ปรากฏการณ์ศุภจี! ขึ้นเวทีปราศรัย ยอดวิวพรรคภูมิใจไทยพุ่ง 3.8 หมื่นวิว

ปรากฏการณ์ศุภจี! ขึ้นเวทีปราศรัย ยอดวิวพรรคภูมิใจไทยพุ่ง 3.8 หมื่นวิว

ปรากฏการณ์ศุภจี! ขึ้นเวทีปราศรัย ยอดวิวพรรคภูมิใจไทยพุ่ง 3.8 หมื่นวิว

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.26 น.

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พรรคภูมิใจไทย ได้มีการปราศรัยใหญ่ปิดท้ายหาเสียงเลือกตั้ง ในธีม “เลือกพรรคภูมิใจไทยได้มืออาชีพ พลิกโฉมเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก“ 

โดยในช่วงที่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยได้ไม่กี่นาที ทำให้ยอดวิวเพจพรรคที่ทำการไลฟ์อยู่ยอดวิวพุ่ง 38,000 วิว

Yes we can! สีหศักดิ์ ขอ 4 ปี ภท.เป็นรัฐบาล พาไทยกลับสู่เวทีโลก อย่างมีศักดิ์ศรี-มีเกียรติภูมิ  

Yes we can! สีหศักดิ์ ขอ 4 ปี ภท.เป็นรัฐบาล พาไทยกลับสู่เวทีโลก อย่างมีศักดิ์ศรี-มีเกียรติภูมิ  

Yes we can! สีหศักดิ์ ขอ 4 ปี ภท.เป็นรัฐบาล พาไทยกลับสู่เวทีโลก อย่างมีศักดิ์ศรี-มีเกียรติภูมิ  

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.05 น.

’สีหศักดิ์‘ อ้อนขอ 4 ปีภท.เป็นรัฐบาล ถึงเวลาพาปท.ไทยขับเคลื่อนกลับสู่เวทีโลก อย่างมีศักดิ์ศรี -มีเกียรติภูมิ  ลั่น ‘ Yes we can’ ขอให้มั่นใจภูมิใจไทย ถึงเวลาการเมืองใหม่ -ผู้บริหารในรัฐบาลเป็นมืออาชีพ  พร้อมเดินหน้าทูตเศรษฐกิจเชิงรุก ยก‘ศุภจี’ ทีมบริหารนั่งรองนายกฯ

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.38 น.ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นปราศรัยในงานปราศรัยใหญ่ปิดท้ายหาเสียงเลือกตั้ง ในธีม “เลือกพรรคภูมิใจไทยได้มืออาชีพ พลิกโฉมเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก“  ว่า วันนี้ไม่คิดเลยว่าจะมีคนเยอะ ดีใจที่ได้มีโอกาสมาพบทุกท่านต้องยอมรับว่ามีความตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะตนต้องเปิดเผยความลับที่จริงตนปิดตัวเองทุกวัน ตนไม่เคยคิดจะมาอยู่ตรงนี้ไม่เคยคิดเลยการเป็นนักการทูตอาชีพจะได้รับหน้าที่เป็นรมว.ต่างประเทศ และยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกด้วย ยืนยันว่าตนทำงานเต็มที่แน่นอน จากการเป็นเอกอัครราชทูตสิ่งที่อยู่ในใจตลอดเวลาคือเป็นผู้แทนประชาชน มีพระราชสาสน์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทำงานของตน ผลประโยชน์ของประเทศต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด  แต่สิ่งหนึ่งที่ตนเชื่อเราทำได้ถ้าเราตั้งใจ  ตนไปร่วมงานดีเบต เขาถามว่ามีความคาดหวังอย่างไรกับการเมืองไทย  บางครั้งเราอยู่ถอยหลังด้วยซ้ำ สถานะเราอยู่นอกจอเรดาร์ในเวทีโลกค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะการเมืองของเราไม่นิ่งเศรษฐกิจเราไม่ดี และการทูตของเราก็ต้องตั้งรับอยู่ตลอดเวลาการเลือกตั้งครั้งนี้มันเป็นหน้าที่ของทุกท่านที่จะเลือกพรรคที่ท่านคิดว่ามีความสามารถในการขับเคลื่อนประเทศไทย เพราะมันถึงเวลาแล้วที่เราจะขับเคลื่อนประเทศไทย และตนคิดว่าสิ่งที่ท่านคาดหวังมันมากกว่านั้น คือท่านต้องการเห็นการเมืองใหม่ การเมืองที่มีมีมาตรฐานสูงขึ้น

เพื่อต้องการเห็นผู้บริหารในรัฐบาลที่มีความสามารถเป็นมืออาชีพ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นคนนอก แต่คนในพรรคก็มี คนรุ่นหลังก็มีอีกเยอะแยะ ที่มาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าดีใจเป็นอย่างยิ่ง การเมืองที่เราตรวจสอบได้และโปร่งใส

นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำคัญที่สุดต่อไปนี้คนที่เป็นรัฐมนตรีและผู้บริหารในรัฐบาลต้องมี ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ(KPI) มีการประเมินผล 4 ปีข้างหน้านี้ เราขอกลับมาเป็นรัฐบาล เราจะนำประเทศไทยกลับสู่เวทีโลกยังมีศักดิ์ศรี และมีเกียรติภูมิ และเราจะเดินหน้าความสัมพันธ์ทางการทูตกับกัมพูชาต่อไปแต่การต่างประเทศไม่ได้อยู่ที่กัมพูชาอย่างเดียว  4 เดือนที่แล้ว พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการทำงานของเราเป็นอย่างไรสถานะของเราเป็นอย่างไรสิ่งที่ที่ตนอยากจะพูดคือ Yes we can เราทำได้ ขอให้มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย มั่นใจในความเป็นมืออาชีพของเราจาก 4 เดือน เราขอเป็น 4 ปี  4 ปีมันจะเป็นสิ่งที่นำประเทศไทยกลับไปสู่เวทีโลกอย่างแท้จริงในแนวหน้า แต่เรามอง 4 ปีข้างหน้าจะเห็นว่าโลกมีความผันผวนโลก มีความไม่แน่นอนเยอะแยะ ความอันตรายมันมาถึงตัวเรา แต่ตนคิดว่าเรารอด เพราะเราต้องมั่นใจในตัวเรา มั่นใจในศักยภาพของเราเพราะในชีวิตการเป็นนักการทูตของตน บรรพบุรุษของเราสอนมาว่าถ้าเรามีการทูตที่มีชั้นเชิงการทูตที่ชาญฉลาดเราไปได้ เราอยู่รอด แต่ไม่ได้อยู่รอดอย่างเดียว เราจะก้าวหน้าด้วยความมั่นคง มันพิสูจน์ให้เห็นแล้ว โลกเป็นโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก เราต้องมั่นใจว่าถ้าเรามีพันธมิตรร่วมกับเราจะมีกำลังมากขึ้นในการเผชิญกับความท้าทายต่างๆ และโลกเป็นโรคที่การแข่งขันทางภูมิศาสตร์ ภูมิเศรษฐกิจ2 ขั้ว การจะอยู่รอด เราอยู่ตรงกลาง เราต้องมั่นใจว่าเรารอด เพราะยังมีอีกหลายขั้ว เราต้องหาขั้วเหล่านี้ด้วย ไม่ใช่เราอยู่ระหว่างกลาง 2 ขั้วอย่างเดียวการที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกขั้วหมายความว่าเราสามารถถ่วงอำนาจระหว่างขั้วได้ และเรามีทางเลือกมากขึ้น 

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เราต้องอาศัยสิ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จคือเพื่อนอาเซียนคือพลังแห่งการทูตมันมีพลัง เราทำได้ด้วยการทูตที่มีชั้นเชิง เชื่อว่าเราจะผ่านวิกฤติต่างๆได้และผ่านด้วยความมั่นคง และความมั่นใจการทูตต้องยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน เพื่อให้การทูตมีความหมาย ซึ่งสิ่งแรกที่เราจะทำเมื่อกลับเป็นรัฐบาลคือเราจะดำเนินการทูตเศรษฐกิจในเชิงรุก และเราจะทำงานร่วมกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรองนายกฯและรมว.พาณิชย์ เพื่อหาตลาดใหม่ มุ่งมั่นกระทรวงต่างประเทศสี่ปีข้างหน้าสร้างความมุ่งมั่นเศรษฐกิจไทยและสร้างศักยภาพในการแข่งขันและสร้างหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศต่างๆทั่วโลก

“ผู้ใหญ่สอนผมอย่างหนึ่งว่าการทูตที่ดี การทูตที่ประสบความสำเร็จเริ่มต้นในบ้านของเรา ถ้าเราไม่จัดการบ้านของเราให้ดี ถ้าท่านไม่เลือกพรรคการเมืองที่ถูกต้องมาบริหารประเทศ ท่านต้องเลือกพรรคการเมืองที่ถูกต้องและท่านมีความมั่นใจ ในการทำงาน เราต้องผนึกกำลังเป็นทีมประเทศไทยทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง เราต้องนำประเทศไทยกลับสู่เวทีโลก เราจะอยู่ที่เดิมไม่ได้นำพาประเทศไทยไปสู่การเปลี่ยนแปลง ขอให้ท่านเชื่อมั่นในพรรคภูมิใจไทย เราจะมาสร้างโอกาสสร้างอนาคตให้ทุกท่าน ทุกรุ่น ทุกอายุ รุ่นใหม่และรุ่นหลัง เราต้องทำเพื่อประเทศไทย ขอให้ท่านมั่นใจในตนและมั่นใจในศักยภาพของพรรคภูมิใจไทยและบุคลากรของเรา เพราะเรามุ่งมั่นในประเทศไทยกลับสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี มีเกียรติภูมิ และหวังผลประโยชน์ของประเทศไทย เพราะเรานำผลประโยชน์ของประเทศไทยเป็นที่ตั้ง สุดท้ายไทยต้องเป็นไทยในเวโลก”นายสีหศักดิ์  กล่าว

เช็คเรตติ้งปราศรัยโค้งสุดท้าย 4 พรรคใหญ่ ปชป.ยอดวิวทะลุครึ่งแสน

เช็คเรตติ้งปราศรัยโค้งสุดท้าย 4 พรรคใหญ่ ปชป.ยอดวิวทะลุครึ่งแสน

เช็คเรตติ้งปราศรัยโค้งสุดท้าย 4 พรรคใหญ่ ปชป.ยอดวิวทะลุครึ่งแสน

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.25 น.

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  4 พรรคใหญ่ได้จัดปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 โดยมียอดคนดูไลฟ์ เฉลี่ยแต่ละพรรคดังนี้ 

พรรคประชาธิปัตย์ จัดปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ที่วัน แบงค็อก ฟอรั่ม โดยเพจพรรคทำการไลฟ์เฉลี่ยคนดูกว่า 65,XXX วิว

พรรคภูมิใจไทย จัดปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กทม เพจพรรคทำการไลฟ์เฉลี่ยคนดู1,XXX วิว

พรรคประชาชน จัดปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬา้ยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เพจพรรคทำการไลฟ์เฉลี่ยคนดู12,XXX วิว

พรรคเพื่อไทย จัดปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ที่สนามเทพหัสดิน กทม. เพจพรรคทำการไลฟ์เฉลี่ยคนดู3,XXX วิว

แดงเถือกทั้งสนาม เพื่อไทยเปิดเวทีใหญ่โค้งสุดท้าย ขนแคนดิเดต แกนนำชุดใหญ่ย้ำนโยบายไม้ตาย

แดงเถือกทั้งสนาม เพื่อไทยเปิดเวทีใหญ่โค้งสุดท้าย ขนแคนดิเดต แกนนำชุดใหญ่ย้ำนโยบายไม้ตาย

แดงเถือกทั้งสนาม เพื่อไทยเปิดเวทีใหญ่โค้งสุดท้าย ขนแคนดิเดต แกนนำชุดใหญ่ย้ำนโยบายไม้ตาย

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.21 น.

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเย็นวันนี้ พรรคเพื่อไทยมีกำหนดการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่เวทีสุดท้ายก่อนเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ที่สนามเทพหัสดิน กรุงเทพมหานคร เพื่อเน้นย้ำนโยบายสำคัญและปราศรัยเชิญชวนให้ประชาชนสนับสนุนพรรคเพื่อไทย โดยได้ขนบรรดาแกนนำชุดใหญ่ของพรรคมาร่วมเวที ทั้งนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยพร้อมมือปราศรัยหลัก อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รวมถึงน.ส.จิราพร สินธุไพร ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย เป็นต้น 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศก่อนเวทีจะเริ่มนั้น มีมวลชนสวมเสื้อสีแดงพร้อมอุปกรณ์เชียร์ ต่างทยอยเดินทางเข้ามายังพื้นที่รอบๆ สนามกีฬาเทพหัสดินตั้งแต่ช่วงบ่าย ก่อนที่ประตูจะเปิดให้เข้างานในช่วงเวลา 15.00 น. เป็นต้นไป โดยกลุ่มมวลชนเสื้อแดงเดินทางมาจากหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ส่วนบริเวณด้านนอกสนามกีฬาเทพหัสดินได้มีการตั้งร้านค้าของกินและของที่ระลึกต่างๆ โดยใช้เต็นท์เป็นสีแดงขาว 

พรรคเพื่อไทย

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยสน.ปทุมวัน ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบกระจายดูแลประชาชนโดยรอบ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ EOD ได้ทำการตรวจหาวัตถุต้องสงสัยในบริเวณจุดปราศรัยก่อนที่ประตูจะเปิดให้มวลชนเข้าไปด้านใน รวมถึงยังมีสุนัขตำรวจ K9 คอยเดินตรวจตราโดยรอบอีกด้วย 

ขณะที่กำหนดการปราศรัยค่ำนี้ จะเริ่มตั้งแต่เวลา 17.30 น. โดยจะมีการแนะนำตัวผู้สมัคร สส.กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ก่อนจะเข้าสู่การปราศรัยของแกนนำต่างๆ ในเวลา 18.00 น. ไปจนถึง 21.00 น. ซึ่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคทั้ง 3 คน รวมถึงแกนนำบางส่วนจะเดินทางมาเวทีปราศรัยด้วยรถไฟฟ้า โดยลงที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ก่อนเดินเท้าเข้ามายังสนามกีฬาเทพหัสดินในช่วงประมาณ 17.00 น. 

พรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ตาม สำหรับไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การเน้นย้ำนโยบายของพรรคที่ชูในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ เช่น นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย บ้านเพื่อคนไทย โครงการรัฐจ่าย 70% ประชาชนจ่าย 30% นโยบายคนไทยไร้จน โครงการหวยใบเสร็จ โครงการสร้างเศรษฐี 9 คน วันละ 9 ล้านบาท เป็นต้น

พรรคเพื่อไทย

จุลพันธ์ ซัดพิรุธ หมายเรียก สส พัวพันเว็บพนันโผล่โค้งสุดท้าย ยันไร้มูล หวังผลการเมือง

จุลพันธ์ ซัดพิรุธ หมายเรียก สส พัวพันเว็บพนันโผล่โค้งสุดท้าย ยันไร้มูล หวังผลการเมือง

จุลพันธ์ ซัดพิรุธ หมายเรียก สส พัวพันเว็บพนันโผล่โค้งสุดท้าย ยันไร้มูล หวังผลการเมือง

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.05 น.

เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มงานสอบสวนกองบังคับการ ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ส่งหมายเรียกนายพลากร พิมพะนิตย์ ผู้สมัคร สส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย หลังมีกระแสข่าวเอี่ยวเว็บพนันออนไลน์ ว่า หากเป็นเรื่องมีมูลเราก็ไม่ปกป้อง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ต้องตั้งข้อสังเกตว่า ช่วงนี้เป็นช่วงใกล้การเลือกตั้ง และนี่เป็นเพียงแค่หมายเรียกให้เข้าไปชี้แจง ซึ่งเท่าที่ทราบมาตัวรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเรียกประชุมหน่วยงานเพื่อเร่งรัดคดีความเรื่องการเมืองเป็นพิเศษ หากมีความเกี่ยวข้อง และเชื่อมโยงจริง เชื่อว่ารัฐมนตรีคงต้องสั่งการ และคงไม่ปล่อย คงจะดำเนินการให้เป็นเรื่องการจับกุมไปแล้ว 

นายจุลพันธ์ กล่าวต่อว่า แต่นี่เป็นลักษณะของหมายเรียกเท่านั้นและในฐานะที่เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้สอบถามไปยังเจ้าตัว ซึ่งปฏิเสธและยืนยันในความบริสุทธิ์ว่าไม่มีความเกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่เราดูด้วยความเป็นห่วง เพราะเคยให้ข้อสังเกตไปหลายครั้งแล้วว่าการเลือกตั้งครั้งนี้การใช้อำนาจรัฐในหลายรูปแบบ จึงอยากให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลาง เรื่องอะไรที่ถูก ผิด ก็ว่ากันไปตามขั้นตอน อย่าไปใช้อำนาจที่ส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ดี นักการเมืองมาแล้วก็ไป ไม่มีใครอยู่ตลอดการแต่ข้าราชการต้องยึดมั่นในกฎหมายและหลักการ แต่เราจะติดตามความคืบหน้าเรื่องราวต่อไป

จุลพันธ์

เมื่อถามถึง กรณีที่ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีของผู้สมัครคนดังกล่าวแล้ว ก่อนการส่งลงสมัครได้ตรวจสอบประวัติรายละเอียดแล้วหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เราได้ตรวจสอบประวัติครบถ้วน ผู้สมัครที่เป็น สส. เก่าเรามีเวลานาน เราส่งให้หน่วยงานไม่ต่ำกว่า 10 หน่วยงานในการตรวจสอบเพื่อความถูกต้อง และความบริสุทธิ์ ซึ่งผลการตรวจสอบของหน่วยงานที่ตอบกลับมาในกรณีดังกล่าว ก็ไม่มีเรื่องราวอะไร

เมื่อถามว่า ผู้สมัครรายดังกล่าวยังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ หลังมีกระแสข่าวว่าหนีออกนอกประเทศไปแล้ว นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังอยู่ในประเทศ เพราะใกล้จะเลือกตั้งแล้วในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ยังไงก็ต้องอยู่ และไม่มีเรื่องที่ต้องออกไป เพราะเป็นแค่หมายเรียกเท่านั้น

เมื่อถามว่า การมีข่าวเช่นนี้ออกมาก่อนวันเลือกตั้ง 2 วันนั้น จะส่งผลต่อคะแนนของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า คงเป็นความคาดหวังของคนที่ปล่อยข่าวเพราะเรื่องลักษณะนี้ ดูจังหวะจะโคน ไม่ใช่แค่เรื่องของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น เพราะเคยมีกรณีของพรรคอื่นด้วย ซึ่งในวันที่เป็นพรรคอื่น ตนยืนยันว่าไม่ได้โทษตัวพรรคในการตรวจสอบคน ซึ่งผิดพลาดกันได้ แต่เราเป็นห่วงในลักษณะของการเร่งรัดผิดปกติ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงการเลือกตั้ง และมีขบวนการในการเร่งรัด ขณะที่พรรคฝ่ายรัฐบาลดูจะขาวเหลือเกิน ดูจะสะอาดมาก ตรงจุดนี้ เราก็บอกว่าอย่าใช้กลไกอำนาจรัฐเป็นเครื่องมือทางการเมืองเท่านั้นเอง ในส่วนของคดีความก็ว่ากันไปตามเนื้อผ้า 

วิมล ไทรนิ่มนวล โพสต์เดือด หลังดูดีเบต จบที่เลือก ภูมิใจไทย-ไทยภักดี ตบท้ายเจ็บ ตามประสาคนโง่

วิมล ไทรนิ่มนวล โพสต์เดือด หลังดูดีเบต จบที่เลือก ภูมิใจไทย-ไทยภักดี ตบท้ายเจ็บ ตามประสาคนโง่

วิมล ไทรนิ่มนวล โพสต์เดือด หลังดูดีเบต จบที่เลือก ภูมิใจไทย-ไทยภักดี ตบท้ายเจ็บ ตามประสาคนโง่

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.41 น.

“วิมล ไทรนิ่มนวล” โพสต์เดือด! หลังดูดีเบต จบที่เลือก “ภูมิใจไทย-ไทยภักดี” ตบท้ายเจ็บ…ตามประสาคนโง่

กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกโซเชียลทันที! เมื่อนักเขียนรางวัลซีไรต์ชื่อดังอย่าง “วิมล ไทรนิ่มนวล” ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศจุดยืนทางการเมืองแบบสวนกระแส หลังได้รับชมรายการดีเบตครั้งล่าสุดที่มีตัวแทนจากหลากหลายพรรคการเมืองเข้าร่วม

คุณวิมลระบุว่า การได้เห็นการประชันวิสัยทัศน์ของเหล่าขุนพลการเมือง ทั้ง คุณยศชนัน , คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ รวมถึง ภรรยาของคุณกรณ์ จาติกวณิช เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เขา “ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น” ในการเลือกพรรคที่จะฝากฝังอนาคตประเทศ

” ดูดีเบตครั้งล่าสุด ที่มีคุณยศชนัน คุณอภิสิทธิ์ คุณณัฐพงษ์ + ภรรยาคุณกรณ์ ช่วยให้ผมตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ผมจะเลือก “ภูมิใจไทย” แบบแบ่งเขต
เลือก “ไทยภักดี” แบบปาร์ตี้ลิสต์
ตามประสาคนบ้านนอก แก่ จน และโง่! ” 

ด้อมฟ้าพรึ่บ! ปชป. บุกวันแบงค์คอกปราศรัยใหญ่ อภิสิทธิ์ ย้อน อนุทิน ควรแจงนโยบาย ไม่ใช่ลงใต้ไปด้อยค่า

ด้อมฟ้าพรึ่บ! ปชป. บุกวันแบงค์คอกปราศรัยใหญ่ อภิสิทธิ์ ย้อน อนุทิน ควรแจงนโยบาย ไม่ใช่ลงใต้ไปด้อยค่า

ด้อมฟ้าพรึ่บ! ปชป. บุกวันแบงค์คอกปราศรัยใหญ่ อภิสิทธิ์ ย้อน อนุทิน ควรแจงนโยบาย ไม่ใช่ลงใต้ไปด้อยค่า

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.25 น.

ด้อมฟ้าพรึ่บ! “ปชป.”ยึดวันแบงค็อกปราศัยใหญ่ “ทางรอดที่ปลอดภัย” ก่อนย่อนบัตร 8 ก.พ.นี้“อภิสิทธิ์” ย้อน “อนุทิน” ควรแจงนโยบายไม่ใช่ลงใต้ไปด้อยค่า ปชป. เหน็บคนที่มีจิตใจเป็นประชาธิปไตยต้องพร้อมมาแข่งขัน 

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.00 น. ที่วันแบงค็อกฟอรัม พรรคประชาธิปัตย์ จัดปราศรัยใหญ่   ครั้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ภายใต้ชื่อ “ทางรอดที่ปลอดภัย ไว้ใจอภิสิทธิ์ ”โดยภายในงานมีการนำเสนอนโยบายของพรรคฯทั้ง 27 นโยบาย นอกจากนั้นยังมีการนำกาสสีฟ้าที่เขียนข้อความพรรค และเขต มาเป็นเพราะให้ประชาชนนำไปถ่ายรูปกับสแตนดี้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ทั้ง 3 คนด้วย ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

โดยมีผู้สมัครสส.หทม. และผู้สมัครสส.จังหวัด ปริมณฑลมาร่วมงานด้วย ทั้งนี้ห้องจัดปราศัย สามารถ บรรจุประชาชนดข้าฟัง ได้ 2,000 คน 

ทั้งนี้ในเวลา16.30 น. นายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นานกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคฯ นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้ออกมาพบปะกับบรรดาแฟนคลับ ซึ่งถูกรุมล้อมและขอถ่ายรูป และหอมแก้มนายอภิสิทธิ์ด้วยทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่าง ก่อนที่จะเข้าห้องฟังปราศรัย

ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์  ให้สัมภาษณ์ว่า แม้จะเหลือเพียงหนึ่งวันก็ทำงานเต็มที่ เพราะเราเริ่มต้นช้ากว่าคนอื่น ด้วยเงื่อนไขหลายอย่าง แต่เราต้องทำให้เต็มที่ ซึ่งถือว่ามาได้ไกลแล้ว ส่วนการปราศรัยในวันนี้ตนไม่ได้คิดเรื่องเซอร์ไพรซ์เท่ากับทำทุกอย่างให้ชัดเจนว่าอีก 2 วันข้างหน้ามีความสำคัญกับการตัดสินใจของประชาชน  ซึ่งจากการลงพื้นที่เชื่อว่าคนกรุงเทพฯจะหันกลับมาดูเรา ส่วนจะมากแค่ไหนต้องไปติดตามในวันที่ 8 ก.พ.

เมื่อถามเวทีดีเบตเมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา เห็นว่านายอภิสิทธิ์ อยากคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล  นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายภิสิทธิ์ กล่าวว่าจริงๆแล้วเพียงแต่บอกว่า ต้องการให้คนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมที่จะเข้ามาสู่ กระบวนการของการตรวจสอบ ในส่วนของการเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องของพิธีกรรม แต่เป็นเรื่องของกระบวนการที่เป็นสากลที่เขาอยากจะให้คนที่เสนอตัวเป็นผู้นำ แสดงวิสัยทัศน์แลกเปลี่ยนกับพรรคการเมืองอื่นๆ ซึ่งประเด็นที่ตนหยิบยกขึ้นมาเมื่อวาน(5ก.พ.)ก็สำคัญเช่นเดียวกัน คือ ทางกฎหมายให้พรรคการเมือง ส่งนโยบายต่อ กกต. เพื่อให้ประชาชนรับทราบ ว่านโยบายที่แท้จริงของพรรคคืออะไร การที่บอกว่าส่งไปเพียงแค่ 10 นโยบาย แต่ในการหาเสียง มีมากกว่านโยบายที่ส่งไป  จึงอยากรู้ว่าตกลงแล้วเป็นนโยบายหรือไม่  เพราะไม่ได้บรรจุไปในนโยบาย 

เมื่อถามต่อว่านายอนุทินได้บอกว่า ไม่อยากคุยกับนายอภิสิทธิ์แล้ว คุยไปก็ไม่มีประโยชน์  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าเขาไม่ได้มาพูดกับตน เขาพูดกับประชาชน  ตนเพียงแต่ต้องการเปิดให้ประชาชนได้เปรียบเทียบ สิ่งที่เขาพูดกับตนพูด  ประชาชนจะว่าอย่างไร

“ก็ไม่เป็นไรท่านนายกฯ อาจจะคิดว่า มีอำนาจ ใช้สื่อ ในฐานะรัฐบาล ท่านอาจจะคิดว่า ไปปราศรัยภาคใต้ ไปด้วยค่าพวกผม แล้วมันเพียงพอ แต่ผมคิดว่า คนที่มีจิตใจเป็นประชาธิปไตยต้องพร้อม ที่จะมาแข่งขันเท่านั้นเอง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

กกต.แจงปมสิทธิ์ เลือกตั้ง ประชามติอยู่คนละที่ ตอบแล้วใส่เสื้อบอลเข้าคูหาได้มั้ย?

กกต.แจงปมสิทธิ์ เลือกตั้ง ประชามติอยู่คนละที่ ตอบแล้วใส่เสื้อบอลเข้าคูหาได้มั้ย?

กกต.แจงปมสิทธิ์ เลือกตั้ง ประชามติอยู่คนละที่ ตอบแล้วใส่เสื้อบอลเข้าคูหาได้มั้ย?

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.59 น.

“ณรงค์”ประธาน กกต.เผยพร้อมจัดเลือกตั้ง 8 ก.พ.ทั่วประเทศ  ยันไม่มี 2 มาตรฐานตรวจสอบซื้อเสียง  ดำเนินการทุกเรื่อง   ด้านรองเลขาฯ กกต.ชี้แจงผู้มีสิทธิเข้าใจคลาดเคลื่อน หลังโซเชียลแห่ให้ตรวจสอบสิทธิ์ เลือกตั้ง-ประชามติอยู่คนละที่  ส่วนสวมเสื้อบอลมีหมายเลขอยู่ที่เจตนา หากจูงใจอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)   กล่าวถึงการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ว่า ในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา กกต. และกรรมการประจำหน่วย ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความบกพร่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการกรอกรหัสเขตที่หน้าซองบัตรเลือกตั้งผิดพลาดจนเป็นข่าวใหญ่โต แต่ตรวจสอบพบว่ามีเพียง 100 ซองเท่านั้น และมีการคัดแยกใหม่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะส่งไปพร้อมนับคะแนนในวันที่ 8 ก.พ.นี้ แต่ก็น้อมรับในเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และนำมาปรับให้การเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ. มีความเรียบร้อยสมบูรณ์แบบที่สุด  เพราะ ฉะนั้นยืนยันว่า กกต.มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง และขอเชิญชวนประชาชนให้ร่วมกันมาออกเสียงใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้ง  สส. และออกเสียงประชามติ   ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ตั้งแต่เวลา 08.00 น.- 17.00 น. พร้อมฝากถึงนักการเมืองและพรรคการเมือง ขอให้ดำเนินการหาเสียงอยู่ในกรอบของกฎหมาย 

ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบการซื้อสิทธิ์ขายเสียงทั้งในพื้นที่ภาคอีสานและพื้นที่อื่นๆ นายณรงค์ กล่างว่า เรื่องนี้ กกต. ติดตามตลอดในภาพรวม แต่ไม่ได้ออกข่าว เพราะอยู่ในช่วงที่อาจจะมีส่วนได้ส่วนเสีย แต่ กกต. ก็รับดำเนินการทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้อร้องเรียนหรือความปรากฏ ยืนยันว่า ไม่ได้เพิกเฉย 

นายณรงค์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองหนึ่งออกมาต่อว่า กกต. เกี่ยวกับการตรวจสอบข้อมูลการซื้อสิทธิ์ขายเสียง 2 มาตรฐาน เพราะตรวจสอบเฉพาะเด็กที่ทำคลิป 2,000 บาท แต่ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เกี่ยวกับการเบิกเงินสดผิดปกติ 250 ล้านบาทกลับไม่ตรวจสอบนั้น  ในข้อเท็จจริงแล้วไม่ใช่ ยืนยันว่าตั้งแต่รู้ก็ได้ประชุม กกต. และขอความร่วมมือให้ธนาคารส่งข้อมูลมาให้ และให้สำนักงาน กกต. ตรวจสอบทุกเส้นเงินที่ได้รับข้อมูลมา  พร้อมย้ำว่า กกต. ไม่ได้สองมาตรฐาน เพราะเป็นผู้รักษากติกา ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายทุกเรื่อง

ด้านว่าที่ร้อยตรีภาสกร   สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงขั้นตอนหลังปิดหีบเลือกตั้งและออกเสียงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ว่า หลังจากปิดหีบในเวลา 17.00 น. จะมีการนับคะแนนพร้อมกัน 3 กระดาน ทั้งการเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ  สส.แบบแบ่งเขต  และการออกเสียงประชามติ 

โดยในส่วนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าจะมีจุดนับคะแนนที่กำหนดไว้ แยกออกมา ส่วนบัตรออกเสียงประชามติ   นอกเขตจะนับคะแนนรวมในหน่วยเลย ส่วนการจัดเลือกตั้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา ก็ได้มีการประชุมร่วมกับฝ่ายความมั่นคงและตำรวจ ซึ่งได้มีการควบคุมในแต่ละพื้นที่  โดยส่งกำลังเข้าไปดูแล ซึ่งเราได้กำชับกรรมการประจำหน่วย รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ดูแล  เบื้องต้นยังไม่พบปัญหาอะไร สามารถจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.ได้แน่นอน

ส่วนกรณีที่มีการเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดียให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้ง เนื่องจากหน่วยที่จะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกับหน่วยที่จะไปออกเสียงประชามติอยู่คนละที่กันนั้น ว่าที่ร้อยตรีภาสกร ยืนยันว่า เป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อน ซึ่งแม้กฎหมายจะคนละตัวกัน แต่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ ให้ออกเสียงประชามติในวันเดียวกันกับการเลือกตั้ง สส.  ดังนั้น การลงคะแนนเลือกตั้ง สส.และการออกเสียงประชามติจะอยู่ในหน่วยเดียวกัน  กระบวนการจะไหลลื่นไปตามขั้นตอนในหน่วย  โดยจะต้องเลือกตั้ง สส. ก่อนแล้วจึงไปออกเสียงประชามติ ยืนยันว่าไม่มีการแยกกัน 

ส่วนกรณีมีข้อกังวลเกี่ยวกับการสวมใส่เสื้อฟุตบอลที่มีหมายเลขเข้าไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งและออกเสียงมติ จะสามารถทำได้หรือไม่นั้น รองเลขาธิการกกต. กล่าวว่า ต้องดูที่เจตนาว่าต้องการจะสื่ออะไร โดยทั่วไปหากไม่ได้สื่ออะไรหรือแฝงอะไรก็สามารถสวมใส่ได้   แต่ถ้าเป็นการสื่อเพื่อจูงใจก็อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ ย้ำว่าอยู่ที่เจตนา

กกต.-ไปรษณีย์ไทย ปล่อยรถขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า กระจาย 400 เขต เพื่อรอนับพร้อมกัน 8 ก.พ.

กกต.-ไปรษณีย์ไทย ปล่อยรถขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า กระจาย 400 เขต เพื่อรอนับพร้อมกัน 8 ก.พ.

กกต.-ไปรษณีย์ไทย ปล่อยรถขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า กระจาย 400 เขต เพื่อรอนับพร้อมกัน 8 ก.พ.

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.53 น.

ปล่อยแล้ว!!ขบวนรถส่งบัตร ลต.ล่วงหน้า กกต. ร่วมกับไปรษณีย์ไทย กรมการกงสุล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้ว กระจาย 400 เขตทั่วประเทศ เพื่อรอนับคะแนนพร้อมกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.) ร่วมกับบริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัด  กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  โดยมีนายณรงค์  กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.  และนายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทไปรษณีย์ไทยจำกัด ร่วมปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้ว ทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตจังหวัดและนอกราชอาณาจักร กระจายสู่ 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ด้วยรถขนส่งกว่า 1,200  คัน  และเจ้าหน้าที่บริษัทไปรษณีย์ไทย 5,000 คัน ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดตลอดเส้นทาง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนับคะแนน พร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ หลังปิดลงคะแนนในเวลา 17.00 น. โดยได้เริ่มขนส่งบัตรเลือกตั้งไปตั้งแต่เมื่อวานนี้ และในวันนี้เป็นการขนส่งบัตรเลือกตั้งไปในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยาและจังหวัดราชบุรี เป็นล็อตสุดท้าย 

นายณรงค์ เผยว่า จากการตรวจสอบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าพบกรณีกรอกรหัสเขตผิดประมาณ 100 ใบ ซึ่ง กกต. สามารถคัดแยกและจัดส่งไปยังเขตเลือกตั้งที่ถูกต้องตามสิทธิ์ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้เรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าทุกใบได้ถูกส่งไปถึงเขตครบถ้วน และจะนำมานับคะแนนพร้อมกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าของทุกคนได้ถูกส่งไปยังเขตอย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้ว

สำหรับปัญหาการกรอกรหัสเขตผิดว่า  เรื่องนี้ชี้แจงมาหลายรอบแล้ว ข้อผิดพลาดอาจจะเกิดจากการกรอกรหัสของกปน. ซึ่งข้อผิดพลาดต่างๆสุดท้ายคัดแยกได้ ว่าผู้ใช้สิทธิ์อยู่เขตไหน เราก็สามารถส่งไปนับในเขตนั้นได้

ด้าน ว่าที่ร้อยตรีภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการปล่อยขบวนรถขนส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ประชาชนไปใช้สิทธิ์เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตและนอกราชอาณาจักร โดยขณะนี้บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเดินทางมาครบถ้วนแล้ว รวมถึงบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าทุกเขตภายในประเทศก็ครบถ้วนเช่นเดียวกัน และจะถูกจัดส่งไปยังทั้ง 400 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ซึ่งการขนส่งบัตรเลือกตั้งครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ร่วมปฏิบัติงานกับไปรษณีย์ไทย เพื่อควบคุมดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยในทุกขั้นตอน เมื่อบัตรเลือกตั้งเดินทางถึงพื้นที่แล้ว จะอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต โดยจะมีการจัดเก็บรักษาในสถานที่ปลอดภัย เช่น ที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ หรือสถานที่ที่มีระบบรักษาความปลอดภัย พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) เพื่อดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ก่อนจะนำออกมานับคะแนนพร้อมกันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์

สำหรับกระบวนการนับคะแนนประชามติและการนับคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ว่าที่ร้อยตรีภาสกร ชี้แจงว่า หลังปิดการลงคะแนนในเวลา 17.00 น. คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะเริ่มนับคะแนนทันที ซึ่งจะมีทั้งบัตรเลือกตั้งสส.แบบแบ่งเขต และสส.แบบบัญชีรายชื่อ รวมทั้งบัตรออกเสียงประชามติ โดยจะนับพร้อมกันภายในหน่วยเลือกตั้งตามปกติ

ส่วนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านั้น จะมีคณะกรรมการนับคะแนนอีกชุดหนึ่งรับผิดชอบ เมื่อถึงเวลา 17.00 น. จะดำเนินการเบิกบัตรออกมานับ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ ขณะที่บัตรออกเสียงประชามติ แม้ผู้มีสิทธิ์จะไปลงคะแนนนอกเขตเลือกตั้ง แต่คะแนนประชามติจะถูกนำไปรวมและนับพร้อมกับหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ที่ประชาชนไปใช้สิทธิ์ในวันเดียวกัน

ขณะที่ ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า การจัดส่งไปยังทั้ง 400 เขตเลือกตั้งเริ่มดำเนินการตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งได้จัดส่งไปแล้วกว่า 90% ครอบคลุมทุกจังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร ราชบุรี และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะดำเนินการจัดส่งให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ ทั้งนี้ ระบบการขนส่งมีการควบคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมดูแล และมีระบบติดตามการขนส่งแบบเรียลไทม์ (Tracking) ที่สามารถตรวจสอบเส้นทางได้ตลอดการขนส่ง เพื่อสร้างความมั่นใจในความโปร่งใสและปลอดภัยของบัตรเลือกตั้ง

ด้อมส้มร่วมฟังแน่น! ปชน. ระดมแกนนำเปิดเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย

ด้อมส้มร่วมฟังแน่น! ปชน. ระดมแกนนำเปิดเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย

ด้อมส้มร่วมฟังแน่น! ปชน. ระดมแกนนำเปิดเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.25 น.

ด้อมส้มพรึ่บ ! กีฬาเวสน์ 1 รอฟัง ‘พรรรคประชาชน’ปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายประชาชนเปลี่ยนประเทศ รปภ.ตรวจเข้มก่อนเข้างาน กางตาราง 4 โมงเย็น ‘ไอซ์ รักชนก’ นำทีมอุ่นเครื่อง ก่อนส่งไม้ต่อ 3 แคนดิเดตนายกฯ ขึ้นเวทีช่วงค่ำ 

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569  ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬา้ยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กรุงเืพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย “ประชาชนเปลี่ยนประเทศ” ของพรรคประชาชน ซึ่งนำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ว่า มีประชาชนมารอเข้าอาคารตั้งแต่ช่วงเช้า เวลา 08.00 น. ส่วนใหญ่ใส่เสื้อสีส้ม   สวมหมวกสีส้ม บางคนได้เขียนป้ายให้กำลังใจแกนนำพรรค โดยเฉพาะนายณัฐพงษ์ และมีการนำธงสีส้มมาโบกด้วย 

ขณะที่รอบอาคารมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ผู้ที่เข้ามาในอาคารได้ต้องลงทะเบียนและสแกนกระเป๋าอย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบแบตเตอรี่สำรองด้วย ซึ่งเป็นมาตรการความปลอดภัยของอาคาร สำหรับวิธีปราศรัยในวันนี้จัดเวทีเป็นรูปวงกลม มีจอ LED อยู่ด้านบน สำหรับการถ่ายทอดด้วย โดยพรรคประชาชนใช้สถานที่อาคารกีฬาเวสน์เป็นครั้งที่ 3 แล้ว ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล

โดยเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ได้เปิดให้แฟนคลับที่มารอเข้ามา ซึ่งประชาชนผู้สนับสนุนพรรคได้วิ่งกรูเข้ามาอย่างล้นหลาม หยิบเบาะที่นั่งมาจับจองพื้นที่รอบๆเวทีจนแน่น  ขณะที่รอบนอก ในสนามหญ้าข้างอาคาร พรรคประชาชนได้สร้างประตูเป็นสีต่างๆ ประจำพรรคการเมืองที่ลงแข่งเลือกตั้งรอบนี้ เช่น สีแดง สีส้ม สีน้ำเงิน เพื่อให้ประชาชนได้ลองเล่นว่าอยากเปิดประตูบานไหน 

อย่างไรก็ตาม กำหนดการ จะเริ่มต้นขึ้น

 ในเวลา 16.00 น. ช่วงแรก 16.00-18.00 น. จะเปิดปราศรัยรอบแรก โดยมี น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ จะเป็นหนึ่งในผู้ปราศรัยช่วงนี้ จากนั้น ช่วงที่สอง เวลา 18.15-20.00 น. 3 แคนดิเดตจากพรรคประชาชนขึ้นปราศรัยโดยมี ศ.ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร , น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และนายณัฐพงษ์ ปิดท้ายการปราศรัยใหญ่ และหลังจบช่วงที่สอง แกนนำจะไปทักทายมวลชนที่สนามฟุตบอล 30 นาที โดยประมาณ 
 

 ตั้งแต่เวลา 16.00-20.00 น. ที่ กีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กรุงเทพฯ  พรรคประชาชน เปิดเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย โดยช่วงแรก ศ.ดร.วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดต รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล (ไหม) สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี, ไอซ์  น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และทีมผู้สมัคร ส.ส. เขตกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน จะร่วมปราศรัยบนเวที 

โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนแต่งกายเชิงสัญลักษณ์สีส้ม ทั้งเดินทางมาจากในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง มาเข้าร่วมรับฟังการปราศรัยกันอย่างเนืองแน่น

โดยใน เวลา 16.00 น. นายวาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ ได้ขึ้นเวทีทักทายประชาชน ก่อนที่แกนนำจะขึ้นปราศรัยในลำดับต่อไป