อนุทิน ย้ำชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีอะไรน่าห่วง เขมรแค่เคลื่อนย้ายกำลังพลตามปกติ

อนุทิน ย้ำชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีอะไรน่าห่วง เขมรแค่เคลื่อนย้ายกำลังพลตามปกติ

อนุทิน ย้ำชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีอะไรน่าห่วง เขมรแค่เคลื่อนย้ายกำลังพลตามปกติ

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.39 น.

อนุทิน ย้ำชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่มีอะไรน่าห่วง หลัง เสธ.ทบ.รายงานแค่เคลื่อนย้ายกำลังพลตามปกติ ปชช.สบายใจได้ 

เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กรณีที่เจ้ากรมข่าวทหารบกเปิดเผยว่า มีโอกาสที่จะมีการปะทะกันรอบที่ 3 หลังมีรายงานว่าทหารกัมพูชายกพลประชิดชายแดน ว่า ตนได้สอบถามไปยังพลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.)ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า ฝั่งกัมพูชามีการเคลื่อนย้ายกำลังพลตามปกติ ไม่ได้มีความวิตกว่าจะทำอะไรกับประเทศของเรา

โดยวันนี้ตนเองได้ถามย้ำไปถึง 2 ครั้ง และนำโพสต์ที่สำนักข่าวต่าง ๆ นำเสนอส่งไปให้ดู และให้กองทัพบกออกมาชี้แจงเพื่อให้ประชาชนได้สบายใจ เนื่องจากตอนนี้เรามีปัญหาเรื่องอื่นอยู่แล้ว ซึ่งตนเห็นแล้วว่าโฆษกกองทัพบกได้ออกมาชี้แจงว่า ไม่มีเรื่องของการจะมาคุกคามประเทศไทย

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า แต่เราไม่ได้ประมาท ซึ่งนอกจากถามถึงสถานการณ์ชายแดนกับ เสธ.ทบ.แล้ว ยังถามถึงการดูแลพื้นที่ ซึ่งสถานการณ์ในขณะนี้ยังคงเหมือนเดิม และมีการเตรียมความพร้อมในด้านยุทโธปกรณ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ จึงขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่าเรื่องชายแดนนั้นไม่มีข้อกังวล

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การส่งสัญญาณของการปะทะรอบ 3 ของฝ่ายกัมพูชาใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ขณะนี้เราก็อยู่ของเราให้ดีที่สุด ลดปัจจัยความกังวลของประชาชนให้มากที่สุด และวันนี้ในเรื่องชายแดน นายกรัฐมนตรี ตอบแล้วว่า “ไม่มีอะไรน่ากังวล”

ซึ่งคำตอบไม่ได้เกิดจากการคาดเดาของตนเอง แต่เกิดจากการตรวจสอบข้อมูล มีการสอบถาม และยืนยันข้อมูลจากกองทัพบก ฉะนั้นประเด็นนี้ขอให้ตัดออกไป

เอกนิติ เผยเหตุน้ำมันขาด สั่งเร่งลดสัดส่วนน้ำมันสำรอง ระบายสู้หน้าปั๊มให้ประชาชนเติม

เอกนิติ เผยเหตุน้ำมันขาด สั่งเร่งลดสัดส่วนน้ำมันสำรอง ระบายสู้หน้าปั๊มให้ประชาชนเติม

เอกนิติ เผยเหตุน้ำมันขาด สั่งเร่งลดสัดส่วนน้ำมันสำรอง ระบายสู้หน้าปั๊มให้ประชาชนเติม

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.27 น.

วิกฤตพลังงานซ้ำซ้อน! เอกนิติ เผยน้ำมันขาดหน้าปั๊ม เหตุความต้องการพุ่งเกินกำลังผลิต เร่งสั่งลดสัดส่วนสำรองน้ำมัน ระบายสู่หน้าปั๊ม ป้องกันน้ำมันขาด ยืนยันมีน้ำมันดิบสำรองเพียงพอ  

เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงวิกฤตพลังงาน ว่า  สงครามในตะวันออกกลางทำให้เกิดวิกฤตน้ำมันที่หนักและคาดเดาไม่ได้ สถานการณ์ยืดเยื้อและรุนแรงกว่าที่คิด เป็นวิกฤตซ้ำซ้อนทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และวัตถุดิบอื่นๆ ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก นโยบายรับมือวิกฤตช่วงแรกและการตรึงราคา รัฐบาลได้พยายามดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบด้วยการใช้กองทุนน้ำมันตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร เป็นเวลา 15 วัน เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพ  และจากการประเมินสถานการณ์พบว่าวิกฤตจะยาวนานและใหญ่กว่าที่คิด การตรึงราคาทำให้เกิดปัญหาการกักตุนน้ำมัน เพราะประชาชนไปเติมก่อนราคาขึ้น รวมถึงความต้องการน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นจาก 67 เป็น 80-100 ล้านลิตร/วัน เกินกำลังการกลั่นสูงสุดที่ 76 ล้านลิตร/วัน และระบบขนส่งลำเลียงไม่ทัน

นายเอกนิติ  กล่าวว่า รัฐบาลต้องบริหารจัดการปัญหาอย่างใกล้ชิด โดยมีการติดตามและตรวจสอบข้อมูลการผลิตน้ำมันจากบริษัทต่างๆ แบบวันต่อวัน เพื่อยืนยันว่าไม่มีการบิดเบือนข้อมูล และขอให้ประชาชนมั่นใจว่าน้ำมันดิบมีพอ ไม่ใช่แค่เชื่อข้อมูลที่ได้รับ โดยนายกรัฐมนตรี ได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจเพื่อปราบปรามการกักตุนและเอาเปรียบประชาชน ซึ่งปัญหาการขาดแคลนและแย่งน้ำมันเกิดจากหลายปัจจัยคือ 1. เมื่อรู้ว่าน้ำมันจะขึ้นราคาคนที่มีรถก็ไปสำรองน้ำมัน 2. ปัญหาช่องทางการขนส่ง ทั้งรถบรรทุก รถไฟ เรือและท่อ ถูกจำกัดเวลาวิ่ง ไม่สามารถเร่งรอบส่งน้ำมันให้ทันกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นแบบกะทันหันได้ 3. ปั๊มที่มียี่ห้อรอง  (Jobber) ไม่ได้รับน้ำมัน ทำให้ผู้บริโภคแห่ไปปั๊มใหญ่ 4. เรือประมงใช้น้ำมันเขียว หรือบางกลุ่มใช้น้ำมันลักลอบจากมาเลเซีย แต่ปัจจุบันราคาน้ำมันต่างประเทศแพงกว่าน้ำมันในไทยที่รัฐอุดหนุน ทุกกลุ่มจึงเปลี่ยนมาแย่งเติมน้ำมันที่หน้าปั๊มปกติ

รมว.คลัง กล่าวว่า  สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมัน รัฐบาลได้สั่งการให้ 1. สั่งปรับลดสัดส่วนการสำรองน้ำมันตามกฎหมายจากที่เคยประกาศเพิ่มขึ้น ให้กลับมาอยู่ที่ 1% เท่าเดิม เพื่อระบายน้ำมันที่เก็บไว้ในคลังออกมาสู่หน้าปั๊มให้ประชาชนทันที  2. ยกเลิกข้อกำหนดการเพิ่มสำรองน้ำมันที่ทำให้ผู้ค้าเก็บน้ำมันไว้ 3. ปลดล็อกให้รถขนส่งน้ำมันวิ่งได้ทั้งวัน 4. กำกับให้เรือประมงได้รับน้ำมันจากผู้ค้า เพื่อแก้ปัญหาการแย่งซื้อที่ปั๊ม

“วันนี้เราต้องยอมรับว่ามันคือวิกฤตพลังงานโลกที่หนักมาก การฝืนกลไกตลาดด้วยการตรึงราคาไม่ได้ผล เราต้องบอกความจริงกับประชาชน ทุกคนต้องช่วยกันปรับตัวตามความผันผวนของตลาดโลก เพราะการยันราคาจะทำให้เกิดปัญหาน้ำมันขาดแคลนและลักลอบนำน้ำมันไทยไปขายต่างประเทศ ดังนั้นจึงต้องบริหารจัดการให้เป็นไปตามกลไกตลาด ค่อยๆ ปรับ และมุ่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง กลุ่มขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และภาคเกษตร โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ช่วยดูแลด้านราคาสินค้าอยู่” รมว.คลัง กล่าว  

นายเอกนิติ  กล่าวอีกว่า รัฐบาลเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบไว้แล้วโดยระยะสั้น มุ่งเน้นการจัดระเบียบระบบจำหน่ายน้ำมันให้กลับสู่ภาวะปกติ เช่น การปรับลดปริมาณน้ำมันสำรองที่กำหนดไว้ เพื่อให้มีการกระจายน้ำมันไปยังปั๊มขนาดเล็กอย่างเพียงพอ และการปล่อยให้ราคาน้ำมันดีเซลลอยตัวในระดับหนึ่ง โดยเทียบเคียงราคาตลาดโลกและราคาในภูมิภาค เช่น มาเลเซีย พร้อมทั้งใช้กองทุนน้ำมันและพิจารณาภาษีสรรพสามิตเพื่อลดผลกระทบ และปราบปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า  ส่วนระยะยาว เตรียมผลักดันพลังงานทางเลือก อาทิ ไบโอดีเซล เอทานอล น้ำมันปาล์ม การประหยัดพลังงาน รวมถึงก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใช้ผลิตไฟฟ้า  ซึ่งมองว่าเป็นโอกาสเร่งพัฒนาพลังงานสะอาด ขณะเดียวกัน โครงการ “เศรษฐกิจสีเขียว พลัส” โดยใช้ประโยชน์จากแสงแดดในการผลิตไฟฟ้า หรือSolar Farm, Solar ลอยน้ำ และสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้ง Solar Rooftop โดยมีการลดหย่อนภาษีและระบบซื้อคืนไฟฟ้า จะช่วยลดต้นทุนพลังงานของประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

เอกนัฏ ส่งประวัติแล้ว ยื่น สลค.ตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี

เอกนัฏ ส่งประวัติแล้ว ยื่น สลค.ตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี

เอกนัฏ ส่งประวัติแล้ว ยื่น สลค.ตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.23 น.

24 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความคืบหน้าการส่งรายชื่อตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี หลังจากเมื่อวันที่ 23 มี.ค.มีบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีให้ทีมงานมาส่งประวัติที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ทำเนียบรัฐบาล จำนวนมากแล้ว โดยตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ ยังคงมีบางคนยังส่งประวัติอาทิ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม ที่มีชื่อเป็น รมว.กลาโหม ได้ให้นายเวรนำเอกสารมายื่นด้วย

นอกจากนี้ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่มีชื่อเป็น รมว.พลังงาน ได้ให้ทีมงานนำเอกสารมายื่น ขณะเดียวกันมีบางคนมาส่งเอกสารเพิ่มเติม อาทิ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ที่มีชื่อเป็น รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

ส่งชื่อ ครม.เช็กประวัติแล้ว อนุทิน ย้ำ 18 หน่วยงานตรวจเข้ม

ส่งชื่อ ครม.เช็กประวัติแล้ว อนุทิน ย้ำ 18 หน่วยงานตรวจเข้ม

ส่งชื่อ ครม.เช็กประวัติแล้ว อนุทิน ย้ำ 18 หน่วยงานตรวจเข้ม

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.18 น.

“อนุทิน”ชี้ส่งรายชื่อ ครม.สอบประวัติเรียบร้อยแล้ว แต่เปิดเผยไม่ได้ หลังสื่อถามมีชื่อ”ปกรณ์”ติดโผ รับหากใครมีปัญหาคุณสมบัติ ทำกระบวนการล่าช้าต้องยืดเวลาอีก 5 วัน เผยวิกฤตตะวันออกกลางอยู่ในร่างแถลงนโยบายรัฐบาล

24 มีนาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประชุม สส.พรรคภูมิใจไทย วันนี้ ว่า ได้กำชับให้ สส.ทุกคนให้ความสำคัญกับงานสภาผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่ โดยในวันพรุ่งนี้ สส.พรรคภูมิใจไทย จะยื่นญัตติเกี่ยวกับเรื่องพลังงาน ซึ่งตนเองไม่มีเรื่องต้องเข้าไปชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ แต่รัฐบาลก็พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอแนะ คำแนะนำ คำวิพากษ์วิจารณ์ของสมาชิกทุกฝ่าย สิ่งไหนทำแล้ว เกิดการปรับปรุงแก้ไขไปในทิศทางที่ดีก็ต้องรับฟัง

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีกฎหมายอะไรที่จะเสนอผลักดันเร่งด่วนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีกฎหมายหลายฉบับที่ค้างอยู่ในสภาชุดที่แล้ว ที่ต้องนำมาปัดฝุ่น และปรับปรุง เพื่อเสนอกลับเข้าไป

ส่วนไทม์ไลน์การตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจากนี้ ขั้นตอนจะเป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้รายชื่อของบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นรัฐมนตรี ได้ถูกส่งไปให้ตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว ว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ หรือมีใครที่ คุณลักษณะขัดต่อรัฐธรรมนูญ เท่าที่ทราบจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ส่งไปตรวจสอบ 18 หน่วยงาน แต่ละหน่วยงานเป็นองค์กรอิสระ จะไปกำหนดว่าจะต้องตอบมาภายในกี่วันไม่ได้ และเมื่อตรวจสอบเรียบร้อยแล้วจะส่งกลับมาที่เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก่อนจะส่งต่อให้เลขากฤษฎีกา ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

ส่วนรายชื่อรัฐมนตรีใหม่ทั้งหมดได้ยื่นไป 35 รายชื่อ ใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุ เอาเป็นว่าตนยื่นรายชื่อไปเรียบร้อยแล้ว

สำหรับกระแสข่าวที่มีชื่อ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นรองนายกรัฐมนตรี นั้น นายอนุทิน ถามกลับทันทีว่า “ใครเห็น” ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะตอบว่าเป็นกระแสข่าว จากนั้นนายกฯ ระบุต่อว่า ปกติการแต่งตั้งรัฐมนตรีไม่ควรเปิดเผยก่อนที่จะมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา เพราะฉะนั้นถามมาก็เป็นเรื่องที่ตอบไม่ได้

ส่วนคนที่มีปัญหาจะทำอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ก็ส่งชื่อบุคคลอื่น และหากมีปัญหาจริง อาจจะทำให้กระบวนการยาวขึ้น เพราะเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งว่าจะต้องใช้เวลาบวกอีก 5 วัน ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ได้ส่งรายชื่อสำรองไปด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ได้บริหารจัดการ ส่วนพรรคการเมืองอื่นไปก้าวก่ายไม่ได้

ส่วนรายชื่อของ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ที่มีคดีอยู่ใน DSI นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นกระบวนการที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่า ในกรณีที่อาจมีการแจ้งข้อกล่าวหา จะต้องมีการเพล์เซฟหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตอบไปแล้วว่าต้องให้เลขาคณะกรรมการกฤษฎีกาทำความเห็น ซึ่งเป็นขั้นตอนที่มีกำหนดไว้อยู่แล้ว ว่าบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี แต่ละคนมีคุณสมบัติอย่างไร ซึ่งก็ต้องมาพิจารณาอีกที โดยเฉพาะที่มีข้อกังวล ต้องมาพิจารณากันอีกที

ส่วนขณะนี้ ได้ร่างคำแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเรียบร้อยแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการเชิญพรรคร่วมรัฐบาลมาพูดคุย ในส่วนของกระทรวงที่ดูแล มาใส่นโยบายที่เขาตั้งใจจะทำ โดยเฉพาะนโยบายที่พรรคร่วมรัฐบาลให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำหากเป็นรัฐบาล ซึ่งตนก็เปิดโอกาสให้ทุกพรรคนำเสนอในการประชุมร่วมกัน ส่วนประเด็นวิกฤตตะวันออกกลางจะอยู่ในร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็รวมอยู่ในนั้น

นายกฯย้ำชัด! ราคาดีเซลฝืนไม่ได้ ปล่อยตามกลไกตลาด

นายกฯย้ำชัด! ราคาดีเซลฝืนไม่ได้ ปล่อยตามกลไกตลาด

นายกฯย้ำชัด! ราคาดีเซลฝืนไม่ได้ ปล่อยตามกลไกตลาด

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.13 น.

“นายกฯ”ชี้ราคาดีเซลฝืนไม่ได้ ปล่อยตามกลไกตลาด ลั่นไม่มีตรึงราคาก็ไม่ชนเพดาน บอกปริมาณความตื่นตระหนกทำความต้องการใช้น้ำมันพุ่งขึ้น 20 ล้านลิตร/วัน ยันรัฐบาลออกมาตรการประหยัดพลังงาน หวังดึงสถานการณ์กลับก่อนเกิดสงคราม ย้ำราคาสินค้าตรึงไว้เท่าที่ทำได้

24 มีนาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลระบุว่าจะไม่ให้ราคาน้ำมันดีเซลเกิน 33 บาทต่อลิตร ว่า ไม่มีคำว่าตรึง เมื่อไม่มีคำว่าตรึงก็ไม่มีชนเพดาน โดยต้องดูกลไกตลาด ซึ่งรัฐบาลจะดูมาตรการสำหรับผู้ใช้น้ำมัน รวมถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่จะฝืนกลไกตลาดไม่ได้ ส่วนกองทุนน้ำมันจำเป็นจะต้องกู้เงินเพิ่มหรือไม่ นายกฯ ระบุว่า เรื่องนี้ขอให้ไปถาม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

เมื่อถามว่า ได้มีการประเมินหรือไม่ว่าราคาน้ำมันจะไปสิ้นสุดที่กี่บาท นายกฯ หัวเราะแต่ไม่ได้ตอบคำถาม โดยนายกฯ ยอมรับว่า สถานการณ์ทุกคนเป็นทุกข์กับสถานการณ์ ซึ่งมาจากปัจจัยทางสงคราม รัฐบาลจะมีมาตรการต่างๆ ออกมา เช่น การประหยัดพลังงาน ประหยัดเชื้อเพลิง ซึ่งทุกวันนี้รัฐบาลพยายามให้ความมั่นใจว่า ก่อนที่จะมีสถานการณ์สงครามความต้องการใช้น้ำมันอยู่ที่ประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน แต่ละเราผลิตได้ 77 ล้านลิตรต่อวัน และขายให้ประเทศประเทศลาวและประเทศเมียนมา รวม 5 ล้านลิตร ซึ่งกำลังการผลิตถือว่าเกินความต้องการ แต่เมื่อมีปัจจัยความตื่นตระหนก ความกังวล จึงเพิ่มความต้องการเป็น 80 กว่าล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเกินกำลังการผลิต จึงต้องพยายามดึงสถานการณ์การใช้น้ำมันกลับมาให้ได้ โดยรัฐบาลจะพยายามกลับไปจุดเดิมก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หรือก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง ถ้าหากกลับไปได้จะบอกว่าน้ำมันไม่เพียงพอเป็นไปไม่ได้ เพราะถือว่าขณะนั้นการต้องการใช้เป็นไปอย่างปกติ

พร้อมย้ำว่า ปริมาณน้ำมันที่อยู่ในระบบหากไม่รวมความตื่นตระหนกที่เพิ่มปริมาณขึ้น 20 กว่าล้านลิตร ก็จะสามารถควบคุมได้ แต่สิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้คือราคา ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในช่วงสงคราม ซึ่งหากมีแนวโน้มที่ดีราคาก็จะลดลง

นายกฯ กล่าวต่อว่า เมื่อเช้าได้รับรายงานว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันของไทยที่จะเข้ามา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐบาลไทย ได้ประสานอย่างเต็มที่กับสถานทูตอิหร่าน ซึ่งเรือน้ำมันสัญชาติไทยก็สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยรัฐบาลต้องดำเนินนโยบายทุกด้านทั้งการทูต การค้า เพื่อให้ทุกอย่างกลับไปสู่สภาวะปกติ

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หมายความว่ามีโอกาสที่น้ำมันดีเซลจะพุ่งทะลุลิตรละ 50 บาท ใช่หรือไม่ นายกฯ ระบุว่า ไม่ทราบ หากใช้อย่างประหยัด อีกทั้งกองทุนน้ำมันก็ยังดูแลอยู่ และการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์สู้รบบริเวณตะวันออกกลาง (ศบก.) ทุกหน่วยงานก็ได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีในเรื่องการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็มีกลไกในการทำงานอยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่ราคาน้ำมันขยับขึ้นตามกลไกตลาด เรื่องการควบคุมราคาสินค้าจะเป็นอย่างไร นายกฯ ระบุว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ รัฐบาลก็ตรึงราคาเท่าที่เราจะทำได้ ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศในการตรึงราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค เพื่อไม่ให้เกิดการเสียโอกาสและค้ากำไรเกิน

ภท.จ่อชงญัตติด่วนถกปมร้อนน้ำมัน-มีมติให้สส.ทั้งพรรค ดูแลตัวเอง ปมอาหารวันประชุมสภาฯ

ภท.จ่อชงญัตติด่วนถกปมร้อนน้ำมัน-มีมติให้สส.ทั้งพรรค ดูแลตัวเอง ปมอาหารวันประชุมสภาฯ

ภท.จ่อชงญัตติด่วนถกปมร้อนน้ำมัน-มีมติให้สส.ทั้งพรรค ดูแลตัวเอง ปมอาหารวันประชุมสภาฯ

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.49 น.

ไม่ติดถ้าจะยกเลิก! ภูมิใจไทย พรึ่บมีมติ ดูแลตัวเอง ทั้งพรรค รับประทานอาหารวันประชุมสภาฯ ยก สส.อาสพลธ์ เคยเสนอมาตั้งแต่สภาฯ ชุดที่แล้ว รับยังไม่คุยถึง ลดผู้ช่วยฯ-ตัดบำนาญฯ เตรียมชงญัตติด่วนถกปมร้อน น้ำมัน ปัดตอบ ติวเข้มสส.รอแต่งตัวเป็นรมต.-ไทม์ไลน์รัฐบาลใหม่ 

เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2569 ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุมสส.ของพรรคฯว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพรุ่งนี้(25 มี.ค.) ได้รับการประสานว่าจะเป็นการหารือเพื่อกำหนดกรอบการทำงาน วันประชุม และเทอมการประชุมสภาฯ จากนั้นจะมีการยื่นญัตติด่วนเพื่อพูดคุยในประเด็นเรื่องของน้ำมัน ซึ่งในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจะยื่นญัตติด่วนเรื่องนี้เช่นกัน รวมถึงจะมีตัวแทนสส.ของพรรคอภิปรายในเรื่องนี้ด้วย

โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทย ได้รับหนังสือจากนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ส่งไปยังทุกพรรคการเมือง เพื่อสอบถามข้อคิดเห็นจากการที่มีสมาชิกหารือในที่ประชุมสภาฯเรื่องของการจัดเลี้ยงอาหารสส.ทั้งหมด เรื่องนี้เคยมีการพูดคุยกันมาแล้ว โดยสส.ของพรรคภูมิใจไทย ที่เคยเสนอ คือนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เคยเสนอเอาไว้ตั้งแต่สภาฯชุดที่แล้ว วันนี้ทางพรรคภูมิใจไทยจึงหยิบยกประเด็นดังกล่าวหารือ โดยมีมติยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยจะดูแลตัวเองในเรื่องของการรับประทานอาหารในช่วงการประชุม เราไม่ติดขัดในเรื่องของการยกเลิก และพร้อมดูแลตัวเองอยู่แล้ว 

“ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทย ไม่มีปัญหาในเรื่องนี้เลย เพราะส่วนใหญ่สมาชิกพรรคจะมีการนำอาหารมารับประทานกันเองอยู่เรื่อยๆ ส่วนประเด็นลดจำนวนผู้ช่วยสส. และตัดบำเหน็จบำนาญอดีตสมาชิกรัฐสภานั้น ไม่ได้มีการพูดคุยในที่ประชุม” น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าว

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมได้มีการให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวของสส. ที่จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้ แต่เป็นการพูดคุยกันในเรื่องของงานสภาฯเท่านั้น และในที่ประชุมไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องไทม์ไลน์รัฐบาลใหม่แต่อย่างใด

ไม่ติดถ้าจะยกเลิก! ภูมิใจไทยพรึ่บมีมติดูแลตัวเอง ปมอาหาร สส.

ไม่ติดถ้าจะยกเลิก! ภูมิใจไทยพรึ่บมีมติดูแลตัวเอง ปมอาหาร สส.

ไม่ติดถ้าจะยกเลิก! ภูมิใจไทยพรึ่บมีมติดูแลตัวเอง ปมอาหาร สส.

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.43 น.

ไม่ติดถ้าจะยกเลิก! “ภูมิใจไทย”พรึ่บมีมติ”ดูแลตัวเอง”ทั้งพรรค รับประทานอาหารวันประชุมสภาฯ ยก”สส.อาสพลธ์”เคยเสนอมาตั้งแต่สภาฯชุดที่แล้ว รับยังไม่คุยถึง”ลดผู้ช่วย-ตัดบำนาญ” เตรียมชงญัตติด่วนถกปมร้อน”น้ำมัน” ปัดตอบติวเข้ม สส.รอแต่งตัวเป็น รมต.-ไทม์ไลน์รัฐบาลใหม่

24 มีนาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย แถลงภายหลังการประชุม สส.ของพรรคฯ ว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพรุ่งนี้ (25 มี.ค.) ได้รับการประสานว่าจะเป็นการหารือเพื่อกำหนดกรอบการทำงาน วันประชุม และเทอมการประชุมสภาฯ จากนั้นจะมีการยื่นญัตติด่วนเพื่อพูดคุยในประเด็นเรื่องของน้ำมัน ซึ่งในส่วนของพรรคภูมิใจไทยจะยื่นญัตติด่วนเรื่องนี้เช่นกัน รวมถึงจะมีตัวแทน สส.ของพรรคอภิปรายในเรื่องนี้ด้วย

โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทย ได้รับหนังสือจาก นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ส่งไปยังทุกพรรคการเมือง เพื่อสอบถามข้อคิดเห็นจากการที่มีสมาชิกหารือในที่ประชุมสภาฯ เรื่องของการจัดเลี้ยงอาหาร สส.ทั้งหมด เรื่องนี้เคยมีการพูดคุยกันมาแล้ว โดย สส.ของพรรคภูมิใจไทย ที่เคยเสนอ คือ นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เคยเสนอเอาไว้ตั้งแต่สภาฯ ชุดที่แล้ว วันนี้ทางพรรคภูมิใจไทยจึงหยิบยกประเด็นดังกล่าวหารือ โดยมีมติยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยจะดูแลตัวเองในเรื่องของการรับประทานอาหารในช่วงการประชุม เราไม่ติดขัดในเรื่องของการยกเลิก และพร้อมดูแลตัวเองอยู่แล้ว

“ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทย ไม่มีปัญหาในเรื่องนี้เลย เพราะส่วนใหญ่สมาชิกพรรคจะมีการนำอาหารมารับประทานกันเองอยู่เรื่อยๆ ส่วนประเด็นลดจำนวนผู้ช่วย สส.และตัดบำเหน็จบำนาญอดีตสมาชิกรัฐสภา นั้น ไม่ได้มีการพูดคุยในที่ประชุม” น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าว

เมื่อถามว่า ในที่ประชุมได้มีการให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวของ สส.ที่จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้ แต่เป็นการพูดคุยกันในเรื่องของงานสภาฯ เท่านั้น และในที่ประชุมไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องไทม์ไลน์รัฐบาลใหม่แต่อย่างใด

สีหศักดิ์ โทร.หารือเจ้าชายฟัยศ็อล ซึ้งน้ำใจขอบคุณที่ช่วยดูแลคนไทย

สีหศักดิ์ โทร.หารือเจ้าชายฟัยศ็อล ซึ้งน้ำใจขอบคุณที่ช่วยดูแลคนไทย

สีหศักดิ์ โทร.หารือเจ้าชายฟัยศ็อล ซึ้งน้ำใจขอบคุณที่ช่วยดูแลคนไทย

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.18 น.

23 มีนาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารือทางโทรศัพท์กับเจ้าชายฟัยศ็อล บิน ฟัรฮาน อาล ซะอูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย

ฝ่ายไทยแสดงความขอบคุณฝ่ายซาอุดีอาระเบียที่อำนวยความสะดวกให้คนไทยสามารถเดินทางกลับประเทศไทยผ่านทางซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ฝ่ายซาอุดีอาระเบียแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยทั้งสองฝ่ายแสดงจุดยืนร่วมกันที่หวังให้สถานการณ์ความขัดแย้งสิ้นสุดโดยเร็วโดยการดำเนินการทางการทูตและการเคารพต่อกฎบัตรสหประชาชาติ
 
การหารือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงการสนับสนุนของไทยต่อมิตรประเทศในการรับมือกับสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางและการดำเนินความพยายามทางการทูตเพื่อลดระดับความตึงเครียดและนำสันติภาพกลับสู่ภูมิภาคโดยเร็ว ก่อนหน้านี้ ไทยและประเทศอาเซียนได้มีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษเรื่องสถานการณ์ในตะวันออกกลางเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569

อยู่ต่อได้อีกถึง 100 ปี ซาบีดา เผยอาการป่วย ชาดา ดีขึ้น-กำลังใจดี

อยู่ต่อได้อีกถึง 100 ปี ซาบีดา เผยอาการป่วย ชาดา ดีขึ้น-กำลังใจดี

อยู่ต่อได้อีกถึง 100 ปี ซาบีดา เผยอาการป่วย ชาดา ดีขึ้น-กำลังใจดี

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.05 น.

“ซาบีดา”เผยอาการป่วย”ชาดา”ดีขึ้น แต่ยังต้องรักษาด้วยการดามคอ ยิ้มรับตอนนี้กำลังใจดี

24 มีนาคม 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงอาการป่วยของบิดา นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นายชาดา โพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อถึงอาการป่วยของตัวเองว่า “ปวดคอไม่รู้จะอยู่ถึงปี 2570 หรือไม่” ว่า ตอนนี้อาการของคุณพ่อดีขึ้นแล้ว รักษาไปตามอาการ ขณะนี้ได้ทำการรักษาด้วยการดามคอ

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เป็นอาการป่วยหนักเลยใช่หรือไม่ น.ส.ซาบีดา ระบุว่า หากสังเกตเวลาหันคอจะต้องหันทั้งตัว จะไม่หันแค่คอ แต่ตอนนี้ดีขึ้น เพราะกำลังใจดีมาก เมื่อถามว่า สามารถสบายใจได้ ไม่อันตรายเหมือนที่โพสต์ลงเฟซบุ๊กใช่หรือไม่ น.ส.ซาบีดา ยอมรับว่าไม่อันตราย สามารถอยู่ต่อได้อีกถึง 100 ปี

ธรรมนัส ส่งสารถึงรัฐบาลใหม่ ชี้วิกฤตโลกซ้ำเติมเกษตรกร ชง 3 มาตรการเร่งด่วน

ธรรมนัส ส่งสารถึงรัฐบาลใหม่ ชี้วิกฤตโลกซ้ำเติมเกษตรกร ชง 3 มาตรการเร่งด่วน

ธรรมนัส ส่งสารถึงรัฐบาลใหม่ ชี้วิกฤตโลกซ้ำเติมเกษตรกร ชง 3 มาตรการเร่งด่วน

วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.50 น.

24 มีนาคม 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำทางการเมืองด้านภาคเกษตร กล่าวถึงรัฐบาลใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และสะเทือนถึงภาคเกษตรกรรมของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า สิ่งที่เกษตรกรไทยกำลังเผชิญคือต้นทุนชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งราคาน้ำมัน ปุ๋ย และค่าขนส่ง ซึ่งล้วนเป็นภาระโดยตรงต่อชาวนาและเกษตรกรที่อยู่ฐานรากของประเทศ พร้อมกันนี้ ได้เสนอแนวทาง “Smart & Hard” ให้รัฐบาลใช้เป็นหลักคิดในการแก้ปัญหา โดยต้อง “อ่านเกมโลกให้ขาด” ควบคู่กับ “การตัดสินใจที่เด็ดขาด” เพื่อรับมือกับวิกฤตอย่างทันท่วงที

ผมขอเสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนที่รัฐบาลควรดำเนินการทันที ได้แก่

1.ปฏิรูปโครงสร้างปุ๋ย มุ่งลดต้นทุนทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงการแจกจ่าย โดยเสนอให้ใช้กลไกความร่วมมือรัฐต่อรัฐ (G2G) เพื่อจัดหาปุ๋ยราคาถูก

2.บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งพื้นที่ชลประทานและนอกชลประทาน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำในภาคเกษตร

3.แก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน เพื่อให้เกษตรกรมีสิทธิ์เป็นเจ้าของอย่างแท้จริง และสามารถใช้ที่ดินเป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งทุน

ร.อ.ธรรมนัส ยังเน้นย้ำว่า เกษตรกรคือ “กระดูกสันหลังของประเทศ” ไม่ใช่กลุ่มที่ต้องรอความช่วยเหลือ แต่ต้องได้รับการเสริมสร้างศักยภาพ ทั้งด้านสถาบัน อำนาจต่อรอง และคุณภาพชีวิตที่มั่นคง และขอเรียกร้องให้ข้าราชการปรับบทบาทในการทำงานในภาวะวิกฤต โดยต้องทำงานอย่างรวดเร็ว กล้าตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติจริง พร้อมเตือนว่า ความล่าช้า คือความเสียหายของชีวิตประชาชน