ไทยบันทึกสถิติโลก GWR ไม้กลายเป็นหิน จ.ตาก ยาวที่สุด 69.70 เมตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665600

ไทยบันทึกสถิติโลก GWR ไม้กลายเป็นหิน จ.ตาก ยาวที่สุด 69.70 เมตร

วันศุกร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 22.34 น.

“วราวุธ”ผลักดัน“ไม้กลายเป็นหินตาก”สู่อุทยานธรณีระดับโลก หลังไทยทุบสถิติ GWR ยาว 69.70 เมตร

วันนี้ (8 กรกฎาคม 2565) เวลา 13.30 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) เป็นประธานรับมอบเอกสารรับรองในงานบันทึกสถิติโลก “ไม้กลายเป็นหินที่ยาวที่สุดในโลก” ความยาวมากถึง 69.70 เมตร ต่อ Guinness World Records ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญแห่งมิติใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา จังหวัดตาก สู่การยกระดับอุทยานธรณีระดับโลก อีกทั้งเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้แก่เยาวชน และสร้างเสริมเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน โดยมีนายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงฯ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงาน และร่วมเป็นสักขีพยาน ณ อุทยานแห่งชาติดอยสอยมาลัย – ไม้กลายเป็นหิน (เตรียมการ) จังหวัดตาก

ปกท.ทส. ได้ชื่นชมกรมทรัพยากรธรณี รวมถึงภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ร่วมกันผลักดันการบันทึกสถิติโลกในครั้งนี้จนเป็นผลสำเร็จ ทั้งนี้ แหล่งไม้กลายเป็นหิน จังหวัดตาก มีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ควรค่าแก่การอนุรักษ์และศึกษาเรียนรู้ ถือเป็นความภาคภูมิใจที่ประเทศไทยมีทรัพยากรธรณีที่มีความอุดมสมบูรณ์จนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านซากดึกดำบรรพ์ ธรณีวิทยา และธรรมชาติวิทยา เพื่อสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนด้วย

อีกทั้งในพื้นที่บริเวณที่พบไม้กลายเป็นหินที่ยาวที่สุดในโลกนี้ ยังค้นพบไม้กลายเป็นหินที่เป็นต้นไม้ใหญ่อีก 6 ต้น ความยาวราว 30 – 45 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 – 2.0 เมตร และคาดว่าน่าจะมีไม้กลายเป็นหินอีกเป็นจำนวนมากในบริเวณนี้ นับเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพราะไม่มีแหล่งซากดึกดำบรรพ์ใดในโลกที่มีการพบไม้กลายเป็นหินขนาดใหญ่รวมกันเช่นนี้มาก่อน ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในจังหวัดตาก จะร่วมกันดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรธรณี รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ ให้มีความสมบูรณ์ โดยย้ำว่า “ท้าทายกว่าการได้มา คือ การรักษา” เพื่อส่งต่อไปยังคนรุ่นถัดไปได้ใช้ประโยชน์ต่อไป

-001

ปศุสัตว์เน้นเชิงรุกคุมโรคลัมปีสกิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665301

วันศุกร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า เนื่องด้วยฤดูฝน จึงส่งผลต่อระดับภูมิคุ้มกันโรคในสัตว์ เช่น โรคลัมปี สกินที่เกิดจากเชื้อไวรัสพบเฉพาะในโค กระบือ ไม่ติดต่อสู่คน ติดต่อได้จากสารคัดหลั่งและมีการใช้อุปกรณ์ร่วมกัน มีพาหะนำโรคติดต่อระหว่างสัตว์และสัตว์ จึงเฝ้าระวัง ควบคุมและป้องกันโรคให้อยู่ในวงจำกัด ลดผลกระทบและความเสียหายตามหลัก “รู้เร็ว โรคสงบได้เร็ว” โดยสำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าควบคุมการระบาดของโรคนี้ รวมทั้งได้รับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อควบคุมโรคลัมปี สกินในโค กระบือ สำหรับจัดซื้อวัคซีนเพิ่ม 5,000,000 โดส เพื่อให้โค กระบือ ได้รับการฉีดวัคซีนครอบคลุมทั้งประเทศ ให้มีภูมิคุ้มกันระดับฝูง ปัจจุบันได้กระจายวัคซีนให้กับพื้นที่และนำไปฉีดให้กับโค กระบือของเกษตรกรทั้งหมดแล้ว

นายสัตวแพทย์สรวิศ เปิดเผยด้วยว่า ได้เร่งให้ความช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากโรคลัมปีสกินในโคกระบือ ประสานงานกับจากผู้ว่าราชการจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รักษาพยาบาลสัตว์ป่วย มีเกษตรกรได้รับบริการ 206,532 ราย หยดหรือราดยาป้องกันแมลง เกษตรกรที่ได้รับบริการ 37,967 ราย พ่นยากำจัดแมลง เกษตรกรที่ได้รับบริการ 226,233 ราย พ่นยาฆ่าเชื้อทำลายเชื้อโรค เกษตรกรที่ได้รับบริการ 173,622 ราย แจกยากำจัดแมลงแก่เกษตรกร ได้รับบริการ 133,735 ราย และประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องโรคลัมปี สกิน และการป้องกันโรค เกษตรกรที่ได้รับบริการ 433,610 ราย ทั้งนี้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อขอรับข้อมูลได้ที่www.dld.go.th หรือแอปพลิเคชั่น DLD 4.0 หรือสายด่วนกรมปศุสัตว์ 06-3225-6888 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กยท.ชี้ราคายางปรับ ตามสภาพเศรษฐกิจ งัดมาตรการรองรับ ช่วยเหลือเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665302

วันศุกร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ราคาน้ำยางสดเฉลี่ยเดือนมิถุนายน 2565 อยู่ที่ 66.28 บาท/กิโลกรัม ซึ่งสาเหตุที่ราคายางปรับตัวลงเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวลดลงเพราะค่าเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น ทำให้ความต้องการใช้ยางที่มีการชะลอตัว ประกอบกับปริมาณยางใน Stock จีน ที่ยังมีอยู่ เพราะมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวด การผลิตและบริโภคในจีนจึงน้อยลง โดย กยท.เชื่อว่าราคายางจะคงตัวอยู่ระดับนี้ในระยะสั้นๆ เนื่องจากยังมีปัจจัยบวกที่ช่วยดันให้ราคายางสูงขึ้นได้ เช่น ผลผลิตยางออกสู่ตลาดน้อยลง ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมการต้องการใช้ยางเพิ่มขึ้น เช่น การผลิตล้อยางสำหรับรถระบบไฟฟ้า และผลจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลต่ออุตสาหกรรมถุงมือยางสังเคราะห์มีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เป็นโอกาสดีสำหรับถุงมือยางธรรมชาติที่ตลาดมีความต้องการใช้ทดแทนถุงมือยางสังเคราะห์ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการใช้น้ำยางเพิ่มขึ้นในตลาด

“กยท.มีมาตรการรองรับสถานการณ์ ผ่านการดำเนินโครงการชะลอขายยาง เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถเก็บผลผลิตและขายในช่วงที่ราคาเหมาะสม โดย กยท.ดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าสามารถช่วยดูดซับยางออกจากระบบได้ถึง 65,000 ตัน นอกจากนี้ได้จัดสรรเงินอุดหนุน มาตรา 49 (3) ให้สถาบันเกษตรกรฯ สร้างห้องเก็บยางระบบควบคุมความชื้น สามารถยืดอายุการเก็บยางแผ่นรมควัน เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 3 เดือน ช่วยชะลอการขายยางในช่วงที่ราคาปรับตัวลงได้” ผู้ว่าการ กยท.กล่าว

ประมงแจ้งผ่านออนไลน์ ครอบครองซากสัตว์มีโทษหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665303

วันศุกร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า การประกาศขายโฆษณาเครื่องมือทำการประมงบางชนิด ได้แก่ หม้อน็อกปลา โพงพาง ลอบพับได้หรือไอ้โง่ และการประกาศขายสัตว์คุ้มครอง หรือซากของสัตว์คุ้มครอง เช่น หินปะการัง ปะการัง กัลปังหา หรือเต่า บนแพลตฟอร์มของบริษัทเอกชน ยังไม่มีคำแนะนำที่ถูกต้องตามกฎหมายให้แก่ผู้บริโภค หากผู้บริโภครายใดไม่ทราบข้อมูลและซื้อสินค้าดังกล่าวไว้ในครอบครอง อาจส่งผลให้ผู้ซื้อสินค้าถูกจับ ถูกปรับ และถูกดำเนินคดีได้ ซึ่งมีอัตราโทษค่อนข้างรุนแรง

สำหรับข้อกฎหมายและบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายออนไลน์กรณีดังกล่าว มีดังนี้ พ.ร.ก.การประมง 2558 แก้ไขเพิ่มเติม 2560, พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 มีรายละเอียด ดังนี้ ห้ามค้าห้ามครอบครองโดยเด็ดขาด หากจะมีการนำเข้า-ส่งออกต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมประมงเท่านั้น ได้แก่ ปะการังทุกชนิด กัลปังหาทุกชนิด ดอกไม้ทะเลทุกชนิด(ทั้งที่ยังมีชีวิต หรือเป็นซากของปะการัง) และหัวแหวนปลาโรนิน แหวนกระเบนท้องน้ำ กำไลกัลปังหา เขี้ยวพะยูน กระดองเต่า เต่า เปลือกหอยบางชนิด เช่นหอยมือเสือ หอยแตรสังข์ โดยผู้ที่ค้าสัตว์ป่าสงวนมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 3 แสน ถึง 1.5 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ที่ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้มีไว้ในครอบครองสัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สัตว์น้ำประเภทค้า-ขาย-ส่งออกได้ แต่ต้องมีใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่า และมีการออกหนังสือกำกับการจำหน่ายแก่ผู้ซื้อ ส่วนผู้ซื้อต้องขอรับใบอนุญาตตามกฎหมาย ได้แก่ กระเป๋าหนังจระเข้ และตะพาบน้ำ โดยผู้ที่ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงเป็นห่วงผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจถูกดำเนินคดีจากความไม่เข้าใจในกฎหมาย

ที่ผ่านมา กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดที่ใช้เครื่องมือดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสามารถเลือกซื้อจากร้านค้าออนไลน์ได้ง่าย และเพื่อให้สอดรับกับนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่เน้นย้ำให้ดำเนินมาตรการอนุรักษ์เพื่อรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีความยั่งยืนและให้เกิดความสมดุลเหมาะสมกับการประกอบอาชีพของพี่น้องชาวประมง และมอบนโยบายการปฏิบัติงานยึดหลัก 3 ป.คือ การป้องกัน การป้องปราม และการปราบปราม พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเป็นสำคัญ

‘มนัญญา’ตั้งวอร์รูมแก้หนี้ สหกรณ์เกษตรฯ1.8หมื่นล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665304

‘มนัญญา’ตั้งวอร์รูมแก้หนี้  สหกรณ์เกษตรฯ1.8หมื่นล้าน

วันศุกร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “แนวทางการปฏิบัติงานรองนายทะเบียนสหกรณ์” พร้อมทั้งมอบนโยบายในการกำกับดูแลสหกรณ์ทั่วประเทศ และบรรยายพิเศษ หัวข้อ “นโยบายด้านการส่งเสริม กำกับ ดูแลสหกรณ์” เพื่อป้องกันการเกิดข้อบกพร่องและการทุจริตในระบบสหกรณ์ โดยมีนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ คณะผู้บริหาร สหกรณ์จังหวัด ผอ.สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 และ 2 ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ที่โรงแรมปรินซ์พาเลซ กทม.

น.ส.มนัญญา กล่าวว่า ได้เตรียมตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการทุจริตในสหกรณ์ ที่กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งจะรวบรวมหนี้ที่มีการทุจริตในระบบสหกรณ์ ทั้งสหกรณ์การเกษตรและสหกรณ์ออมทรัพย์ เบื้องต้น 18,000 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวมาจากการสั่งการให้ทุกจังหวัดรวบรวม ตัวเลขทุจริตเหล่านี้ จะนำมาใช้ในการแก้ไขตามกรณีแต่ละสหกรณ์

ด้านนายวิศิษฐ์ เปิดเผยว่า ให้ความสำคัญต่อการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสหกรณ์ออมทรัพย์เป็นพิเศษ เนื่องจากสหกรณ์ออมทรัพย์ในประเทศไทย ปัจจุบันมีกว่า 1,400 แห่ง ทุน
ดำเนินงานกว่า 2.74 ล้านล้านบาท โดย รมช.เกษตรฯ สั่งการให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปติดตามดูแลระบบการเงินของสหกรณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งหาแนวทางป้องกันปัญหาไม่ให้
เกิดทุจริตซ้ำ จึงกำชับคณะกรรมการสหกรณ์วางระบบการตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ ให้เป็นไปตามระเบียบของนายทะเบียนสหกรณ์ และข้อบังคับแต่ละสหกรณ์อย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาผลประโยชน์สมาชิก

เกษตรฯถกรัสเซียซื้อปุ๋ยราคามิตรภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665079

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ มอบนโยบายให้เร่งช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อแก้ไขปัญหาปุ๋ยแพงและปุ๋ยขาดแคลนจากผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครน และปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงได้พบหารือกับนายนิโคไล เชอร์เยฟ ที่ปรึกษาสำนักงานผู้แทนการค้ารัสเซียประจำประเทศไทย นายวิตาลี คิสเซเรฟ ประธานหอการค้าไทย-รัสเซีย ดร.ยงยุทธสาระสมบัติ นายกสมาคมส่งเสริมเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทย-รัสเซีย ดร.อาณัติชัย รัตตกุล คณะทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีเกษตรฯ และ ดร.วนิดา กำเนิดเพ็ชร์ ผอ.สำนักการเกษตรต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ เกี่ยวกับการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากรัสเซียเพิ่มขึ้นในราคามิตรภาพ ซึ่งจากการหารือรอบแรกผู้แทนการค้ารัสเซียยืนยันว่ารัสเซียกับไทยมีความสัมพันธ์กันมากว่า 100 ปี จึงเห็นด้วยในหลักการที่จะขายปุ๋ยให้ไทยในราคาพิเศษ

ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งหน้าจะเชิญผู้แทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ตัวแทนสถาบันเกษตรกรสมาพันธ์ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ และสมาคมผู้ค้าปุ๋ยร่วมหารือด้วย ประเทศไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศเกือบ 100% กว่า 5 ล้านตัน เป็นมูลค่ากว่า 73,430 ล้านบาทในปี 2564 มากกว่าปี 2563 ถึง 54.1% ส่วนรัสเซีย เป็นประเทศที่ส่งออกปุ๋ยเคมี คิดเป็นมูลค่ามากที่สุดในโลกปีละกว่า 2 แสนล้านบาทคิดเป็นสัดส่วน 12.7% ของมูลค่าการส่งออกทั้งโลก โดยไทยนำเข้าจากรัสเซียเป็นมูลค่า 5,670 ล้านบาทในปีที่แล้ว คิดเป็นสัดส่วนราว 7.7% ของการนำเข้าปุ๋ยเคมีทั้งหมด ก่อนหน้านี้กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงการต่างประเทศ และหอการค้าไทย ได้เจรจาขอซื้อปุ๋ยเคมีราคามิตรภาพจากซาอุดีอาระเบีย ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจานำเข้า-ส่งออกของภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ

ปศุสัตว์แจงกระดูกในเล้งแซ่บ หน้าตาแปลกเป็นสันหลังหมู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665080

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายสัตว์แพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลตามสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับการสั่งต้มเล้งแซ่บมารับประทาน เมื่อลอกเนื้อออกจากกระดูก แล้วสังเกตกระดูกในน้ำซุป คล้ายกะโหลกสัตว์บางชนิด ทำให้เกิดความตื่นตระหนกและกังวลใจกับผู้พบเห็น ว่า กระดูกดังกล่าวเป็นกระดูกหมูที่มาจากส่วนสันหลัง ส่วนกระเบนเหน็บ (sacrum) เป็นชิ้นส่วนกระดูกที่เชื่อมต่อระหว่างกระดูกเชิงกราน (pelvic bone) และกระดูกหาง(coccygeal bone) อาจมีลักษณะคล้ายกับกระดูกสัตว์บางชนิด จึงอาจทำให้เกิดความสงสัย ถ้าสังเกตแล้วจะพบว่ารูปร่างลักษณะและความหนาแน่นของกระดูกจะแตกต่างกันมาก ดังนั้น หากผู้บริโภคมีความสงสัยสามารถสอบถามหรือส่งตัวอย่างเพื่อนำไปตรวจสอบได้ที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัย และห้องปฏิบัติการของกรมปศุสัตว์

นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวอีกว่า ขอให้ประชาชนอย่าตระหนกและตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัด และเพื่อเป็นทางเลือกของผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์ปลอดภัย มีแหล่งที่มาชัดเจน กระบวนการผลิตถูกสุขอนามัย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ขอให้เลือกซื้อสินค้าปศุสัตว์จากแหล่งที่มาที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์ สังเกตจากตราสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK”

กรมชลฯติดตามงาน 2โครงการบริหารน้ำ สุราษฎร์ฯ-เมืองคอน แก้ปัญหาใน2จังหวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665077

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายชูชาติ รักจิตร รองอธิบดีกรมชลประทาน และคณะ ติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี-พุมดวง จ.สุราษฎร์ธานี และโครงการบรรเทาอุทกภัยนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีนายสุริยพล นุชอนงค์ ผอ.กองพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง นายชูศักดิ์ สุทธิ ผอ.สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 15 และผู้เกี่ยวข้อง รายงานผลการดำเนินโครงการฯ

สำหรับโครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี-พุมดวง เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 16 เครื่อง อัตราการสูบน้ำ 25.50 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที พร้อมระบบคลองส่งน้ำ ประกอบด้วย คลองส่งน้ำสายใหญ่ MC1 และคลองสายซอย 9 สาย ความยาวรวมประมาณ 45 กิโลเมตร คลองส่งน้ำสายใหญ่ MC2 และคลองสายซอย 15 สาย ความยาวรวม 73.76 กิโลเมตร นอกจากนี้
ยังมีระบบระบายน้ำ อาคารประกอบตามแนวคลองระบายน้ำ 9 สาย และคลองสายซอย 12 สาย ความยาวรวมประมาณ 77 กิโลเมตร ปัจจุบันมีความคืบหน้ากว่า 75% ส่วนโครงการบรรเทาอุทกภัย
นครศรีธรรมราชฯ เป็นการขุดคลองระบายน้ำ 3 สาย ความยาวประมาณ 18.64 กิโลเมตร การขุดเพิ่มประสิทธิภาพคลองวังวัว ความยาวประมาณ 5.90 กิโลเมตร การขุดเพิ่มประสิทธิภาพคลองท่าเรือ-หัวตรุด ความยาวประมาณ 11.90 กิโลเมตร และการก่อสร้างประตูระบายน้ำเพื่อควบคุมปริมาณน้ำอีก 7 แห่ง มีการเร่งรัดงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมย้ำให้ควบคุมงานให้เป็นไปตามหลักวิศวกรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องชาวนครศรีธรรมราช ให้มากที่สุด

สกู๊ปพิเศษ : วิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมา โชว์ผลสำเร็จแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้จากชันโรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665084

สกู๊ปพิเศษ : วิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมา โชว์ผลสำเร็จแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้จากชันโรง

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กลุ่มเกษตรกรที่ได้มีการเลี้ยงชันโรงในพื้นที่สวนอย่างเต็มรูปแบบนั้นอยู่ที่ตำบลทับมา อำเภอเมือง ระยอง สามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องรอขายเพียงแค่ผลไม้ตามช่วงฤดูกาล เนื่องจากน้ำผึ้งชันโรงสามารถขายได้ทุกช่วงเวลา และกำลังได้รับความนิยมและเป็นที่ต้องการของตลาดในการเป็นน้ำตาลทางเลือกเพื่อสุขภาพ เนื่องจากน้ำผึ้งชันโรงนั้นมีลักษณะเด่นคือ เป็นน้ำผึ้งที่มีน้ำตาลในปริมาณที่น้อย เพราะพฤติกรรมของชันโรงคือจะเก็บน้ำตาลจากเกสรดอกไม้ 20% และเกสรดอกไม้ 80% น้ำผึ้งชันโรงจึงมีเกสรจากดอกไม้ผสมอยู่ในปริมาณที่มาก และมีความหอมและรสชาติที่แตกต่างจากน้ำผึ้งทั่วๆ ไป ทำให้มีราคาที่ค่อนข้างสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด 

นางประไพ คชรินทร์ ประธานวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมา กล่าวว่า ชันโรงที่เลี้ยงเป็นสายพันธ์ุขนเงิน ให้น้ำหวานและชันที่มีส่วนประกอบของสารฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารช่วยต้านอนุมูลอิสระ โดยสารฟลาโวนอยด์ที่มีในผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มฯ จะอุดมไปด้วย แมงโกสทีน ฟลาโวนอยด์ ที่ได้จากเกสรของดอกมังคุด ซึ่งมีเฉพาะในพื้นที่เท่านั้น มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันยับยังเซลล์มะเร็ง ช่วยบำรุงสมอง นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์จากสารสกัด พรอพอลิส และเกสรของผึ้งชันโรง อาทิ สบู่ ยาหม่อง น้ำมันหอมระเหย ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เป็นต้นรวมถึงจำหน่ายและซื้อคืนรังเลี้ยงชันโรง เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้กับสมาชิก 

นางประไพกล่าวอีกว่า การเพาะเลี้ยงชันโรงก็ไม่ยุ่งยากเพราะชันโรงจะหาอาหารเอง เริ่มต้นด้วยการซื้อกล่องเลี้ยง หรือหาวัสดุจากในพื้นที่ใช้เวลาเลี้ยง 6 เดือนขึ้นไป จากนั้นจะเริ่มเก็บน้ำหวานได้รังละ 500 กรัม ราคารับซื้อของกลุ่มอยู่ที่กิโลกรัมละ 1,000 บาท ซึ่งตอนนี้มีอยู่ 45 คนซึ่งน้อยมาก อยากให้มีการเลี้ยงกันมากๆ เพราะมีรายได้น่าพอใจ จากอาชีพเสริมมาเป็นอาชีพหลักได้ ภายใน 1 ถึง 2 ปี 

ด้านนางมาริน สมคิด เกษตรจังหวัดระยอง กล่าวว่าในส่วนของเกษตรจังหวัด เราสนับสนุนปัจจัยหมุนเวียนเพื่อซื้อรัง ให้กับกลุ่มในช่วงเริ่มต้นโดยให้เขาบริหารจัดการกันเองเราคอยเป็นพี่เลี้ยงในการจัดหาวิทยากรมาให้ความรู้ เพราะชันโรงเป็นสัตว์ที่อ่อนไหว ต้องไม่อยู่ในพื้นที่ที่ใช้สารเคมีเลย โดยเฉพาะเชื้อรา บิวเวอร์เรีย เพราะเป็นสารกำจัดแมลง ห้ามใช้เด็ดขาดเพราะจะทำให้ตายยกรัง เราเห็นว่าระบบนิเวศที่ชุมชนชันโรงทับมามีระบบนิเวศดีมาก สามารถขยายรังได้ และเก็บน้ำผึ้งได้ปริมาณมากกว่าปกติอีกด้วย 

สำหรับผู้สนใจเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพผู้เลี้ยงชันโรงบ้านทับมา จ.ระยอง หรือสนใจเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับโครงการเพาะเลี้ยงติดต่อได้ที่ 08-1983-1158 ทางกลุ่มยังต้องการสมาชิก และผู้เลี้ยงชันโรงอีกเป็นจำนวนมาก

สสว.ร่วมมือภาครัฐ–ภาคเอกชน ดัน MSME เข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665078

สสว.ร่วมมือภาครัฐ–ภาคเอกชน ดัน MSME เข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวภายหลังเป็นประธานงานแถลงข่าวเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในระดับพื้นที่เข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ “THAI SME-GP รัฐพร้อมซื้อ

SME พร้อมขาย” ว่า โครงการดังกล่าว เป็นมาตรการสำคัญที่ สสว. ร่วมกับ กรมบัญชีกลาง จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ MSME เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้ง่าย ภายใต้กฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 โดยกำหนดแต้มต่อสำหรับผู้ประกอบการ MSME ในการเสนอราคาสูงกว่าผู้ประกอบการทั่วไปได้ ไม่เกินร้อยละ 10 ของราคาต่ำสุด และการจัดซื้อจัดจ้างวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ให้เลือกจากผู้ประกอบการ MSME เป็นลำดับแรก อีกทั้งยังให้สิทธิพิเศษสำหรับผู้ประกอบการ MSME ที่มีสินค้าได้รับการรับรอง Made in Thailand (MiT) สามารถเสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดได้ร้อยละ 5 โดยผู้ประกอบการMSME ที่ได้รับสิทธิจะต้องขึ้นทะเบียนในระบบ THAI SME-GP เป็นที่เรียบร้อย และผ่านการรับรองความเป็นผู้ประกอบการเพื่อรับสิทธิประโยชน์ตามข้อกำหนด

นอกจากนี้ภายใต้กฎกระทรวงฯดังกล่าว ก็ยังมีมาตรการการส่งเสริมสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของกรมควบคุมมลพิษร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการ MSME อยู่ด้วย และสสว.ยังได้ร่วมกับ 8 สถาบันการเงินของภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนสินเชื่อสำหรับ MSME เพื่อการเป็นคู่ค้ากับภาครัฐ เพื่อส่งเสริมธุรกิจ MSME ให้เติบโตก่อนใคร

โดยโครงการดังกล่าวตั้งเป้าที่จะช่วยแก้ไขข้อจำกัด อุปสรรคต่างๆ โดยการสร้างความรู้ความเข้าใจในการเตรียมความพร้อม และการเข้าถึงระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐแก่ MSME ผ่านกิจกรรมการพัฒนายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการกว่า 1,000 ราย ในระดับพื้นที่ทั่วประเทศ ด้วยการอบรมเชิงปฏิบัติการและการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึก