Science Update : หุ่นยนต์จีนเดินไม่พัก 106 กิโลเมตร

Science Update : หุ่นยนต์จีนเดินไม่พัก 106 กิโลเมตร

Science Update : หุ่นยนต์จีนเดินไม่พัก 106 กิโลเมตร

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เอจิบอต เอ2 (AgiBot A2) หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ระบบแอนดรอย์ ซึ่งพัฒนาโดยเอจิบอต (AgiBot) บริษัทหุ่นยนต์ในนครเซี่ยงไฮ้ ทางตะวันออกของจีน สร้างสถิติโลก กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ ครั้งใหม่ หลังจากเดินเท้าระหว่างเมืองทางตะวันออกของจีนโดยไม่หยุดทำงานเป็นระยะทาง 106 กิโลเมตร

เอจิบอต เอ2 ออกเดินจากเมืองซูโจวของมณฑลเจียงซูเมื่อคืนวันที่ 10 พ.ย. และถึงย่านเดอะ บันด์ ของนครเซี่ยงไฮ้ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 13 พ.ย. โดยหุ่นยนต์ตัวนี้ใช้ระบบเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบไม่ต้องหยุดทำงานของเอจิบอต จึงยังคงทำงานตลอดทั้งการเดินทางที่ได้รับการรับรองระยะทาง 106.286 กิโลเมตร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (20 พ.ย.)

เอจิบอต เอ2 มีระบบโมดูลจีพีเอสคู่ (dual GPS) ไลดาร์ (LiDAR) และเซนเซอร์อินฟราเรดวัดความลึก สามารถเดินเท้าในสถานการณ์อันซับซ้อน เช่น เจอสัญญาณไฟจราจร ทางเดินที่คับแคบ และทางเท้าที่คนพลุกพล่าน รวมถึงรักษาการรับรู้สภาวะทั้งกลางวันและกลางคืน โดยหุ่นยนต์ได้เดินบนถนนลาดยาง ทางเท้าปูกระเบื้อง สะพาน ทางเดินผู้พิการทางสายตา และทางลาด

สกู๊ปพิเศษ : ‘ไทย – จีน’ เป็นครอบครัวเดียวกัน สัญลักษณ์สะท้อนมิตรภาพ 2 ประเทศ

สกู๊ปพิเศษ : ‘ไทย – จีน’ เป็นครอบครัวเดียวกัน สัญลักษณ์สะท้อนมิตรภาพ 2 ประเทศ

สกู๊ปพิเศษ : ‘ไทย – จีน’ เป็นครอบครัวเดียวกัน สัญลักษณ์สะท้อนมิตรภาพ 2 ประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คำกล่าวที่ว่า “ไทย-จีนเป็นครอบครัวเดียวกัน” ไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น หากแต่สะท้อนถึงมิตรภาพอันลึกซึ้งระหว่างสองประเทศ ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและจีน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 13 – 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 ซึ่งนับเป็นการเสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่ทรงขึ้นครองราชย์

การเยือนครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ แต่ยังบ่งบอกถึงการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของไทย-จีนสู่ระยะใหม่ ผู้นำจีนระบุว่า จะเสริมสร้างการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ สนับสนุนโครงการสาธารณประโยชน์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย และส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมพุทธศาสนาและอวกาศให้ลึกซึ้งขึ้น

ตลอดปีที่ผ่านมา ไทยและจีนได้ลงนามในความตกลงความร่วมมือหลายฉบับเพื่อกระชับความสัมพัมพันธ์ทวิภาคีในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งสองฝ่ายออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อผลักดันความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด เศรษฐกิจดิจิทัล และการพัฒนาคุณภาพสูง ต่อมาในเดือนเมษายนได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) จำนวน 14 ฉบับ ครอบคลุมปัญญาประดิษฐ์ เทคโน โลยีอวกาศ เกษตรกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งล้วนช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยและเสริมขีดความสามารถในการแข่งชันระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ โครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่สองยังมีความคืบหน้าราบรื่น พร้อมให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุก่อสร้างภายในประเทศเป็นหลักสอดคล้องกับนโยบาย “ไทยต้องมาก่อน” และส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทยอย่างเป็นรูปธรรม

โครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” นำประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมมาสู่ประเทศไทย ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานและความร่วมมือทางการค้า โครงการรถไฟจีน-ไทยซึ่งเป็นโครงการสำคัญของความริเริ่มนี้ จะเชื่อมไทยลาว และจีนเข้าด้วยกัน เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ เวลาขนส่งสินค้าจะลดจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง และคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ลงอย่างน้อย 20% ซึ่งไม่เพียงช่วยให้ราคาสินค้าน้ำเข้าจากจีนมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคไทยได้รับประโยชน์จากสินค้าประจำวัน เช่น โทรศัพท์มือถือถือและเสื้อผ้าในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น แต่ยังสร้างงานหลายหมื่นตำแหน่ง และกระตุ้นการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมเกษตรในพื้นที่ตามแนวเส้นทาง

ข้อมูลการค้าช่วยยืนยันแนวโน้มเชิงบวกนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในปี 2024 มูลค่าการส่งออกของไทยไปจีนอยู่ที่ 11.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่วนใหญ่มาจากผลไม้เมืองร้อน เช่น ทุเรียนและมะม่วง ซึ่งมีปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากปีก่อน ช่วยให้รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นกว่า 30% ด้านการนำเข้าจากจีนส่วนใหญ่เป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร รวมมูลค่ากว่า 80 พันล้านดอลลาร์ การค้ารวมระหว่างสองประเทศเติบโต 10.3% เมื่อเทียบปีต่อปี โดยมูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้น 13.8% นอกจากนี้ ข้อมูลระบุว่าในช่วงเก้าเดือนแรกของปี ไทยนำเช้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้น 11.1% เมื่อเทียบปีต่อปี

ในด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน โครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ก็มีบทบาทสำคัญเช่นเดียวกัน จีนให้คำมั่นว่าจะผลักดันความร่วมมือไทย-จีนสู่ “ยุคทอง” และในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 การลงทุนและมูลค่าสัญญาจากจีนในไทยยังเติบโตต่อเนื่อง ช่วยเสริมพลังนวัดกรรมแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของ ไทย นอกเหนือจากด้านเศรษฐกิจแล้ว โครงการนี้ยังส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการศึกษา เยาวชนไทยจำนวนมากเดินทางไปศึกษาต่อที่จีนเพื่อเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ และนำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศ ขณะเดียว กัน นักท่องเที่ยวและนักลงทุนชาวจีนก็เดินทางเข้าสไทยเพิ่มขึ้น ส่งเสริมความเข้าใจและการเชื่อมโยงสองทางโดยตรง

โดยสรุป โครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นหลง” ไม่เพียงสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย ทั้งในด้านโอกาสการจ้างงานที่มั่นคงขึ้น ตัวเลือกสินค้าและบริการที่หลากหลายขึ้นและความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมที่แน่นแฟ้นยิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์เชิงบวกในความร่วมมือภายใต้โลกาภิวัตน์

Celebrity Gossip : 30 พฤศจิกายน 2568

Celebrity Gossip : 30 พฤศจิกายน 2568

Celebrity Gossip : 30 พฤศจิกายน 2568

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

– เจนนิเฟอร์ โลเปซ ขึ้นเวทีปิดท้ายงานฉลองวิวาห์สุดอลังการของทายาทเนตรา แมนเทนา นักธุรกิจมหาเศรษฐีพันล้านชาวอเมริกัรเชื้อสายอินเดีย ที่บ้านเกิดในเมืองอุทัยปุระ ประเทศอินเดีย เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวลงทุนแสดงสุดยิ่งใหญ่แบบจัดเต็ม ทั้งฉากเวทีอลังการ ท่าเต้นที่ซ้อมมาอย่างประณีต และเพลงดังมากมาย ที่ทำให้บรรยากาศเหมือนคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ ถือเป็นโชว์ครั้งแรกของเธอบนแผ่นดินอินเดีย โชว์เริ่มต้นด้วยเพลงใหม่ของเธออย่าง Save Me Tonight ก่อนต่อด้วยเพลงดังยุค 2000 อย่าง Get Right ที่ทำให้ทั้งงานกลายเป็นฟลอร์เต้นรำในทันที ช่วงท้ายโชว์ โลเปซยกแก้วแชมเปญกล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวและแขกเหรื่อในงาน เรียกเสียงปรบมือกึกก้องทั่วงาน ปิดฉากค่ำคืนหรูหราอย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมกับโกยเงินค่าตัว 2 ล้านดอลลาร์กลับบ้าน

– ชีวิตพลิกผันทีเดียวสำหรับ เควิน สเปซีย์ นักแสดงดังจาก House of Cards เจ้าของรางวัลออสการ์นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม 2 สมัย ที่ชีวิตตกต่ำสุดขีดหลังจากถูกกล่าวหาล่วงละเมิดทางเพศชายหลายกระทงเมื่อปี 2017 แม้ตอนนี้เขาจะพ้นข้อกล่าวหาดังกล่าวไปแล้ว แต่จากการต่อสู้คดีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้สเปซีย์ต้องสูญเสียหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิต ทั้งอาชีพนักแสดง เงินทอง รวมถึงบ้านในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ เพราะคดีความทำให้มีแต่ค่าใช้จ่ายสวนทางกับรายได้ที่แทบจะเป็นศูนย์ สเปซีย์ยอมรับว่า ตอนนี้เขาเหมือนคนไร้บ้านกลายๆ เพราะต้องสลับไปอยู่ทั้งในโรงแรมและตามบ้านพักรายคืน และสถานการณ์การเงินในปัจุบันไม่ดีนัก สเปซีย์ ในวัย 66 ปี ถูกฮอลลีวูดมองข้ามไปนานหลายปี แม้ว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเขาจะได้แสดงภาพยนตร์ไปแล้ว 6 เรื่อง แต่ส่วนใหญ่เป็นการร่วมงานกับผู้สร้างภาพยนตร์หน้าใหม่ อย่างไรก็ตาม สเปซีย์เชื่อมั่นว่า ในที่สุดแล้ว อาชีพการงานของเขาจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกครั้ง

– ทารา รี้ด นักแสดงชื่อดัง อ้างว่าเธอถูกวางยาที่บาร์ของโรงแรม DoubleTree Hotel ไม่ไกลจากนครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่แล้ว เธออ้างว่าสั่งไวน์ขาวหนึ่งแก้วที่บาร์ของโรงแรม และออกไปสูบบุหรี่ข้างนอก เมื่อกลับมา เธอสังเกตเห็นว่ามีผ้าเช็ดปากวางปิดแก้วเครื่องดื่มของเธออยู่ ซึ่งเธอยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนทำ หลังจากดื่มไวน์แก้วนั้น เธอก็หมดสติไปในทันที มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอที่แสดงให้เห็นว่ารี้ดต้องได้รับความช่วยเหลือให้นั่งรถเข็น และถูกนำตัวออกจากโรงแรมเพื่อส่งไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ หลังจากฟื้นคืนสติ รี้ดได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งบอกว่ากำลังสืบสวนเหตุการณ์และรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบว่าใครเป็นคนวางยาในแก้วไวน์ของเธอ

– สื่อฮ่องกงรายงานว่า  ภาพยนตร์ ‘เจาะเวลาหาจิ๋นซี’ โปรเจกต์ที่แฟนซีรีส์รอคอยกันมากกว่า 20 ปี ประกาศปล่อยโปสเตอร์ทีเซอร์ พร้อมยืนยันกำหนดเข้าฉายในเดือนมกราคมปีหน้า หลังถูกเก็บอยู่ในคลังตั้งแต่ถ่ายทำเสร็จเมื่อปี 2019 โดยมี กู่เทียนเล่อ และ หลินฟง กลับมารับบทเด่นเช่นเดียวกับเวอร์ชันละครระดับตำนาน นอกจากนี้ ยังมีชื่อของ ลิ่ว ฉี่จื้อ นักแสดงชายยอดเยี่ยมฮ่องกงผู้ล่วงลับ ซึ่งร่วมถ่ายทำไว้ก่อนเสียชีวิตในปี 2021 ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นผลงานสุดท้ายของเขาอย่างเป็นทางการ ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากนิยายดังของ หวงอี้ และอิงจากละครคลาสสิกของ TVB ที่โด่งดังไปทั่วเอเชีย รวมทั้งเคยออกอากาศในประเทศไทยทางช่อง 9 เนื้อหาว่าด้วยเรื่องราวของ เซี่ยงเส้าหลง หน่วยรบพิเศษจากศตวรรษที่ 21 ที่เดินทางย้อนผ่านกระสวยเวลาไปสู่ยุคจิ๋นซี เพื่อทำภารกิจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แห่งราชวงศ์ฉิน

– อีซุนแจ นักแสดงระดับตำนานของเกาหลี ที่แฟนๆหนังและซีรีส์พอจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ได้จากโลกนี้ไปแล้วด้วยวัย 91 ปี เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา อีซุนแจ นับเป็นนักแสดงที่ได้รับการเคารพจากวงการบันเทิง ซึ่งเขาฝากผลงานไว้มากมายให้กับวงการทั้งภาพยนตร์ โทรทัศน์ และละครเวที เขายังเป็นนักแสดงที่ทำงานยาวนานจนถึงช่วงท้ายของชีวิต ผลงานที่สร้างชื่อให้อีซุนแจเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง คือละครเรื่อง What Is Love? ทางช่อง MBC ในปี 1991 ซึ่งเขารับบทเป็นพ่อบ้าน “พ่อของแดบัล” บทบาทที่จุดกระแสความนิยมไปทั่วประเทศ และได้รับเรตติ้งเฉลี่ย 59 เปอร์เซ็นต์ อิทธิพลของบทบาทนี้ส่งผลให้เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดที่ 14 ในเวลาต่อมา แม้ในขณะที่เขายังคงทำงานด้านการเมือง เขาก็ยังคงแสดงต่อไป และเมื่อเกษียณจากชีวิตทางการเมือง เขาก็กลับมาสู่วงการอย่างเต็มตัว

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไฟไหม้อาคารสูง 7 หลังในฮ่องกง

ประมวลภาพเหตุการณ์เพลิงไหม้กลุ่มอาคารที่พักอาศัยความสูงหลายชั้น ของโครงการ ‘หวางฟุกคอร์ท’ ในย่านต่ายโปว ทางตอนเหนือของฮ่องกง ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวันพุธที่ผ่านมา (26 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาเกือบ 24 ชั่วโมงกว่าจะควบคุมเพลิงได้ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้มากถึง 87 ราย และยังสูญหายไม่ทราบชะตากรรมอีกกว่า 270 คน ขณะที่มีชาวบ้านเดือดร้อนและไร้ที่อยู่อาศัยนับพันคน ถือเป็นเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่สุดของฮ่องกงในรอบ 77 ปี

คุยกัน 7 วันหน : เจาะลึกสาเหตุ ‘อาเซียนจมน้ำ’

คุยกัน 7 วันหน : เจาะลึกสาเหตุ 'อาเซียนจมน้ำ'

คุยกัน 7 วันหน : เจาะลึกสาเหตุ ‘อาเซียนจมน้ำ’

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปกติแล้ว ในช่วงนี้ของปี ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน กำลังอยู่ในช่วงฤดูฤดูมรสุม ฝนจะตกหนักมากเป็นพิเศษ แต่มรสุมปีนี้รุนแรงหนักหน่วงที่สุด ส่งผลกระทบรุนแรงต่อหลายล้านชีวิต เฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาของไทย เผชิญฝนตกกระหน่ำไม่หยุดแบบไม่ลืมหูลืมตา เรียกว่าฝน 300 ปี เช่นเดียวกับพื้นที่ภาคเหนือของมาเลเซีย ที่มีพรมแดนติดกับไทย รวมถึงที่เกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย และอาจนับรวมหลายพื้นที่ของเวียดนาม ที่เผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมครั้งใหญ่ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนนี้ จนมีผู้เสียชีวิตนับร้อยราย ก็ล้วนมาจากสภาพอากาศสุดขั้ว ที่ไม่ได้มาแค่ฝนตกหนักตามฤดูกาล แต่รวมถึงร่องมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พาดตั้งแต่มหาสมุทรแปซิฟิกไปถึงมหาสมุทรอินเดีย พายุน้อยใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นถี่มาก และปรากฎการณ์ลานิญา จากภาวะโลกร้อน ที่ล้วนเป็นตัวแปรให้สถานการณ์เลงร้ายมากขึ้น

เริ่มจากสภาพอากาศสุดขั้วกันก่อน

ต้องยอมรับว่าฝนที่ตกในช่วงนี้ในหลายประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือว่าหนักมากผิดปกติ จากร่องมรสุมที่ทรงพลังและคงที่ ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำ ได้นำความชื้นจำนวนมหาศาลเข้าสู่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยและคาบสมุทรมาเลเซีย

สำนักอุตุนิยมวิทยา ภูมิอากาศวิทยา และธรณีฟิสิกส์ของอินโดนีเซียบอกด้วยว่า ฝนที่ตกหนักจากมรสุมมีความเชื่อมโยงกับการเสริมกำลังของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นผลกระทบที่เกิดจากอิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อน 2 ลูก คือพายุโคโตะ หรือเวอร์เบนา ที่ก่อตัวนอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ และทำให้เกิดฝนตกหนักในภาคกลางของฟิลิปปินส์แล้ว ส่วนพายุอีกลูกคือไซโคลนเขตร้อนเซนยาร์ ซึ่งได้พัดถล่มพื้นที่บางส่วนของอินโดนีเซียมาตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. ประกอบกับปรากฏการณ์ลานีญา ที่ทวีความรุนแรงขึ้น มักจะนำมาซึ่งปริมาณน้ำฝนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยสำหรับพื้นที่ส่วนใหญ่ของมาเลเซียและอินโดนีเซียในช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่มความเสี่ยงและความรุนแรงของฝนตกหนักและน้ำท่วมอย่างมาก

ฝนที่ตกต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ มีปริมาณน้ำฝนเกิน 630 มิลลิเมตร ในช่วงเวลาเพียง 3 วัน ระหว่างวันที่ 19-21 พฤศจิกายน สูงกว่าสถิติของน้ำท่วมใหญ่ปี 2553 และเป็นปริมาณน้ำฝนรายวันที่หนักที่สุดในรอบ 300 ปีในบางพื้นที่ ทำให้ระบบระบายน้ำที่มีอยู่ไม่สามารถรองรับได้

ขณะที่ลักษณะฝนที่ตก สังเกตได้ว่าเป็นการตกกระหน่ำแบบไม่ลิมหูลืมตา และตกแช่ในพื้นที่แคบๆ ไม่เคลื่อนตัวไปที่อื่น แบบที่เราเรียกกันในภาษาปากว่า Rain Bomb อันมีความหมายตรงกับปรากฎการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาที่เรียกว่า Wet Microburst หรือ Cloudburst ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อกระแสลมพุ่งลงอย่างแรงจากพายุฝนฟ้าคะนอง ทำให้ฝนตกกระหน่ำอย่างฉับพลัน ในเวลาสั้นๆ และในพื้นที่เล็ก ๆ ปริมาณน้ำฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตรภายในหนึ่งชั่วโมง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 20-30 ตารางกิโลเมตร

ฟาม ที ทัน งา ผู้อำนวยการสถาบันอุตุนิยมวิทยา อุทกวิทยา และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเวียดนาม วิเคราะห์ว่า ปรากฏการณ์ลานีญา หรือภาวะที่น้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางเย็นตัวลง ส่งผลให้ความร้อนแผ่ไปทางตะวันตกและเสริมความแรงของฝนมรสุมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังปรากฏชัดต่อเนื่องตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แม้จะไม่รุนแรงเท่าปีก่อนๆ แต่ก็เพียงพอที่จะเพิ่มปริมาณน้ำฝนและทำให้รูปแบบมรสุมรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ฤดูมรสุมปีนี้มีความแปลกอย่างชัดเจน เพราะแม้พื้นผิวน้ำทะเลในแปซิฟิกตอนกลางจะเย็นลง แต่ทะเลจีนใต้ด้านตะวันออกของเวียดนาม และทะเลฟิลิปปินส์ฝั่งตะวันออกกลับยังอุ่นผิดปกติ เกิดเป็นเงื่อนไขที่สมบูรณ์แบบให้พายุสร้างฝนหนักผิดปกติ

ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมและภูมิประเทศ

การรวมกันของฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง กับภูมิประเทศที่มีความลาดชัน โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะสุมาตราของอินโดนีเซียและมาเลเซีย กระตุ้นให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มที่อันตราย ส่วนพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นแอ่งกระทะตามธรรมชาติ รับน้ำจากเทือกเขาและที่สูงรอบตัวเมืองจนเกิดน้ำท่วมมาแล้วหลายรอบ แต่รอบนี้ปริมาณน้ำฝนมหาศาล มลน้ำป่าไหลบ่ามาจากทุกทิศทาง จนระบบระบายน้ำที่มีอยู่แตกพ่าย ไม่สามารถระบายน้ำออกไปได้ทันเวลา

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องความอิ่มตัวของพื้นดิน น้ำท่วมครั้งนี้เกิดขึ้นตามหลังปีที่มีฝนตกชุกอยู่แล้ว น้ำท่วมก่อนหน้านี้ในภาคกลางและภาคเหนือของประเทศไทย รวมถึงช่วงเวลาที่มีฝนตกก่อนหน้าในมาเลเซียและอินโดนีเซีย ทำให้พื้นดินอิ่มตัวไปด้วยน้ำแล้ว ส่งผลให้น้ำไหลบ่าสู่ผิวดินเร็วขึ้นและรุนแรงขึ้น

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ภาพรวมของทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเผชิญปรากฎการณ์ลานิญาที่ยืดเยื้อไปถึงต้นปีหน้า เป็นตัวแปรสำคัญต่อความเสี่ยงที่จะเกิดปริมาณฝนแบบฟ้ารั่วอีก แนวโน้มระยะยาวของภูมิภาคนี้เต็มไปด้วยความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่ครั้งหนึ่งเคยถือว่า “หายาก” กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ

ภาวะโลกร้อนก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ปรากฎการณ์ลานิญาหนักหน่วงยิ่งขึ้น ซ้ำเติมกับที่มันทำให้ชั้นบรรยากาศเก็บกักความชื้นไปสะสมได้มากขึ้น เปลี่ยนแปลงระบบหมุนเวียนอากาศทั่วโลก จึงเกิดสภาพอากาศสุดขั้วถี่ขึ้น

เซลินา ไซตอน อิบราฮิม รองศาสตราจารย์จากคณะวนศาสตร์และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยปุตรามาเลเซีย กล่าวว่า ชุมชนมีเวลาเตรียมตัวน้อยลงมาก และประชาชนจำนวนหนึ่งยังไม่พร้อมเรื่องการเตรียมตัวอพยพ หรือประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าความเป็นจริง ขณะที่จำนวนไต้ฝุ่นอาจไม่เพิ่มขึ้น แต่ความรุนแรงของพายุมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามหลักวิทยาศาสตร์สภาพภูมิอากาศ ปริมาณฝนจะไม่สม่ำเสมอมากขึ้น เหตุการณ์รุนแรงจะเกิดถี่กว่าเดิม และมีความเสี่ยงซ้อนทับหลายรูปแบบ ทำให้ระบบพยากรณ์อากาศของประเทศต่างๆ ถูกกดดันอย่างหนัก

ส่วน  เฟรโดลิน ถังกัง นักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศ ศาสตราจารย์กิตติคุณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติของมาเลเซีย เสนอแนะว่า รัฐบาลประเทศต่างๆ ในภูมิภาคควรลงทุนมากขึ้นในการปรับตัวทางภูมิอากาศ เพื่อบรรเทาผลกระทบและเพิ่มความพร้อมรับมือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งรวมถึงการยกเครื่องระบบคลองและการระบายน้ำ การเพิ่มพื้นที่ธรรมชาติที่ช่วยกักเก็บน้ำ การป้องกันชายฝั่ง การพัฒนาระบบพยากรณ์แบบชาญฉลาด และการสร้างศักยภาพให้ชุมชนพร้อมรับมือ

อย่างไรก็ดี หากไม่สามารถจัดการกับปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกเพื่อลดโลกร้อนได้ ทั้งโลกยังจะต้องเผชิญกับหายนะจากสภาพอากาศสุดขั้วเช่นนี้บ่อยครั้งขึ้น

โดย ดาโน โทนาลี

แหวกฟ้าหาฝัน : Carl Wilhelmson in Thiel Gallery

แหวกฟ้าหาฝัน : Carl Wilhelmson in Thiel Gallery

แหวกฟ้าหาฝัน : Carl Wilhelmson in Thiel Gallery

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ใน Thiel Gallery ไม่เพียงมีผลงานของ Anders Zorn ศิลปินชาวสวีเดนที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติที่ชื่นชอบรังสรรค์งานแนว Portrait และ nude ยังมีผลงานของ Carl Wilhelmson ศิลปินชาวสวีดิชอีกผู้หนึ่งที่ชื่นชอบรังสรรค์งานแนว Portrait และคน เขาเกิดวันที่ 12 พฤศจิกายน 1866 ณ หมู่บ้านหาปลาเล็ก ๆ บนชายฝั่งทางทิศตะวันตกของสวีเดนในครอบครัวที่มีบิดาเป็นกะลาสีเรือซึ่งเสียชีวิตจากเรือล่มในปี 1875 แม่ของเขามีอาชีพค้าขายโดยเปิดร้านค้าเล็ก ๆ ในหมู่บ้าน ปี 1881 เขาจึงต้องเป็นลูกมือช่างพิมพ์หิน  Meyer & Koster ในเมือง Gothenburg ตั้งแต่ยังเล็กและเรียนหนังสือตอนเย็นที่ School of Design and Crafts

ต่อมา Wilhelmson ได้เข้าเรียนเต็มเวลากับ Carl Larsson ศิลปินสวีดิชที่มีชื่อเสียงมากอีกผู้หนึ่งที่ Valand Academy ซึ่งได้แนะนำให้เขารับทุนจาก Kommerskollegium เพื่อให้เขาสามารถเดินทางไป Leipzig เยอรมัน เขาได้มีโอกาสทำงานกับบริษัทสิ่งพิมพ์หลายแห่งที่นั่น แต่เขายังไม่สามารถตัดสินใจได้ว่าจะทำงานด้านสิ่งพิมพ์หรือเป็นศิลปินกันแน่ ในปี 1890 หลังจากทำงานได้ 2 ปีและเก็บเงินได้จำนวนหนึ่งเขาตัดสินใจเดินทางไปปารีส และเข้าทำงานเป็นศิลปินโฆษณาระหว่างเรียนหนังสือกับศิลปินที่มีชื่อเสียงชาวฝรั่งเศสหลายคน อาทิ Paul Serusier ผู้บุกเบิกศิลปะแนว Abstract และ Les Nabis,  Maurice Denis ศิลปินแนว Les Nabis และ Symbolism ที่ Academie Julian รวมทั้ง Jules Lefebvre และ Tony Robert-Fleury ศิลปินผู้เชี่ยวชาญในการรังสรรค์ภาพทิวทัศน์เป็นเวลาสั้น ๆ ก่อนไปเยือน Brittany ประมาณ 1 ปี ระหว่างนั้น เขาได้พัฒนาผลงานจนเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ปี 1895 เขาจึงได้มีโอกาสนำเสนอนิทรรศการที่ Salon ก่อนเดินทางกลับสวีเดนในปี 1896

เมื่อ Pontus Furstenberg ผู้อุปถัมภ์ศิลปินสวีดิชชาวยิวทราบว่า Wilhelmson ประสงค์จะกลับมาอยู่สวีเดน เลยเสนอให้เขามาเป็นผู้อำนวยการที่ Valand Academy สถาบันศึกษาเก่าของเขา ปี 1901 เขาได้แต่งงานกับ Albertina Kerfstedt ญาติของ Amanda Kerfstedt นักเขียนนวนิยายที่โด่งดังชาวสวีเดน และมีบุตรสาวชื่อ Ana Wilhelmson Lagerman ซึ่งต่อมาเป็นจิตรกรเช่นกัน เขาเป็นผู้อำนวยการที่นี่อยู่ 10 กว่าปีจนถึงปี 1910 ก็ลาออกมาเปิดโรงเรียนศิลปะของตัวเอง ปี 1914 Hjalmar Lundbohm นักธรณีวิทยาและนักเคมีเพื่อนของเขาเชิญเขาไปสำรวจ Norrland ดินแดนทางเหนือสุดของสวีเดน เขาได้สร้างสรรค์งานศิลปะหลายชิ้นที่นั่น ต่อมาในปี 1925 เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศาสตราจารย์ที่ Royal Swedish Academy of Fine Arts ก่อนจะเข้าเป็นสมาชิกในปี 1926

ตลอดชั่วชีวิตของเขานั้น ผลงานส่วนใหญ่มีเนื้อหาทั้งเกี่ยวกับผู้คน ภาพเหมือนและทิวทัศน์ที่เขาได้พบเจอโดยเฉพาะอย่างยิ่งทิวทัศน์ตามชนบทและทะเลของสวีเดน รวมทั้ง Cornwall, Lapland และสเปน เขามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวดในการสร้างแนวทางศิลปะของศิลปินสวีเดนในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 นักท่องเที่ยวที่ได้ยลผลงานของเขาจะเห็นว่างานของเขารังสรรค์คนด้วยฝีแปรงที่คมชัด และใช้สีสันค่อนข้างสดใส มีอัตลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร แต่ก็มีกลิ่นอายของอิทธิพลศิลปะแนว Les Nabis อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว   

Health News : พบเด็กอินโดนีเซียเสียชีวิตเอี่ยวติดเชื้อ ‘ไข้หวัดหมู’

Health News : พบเด็กอินโดนีเซียเสียชีวิตเอี่ยวติดเชื้อ ‘ไข้หวัดหมู’

Health News : พบเด็กอินโดนีเซียเสียชีวิตเอี่ยวติดเชื้อ ‘ไข้หวัดหมู’

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในสัปดาห์นี้ กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียยืนยันพบเด็กเสียชีวิต 5 ราย ในชุมชนดาไต แฮมเลต เขตอินดรากีรี ฮูลู จังหวัดรีเยา หลังผลตรวจจากห้องปฏิบัติการพบว่าติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์เอ/เอ็ช1พีดีเอ็ม09 (A/H1pdm09) หรือไข้หวัดหมู และเชื้อฮีโมฟิลุส อินฟลูเอนเซ (Haemophilus influenzae)

กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซียระบุด้วยว่า มีชาวบ้านรวม 224 รายที่มีอาการป่วยทางระบบทางเดินหายใจ แต่ทั้งหมดฟื้นตัวแล้ว การระบาดครั้งนี้สะท้อนให้เห็นปัญหาด้านสุขอนามัยและโภชนาการอย่างรุนแรงในชุมชนพื้นที่ห่างไกล โดยหลายคนมีภาวะทุพโภชนาการและมีอัตราการรับวัคซีนต่ำ ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

ซูมาร์จายา ผู้อำนวยการหน่วยเฝ้าระวังและควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย เตือนว่าการแพร่ระบาดของโรคจะยังคงเกิดขึ้นต่อไป หากปราศจากการปรับปรุงด้านสุขอนามัย โภชนาการ และพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงรับมือด้วยการดำเนินการรักษาเชิงรุกในวงกว้าง เสริมแกร่งโครงการโภชนาการ จัดอาหารเสริมสำหรับเด็กเล็กและหญิงตั้งครรภ์ ขยายการให้ความรู้ด้านสุขภาพ และดำเนินการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม

ไทเชฟ สนับสนุน ‘ค่ายดาราศาสตร์’ ม.เกษตรศาสตร์ ในโครงการ Astro Camp ปีที่ 12 ครั้งที่ 1

ไทเชฟ สนับสนุน ‘ค่ายดาราศาสตร์’ ม.เกษตรศาสตร์ ในโครงการ Astro Camp ปีที่ 12 ครั้งที่ 1

ไทเชฟ สนับสนุน ‘ค่ายดาราศาสตร์’ ม.เกษตรศาสตร์ ในโครงการ Astro Camp ปีที่ 12 ครั้งที่ 1

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไทเชฟ (ThyChef) สนับสนุนผลิตภัณฑ์ ในโครงการ Astro Camp ปีที่ 12 ครั้งที่ 1 จัดโดยชมรมดาราศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน โดยสนับสนุนสินค้าไทเชฟหลากหลายรสชาติ อาทิ น้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำพริกหนุ่ม น้ำจิ้มแจ่ว ผงปรุงรสก๋วยเตี๋ยวรสชาติต่างๆ ผงปรุงรสไก่ ฯลฯ

สำหรับบรรยากาศภายในกิจกรรมเต็มไปด้วยความสนุกสนาน และความอบอุ่น เพื่อส่งเสริมให้น้องๆ ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ และเรียนรู้การทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งโครงการดังกล่าวได้สําเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์เป็นอย่างดี ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 13 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ไทเชฟ ได้ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์เบเกอรี่ทั่วประเทศหรือสั่งซื้อทางออนไลน์กับบริการ “ฟาสต์ ไทเชฟ” สั่งวันนี้ ส่งวันนี้พรุ่งนี้ถึง เร็วทันใจที่ http://www.thychef.com หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40vul8664q หรือทาง Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/ thychef, Shopee : https://s.shopee.co.th/

‘กีต้าร์ คีรตา’ มิสทรานส์หนองคาย คว้ารางวัล ‘Best Royal Thai Dress’ เวที Miss Trans Thailand 2025 ‘ICONIC’

'กีต้าร์ คีรตา' มิสทรานส์หนองคาย คว้ารางวัล 'Best Royal Thai Dress' เวที Miss Trans Thailand 2025 'ICONIC'

‘กีต้าร์ คีรตา’ มิสทรานส์หนองคาย คว้ารางวัล ‘Best Royal Thai Dress’ เวที Miss Trans Thailand 2025 ‘ICONIC’

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.33 น.

เมื่อเร็วๆนี้ การประกวด Miss Trans Thailand 2025 “ICONIC” ภายใต้แนวคิด “Be The Inspiration” (ความสวยที่มีพลัง เพื่อเปลี่ยนโลก) ได้จัดการประกวดรอบพิเศษ “The Elegance of Royal Thai Dress Round” หรือรอบชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ ซึ่งเป็นรอบที่เน้นการนำเสนออัตลักษณ์และความงดงามของชุดไทยอันทรงคุณค่า โดยมี คุณนก ยลดา และ ครูต้องตา จำเริญใจ รับหน้าที่พิธีกร

ผลการตัดสินปรากฏว่า ผู้ที่คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ “Best Royal Thai Dress” ไปครอง ได้แก่ กีต้าร์ คีรตา วงศ์โสภาพรรณ ผู้เข้าประกวดจากจังหวัดหนองคาย ซึ่งแสดงความสามารถในการตีความและนำเสนอชุดไทยพระราชนิยมได้อย่างสง่างามและโดดเด่น ทำให้เธอได้รับสิทธิ์ Fast Track เข้าสู่รอบ 20 คนสุดท้ายโดยอัตโนมัติ

ในรอบนี้ ผู้เข้าประกวดทั้ง 36 สาวงาม ได้นำเสนอความงามตามอัตลักษณ์ไทย ผ่านการตีความแก่นแท้ของชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ซึ่งเป็นผลงานที่สะท้อนถึงพระปรีชาสามารถอันเหนือชั้นทางด้านแฟชั่นและศิลปวัฒนธรรมของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงรังสรรค์ขึ้นเพื่อให้ความงามแบบไทยสามารถยืนเคียงข้างแฟชั่นชั้นสูงของโลกได้อย่างสง่างาม และเป็นการออกแบบความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน

การประกวด Miss Trans Thailand 2025 “ICONIC” จัดขึ้นโดยมี แพทย์หญิง อัญชลี ชีวจร ผู้ถือลิขสิทธิ์ Miss Trans Thailand พร้อมด้วย คุณวันชัย เต็มธนทรัพย์, คุณพีระวัฒน์ เวชประสิทธิ์ ผู้อำนวยการกองประกวดฯ และ ครูต้องตา จำเริญใจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการกองประกวดฯ มุ่งเน้นการเฟ้นหาสาวทรานส์ที่ไม่ได้มีเพียงความงาม แต่ยังเพียบพร้อมด้วย สติปัญญา และพลังในการขับเคลื่อนสังคมอย่างแท้จริง โดยต้องการให้ผู้ที่ได้รับตำแหน่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ การสร้างแรงบันดาลใจ และการยอมรับความหลากหลาย เพื่อผลักดันให้สังคมเปิดกว้างและเข้าใจกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+) มากยิ่งขึ้น

คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ร่วมตัดสินในรอบนี้ ได้แก่:

 1.วันชัย เต็มธนทรัพย์ (ผู้อำนวยการกองประกวด Miss Trans Thailand 2025 “ICONIC”)

 2.หนุ่ม นันท์นภัทร เจิมจุติธรรม (กูรูนางงาม)

 3.พรฟ้า ปุณิกา กุลสุนทรรัตน์

 4.วิชัย ศรีหาพรหม

 5.อาร์ท อัครัช เนรมิตศิลป์

 6.บิวตี้โรส

รายชื่อ 36 สาวงามผู้เข้าประกวด Miss Trans Thailand 2025

* มิรา ศิริสุนธรเวช |กรุงเทพมหานคร

* นลินนิภา เชื้อประทุม| กาฬสินธุ์

* ศศิกตัญญู อนันต์ธนชาญกิจ | กำแพงเพชร

* ทิพย์ญาดา ภักค์ดีวัชรสกุล|ขอนแก่น

* ชญาภา สุพรม| จันทบุรี

* กวินธิดา นาเจริญ | ชลบุรี

* ไดญา ตัณตะวาโญ | ตรัง

* อริศรา เจริญพืช | ตราด

* อลิสษา ชัยภูมิ | นครปฐม

* รัญชน์รวี่ รักอักษร | นครราชสีมา

* ปณิธาน บุญเรื่อง | นครศรีธรรมราช

* สมรักษ์ เลาซางเปลี่ย | น่าน

* ณภัสสร สืบทอง | บุรีรัมย์

* อัญรินทร์ ธนาพลสุรพัชร์ | ปทุมธานี

* ทลิตา สุนทรานันต์ | พระนครศรีอยุธยา

* รดารัณ ยืนทรัพย์ | พัทลุง

* ริญญภัสร์ สุริยเศรษฐาพร | เพชรบูรณ์

* ปอนิดา โคตรชนะ | ภูเก็ต

* จันจิรา แหล่งสนาม | มหาสารคาม

* ชญาภา ไพราม | แม่ฮ่องสอน

* จิรภัทร ตรงจิตต์รักษา | ยะลา

* กานต์พิชชา พานาสันต์ | ร้อยเอ็ด

* เมษา เพ็ชรคราม |ระนอง

* รินรนี อัฐธะจิรานนท์ | ลพบุรี

* พัฏฐ์ณิชา แย้มประเสริฐ | ลำปาง

* ฑีรดา พีนธ์พงค์ | ศรีสะเกษ

* อรชพร องค์อรวรลักษณ์ | สตูล

* ฉัตรชฎา กายงาม |สมุทรสงคราม

* พีรญา พงษ์อิศรานุพร | สมุทรสาคร

* มิรดา ทองแย้ม | สระบุรี

* ภคพล วงษ์จันทร์ | สิงห์บุรี

* สิรภัชชา กฤษณ์ประไทย | สุพรรณบุรี

* นริสรา บุญวัฒน์ | สุราษฎร์ธานี

* คีรตา วงศ์โสภาพรรณ | หนองคาย (ผู้คว้ารางวัล Best Royal Thai Dress)

* อภิรดา มาตย์วิเศษ | อ่างทอง

* ชนัญชิดา ดีโพธิ์กลาง | อุบลราชธานี

ติดตามความเคลื่อนไหวของกองประกวด Miss Trans Thailand 2025 “ICONIC” ได้ทาง FB Miss Trans Thailand: https://www.facebook.com/share/1CUfJv8Eh5/ และ Tiktok Misstransthailand.official https://www.tiktok.com/@misstransthailandoffi?_r=1&_t=ZS-91kMLTRcnk8

-(016)

ฉลองครบรอบ 20 ปี ‘ซีไลฟ์ แบงคอก’ จัดแสดงโชว์ใต้น้ำสุดงดงาม ‘Dive Into the Water Dance Show!’

ฉลองครบรอบ 20 ปี 'ซีไลฟ์ แบงคอก' จัดแสดงโชว์ใต้น้ำสุดงดงาม 'Dive Into the Water Dance Show!'

ฉลองครบรอบ 20 ปี ‘ซีไลฟ์ แบงคอก’ จัดแสดงโชว์ใต้น้ำสุดงดงาม ‘Dive Into the Water Dance Show!’

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.25 น.

ซีไลฟ์ แบงคอก ฉลองครบรอบ 20 ปี ยิ่งใหญ่ จัดแสดง Dive Into the Water Dance Show! สุดอลังการ พร้อมเปิดตัวมูลนิธิซีไลฟ์แบงคอก พลัส ตอกย้ำเบอร์ 1 ศูนย์กลางการเรียนรู้และความบันเทิงโลกใต้ทะเลกลางกรุง

ในโอกาสครบรอบ 20 ปี ซีไลฟ์ แบงคอก (SEALIFE Bangkok) จัดแคมเปญ “SEALIFE Bangkok 20th Anniversary Celebration” อย่างยิ่งใหญ่ จับมือ Mermaid Land (เมอเมด แลนด์) จัดการแสดง “Dive Into the Water Dance Show!” โชว์ใต้น้ำสุดงดงามอลังการ พร้อมเปิดตัว มูลนิธิซีไลฟ์แบงคอก พลัส (SLBKK Plus: Sealife Bangkok Plus Foundation) มุ่งส่งเสริมการอนุรักษ์มหาสมุทรและสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ขานรับนโยบายการอนุรักษ์ท้องทะเลและสัตว์น้ำของซีไลฟ์ทั่วโลก ตอกย้ำผู้นำศูนย์การเรียนรู้และความบันเทิงโลกใต้ทะเลกลางกรุง พร้อมเปิดศักราชใหม่เดินหน้ากลยุทธ์ไลฟ์สไตล์ มาร์เก็ตติ้ง ต่อเนื่อง ดึงพาร์ทเนอร์ระดับโลกสร้างกิมมิคทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ดึงดูดลูกค้าจากทั่วโลกทุกไตรมาส ผ่านทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ออฟไลน์ทรงพลัง

นางสาวสกลภัส ปลูกจิตรสม ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจกรุงเทพ บริษัท เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ส (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า กว่า 2 ทศวรรษ ซีไลฟ์ฯ นับเป็นแลนด์มาร์คท่องเที่ยวโลกใต้น้ำมาตรฐานระดับโลกแห่งแรกของประเทศไทยที่อยู่ใจกลางเมือง ที่ทำหน้าที่เป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว เพราะเราเป็นพื้นที่ที่นำเสนอความรู้ ความสนุก และแรงบันดาลใจผ่านโลกใต้น้ำให้กับผู้คนจากทั่วโลก โดยการนำสัตว์น้ำที่น่าสนใจจากทั่วโลกมาจัดแสดงให้เรียนรู้และสัมผัสอย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจุบันได้จัดแสดงสัตว์น้ำมากกว่า 200 สายพันธุ์ รวมกว่า 4,000 ตัว รวมทั้งสร้างสรรค์กิจกรรมที่มีความน่าสนใจและตรงกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนจำนวนมาก ทำให้เกิดประสบการณ์ใหม่ๆ ไม่ซ้ำในทุกครั้งที่เข้าชม ซึ่งทางซีไลฟ์ฯ ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกๆท่าน สื่อมวลชน และอินฟลูเอนเซอร์ที่มาเที่ยวชม และรีวิวที่ช่วยแชร์ความประทับใจอย่างต่อเนื่อง ทำให้ซีไลฟ์ฯ ได้รับฟีดแบค เพื่อนำมาพัฒนาการให้บริการ รวมถึงสร้างสรรค์กิจกรรมที่เหมาะสมกับลูกค้าทุกกลุ่ม

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 20 ปี ซีไลฟ์ แบงคอก จัดการแสดง “Dive Into the Water Dance Show!” โชว์นางเงือกใต้น้ำสุดงดงามอลังการ โดยจัดการแสดงเพียง 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 9 ธันวาคม 2568 เท่านั้น ซึ่งเป็นความร่วมกับ Mermaid Land นำโดย โค้ชปูเป้-ธัญลักษณ์ พุฒิสิริโรจน์ อดีตนักกีฬาว่ายน้ำลีลาทีมชาติไทย นำเสนอความงดงามของทะเลในรูปแบบแฟนตาซี ผ่านศิลปะการเคลื่อนไหวใต้น้ำอันอ่อนช้อยและตระการตา ที่สำคัญการแสดงนี้ยังสื่อสารเรื่องการอนุรักษ์ท้องทะเลอย่างแยบยล โดยมุ่งหวังอยากให้ผู้ชมทุกเพศทุกวัยได้รับทั้งความเพลิดเพลินและกลับไปด้วยหัวใจที่อยากร่วมดูแลท้องทะเลไทยรวมทั้งยังเป็นเวทีที่สะท้อนถึงศักยภาพนักกีฬาว่ายน้ำลีลาทีมชาติไทย พร้อมกับสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนหันมาสนใจกีฬาว่ายน้ำลีลามากขึ้น เพราะนี่คือกีฬาที่ผสมผสานทั้งความแข็งแรง ความคิดสร้างสรรค์ ความมีวินัยและศิลปะไว้ด้วยกัน 

สกลภัส กล่าวเพิ่มเติมว่า “อีกหนึ่งก้าวสำคัญของซีไลฟ์ แบงคอกที่ภาคภูมิใจมาก คือ การสานต่อพันธกิจด้านอนุรักษ์สัตว์น้ำและท้องทะเลไทยอย่างยั่งยืน ด้วยการก่อตั้ง มูลนิธิซีไลฟ์แบงคอก พลัส (SLBKK Plus) ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งดำเนินการภายใต้แรงบันดาลใจและแนวทางเดียวกับ SEA LIFE Trust องค์กรที่ไม่แสวงหากำไรด้านการอนุรักษ์ของ เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทนเมนท์ส กรุ๊ป ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นกลไกสำคัญที่จะเชื่อมโยงงานอนุรักษ์ในประเทศไทยเข้ากับเครือข่ายของซีไลฟ์ทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ และระบบนิเวศทางทะเลในประเทศไทย ด้วยการสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ และการจัดกิจกรรมเชิงอนุรักษ์เกี่ยวกับสัตว์ทะเลและท้องทะเลไทย รวมทั้งเพื่อสร้างการเรียนรู้ผ่านการปลูกฝังหัวใจของการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนในกลุ่มเยาวชน ครอบครัว ตลอดจนผู้ด้อยโอกาสต่างๆ นอกจากนี้ยังมุ่งสร้างเสริมการเปิดประสบการณ์ให้กับกลุ่มผู้ด้อยโอกาสในการเข้าชมซีไลฟ์ฯ และมาดามทุสโซฯ อีกด้วย”  

สำหรับปีหน้า ซีไลฟ์ แบงคอก พร้อมเปิดศักราชใหม่เดินหน้ากลยุทธ์ไลฟ์สไตล์ มาร์เก็ตติ้ง ต่อเนื่อง ปูพรมจัดกิจกรรมเซอร์ไพรส์แน่นเต็มสูบ ดึงไลฟ์สไตล์พาร์ทเนอร์ระดับโลกสร้างกิมมิคทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ดึงดูดลูกค้าคนไทยและต่างชาติจากทั่วโลกในทุกไตรมาส สื่อสารผ่านทุกแพลตฟอร์มการตลาดออนไลน์ออฟไลน์ทรงพลังเข้าถึงและครอบคลุมกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในวงกว้าง รวมทั้งผ่านทางพันธมิตรทางการตลาดที่แข็งแกร่ง มั่นใจว่าจะสามารถขยายฐานลูกค้าในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้เราจะยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวในร่มที่สำคัญที่เสริมความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ รวมทั้งเป็น Soft Power ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยผ่านกิจกรรมต่างๆ และการบริการด้วยรอยยิ้ม

ติดตามกิจกรรม และโปรโมชันพิเศษอีกมากมาย ได้ที่ http://www.sealifebangkok.com/ หรือโทร. 02 842 2000 โดยสามารถตรวจสอบราคาในแต่ละวันได้ทางเว็บไซต์ ซื้อตั๋วเข้าชมล่วงหน้าถูกกว่า 10% ผ่านเว็บไซต์ https://www.visitsealife.com/bangkok/tickets/

-(016)