‘มะเร็งเต้านม’ ไม่เจอก้อน ไม่เจ็บ ไม่ได้แปลว่าไม่เป็น อย่ากลัวการตรวจคัดกรอง ยิ่งพบช้า ยิ่งอันตราย

‘มะเร็งเต้านม’ ไม่เจอก้อน ไม่เจ็บ ไม่ได้แปลว่าไม่เป็น อย่ากลัวการตรวจคัดกรอง ยิ่งพบช้า ยิ่งอันตราย

‘มะเร็งเต้านม’ ไม่เจอก้อน ไม่เจ็บ ไม่ได้แปลว่าไม่เป็น อย่ากลัวการตรวจคัดกรอง ยิ่งพบช้า ยิ่งอันตราย

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“มะเร็งเต้านม” ถือเป็นภัยร้ายที่สร้างความสูญเสียอย่างมหาศาลทั่วโลก โดยเป็นมะเร็งอันดับหนึ่งของผู้หญิงในกว่า 157 ประเทศ จากทั้งหมด 185 ประเทศทั่วโลก ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกระบุว่า ในปี 2565 มีผู้ป่วยใหม่ราว 2.3 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 670,000 คน ส่วนในประเทศไทย ข้อมูล GLOBOCAN Thailand 2022 ระบุว่า มีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ในผู้หญิงไทยกว่า 21,628 ราย คิดเป็นค่าเฉลี่ย 60 คนต่อวัน ความอันตรายของมะเร็งเต้านมคือก้อนมะเร็งในระยะแรกอาจไม่เจ็บหรือไม่แสดงอาการ ทำให้หลายคนพลาดการตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ จนโรคลุกลามและเป็นอันตรายถึงชีวิต  

พญ. พุทธิพร เนาวะเศษ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์ทั่วไป และศัลยศาสตร์มะเร็งวิทยา ศูนย์เต้านม รพ.วิมุต จะมาชวนทำความเข้าใจเรื่องมะเร็งเต้านมที่ทุกคนควรรู้ พร้อมชี้สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม และแนวทางการตรวจคัดกรองที่เหมาะกับแต่ละคน เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรักษาในทุกช่วงวัย

มะเร็งเต้านม ภัยเงียบใกล้ตัวของผู้หญิงทุกคน

มะเร็งเต้านม (Breast Cancer) คือภาวะที่เซลล์ภายในเต้านมที่ค่อย ๆ เจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นก้อนเนื้อมะเร็ง และอาจลุกลามไปยังเนื้อเยื่อใกล้เคียงจนเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือการเป็นเพศหญิง ซึ่งมีโอกาสเกิดโรคนี้มากกว่าเพศชายอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังเกี่ยวกับอายุที่มากขึ้น, ปัญหาด้านฮอร์โมน เช่น การมีประจำเดือนตั้งแต่อายุน้อยหรือหมดประจำเดือนช้า รวมถึงพันธุกรรม โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมหรือมียีนผิดปกติ เช่น ยีน BRCA1, BRCA2 อีกทั้งยังเกี่ยวกับผู้ที่มีความผิดปกติที่เซลล์เต้านมบางชนิด เช่น ADH, ALH และ LCIS นอกจากนี้ พฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างก็เพิ่มความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นภาวะน้ำหนักเกิน การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ พักผ่อนไม่เพียงพอ และไม่ออกกำลังกาย รวมถึงผู้ที่เคยได้รับรังสีบริเวณทรวงอกก็อาจมีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป

เคลียร์ 3 ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม

พญ. พุทธิพร เนาวะเศษ ให้ข้อมูลว่า “หลายคนเข้าใจว่าเมื่อคลำพบ ‘ก้อน’ ที่เต้านมแปลว่าเป็นมะเร็งทันที แต่ความจริงแล้วต้องผ่านการตรวจคัดกรองจากแพทย์อย่างละเอียดก่อนถึงจะยืนยันได้ เพราะคำว่า ‘ก้อน’ เป็นเพียงคำเรียกรวมของความผิดปกติที่คลำพบหรือเห็นจากการตรวจภาพ ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งซีสต์หรือถุงน้ำในเต้านม และเนื้องอกชนิดไม่ร้าย เช่น fibroadenoma อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือ การใส่เสื้อชั้นในขณะนอนไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมตามที่หลายคนกังวล ส่วนเรื่องสุดท้ายคือ ผู้ชายก็เป็นโรคมะเร็งเต้านมได้เช่นกัน แม้จะพบได้น้อยกว่าผู้หญิงมากก็ตาม”

ก้อนที่ไม่เจ็บ คือสัญญาณมะเร็งเต้านมที่หลายคนมองข้าม

คนส่วนใหญ่มักคิดว่าถ้ามีก้อนที่เต้านมแล้วไม่เจ็บ ก็ไม่น่าอันตราย แต่ในความจริง มะเร็งเต้านมระยะต้นมักไม่เจ็บและไม่มีอาการเด่นชัด ดังนั้นหากพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ อาทิ การคลำพบก้อนแข็งที่เต้านมหรือรักแร้ ก้อนที่มีลักษณะขอบไม่เรียบ โตเร็ว หรืออยู่ติดกับผิวหนัง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเต้านม เช่น ผิวหนังหรือหัวนมบุ๋ม เต้านมผิดรูป ผิวเต้านมเปลี่ยนแปลงไป หรือมีเลือดและของเหลวผิดปกติออกจากหัวนม ให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันทีก่อนมะเร็งเข้าสู่ระยะลุกลาม

ตรวจคัดกรองอย่างไรให้เหมาะกับวัยและระดับความเสี่ยง

การคัดกรองมะเร็งเต้านมเบื้องต้นทำได้ด้วยการคลำเต้านมด้วยตนเอง โดยแนะนำให้ผู้หญิงอายุ 20 ปีขึ้นไปหมั่นคลำเต้านมทุกเดือน เพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลงหรือความผิดปกติที่เกิดขึ้น ซึ่งสามารถเลือกวิธีคลำได้ 3 แบบ ดังนี้ 1.คลำเป็นก้นหอยหรือคลำตามเข็มนาฬิกา: เริ่มจากหัวนม แล้วค่อย ๆ วนเป็นวงกว้างออกไปให้ทั่วเต้านมจนถึงบริเวณรักแร้ 2.คลำขึ้น-ลง ตามแนวลำตัว: คลำสลับขึ้นลงให้ทั่วเต้านม ตั้งแต่ฐานเต้าถึงกระดูกไหปลาร้า 3.คลำเป็นรูปรัศมีรอบเต้านม: คลำเข้า-ออกจากเต้านมไปยังฐานเต้า แล้ววนรอบให้ทั่วทั้งเต้านม

“สำหรับผู้ที่คลำพบก้อนผิดปกติและผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป แนะนำให้เข้ารับการตรวจแมมโมแกรม ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานในการคัดกรองมะเร็งเต้านมในปัจจุบัน และในบางกรณีอาจตรวจร่วมกับอัลตราซาวด์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่น ส่วนการตรวจด้วย MRI เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ที่มียีนผิดปกติหรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม” พญ.พุทธิพร  อธิบาย

รักษามะเร็งเต้านมเฉพาะบุคคล เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

ที่ศูนย์เต้านม โรงพยาบาลวิมุต ทีมแพทย์สหสาขามุ่งเน้นการควบคุมโรคและให้ความสำคัญคุณภาพชีวิตระยะยาว ด้วยแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) โดยพิจารณาจากระยะของโรค ขนาดก้อน การกระจายของมะเร็ง รวมถึงชนิดของมะเร็งว่าไวต่อฮอร์โมนหรือมีปัจจัยเฉพาะอื่นร่วมด้วยหรือไม่ “การรักษาอาจประกอบด้วยการให้ยาเคมีบำบัด ยาต้านฮอร์โมน ยามุ่งเป้า หรือภูมิคุ้มกันบำบัด โดยในบางรายแพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันมีวิธีที่สามารถคงรูปลักษณ์ของเต้านมไว้ได้ เช่น การผ่าตัดสงวนเต้านม หรือการผ่าตัดมะเร็งร่วมกับการตกแต่งเต้านม

“ผู้หญิงอย่างเรามีความเสี่ยงมะเร็งเต้านมมาก ดังนั้น อยากให้หมั่นสังเกตและคลำดูความเปลี่ยนแปลงของเต้านมตัวเอง และอย่ากลัวที่จะมาตรวจคัดกรองแม้ยังไม่มีอาการใด ๆ โดยเฉพาะหากคลำพบก้อน แม้อาจจะไม่ใช่ก้อนมะเร็ง แต่ก็ควรมาตรวจให้แน่ใจ เพราะถ้าเกิดพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมตั้งแต่ระยะเริ่มต้นก็มีโอกาสรักษาได้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว”  พญ. พุทธิพร กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่มีข้อสงสัยสามารถขอรับคำปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายแพทย์ได้ที่ ศูนย์เต้านม ชั้น 4 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00–20.00 น. โทรศัพท์ 02-079-0040 นอกจากนี้ ยังสามารถดาวน์โหลด ViMUT Application เพื่อทำนัดหมายแพทย์ล่วงหน้า หรือเลือกใช้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) ผ่านทาง Line @vimuttelemed หรือ ViMUT Application เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้นจากแพทย์ได้อย่างสะดวก รวมถึงติดตามผลหลังการรักษาได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องเดินทาง ซึ่งช่วยให้การดูแลต่อเนื่องในทุกขั้นตอน  

ยังไม่เปียกห้ามป่วย! หมอพริ้นซ์เตือน ‘4 สิ่ง อย่าหาทำ’ ถ้าไม่อยากหมดสนุก

ยังไม่เปียกห้ามป่วย! หมอพริ้นซ์เตือน ‘4 สิ่ง อย่าหาทำ’ ถ้าไม่อยากหมดสนุก

ยังไม่เปียกห้ามป่วย! หมอพริ้นซ์เตือน ‘4 สิ่ง อย่าหาทำ’ ถ้าไม่อยากหมดสนุก

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สงกรานต์ เทศกาลแห่งความสุขและการเดินทาง แต่ในอีกมุมหนึ่ง ห้องฉุกเฉินกลับเป็นพื้นที่ที่ “ไม่เคยหยุด” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ โรงพยาบาลในเครือพริ้นซ์เดินหน้าดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “#พริ้นซ์ไม่เคยหยุด” สะท้อนความพร้อมของทีมแพทย์และบุคลากรที่สแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับทั้งเหตุฉุกเฉินและการเจ็บป่วยทั่วไปตลอดช่วงวันหยุดยาว จากทั้งอุบัติเหตุและปัญหาสุขภาพใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นโรคจากอากาศร้อน การติดเชื้อจากน้ำ หรือพฤติกรรมเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม ซึ่งอาจทำให้ความสนุกต้องสะดุดลงโดยไม่ทันตั้งตัว

พญ. วัลลภา ไตรคุณากรวงศ์ แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาล ป.แพทย์ เผยอินไซด์จากห้องฉุกเฉิน พร้อมให้คำแนะนำถึง 4 ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้เพื่อให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเล่นน้ำอย่างปลอดภัย

1 .ฮีทสโตรก: ตัวร้อนแต่ไม่มีเหงื่อ คือสัญญาณอันตราย

อากาศร้อนจัดในช่วงสงกรานต์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะฮีทสโตรก (Heatstroke) ซึ่งอาจรุนแรงถึงชีวิตได้ โดยสัญญาณที่ไม่ควรมองข้ามคือผิวหนังแดง ตัวร้อนจัดแต่ไม่มีเหงื่อ ร่วมกับอาการเวียนศีรษะ ตาพร่ามัว หรือคลื่นไส้ และหากอาการเริ่มรุนแรง เช่น สับสน ทรงตัวไม่อยู่ หรือหมดสติให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

2. ‘ทุเรียน + แอลกอฮอล์’ คู่เสี่ยงที่ไม่ควรลอง

 การรับประทานทุเรียนร่วมกับแอลกอฮอล์ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อร่างกายโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากสารในทุเรียนจะไปยับยั้งการสลายแอลกอฮอล์ อาจทำให้เกิดความร้อนสะสมและภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

3. ‘รองเท้ากินขา’ เรื่องขำที่อาจกลายเป็นอุบัติเหตุ

รองเท้าแตะที่ใส่เล่นน้ำ อาจทำให้เกิดอาการ “รองเท้ากินขา” เมื่อเท้าลื่นเข้าไปติดจนดึงออกยาก ซึ่งอาจนำไปสู่อาการข้อเท้าพลิก แผลถลอก หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว และหากเกิดการกดทับเป็นเวลานาน อาจทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวกได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าแบบหัวเปิด เพื่อป้องกัน

แต่หากเกิดเหตุการณ์โดนรองเท้ากิน หากรองเท้าติดไม่แน่น อาจลองยกขาสูงร่วมกับใช้น้ำสบู่หรือเจลช่วยหล่อลื่นเป็นการปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่หากมีบาดแผลหรือเลือดออก ไม่ควรฝืนดึง ควรรีบไปพบแพทย์

4. คอนแทคเลนส์ + น้ำสกปรก เสี่ยงตาแดงและติดเชื้อ

การใส่คอนแทคเลนส์ขณะเล่นน้ำ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการระคายเคืองและการติดเชื้อที่ดวงตา จากสิ่งสกปรกหรือแป้งที่ปนเปื้อนในน้ำ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์ และเลือกใช้แว่นตาหรือแว่นกันน้ำแทน หากมีแป้งหรือสิ่งสกปรกเข้าตา ควรล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที และหากอาการยังไม่ดีขึ้น เช่น ตามัวหรือเจ็บตา ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม

แม้สงกรานต์จะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข แต่สิ่งสำคัญคือการไม่ประมาทในการใช้ชีวิต “อยากให้ทุกคนใช้สติในการเดินทาง ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ขับขี่อย่างปลอดภัย และหลีกเลี่ยงการง่วงหรือเมาแล้วขับ เพื่อความปลอดภัยของทั้งตัวเองและผู้ร่วมใช้ถนน อยากให้ทุกคนสนุก และได้กลับบ้านไปหาคนที่รักอย่างปลอดภัย” พญ.อวัลลภา กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ ตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ โรงพยาบาลในเครือพริ้นซ์ทั้ง 18 แห่ง ใน 14 จังหวัดทั่วประเทศ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ พร้อมทีมแพทย์ พยาบาล และศูนย์ฉุกเฉิน (Trauma Center) ที่สแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง

ต่อมลูกหมากโต เรื่องใกล้ตัวที่ผู้ชายวัย 50+ ไม่ควรมองข้าม

ต่อมลูกหมากโต เรื่องใกล้ตัวที่ผู้ชายวัย 50+ ไม่ควรมองข้าม

ต่อมลูกหมากโต เรื่องใกล้ตัวที่ผู้ชายวัย 50+ ไม่ควรมองข้าม

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ทำไมปัสสาวะบ่อย?”  หรือ “กลางคืนลุกไปเข้าห้องน้ำหลายรอบ แถมยังปัสสาวะไม่สุด…”

นายแพทย์ กริช ออประเสริฐ ศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา ศูนย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง ชั้น 2  โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) ให้ข้อมูลว่า  คำถามเหล่านี้ อาจดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่มันอาจเป็นสัญญาณของ “ต่อมลูกหมากโต” ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ชายวัย 50 ปีขึ้นไป และหากปล่อยไว้ อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตมากกว่าที่คิด

ต่อมลูกหมาก คืออะไร?

ต่อมลูกหมาก (Prostate Gland) คืออวัยวะขนาดประมาณลูกเกาลัด อยู่บริเวณใต้กระเพาะปัสสาวะ และล้อมรอบท่อปัสสาวะ ทำหน้าที่ผลิตน้ำเลี้ยงอสุจิ เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนเพศชายที่เปลี่ยนแปลงจะทำให้ “ต่อมลูกหมาก” ค่อย ๆ โตขึ้นตามธรรมชาติ แต่ถ้าโตเกินไปจนไปกดเบียดท่อปัสสาวะ ก็จะเกิดอาการผิดปกติต่าง ๆ ตามมา

อาการของต่อมลูกหมากโต

ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน ปัสสาวะไม่พุ่ง  ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะกะปริบกะปรอย ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ ต้องเบ่งปัสสาวะนาน

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อมลูกหมากโต

ผู้ชายวัย 50 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีประวัติ ครอบครัวเป็นโรคนี้ ผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย / น้ำหนักเกิน ผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์บ่อย และผู้ที่รับประทานอาหารไขมันสูง

การรักษาต่อมลูกหมากโต ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยมีวิธีการ ดังนี้

1. ปรับพฤติกรรม : ลดน้ำก่อนนอน งดชา กาแฟ แอลกอฮอล์ หมั่นออกกำลังกาย ทานอาหารเสริมสุขภาพต่อมลูกหมาก เช่น zinc, saw palmetto (ภายใต้คำแนะนำแพทย์) หลังปัสสาวะ ยืนรอเพื่อเบ่งซ้ำอีกรอบ

2. ใช้ยา : กลุ่มยาคลายกล้ามเนื้อท่อปัสสาวะ และกลุ่มยาลดขนาดต่อมลูกหมาก (ใช้ระยะยาว)

3. รักษาด้วยหัตถการหรือผ่าตัด : หากใช้ยาไม่ได้ผล หรือมีปัญหาแทรกซ้อน เช่น ปัสสาวะไม่ออกเลย มีการติดเชื้อซ้ำบ่อย หรือยังมีอาการหลังใช้ยา แพทย์อาจเลือกขูดลูกหมากบางส่วนออก ซึ่งเป็นวิธีรักษาตามมาตรฐานที่ใช้มาอย่างยาวนาน

ดูแลตัวเองอย่างไรให้ไกลต่อมลูกหมากโต

ตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่ออายุเกิน 50 ปี  เลี่ยงอาหารไขมันสูง เนื้อแดง   รับประทานผักผลไม้สีแดง ส้ม เหลือง ที่มีไลโคปีน  งดบุหรี่ ลดแอลกอฮอล์  ไม่กลั้นปัสสาวะนาน ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา ไม่ปล่อยให้ท้องผูก

ต่อมลูกหมากโต เป็นโรคที่สามารถป้องกัน ลดความเสี่ยงในการเกิดได้หากหมั่นดูแลสุขภาพและสังเกตสัญญาณต่างๆจากร่างกาย การหมั่นตรวจสุขภาพช่วยให้รู้ทันท่วงทีและรักษาได้ไว เพื่อให้ผู้ชายวัย 50 ปีขึ้นไป ใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ ไกลโรค ไม่ต้องกังวลกับการเข้าห้องน้ำบ่อยอีกต่อไป

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการของโรคต่อมลูกหมากโต สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม/นัดหมายแพทย์เพื่อขอรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์ศัลยกรรมเฉพาะทาง ชั้น 2 โทรศัพท์ 02 836 9999 กด 4

คุณแหน : 13 เมษายน 2569

คุณแหน : 13 เมษายน 2569

คุณแหน : 13 เมษายน 2569

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • หม่อมไฉไล ยุคล ณ อยุธยา ชายาในพลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ุยุคล (พระองค์ชายใหญ่) มารดา พันโท หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล ฝากเชิญชวนคุณ ๆ ผู้ศรัทธาในพระแม่อุมาเทวี ไปกราบไหว้ถวายสักการะเทวรูปพระแม่อุมาเทวี อายุกว่า 1,800 ปี ซึ่งเป็นพระราชมรดกตกทอดมาจากเสด็จพระองค์ชายใหญ่ โดยปัจจุบันหม่อมไฉไลสร้างเทวาลัยถวายพระแม่อุมาเทวี ณ ตำบลลำพญา อ. บางเลน นครปฐม
  • มูลนิธิหม่อมเจ้าวุฒิวิฑู วุฒิชัย (หม่อมเจ้าหญิงหมาก) มอบทุนการศึกษาให้นักเรียนตาบอด โรงเรียนคนตาบอด จังหวัดขอนแก่น จำนวน 19 ราย โดยให้ทุนการศึกษาจนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เงินทุนแบ่งเป็นดังนี้ นักเรียนชั้น ม.1-ม.3 ได้รับทุน 1 หมื่นบาทต่อคนต่อภาคการศึกษา นักเรียนชั้น ม.4-ม.6 ได้รับทุนการศึกษาได้รับทุน 25,000 บาทต่อคนต่อภาคการศึกษา ผู้ประสานงานขอทุนการศึกษาครั้งนี้คือ ภูริภัทร เขียวบริบูรณ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท Apollo Wealth Securities จำกัด
  • คุณหญิงแมงมุม ม.ร.ว. ศรีคำรุ้ง ยุคล มีอาการดีขึ้นหลังจากป่วยด้วยโรค LSE (แพ้ภูมิตัวเอง) มานานเกือบ 20 ปี จนมีโรคอื่นรุมเร้ามากมาย แต่หญิงแมงมุมก็สู้ไม่ถอย สาเหตุที่ทำให้มีกำลังใจดีก็คือความรักท่วมท้นเสมอต้นเสมอปลายจาก เสธ. ดอลลาร์ พลตรีพัชร รัตตกุล 
  • เวลาเอ่ยถึงผู้หญิงไทยผู้รับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในองค์กรเอกชนชั้นนำ ก็จะนึกถึงผู้หญิงเก่งหลายต่อหลายคน แต่มีคนหนึ่งที่ถูกเอ่ยถึงบ่อย ๆ คือ จรีพร จารุกรสกุล CEO WHA Group ผู้นำอันดับหนึ่งด้านนิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ สาธารณูปโภค พลังงาน และ digital solutions หลายคนถามว่าจรีพรจบการศึกษาจากต่างประเทศใช่ไหม ตอบชัด ๆ ว่า จรีพรจบปริญญาตรี คณะสาธารณสุขศาสตร์ ม. มหิดล จบโทบริหารธุรกิจจาก ม. กรุงเทพ เห็นหรือยังว่าคนเก่งจริง ไม่จำเป็นต้องจบจากต่างประเทศ เพราะจบในไทยก็เก่งกล้าสามารถระดับนานาชาติได้ จึงขอเตือนสติคนที่หลงงมงายว่าต้องไปเรียนต่างประเทศเท่านั้น จึงจะเป็นคนเก่ง ขอย้ำอีกทีว่ามหาวิทยาลัยเมืองนอกบางแห่งคุณภาพด้อยกว่ามหาวิทยาลัยไทยดี ๆ ของไทย แต่ก็ไม่คัดค้านหากไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยดีเด่นดังอันดับต้น ๆ ของโลกในต่างประเทศ เพราะมันคือการสั่งสมวิชาความรู้จากสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก ขอแค่เพียงอย่าไปเรียนมหาวิทยาลัยห้องแถวเท่านั้น
  • งาน EmpowerHERAsia Leadership Forum 2026. Writh Your Next Chapter จัดโดย The CrestHaus เมื่อเดือนมีนาคม ตอกย้ำให้เห็นว่าสตรีไทยมีบทบาทอย่างมากในภาคธุรกิจของเอเชีย โดยพบว่าในตลาดหลักทรัพย์ไทยมีผู้บริหารระดับสูงที่เป็นสตรีสูงถึง 14 เปอร์เซ็นต์ นับว่าสูงที่สุดในเอเชีย โดยสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ระดับ 7 เปอร์เซ็นต์ และพบว่าสตรีมีตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารของบริษัทต่าง ๆ ในเอเชีย มีค่าเฉลี่ยที่ 18 เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าพลังสตรีคือหัตถาครองพิภพโดยแเท้
  • ปิดท้ายด้วยเรื่องรัฐมนตรีลูกเทพในรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล มีคำถามว่า เจ๊รวย สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถือเป็นลูกเทพด้วยหรือไม่ ตอบว่าไม่ ๆ ๆ เพราะ เจ๊รวย สสร. จัดได้ว่าเป็นตัวแม่ทัพเมืองอำนาจเจริญของเสี่ยเป็ด เนวิน ชิดชอบ

Victor Lee 

2 กูรูแห่ง ‘The Longevity Code’ เผยรหัสลับในร่างกาย เชื่อมโยง DNA ดูแลสุขภาพอย่างแม่นยำและตรงจุด

2 กูรูแห่ง ‘The Longevity Code’ เผยรหัสลับในร่างกาย เชื่อมโยง DNA ดูแลสุขภาพอย่างแม่นยำและตรงจุด

2 กูรูแห่ง ‘The Longevity Code’ เผยรหัสลับในร่างกาย เชื่อมโยง DNA ดูแลสุขภาพอย่างแม่นยำและตรงจุด

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.32 น.

เพราะร่างกายมนุษย์ไม่มีพิมพ์เขียวใบเดียวกัน การดูแลสุขภาพแบบ “เหมาเข่ง” จึงอาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป ล่าสุด  Health Plus Global by MP Group (Thailand) ได้ประกาศยกระดับวงการ Healthcare Services ด้วยโปรแกรม “Platinum Genechecks” นวัตกรรมการตรวจวิเคราะห์ยีน (Genetic Testing) ที่ครอบคลุมที่สุดกว่า 700 รายการ เพื่อเผยรหัสลับที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ พร้อมเชื่อมโยงผลตรวจดีเอ็นเอเข้ากับระดับฮอร์โมนปัจจุบัน เพื่อการดูแลสุขภาพที่แม่นยำและตรงจุดระดับเซลล์

มากกว่าแค่การตรวจ แต่คือ “แผนที่นำทางชีวิต”

นพ.ปรัชญ์ พึ่งเจษฎา และ โค้ชพอล วสวัตติ์ วัฒนาศิริสมบัติ ลองจิวิตตี้ Coach และผู้เขียนหนังสือ The Longevity Code เปิดเผยว่า ในปัจจุบัน คนเรามักรอให้ป่วยก่อน แล้วค่อยรักษา “แต่ด้วยเทคโนโลยีการตรวจยีนล่าสุดนี้ จะช่วยให้คุณ “รู้ก่อนป่วย” โดยเจาะลึกพันธุกรรมที่ควบคุมลักษณะเฉพาะตัว เพื่อนำมาปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต (Lifestyle) ให้เหมาะสมกับยีนของตนเอง ลดความเสี่ยงในการเกิดโรค และเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพภายใต้การแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ไฮไลท์สำคัญ: เจาะลึก 8 มิติสุขภาพ และ 45 โรคร้ายทางพันธุกรรม”

สำหรับโปรแกรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อครอบคลุมทุกแง่มุมของชีวิต โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ที่สำคัญ ดังนี้:

• คัดกรองความเสี่ยงโรคร้าย (Hereditary Health): ตรวจหาชุดยีนก่อโรคที่มีแนวโน้มส่งต่อทางพันธุกรรมมากถึง 45 โรค ครอบคลุมอวัยวะสำคัญ ทั้งโรคมะเร็ง, หัวใจและหลอดเลือด, ระบบประสาทและสมอง, ระบบทางเดินหายใจ, ระบบเผาผลาญ, โรคตา, โรคระบบย่อยอาหาร, โรคกระดูกและกล้ามเนื้อ เป็นต้น

• เจาะลึก 8 ระบบ (Comprehensive 8 Systems): ตั้งแต่

o การการทำงานของระบบอวัยวะสำคัญ เช่น ระบบหลอดเลือดหัวใจ ระบบสมองและสุขภาพจิต และระบบฮอร์โมน

o สุขภาพองค์รวมของระบบต่างๆของร่างกาย เช่นระบบเผาผลาญ ระบบทางเดินอาหาร ระบบสืบพันธุ์ เป็นต้น

o ภูมิแพ้และระบบภูมิคุ้มกัน

o ประเมินระดับชีวเคมีในร่างกาย ที่ส่งผลความสมดุลของร่างกายที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ

o โภชนาการและการวางแผนอาหาร

o การเผาผลาญและสุขภาพการออกกำลังกาย

o ผิวพรรณ ความงามและสุขภาพของเส้นผม

o สุขภาพของการนอนหลับ รวมถึงบุคลิกภาพและความสามารถโดยกำเนิด

ครั้งแรกกับการผสานข้อมูล “ยีน” เข้ากับ “ระดับสารชีวเคมีในร่างกายปัจจุบัน“

โค้ชพอล อธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า ความพิเศษที่ทำให้โปรแกรมนี้โดดเด่นกว่าการตรวจยีนทั่วไป คือการประเมินระดับ Holistic Hormone และวิตามินที่สำคัญ .ซึ่งปัจจุบัน การดูความสอดคล้องระหว่าง “พื้นฐานดั้งเดิม (gene)” และ “สภาวะปัจจุบัน (Current Status)” สามารถแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย

1. Growth Factor: เป็นการดูการเจริญเติบโตและการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

2. Fertility: เป็นการตรวจเช็กระบบสืบพันธุ์และการเจริญวัย

3. Mental & Stress: หรือการประเมินสารสื่อประสาท อารมณ์ และความเครียด

4. Vitamin D และ Anemia (ภาวะโลหิตจาง) อย่างแม่นยำ เพื่อให้การวางแผนสุขภาพมีความสมบูรณ์แบบสูงสุด

“ดังนั้นการมีสุขภาพดีไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่คือการบริหารจัดการข้อมูลที่ถูกต้อง (Data-Driven Health) การตรวจยีน 700 รายการนี้ ไม่ใช่แค่การตรวจหาโรค แต่คือการมอบ ‘คู่มือการใช้งานร่างกาย’ ให้กับลูกค้า เพื่อให้เขารู้ว่าควรทานอะไร ควรออกกำลังกายแบบไหน หรือควรเฝ้าระวังเรื่องใดเป็นพิเศษ มันคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด ที่สามารถวางทิศทางของสุขภาพของเราทั้งชีวิตได้ ซึ่งการตรวจยีนไม่ได้เป็นเรื่องของคนป่วย แต่เป็นเรื่องของ “คนที่รักตัวเอง” และต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว (Longevity) ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณและแพทย์ร่วมกันวางแผนการตรวจคัดกรองได้อย่างเหมาะสมเฉพาะบุคคล ลดการเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการลองผิดลองถูกกับสุขภาพ” โค้ชพอล กล่าวทิ้งท้าย

คุยกัน 7 วันหน : เมื่อเลบานอนโดนจัดหนัก เพราะคิดว่าอยู่ในช่วงหยุดยิง

คุยกัน 7 วันหน : เมื่อเลบานอนโดนจัดหนัก เพราะคิดว่าอยู่ในช่วงหยุดยิง

คุยกัน 7 วันหน : เมื่อเลบานอนโดนจัดหนัก เพราะคิดว่าอยู่ในช่วงหยุดยิง

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

สถานการณ์ในเลบานอนช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กำลังเผชิญกับความรุนแรงครั้งใหญ่ หลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังมีการประกาศข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ในวันที่ 40 ของการสู้รบ

โดยในวันที่ 8 เมษายน ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่าได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวกับอิหร่าน เพียงสองชั่วโมงก่อนถึงเส้นตายที่ทรัมป์ขู่จะโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานในอิหร่านให้ถึงกับสูญสิ้นวัฒนธรรม หากอิหร่านไม่ยอมเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง กองทัพอิสราเอลอาศัยจังหวะชุลมุนนี้ เดินหน้าโจมตีทางอากาศในชื่อปฏิบัติการว่า “Operation Eternal Darkness”  ส่งเครื่องบินรบเข้าไปในหลายพื้นที่ของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน และหุบเขาเบกาตะวันออก และพื้นที่ภาคใต้ของประเทศ โจมตีเป้าหมายศูนย์บัญชาการใหญ่ คลังอาวุธ หน่วยรบพิเศษ (Radwan Force) และที่ตั้งทางทหารของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์มากกว่า 100 จุดภายในเวลาเพียงใม่กี่นาทีเท่านั้น สื่อท้องถิ่นของเลบานอนรายงาน อ้างอิงจากข้อมูลของหน่วยป้องกันพลเรือนของเลบานอน มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 254 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 1,165 ราย จากการโจมตีเมื่อวันพุธ (8 เม.ย.) เพียงวันเดียว จุดที่ถูกโจมตีมีทั้งย่านที่พักอาศัยและย่านธุรกิจในใจกลางกรุงเบรุตซึ่งไม่เคยถูกโจมตีมาก่อน ถือเป็นปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่สงครามกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์รอบใหม่เริ่มขึ้นเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ประธานาธิบดี โจเซฟ อูน ของเลบานอน อกมาประณามอย่างแข็งกร้าวต่อการโจมตีของอิสราเอล ย้ำชัดว่า อิสราเอลได้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศซ้ำแล้วซ้ำเล่า และว่าการโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างชัดเจน ละเมิดหลักปฏิบัติพื้นฐานสิทธิมนุษยชน และบ่อนทำลายความมุ่งมั่นที่จะสร้างสันติภาพและเสถียรภาพ อิสราเอลควรจะต้องแบกรับความรับผิดชอบนี้ทั้งหมดจากการะทำของตนเอง เขายังเรียกร้องไปยังนานาชาติให้ออกมช่วยยับยั้งการกระทำที่ก้าวร้าวของอิสราเอล และพฤติกรรมที่ก้าวร้าวซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในภูมิภาค

เช่นเดียวกับ นาวาฟ ซาลัม นายกรัฐมนตรีเลบานอน ระบุว่า เลบานอนเห็นด้วยและยอมรับในข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แต่อิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งเขาเองก็ขอเรียกร้องไปยังประชาคมโลกให้ร่วมใช้มาตรการที่มีผลบังคับใช้และมีประสิทธิภาพเพื่อหยุดการกระทำของอิสราเอล

ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

แม้ปากีสถานผู้เป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ จะระบุว่า การหยุดยิง 2 สัปดาห์ครอบคลุมถึงเลบานอนด้วย และเลบานอนก็เข้าใจแบบนั้น ส่งผลให้กลุ่มเฮซบอลลาห์ประกาศหยุดการโจมตีทางอากาศชั่วคราวในช่วงแรก แต่อิสราเอลและสหรัฐฯ ยืนยันว่าข้อตกลงนี้ไม่รวมถึงการปฏิบัติการต่อสู้กับกลุ่มเฮซบอลลาห์ในเลบานอน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่าสงครามกับฮิซบอลเลาะห์เป็นคนละส่วนกัน ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเจรจาหยุดยิงโดยตรงกับอิหร่าน โดยเรียกเหตุการณ์ในเลบานอนว่าเป็น “การสู้รบที่แยกต่างหาก” (separate skirmish)

ส่วนอิสราเอลบอกว่า สามารถสังหาร อาลี  ยูซุฟ ฮาร์ชี เลขานุการส่วนตัวของ นาอิม กัสเซม ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และผู้บัญชาการระดับสูงของกองกำลัง Quds ของอิหร่านอีกหลายรายในกรุงเบรุต และว่ากองทัพอิสราเอลต้องการทำลายอาวุธนำวิถีแม่นยำสูงและโดรนที่กลุ่มเฮซบอลลาห์ใช้โจมตีพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม อิสราเอลได้ทำลายสะพานสำคัญข้ามแม่น้ำลิตานี เพื่อตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงและอาวุธจากตอนกลางของเลบานอนไปยังกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทางตอนใต้ อิสราเอล คัตซ์  รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ยืนยันแผนการทำลายหมู่บ้านตามแนวชายแดนและสร้างเขตปลอดภัยขึ้นไปจนถึงแม่น้ำลิตานี เพื่อความมั่นใจว่าชาวอิสราเอลทางตอนเหนือจะสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย

แน่นอนว่าเหตุการณ์นี้ทำให้อิหร่านไม่พอใจอย่างยิ่ง อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ระบุว่า การยุติปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอนเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญของข้อตกลงกับสหรัฐฯ สหรัฐฯ ต้องเลือกระหว่างจะบรรลุข้อตกลงนี้ หรือจะให้สงครามดำเนินต่อไปผ่านอิสราเอล เช่นเดียวกับ เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ออกมาประณามการโจมตีของอิสราเอล โดยอิหร่านได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ห้ามเรือทุกลำเคลื่อนผ่านหากไม่แจ้งล่วงหน้าต่อกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่าน หรือ IRGC ทั้งที่การเปิดช่องแคบให้เรือสัญจรอย่างเสรีเป็นเงื่อนไขหลักที่สหรัฐฯ กำหนดในข้อตกลงหยุดยิง อิหร่านยังขู่จะถอนตัวจากข้อตกลงนี้ทันที รวมถึงถอนตัวจากการเจรจาที่จะเกิดขึ้นในปากีสถานสุดสัปดาห์นี้ หากอิสราเอลยังโจมตีเลบานอนต่อไป ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันหลายลำที่กำลังจะผ่านช่องแคบ ต้องหันหัวกลับทันที

เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ระบุว่า การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงจากการโจมตีของอิสราเอล รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องรับผิดชอบโดยตรง โดยในเวลานี้ ทางการปากีสถานยังคงพยายามติดต่อโดยตรงไปยังคณะผู้แทนระดับสูงของทั้งสองฝ่าย ซึ่งรวมไปถึงประธานาธิบดีทรัมป์ รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ทูตพิเศษ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ส่วนฝั่งอิหร่าน มี อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ, อาหมัด วาฮีดี ผู้บัญชาการอาวุโส IRGC ขณะที่อีกหนึ่งแหล่งข่าว บรรยายบรรยากาศว่าเป็นการเจรจาที่ “ตึงเครียดและลุ้นระทึก” หลายชั่วโมง ซึ่ง “การเจรจาเกือบจะไม่รอดแล้ว” ในขณะที่อิหร่านตกลงที่จะหยุดยิงชั่วคราวโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ และเข้าสู่การเจรจาอีกครั้ง

นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า การโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 6 สัปดาห์นี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณว่าอิสราเอลจะไม่ยอมรับเงื่อนไขการหยุดยิงที่ทำให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังมีขีดความสามารถในการโจมตีหลงเหลืออยู่

ส่งสัญญาณเจรจา

อย่างไรก็ดี เมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (9 เม.ย.) นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูได้สั่งการให้คณะรัฐมนตรีอิสราเอลเริ่มการเจรจาโดยตรงกับเลบานอนโดยเร็วที่สุด การเจรจาจะมุ่งเน้นไปที่การปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ การสร้างสันติภาพชายแดน และสถาปนาความสัมพันธ์ที่สงบสุขระหว่างอิสราเอลและเลบานอน มีรายงานว่าการเจรจาจะดำเนินการผ่านเอกอัครราชทูตของทั้งสองประเทศประจำสหรัฐฯ คือ เยเคียล ไลเตอร์ เอกอัครราชทูตอิสราเอล และ นาดา ฮามาเดห์ โมอาวาด เอกอัครราชทูตเลบานอน โดยคาดว่าเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเลบานอนจะเป็นผู้ประสานงาน

เนทันยาฮูระบุว่า คำสั่งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ฝ่ายเลบานอนมีการเรียกร้องให้เปิดการเจรจาโดยตรงหลายครั้ง นอกจากนี้เขายังแสดงความชื่นชมต่อข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีเลบานอน นอวาฟ ซาลาม ที่เรียกร้องให้มีการลดกำลังทหารในกรุงเบรุต

ขณะที่ประธานาธิบดี โจเซฟ อูน ของเลบานอน แถลงยืนยันว่า ทางออกเดียวสำหรับวิกฤตการณ์ในขณะนี้คือการ หยุดยิงทันที ตามด้วยการ เปิดเจรจาโดยตรงกับอิสราเอล โดยยอมรับว่าการพึ่งพาข้อตกลงระหว่างมหาอำนาจ อันหมายถึงสหรัฐฯ กับอิหร่านเพียงอย่างเดียวไม่สามารถคุ้มครองเลบานอนได้จริง จึงเสนอให้เลบานอนและอิสราเอลหันหน้ามาคุยกันเองโดยตรงเพื่อยุติความสูญเสีย สะท้อนว่าผู้นำเลบานอนพยายามแยกปัญหาของตนออกจากความขัดแย้งใหญ่ระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน เพื่อให้การหยุดยิงในเลบานอนเกิดขึ้นได้จริงโดยไม่ต้องรอผลสรุปที่ปากีสถาน

ในขณะที่ประธานาธิบดีอูนของเลบานอนผลักดันการเจรจาโดยตรง คณะผู้แทนจากสหรัฐฯ และอิหร่านก็จะเริ่มตั้งโต๊ะเจรจาที่ กรุงอิสลามาบัด ปากีสถาน เช่นกัน ซึ่งต้องดูว่าข้อตกลง 10 ข้อของอิหร่าน ที่รวมเรื่องการหยุดสงครามในเลบานอนไว้ด้วยจะถูกปรับเปลี่ยนอย่างไร หลังจากที่เลบานอนส่งสัญญาณว่า “อยากคุยเอง” มากกว่า

ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในรอบหลายปี ที่ผู้นำเลบานอนกล้าเสนอการเจรจาโดยตรงกับอิสราเอล ท่ามกลางซากปรักหักพังจากการโจมตีระลอกล่าสุดนี้

โดย ดาโน โทนาลี

Photo of the week : เผยภาพสุดน่าทึ่งจากด้านไกลของดวงจันทร์

Photo of the week : เผยภาพสุดน่าทึ่งจากด้านไกลของดวงจันทร์

Photo of the week : เผยภาพสุดน่าทึ่งจากด้านไกลของดวงจันทร์

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประมวลภาพถ่ายชุดแรกที่ลูกเรือภารกิจ อาร์ทิมิส 2 บันทึกเอาไว้ได้ขณะโคจรผ่านด้านไกลของดวงจันทร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปีที่มนุษย์ได้เห็นภาพเหล่านี้ด้วยตาตนเอง

ไม่ว่าจะเป็นภาพ Earthset ขณะที่โลกค่อยๆ ลับขอบฟ้าของดวงจันทร์ไป เป็นภาพที่สะท้อนถึงความสวยงามและความเปราะบางของโลกในความมืดมิดของอวกาศ ภาพถ่ายความละเอียดสูง ที่เผยให้เห็นภูมิประเทศที่ขรุขระ หลุมอุกกาบาต และเทือกเขาบนด้านไกลของดวงจันทร์ที่มนุษย์ไม่เคยเห็นมาก่อน นอกจากนี้ ลูกเรือยังได้เห็นปรากฎการณ์สุริยุปราคาเต็มดวงนานเกือบ 54 นาที ขณะที่ดวงจันทร์เคลื่อนเข้าบดบังดวงอาทิตย์จากมุมมองของแคปซูลอวกาศโอไรออน ซึ่งนักบินประจำภารกิจบรรยายว่าภาพที่เห็นนั้นเหมือนหลุดออกมาจากนิยายไซไฟ เพราะสามารถมองเห็นชั้นบรรยากาศคอโรนาของดวงอาทิตย์เป็นรัศมีสว่างรอบดวงจันทร์ รวมถึงเห็นดาวเคราะห์อย่างศุกร์ และดาวอังคารได้อย่างชัดเจน

Health News : อัตราการเจริญพันธุ์สหรัฐฯ ลดลงต่ำสุด

Health News : อัตราการเจริญพันธุ์สหรัฐฯ ลดลงต่ำสุด

Health News : อัตราการเจริญพันธุ์สหรัฐฯ ลดลงต่ำสุด

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐฯ เผยแพร่ข้อมูลล่าสุด พบว่าอัตราการเจริญพันธุ์ (Fertility rate) ของสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2025 อยู่ที่ 53.1 ต่อผู้หญิง 1,000 คน ในวัยเจริญพันธุ์ หรืออายุ 15-44 ปี ลดลงจาก 53.8 ในปี 2024 โดยมีจำนวนเด็กเกิดใหม่ประมาณ 3.6 ล้านคน ลดลงประมาณ 1% จากปี 2024 ขณะที่อัตราการเกิดในผู้หญิงอายุ ต่ำกว่า 30 ปี ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 15-19 ปี ที่ลดลงถึง 7.1% สู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

ผู้เชี่ยวชาญระบุปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนอเมริกันตัดสินใจมีบุตรน้อยลงหรือล่าช้าออกไปเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร และราคาที่อยู่อาศัยที่พุ่งสูงทำให้การสร้างครอบครัวทำได้ยากขึ้น ผู้หญิงให้ความสำคัญกับการศึกษา การสร้างอาชีพ และความมั่นคงทางการเงินก่อนมีบุตร ผู้หญิงหลายคนระบุว่ายังไม่พบคนที่ใช่ที่พร้อมจะสร้างครอบครัวไปด้วยกัน รวมถึงความกังวลต่ออนาคต ทั้งปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง และความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI)

อัตราการเจริญพันธุ์ที่ลดลงและจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงตามไปด้วย จะส่งผลให้จำนวนประชากรวัยแรงงานที่ลดลง จนอาจทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงานและส่งผลกระทบต่อการเติบโตของ GDP ในระยะยาว จำนวนผู้เสียภาษีน้อยลงอาจส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของกองทุนประกันสังคม และ Medicare ที่ต้องดูแลผู้สูงอายุจำนวนมากขึ้น ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามออกมาตรการจูงใจ เช่น การขยายการเข้าถึงการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) และการเสนอโบนัสเด็กแรกเกิด เพื่อกระตุ้นให้อัตราการเกิดกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง

สกู๊ปพิเศษ : ‘TAYUTO’ ชวนเปิดประสบการณ์ญี่ปุ่นร่วมสมัย ชู ‘อุด้งเส้นสด’ ต้นตำรับแท้จากแดนอาทิตย์อุทัย

สกู๊ปพิเศษ : ‘TAYUTO’ ชวนเปิดประสบการณ์ญี่ปุ่นร่วมสมัย ชู ‘อุด้งเส้นสด’ ต้นตำรับแท้จากแดนอาทิตย์อุทัย

สกู๊ปพิเศษ : ‘TAYUTO’ ชวนเปิดประสบการณ์ญี่ปุ่นร่วมสมัย ชู ‘อุด้งเส้นสด’ ต้นตำรับแท้จากแดนอาทิตย์อุทัย

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ทายูโตะ” (TAYUTO) แบรนด์อุด้งเส้นสดจากประเทศญี่ปุ่น เดินหน้ารุกตลาดประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ เปิดสาขาแรกใจกลางกรุงเทพฯ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 นำเสนออุด้งต้นตำรับที่โดดเด่นด้วยความพิถีพิถัน ยกระดับเมนูเส้นคุ้นเคยสู่ประสบการณ์การรับประทานแบบโมเดิร์น ภายใต้คอนเซ็ปต์พรีเมียมในบรรยากาศอบอุ่น เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมตั้งเป้าขยาย 5 สาขา ภายใน 3 ปี

Mr.Kazuya Monobe ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจก.ซินเนอร์จี้ ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า TAYUTO เป็นแบรนด์ร้านอาหารอุด้งจากประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวครั้งแรกในปี 2023 ณ สนามบินนานาชาตินาริตะ โดยเน้นสร้างความแตกต่างในตลาดอุด้ง ด้วยการยกระดับเมนูเส้นแบบดั้งเดิมที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันและประณีต ควบคู่กับความเข้าถึงได้ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในกลุ่มนักเดินทางจากทั่วโลก สะท้อนถึงกระแสตอบรับจากผู้บริโภค และตอกย้ำศักยภาพการเติบโตของแบรนด์ในตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นร่วมสมัย

สำหรับตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย ถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว โดยข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) ระบุว่า ในปี 2025 ประเทศไทยมีร้านอาหารญี่ปุ่นรวมมากกว่า 5,700 แห่ง ซึ่งสะท้อนถึงความนิยมของผู้บริโภคไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มเมนูเส้นที่กำลังได้รับความสนใจ หนึ่งในเมนูที่น่าจับตามองคือ “อุด้ง” ซึ่งกำลังสร้างแรงดึงดูดให้กับผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหามากกว่าความอร่อย แม้ว่าตลาดจะมีการแข่งขันสูง แต่แบรนด์ที่สามารถสื่อสารคอนเซ็ปต์ได้อย่างชัดเจน และนำเสนอความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ ยังคงสามารถครองใจผู้บริโภคและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

“ตลาดอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงกระแสอีกต่อไป ผู้บริโภคมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และให้ความสำคัญกับทั้ง ‘เรื่องราว’ และ ‘คุณภาพ’ แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ตลาดพรีเมียมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าแนวคิด ‘ความสมบูรณ์แบบที่เรียบง่าย’ ของ TAYUTO ที่ไม่ได้มีเพียงแค่รสชาติของอาหารญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ลูกค้าจะได้สัมผัสถึงเสน่ห์ของอาหารและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ไม่ว่าจะเป็นอาหาร การตกแต่งจาน ภาชนะ บรรยากาศ เสียง กลิ่น และบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด จะสามารถตอบโจทย์ตลาดที่มีมาตรฐานสูงอย่างประเทศไทย” Mr.Kazuya กล่าว

การเปิดตัว TAYUTO ในประเทศไทยครั้งนี้ ถือเป็นสาขาในต่างประเทศแห่งแรก โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 นับเป็นก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจสู่ระดับนานาชาติ พร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อุด้งเส้นสดที่มีความพิถีพิถันจากรากฐานความเป็นญี่ปุ่นที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย” โดยชู 3 จุดเด่นสะท้อนตัวตนของแบรนด์ ได้แก่ The Noodle – เส้นอุด้งสด พัฒนาด้วยเทคนิคเฉพาะ ให้สัมผัสเหนียวนุ่มอย่างลงตัว , The Dashi – น้ำซุปเคี่ยวอย่างพิถีพิถัน ให้รสชาติกลมกล่อมลุ่มลึก , The Balance – การผสานรสชาติแบบต้นตำรับเข้ากับมุมมองร่วมสมัย

พร้อมนำเสนอ 5 เมนูไฮไลต์ ได้แก่ Premium Mentaiko Butter Cream Udon, Sukiyaki Beef Udon, Tempura Udon, Tempura Curry Udon และ Carbonara Udon with Bacon Soft-Boiled Egg เพื่อตอกย้ำความโดดเด่นของอุด้งต้นตำรับที่พิถีพิถัน ทั้งในด้านรสชาติ คุณภาพ และประสบการณ์การรับประทานที่แตกต่าง

“TAYUTO ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านอาหารที่สามารถพักจากความวุ่นวายได้เท่านั้น แต่เรามีความตั้งใจที่อยากจะส่งมอบประสบการณ์ที่สามารถสัมผัสได้ถึงวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของประเทศญี่ปุ่น ที่เราตั้งใจนำเสนออย่างพิถีพิถันผ่านอาหารของเราให้กับผู้บริโภคชาวไทยด้วย และมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นเดียวกับในประเทศญี่ปุ่น พร้อมตั้งเป้าขยาย 5 สาขา ภายใน 3 ปี” Mr.Kazuya กล่าวและว่า ร่วมสัมผัสประสบการณ์ “อุด้งที่มากกว่ามื้ออาหาร” ได้ที่ TAYUTO สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 3 และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Facebook: Udontayuto.bkk

แหวกฟ้าหาฝัน : Dutch Artist in National Museum Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Dutch Artist in National Museum Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Dutch Artist in National Museum Stockholm

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบศิลปะโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานจิตรกรรมจะทราบดีว่า ศิลปิน Dutch หรือเนเธอร์แลนด์เป็นหนึ่งไม่เป็นรองชาติใดในยุโรป Dutch Art หรือทัศนศิลป์ของเนเธอร์แลนด์นั้น เริ่มต้นขึ้นหลังจากแยกตัวจาก Flander ดินแดนทางตอนเหนือของเบลเยี่ยมนับจากต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 โดยเริ่มต้นที่ยุค Early Netherlandish ระหว่างปี 1400-1523 ตามด้วย Renaissance ระหว่างปี 1520-1580 และ Northern Mannerism ระหว่าง 1580-1615 ก่อนจะถึงยุคทองของศิลปะดัชท์ ระหว่างปี 1615-1702

ยุคทองของศิลปะดัชท์มีความโดดเด่นเป็นพิเศษอันเป็นผลจากการปฏิวัติจากศิลปะแบบบาโรค Flemish ซึ่งในแง่ของศิลปะแล้วถือว่าเป็นจุดสูงสุดของศิลปะของดัชท์อย่างแท้จริง ผลงานศิลปะจากศิลปินชาวดัชท์หลั่งไหลออกสู่ตลาดเฉพาะที่เมือง Haarlem แห่งเดียวมากกว่า 1 แสนชิ้น แม้หลังจากนั้น ผลงานศิลปะจากดัชท์จะยังคงมีจำนวนมากอย่างต่อเนื่องแต่กลับมีอิทธิพลต่อศิลปะชาติอื่นในยุโรปน้อยลงเป็นอันมาก ในช่วงทศวรรษที่ 1620 ผลงานจากศิลปินชาวดัชท์จะออกแนวบาโรคซึ่งได้รับอิทธิพลจาก Paul Rubens ศิลปินชาว Flemish ที่ให้ความสำคัญกับความเหมือนจริงค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นผลงานแนวภาพเหมือน ทิวทัศน์ วิวเมือง Still life หรือวิถีชีวิตประจำวัน ผลงานแนว Still life และวิถีชีวิตประจำวันของดัชท์ในช่วงเวลานี้ทรงอิทธิพลมากเสียจนกระทั่งกลายเป็นต้นแบบของการสร้างงานศิลปะทุกแขนงต่อมาอีกนับ 2 ศตวรรษเลยทีเดียว

ใน National Museum Stockholm มีผลงานของศิลปินดัชท์ยุคทองอยู่หลายชิ้น อาทิ The Disobedient Prophet ของ Lambert Jacobsz เขาเกิดที่อัมสเตอร์ดัมในปี 1598 แต่เขาอาศัยอยู่ที่ Mennonite และรังสรรค์ผลงานที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนจักรเก็บไว้ที่เมือง Leeuwarden อยู่เป็นจำนวนมาก The Disobedient Prophet เป็นเรื่องราวจากพระคัมภีร์เก่าตอนที่พระเจ้าส่งผู้ประกาศไปยังเมือง Bethel เมื่อผู้ประกาศได้รับเชิญให้เข้าร่วมรับประทานอาหาร เขาก็ถูกยั่วยวนจนทำผิด นักท่องเที่ยวจะเห็นฝีไม้ลายมือของศิลปินว่าเฉียบคมมาก สังเกตได้จากแววตา และสีหน้าของตัวละครที่บ่งบอกถึงความตกตะลึงได้อย่างเด่นชัด Boy Playings the Lute โดย Hendrick Terbrugghen ประวัติช่วงต้นของเขาไม่ชัดเจน มีเพียงข้อมูลว่าเขาเดินทางจาก Utrecht ไปโรม และอยู่ที่นั่น 10 ปี แม้ไม่มีใครทราบว่าเขาได้เรียนหรือทำงานกับ Caravaggio หรือไม่ แต่ผลงานของเขาได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก Caravaggio หลังจากย้ายไปมิลานได้ 1 ปี เขากลับมาอยู่ Utrecht และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกของสมาคมช่างประจำเมืองในปี 1616 แม้ Boy Playings the Lute จะมีลักษณะของภาพตามแนวทางศิลปะของดัชท์ แต่ผู้ที่คุ้นเคยกับผลงานจิตรกรรมของอิตาลีจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของ Caravaggio ได้อย่างแน่นอนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Girl Holding a Glass

Achilles Discovered Amongst the Daughters of Lycomedes โดย Gerard de Lairesse   เขาเกิดที่เมือง Liege โดยเป็นบุตรคนที่สองของ Reiner de Lairesse ศิลปินที่มีชื่อเสียงประจำเมือง เขาเลยเรียนเขียนภาพกับบิดา และเข้าทำงานที่เมืองโคโลญจน์ และ Aix-la-Chapelle กับ Maximilian Henry แห่งบาวาเรียในปี 1660 ต่อมาเขาต้องหนีหัวซุกหัวซุนอยู่หลายปีเพราะเขามีความสัมพันธ์กับหญิงพร้อมกันสองคนที่เป็นพี่น้องกันจนไปปักหลักอยู่ที่ Ultrecht และมีบุตร 1 คน Gerrit van Uylenburgh นักสะสมภาพพบว่าเขามีความสามารถมากเลยชวนเขาย้ายไปอัมสเตอร์ดัม เขาได้มีโอกาสรังสรรค์งานจิตรกรรมตกแต่ง Soestdijk Palace ระหว่างปี 1676-83 ก่อนย้ายไปกรุงเฮกและทำงานอยู่ที่นั่น 1 ปีก่อนได้มีโอกาสทำงานตกแต่งที่ Loo Palace ปี 1688-9 เขาได้มีโอกาสตกแต่งห้องประชุมเมืองของ Hof van Holland ที่ Binnenhof ด้วยภาพเขียน 7 ชิ้นในหัวข้อประวัติของ Roman Republic จนได้มีชื่อห้อง Lairesse ด้วย

ภาพ Achilles Discovered Amongst the Daughters of Lycomedes มาจากตำนานเทพเจ้ากรีกเล่าว่า มารดาของ Achlilles ได้รับคำทำนายว่าบุตรชายจะถูกฆ่าตายในสงครามกรุงทรอย เธอจึงพาบุตรชายไปซ่อนที่เกาะสคีรอสและให้เขาเติบโตร่วมกับธิดาของกษัตริย์ lycomedes แต่เมื่อชาวกรีกสืบทราบจึงส่งโอดิสซีอุสปลอมตัวเป็นพ่อค้ามาขายเครื่องประดับ เมื่อเขาวางเครื่องประดับและอาวุธไว้มากมาย Achilles กลับเอื้อมมือไปเลือกอาวุธจึงทำให้ถูกจับได้ส่งผลให้เขาต้องเลือกระหว่างหน้าที่และชีวิตที่สุขสบาย นักท่องเที่ยวจะสามารถสัมผัสถึงอัจฉริยภาพของศิลปินได้อย่างเด่นชัดสังเกตุจากใบหน้าของตัวละครแต่ละตัวเต็มไปด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง ร่วมกับการใช้สีสันสดใสสวยงามราวฉากละครก็ไม่ปาน