่อไทย สร้างแรงสั่นสะเทือนในช่วงโค้งสุดท้าย เดินเกมสื่อสารดิจิทัลแบบจัดเต็มด้วยการปูพรมโฆษณาผ่านจอ LED และจอดิจิทัลบิลบอร์ดหลายร้อยจุดทั่วประเทศ และทั่วทุกภาคของประเทศไทย ภายใต้แคมเปญ “ยศชนันทำได้” ของ พรรคเพื่อไทย และ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่ปรากฏโฉมบนจุดยุทธศาสตร์สำคัญทุกทิศทาง เช่น กรุงเทพฯ ขอนแก่น โคราช นครศรีธรรมราช สงขลา เชียงใหม่ และ ลำปาง เป็นต้น  

ตอกย้ำการ “ยกเครื่องประเทศไทย” และสื่อสารตรงถึงคนเมืองและคนทุกรุ่นในทุกจังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจ และ การจดจำสูงสุดก่อนวันเข้าคูหาเลือกตั้ง

โดยปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย จะจัดวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลา 5 โมงเย็นเป็นต้นไป ณ สนามเทพหัสดิน 

จับตาพรุ่งนี้! ขบวนรถตู้คอนเทนเนอร์ 20 คันมุ่งหน้าตราด กัน จอมพลัง เผยแผนป้องกันพื้นที่รอยต่อชายแดน

จับตาพรุ่งนี้! ขบวนรถตู้คอนเทนเนอร์ 20 คันมุ่งหน้าตราด กัน จอมพลัง เผยแผนป้องกันพื้นที่รอยต่อชายแดน

จับตาพรุ่งนี้! ขบวนรถตู้คอนเทนเนอร์ 20 คันมุ่งหน้าตราด กัน จอมพลัง เผยแผนป้องกันพื้นที่รอยต่อชายแดน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.09 น.

สะเทือนชายแดน! “กัน จอมพลัง” สั่งเคลื่อนทัพตู้คอนเทนเนอร์ 20 คัน บุกตราด เสริมเกราะกันจีนเทา-ทหารเขมรก่อกวน ลั่นภารกิจด่วนเพื่อความมั่นคง

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเวลา 15.00 น. ที่บ้านหนองจาน ต.โคกสูง อ.โคกสูง จ.สระแก้ว นาย กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์  หรือ กัน จอมพลัง เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (6 ก.พ.69 ) จะมีขบวนรถขนตู้คอนเทนเนอร์จำนวน 20 คันมุ่งหน้าไปที่ชายแดน จ.ตราด โดยตนได้มีการประสานไปที่ ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการหน่วยนาวิกโยธินและผู้บังคับการจังหวัดตราด ซึ่งเราเคยทำงานร่วมกันมาก่อนเรียบร้อยแล้ว โดยในวันพรุ่งนี้ (6 ก.พ. 69) ท่านจะช่วยส่งกำลังพลเข้ามาดูแลในเรื่องของความปลอดภัยให้กับทีมงานที่จะนำตู้คอนเทนเนอร์ไปลง เพราะตอนนี้อย่างที่ทราบดีว่ามีทั้งจีนเทาและจีนดำและเกรงว่าจะมีทหารกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่เพื่อก่อกวน

โดยทางกองทัพเรือได้จัดกำลังเข้ามาดูแลความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปสร้างตู้คอนเทนเนอร์ และอีกส่วนหนึ่งต้องขอบคุณผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตราด ซึ่งท่านจะดูแลในเรื่องของการอำนวยการจราจร เพราะว่ารถขนตู้คอนเทนเนอร์มีจำนวนมาก วิ่งบนถนนในเวลาเดียวกันก็มีโอกาสจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้หรืออาจก่อให้เกิดการจราจรติดขัดในพื้นที่ ตนก็ต้องขออภัยกับพี่น้องประชาชนที่ใช้ถนนในพื้นที่ดังกล่าวด้วย เพราะตนนำตู้คอนเทนเนอร์ไปก็เพื่อปกป้องทหารและพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่จ.ตราด

นอกจากนี้เราไม่รู้ว่าทางกัมพูชาจะมีการจัดฉากเหมือนที่ทาง จ.สระแก้วเคยเจอหรือไม่ ที่มีการนำมวลชนเข้ามายั่วยุ และพยายามยั่วยุ เพื่อนำภาพทหารที่อ้างว่าจะทำร้ายประชาชนไปเผยแพร่ ซึ่งทหารเราไม่ทำอยู่แล้ว การที่ทหารพกอาวุธปืนเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นอาวุธประจำกาย ที่อยู่ริมชายแดน แค่นี้ทางกัมพูชาก็หาว่าเรานำปืน ไปจ่อเขาแล้ว ซึ่งพยายามจะสร้างสถานการณ์อยู่ตลอด ทางเราก็พยามจะดูแลดูแลในทุกด้านให้งานทุกอย่างราบรื่นและสำเร็จ 

เปิดภาพล่าสุด! กองทัพบกพาสื่อลงพื้นที่ บ้านหนองจาน หลังรื้อสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำชายแดนเรียบร้อย

เปิดภาพล่าสุด! กองทัพบกพาสื่อลงพื้นที่ บ้านหนองจาน หลังรื้อสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำชายแดนเรียบร้อย

เปิดภาพล่าสุด! กองทัพบกพาสื่อลงพื้นที่ บ้านหนองจาน หลังรื้อสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำชายแดนเรียบร้อย

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.17 น.

“กองทัพบก” พาสื่อดูบ้านหนองจาน รื้อสิ่งปลูกสร้างกัมพูชาที่รุกล้ำไทยเรียบ อึ้งเจอตึกคอลเซ็นเตอร์ 2 แห่ง ใช้ลวงคนไทย

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. พลตรี วินธัย สุวารี หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และโฆษกกองทัพบก พร้อมด้วยคณะศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก และกองกำลังบูรพา นำสื่อมวลชนลงพื้นที่มาบริเวณ บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว โดยมีพันเอกชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 บรรยายรายละเอียดปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่บ้านหนองจาน บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา 

โดยระบุว่า สำหรับพื้นที่ปฏิบัติการ ในช่วงสถานการณ์การสู้รบ วันที่ 8-26 ธันวาคม พบว่าฝ่ายกัมพูชามีการจัดตั้งที่มั่นดัดแปลงแข็งแรงตลอดแนวถนนสาย 58 หรือเส้น K5 ในลักษณะรูปตัว L มีบังเกอร์รวมกว่า 29 แห่ง ทั้งในแนวถนนและบริเวณใกล้สระน้ำ UN โดยพื้นที่ดังกล่าวเดิมเป็นบ้านเรือนของประชาชนทั้งหมด ก่อนถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหารของกัมพูชา

ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจที่ 12 อธิบายว่า การเข้ายึดพื้นที่มีข้อจำกัดสำคัญ เนื่องจากเส้นทางเข้าพื้นที่มีเพียงเส้นเดียว ต้องผ่านจุดแยกคอขวดและพื้นที่โล่ง ทำให้กำลังพลต้องใช้ยุทธวิธี “คืบคลาน” เข้ายึดพื้นที่เป็นระยะ ไม่สามารถควบคุมพื้นที่ได้ในครั้งเดียว พร้อมเร่งสร้างที่มั่น หลุมบุคคล และบังเกอร์ เพื่อรองรับการยิงสนับสนุนของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งในวันแรกของการปฏิบัติ กำลังพลต้องเผชิญการยิงจรวด BM-21

จนถึงวันที่ 26 ธันวาคม กองทัพไทยได้ระดมกำลังจากหลายหน่วย โดยมีหน่วยเฉพาะกิจ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 12 เป็นกำลังหลัก ร่วมกับทหารราบยานเกราะ ทหารม้ารถถัง ทหารม้าลาดตระเวน หน่วยปฏิบัติการพิเศษ และการสนับสนุนทางอากาศ รวมถึงปืนใหญ่สนาม เครื่องบินโจมตีทางอากาศทั้งหมด 24 เที่ยว รวมถึงโดรนโจมตี และโดรนทิ้งระเบิด ทำลายบังเกอร์ฝ่ายกัมพูชาจนสิ้นสภาพ ก่อนเข้าควบคุมพื้นที่เป้าหมายได้ทั้งหมดตามแผน อย่างไรก็ตาม ในวันดังกล่าวยังคงถูกตอบโต้ ส่งผลให้มีกำลังพลเสียชีวิต 3 นาย บริเวณถนน K5

ภายหลังการยึดคืนพื้นที่ หน่วยเฉพาะกิจได้วางกำลังรอบพื้นที่ สถาปนาแนวป้องกันหลายชั้น เสริมที่มั่นดัดแปลงแข็งแรง และขุดคูดักรถถังตลอดแนวเพื่อเสริมความมั่นคงในระยะยาว รวมถึงได้รื้อถอนบ้านที่รุกล้ำเข้ามาในอธิปไตยไทยทั้งหมดกว่า 100 หลัง

พันเอกชัยณรงค์ ยังชี้แจงกรณีข้อกังวลเรื่องหลักเขตแดนว่า หลักเขตบริเวณดังกล่าวไม่มีปัญหา เนื่องจากมีพิกัดชัดเจนจากการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา ตั้งแต่ปี 2549–2550 โดยพื้นที่ที่เกิดข้อพิพาทเป็นพื้นที่อ้างสิทธิ์จากความแตกต่างของแนวตีความเส้นเขตแดน

นอกจากนี้ ระหว่างการเข้าควบคุมพื้นที่ เจ้าหน้าที่ตรวจพบร่องรอยการกระทำผิดของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยพบอาคารลักษณะโกดังและที่พัก ตำนวน 2 อาคาร ซึ่งตั้งชื่อว่า “โกดังจีนเทา” กับ “โกดังรีสอร์ท” รวมถึงการตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 19 เครื่อง ซิมการ์ด 4 ชุด สมุดบัญชีธนาคาร 61 เล่ม อุปกรณ์อินเทอร์เน็ต เราเตอร์ไวไฟ และร่องรอยการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ สอดคล้องกับการใช้เป็นฐานปฏิบัติการของขบวนการหลอกลวงออนไลน์

พันเอกชัยณรงค์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ภายหลังการตรวจยึดพยานหลักฐานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้ส่งหลักฐานทั้งหมดให้ส่วนกลางตรวจสอบ พบความเชื่อมโยงการกระทำผิดเป็นคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจำนวนกว่า 161 Case ID โดยเป็นหลักฐานที่ชี้ชัดถึงการดำเนินการของขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ในวันที่เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่ ไม่พบผู้กระทำความผิดอยู่ภายในจุดต้องสงสัย พบเพียงตัวอาคารและพยานหลักฐานที่ถูกทิ้งไว้ อาทิ บัตรประชาชน สมุดบัญชีธนาคาร และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบและขยายผล

สำหรับตำแหน่งที่ตั้งของฐานปฏิบัติการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พันเอกชัยณรงค์ ระบุว่า อยู่ในพื้นที่ที่กัมพูชารุกล้ำมาที่บ้านหนองจาน โดยปัจจุบันได้มีการรื้อถอนและทำลายสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดแล้ว ทำให้พื้นที่หลังแนวเส้นอ้างอิงเขตแดนโล่ง ไม่มีสิ่งปลูกสร้างหลงเหลือ

ทั้งนี้ พื้นที่ต้องสงสัยดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 จุดหลัก จุดแรกเป็นลักษณะอาคารที่พัก ส่วนจุดที่สองพบพยานหลักฐานสำคัญจำนวนมาก ทั้งสมุดบัญชีและอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเสาส่งสัญญาณโทรคมนาคม สอดคล้องกับรูปแบบการทำงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ต้องพึ่งพาสัญญาณอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก

พันเอกชัยณรงค์ ย้ำว่า การเข้ายึดพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดนเท่านั้น แต่ยังเป็นการตัดวงจรอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ใช้พื้นที่ชายแดนเป็นฐานปฏิบัติการ พร้อมยืนยันว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงจะเดินหน้าประสานส่วนกลางเพื่อขยายผลดำเนินคดีอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่บ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้ว พันเอกชัยณรงค์ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณว่าฝ่ายกัมพูชาจะใช้กำลังเข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่ แต่กองทัพยังคงเตรียมความพร้อมและไม่ประมาท พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันได้เสริมสร้างที่มั่นแข็งแรงเพียงพอในการป้องกันการโจมตีซ้ำในอนาคต

‘เพื่อไทย’ ยื่น กกต.สอบคลิปหลุดเมืองกาญจน์ ยันหลักฐานแน่นปึ้ก

‘เพื่อไทย’ ยื่น กกต.สอบคลิปหลุดเมืองกาญจน์ ยันหลักฐานแน่นปึ้ก

‘เพื่อไทย’ ยื่น กกต.สอบคลิปหลุดเมืองกาญจน์ ยันหลักฐานแน่นปึ้ก

วันพฤหัสบดี ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.04 น.

“พรรคเพื่อไทย”ยื่น‘กกต.’สอบคลิปหลุดเมืองกาญจน์ฯกระทบการหาเสียงของพรรคชัดเจน ยันการระบุผลเลือกตั้งออกมาอย่างไรก็เป็นฝ่ายค้านและไม่ได้รับการสนับสนุน ชี้หลักฐานแน่นเพราะคนในคลิปยืนยันและ ยินดีมาให้ข้อมูล    

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569  ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย  เดินทางมายื่นหนังสือถึง กกต.ขอให้ตรวจสอบคลิปเสียงกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง สส. ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี โดยยื่นใน  3  ประเด็น คือ ประเด็นแรกคำพูดเป็นการจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของพรรคและผู้สมัครของบพรรคเพื่อไทย ประเด็นที่สอง เป็นการสัญญาว่าจะให้ในเรื่องของตำแหน่งต่างๆ และประเด็นที่สาม ผู้พูดใช้อำนาจในฐานะที่เป็นข้าราชการ  เป็นรัฐมนตรี  เข้าข่ายเป็นแทรกแซงหรือไม่ ซึ่งในเรื่องดังกล่าวมีโทษหนักหากมีความผิดจำคุก 1- 10  ปี  เพิ่มถอนสิทธิ 20  ปี  

“ประเด็นนี้กระทบต่อคะแนนนิยมของพรรค เพราะมีการพูดถึงว่าพรรคได้รับเลือกตั้งมาอย่างไร ก็เป็นได้แค่ฝ่ายค้าน และเมื่อเป็นฝ่ายค้านก็จะไม่ได้รับการสนับสนุน ซึ่งก็กระทบกับผู้สมัครที่กำลังหาเสียงอยู่ รวมทั้งยังมีการพูดว่าอย่างให้การสนับสนุนผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย  แต่ให้ไปสนับสนุนพรรคการเมืองของผู้ที่พูด คือพรรคภูมิใจไทย”

เมื่อถามว่าคิดว่าพยานหลักฐานมีน้ำหนักแค่ไหน นายนรวิชญ์ กล่าวว่า เบื้องต้นเราเชื่อโดยสุจริต ว่าหลักฐานค่อนข้างแน่นหนาพอสมควร  เพราะนอกจากคลิปที่ปรากฎตัวคนที่สนทนา กับบุคคลที่เข้าข่ายกระทำผิด เราก็ไปยืนยันว่าตัวเขาคือเสียงอยู่ในคลิปนั้น  เราจึงมั่นใจว่าเรามีหลักฐานที่หนักแน่พอสมควร ที่จะเสนอให้ กกต.พิจารณาได้  

เมื่อถามต่อว่ามองอย่างไรที่มีการระบุว่าเป็นคลิปตัดต่อ เป็นAI นั้น  นายนรวิชญ์ กล่าวว่า ก็เป็นธรรมดาของแต่ละคน เขาก็ต้องพยายามปฎิเสธ  ถือเป็นเรื่องปกติ  เมื่อถามต่อว่าหลังมีคลิปหลุดมีบุคคลที่ถูกอ้างว่าเป็นเสียงในคลิปติดต่อมาที่พรรคหรือไม่ นายนรวิชญ์ กล่าวว่า ตั้งแต่มีการเผยแพร่คลิปทางพรรคก็พยายามสืบหาที่มาของคลิปนี้ เพราะว่ามีผลกระทบต่อคะแนนนิยมของพรรคและผู้สมัคร และสืบว่าใครมีส่วนอยู่ในคลิปบ้าง จนได้พบตัวและเขาก็ยินดีมาให้ข้อมูลและยืนยันส่งมอบคลิป ว่าถ้อยคำที่ปรากฎอยู่ในคลิปเป็นจริง 

นายนรวิชญ์ กล่าวอีกว่า เดี๋ยวนี้มีข่าวการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเยอะ แม้ในการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมา  ก็มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอยู่เยอะเช่นกัน อยากให้ กกต.ทำการตรวจสอบ  ส่งสายสืบลงพื้นที่สอบสวนอย่างเข้มงวดเพื่อให้ได้การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม