‘CRA BRAIN POWER สมองฟิต ชีวิตเฟิร์ม’ ชวนคนไทยใส่ใจสุขภาพสมองในทุกช่วงวัย

‘CRA BRAIN POWER สมองฟิต ชีวิตเฟิร์ม’ ชวนคนไทยใส่ใจสุขภาพสมองในทุกช่วงวัย

‘CRA BRAIN POWER สมองฟิต ชีวิตเฟิร์ม’ ชวนคนไทยใส่ใจสุขภาพสมองในทุกช่วงวัย

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.41 น.

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมบริการวิชาการด้านสุขภาพ “CRA BRAIN POWER สมองฟิต ชีวิตเฟิร์ม” เนื่องในวันสมองโลก เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคสมองและระบบประสาท พร้อมส่งเสริมการดูแลสุขภาพสมองเชิงป้องกันให้แก่ประชาชน โดยแบรนด์ซุปไก่สกัด ภายใต้ บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสนับสนุนการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านสุขภาพสมอง ภายในงานมีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากทีมแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาท และสหสาขาวิชาชีพ รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อกระตุ้นให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสมองในทุกช่วงวัย

นพ.ดำรงค์ สุกิจปัญญาโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “สมองเป็นอวัยวะสำคัญที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย ความคิด ความจำ การเคลื่อนไหว และการดำเนินชีวิต การหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ และการได้รับการวินิจฉัยที่รวดเร็วสำหรับโรคต่าง ๆ อาทิ โรคหลอดเลือดสมอง เนื้องอกสมอง โรคพาร์กินสัน หรือโรคทางระบบประสาทอื่นๆ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงและคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ป่วยได้ ทั้งนี้ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์มุ่งมั่นพัฒนาการดูแลผู้ป่วยแบบครบวงจร ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง สหสาขาวิชาชีพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกัน ลดปัจจัยเสี่ยง และเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม”

นางสาวจตุรพร ธนาพรสังสุทธิ์ รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตอาหารเสริมสุขภาพ ภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ (BRAND’S) กล่าวว่า “สุขภาพสมองเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ การทำงาน และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในทุกช่วงวัย การดูแลสุขภาพสมองจึงเป็นสิ่งที่ควรเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการใช้ชีวิตในระยะยาว แบรนด์มุ่งมั่นพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทุกช่วงวัยภายใต้ปรัชญา Seikatsusha ที่ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง พร้อมนำนวัตกรรมและองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย โดย ‘แบรนด์ซุปไก่สกัด’ มีคาร์โนซีนและวิตามินบี 12 ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง ขณะที่ ‘แบรนด์ โกลด์’ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัย

นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เรายังให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรจากภาครัฐ ภาคการแพทย์ และภาคสาธารณสุข เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพสมอง และยกระดับความตระหนักรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันให้แก่ประชาชน โดยมุ่งให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง โดยแบรนด์และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์มีเป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริมสุขภาพสมองและคุณภาพชีวิตของคนไทยผ่านการให้ความรู้และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

ที่ผ่านมา เราได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมด้านสุขภาพในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการออกหน่วยตรวจสุขภาพ การเผยแพร่องค์ความรู้ การมอบผลิตภัณฑ์เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของโรงพยาบาลและชุมชน การเชิญบุคลากรทางการแพทย์มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสุขภาพ ตลอดจนการสนับสนุนกิจกรรม Open House สำหรับเยาวชนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และล่าสุด ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ‘แบรนด์ โกลด์’ ยังได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรม ‘เช็กสัญญาณฟิต ชีวิตไปต่อ’ เพื่อส่งเสริมแนวคิด Active Aging และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการร่วมสร้างสังคมที่มีสุขภาวะ พร้อมส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยสามารถดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของตนเองได้อย่างยั่งยืน”

ผศ.ป.นพ.ปโยธร เดชะรินทร์ หัวหน้างานศัลยกรรมทั่วไป แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมระบบประสาทและรังสีร่วมรักษาระบบประสาท โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง เป็นภาวะที่ผนังหลอดเลือดสมองมีการโป่งพองออก ทำให้มีโอกาสปริแตก ส่งผลให้เกิดภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองหรือภายในเนื้อสมองบริเวณนั้น ซึ่งเกิดจากปัจจัยเสี่ยงได้หลายประการ อาทิ ความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ การใช้สารเสพติด อายุที่มากขึ้น หรือโรคทางพันธุกรรมบางชนิด ทั้งนี้ โรคหลอดเลือดสมองโป่งพองมักไม่แสดงอาการจนกว่าจะมีการแตกของเส้นเลือดปริเวณที่โป่งพองและมีเลือดออก ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการปวดศีรษะ ซึ่งบ่อยครั้งเป็นอาการปวดศีรษะที่รุนแรงที่สุดในชีวิต นอกจากนี้ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน แขนขาอ่อนแรง ระดับความรู้สึกตัวลดลง และในรายที่รุนแรงอาจเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ หากเกิดการแตกซ้ำ ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหรือพิการอาจสูงถึงร้อยละ 50–70

ปัจจุบัน แนวทางรักษามี 3 วิธีหลัก คือ 1. การผ่าตัดหนีบหลอดเลือดบริเวณที่โป่งพองเพื่อป้องกันการแตก  2. การรักษาผ่านสายสวนด้วยเทคโนโลยีการอุดหลอดเลือดที่โป่งพองด้วยขดลวดขนาดเล็ก ซึ่งในปัจจุบัน มีอุปกรณ์เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การรักษาผ่านสายสวนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ขดลวดหรือ stent ที่มีตาถี่อย่างละเอียดเพื่อเปลี่ยนทางเดินเลือดไม่ให้เข้าสู่บริเวณที่เส้นเลือดสมองโป่งพอง และแนวทางสุดท้ายคือการติดตามอาการในกรณีที่ความเสี่ยงต่ำ ทั้งนี้ การพิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ขนาดและตำแหน่งของหลอดเลือดสมองที่โป่งพอง การเข้าถึงโดยการผ่าตัด ความเสี่ยงของแต่ละวิธี รวมถึงอายุและสุขภาพของผู้ป่วย นอกจากนี้ โรงพยาบาลฯ ยังพร้อมนำเสนอความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการผ่าตัดสมองแผลเล็ก (Minimally Invasive Brain Surgery) และการผ่าตัดผ่านโพรงจมูกเพื่อรักษาเนื้องอกฐานกะโหลกและต่อมใต้สมอง ซึ่งช่วยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อสมอง ลดความเจ็บปวด ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็ว ควบคู่กับการดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้ได้รับการรักษาที่ครอบคลุมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด”

พญ. อาทิตา ชูหลำ อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke เป็นภาวะที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ และเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ ประชาชนจึงควรตระหนักถึงสัญญาณเตือนด้วยหลัก FAST  ประกอบด้วย B (Balance): เวียนศีรษะร่วมกับอาการสูญเสียการทรงตัวทันทีทันใด E (Eye): ตามืดบอด มองไม่เห็นข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง หรือมองเห็นภาพซ้อนแบบฉับพลัน F (Face): หน้าเบี้ยว ปากตก ยิ้มไม่เท่ากัน A (Arm): แขนหรือขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก S (Speech): พูดไม่ชัด พูดลำบาก หรือฟังไม่เข้าใจ และ T (Time): ใช้เวลาในการมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะ ‘Time is Brain’ ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งช่วยลดการสูญเสียเนื้อสมอง ลดความพิการ และลดความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมในอนาคตได้ ทั้งนี้ การป้องกัน Stroke สามารถทำได้โดยการควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควบคุมเบาหวานและไขมันในเลือด งดสูบบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดหวาน มัน เค็ม ควบคุมน้ำหนักตัว ตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เพื่อป้องกันความพิการและโอกาสการเสียชีวิต ตลอดจนลดความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมในอนาคตอีกด้วย”

พญ.ชัญญา วุฒิไกรกุล อายุรแพทย์ผู้สูงอายุ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) คือภาวะที่ความผิดปกติของสมองส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการเสื่อมของการทำงานของสมองหลายด้าน ทั้งความจำ การคิด การวางแผน การตัดสินใจ การใช้ภาษา การรับรู้สิ่งรอบตัว และการทำกิจวัตรประจำวัน ภาวะสมองเสื่อมจึงไม่ใช่เพียงอาการหลงลืมตามวัย แต่เป็นความผิดปกติของสมองที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในหลากหลายมิติ หากเริ่มมีอาการลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ถามคำถามซ้ำ หลงทางในสถานที่คุ้นเคย หรือไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อมเพื่อประเมินสาเหตุและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น”

10 เหตุผลชวนหนีฝนไปพักผ่อนที่ ไพน์เฮิร์สท สนามกอล์ฟระดับตำนาน สู่ Green Lifestyle Destination

10 เหตุผลชวนหนีฝนไปพักผ่อนที่ ไพน์เฮิร์สท สนามกอล์ฟระดับตำนาน สู่ Green Lifestyle Destination

10 เหตุผลชวนหนีฝนไปพักผ่อนที่ ไพน์เฮิร์สท สนามกอล์ฟระดับตำนาน สู่ Green Lifestyle Destination

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.53 น.

ทุกครั้งที่เข้าสู่ฤดูฝน หลายคนมักยกเลิกแผนออกไปพักผ่อน โดยเฉพาะกิจกรรมกลางแจ้ง เพราะเชื่อว่า “ฝนตกแล้วไปสนามกอล์ฟไม่ได้” แต่สำหรับ  Pinehurst Golf Club & Hotel ฤดูฝนกลับเป็นช่วงเวลาที่พื้นที่สีเขียวกว่า 560 ไร่ มีชีวิตชีวามากที่สุด และกำลังกลายเป็นอีกหนึ่ง Green Lifestyle Destinationใกล้กรุงเทพฯ ที่ไม่ได้มีเพียงสนามกอล์ฟ หากแต่รวมโรงแรม คาเฟ่ ร้านอาหาร สปา สระว่ายน้ำ และพื้นที่พักผ่อนสำหรับทุกคนไว้ในที่เดียว

จากหลายคนที่รู้จัก “ไพน์เฮิร์สท” ในฐานะสนามกอล์ฟชื่อดังที่อยู่คู่กับวงการกอล์ฟไทยมายาวนานกว่า 42 ปี แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าปัจจุบัน  ที่นี่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Golf & Lifestyle Community ที่รวมทุกการพักผ่อน ทั้งสุขภาพ กีฬา อาหาร และไลฟ์สไตล์ไว้ในพื้นที่แห่งเดียวได้อย่างสมบูรณ์ครบครัน เพราะไม่ว่าคุณกำลังจะมองหาสถานที่สำหรับพักผ่อน หลังเลิกงาน หรือในวันหยุด เพื่อได้ใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงนัดพบลูกค้า หรือแม้แต่หามุมสงบสำหรับนั่งทำงานท่ามกลางวิวสีเขียว ที่นี่จึงมี 10 เหตุผล ที่จะทำให้ไพน์เฮิร์สทกลายเป็นจุดหมายที่ไม่ควรมองข้าม…

ช่วงหน้าฝน ฤดูกาลแห่งการท้าทายเพราะตลอดระยะเวลา 3-5 เดือนในช่วงกลางปี  ที่ท้องฟ้าครึ้มและสายฝนที่โปรยปราย หลายคนอาจพับแผนการออกไปพักผ่อนโดยเฉพาะกิจกรรมนอกบ้าน   แต่สำหรับ “ไพน์เฮิร์สท” ฤดูฝนกลับเป็นอีกช่วงเวลาที่เผยให้เห็นเสน่ห์ของพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใกล้กรุงเทพฯ ได้อย่างชัดเจนที่สุด เพราะที่นี่ไม่ได้มีเพียงสนามกอล์ฟ แต่ยังมีครบครันทั้งโรงแรม สปา คาเฟ่ ห้องอาหาร สระว่ายน้ำ และมุมพักผ่อน ท่ามกลางธรรมชาติที่เตรียมพร้อมต้อนรับทุกคนตลอดทั้งปี

   คุณกรณ์ภัสสร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานที่ปรึกษา Pinehurst Group ได้กล่าวว่า “ปัจจุบันคนเมืองไม่ได้มองหาสถานที่สำหรับเล่นกอล์ฟเพียงอย่างเดียว แต่กำลังมองหาพื้นที่สีเขียวที่สามารถพักผ่อน ทำงาน พบปะผู้คนและใช้เวลากับครอบครัวได้ในวันเดียว เราจึงพัฒนา Pinehurst ให้เป็นมากกว่าสนามกอล์ฟ แต่เป็น Golf & Lifestyle Community ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพราะเราอยากให้ไพน์เฮิร์สทเป็นมากกว่าสนามกอล์ฟแต่คือพื้นที่แห่งความสุข หรือ Beyond Golf   ในทุกๆ ช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นฤดูฝนที่อาจจะเป็น Low Season ของหลายธุรกิจ แต่สำหรับที่ Pinehurst เรากลับมองว่าเป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติสวยที่สุด สนามเขียวที่สุด และเหมาะที่สุดสำหรับการพักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ” ผู้บริหารกล่าว

10 เหตุผลที่ “ไพน์เฮิร์สท” กลายเป็น Green Lifestyle Destination ที่ทำให้หลายคนมาเยือน แม้ไม่ได้ถือไม้กอล์ฟ 

1. สนามกอล์ฟระดับตำนาน แต่ใกล้กรุงเทพฯ เพียงนิดเดียว

ไพน์เฮิร์สทตั้งอยู่ในย่านรังสิต จังหวัดปทุมธานี เดินทางสะดวกจากใจกลางกรุงเทพฯ ใช้เวลาไม่นาน เหมาะสำหรับการพักผ่อนแบบ One Day Trip หรือ Weekend Escape โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกลเหมือนการออกต่างจังหวัด

2. สนามแชมเปี้ยนชิพคอร์ส 27 หลุม มาตรฐานระดับสากล

สนามได้รับการออกแบบโดย Mr. Yoshihara Aihara สถาปนิกสนามกอล์ฟชื่อดังจากญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยสนามขนาด 27 หลุม แบ่งออกเป็น North Course, West Course และ South Course ซึ่งแต่ละคอร์สมีเอกลักษณ์และความท้าทายที่แตกต่างกัน

3. สนามประวัติศาสตร์ที่เคยต้อนรับการแข่งขันระดับโลก

ไพน์เฮิร์สทเคยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกอล์ฟรายการระดับนานาชาติ อาทิ Johnnie Walker Classic International ปี 1992 และ Thailand Open ปี 1994 และได้รับการคัดเลือกให้เป็น ที่พักอย่างเป็นทางการสำหรับนักกีฬาแบดมินตัน และ นักกีฬาโปโลน้ำจากหลายชาติ ในการแข่งขัน มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33  สะท้อนถึงมาตรฐานและคุณภาพที่ได้รับการยอมรับมาอย่างยาวนาน

4. สนุกกับ Night Golf ได้แม้หลังเลิกงาน และพบกับสนามไดร์ฟ (Driving Range) โฉมใหม่

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ไพน์เฮิร์สทแตกต่างคือการเปิดให้บริการ Night Golf สำหรับผู้ที่มีเวลาว่างหลังเลิกงาน หรือผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงอากาศร้อนในช่วงกลางวัน ทำให้สามารถออกรอบได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น ล่าสุดได้เปิดให้บริการ สนามไดร์ฟ(Driving Range) โฉมใหม่

5. สัมผัสหลุมซิกเนเจอร์แห่งความท้าทาย

หนึ่งในจุดที่นักกอล์ฟต้องไม่พลาดคือ หลุม 8 ของ West Course ซึ่งมีแท่นทีออฟพิเศษบน “สกายวอล์ค” ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ สร้างทั้งความตื่นเต้น ความท้าทาย และมุมถ่ายภาพที่สวยงามไม่เหมือนสนามใด

6. โรงแรมสไตล์รีสอร์ท ท่ามกลางธรรมชาติ

สำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนต่อเนื่อง ไพน์เฮิร์สทมีโรงแรมสไตล์รีสอร์ทที่โอบล้อมด้วยพื้นที่สีเขียว เหมาะสำหรับการพักผ่อนในวันหยุด การจัดสัมมนา หรือการพักค้างคืนหลังออกรอบ

7. สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ และฟิตเนสที่มีอุปกรณ์ออกกำลังกายครบครัน สำหรับทุกคนในครอบครัว                        

8. ผ่อนคลายกับสปาและนวดแผนไทย  

หลังจากการออกรอบหรือการประชุมทางธุรกิจ สามารถผ่อนคลายร่างกายด้วยบริการสปาและนวดแผนไทย

9. ลิ้มรสเมนูขึ้นชื่อที่นักกอล์ฟพูดถึงหนึ่งในเมนูที่ได้รับการบอกต่อมายาวนานคือ “ข้าวขาหมูไพน์เฮิร์สท”

เมนูซิกเนเจอร์ที่ได้รับความนิยมจากทั้งนักกอล์ฟชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงเมนูอาหารไทยและนานาชาติอีกหลากหลายรายการที่พร้อมรองรับทุกกลุ่มลูกค้า

10. คาเฟ่วิวแฟร์เวย์ มุมพักผ่อนแห่งใหม่ของคนเมือง

นอกจากสนามกอล์ฟแล้ว ไพน์เฮิร์สทยังมีคาเฟ่บรรยากาศสบาย ๆ พร้อมวิวแฟร์เวย์สีเขียว ให้ผู้มาเยือนได้นั่งจิบกาแฟ เครื่องดื่มแก้วโปรด หรือเพลิดเพลินกับเบเกอรี่หลากหลายเมนู เหมาะสำหรับการนัดพบ พูดคุยธุรกิจ หรือแม้แต่ใช้เป็น Working Space ท่ามกลางธรรมชาติ

ในวันที่ฝนทำให้หลายคนยกเลิกแผนการเดินทาง Pinehurst กลับเชื่อว่านี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการใช้เวลากับธรรมชาติเติมพลังให้ร่างกาย และหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ โดยไม่ต้องเดินทางไกล …..คุณพร้อมจะหนีฝนไปพักผ่อนที่ “ไพน์เฮิร์สท” กันหรือยัง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ : 02-5168679-84 /  Line : @pinehurstline

Website: http://www.pinehurst.co.th / Facebook : Pinehurst Golf Thailand  / Instagram : @pinehurstgolf.hotel  LINE: @pinehurstline

รพ.จุฬาภรณ์ ชวนใส่ใจสุขภาพสมอง ในงาน “CRA BRAIN POWER” เนื่องในวันสมองโลก 69

รพ.จุฬาภรณ์ ชวนใส่ใจสุขภาพสมอง  ในงาน “CRA BRAIN POWER” เนื่องในวันสมองโลก 69

รพ.จุฬาภรณ์ ชวนใส่ใจสุขภาพสมอง ในงาน “CRA BRAIN POWER” เนื่องในวันสมองโลก 69

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.52 น.

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมบริการวิชาการด้านสุขภาพ “CRA BRAIN POWER สมองฟิต ชีวิตเฟิร์ม” เนื่องในวันสมองโลก 2569 เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคสมองและระบบประสาท พร้อมส่งเสริมการดูแลสุขภาพสมองเชิงป้องกันให้แก่ประชาชน โดยแบรนด์ซุปไก่สกัด ภายใต้ บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสนับสนุนการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านสุขภาพสมอง ภายในงานมีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากทีมแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาท และสหสาขาวิชาชีพ รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อกระตุ้นให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสมองในทุกช่วงวัย

นพ.ดำรงค์ สุกิจปัญญาโรจน์ และ จตุพร สุกิจปัญญาโรจน์

นพ.ดำรงค์ สุกิจปัญญาโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “สมองเป็นอวัยวะสำคัญที่ควบคุมการทำงานของร่างกาย ความคิด ความจำ การเคลื่อนไหว และการดำเนินชีวิต การหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ และการได้รับการวินิจฉัยที่รวดเร็วสำหรับโรคต่าง ๆ อาทิ โรคหลอดเลือดสมอง เนื้องอกสมอง โรคพาร์กินสัน หรือโรคทางระบบประสาทอื่น ๆ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความรุนแรงและคืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ป่วยได้ ทั้งนี้ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์มุ่งมั่นพัฒนาการดูแลผู้ป่วยแบบครบวงจร ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทาง สหสาขาวิชาชีพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกัน ลดปัจจัยเสี่ยง และเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม”

จตุรพร ธนาพรสังสุทธิ์ รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ (BRAND’S) กล่าวว่า “สุขภาพสมองเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้ การทำงาน และการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในทุกช่วงวัย การดูแลสุขภาพสมองจึงเป็นสิ่งที่ควรเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการใช้ชีวิตในระยะยาว แบรนด์มุ่งมั่นพัฒนาและส่งมอบผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทุกช่วงวัยภายใต้ปรัชญา Seikatsusha ที่ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง พร้อมนำนวัตกรรมและองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย โดย ‘แบรนด์ซุปไก่สกัด’ มีคาร์โนซีนและวิตามินบี 12 ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบประสาทและสมอง ขณะที่ ‘แบรนด์ โกลด์’ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัย นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เรายังให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรจากภาครัฐ ภาคการแพทย์ และภาคสาธารณสุข เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพสมอง และยกระดับความตระหนักรู้ด้านการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันให้แก่ประชาชน โดยมุ่งให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง

โดยแบรนด์และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์มีเป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริมสุขภาพสมองและคุณภาพชีวิตของคนไทยผ่านการให้ความรู้และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยที่ผ่านมา เราได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมด้านสุขภาพในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการออกหน่วยตรวจสุขภาพ การเผยแพร่องค์ความรู้ การมอบผลิตภัณฑ์เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของโรงพยาบาลและชุมชน การเชิญบุคลากรทางการแพทย์มาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสุขภาพ ตลอดจนการสนับสนุนกิจกรรม Open House สำหรับเยาวชนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และล่าสุด ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ‘แบรนด์ โกลด์’ ยังได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรม ‘เช็กสัญญาณฟิต ชีวิตไปต่อ’ เพื่อส่งเสริมแนวคิด Active Aging และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ซึ่งสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการร่วมสร้างสังคมที่มีสุขภาวะ พร้อมส่งเสริมให้คนไทยทุกช่วงวัยสามารถดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของตนเองได้อย่างยั่งยืน”

ผศ.ป.นพ.ปโยธร เดชะรินทร์ หัวหน้างานศัลยกรรมทั่วไป แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมระบบประสาทและรังสีร่วมรักษาระบบประสาท โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง เป็นภาวะที่ผนังหลอดเลือดสมองมีการโป่งพองออก ทำให้มีโอกาสปริแตก ส่งผลให้เกิดภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองหรือภายในเนื้อสมองบริเวณนั้น ซึ่งเกิดจากปัจจัยเสี่ยงได้หลายประการ อาทิ ความดันโลหิตสูง การสูบบุหรี่ การใช้สารเสพติด อายุที่มากขึ้น หรือโรคทางพันธุกรรมบางชนิด ทั้งนี้ โรคหลอดเลือดสมองโป่งพองมักไม่แสดงอาการจนกว่าจะมีการแตกของเส้นเลือดปริเวณที่โป่งพองและมีเลือดออก ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอาการปวดศีรษะ ซึ่งบ่อยครั้งเป็นอาการปวดศีรษะที่รุนแรงที่สุดในชีวิต นอกจากนี้ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน แขนขาอ่อนแรง ระดับความรู้สึกตัวลดลง และในรายที่รุนแรงอาจเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ หากเกิดการแตกซ้ำ ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหรือพิการอาจสูงถึงร้อยละ 50–70 ปัจจุบัน แนวทางรักษามี 3 วิธีหลัก คือ 1. การผ่าตัดหนีบหลอดเลือดบริเวณที่โป่งพองเพื่อป้องกันการแตก  2. การรักษาผ่านสายสวนด้วยเทคโนโลยีการอุดหลอดเลือดที่โป่งพองด้วยขดลวดขนาดเล็ก ซึ่งในปัจจุบัน มีอุปกรณ์เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การรักษาผ่านสายสวนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ขดลวดหรือ stent ที่มีตาถี่อย่างละเอียดเพื่อเปลี่ยนทางเดินเลือดไม่ให้เข้าสู่บริเวณที่เส้นเลือดสมองโป่งพอง และแนวทางสุดท้ายคือการติดตามอาการในกรณีที่ความเสี่ยงต่ำ

ทั้งนี้ การพิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ขนาดและตำแหน่งของหลอดเลือดสมองที่โป่งพอง การเข้าถึงโดยการผ่าตัด ความเสี่ยงของแต่ละวิธี รวมถึงอายุและสุขภาพของผู้ป่วย นอกจากนี้ โรงพยาบาลฯ ยังพร้อมนำเสนอความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการผ่าตัดสมองแผลเล็ก (Minimally Invasive Brain Surgery) และการผ่าตัดผ่านโพรงจมูกเพื่อรักษาเนื้องอกฐานกะโหลกและต่อมใต้สมอง ซึ่งช่วยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อสมอง ลดความเจ็บปวด ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็ว ควบคู่กับการดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพ เพื่อให้ได้รับการรักษาที่ครอบคลุมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด”

พญ. อาทิตา ชูหลำ อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke เป็นภาวะที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ และเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุนี้ ประชาชนจึงควรตระหนักถึงสัญญาณเตือนด้วยหลัก FAST  ประกอบด้วย B (Balance): เวียนศีรษะร่วมกับอาการสูญเสียการทรงตัวทันทีทันใด E (Eye): ตามืดบอด มองไม่เห็นข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง หรือมองเห็นภาพซ้อนแบบฉับพลัน F (Face): หน้าเบี้ยว ปากตก ยิ้มไม่เท่ากัน A (Arm): แขนหรือขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก S (Speech): พูดไม่ชัด พูดลำบาก หรือฟังไม่เข้าใจ และ T (Time): ใช้เวลาในการมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะ ‘Time is Brain’ ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งช่วยลดการสูญเสียเนื้อสมอง ลดความพิการ และลดความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมในอนาคตได้ ทั้งนี้ การป้องกัน Stroke สามารถทำได้โดยการควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควบคุมเบาหวานและไขมันในเลือด งดสูบบุหรี่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดหวาน มัน เค็ม ควบคุมน้ำหนักตัว ตรวจสุขภาพเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เพื่อป้องกันความพิการและโอกาสการเสียชีวิต ตลอดจนลดความเสี่ยงของภาวะสมองเสื่อมในอนาคตอีกด้วย”

พญ.ชัญญา วุฒิไกรกุล อายุรแพทย์ผู้สูงอายุ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “ภาวะสมองเสื่อม (Dementia) คือภาวะที่ความผิดปกติของสมองส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการเสื่อมของการทำงานของสมองหลายด้าน ทั้งความจำ การคิด การวางแผน การตัดสินใจ การใช้ภาษา การรับรู้สิ่งรอบตัว และการทำกิจวัตรประจำวัน ภาวะสมองเสื่อมจึงไม่ใช่เพียงอาการหลงลืมตามวัย แต่เป็นความผิดปกติของสมองที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในหลากหลายมิติ หากเริ่มมีอาการลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ถามคำถามซ้ำ หลงทางในสถานที่คุ้นเคย หรือไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเกี่ยวกับภาวะสมองเสื่อมเพื่อประเมินสาเหตุและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น”

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากผู้ป่วยและครอบครัว เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความเข้าใจในการดูแลผู้ป่วยโรคสมอง รวมถึงกิจกรรม Mini Workshop “ฟิตสมองได้ในชีวิตจริง” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การฝึกสมาธิและกิจกรรมกระตุ้นสมองจากผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้ ภายใน Experience Zone ผู้เข้าร่วมงานสามารถเข้ารับบริการตรวจสุขภาพและร่วมกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพสมอง อาทิ การตรวจอัลตราซาวด์หลอดเลือดคอ การประเมินดัชนีมวลกาย วัดความดันโลหิต ตรวจองค์ประกอบร่างกาย เกมทดสอบความจำ เกมฝึกสมอง การให้คำแนะนำด้านโภชนาการเพื่อบำรุงสมอง เทคนิคการจัดการความเครียด รวมถึงกิจกรรมสะสมแต้มเพื่อรับของที่ระลึก และกิจกรรมถ่ายภาพ Brain Power Challenge

สำหรับกิจกรรม ‘CRA BRAIN POWER สมองฟิต ชีวิตเฟิร์ม’ ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ด้านการดูแลสุขภาพสมองแก่สาธารณชน และในอนาคต BRAND’S พร้อมเดินหน้าร่วมเป็นพันธมิตรกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์อย่างต่อเนื่อง ผ่านการสนับสนุนกิจกรรมสุขภาพ การจัดเสวนา และโครงการรณรงค์ต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพสมอง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนในทุกช่วงวัย” รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด กล่าวเสริม

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://brandsworld.co.th/products และ LINE Official Account @brandsworld

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทอดพระเนตรหนังสือประกอบนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล ณ กรุงปารีส

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทอดพระเนตรหนังสือประกอบนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล ณ กรุงปารีส

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทอดพระเนตรหนังสือประกอบนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล ณ กรุงปารีส

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.37 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จพระราชดำเนิน ทอดพระเนตร หนังสือประกอบนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล “La Mode en Majesté – Royal Thai Dress: From Tradition to Modernity“  ที่วางขาย ณ ร้านหนังสือ Librairie Galignani กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ในประเทศไทย หนังสือประกอบนิทรรศการราชพัสตราสู่สากล “La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้านพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ

หนังสือ “La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity”  ถ่ายทอดเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างไทยและฝรั่งเศสที่มีมายาวนาน ผ่านฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ผสมผสานธรรมเนียมการแต่งกายแบบไทยและแฟชั่นโอต์กูตูร์จากฝรั่งเศส รวมถึงฉลองพระองค์ชุดไทยและเครื่องแต่งกายร่วมสมัยที่ตัดเย็บจากผ้าไทย โดยหนังสือเล่มนี้มีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นบรรณาธิการ

ภายในเล่มยังรวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับความเป็นมาของชุดไทยพระราชนิยม งานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่า และผ้าทอมือ ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทย หนังสือ “La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้านพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ราคาเล่มละ 2,000 บาท ทั้งนี้ สามารถสอบถามหรือสั่งซื้อได้ทางข้อความเพจ หรือ LINE Official: @qsmtshop หรือ https://lin.ee/vLs5iqZ

คุณแหน : 24 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 24 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 24 กรกฎาคม 2569

วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล องคมนตรี  เชิญสัญญาบัตร พัดยศ และผ้าไตร ถวายแด่ พระราชปริยัติวัชรานุกูล พระราชวัชรชัยเมธี พระราชสุทธิวัชรสุธี พระราชอุดมวัชรเมธี และพระศรีวชิรธรรมสุธี ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569..
  • โชตินรินทร์ เกิดสม ผวจ.ภูเก็ต เป็นประธานมอบประกาศเกียรติคุณให้ เนเน่ รอยัล หรือ น้องแพรว – รัตติกานต์ อำลอย เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติแก่เยาวชนต้นแบบผู้มีความสามารถทางดนตรีและสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติและจ.ภูเก็ต..
  • ชาว ปธพ 1. ร่วมยินดีกับ ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล ที่ได้รับโปรดเกล้าฯเป็น อธิการบดี ม.เชียงใหม่ อีกวาระหนึ่งเป็นสมัยที่ 2..
  • ยินดีกับ ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ที่ได้เป็น ประธานกรรมการ คณะกรรมการ สนง.เทคโนโลยีและ นวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์..
  • คณะกรรมการมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ ร่วมเลี้ยงวันเกิดครบ 8 รอบ ให้ ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ โดยมี ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง, ผศ.(พิเศษ) ภก.ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, ม.ร.ว.อัจฉรา ขจรวิทยา, ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์-พญ.สุภาณี ศุกระฤกษ์, พลตรีหญิงวันดี ลีเลิศวราวงศ์, พลตรีหญิงบุศรา อินทรทัต, พลตรีหญิงกฤติยา บัวหลวงงาม, ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, ดร.ตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ ร่วมด้วย..
  • มิตรสหายปลื้มใจแทน ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ที่ NER ได้รับรางวัล บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 ในหมวดการเกษตร จาก วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ในงาน MONEY & BANKING AWARDS 2026 สะท้อนศักยภาพการดำเนินธุรกิจและการกำกับดูแลที่โดดเด่น..
  • ชวลิต กาญจนชัยภูมิ และครอบครัว บริจาคเงิน เพื่อหน่วยโรคปอด ฝ่ายอายุรศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ โดยมี ผศ.นพ. ธิติวัฒน์ ศรีประสาธน์ รับมอบ..
  • พื่อนๆ Digital CEO#7 ดีใจกับ รศ.ดร.สถาพร เชื้อเพ็ง ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น รองอธิการบดีวิทยาเขตศรีราชา ม.เกษตรศาสตร์ ต่ออีก 1 วาระ..
  • อารยา ยมนา วันเกิดได้ไปทำบุญที่วัดพระรามเก้า แล้วทานข้าวฉลองกับครอบครัวที่บ้านพร้อมเป่าเค้ก ปักเทียนเล่มเดียวเพราะถ้าปักเท่าอายุจะนับไม่ไหว..
  • รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ขอแสดงความยินดีกับ ดช.วรินทร ทองพรหม ชั้น ม. 2 /26 ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทดาบฟอย-บุคคลชาย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี จากการแข่งขันกีฬาฟันดาบสากล รายการ TFF Minime & Veteran Challenge 2026 ณ ม.การกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตชลบุรี..
  • สภาเภสัชกรรม เชิญเภสัชกรทุกสาขา เข้าร่วมประชุม Pharmacy Research & Innovation Summit (PRIS 2026) มุ่งเน้นแนวคิด “Pharmacy Research & Innovation Driving Sustainable Healthcare” จัดขึ้น 29-30 ต.ค. ณ ห้อง Jupiter 4-13 อาคารชาเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ลงทะเบียนราคาพิเศษ Early Bird บัดนี้ถึง 31 สค. ได้ที่ https://pris.pharmacycouncil.org/..

น้องใหม่

พม. – สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ร่วมเชิดชูหญิงไทย ในงาน ‘วันสตรีไทย’ ตามรอยแม่หลวงของแผ่นดิน

พม. - สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ร่วมเชิดชูหญิงไทย  ในงาน ‘วันสตรีไทย’  ตามรอยแม่หลวงของแผ่นดิน

พม. – สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ร่วมเชิดชูหญิงไทย ในงาน ‘วันสตรีไทย’ ตามรอยแม่หลวงของแผ่นดิน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 22.39 น.

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำโดย ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ฯ พร้อมด้วย ศิริพร โรจนสุกาญจน รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “วันสตรีไทย” ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “แม่หลวงของแผ่นดิน สถิตถิ่นทิพย์วิมาน สตรีไทยตั้งปณิธาน สานต่องานศิลป์แผ่นดิน” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569  ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์  ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยงานแถลงข่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569  ณ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ บ้านพระกรุณานิวาสน์

งานวันสตรีไทย ประจำปี 2569 มีวัตถุประสงค์สำคัญของการจัดงาน เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานให้วันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสตรีไทย และเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2569 เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 รวมถึงยังเป็นวาระสำคัญให้สังคมตระหนักถึงศักยภาพของสตรีไทย ในบทบาทผู้เป็นพลังสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนสังคมและผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง    อีกทั้งการสืบสานพระราชปณิธาน สู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และความมั่นคงของครอบครัว

ภายในงานจะมีการจัดแสดงนิทรรศการ ได้แก่ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นิทรรศการของกระทรวง พม. และสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ นิทรรศการเชิดชูเกียรติสตรีไทยดีเด่นและเยาวสตรีไทยดีเด่น นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การออกร้านแสดงสินค้าจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร้านโกลเด้น เพลซ ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอาชีพสตรีและครอบครัว รวมถึงการสาธิตศิลปหัตถกรรมไทย และการทำผ้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่น

ในการนี้นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน พร้อมพระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติแก่สตรีไทยดีเด่น และพระราชทานเกียรติบัตรแก่เยาวสตรีไทยดีเด่น ประจำปี 2569

งาน “วันสตรีไทย” ประจำปี 2569 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “แม่หลวงของแผ่นดิน สถิตถิ่นทิพย์วิมาน สตรีไทยตั้งปณิธาน สานต่องานศิลป์แผ่นดิน” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569  ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปร่วมรับชมภาพบรรยากาศของการจัดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2569 ผ่านการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง NBT HD และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ตั้งแต่ เวลา 16.00  น. เป็นต้นไป

บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็นช่วยเหลือทหารและประชาชนผู้ยากไร้ ต.กกสะทอน จ.เลย

บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็นช่วยเหลือทหารและประชาชนผู้ยากไร้ ต.กกสะทอน จ.เลย

บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็นช่วยเหลือทหารและประชาชนผู้ยากไร้ ต.กกสะทอน จ.เลย

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.47 น.

นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิง ธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหาร บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอนและของใช้จำเป็น  การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ “บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ ลู่แผ่นดินแห่งพระบารมี” ณ อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

สองผู้บริหารบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิง ธีรธร ทองก้อนใหญ่ ร่วมบริจาคอุปกรณ์ช่วยเหลือทหารและประชาชนผู้ยากไร้ ต.กกสะทอน จ.เลย ในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ “บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ ลู่แผ่นดินแห่งพระบารมี” ณ อุทยานเทิดพระเกียรติบ้านหมากแข้ง ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ในพื้นที่ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภายใต้ชื่องาน “บ้านหมากแข้ง จากสมรภูมิ สู่แผ่นดินแห่งพระบารมี” โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย และคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อร่วมกิจกรรมและมอบสิ่งของแก่ประชาชนในพื้นที่ตลอดทั้งวัน

นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิง ธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหารบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ต้อนรับ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประธานในพิธีเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกองทัพและหน่วยงานภาครัฐ ในโอกาสเยี่ยมชมบูธ และชมการคัดกรองผู้ป่วยด้วยเครื่อง”Eyetronix (อายทรอนิค)”ซึ่งใช้นวัตกรรมในการคัดกรองศักยภาพสมอง และ Neurosight (นิวโรไซต์)ซึ่งเป็นระบบฟื้นฟูสมรรถภาพทางปัญญาด้วยเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง

ในโอกาสนี้ นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหารในนามบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้ร่วมสนับสนุนสิ่งของเพื่อมอบให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ ต.กดสะทอน ประกอบด้วย สมาร์ทโปรเจคเตอร์ สำหรับใช้ในการเรียนการสอนและการอบรม รวมทั้ง ผ้าอ้อมอนามัยสำหรับเด็ก ,พัดลม ,หม้อหุงข้าว,และเตาไมโครเวฟ
แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “สิ่งของดังกล่าวจะถูกนำไปมอบให้แก่โรงเรียนและประชาชนในพื้นที่ตำบลกดสะทอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนและถุงยังชีพที่จัดขึ้นตลอดเส้นทาง ตั้งแต่บ้านห้วยมุ่น บ้านหมากแข้ง ไปจนถึงบ้านหมันขาว”

“นอกจากการมอบสิ่งของแล้ว บริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ได้จัดหน่วยบริการเคลื่อนที่นำเทคโนโลยี Eyetronix (อายทรอนิค)ซึ่งใช้นวัตกรรมในการคัดกรองศักยภาพสมอง และ Neurosight (นิวโรไซต์)ซึ่งเป็นระบบฟื้นฟูสมรรถภาพทางปัญญาด้วยเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง ลงพื้นที่ตำบลกกสะทอนเป็นครั้งแรก เพื่อให้บริการตรวจคัดกรองและฟื้นฟูสมองแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกำลังพลในพื้นที่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ถือเป็นการต่อยอดพันธกิจของบริษัทฯ จากการบริจาคสิ่งของพื้นฐาน สู่การส่งมอบองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านสุขภาพที่ทันสมัยให้ถึงมือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างแท้จริง” แพทย์หญิงธีรธร กล่าว

นายแพทย์ กัมพล โซ่เจริญธรรม และ แพทย์หญิง ธีรธร ทองก้อนใหญ่ สองผู้บริหารบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ต้อนรับ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประธานในพิธีเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากกองทัพและหน่วยงานภาครัฐ ในโอกาสเยี่ยมชมบูธ และชมการคัดกรองผู้ป่วยด้วยเครื่อง”Eyetronix (อายทรอนิค)”ซึ่งใช้นวัตกรรมในการคัดกรองศักยภาพสมอง และ Neurosight (นิวโรไซต์)ซึ่งเป็นระบบฟื้นฟูสมรรถภาพทางปัญญาด้วยเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง

การร่วมกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด ในการมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม และแบ่งเบาภาระของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งได้รับความชื่นชมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ บวงสรวงเทพยดาครูอาจารย์ เตรียมเปิดม่านโขน 2569 เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สีดา ​

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ บวงสรวงเทพยดาครูอาจารย์  เตรียมเปิดม่านโขน 2569 เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สีดา     ​

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ บวงสรวงเทพยดาครูอาจารย์ เตรียมเปิดม่านโขน 2569 เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สีดา ​

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.42 น.

 ​มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดพิธีบวงสรวงเทพยดาครูอาจารย์และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ โดยมี พันโท สมชาย กาญจนมณี รองเลขาธิการพระราชวังและรองประธานกรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นผู้แทนไปเป็นประธานในพิธีบวงสรวงเทพยดาครูอาจารย์และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อบอกกล่าวขออนุญาตเทพยดาครูอาจารย์ให้ช่วยเปิดทาง ปกป้องคุ้มครองและอำนวยพรให้การจัดสร้างฉากการแสดงโขนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สีดา เป็นไปอย่างราบรื่นและสำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี และเพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลต่อคณะดำเนินงาน นักแสดง และผู้เข้าร่วมพิธี  ขึ้น ในวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.09 น. ณ อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สำหรับปี 2569 มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กำหนดจัดการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน สีดา ขึ้น ในระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน – วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม 2569 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระราชปณิธาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สีดา จึงเป็นมากกว่าการแสดงนาฏศิลป์ แต่เป็นการแสดง เพื่อร่วมสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทย ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงวางรากฐาน และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสำคัญสนองพระราชปณิธาน สืบสาน รักษา ต่อยอด เพื่อรักษาศิลปะชั้นสูงของชาติให้คงอยู่อย่างงดงามจากรุ่นสู่รุ่น นับเป็นความโชคดีของคนไทยและประเทศไทย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขน อย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ เป็นการธำรงนาฏศิลป์ อันทรงคุณค่าของชาติให้สืบทอดอยู่อีกนานเท่านาน

เบื้องหลังความยิ่งใหญ่ของการแสดง มิใช่เพียงความงดงามบนเวที หากแต่เป็นผลจากพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมุ่งฟื้นฟู อนุรักษ์ และสืบสานศิลปะโขนของชาติ ควบคู่กับการอนุรักษ์งานช่างศิลป์ไทยอันประณีต ให้กลับมามีชีวิตและเปล่งประกายอีกครั้ง ผ่านการดำเนินงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จนก่อให้เกิดเวทีแห่งการเรียนรู้ การถ่ายทอดองค์ความรู้และการสร้างศิลปินรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดสร้างฉากและอุปกรณ์การแสดง เครื่องประกอบฉาก หัวโขน ตลอดจน เครื่องพัสตราภรณ์อันงดงามประณีต..มาร่วมกันอนุรักษ์ สนับสนุน และส่งต่อโขนให้คงอยู่คู่สังคมไทย เพื่อให้ศิลปะการแสดงอันทรงคุณค่านี้ยังคงเปล่งประกายสู่คนรุ่นต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สีดา ดำเนินเรื่องตามบทพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) จับตอนตั้งแต่ พระลักษมีอวตารเป็นนางสีดา ได้ราชาภิเษกกับพระรามผู้เป็นพระนารายณ์อวตาร ครั้นเมื่อติดตามพระรามออกผนวชในป่าจึงถูกทศกัณฐ์ลักพาตัวไปยังกรุงลงกา พระรามพร้อมพลวานรจึงยกทัพไปสังหารเหล่ายักษ์และทศกัณฐ์จนสำเร็จ นางสีดาผู้ถูกลักพาตัวไปอยู่ในเมืองยักษ์นานหลายปีเมื่อกลับมายังกรุงอโยธยาจึงต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ จึงทำพิธีเดินลุยไฟเพื่อพิสูจน์ตน และด้วยความรักแท้อันบริสุทธิ์ของนางสีดา จึงไม่ถูกไฟร้อนต้องกาย พร้อมทั้งมีดอกบัวรองรับทุกย่างก้าว พระรามจึงรับนางสีดา และครองกรุงอโยธยา ด้วยความสงบสุข เรื่องราวยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ เหตุใดนางสีดาจึงต้องจำจากไปอาศัยอยู่กลางป่าพร้อมพระโอรส ผู้เก่งกล้าอีกสองพระองค์ ติดตามรับชมได้ในการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สีดา เปิดจำหน่ายบัตรในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : Khon Performance โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

ทั้งนี้ อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน (All About Khon) เป็นสถานที่จัดสร้างฉาก อุปกรณ์ประกอบฉาก และงานจิตรกรรม เป็นแหล่งเรียนรู้นาฏกรรมชั้นสูงของไทย เป็นสถานที่ที่รวบรวมเรื่องราวและความรู้เกี่ยวกับศิลปะการแสดงโขนอย่างครบวงจร จัดแสดงผลงานศิลปกรรมแขนงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงโขน ไม่ว่าจะเป็น ฉาก เครื่องประกอบฉาก หัวโขน ตลอดจน เครื่องพัสตราภรณ์อันงดงามประณีต และจัดสร้างฉากการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการที่นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโขนอย่างละเอียด พร้อมทั้งมีสื่อมัลติมีเดียที่ช่วยให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้นเปิดทำการให้ผู้สนใจเข้าชม ทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยจำหน่ายบัตรเข้าชม เวลา 09.30 – 15.30 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-3535-2991

รมว.ซาบีดา ร่วมเปิดตัวกิจกรรม “Thai Local Food to World Food” และตราสัญลักษณ์ “Thailand Best Local Food”

รมว.ซาบีดา ร่วมเปิดตัวกิจกรรม “Thai Local Food to World Food” และตราสัญลักษณ์ “Thailand Best Local Food”

รมว.ซาบีดา ร่วมเปิดตัวกิจกรรม “Thai Local Food to World Food” และตราสัญลักษณ์ “Thailand Best Local Food”

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.11 น.

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการแถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรมการยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นสู่อาหารโลก “Thai Local Food to World Food” พร้อมเปิดตัวตราสัญลักษณ์ “Thailand Best Local Food” (TBLF) ภายใต้แนวคิด “The Lost Taste : The Living Heritage” เพื่อยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นที่ทรงคุณค่าให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ผ่านการเชื่อมโยงมิติด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมี นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้ทรงคุณวุฒิของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สื่อมวลชน และผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.00 น.

กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ดำเนินโครงการ “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste” อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน จนสามารถรวบรวมองค์ความรู้อาหารไทยพื้นถิ่นจากทั้ง 77 จังหวัด รวมกว่า 231 เมนู ในปี 2569 นี้ จึงได้จัดกิจกรรมการยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นสู่อาหารโลก “Thai Local Food to World Food” โดยพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานใหม่ในระดับสากล ภายใต้ชื่อ “Thailand Best Local Food” ผ่าน เพื่อเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพและอัตลักษณ์ของอาหารไทยที่ทั่วโลกยอมรับ พร้อมจัดกิจกรรมสำคัญคือการเปิดรับสมัครผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศเพื่อเข้ารับการคัดเลือก โดยมีร้านอาหารสมัครเข้าร่วมกว่า 170 ร้าน ซึ่งผ่านกระบวนการตรวจประเมินอย่างเข้มข้นจนได้ “5 ร้านอาหารต้นแบบ” ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thailand Best Local Food โดยมีความเป็นเลิศใน 3 ด้าน ได้แก่ คุณค่าความเป็นมรดกของอาหารไทย (Heritage Value) การต่อยอดอาหารไทย (Culinary Interpretation) และมาตรฐานการดำเนินงานเป็นเลิศ (Restaurant Excellence) ร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ฯ แบ่งเป็น 2 สาขา ได้แก่ ด้านการรักษารากวัฒนธรรมสูตรดั้งเดิม หรือ Classic Selection ประกอบด้วย ร้านข้าวสารเสก กทม. เมนูแกงรัญจวน, ร้านโต๊ะแดง จ.ภูเก็ต เมนูยำย่าหนัด,  ร้านบูชาแกลเลอรี่ แอนด์ เรสเตอรองต์ จ.ภูเก็ต เมนูข้าวเหนียวเหลือง, ร้านหมก จ.อุบลราชธานี เมนูวุ้นตาลน้ำกะทิ และ ด้านการสร้างสรรค์ร่วมสมัยที่คงแก่นแท้ของเมนู หรือ Creative & Innovative Selection คือ ร้าน Bo.lan กทม. เมนูหลนปลาส้ม

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า “กระทรวงวัฒนธรรมมุ่งขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด ‘Ministry of Culture New Era : กระทรวงวัฒนธรรมยุคใหม่ ก้าวไกลสู่สากล’ โดยใช้วัฒนธรรมเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก โครงการ ‘Thai Local Food to World Food’ จึงเป็นตัวอย่างที่สะท้อนการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสู่คุณค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านการสืบสานภูมิปัญญาอาหารไทย สร้างโอกาสให้ชุมชนและผู้ประกอบการ พร้อมผลักดันอัตลักษณ์อาหารไทยสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ เพราะการอนุรักษ์วัฒนธรรมในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการรักษาอดีตไว้ แต่คือการทำให้วัฒนธรรมยังคงมีชีวิตและสร้างคุณค่าให้แก่ผู้คนได้อย่างยั่งยืน”

ภายใต้โครงการดังกล่าว กรมส่งเสริมวัฒนธรรมยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรจากภาคเอกชนและภาคธุรกิจชั้นนำ เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดตลอดช่วง เดือนสิงหาคม–ตุลาคม 2569 โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ “The Lost Taste Restaurant Month” ตลอดเดือนกันยายน ซึ่งร้านอาหารต้นแบบทั้ง 5 ร้านจะร่วมสร้างสรรค์เมนูพิเศษจากสูตรอาหารไทยพื้นถิ่นที่หาชิมได้ยาก พร้อมมอบโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรเพื่อชวนนักชิมกลุ่มเป้าหมายและประชาชนออกเดินทางตามรอยอาหารไทยพื้นถิ่น เพื่อเปลี่ยน “รสชาติที่กำลังหายไป” ให้เป็น “ปลายทางยอดนิยม” กระตุ้นยอดขายให้แก่ผู้ประกอบการอย่างเห็นผลจริง โดยภายในงาน ยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารของหน่วยงานและองค์กรพันธมิตรที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการ เข้าร่วมงานแถลงข่าวและแสดงพลังความร่วมมือในการผลักดันอาหารไทยพื้นถิ่นสู่เวทีสากล ได้แก่ เครือเจริญโภคภัณฑ์, KTC, SC, Grab Thailand, Gother, Centara Hotels & Resorts, TAGTHAi, Silver Voyage Club, Lifestyle and Travel Media และ Chic Car Rent

ด้าน นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวเสริมว่า “กรมส่งเสริมวัฒนธรรมเชื่อมั่นว่า กิจกรรม “Thai Local Food to World Food” จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นจากมรดกภูมิปัญญาของชุมชน สู่พลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมออกเดินทางไปสัมผัสเมนูอาหารไทยพื้นถิ่นผ่านร้านอาหารต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการ ติดตามกิจกรรมและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตลอดช่วงเดือนสิงหาคม – ตุลาคม 2569 และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานมรดกภูมิปัญญาด้านอาหารไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนสู่เวทีโลก” ติดตามกิจกรรมและความเคลื่อนไหวต่าง ๆ  ของโครงการได้ที่ Facebook Page : https://www.facebook.com/thelosttaste และ www.thelosttaste.com

บทพิสูจน์ 20 ปี แห่งการเดินทางของ SAFE Fertility Clinic

บทพิสูจน์ 20 ปี แห่งการเดินทางของ  SAFE Fertility Clinic

บทพิสูจน์ 20 ปี แห่งการเดินทางของ SAFE Fertility Clinic

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.07 น.

นิยามคำว่า “ครอบครัว” ของคนไทยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จากยุคที่การมีลูกคือโซ่ทองคล้องใจ มาสู่ยุคที่หลายคนเลือกจะยังไม่มีลูก หรือมีลูกเมื่อพร้อมที่สุดเท่านั้น ความเปลี่ยนแปลงนี้คือเส้นเรื่องที่ SAFE Fertility Clinic หรือที่รู้จักกันในนาม SAFE Fertility Group PCL. เดินเคียงข้างหลากหลายความหวังในการมีครอบครัวมาตลอดเกือบ 2 ทศวรรษ ในฐานะหนึ่งในคลินิกรักษาผู้มีบุตรยากชั้นนำของประเทศไทยและในระดับเอเชีย หากนับตามเส้นทางการก่อตั้งโดย นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์    (ว.14960) SAFE Fertility Clinic มีบทบาทสำคัญที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการคนมีลูกยากเป็นอย่างมาก

ยิ่งเมื่อบริบทระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป อัตราการเกิดที่ลดลง การมีบุตรในช่วงอายุที่มากขึ้น และความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นในการมีลูกที่แข็งแรงสมบูรณ์ตั้งแต่แรกเกิด คู่สมรสจำนวนมากจึงเลือกมีบุตรในช่วงอายุมากขึ้น และให้ความสำคัญกับการสร้างอาชีพ ความมั่นคงทางการเงิน รวมถึงความพร้อมในชีวิตมากกว่า 

นิยามครอบครัวที่เปลี่ยนผ่านตาม Generation กับความมุ่งมั่นของ SAFE Fertility Clinic

เมื่อรูปแบบและบริบทของสังคมเปลี่ยนแปลงไป การนิยามคำว่าครอบครัว และการมีทายาทของผู้คนแต่ละเจเนอเรชั่นก็แตกต่างกันออกไปเช่นกัน เนื่องจากถูกหล่อหลอมจากสภาพเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ในแต่ละยุคที่เติบโตมา

Gen X: ครอบครัวคือความมั่นคง จุดเริ่มต้นของ SAFE Fertility Clinic

Gen X  ให้ความสำคัญกับความมั่นคง ความเป็นปึกแผ่น และหน้าที่รับผิดชอบ นิยามของครอบครัว จึงหมายถึงความสำเร็จตามเส้นทางชีวิตที่สังคมวางไว้และเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคง รูปแบบชีวิตส่วนใหญ่ จึงเป็นไปตามแพทเทิร์นเดิม ๆ อย่าง การแต่งงาน ซื้อบ้าน ซื้อรถ มีลูก และทำงานหนักเพื่อส่งลูกเรียนสูง ๆ เพื่อให้ลูกมีอนาคตที่ดี โดยมุมมองต่อการมีลูก คือ “โซ่ทองคล้องใจ” และเป็นสัญลักษณ์ของความสมบูรณ์แบบในชีวิตครอบครัว ครอบครัวมักเป็นขนาดกลางถึงใหญ่ โดยคนในเจเนอเรชั่น X นี้ เดิมมีความเชื่อว่า แต่งงานแล้วต้องมีลูก และคนจะมาหมอเมื่อมีปัญหาจริง ๆ เท่านั้น ไม่ได้มีแนวคิดเรื่องการวางแผนล่วงหน้า นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ SAFE Fertility Clinic ได้เปิดตัวขึ้น เพื่อตอบโจทย์ผู้มีปัญหาการมีบุตรยาก พร้อมการวาง DNA ของคลินิกที่จะเริ่มต้นด้วยการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเข้ามาพัฒนาวงการเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ในประเทศไทย

Gen Y (Millennials): ครอบครัวคือ “Partnership” ที่ต้องพร้อมทั้งกาย ใจ และการเงิน

Gen Y หรือ Millennials ให้ความสำคัญกับเรื่องความพร้อมและความสุขที่สมดุล ทำให้การสร้างครอบครัวของกลุ่มนี้ เปลี่ยนจากหน้าที่ที่จำเป็นต้องแต่งงาน หรือมีครอบครัวตามแพทเทิร์นของสังคมมาสู่การเลือกและวางแผนร่วมกัน เพราะครอบครัวคือ “Partnership” ที่ต้องมีความพร้อมในหลาย ๆ ด้านก่อนที่จะก้าวไปอีกขั้น จึงมีการคิดและวางแผนอย่างรอบคอบ ทั้งด้านการเงิน การงาน และคุณภาพชีวิตทำให้หลายคู่เลือกที่จะไม่มีลูก หรือหากจะมีลูก ก็มักจะมีเมื่อพร้อมมาก ๆ และพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาช่วยเพื่อความสมบูรณ์แบบ เพื่อส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้ลูก

แม้ว่าในช่วงเวลานั้นการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ที่หลายท่านรู้จักกันในชื่อของการทำเด็กหลอดแก้ว, GIFT, IVF หรือ ICSI ยังคงถูกสังคมตั้งคำถามในแง่ของความปลอดภัยและผลลัพธ์ SAFE Fertility Clinic จึงเลือกเดินหน้าลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อลดความกังวล เพิ่มความมั่นใจ และเพิ่มอัตราความสำเร็จให้คนไข้อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นจากการนำตู้เพาะเลี้ยงตัวอ่อนระบบปิด (Embryoscope Plus) เข้ามาใช้ในประเทศไทยเป็นเครื่องแรกเพราะเราเชื่อว่าองค์ประกอบความสำเร็จของการทำ IVF/ICSI มาจากความชำนาญของแพทย์ 40% ผสานกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยถึง 60% และเพื่อตอกย้ำความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้ในระดับสาธารณะ SAFE จึงก้าวเข้าสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

Gen Z: ครอบครัวคือ “Safe Zone” ที่เน้นความอิสระและการวางแผนเฉพาะบุคคล

กลุ่ม Gen Z มีความหลากหลาย อิสระ เป็นคนรุ่นใหม่ที่กำลังเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ตอนต้น ที่ได้นิยามคำว่าครอบครัวไว้ใหม่ จนแทบไม่เหลือกรอบเดิม ครอบครัวของคนรุ่นใหม่นี้ ไม่จำเป็นต้องผูกพันด้วยสายเลือดหรือทะเบียนสมรสอีกต่อไป แต่คือ Safe Zone หรือพื้นที่ปลอดภัยทางใจ ซึ่งอาจหมายถึงกลุ่มเพื่อน คนรักเพศเดียวกัน หรือการอยู่คนเดียว เพราะการมีลูกไม่ใช่เป้าหมายหลักของชีวิตอีกต่อไป หลายคนมองว่าการเลี้ยงสัตว์ (Pet Parent) เช่น สุนัขหรือแมว คือรูปแบบครอบครัวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และอิสระของพวกเขามากกว่า และหากจะมีลูก ก็ให้ความสำคัญกับความพร้อมของโลกและสภาพสังคมที่ลูกต้องเติบโตมาเป็นอันดับแรก

จากนิยามคำว่าครอบครัวของคนรุ่นใหม่ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมนี้ จึงกลายเป็นโจทย์ที่ท้าทายของธุรกิจการแพทย์เพื่อการเจริญพันธุ์ คลินิกFertility ต่าง ๆ ไม่อาจรอให้ลูกค้าเดินเข้ามาเพื่อแค่ปรึกษาเรื่องการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) เหมือนยุคก่อนอีกต่อไป การบริการของ SAFE Fertility Clinic จึงครอบคลุมให้มากขึ้น ตั้งแต่การตรวจร่างกายและคัดกรองความเสี่ยงก่อนมีบุตร การฝากไข่ในช่วงที่ร่างกายยังแข็งแรง จนกลายเป็นเทรนด์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ยังลังเลกับอนาคต แต่ไม่อยากเสียโอกาสในการสร้างครอบครัวเมื่อมีความพร้อมทางด้านการงาน การเงิน และคู่ชีวิต รวมถึงในแง่มุมของการตอบโจทย์แนวคิดการสร้างความพร้อมที่ดีให้กับลูกที่กำลังเกิดมา  จึงได้นำเข้าเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง เช่น การสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติกับ JUNO Genetics สหรัฐอเมริกาด้วยการนำ PGTseq เทคโนโลยีการตรวจโครโมโซมตัวอ่อนแบบใหม่มาใช้เป็นครั้งแรกในเอเชีย เพื่อช่วยคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมตัวอ่อนก่อนการย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก ด้วยการอ่านผลที่ละเอียดมากขึ้นของเทคโนโลยีนี้จะเป็นข้อมูลช่วยให้ทีมแพทย์วางแผนเลือกตัวอ่อนที่มีคุณภาพในการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) ให้กับคู่รักที่วางแผนมีบุตรได้สำเร็จมากขึ้นและลดความเสี่ยงการเป็นโรคที่ผิดปกติจากโครโมโซมหรือพันธุกรรมบางโรค

ตลอดการเดินทางเกือบ20 ปีของ SAFE Fertility Clinic ที่เข้าใจและพร้อมเคียงข้างคนอยากมีลูกในทุกเจเนอเรชั่นมาโดยตลอด จึงได้มีการขยับจากการเป็นเพียง “คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก” สู่การเป็น “คลินิกเพื่อการมีบุตร โดยขยายฐานการดูแลที่ไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะคนไข้ที่มีลูกยากเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวางแผนสุขภาพเพื่อสร้างครอบครัวที่แข็งแรง สอดรับกับแนวคิด ไลฟ์สไตล์ ความพร้อม และความหลากหลายของคู่รักรุ่นใหม่ให้ทุกคนสามารถเดินเข้ามาปรึกษาได้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่คิดอยากมีลูก เพื่อเตรียมความพร้อมทางสุขภาพและสร้างทางเลือกที่หลากหลายเอาไว้ในวันที่มุมมองชีวิตเปลี่ยนไป

“ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา โลกเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน แต่วิสัยทัศน์ของ SAFE Fertility Group PCL. ไม่เคยเปลี่ยน นั่นคือการส่งมอบความหวังในการมีครอบครัว ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาตรฐานที่เชื่อถือได้ เพราะเราไม่ได้แค่ช่วยให้คนมีลูก แต่เราพร้อมช่วยวางแผนการเริ่มต้นครอบครัวให้กับครอบครัวในทุกรูปแบบ เราเชื่อว่าทุกความหวังในการสร้างครอบครัว… เริ่มต้นได้ที่ SAFE Fertility Clinic”

– นพ. วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SAFE Fertility Group PCL.สำหรับผู้ที่สนใจปรึกษาแนวทางการวางแผนมีบุตร ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานหรือก่อนมีลูก รวมถึงการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) การฉีดเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) รวมถึงการฝากไข่ กับทีมแพทย์ SAFE Fertility Clinic สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.safefertilitygroup.com