‘เฉลิมชัย’ลุยแดนปลาดิบ ถก3ประเด็นระบบเกษตร-อาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707994

‘เฉลิมชัย’ลุยแดนปลาดิบ  ถก3ประเด็นระบบเกษตร-อาหาร

‘เฉลิมชัย’ลุยแดนปลาดิบ ถก3ประเด็นระบบเกษตร-อาหาร

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร่วมมือ : ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ หารือกับ นายอัตสึชิโนนากะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น เสริมสร้างความร่วมมือด้านเกษตรในมิติต่างๆ โดยหารือใน 3 ประเด็นหลัก เพื่อวางระบบการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับนายอัตสึชิ โนนากะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น (MAFF) เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการเกษตรในมิติต่างๆ ทั้งด้านการส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารระดับภูมิภาค การอำนวยความสะดวกตลาดสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก ตลอดจนกรอบความร่วมมือในสถานการณ์วิกฤตคับขัน ที่กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

โอกาสนี้ รมว.เกษตรฯ ได้หยิบยกประเด็นหารือใน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ผลักดันการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงอาหารและปัจจัยการผลิต โดยให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล นโยบาย มาตรการต่างๆ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันเมื่อเกิดเหตุวิกฤต ซึ่งการมีกรอบหารือจะเป็นอีกกลไกหนึ่งในการผลักดันความร่วมมือในเชิงลึก 2.สนับสนุนให้มีการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการเกษตรต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและเป็นรูปธรรม และส่งเสริมการปฏิรูประบบเกษตรและอาหารในภูมิภาคอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบการประชุมหารือระดับสูงด้านอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารไทย-ญี่ปุ่น (HLCD) ครั้งที่ 3 ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าว ที่ กทม.และเป็นโอกาสอันดีที่จะหารือและรับฟังรวมทั้งจะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนของไทยและญี่ปุ่น ชี้แจงและให้ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกด้านการค้าระหว่างสองประเทศ และ 3.เร่งรัดกระบวนการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการนำเข้ามังคุดของไทยและส้มของญี่ปุ่น และการเปิดตลาดสินค้าเกษตรรายการใหม่ ได้แก่ส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้งของไทยและข้าวกล้องของญี่ปุ่น เพื่อให้ทั้งสองประเทศได้มีการนำเข้าสินค้าเกษตรได้ง่ายและมีความหลากหลายมากขึ้นและเกิดความสัมพันธ์แบบ Win-Win กับทั้งสองฝ่าย

ขณะที่ประเทศญี่ปุ่น ได้หยิบประเด็นหารือร่วมกับไทย เรื่องการจัดทำเอกสารความร่วมมือเกี่ยวกับ “แผนความร่วมมือเกษตรยั่งยืนเพื่อความมั่นคงทางด้านอาหาร (MEADRI) ญี่ปุ่น-อาเซียน” รวมทั้งการส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรของญี่ปุ่น

“การหารือร่วมกับญี่ปุ่นในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสดีของทั้ง 2 ประเทศ ที่จะได้ต่อยอดแนวทางความร่วมมือด้านการเกษตรร่วมกันในเชิงลึกยิ่งขึ้น และยังเป็นการส่งเสริมขยายความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคให้ยั่งยืน โดยในส่วนของประเด็นที่ญี่ปุ่นหารือประเทศไทย เราพร้อมให้ความร่วมมือตามแผน MEADRI ที่เสนอทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคีอย่างเต็มที่ เนื่องจากมีความสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ และ BCG ของประเทศไทย และยังเห็นด้วยในการออกถ้อยแถลงร่วมเกี่ยวกับระบบการผลิตอาหารและการเกษตรยั่งยืน ร่วมกับอีก7 ประเทศ ตามข้อเสนอของ MAFF ที่เสนอต่อที่ประชุม UN Food Systems Pre-Summit เมื่อเดือนกรกฎาคม 2564 ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

รองปลัดฯส่งเสริมอาชีพ เกษตรกรจว.ชายแดนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707989

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พื้นที่ จ.ยะลา ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และจังหวัดยะลา ผ่านระบบ Zoom ติดตามความก้าวหน้าการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรและแก้ไขปัญหารายสินค้า ดังนี้ 1.การส่งเสริมอาชีพ และการส่งเสริมการใช้กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง 2.การส่งเสริมการผลิตพืชอาหารสัตว์ เช่น หม่อนไหม หญ้าสยาม ถั่วเหลือง ข้าวโพด หญ้าเนเปียร์ฯ เพื่อลดต้นทุน และสร้างรายได้เสริม

3.ส่งเสริมการสร้างรายได้เสริมในสวนยางพารา เช่น การส่งเสริมการเลี้ยงไส้เดือนในสวนยางพารา การผลิตปุ๋ยมูลไส้เดือน เป็นต้น 4.การพัฒนาพื้นที่นาร้าง โรครากเน่าโคนเน่าทุเรียนคุณภาพและมาตรฐานของทุเรียน โครงการทุเรียนคุณภาพปิดทองหลังพระฯ 5.การขับเคลื่อนสินค้ากล้วยหิน ต้นทาง-กลางทาง-ปลายทาง และการสร้างมูลค่าเพิ่ม และ 6.การรับรองอัตลักษณ์ คุณภาพและมาตรฐานของข้าว เป็นต้น

เกษตรฯแก้ปัญหาเมืองเพชรขาดน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707992

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า หลังจากกลุ่มเกษตรกรได้ยื่นหนังสือร้องขอให้เพิ่มการสูบน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรี ลงคลองท่าแร้ง นอกเหนือจากการสูบด้วยสถานีสูบด้วยไฟฟ้าที่ประตูน้ำท่าแร้ง เพื่อช่วยประชาชนและชาวนา ต.ท่าแร้ง ต.ท่าแรงออก และ ต.บางขุนไทร อ.บ้านแหลม ซึ่งกำลังประสบภาวะขาดแคลนน้ำที่จะใช้ทำนาจึงเร่งแก้ปัญหาดังกล่าว โดยสั่งการให้นายสันต์ จรเจริญ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี กรมชลประทาน ดำเนินการทันที โดยนำเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว 3 เครื่อง มาติดตั้งที่ประตูระบายน้ำท่าแร้ง พร้อมเดินเครื่องทันที

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ นายอลงกรณ์ ได้เป็นประธานในพิธีส่งมอบ-รับมอบ สถานีสูบน้ำปากคลองท่าแร้ง อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี โดยมีน.ส.ศิริวรรณ เครือเล็ก เกษตรและสหกรณ์ จ.เพชรบุรี นายสันต์ จรเจริญ ผอ.โครงการส่งน้ำเพชรบุรี พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา

สำหรับสถานีสูบน้ำดังกล่าว โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างและได้ทำการส่งมอบให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าแร้ง และ อบต.ท่าแร้งออก ร่วมกันดูแลและบำรุงรักษา เพื่อให้การใช้น้ำในพื้นที่ได้ตามความต้องการและเหมาะสม และสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป โดยระหว่างพิธีส่งมอบ–รับมอบสถานีสูบน้ำมีเกษตรในพื้นที่ ต.ท่าแร้ง ต.ท่าแร้งออก ต.บ้านแหลม และ ต.บางขุนไทร มีการยื่นหนังสือขอให้ช่วยแก้ปัญหาน้ำไม่พอใช้ เพราะเกรงว่าการสูบน้ำเข้าของท่าแร้งจะน้อยไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน ทางนายอลงกรณ์ จึงให้กรมชลประทาน นำเครื่องสูบน้ำ 2 ตัว มาเสริมการสูบน้ำภายใน 2-3 วัน ดำเนินการจนเสร็จเรียบร้อยเดินเครื่องสูบน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีลงคลองท่าแร้ง ซึ่งมีความยาวถึง 8 กิโลเมตร จนถึงประตูน้ำบางขุนไทร

ชลประทานติดตาม สถานการณ์น้ำแล้ง เตรียมพร้อมรับมือ ช่วยเหลือทุกพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707991

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 59,525 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 78 ของความจุอ่างฯ รวมกัน เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์)มีปริมาณน้ำรวมกัน 18,942 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 76 ของความจุอ่างฯ รวมกัน ภาพรวมปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในเกณฑ์ดีด้านสถานการณ์ค่าความเค็มในแม่น้ำ4 สายหลัก ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำปราจีน-บางปะกง และแม่น้ำแม่กลอง ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ส่วนผลการจัดสรรน้ำฤดูแล้งปี 65/66 ปัจจุบันจัดสรรน้ำทั้งประเทศไปแล้ว9,553 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 35 ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำทั้งประเทศ 27,685 ล้าน ลบ.ม.) เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 3,039 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 34 ของแผนฯ (แผนจัดสรรน้ำลุ่มเจ้าพระยา 9,100 ล้าน ลบ.ม.)จนขณะนี้มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังทั้งประเทศไปแล้ว 7.39 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 71ของแผนฯ ในขณะที่พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้ว 5.29 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 80 ของแผนฯ

นายประพิศกล่าวอีกว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำทุกพื้นที่ และสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เพื่อเตรียมรับมือน้ำหลาก และเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ รถแบ๊กโฮ รถขุด รถเทรลเลอร์ เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ เครื่องผลักดันน้ำประจำจุดพื้นที่เสี่ยงให้สามารถเข้าให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที

‘สุนทร’เปิดโครงการเศรษฐกิจพอเพียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707738

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเปิดงานใต้ร่มพระบารมี 60 ปี ราชประชาสมาสัยฯ “โครงการแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนของพ่อ” โดยมี พ.จ.อ.ประเสริฐ มาลัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าโครงการแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนของพ่อ มุ่งพัฒนาสถานศึกษาให้สามารถนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เป็นแหล่งเรียนรู้ให้นักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ ได้ศึกษาดูงาน พร้อมสามารถขับเคลื่อนและขยายผลสู่สังคมต่อไป

“โครงการแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนของพ่อ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานกำเนิดโรงเรียนราชประชาสมาสัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครบ 60 ปี ทั้งสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะพื้นฐาน ในการดำเนินชีวิตตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” นายสุนทร กล่าว

ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้มีส่วนร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง 19 ราย มีฐานการเรียนรู้ 9 ฐานสร้างขึ้นบนเนื้อที่ 1 ไร่ 41 ตารางวา ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ประกอบด้วยฐานการเรียนรู้ 1.เกษตรอินทรีย์ ชุบชีวีผักบนกระเบื้อง 2.มูลไส้เดือน สารพัดประโยชน์ 3.ห้องเรียนรู้ สู่วิถีพอเพียง 4.น้ำหมักชีวภาพ ปลอดสารพิษ 5. เรียนรู้เห็ด เกษตรปลอดภัย 6.ไก่ไข่อารมณ์ดี ตามวิถีพอเพียง 7.นานาพันธุ์กับพืชผักสวนครัว 8.รักษ์พืชสมุนไพร ความเป็นไทยแบบพอเพียง และ 9.อนุรักษ์ถิ่นไทย ภาคภูมิใจอย่างพอเพียง และมีนิทรรศการจากสถานีพัฒนาที่ดินสมุทรปราการ พร้อมกับมอบเมล็ดพันธุ์ผักพระราชทานกรมสมเด็จพระเทพฯ ด้วย

อสป.หนุนพี่น้องประมง จัดสินค้าลดราคาพิเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707740

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.กัญญาภัค สวัสดี หัวหน้าสำนักงานท่าเทียบเรือประมงอ่างศิลา จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า องค์การสะพานปลา (อสป.) ได้ให้การสนับสนุนโครงการส่งความสุขปีใหม่มอบให้เกษตรกร ตามโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรและพี่น้องชาวประมง จัดสินค้าเกษตรลดราคาพิเศษ ให้กับผู้ซื้อและผู้ที่มาท่องเที่ยวตลาดท่าเทียบเรือประมงอ่างศิลา จ.ชลบุรี

ทั้งนี้ สำหรับโครงการนี้ ได้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2565 ถึงต้นเดือนมกราคม 2566 โดยมีสินค้าที่เข้าร่วมโครงการที่นำมาจัดเป็นสินค้าราคาพิเศษ อาทิ ข้าวหอมมะลิ ผลไม้สดจากสวน ผักสวนครัวต่างๆ และอาหารทะเล เพื่อเป็นการส่งมอบความสุขในช่วงปีใหม่ให้กับประชาชนได้รับสินค้าที่ราคาถูก และมีคุณภาพ นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรและชาวประมงมีช่องทางในการกระจายสินค้า มีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้เกิดการใช้จ่าย สร้างรายได้เพิ่ม และลดรายจ่ายครัวเรือน ให้กับเกษตรกร และประชาชนด้วย

รองปลัดฯขับเคลื่อน จัดงานส่งเสริมอาชีพ ผลิตผลการเกษตร พื้นที่ชายแดนภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707746

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ยะลา ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จ.ยะลา ผ่านระบบ Zoom Meeting ติดตามความก้าวหน้าการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรและแก้ไขปัญหารายสินค้า ดังนี้ 1.การขับเคลื่อนสินค้ากาแฟ โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร จ.ยะลา ดำเนินการ 3 ระยะคือ ต้นน้ำ :ให้ความรู้ในการผลิตกาแฟโรบัสตาระดับแปลงเกษตรกรให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพิ่มขึ้น กลางน้ำ :ส่งเสริมให้ความรู้ด้านการแยกสีเมล็ดกาแฟ การคั่วเมล็ดกาแฟ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่เกษตรกร อ.เบตง จ.ยะลา และปลายน้ำ : สนับสนุนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์กาแฟ ให้ได้คุณภาพและมาตรฐาน ในงานวิจัยกาแฟอัตลักษณ์ บ้านบัวทอง อ.ธารโต จ.ยะลา

2.การขับเคลื่อนสินค้าโกโก้ ปี 2566-2567 โดยศูนย์วิจัยพืชสวนยะลาดำเนินโครงการ วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการเพิ่มผลผลิตโกโก้เพื่อรองรับเกษตรกรรมยั่งยืน ชื่อการทดลอง :ศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อการปลูกโกโก้ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง และ 3.การขับเคลื่อนสินค้าข้าว โดย เกษตรจังหวัดยะลา ดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรตามระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ข้าว มีวิสาหกิจที่ดำเนินการผลิตและแปรรูปข้าว 5 แห่ง โดยจังหวัดยะลา มีสายพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่เป็นอัตลักษณ์ 2 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวเลือดปลาไหล และข้าวมือลอ เป็นต้น

‘มนัญญา’ร่วมรับฟังปัญหา แก้ปมที่ดินเครือข่ายสหกรณ์ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707741

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามการแก้ปัญหาที่ดินทำกินของสมาชิกสหกรณ์นิคมบางสะพาน จำกัด และพบปะสมาชิกสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายกิตติพงศ์ สุขภาคกุล รอง ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ และคณะ ให้การต้อนรับ ที่ อบต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่าปัญหาที่ดินทำกินในสหกรณ์นิคมบางสะพาน เป็นปัญหาที่มีมานานกว่า 40 ปีซึ่งไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่ผ่านมาได้ประชุมหารือร่วมกันระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ และเครือข่ายนิคมสหกรณ์ 13 นิคม 14 ป่า 17 สหกรณ์ โดยเร่งดำเนินการให้ชัดเจน เพราะแต่ละพื้นที่สภาพปัญหาต่างกัน จะต้องมีการร่างกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน

ทั้งนี้ เครือข่ายสหกรณ์ 13 นิคม 14 ป่าไม่ประสงค์เข้าสู่โครงการการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้เป็นพื้นที่ป่า แต่เป็นชุมชนมีสิ่งปลูกสร้าง ถนน โรงเรียน และหน่วยงานภาครัฐ มีการพัฒนาที่ดิน พัฒนาอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิตจึงเสนอให้นำพื้นที่สหกรณ์นิคมฯ ออกจากโครงการ คทช.แล้วนำมาจัดสรร ตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511

“ในฐานะที่กำกับดูแลกรมส่งเสริมสหกรณ์ ไม่นิ่งเฉยกับความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร หลังจากนี้จะลงพื้นที่เพื่อติดตามและรับฟังความเดือดร้อนในอีก 9 จังหวัดที่มีปัญหา เพื่อจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เกิดผลสำเร็จ เพราะกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นเรื่องสำคัญ เวลาเกิดความเดือดร้อนประชาชนจะได้รับความช่วยเหลือทันที หากไม่มีกรรมสิทธิ์ การช่วยเหลือก็จะล่าช้า จึงมาดูพื้นที่จริง เพื่อรับฟังปัญหาความต้องการของประชาชน รวบรวมเสนอคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ต่อไป” น.ส.มนัญญา กล่าว

ด้านนายวิศิษฐ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมหนังสือที่เครือข่ายสหกรณ์นิคม 4 ภาค 13 นิคม 14 ป่า 17 สหกรณ์ ยื่นถึงกระทรวงเกษตรฯ เพื่อทำเรื่องไปถึงกรมป่าไม้ แสดงความต้องการของประชาชนในพื้นที่ และจะหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกร่วมกัน อีกทั้งให้พื้นที่ซึ่งปัจจุบันจัดตั้งเป็นรูปแบบนิคมสหกรณ์แล้ว สามารถไปสู่การจัดตั้งนิคม ตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการทำเรื่องเสนอต่อ คทช.เพื่อพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อความมั่นคงในการประกอบอาชีพ และเป็นหลักประกันในการยื่นสินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพ และได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือจากภาครัฐ

จากนั้น น.ส.มนัญญา พร้อมคณะ เดินทางไปพบปะสมาชิกสหกรณ์นิคมบางสะพาน จำกัด 3 หลังคาเรือน ได้แก่ บ้านของนายลด วงศ์เณรหมู่ 6 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ บ้านนายวัน วงค์จันทร์ทอง หมู่ 6 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และบ้านของนายลำดวน หนูยิ้มซ้าย หมู่ 4 ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรับฟังปัญหาของสมาชิกสหกรณ์นิคม

‘ประภัตร’แจงงบฯปี’67 ยันเกิดประโยชน์กับเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707522

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯและผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ที่กรมชลประทาน สามเสน กทม.โดย นายประภัตรกล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ แม้ว่าหลังจากนี้จะมีการเลือกตั้ง และยังไม่สามารถคาดการณ์รัฐบาลชุดใหม่ได้ แต่สิ่งสำคัญคือทุกหน่วยงานต้องเตรียมพร้อมที่จะดำเนินการได้ทันที และเป็นประโยชน์สูงสุดให้แก่พี่น้องประชาชน

ด้านนายประยูรกล่าวว่า ได้ให้ความสำคัญตั้งแต่การจัดทำแผนปฏิบัติราชการของกระทรวงเกษตรฯ ระยะเวลา 5 ปี (2566–2570) และแผนปฏิบัติราชการ ปี 2567 ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 รวมทั้งการจัดทำโครงการสำคัญเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากนี้ ยังทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ ผลสัมฤทธิ์หรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ เป้าหมายการให้บริการกระทรวงฯ และตัวชี้วัดของกระทรวงเกษตรฯ ให้สอดคล้องและเป็นไปตามเป้าหมายและตัวชี้วัดแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่กระทรวงเกษตรฯ เกี่ยวข้อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติชัดเจนยิ่งขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ “เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ต่อปี”

ทั้งนี้ การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 นอกจากยึดในเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังยึดแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) นโยบายสำคัญของรัฐบาล นโยบายกระทรวงเกษตรฯ แผนปฏิบัติการด้านต่างๆรวมทั้งการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแนวทางในการจัดทำงบประมาณ โดยกระทรวงเกษตรฯ เสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 โดยให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนการเกษตร 5 ยุทธศาสตร์

รวมทั้งยังคงให้ความสำคัญนโยบายหลัก 15 ด้าน อาทิ การส่งเสริมสถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบการ และ Start up การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ด้านการเกษตร การวิจัยและพัฒนา และการประกันรายได้เกษตรกร เป็นต้น ซึ่งมีความสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลด้านการเกษตร การเพิ่มรายได้ เพิ่มประสิทธิภาพ พัฒนาสินค้า พัฒนาเกษตรกร และส่งเสริมปศุสัตว์และประมง สร้างความเข้มแข็งให้วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ กลุ่มผู้นำสตรี ยกระดับรายได้เกษตรกรระดับรากหญ้า และปรับปรุงระบบที่ทำกินและการบริหารจัดการน้ำ

วช.หนุนถ่ายทอดฯ การใช้โดรนอัตโนมัติ โครงการร้อยใจรักษ์ ช่วยเกษตรพื้นที่สูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/707517

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ.สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานกิจกรรมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดรนระบบอัตโนมัติเพื่อประยุกต์ใช้งานการพัฒนาพื้นที่สูง ในการสำรวจพื้นที่การเกษตร การขนส่งสิ่งของ และการป้องกันการเกิดไฟป่า โดยมีนายณรงค์ อภิชัย ผอ.สำนักบริหารโครงการ และประธานสายปฏิบัติการพัฒนามูลนิธิแม่ฟ้าหลวง นายสมบูรณ์ แสงจันทร์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม้ผลคุณภาพบ้านห้วยส้าน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และนายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ หัวหน้าโครงการฯ พร้อมด้วยเกษตรกร ต้อนรับที่โครงการร้อยใจรักษ์ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่

ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า ได้สนับสนุนทุนแก่สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ในการดำเนินโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดรนระบบอัตโนมัติเพื่อประยุกต์ใช้งานการพัฒนาพื้นที่สูง ในการสำรวจ การเกษตร และการป้องกันอุบัติภัย ปัจจุบันเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ ได้ถูกพัฒนาและนำมาใช้งานในหลากหลายด้าน ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจในด้านต่างๆ มากมาย อีกทั้งยังทำให้การดำเนินธุรกิจสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น การที่สมาคมฯ ได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่โครงการร้อยใจรักษ์ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่ผู้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่จะได้นำองค์ความรู้ไปพัฒนาการทำเกษตรในพื้นที่สูงให้มีประสิทธิภาพต่อไป