เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงฉลองพระองค์แบบชาวภูไท ออกแบบตัดเย็บโดย ‘ธีระพันธ์ วรรณรัตน์’ ศิลปินแห่งชาติ

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงฉลองพระองค์แบบชาวภูไท ออกแบบตัดเย็บโดย ‘ธีระพันธ์ วรรณรัตน์’ ศิลปินแห่งชาติ

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงฉลองพระองค์แบบชาวภูไท ออกแบบตัดเย็บโดย ‘ธีระพันธ์ วรรณรัตน์’ ศิลปินแห่งชาติ

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.32 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงฉลองพระองค์แบบชาวภูไท ตัวเสื้อผ้าไหมสีดำกุ๊นไหมแดง และพระภูษาต่อลายขิด ทรงผ้าเบี่ยงแพรวา ซึ่งทอด้วยเทคนิคการทอแบบ “ลายขิด” และ “ลายจก”  ซึ่งเป็นเทคนิคของช่างทอผ้าชาวภูไท ในอำเภอบ้านโพนจังหวัด กาฬสินธุ์ ออกแบบตัดเย็บโดย นายธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) ในโอกาสเสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทยและงานหัตถกรรมชุมชน จำนวน 30 กลุ่ม ณ สหกรณ์ศูนย์ศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวา บ้านโพน กาฬสินธุ์ จำกัด อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์

พระกระเป๋าย่านลิเภาที่ทรงถือเป็นของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระราชทานคำแนะนำในการออกแบบแก่สมาชิกเมื่อครั้งเสด็จทรงงานที่ภาคใต้

การนี้ ทรงเยี่ยมชมกลุ่มชุมชนศิลปาชีพทอผ้าไหมแพรวา จำนวน 2 ครัวเรือน โดยบ้านหลังที่ 1 เป็นการนำเสนอกระบวนการทอผ้าไหมแพรวาตั้งแต่เริ่มต้น ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ไปจนถึงกระบวนการเสร็จสิ้น และบ้านหลังที่ 2 เป็นการนำเสนอศิลปวัฒนธรรมภูไท เช่น หมอเหยา ครัวภูไท ซึ่งแสดงเอกลักษณ์ ความเป็นชาวภูไท พร้อมทั้งพระราชทานพระวโรกาสให้กลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับพระราชทานคำแนะนำในการเข้าเฝ้าปีที่ผ่านมาเข้าเฝ้าถวายผลงานและรับพระราช

ทานคำแนะนำ ซึ่งผู้ประกอบการผ้าและงานหัตถกรรมต่างน้อมนำแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และ “แฟชั่นแห่งความยั่งยืน (Sustainable Fashion)” เป็นแนวทางในการต่อยอดภูมิปัญญาทอผ้าของบรรพบุรุษ ทั้งการออกแบบลวดลายทอผ้าที่มีการพัฒนาลวดลายให้ทันสมัยควบคู่การนำลายผ้าพระราชทานลวดลายต่าง ๆ เป็นองค์ประกอบของลายผ้าผสมผสานเข้ากับลายโบราณดั้งเดิมของบรรพบุรุษ ทั้งยังมีการทำกระบวนการทอผ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการย้อมสีธรรมชาติ การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม

KEMREX ฉลองครบรอบ 15 ปี เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ฝีมือคนไทย ‘MDGT’ รุ่นล่าสุด

KEMREX ฉลองครบรอบ 15 ปี เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ฝีมือคนไทย 'MDGT' รุ่นล่าสุด

KEMREX ฉลองครบรอบ 15 ปี เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ฝีมือคนไทย ‘MDGT’ รุ่นล่าสุด

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.18 น.

บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด (KEMREX) ผู้นำด้านนวัตกรรมฐานรากเข็มเหล็ก จัดงานภายใต้แนวคิด “Beyond 300 Million : Genuine Trust, Solid Foundation” ณ KEMREX Hall @ Sukhumvit 101 โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ พิธีรับมอบกรมธรรม์ประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ (Product Liability Insurance) วงเงินความคุ้มครอง 300 ล้านบาท จาก Allianz Ayudhya ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจของบริษัท พร้อมกันนี้ยังมีการเปิดตัวนวัตกรรมรถติดตั้งเข็มเหล็ก “MDGT” ที่พัฒนาโดยคนไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำงานหน้างานก่อสร้าง

การรับมอบกรมธรรม์ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณนนท์วริศ สมฤทธิ์ฐิติกุล ตัวแทนจาก Allianz Ayudhya เป็นผู้ส่งมอบ โดยการยกระดับวงเงินความคุ้มครองของบริษัทอย่างต่อเนื่องจาก 100 ล้านบาท สู่ 200 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 300 ล้านบาทในปัจจุบัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของบริษัทประกันภัยระดับโลกต่อมาตรฐานผลิตภัณฑ์และระบบการดำเนินงานของ KEMREX ซึ่งมีประวัติการดำเนินงานที่โดดเด่นและ ไม่เคยมีประวัติการเคลมความเสียหายจากผลิตภัณฑ์ (Zero Claim History)

ภายในงานยังมีการเสวนาเกี่ยวกับมาตรฐานและการทดสอบผลิตภัณฑ์ โดยได้รับเกียรติจาก ดร.นครินทร์ ศรีสุวรรณ นักวิจัยจากสถาบันนวัตกรรมเทคโนโลยีไทย-ฝรั่งเศส ร่วมให้ข้อมูลเชิงวิชาการเกี่ยวกับการทดสอบความแข็งแรงและมาตรฐานความปลอดภัยของระบบฐานราก เพื่อยืนยันคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตรวจสอบตามหลักวิศวกรรม

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน คือการเปิดตัว “MDGT” นวัตกรรมรถติดตั้งเข็มเหล็กที่พัฒนาโดยความร่วมมือระหว่าง KEMREX และ บริษัท สุธีแทงเกอร์ แอนด์ สเปเชียลทรัคส์ จำกัด (บริษัทในเครือสุธีกรุ๊ป) ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตรถบรรทุกเฉพาะทางและรถแทงเกอร์สำหรับภาคอุตสาหกรรม โดย คุณประดิษฐ์ ธรรมมนุญกุล ผู้บริหารจากบริษัท สุธีแทงเกอร์ แอนด์ สเปเชียลทรัคส์ จำกัด ได้ร่วมบรรยายถึงสมรรถนะของรถติดตั้งที่ถูกออกแบบ “โดยคนไทย เพื่อหน้างานไทยโดยเฉพาะ” ซึ่งสามารถรองรับการทำงานที่สูงขึ้น เร็วขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหน้างานได้มากถึง 30%

คุณประเสริฐ ธรรมมนุญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด กล่าวว่า “การรับมอบกรมธรรม์ประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ วงเงินความคุ้มครอง 300 ล้านบาทในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในมาตรฐานผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจของ KEMREX ขณะเดียวกัน การเปิดตัวรถติดตั้งเข็มเหล็ก MDGT ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงตัวผลิตภัณฑ์ แต่ครอบคลุมถึงเครื่องมือและกระบวนการติดตั้งทั้งหมด เพื่อยกระดับมาตรฐานงานฐานรากของไทย และสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าและลูกค้าในทุกโครงการ”

บทเพลงพระนิพนธ์และท่วงทำนองดนตรีแห่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ ‘งามแม้เดือนเหมือนดวงจันทร์งาม’ ชะตาฟ้า พระองค์จักรฯ

บทเพลงพระนิพนธ์และท่วงทำนองดนตรีแห่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ 'งามแม้เดือนเหมือนดวงจันทร์งาม' ชะตาฟ้า พระองค์จักรฯ

บทเพลงพระนิพนธ์และท่วงทำนองดนตรีแห่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ ‘งามแม้เดือนเหมือนดวงจันทร์งาม’ ชะตาฟ้า พระองค์จักรฯ

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.02 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ หรือพระองค์จักรฯ (เดิมคือหม่อมเจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์) ทรงถวายงานแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 มาโดยตลอด นับตั้งแต่รัชกาลที่ 9 ยังทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระอนุชาธิราช

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ

พระองค์จักรฯ ทรงเป็นพระสหายในรัชกาลที่ 9 และทรงถวายงานต่าง ๆ ทั้งในด้านเกษตรกรรม งานบริหารประเทศตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ งานในตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ งานองคมนตรี และงานมูลนิธิชัยพัฒนา จวบจนพระองค์จักรฯ สิ้นพระชนม์ เมื่อปี พ.ศ. 2536

พล.ต.ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล

หม่อมอัญวิดา-พล.ต.ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล ณ อยุธยา

พล.ต.ม.จ.นวพรรษ์-หม่อมอัญวิดา ยุคล ณ อยุธยา และ ม.ร.ว.เบญจมาศ ไกรฤกษ์

พระองค์จักรฯ ทรงพระปรีชาในหลากหลายด้าน แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้หลงใหลในเสียงเพลงต่างรู้จักพระองค์เป็นอย่างดีในฐานะนักประพันธ์เพลง จนกล่าวว่าเพลงพระองค์จักรฯ มีความไพเราะและนับได้ว่าเป็นอมตะ โดยแบ่งได้เป็นเพลงที่ทรงนิพนธ์คำร้องถวายในบทเพลงพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 9 อาทิ แสงเทียน, ยามเย็น, สายฝน, เทวาพาคู่ฝัน, แก้วตาขวัญใจ, ลมหนาว, แสงเดือน, ยิ้มสู้, พรปีใหม่, Lullaby, Still on my mind เป็นต้น

พล.ต.ม.จ.นวพรรษ์-หม่อมอัญวิดา ยุคล ณ อยุธยา และ ม.ร.ว.ภวรี สุชีวะ

ม.ร.ว.เบญจมาศ ไกรฤกษ์

และยังทรงนิพนธ์บทเพลงให้วงสุนทราภรณ์อีกนับ 100 เพลง อาทิ ชะตาฟ้า พร่ำรัก ฝากรัก จากรัก สวนรัก ขยี้ใจ ดาวดล เกาะสวรรค์ กล่อมสาวงาม เธอนะเธอ หลงคอย รำวงชาวทะเล เป็นต้น และยังมีเพลงประกอบภาพยนตร์และเพลงประกอบอุปรากร อาทิ นันทาเทวี ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุ์ยุคล คณะอัศวินการละคร และเพลงร่มเกล้า ในภาพยนตร์เรื่อง เงิน เงิน เงิน ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ แห่งละโว้ภาพยนตร์

ม.ร.ว.มาลินี จักรพันธุ์ กับลูกสาว นันทมาลี ภิรมย์ภักดี

ท่านผู้หญิงมณฑินี มงคลนาวิน

คุณหญิงผะอบทิพย์ ศาตะมาน,อาสา-ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน และศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์ 

ครอบครัวไกรฤกษ์ ม.ร.ว.เบญจาภา-ศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์, ทิพยนิภา สมะลาภา และครอบครัวลูกชายคนกลาง เพิ่มศักดิ์- อชิรญา-คนธี-สุธีสันต์-ภัททิย ไกรฤกษ์

นอกจากนั้น ยังทรงนิพนธ์เพลงประจำคณะ และเพลงมหาวิทยาลัย อาทิ มาร์ชเกษตรศาสตร์ รำวงเกษตร รำวงรัฐศาสตร์ จุฬาฯ บันเทิง และจุฬาฯ แซมบา เป็นต้น

คุณหญิงกษมา วรวรรณ

อติพร สุนทรสนาน เสนะวงศ์

ศักดิ์ทิพย์ กับลูกสาว ทิพยนิภา สมะลาภา

เมื่อค่ำวันที่ 21 มีนาคม 2569 ทายาทของพระองค์จักรฯ จัดงาน The Lyrics and melodies of Prince Chakrabandh Pensiri ณ บ้านทับเลน Agalin Garden Room สำโรงเหนือ เพื่อรำลึกถึงบทเพลงพระนิพนธ์ในพระองค์จักรฯ และหาเงินสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลเกษตรศาสตร์

กุณฑิกา ไกรฤกษ์

นันทมาลี ภิรมย์ภักดี,คลาวเดีย จักรพันธุ์ และเพิ่มศักดิ์-อภิชญา ไกรฤกษ์

ทิพยนิภา สมะลาภา,เพิ่มศักดิ์-ม.ร.ว.เบญจมาศ ไกรฤกษ์

คลาวเดีย จักรพันธุ์

ในงานนี้ พลตรี หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล เสด็จร่วมงานพร้อมหม่อมอัญวิญา ยุคล ณ อยุธยา และยังมีแขกเหรื่อผู้หลักผู้ใหญ่มากมายไปร่วมงานด้วย อาทิ อาสา-ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน ท่านผู้หญิงมณฑินี  มงคลนาวิน คุณหญิงกษมา วรวรรษ ณ อยุธยา คุณหญิงผะอบทิพย์ ศาตะมาน อรนุช โอสถานนท์ กังสดาร-ศ. (เกียรติคุณ) วัลลภา เทพหัสดิน ณ อยุธยา อติพร เสนะวงศ์ ทญ. พิมสวาท วัฒนศิริโรจน์  เป็นต้น

ส่วนนักร้องคือทายาทพระองค์จักรฯ เช่น ม.ร.ว. มาลินี จักรพันธ์ุ, ม.ร.ว. เบญจาภา ไกรกฤษ์, ทิพยนิภา สมะลาภา, เพิ่มศักดิ์-คนที-สุธีสันต์-ภัททิย ไกรกฤษ์, คลาวเดีย จักรพันธ์ุ ณ อยุธยา, วรณัน ภิรมย์ภักดีล อรพิม ปลื้มอารมณ์, น.พ. ภาสนันต์ สุคันธนาค และนักร้องกิตติมศักดิ๋ เช่น วิสาขา ภูมิรัตน, รวมพร เกตุทัต, กรวิช เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ อภิชาติ อินทรวิศิษฎ์ พร้อมนักดนตรีกิตติมศักดิ์ คือ วินท์ โอสถานนท์ และ พงศธร สุรภาพ สำหรับเจ้าของสถานที่จัดงานสุดแสนโรแมนติกคือ อำนาจ คีตพรรณา สถาปนิกชื่อดังของไทย

วิธีรับมือสิวอักเสบแบบเร่งด่วน ลดบวม แดง เจ็บ ให้ไวที่สุด

วิธีรับมือสิวอักเสบแบบเร่งด่วน ลดบวม แดง เจ็บ ให้ไวที่สุด

วิธีรับมือสิวอักเสบแบบเร่งด่วน ลดบวม แดง เจ็บ ให้ไวที่สุด

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.30 น.

สิวอักเสบ ยิ่งบีบยิ่งเจ็บ ยิ่งปกปิดก็ยิ่งเห็นชัด และแน่นอนว่าไม่มีใครอยากปล่อยให้มันบวมอยู่บนหน้าไปอีกหลายวัน แต่มีหลายคนพลาดตั้งแต่นาทีแรกเพราะเผลอบีบ เผลอแต้มยามั่วๆ หรือใช้สกินแคร์แรงเกินไป จนจากสิวเม็ดเล็กๆ กลายเป็นรอยดำหรือรอยแผลเป็น ซึ่งจริงๆ แล้วเราสามารถรักษาสิวอักเสบให้ยุบลงไวได้แบบไม่ต้องลองผิดลองถูก บทความนี้จึงจะพาไปดูวิธีรับมือกับสิวอักเสบแบบเร่งด่วนไปจนถึงข้อควรระวังที่หลายคนมองข้าม เพื่อให้คุณจัดการสิวอักเสบได้แบบไม่ทำร้ายผิวค่ะ

สิวอักเสบคืออะไร ทำไมถึงบวม แดง และเจ็บมากกว่าสิวทั่วไป

ก่อนจะหาวิธีลดบวมให้ไว เรามาทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่าสิวอักเสบไม่ได้เป็นแค่สิวเม็ดใหญ่ธรรมดาๆ แต่มันคือกระบวนการอักเสบที่เกิดขึ้นภายในรูขุมขน เมื่อมีการอุดตันร่วมกับการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes ทำให้ร่างกายส่งเม็ดเลือดขาวเข้ามาจัดการ ผลลัพธ์คือ บวม แดง ร้อน และเจ็บ หากเทียบกับสิวอุดตันจะมีความแตกต่างดังนี้

●      สิวอุดตัน (Comedones) คือการอุดตันของไขมันและเซลล์ผิวในรูขุมขน ยังไม่มีการอักเสบชัดเจน อาจเห็นเป็นสิวหัวขาวหรือสิวหัวดำ กดแล้วไม่ค่อยเจ็บ

●      สิวอักเสบ (Inflammatory acne) คือขั้นต่อมาหลังการอุดตัน เมื่อเกิดการติดเชื้อและกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย จึงเห็นเป็นตุ่มแดงหรือตุ่มหนองใต้ผิว

ความต่างที่เห็นได้ชัดคือระดับการอักเสบค่ะ สิวอุดตันอาจยังแต่งหน้ากลบได้ แต่สิวอักเสบจะทั้งนูน ทั้งแดง กดแล้วสะดุ้ง ซึ่งถ้าดูแลไม่ดีอาจทิ้งรอยดำหรือแม้แต่หลุมสิวได้ เพราะฉะนั้นการรักษาสิวอักเสบต้องเน้นลดการอักเสบก่อน ไม่ใช่รีบเคลียร์ผิวอย่างเดียว

ทำไมสิวอักเสบถึงกดแล้วเจ็บ

หากกดสิวแล้วเจ็บอาจเป็นเพราะสิวอักเสบชนิดลึก เช่น Nodular acne หรือ Cystic acne มีการอักเสบอยู่ลึกในชั้นหนังแท้ (Dermis) ใกล้ปลายประสาทรับความรู้สึก เมื่อเนื้อเยื่อบวมจากของเหลวและเซลล์อักเสบ แรงดันภายในผิวจะเพิ่มขึ้น จึงทำให้เกิดอาการปวด ตึง และเจ็บมากกว่าสิวทั่วไป

อีกปัจจัยหนึ่งคือตำแหน่ง เช่น บริเวณกราม คาง หรือแก้มส่วนล่าง ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน ทำให้สิวมีแนวโน้มอักเสบรุนแรงและเจ็บมากกว่า ดังนั้น ถ้าสิวเม็ดไหนปวดมาก กดไม่ลง ไม่มีหัวชัดๆ นั่นอาจไม่ใช่สิวที่ควรบีบเองนะคะ ยิ่งกระตุ้น ยิ่งเสี่ยงอักเสบลุกลามและทิ้งรอย

สิ่งที่ควรทำทันทีเมื่อเริ่มรู้สึกว่าสิวกำลังอักเสบ

ล้างหน้าอย่างอ่อนโยน ลดการกระตุ้นการอักเสบ

เลือกคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน ค่า pH ใกล้เคียงผิว (ประมาณ 5.5) ไม่มีแอลกอฮอล์หรือสารระคายเคืองสูง ล้างด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ไม่ร้อนจัด เพราะความร้อนจะกระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือด ทำให้รอยแดงชัดขึ้น และที่สำคัญคือห้ามถูแรง ห้ามสครับ ห้ามขัด เพราะแรงเสียดสีจะยิ่งกระตุ้น inflammatory response ทำให้สิวอักเสบบวมเร็วกว่าเดิมได้

ประคบเย็นช่วยลดบวมได้จริงไหม

ช่วยได้ในระดับหนึ่งโดยเฉพาะช่วงเริ่มต้นที่ยังไม่มีหนอง การประคบเย็น (แนะนำให้ใช้ผ้าสะอาดห่อเจลเย็นหรือผ้าชุบน้ำเย็น บิดหมาด) ประมาณ 5-10 นาที จะช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดอาการบวม และบรรเทาความเจ็บจากแรงดันใต้ผิว เนื่องจากความเย็นช่วยลดการไหลเวียนเลือดเฉพาะจุดชั่วคราว จึงลดอาการแดงได้บ้าง แต่ไม่ใช่วิธีรักษาสิวอักเสบโดยตรง เป็นเพียงการบรรเทาอาการระยะสั้นๆ และอย่าวางน้ำแข็งลงบนผิวตรงๆ เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองหรือเกิด cold burn ได้ค่ะ

หยุดพฤติกรรมที่ทำให้สิวเห่อหนักขึ้น

●      เอามือจับหน้าโดยไม่รู้ตัว

●      กด บีบ คลำสิวเล่น

●      แต้มยาหลายตัวพร้อมกันแบบไม่ดูส่วนผสม

●      นอนดึก เครียดจัด

●      แต่งหน้าหนาแล้วไม่ล้างให้สะอาด

ทุกอย่างข้างต้นล้วนกระตุ้นการอักเสบเพิ่มขึ้นได้ค่ะ โดยเฉพาะการบีบสิวที่ยังไม่มีหัวเพราะจะดันการอักเสบลึกลงไปในชั้นผิว เสี่ยงเกิดรอยดำหรือแผลเป็นได้

วิธีลดบวม แดง เจ็บ แบบเร่งด่วน ทำได้เองที่บ้าน

เลือกใช้ยาทาสิวประเภทไหนช่วยลดอักเสบเร็ว

การเลือกยาทาให้เหมาะกับชนิดของสิวสำคัญมากค่ะ โดยเฉพาะสิวอักเสบที่มีอาการแดง บวม หรือมีหนอง ซึ่งกลุ่มที่นิยมใช้และมีข้อมูลทางการแพทย์รองรับ ได้แก่

●      Benzoyl Peroxide (BP) ช่วยลดเชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes และลดการอักเสบ เหมาะกับสิวอักเสบที่เริ่มมีหัวหรือกำลังบวมแดง

●      Topical Antibiotics เช่น Clindamycin ใช้ในกรณีที่มีการอักเสบมาก ควรใช้ภายใต้คำแนะนำแพทย์เพื่อลดปัญหาดื้อยา

●      Adapalene (กลุ่ม Retinoid รุ่นใหม่) ช่วยลดการอุดตันและควบคุมการอักเสบในระยะยาว เหมาะกับคนที่เป็นสิวซ้ำๆ

สิ่งสำคัญในการแต้มสิวคือแต้มเฉพาะจุด ไม่ต้องทาทั่วหน้า และเริ่มจากความเข้มข้นต่ำก่อนเสมอ แต่ถ้าเป็นสิวอักเสบเม็ดใหญ่ เจ็บมาก ไม่มีหัว และบวมแข็ง อาจไม่ตอบสนองกับยาทาทั่วไปเร็วเท่าที่หวัง กรณีนี้บางคนอาจต้องพบแพทย์เพื่อพิจารณาวิธีรักษาอื่น เช่น การฉีดสิวค่ะ

ควรแต้มสิวบ่อยแค่ไหนถึงจะเห็นผล

หลายคนคิดว่าแต้มสิวบ่อยๆ จะหายเร็วขึ้น แต่จริงๆ คือไม่ใช่เลย โดยทั่วไปยาทาสิวส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้วันละ 1-2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับชนิดของตัวยา การแต้มถี่เกินไปอาจทำให้ผิวแห้ง ลอก แสบ และกระตุ้นการอักเสบเพิ่มได้ แต่ถ้าใช้แล้วแสบมาก ผื่นขึ้น หรือแดงจนลุกลาม ควรหยุดใช้และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญค่ะ

อะไรบ้างที่ไม่ควรเอามาแต้มสิว

สิ่งที่ไม่ควรเอามาแต้มสิวอักเสบ เช่น

●      ยาสีฟัน

●      แอลกอฮอล์เข้มข้น

●      น้ำมะนาว

●      สมุนไพรที่ไม่ผ่านการทดสอบการระคายเคือง

●      สเตียรอยด์ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์

แม้บางอย่างทาแล้วจะรู้สึกว่าสิวแห้งเร็ว แต่จริงๆ แล้วอาจทำให้ผิวระคายเคืองมากขึ้น เกิดรอยดำหลังการอักเสบตามมาได้ค่ะ

ถ้าอยากให้สิวหายไวขึ้น ควรเลี่ยงอะไรบ้าง

อาหารที่อาจกระตุ้นการอักเสบ

เรื่องอาหารกับสิวอักเสบยังมีการศึกษาอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อมูลปัจจุบันพบว่าอาหารบางอย่างอาจกระตุ้นกระบวนการอักเสบและการทำงานของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับต่อมไขมัน เช่น

●      อาหารที่มีน้ำตาลสูง / ค่า Glycemic Index สูง (ขนมหวาน น้ำหวาน เบเกอรี่)

●      นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมบางชนิด

●      อาหารแปรรูป ไขมันทรานส์

กลไกหนึ่งที่พูดถึงบ่อยคือการกระตุ้นฮอร์โมนอินซูลินและ IGF-1 ซึ่งมีผลต่อการผลิตน้ำมัน (sebum) และการอุดตันของรูขุมขน ไม่ได้แปลว่าต้องงดทุกอย่างแบบเคร่งครัด แต่ถ้าช่วงไหนสิวอักเสบกำลังเห่อ ลองลดของหวาน ของมันจัดๆ ลงชั่วคราว แล้วเน้นอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผัก ผลไม้ โปรตีนคุณภาพดี จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวไวขึ้นค่ะ

การแต่งหน้าระหว่างเป็นสิวอักเสบ

เข้าใจเลยค่ะว่าเป็นสิวอักเสบแล้วอยากปกปิด โดยเฉพาะวันทำงานหรือมีนัดสำคัญ แต่งได้ไหม? ได้ค่ะ แต่ต้องเลือกให้ถูก เช่น

●      เลือกเครื่องสำอางที่ระบุว่า non-comedogenic

●      หลีกเลี่ยงรองพื้นที่หนาและอุดตันง่าย

●      อย่าใช้แปรงหรือพัฟสกปรก

●      ล้างหน้าให้สะอาดแบบ Double cleansing อย่างอ่อนโยน

สิ่งที่ควรเลี่ยงคือการโบกคอนซีลเลอร์ซ้ำๆ จนต้องกดถูผิวแรงๆ เพราะแรงเสียดสีจะกระตุ้นการอักเสบเพิ่ม

การพักผ่อนและความเครียดมีผลแค่ไหน

มีผลมากกว่าที่คิดค่ะ เมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งมีผลกระตุ้นต่อมไขมันและส่งเสริมกระบวนการอักเสบในร่างกาย หากนอนดึกติดต่อกันหลายคืน ภูมิคุ้มกันผิวก็อาจอ่อนแอลง ผลคือสิวอักเสบอาจหายช้าลงหรือขึ้นซ้ำที่เดิมบ่อยขึ้น เพราะฉะนั้นควรปรับการใช้ชีวิตให้สมดุลขึ้น เช่น นอนให้ได้ 6- 8 ชั่วโมง ลดหน้าจอก่อนนอน หรือออกกำลังกายเบาๆ อาจดูไม่เกี่ยวกับสิวโดยตรงแต่ในภาพรวมแล้วช่วยให้การอักเสบในร่างกายลดลงได้ค่ะ

การรับมือกับสิวอักเสบให้ได้ผลอยู่ที่การลดการอักเสบอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้น ทั้งดูแลผิวอย่างอ่อนโยน เลือกใช้ตัวยาที่เหมาะสม เลี่ยงพฤติกรรมกระตุ้น และปรับไลฟ์สไตล์ให้สมดุล เมื่อคุมการอักเสบได้เร็ว โอกาสเกิดรอยดำหรือแผลเป็นก็ลดลงตามไปด้วยค่ะ แต่หากสิวมีลักษณะบวมรุนแรง เจ็บมาก ขึ้นซ้ำบ่อย หรือทิ้งรอยชัด ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินและเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมต่อไป จะได้ดูแลผิวได้ตรงจุดและปลอดภัยในระยะยาวค่ะ

‘แนวหน้า’ คว้ารางวัล ‘คนดีประเทศไทย’ สาขาสื่อสร้างสรรค์เพื่ออนาคตเด็กและเยาวชนไทย

‘แนวหน้า’ คว้ารางวัล ‘คนดีประเทศไทย’ สาขาสื่อสร้างสรรค์เพื่ออนาคตเด็กและเยาวชนไทย

‘แนวหน้า’ คว้ารางวัล ‘คนดีประเทศไทย’ สาขาสื่อสร้างสรรค์เพื่ออนาคตเด็กและเยาวชนไทย

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.34 น.

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) : มูลนิธิคนดี (ประเทศไทย) ร่วมกับ สมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย โดย นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ ประธาน และ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ จัดงานมอบรางวัล “คนดีประเทศไทย” ประจำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 เพื่อยกย่องบุคคลต้นแบบใน 2 สาขาสำคัญ ได้แก่ สาขาประชาชน ช่วยเหลือสังคม และสาขาสื่อสารสร้างสรรค์เพื่อเด็กและเยาวชนไทย มุ่งเน้นการส่งเสริมบทบาทของสื่อมวลชนในการนำเสนอเนื้อหาด้านการศึกษา เพื่อสร้างโอกาสและอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศ ณ ห้องประชุม Auditorium ชั้น 16 อาคาร CP All Academy สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม)

การมอบรางวัลในปีนี้ คณะกรรมการพิจารณามีมติคัดเลือกให้ หนังสือพิมพ์แนวหน้า เข้ารับ รางวัลคนดีประเทศไทย ประจำปี 2569 สาขาสื่อสร้างสรรค์เพื่ออนาคตเด็กและเยาวชนไทย เพื่อประกาศเกียรติคุณและยกย่องความมุ่งมั่นของทีมข่าว หนังสือพิมพ์ ในการนำเสนอข่าวเพื่อหล่อหลอมเด็กและเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพในทุกมิติ ทั้งในด้านการศึกษาและการสร้างแรงบันดาลใจ โดยเฉพาะการพัฒนาและสร้างโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชนไทยที่เป็นอนาคตของชาติมาอย่างต่อเนื่อง

นายศิโรจน์ มิ่งขวัญ ประธานมูลนิธิคนดี (ประเทศไทย) และนายกสมาคมนักข่าวอาชญากรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานในปีนี้ยังคงมุ่งย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริม “คนดี” ในทุกมิติของสังคม ทั้งประชาชนผู้เสียสละเพื่อส่วนรวม และสื่อมวลชนที่มีบทบาทในการถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะด้านการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาคนและการสร้างอนาคตของประเทศ พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นถึงบทบาทของสื่อมวลชนในยุคปัจจุบันที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงนำเสนอข่าวสาร แต่เป็นพลังสำคัญในการจุดประกายความคิด สร้างแรงบันดาลใจ และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เข้าถึงความรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตเป็นพลเมืองคุณภาพของสังคมในอนาคต

“การให้ความรู้ คือการให้โอกาสที่ไม่มีวันหมดอายุ สื่อมวลชนจึงเปรียบเสมือนสะพานสำคัญที่เชื่อมโยงความรู้ไปสู่เยาวชน และช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายศิโรจน์ กล่าวเพิ่มเติม

รางวัลคนดีประเทศไทย ประจำปี 2569 สาขา “สื่อสารสร้างสรรค์เพื่อเด็กและเยาวชนไทย” ได้มอบให้แก่สื่อมวลชนและผู้ผลิตคอนเทนต์คุณภาพจากหลากหลายแพลตฟอร์ม ที่มีบทบาทในการนำเสนอเนื้อหาด้านการศึกษาและการพัฒนาเยาวชนอย่างสร้างสรรค์ ครอบคลุมทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์ รายการทางช่อง YouTube และ Influencer สะท้อนถึงพลังของการสื่อสารในยุคดิจิทัลที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง

รางวัลคนดีประเทศไทย ประจำปี 2569 สาขาประชาชน ช่วยเหลือสังคม 4 รางวัล ได้แก่ นายธีระศักดิ์ วงศ์สูงเนิน พนักงานรถไฟ พลเมืองดีช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุรถไฟ จากเหตุการณ์เครนหล่นทับ ณ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา, นายสมใจ ด้วงช้าง พลเมืองดีช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุรถไฟ จากเหตุการณ์เครนหล่นทับ ณ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา, นายพงศ์นริศร์ ภาสินีนนท์ พลเมืองดีให้ความช่วยเหลือคนไทยในต่างแดนที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และนายจารุวัฒน์ จิณห์มรรคา พลเมืองดีช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ จากภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์

รางวัล “คนดีประเทศไทย ประจำปี 2569” สาขาสื่อมวลชน สื่อสารสร้างสรรค์เพื่ออนาคตเด็กและเยาวชนไทย 24 รางวัล ได้แก่ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, หนังสือพิมพ์แนวหน้า, คอลัมน์ การศึกษา – วัฒนธรรม ผู้จัดการออนไลน์, คอลัมน์ การศึกษา มติชนออนไลน์, คอลัมน์ การศึกษา ข่าวสดออนไลน์, คอลัมน์ Education  กรุงเทพธุรกิจออนไลน์, คอลัมน์ การศึกษา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์, คอลัมน์ การศึกษา บ้านเมืองออนไลน์, คอลัมน์ การศึกษา สยามรัฐออนไลน์, คอลัมน์ การศึกษา-กทม. สยามธุรกิจออนไลน์, คอลัมน์ ข่าวการศึกษา-ศาสนา เดลินิวส์ออนไลน์, คอลัมน์ คลังศึกษา สำนักข่าวเดอะไทยเพรส, คอลัมน์ ข่าวการศึกษา ครูบ้านนอกดอทคอม, คอลัมน์ การศึกษา Workpoint Today, คอลัมน์ Education The MATTER, คอลัมน์ Knowledge The Reporters, เว็บไซต์ Eduzones, เพจอีจัน, เพจ Admission Premium, เพจ นี่หรือนักศึกษา, เพจ TheStudyTH , เพจ Dek-D.COM – เด็กดีดอทคอม, Youtube ช่อง ATIME Do Dee รายการใต้โต๊ะวิทยา และTIKTOK : Su Backpacker ครูสุอาสา

ทั้งนี้ ซีพี ออลล์ ยังคงให้การสนับสนุนการจัดงานอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบาย “DNA ความดี 24 ชั่วโมง” ที่มุ่งปลูกฝังและส่งเสริมการทำความดีในทุกระดับของสังคม โดยเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนด้านการศึกษาและเยาวชน คือการลงทุนที่สำคัญที่สุดในการสร้างสังคมไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืน พร้อมมุ่งหวังให้รางวัลนี้เป็นเวทีแห่งการจุดประกายโอกาส สร้างแรงบันดาลใจ และส่งต่อพลังแห่งการเรียนรู้สู่เยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะเยาวชนในวันนี้ คืออนาคตของประเทศในวันหน้า และการศึกษา คือพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

คุณแหน : 23 มีนาคม 2569

คุณแหน : 23 มีนาคม 2569

คุณแหน : 23 มีนาคม 2569

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงบาตร ณ ลานหน้าหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 07.00 น. เนื่องในวันสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีที่ 109 และเวลา 09.00 น. เสด็จฯ ยังหอประชุมจุฬาฯ ทอดพระเนตรปีพาทย์ดึกดำบรรพ์ และทรงดนตรีไทยร่วมกับวงสายใยจามจุรี และวงดนตรีสากลสโมสรนิสิตจุฬาฯ พร้อมทั้งวงดนตรีพื้นเมืองภาคเหนือ โดยปีนี้จะมีการขับร้องและบรรเลงดนตรีไทย เรื่อง พระผู้ให้ ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อถวายความรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
  • สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเชิญชาวจุฬาฯ ร่วมงาน คืนเหย้า 109 ปี CU ไม่รู้จบ โดยในปีนี้สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ มีอายุครบ 80 ปี งานเริ่ม 16.30 น. ณ สนามหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล ดร. ณัฐพล รังสิตพล นายกสมาคมฯ เชิญชวนชาวจุฬาฯ ร่วมงานนี้ และชวนร่วมโครงการ CU Blood เพื่อศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ธีมงานคืนเหย้าคือ “One Night Only คืนเหย้า 109 ปี CU ไม่รู้จบ” โดยมีมหกรรมดนตรี “CU All Gen x CU Band Concert” รวมศิลปินชาวจุฬาฯ ครอบคลุมทุกเจเนอเรชัน อาทิ คุณหญิงผะอบทิพย์ ศาตะมาน, จิตติมา เจือใจ, ไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล, ลูกหว้า พิจิกา, ปุ้ย-ดวงพร, กิตตินันท์ ชินสำราญ, ฟิล์ม บงกช, เอฟ รัฐพงศ์, กรีน นิธิวัชร์, แอมป์ ภูริกูลกฤษณ์, ตุ๊กตา จมาพร, กิตติธัช แก้วอุทัย และ อลิศ ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน เชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ และบทเพลงประจำมหาวิทยาลัย รวมถึงบทเพลงดังร่วมสมัย โดยนิสิตเก่าหลากหลายรุ่น และจากศิลปินชาว CU Gen Z เอิ๊ต ภัทรวี feat. Whale & Dolph, Tia Music และ The 3rd Year Band
  • งานบทเพลงพระนิพนธ์และท่วงทำนองดนตรีแห่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ วันที่ 21 มีนาคม 2569 จัดที่ บ้านทับเลน Agalin Garden สำโรงเหนือ เต็มไปด้วยนักร้องคุณภาพที่เป็นทายาทของพระองค์จักรฯ คือ ม.ร.ว. มาลินี จักรพันธุ์, ม.ร.ว. เบญจาภา ไกรฤกษ์, ทิพยนิภา สมะลาภา, เพิ่มศักดิ์ ไกรฤกษ์, คลาวเดีย จักรพันธุ์, วรณัน ภิรมย์ภักดี, คนที ไกรฤกษ์, สุธีสันต์ ไกรฤกษ์ และภัททิย ไกรฤกษ์ แล้วยังเพรียบพร้อมไปด้วยนักร้องกิตติมศักดิ์ อาทิ รวมพร เกตุทัต, วิสาขา ภูมิรัตน์, คอรา สกลธนารักษ์ และกรวิช เทพหัสดิน ณ อยุธยา  


Victor Lee 

Health News : ถักนิตติ้งเป็นยิ่งกว่างานอดิเรก

Health News : ถักนิตติ้งเป็นยิ่งกว่างานอดิเรก

Health News : ถักนิตติ้งเป็นยิ่งกว่างานอดิเรก

วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

การถักนิตติ้ง (Knitting) ไม่ได้เป็นเพียงงานอดิเรกที่ช่วยให้คุณได้ผ้าพันคอผืนใหม่ แต่ยังเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเลิกพฤติกรรมหรือนิสัยที่เป็นอันตรายได้อย่างเหลือเชื่อ

นิสัยแย่ๆ เช่น การกินของว่างไม่หยุดหรือการไถหน้าจอมือถือ มักจะกระตุ้นการหลั่งสารโดปามีน (Dopamine) ในสมองอย่างรวดเร็ว การถักนิตติ้งช่วยกระตุ้นระบบการให้รางวัลของสมองเช่นกัน แต่เป็นการให้โดปามีนอบบค่อยเป็นค่อยไปและสม่ำเสมอมากกว่า ซึ่งช่วยลดความอยากจากการ “ลงแดง” หรือความโหยหาสารเคมีจากนิสัยเดิมๆ

การถักนิตติ้งเป็นกิจกรรมต้องใช้มือทั้งสองข้างอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่มีช่องว่างให้กลับไปทำนิสัยเดิมแย่ๆ หลายอย่าง ที่เกิดจากความเคยชินที่ต้องขยับมือ เช่น การกัดเล็บ การดึงผม หรือการหยิบบุหรี่ ผลการศึกษาในโครงการ Knit to Quit พบว่า ผู้ที่ร่วมกิจกรรมนี้สามารถลดการสูบบุหรี่ลงได้จริง เพราะมือยุ่งอยู่กับการสร้างสรรค์งานแทน นอกจากนี้ จังหวะการขยับเข็มที่ซ้ำไปซ้ำมามีลักษณะคล้ายกับการทำสมาธิ ยังช่วยส่งสัญญาณให้ระบบประสาทผ่อนคลาย

นักวิจัยบอกว่า ความรู้สึกไร้ค่ามักเป็นสาเหตุเบื้องหลังของพฤติกรรมเสพติด แต่การถักนิตติ้งจนเสร็จเป็นชิ้นงานเป็นความสำเร็จที่จับต้องได้ ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ ซึ่งเป็นพลังบวกในการต่อสู้กับนิสัยที่ไม่ต้องการ ยิ่งได้เข้าร่วมกลุ่มถักนิตติ้งจะยิ่งช่วยลดความโดดเดี่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่นำไปสู่การเสพติดหรือพฤติกรรมทางลบ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตและลดความเครียดสะสมได้ดีกว่าการนั่งพยายามเลิกนิสัยเดิมๆ เพียงลำพัง

Science Update : ดาวเคราะห์น้อยไม่ชนดวงจันทร์แน่

Science Update : ดาวเคราะห์น้อยไม่ชนดวงจันทร์แน่

Science Update : ดาวเคราะห์น้อยไม่ชนดวงจันทร์แน่

วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือนาซา ยืนยันอย่างเป็นทางการในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 จะไม่พุ่งชนดวงจันทร์ในปี 2032 อย่างแน่นอน โอกาสเกิดการพุ่งชนตอนนี้ลดลงเหลือ 0% อ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากการสังเกตการณ์ผ่านกล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ (JWST) ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์คำนวณวงโคจรได้แม่นยำขึ้นมาก จนสามารถตัดความเป็นไปได้ทั้งหมดออกไปได้ คาดการณ์ว่า ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้จะบินผ่านดวงจันทร์ในระยะห่างประมาณ 21,200 กิโลเมตร ในวันที่ 22 ธันวาคม 2032

สำหรับดาวเคราะห์น้อย 2024 YR4 มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 60 เมตร หรือเทียบเท่าตึกสูง 15 ชั้น เดิมที มันเคยถูกประเมินว่ามีโอกาสชนดวงจันทร์สูงถึง 4.3% และก่อนหน้านั้นในช่วงต้นปี 2025 เคยถูกจับตาว่าอาจมีความเสี่ยงชนโลกด้วย แต่ความเสี่ยงต่อโลกถูกตัดออกไปก่อนแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา

แม้จะไม่มีการชนเกิดขึ้น แต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์ เว็บบ์ ในภารกิจป้องกันดาวเคราะห์น้อย เพื่อติดตามวัตถุขนาดเล็กที่จางมากได้อย่างแม่นยำ แต่หากหากดาวเคราะห์น้อยดวงนี้พุ่งชนดวงจันทร์จริง นักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะเกิดการระเบิดที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากโลก และอาจส่งเศษซากมาทำให้เกิดฝนดาวตกบนโลกได้

Photo of the week : 22 มีนาคม 2569

Photo of the week : 22 มีนาคม 2569

Photo of the week : 22 มีนาคม 2569

วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แอบส่องภาพวิถีชีวิตของชาวเกาหลีเหนือในพื้นที่พรมแดนที่ติดกับประเทศจีน หลังจากการบริการรถไฟโดยสารระหว่างประเทศ ซึ่งเชื่อมระหว่างเมืองตานตง มณฑลเหลียวหนิง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน กับกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือเริ่มเปิดให้บริการอีกครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา เส้นทางรถไฟดังกล่าว ซึ่งเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในปี 1954 ได้ถูกระงับการเดินรถลงเมื่อเดือนมกราคม 2020 ในช่วงการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19

สกู๊ปพิเศษ : ความหวังใหม่ผู้ป่วย SMA ไทย ตั้งสมาคม SMA หนุนเข้าถึงการรักษาต่อเนื่อง

สกู๊ปพิเศษ : ความหวังใหม่ผู้ป่วย SMA ไทย ตั้งสมาคม SMA หนุนเข้าถึงการรักษาต่อเนื่อง

สกู๊ปพิเศษ : ความหวังใหม่ผู้ป่วย SMA ไทย ตั้งสมาคม SMA หนุนเข้าถึงการรักษาต่อเนื่อง

วันอาทิตย์ ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประเด็นการเข้าถึงการรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคหายากยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย หนึ่งในนั้นคือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเอสเอ็มเอ (Spinal Muscular Atrophy: SMA) โรคร้ายแรงทางพันธุกรรมจากการกลายพันธุ์ของยีน SMN1 ซึ่งพบในเด็กแรกเกิดทั่วโลกประมาณ 1 ต่อ 6,000–10,000 ราย

โดยข้อมูลจาก Orphanet และ The Lancet Neurology ระบุอุบัติการณ์ของโรคในระดับใกล้เคียงกันในหลายภูมิภาค ขณะที่ข้อมูลการศึกษาทางพันธุศาสตร์ในประชากรเอเชีย รวมถึงประเทศไทย พบอัตราพาหะเฉลี่ยประมาณ 1 ใน 40–60 คน และในคนไทยราว 1 ใน 36–56 คน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยด้านเวชพันธุศาสตร์ในประเทศ หากพ่อและแม่เป็นพาหะทั้งคู่ บุตรมีโอกาสป่วยร้อยละ 25

SMA ไม่ใช่เพียง “โรคหายาก” แต่คือโรคร้ายแรงทางพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของยีน SMN1 ส่งผลให้เซลล์ประสาทควบคุมกล้ามเนื้อเสื่อมลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยจะสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว การกลืน และการหายใจ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในทารกหากรักษาไม่ทันท่วงที โดยความรุนแรงแบ่งตามช่วงอายุที่เริ่มแสดงอาการ ตั้งแต่ระยะทารกแรกเกิดไปจนถึงวัยทำงาน

ปัจจุบันการดูแลผู้ป่วย SMA ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรักษา แต่รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายที่ครอบคลุมทั้งอุปกรณ์และโภชนาการ งานวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จึงเสนอให้รัฐเร่งสร้างระบบสนับสนุนที่ยั่งยืน โดย น.ส.นงลักษณ์ ยอดมงคล ผู้ช่วยเลขาธิการ สปสช เปิดเผยว่า สปสช. กำลังพิจารณาการอนุมัติการรักษาโรค SMA ให้บรรจุอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ (บัตรทอง) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มการเข้าถึงยานวัตกรรมใหม่ สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐที่มีความพยายามสร้างสมดุลเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลแบบองค์รวมอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ แนวทางการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหายากของ สปสช. เน้นการดูแลแบบองค์รวม ตั้งแต่การคัดกรอง การวินิจฉัย การรักษา และการฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยโรค SMA เข้าถึงบริการอย่างต่อเนื่องและครบวงจร ลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวทั้งในรูปตัวเงินและต้นทุนทางสังคม พร้อมสนับสนุนคุณภาพชีวิตและศักยภาพการพัฒนาของผู้ป่วยในระยะยาว

ในมาเลเซีย งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Orphanet Journal of Rare Diseases ปี 2022 ระบุว่า แม้ SMA จะเป็นหนึ่งในโรคพันธุกรรมทางระบบประสาทที่พบบ่อยที่สุด แต่ระดับการรับรู้เรื่อง SMA ในหมู่ประชาชนทั่วไปและแม้แต่ผู้ให้บริการสุขภาพยังอยู่ในระดับต่ำมาก ส่งผลต่อการวินิจฉัยที่ล่าช้า ในอินโดนีเซีย งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน European Journal of Medical Research ปี 2023 พบว่า อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยที่ถูกสงสัยว่าเป็น SMA คือ 24 เดือน แต่การวินิจฉัยยืนยันด้วยการตรวจยีนเกิดขึ้นเมื่ออายุ 36 เดือน ซึ่งช้ามาก และล่าช้ากว่าช่วงเวลาทองไปนานแล้ว

พญ.พิมพ์ชนก กุลศิริชวโรจน์ อาจารย์แพทย์สาขาวิชาโรคระบบประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล อธิบายว่า SMA เป็นโรคที่ต้องแข่งกับเวลา ยิ่งวินิจฉัยและรักษาเร็วเท่าไหร่ ผลลัพธ์ยิ่งดีมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาทอง 6 เดือนแรก ซึ่งเป็นช่วงที่เซลล์ประสาทยังไม่ถูกทำลายมากนัก การรักษาในช่วงนี้จะช่วยรักษาการทำงานของกล้ามเนื้อ ลดภาวะแทรกซ้อนทางระบบทางเดินหายใจ และทำให้ผู้ป่วยมีสมรรถภาพในการเคลื่อนไหวที่ดีกว่าในระยะยาว เป้าหมายของการรักษาในปัจจุบันไม่ใช่แค่การมีชีวิตอยู่ แต่คือการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งต้องอาศัยทีมสหสาขาวิชาชีพและบทบาทสำคัญของครอบครัว

ท่ามกลางความยากลำบากที่ครอบครัวผู้ป่วย SMA ในไทยเผชิญอยู่ ล่าสุดมีความคืบหน้าสำคัญ 2 ประการที่ให้ความหวัง คือ 1.การริเริ่มก่อตั้งสมาคมผู้ป่วยโรคเอสเอ็มเอ (SMA) แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นพื้นที่สำคัญในการสนับสนุนระหว่างผู้ป่วยและครอบครัว การแลกเปลี่ยนประสบการณ์จริง การแบ่งปันทรัพยากรที่จำเป็น และการรวมพลังเพื่อขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่องค์การอนามัยโลกได้ให้การรับรองไว้ในปฏิญญาทางการเมืองขององค์การสหประชาชาติเกี่ยวกับ UHC (Universal Health Coverage) ปี 2019 ที่ข้อความสุดท้ายรวมเอาโรคหายากไว้ด้วย และให้คำมั่นว่า ทุกรัฐบาลจะเสริมสร้างความพยายามในการจัดการโรคหายากในแผนการบรรลุ UHC และ 2.สปสช. กำลังพิจารณาการอนุมัติการรักษาโรค SMA ให้บรรจุอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ (บัตรทอง) ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วย SMA ทั่วประเทศ โดยเฉพาะครอบครัวที่ไม่มีกำลังทรัพย์ สามารถเข้าถึงการรักษาอย่างต่อเนื่อง ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว

การยกระดับการดูแลผู้ป่วย SMA ของประเทศไทย จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งด้านนโยบาย แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วย ครอบครัว และภาคเอกชน ควบคู่กับการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคอย่างต่อเนื่องและการรณรงค์เพื่อส่งเสริมการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อสร้างระบบการดูแลผู้ป่วย SMA ที่เข้มแข็งและยั่งยืน