‘อภัย’ติดตามนโยบาย สินค้าเกษตรมูลค่าสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774408

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ร่วมกับเกษตรและสหกรณ์หัวหน้ากลุ่มจังหวัด 18 กลุ่มทั่วประเทศ ผ่านระบบ Zoom Meeting มีเรื่องสำคัญในการประชุม ดังนี้

1.ความก้าวหน้าการขับเคลื่อนนโยบาย1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ภาพรวมสินค้า 513 ชนิดสินค้า/กลุ่ม จาก 510 ตำบล 469 อำเภอ 75 จังหวัด

2.การจัดกลุ่มสินค้าเกษตรมูลค่าสูงตามศักยภาพของสินค้า โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มสินค้า คือ กลุ่มที่ 1 สินค้าส่งออก กลุ่มที่ 2 สินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มที่ 3 ยกระดับสินค้าเกษตรและการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศ และ 3.การจัดทำข้อมูลศักยภาพของสินค้า (ด้านการผลิตและด้านการตลาด)

กรมพัฒนาฯเพิ่ม ศักยภาพของดิน พื้นที่ใช้ทำเกษตร บูรณาการทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774400

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า โครงการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพพื้นที่ทุ่งรังสิต ดำเนินการระหว่างปี 2563-2572 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมแบบบูรณาการทุกภาคส่วน สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดทุ่งรังสิต พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานการพัฒนาพื้นที่ดินเปรี้ยวจัดทุ่งรังสิต เน้นระบบการควบคุมน้ำและกระจายน้ำ และอนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของพื้นที่ทุ่งรังสิตให้เป็นต้นแบบการจัดการดินเปรี้ยวจัดและให้สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างสมดุลและยั่งยืน

ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1 ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานในพื้นที่โดยศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลสภาพพื้นที่และสภาวะเศรษฐกิจและสังคม การจัดทำกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน กำหนดพื้นที่เป้าหมายตามความสำคัญ สำรวจพื้นที่อย่างละเอียด จัดทำระบบโครงสร้างพื้นฐาน ระบบส่งน้ำ กระจายน้ำควบคุมระดับน้ำในแปลงเกษตรกร ปรับระดับพื้นที่ผิวดินให้มีความสม่ำเสมอ และปรับเปลี่ยนการผลิตเป็นพื้นที่ยกร่องเพื่อปลูกพืช นอกจากนี้มีการสนับสนุนการแก้ปัญหาดินเปรี้ยวจัดโดยวัสดุปรับปรุงดิน ส่งเสริมการใช้พืชปุ๋ยสด และส่งเสริมการใช้สารอินทรีย์ทดแทนการใช้สารเคมีทางการเกษตร โดยมีเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งโครงการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพพื้นที่ทุ่งรังสิต จะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตพืชในพื้นที่ดินเปรี้ยวจัด ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น

รองปลัดฯ สัมมนาพลิกโฉมการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774406

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน อิ่ม.และ.ดี.2030 และงานเสวนาเนื่องในวันอาหารโลก ประจำปี 2566 (World Food Day 2023) โดยมีนายยุคล ลิ้มแหลมทอง ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนด้านความมั่นคงอาหารตลอดห่วงโซ่ คณะกรรมการอาหารแห่งชาติ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กทม.มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการวิจัยและการขับเคลื่อนด้านระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนของไทยและเพื่อรายงานผลการประชุม UN Food Systems 2 Stocktaking Moment

นายเศรษฐเกียรติกล่าวว่า นับตั้งแต่การเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำระบบอาหารโลกเมื่อปี 2564 ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนงาน สร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม รวมถึงสถาบันการศึกษาและสถาบันการวิจัย และอื่นๆ นอกจากนี้ยังขับเคลื่อนประเด็น “อิ่ม.และ.ดี” สร้างความตระหนักรู้ในวงกว้าง ร่วมกันออกแบบนวัตกรรมเพื่อเป็นกรอบการขับเคลื่อนประเด็นนี้ร่วมกัน และนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในการจัดการข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล ภายใต้โครงการ Technical assistance for national pathway for food and agriculture systems transformation และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระทรวงเกษตรฯ ได้นำนโยบายและกรอบการดำเนินงาน ด้านระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนของประเทศไทยที่ชัดเจนและปฏิบัติได้จริง รวมทั้งมีความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนและพลิกโฉมภาคเกษตรและอาหารอย่างยั่งยืน โดย “เกษตรกรต้องอยู่ดีสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” มีนโยบายการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ Go Green Policy ด้วย BCG Model และ Carbon Creditเน้นการบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน เพื่อสร้างภาคเกษตรและอาหารให้เข้มแข็ง

พาณิชย์จัดงานธงฟ้าราคาประหยัด ช่วยลดค่าครองชีพพี่น้องประชาชน จ.บึงกาฬ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774198

พาณิชย์จัดงานธงฟ้าราคาประหยัด ช่วยลดค่าครองชีพพี่น้องประชาชน จ.บึงกาฬ

พาณิชย์จัดงานธงฟ้าราคาประหยัด ช่วยลดค่าครองชีพพี่น้องประชาชน จ.บึงกาฬ

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.46 น.

“พาณิชย์” จัดงานธงฟ้าราคาประหยัด จ.บึงกาฬ นำสินค้าจากผู้ประกอบการ เกษตรกร SMEs วิสาหกิจชุมชน รวม 10 หมวดสินค้า กว่า 500 รายการ ลดสูงสุด 60% มาจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ เผยมีสินค้าไฮไลต์ ราคาพิเศษ ทั้งไข่ไก่ น้ำตาล น้ำมันปาล์ม ข้าวหอมมะลิ หมูเนื้อแดง ไก่ และส้ม จำหน่ายทุกวันด้วย

นางสาวณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เป็นประธานในพิธีเปิดงานธงฟ้าราคาประหยัด จังหวัดบึงกาฬ ระหว่างวันที่ 9–11 ธันวาคม 2566 ณ โรงเรียนพรเจริญวิทยา อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ โดยกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ได้ผนึกกำลังกับผู้ประกอบการ กลุ่มเกษตรกร ผู้ผลิตรายกลางและรายย่อย (SMEs) วิสาหชุมชน รวมทั้งผู้ประกอบการจังหวัดบึงกาฬและจังหวัดใกล้เคียง นำสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายรวม 10 หมวด กว่า 500 รายการ ลดสูงสุด 60% อาทิ บะหมี่กึ่งสาเร็จรูป ปลากระป๋อง ซอสปรุงรส น้ายาซักผ้า ของใช้ประจาวัน เครื่องแต่งกาย เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าชุมชน เป็นต้น

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการจาหน่ายสินค้าไฮไลต์ และสินค้าผลไม้ที่เชื่อมโยงจากกลุ่มเกษตรกร ในราคาพิเศษทุกวัน อาทิ ไข่ไก่เบอร์ 3 แผงละ 95 บาท น้ำตาลทราย กิโลกรัมละ 23 บาท น้ำมันพืชปาล์ม ขวดละ 40 บาท ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ (5 กก.) ถุงละ 150 บาท หมูเนื้อแดง กิโลกรัมละ 100 บาท ไก่น่องสะโพก กิโลกรัมละ 60 บาท และส้ม กิโลกรัมละ 35 บาท

ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญกับการลด รายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการจัดงานธงฟ้าราคาประหยัด เป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจาหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตรายกลางและรายย่อย (SMEs) กลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการจับจ่ายใช้สอย ผู้ประกอบการมีช่องทางในการจำหน่ายสินค้า และยังเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย
 

กรมปศุสัตว์แจงข้อกล่าวหากลั่นแกล้งไม่ออกใบอนุญาตนำผ่านซากสุกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774196

กรมปศุสัตว์แจงข้อกล่าวหากลั่นแกล้งไม่ออกใบอนุญาตนำผ่านซากสุกร

กรมปศุสัตว์แจงข้อกล่าวหากลั่นแกล้งไม่ออกใบอนุญาตนำผ่านซากสุกร

วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.32 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ แจงกรณี “บริบูรณ์-ไทกร” กล่าวหาถูกเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้ง ไม่ออกใบอนุญาตนำผ่านซากเนื้อและชิ้นส่วนสุกรไปประเทศที่สาม ยืนยันปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต พร้อมนำหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนการทำลายซากสินค้าของกลางเป็นไปตามระเบียบ

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยถึงกรณีที่นายบริบูรณ์ ลออปักษิณ กรรมการผู้จัดการบริษัท ศิขันทิน จำกัด และบริษัทสมายล์ ท็อปเค จำกัด ซึ่งเป็น 2 บริษัทล่าสุดในคดีพิเศษที่ 59/2566 ได้เข้าพบคณะพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา และได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนกล่าวหาเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์กลั่นแกล้งไม่ออกใบอนุญาตนำผ่านซากชิ้นส่วนสุกรไปประเทศที่สาม รวมทั้งได้ทำหนังสือร้องเรียนและยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง นอกจากนี้แล้ว นายไทกร พลสุวรรณ ได้สื่อสารผ่านทาง Social Media หลายครั้ง กล่าวหาเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์กลั่นแกล้งไม่ยอมออกใบอนุญาตนำผ่านให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง นั้น 

กรมปศุสัตว์ขอชี้แจงข้อเท็จจริงว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอน ไม่ได้มีการกลั่นแกล้งให้บริษัทดังกล่าวได้รับความเสียหายตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ซึ่งในเบื้องต้นกรมปศุสัตว์ขอสรุปลำดับเหตุการณ์ ดังนี้

1. ในปี 2565 ระหว่างเดือนสิงหาคม – ตุลาคม สินค้าซากสุกร ของบริษัท ศิขัณทิน จำกัด และบริษัท สมายด์ ท็อปเค เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ได้ขนส่งทางเรือเข้ามาในราชอาณาจักรที่ท่าเรือแหลมฉบัง สินค้าซากสุกรทั้ง 2 บริษัท ไม่ได้ขออนุญาตนำเข้า/นำผ่านสินค้ากับกรมปศุสัตว์ และไม่มีเอกสารที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้า มาแสดงต่อกรมศุลกากรภายใน 30 วัน นับแต่วันที่สินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นการไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ส่งผลให้สินค้าดังกล่าวถูกยึดตกเป็นของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 (หรือที่เรียกว่า บัญชี List F)

2. ต่อมาปี 2566 เดือนเมษายน – พฤษภาคม นายบริบูรณ์ ลออปักษิณ เจ้าของทั้ง 2 บริษัท ได้มายื่นคำขออนุญาตนำเข้า/นำผ่านซากเนื้อและชิ้นส่วนสุกร ต่อด่านกักกันสัตว์ชลบุรี กรมปศุสัตว์  โดยยื่นคำขอมาที่ระบบเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Movement) กองสารวัตรและกักกันได้ตรวจสอบคำขอแล้ว พบว่าเอกสารและการกระทำดังกล่าวไม่เป็นไปตามระเบียบของกรมปศุสัตว์ ในการอนุญาตนำเข้า/นำผ่าน ซากสัตว์ เนื่องจากสินค้าตกเป็นของแผ่นดินแล้ว รวมถึงเอกสารและขั้นตอนการดำเนินการ ไม่ถูกต้องตามกฎ ระเบียบ ของกรมปศุสัตว์ กองสารวัตรและกักกันจึงไม่อนุญาตให้นำเข้า/นำผ่าน สินค้าซากสุกร

3. เดือนมกราคม 2566 นายบริบูรณ์ ลออปักษิณได้ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ต่อศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 2 จังหวัดระยอง โดยกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติในหน้าที่ โดยไม่อนุญาตให้นำเข้านำผ่านสินค้าซากสุกร ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตน และต่อมาศาล ฯ มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องในชั้นตรวจคำฟ้อง

4. เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 บริษัท ศิขัณทิน จำกัดได้ยื่นฟ้องกรมปศุสัตว์ต่อศาลปกครองกลาง เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 243.9 ล้านบาท และขอทุเลาการบังคับมิให้ทำลายสินค้าซากสุกร ซึ่งศาลปกครองพิจารณาแล้ว จึงมีคำสั่งไม่ทุเลาการทำลายซากสินค้าสุกรตามที่บริษัทฯ ร้องขอ โดยกรมปศุสัตว์ได้ทำลายซากสุกรทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์พร้อมจะนำพยานหลักฐานและเอกสารต่างๆ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย เพื่อแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริตตามระเบียบและกฎหมาย และสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ได้

‘ธรรมนัส’ประชุมคณะอนุกก.ส่งเสริมพัฒนาอาชีพฯ สร้างความมั่นคงกลุ่มเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774084

'ธรรมนัส'ประชุมคณะอนุกก.ส่งเสริมพัฒนาอาชีพฯ สร้างความมั่นคงกลุ่มเกษตรกร

‘ธรรมนัส’ประชุมคณะอนุกก.ส่งเสริมพัฒนาอาชีพฯ สร้างความมั่นคงกลุ่มเกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 21.32 น.

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ครั้งที่ 2/2566 เปิดเผยว่าที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ที่ 1/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ จำนวน 11 คณะ ดังนี้ 1. คณะอนุกรรมการจัดหาที่ดิน 2. คณะอนุกรรมการจัดที่ดิน 3. คณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด 4. คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด (คทช.จังหวัด) 5. คณะอนุกรรมการกลั่นกรองกฎหมายการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน 6. คณะอนุกรรมการนโยบาย แนวทาง และมาตรการการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน 7. คณะอนุกรรมการกำกับ ติดตาม และประเมินผล 8. คณะอนุกรรมการสารสนเทศที่ดินและทรัพยากรดิน 9. คณะอนุกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1: 4000 (One map) และแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินรัฐ 10. คณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิในที่ดินของรัฐจังหวัด (คพร.จังหวัด) และ 11. คณะอนุกรรมการอ่านภาพถ่ายทางอากาศ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รายงานผลการดำเนินงานคณะอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 โดยภาพรวมการดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 – 2566 มีพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด 1,582 พื้นที่ 71 จังหวัด เนื้อที่ 5.8 ล้านไร่ พื้นที่เห็นชอบการจัดที่ดินแล้ว 1,372 พื้นที่ เนื้อที่ 4.3 ล้านไร่ พื้นที่ออกหนังสืออนุญาตแล้ว 523 พื้นที่ 2.4 ล้านไร่ ดำเนินการจัดราษฎรเข้าครอบครองทำประโยชน์แล้ว 393 พื้นที่ 85,403 ราย เนื้อที่ 587,357 ไร่ ดำเนินการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาดแล้ว จำนวน 312 พื้นที่ 66 จังหวัด หน่วยงานในคณะอนุกรรมการฯ บูรณาการทำงานร่วมกันในการส่งเสริมอาชีพในพื้นที่ คทช. ดำเนินการตามกรอบภารกิจ 6 ด้าน ดังนี้ 1) ด้านการพัฒนาที่ดินและการใช้ประโยชน์ที่ดินบนพื้นฐานข้อมูล Zoning โดยกรมพัฒนาที่ดิน จัดทำระบบระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ คทช. ส่งเสริมการปรับปรุงคุณภาพดิน เป้าหมาย 14,000 ไร่ 4,000 ราย ผลการดำเนินงาน 13,696 ไร่ 4,008 ราย กรมป่าไม้ดำเนินโครงการส่งเสริมการปลูกไม้เศรษฐกิจในพื้นที่ลุ่มน้ำ 3, 4 และ 5 ก่อนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2541 ผลการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย จำนวน 12,470 ไร่ เกษตรกรที่ได้รับประโยชน์ 1,799 ราย

2) ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ กรมทรัพยากรน้ำก่อสร้างระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ต.โนนสะอาด อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู และปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำ พร้อมระบบกระจายน้ำอ่างเก็บน้ำบ้านช่อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ดำเนินการแล้วเสร็จตามเป้าหมาย 3) ด้านการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด อาทิ ถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยีการผลิตพืชที่เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่แก่เกษตรกร การส่งเสริมการทำการเกษตรแก่เกษตรกรต้นแบบ กิจกรรมพัฒนาอาชีพให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ คทช. กิจกรรมยกระดับรายได้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

4) ด้านการส่งเสริมการรวมกลุ่ม กรมส่งเสริมสหกรณ์ ส่งเสริมการจัดตั้งสถาบันเกษตรกรสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ในปี 2566 จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ 1. สหกรณ์การเกษตรบ้านหนองแสง จำกัด จ.มหาสารคาม 2. กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์เวียงเก่าเขาเขียว จ.ขอนแก่น มีจำนวนสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่โครงการฯ คทช. ทั้งหมด 86 แห่ง แบ่งเป็น ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ 60 แห่ง ที่อยู่ในพื้นที่เดิม 26 แห่ง 5) ด้านสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน กรมส่งเสริมสหกรณ์สนับสนุนเงินทุนกู้ยืมโดยกองทุนพัฒนาสหกรณ์ (กพส.) ให้แก่สถาบันเกษตรกรในพื้นที่คทช. เพื่อเป็นทุนให้สมาชิกกู้ในการประกอบอาชีพ รวบรวมผลผลิต จัดหาปัจจัยการผลิต เพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจ รวมจำนวน 17 แห่ง และ 6) ด้านการส่งเสริมและการจัดทำบัญชีครัวเรือน กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ อบรมการจัดทำบัญชีรับ จำนวน 1,400 ราย กำกับ แนะนำ การจัดทำ บัญชี จำนวน 983 ราย ติดตามจัดเก็บข้อมูลการจัดทำบัญชี จำนวน 983 ราย

ขณะเดียวกันที่ประชุมเห็นชอบร่างคำสั่ง แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด ในพื้นที่ คทช. และร่างคำสั่ง แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในพื้นที่ คทช. เพื่อให้เกิดการบูรณาการทำงานร่วมกันในพื้นที่ คทช. ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ จะนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ประธานอนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการตลาด) ลงนามแต่งตั้งต่อไปด้วย

– 006

รมช.เกษตรฯจัดวันดินโลก น้อมรำลึกร.9ชูดินดีน้ำสมบูรณ์ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773908

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในงานแถลงข่าวเปิดงานวันดินโลก ปี 2566 (World Soil Day 2023) ภายใต้แนวคิด “Soil and Water : a source of life” ดินดีน้ำสมบูรณ์ เกื้อกูลชีวิต ซึ่งที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีนายสมบัติ อำนาคะ ที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ นายเศรษฐเกียรติกระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายปราโมทย์ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่ปวงชนชาวไทย พระราชทานแนวพระราชดำริด้านการจัดการทรัพยากรดินเพื่อการเกษตร โดยผ่านโครงการพระราชดำริต่างๆ จนเป็นที่ประจักษ์ในพระปรีชาสามารถและยอมรับไปทั่วโลก สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ (International Union of Soil Sciences–IUSS) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล และประกาศสดุดีพระเกียรติคุณ“นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” (The Humanitarian Soil Scientist) และต่อมาองค์การสหประชาชาติ ได้ประกาศสดุดีพระเกียรติคุณโดยการรับรองให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพเป็นวันดินโลก(World Soil Day) ซึ่งมีผลให้วันดินโลกได้รับการบรรจุในปฏิทินปฏิบัติงานขององค์การสหประชาชาติอย่างเป็นทางการ มีประเทศสมาชิกองค์การสหประชาชาติกว่า 200 ประเทศ จัดงานเฉลิมฉลองพร้อมกัน

ทั้งนี้ งานวันดินโลกปี 2566 Global Soil Partnership (GSP) กำหนดหัวข้อหลักการจัดงาน ในชื่อ “Soil and Water : a source of life” เน้นความสำคัญของทรัพยากรดิน และน้ำในภาคการเกษตร ซึ่งมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงและเกื้อกูลซึ่งกันและกัน การปกป้องดูแลดินและน้ำให้มีความยั่งยืน จะช่วยให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ รวมทั้งคุณภาพชีวิตของมนุษย์และสัตว์

รมช.เกษตรฯ กล่าวต่อว่า ดินมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคการเกษตรและพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ และเป็นกำลังซื้อหลัก จึงเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเกษตรกรได้ตระหนักถึงความสำคัญของดินและน้ำ ร่วมกันอนุรักษ์ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อให้เกิดความยั่งยืน นอกจากนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ได้ขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Zoning by Agri-map) โดยปรับเปลี่ยนพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมจากปลูกข้าวมาปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ปศุสัตว์สร้างเงินหมุนเวียนในประเทศ

‘อนุชา’ลุยนำร่อง ธนาคารน้ำใต้ดิน แก้น้ำท่วม-แล้ง ในพื้นที่ชัยนาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773909

‘อนุชา’ลุยนำร่อง  ธนาคารน้ำใต้ดิน  แก้น้ำท่วม-แล้ง  ในพื้นที่ชัยนาท

‘อนุชา’ลุยนำร่อง ธนาคารน้ำใต้ดิน แก้น้ำท่วม-แล้ง ในพื้นที่ชัยนาท

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เยี่ยมชม : นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ชัยนาท ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท และชมการสาธิตใช้เครื่องมือเทคโนโลยีการผลิตพืชอาหารสัตว์หมักด้วยเครื่องห่อก้อนพลาสติก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ได้ส่งเสริมให้เกษตรกร ตั้งแต่ปี 2562

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสประชุมติดตามโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน จ.ชัยนาท พร้อมด้วยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ที่อาคารศูนย์เรียนรู้และพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาทว่าตามนโยบายของรัฐบาล “ไม่ท่วมไม่แล้ง” ที่ได้ผลักดันโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน ให้มีการกักเก็บน้ำใต้ดินให้มากที่สุด เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขังภัยแล้ง การเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดิน ลดปริมาณน้ำเสีย ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม โดยธนาคารน้ำใต้ดิน จะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำคัญ ในการจัดการทรัพยากรน้ำเพราะเป็นแหล่งกักเก็บน้ำที่ช่วยให้ประชากรในสังคมปรับตัวให้อยู่รอดจากภัยแล้งได้ และยังช่วยลดการพึ่งพาการสูบน้ำบาดาลที่ไม่ยั่งยืน

“เชื่อมั่นว่าโครงการดังกล่าว จะสามารถแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำได้อย่างยั่งยืน ช่วยให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่สามารถนำน้ำขึ้นมาใช้สำหรับการอุปโภค-บริโภค และทำการเกษตร ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมให้การสนับสนุนในพื้นที่ โดยการส่งเสริมการประกอบอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ สนองนโยบายของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และให้มีการกักเก็บน้ำให้มากที่สุด โดยได้ผลักดันให้ จ.ชัยนาท เป็นจังหวัดนำร่องดำเนินโครงการธนาคารน้ำใต้ดินเพื่อเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นๆ ต่อไป” นายอนุชา กล่าว

ครม.สัญจรนัดแรกคึกคัก เกษตรฯจัดการต้อนรับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773907

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการวัดสว่างชัยศรี หมู่ 3 ต.ยางหล่อ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู โดยเข้าเยี่ยมชมการทำเกษตรผสมผสานแบบพื้นบ้านและเยี่ยมชมตลาดชุมชน ยลวิถีชาวบ้านกลุ่มแปรรูปปลาบ้านห้วยบง ตรา 1 เดียว ตรวจดูความเรียบร้อย เพื่อเตรียมความพร้อมสถานที่ต้อนรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร

จากนั้นนายไชยา ได้รับมอบหมายจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ให้รับฟังปัญหาของกลุ่มสมัชชาเกษตรกร ภาคอีสาน (สกอ.) นำโดยนายศักดา กาญจนเสน และกลุ่มสมาพันธ์เกษตรกรภาคอีสาน (สพอ.) นำโดยนางบุรี อาจโยธา พร้อมกับพี่น้องเกษตรกรจาก
จ.อุดรธานี ที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหนองบัวลำภู ต.ลำภู อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งกลุ่มเกษตรกรมีข้อเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรฯ เยียวยาพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากโครงการเขื่อนราษีไศล และฝายห้วยหลวง เยียวยาไร่ละ 32,000 บาท 225 แปลง รวมถึงฝายกุมภวาปี ไร่ละ 10,000 บาท 222 แปลง

ทั้งนี้ นายไชยา ในฐานะตัวแทนกระทรวงเกษตรฯ ได้รับหนังสือจากกลุ่ม สกอ.และ สพอ.โดยจะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวส่งต่อให้ ครม.รับทราบ รวมถึงหาทางช่วยเยียวยาต่อไป

‘ไชยา’เปิดประชุมGASLด้านอาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773906

วันศุกร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานกล่าวเปิดงาน Multi-Stakeholder Collaboration to Strengthen Sustainability and Resilience of Livestock Systems in Response to Drivers of Change ภายใต้การประชุม 13th Global Agenda for Sustainable Livestock (GASL) Multi-Stakeholder Partnership (MSP) Meeting and the Regional Conference on Sustainable Livestock

Transformation ที่โรงแรมเซ็นทาราริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ ว่าได้ส่งเสริมความร่วมมือและความเข้าใจในการดำเนินการด้านอาหารให้เกิดความยั่งยืนในทุกภาคส่วน ซึ่งปี 2554 ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพการจัดการประชุม GASL ที่ จ.ภูเก็ต และครั้งนี้ได้เป็นเจ้าภาพอีก ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีธรรมชาติที่สวยงาม และทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ผสมผสานกับวัฒนธรรมล้านนา มีความยั่งยืนด้านอาหารและด้านเกษตรเป็นของตนเอง มีระบบการศึกษาที่ช่วยสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ และอุตสาหกรรมภาคการเกษตรให้เติบโต รวมถึงมีการจัดการด้านปศุสัตว์ที่ดีที่จะช่วยให้การเกษตรประเทศไทยแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นในอนาคต และหวังว่าการร่วมมือในครั้งนี้ จะสามารถพัฒนาแนวทางการปฏิบัติที่มีเป้าหมายร่วมกัน และนโยบายเผื่อการจัดการปศุสัตว์ได้อย่างยั่งยืน รวมถึงมุ่งสู่การดูแลทรัพยากรป่าไม้และปศุสัตว์ในปี 2026 ไปด้วยกัน

สำหรับการประชุม 13th Global Agenda for Sustainable Livestock (GASL) ที่โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ จ.เชียงใหม่ เป็นการผนึกกำลังระหว่างกรมปศุสัตว์ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)และคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีการประชุมแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภาคการปศุสัตว์ในทุกภาคส่วนได้แบ่งปันประสบการณ์ และร่วมหารือถึงปัจจัยการขับเคลื่อนความท้าทายที่มีความเกี่ยวข้องกับด้านปศุสัตว์ สุขภาพสัตว์ โรคระบาดสัตว์ และอื่นๆ เพื่อให้เกิดการผลักดันแผนงานปศุสัตว์ให้เกิดความยั่งยืนในระดับสากล