จีนจะแซงสหรัฐเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจในปี 2033

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/670948

วันที่ 01 ม.ค. 2565 เวลา 16:22 น.จีนจะแซงสหรัฐเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจในปี 2033 เป็นคาดการณ์ที่ช้าสลงกว่าเดิมและยังเป็นการครองตำแหน่งในช่วงสั้นๆ เพราะจีนมีปัจจัยลบที่ต้องเผชิญมากมาย

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจแห่งประเทศญี่ปุ่น (JCER) คาดการณ์ว่าขนาดของเศรษฐกิจจีนจะเกินขนาดของสหรัฐภายในปี 2033 จากเดิมที่คาดว่าจะแซงในปี 2029 ตามการคาดการณ์เมื่อปีที่แล้ว

สาเหตุที่จีนจะแซงสหรัฐช้าลงก็เพราะจีนกำลังทำลายศักยภาพการเติบโตของประเทศด้วยการจำกัดเทคโนโลยีของตน และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อื่นๆ

รายงานยังกล่าวถึงสาเหตุที่จีนจะแซงสหรัฐช้าลงเพราะการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนอย่างต่อเนื่องของจีน รวมถึงภาระหนี้ก้อนโต ซึ่งหนึ่งในนั้นคือกรณีที่เกิดขึ้นอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ของเอเวอร์แกรนด์ที่กำลังสั่นคลอนและยังฉุดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

JCER ระบุว่า ภายใต้สถานการณ์พื้นฐาน ในปี 2033 จีดีพีของจีนจะใหญ่กว่าของปี 2020 ถึง 2.4 เท่า คือ 35.841 ล้านล้านดอลลาร์ แซงหน้าสหรัฐที่คาดว่าจะมีขนาดเศรษฐกิจ 35.821 ล้านล้านดอลลาร์ จนทำให้จีนเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลกเป็นครั้งแรก

อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งปัญหาที่จะฉุดรั้งการเติบโตของจีนคือจำนวนประชากรที่ลดลง ในขณะที่สหรัญจะยังคงีอัตราประชากรที่มีเสภียรภาพและมีศักยภาพการผลิตที่สูง และจะสามารถทำให้สหรัฐช่วงชิงตำแหน่งมหาเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลกกลับมาได้ในปี 2056

นอกจากนี้ JCER ยังคาดการณ์ว่าจีดีพีต่อหัวของเกาหลีใต้จะแซงหน้าญี่ปุ่นในปี 2027 และไต้หวันจะแซงญี่ปุ่นในปี 2028 โดยที่จีดีพีต่อหัวของญี่ปุ่นถูกสิงคโปร์แซงหนาไปแล้วตั้งแต่ปี 2007 และฮ่องกงในปี 2014

Photo by MANDEL NGAN / AFP

เจ้าอวกาศรายใหม่ จีนปล่อยยานอวกาศ ‘มากสุดในโลก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672014

วันที่ 01 ม.ค. 2565 เวลา 14:19 น.เจ้าอวกาศรายใหม่ จีนปล่อยยานอวกาศ 'มากสุดในโลก'  สำนักข่าวซินหัวรายงาน จีนครองแชมป์ ‘ปล่อยยานอวกาศ’ มากสุดในโลกในปี 2021

บริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการบินและอวกาศแห่งชาติจีน (CASC) เปิดเผยว่าจีนดำเนินภารกิจปล่อยยานอวกาศ จำนวน 55 ครั้ง ในปี 2021 ซึ่งตัวเลขนี้ถือเป็นอันดับหนึ่งของโลก

ภารกิจข้างต้นแบ่งเป็นการปล่อยด้วยจรวดขนส่งตระกูลลองมาร์ช (Long March) 48 ครั้ง ซึ่งประสบความสำเร็จทั้งหมด ตามด้วยการปล่อยด้วยจรวดขนส่งไคว่โจว-1เอ (Kuaizhou-1A) 4 ครั้ง จรวดขนส่งซีอีอาร์อีเอส-1 (CERES-1) หนึ่งครั้ง และจรวดขนส่งพาณิชย์เอสคิวเอ็กซ์-1 (SQX-1) สองครั้ง

ขณะที่การส่งดาวเทียมทดลองเทคโนโลยีการสื่อสารสู่อวกาศด้วยจรวดขนส่งลองมาร์ช-3บี จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมซีชางในมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เมื่อวันพฤหัสบดี (30 ธ.ค.) นับเป็นหมุดหมายว่าการดำเนินภารกิจปล่อยยานอวกาศในปีนี้ของจีนสิ้นสุดลงแล้ว

จรวดขนส่งที่พัฒนาโดยบริษัทฯ และจรวดขนส่งรุ่นปรับปรุงต่างๆ ซึ่งจัดเป็นจรวดวงโคจรสูงรายการหลักของจีน ดำเนินการขนส่งดาวเทียมสื่อสารวงโคจรสูง ดาวเทียมสื่อสารพาณิชย์ และดาวเทียมวงโคจรกลาง-สูง อย่างดาวเทียมนำทางเป่ยโต่ว-2 และเป่ยโต่ว-3 เป็นหลัก

บริษัทฯ ระบุว่าจรวดขนส่งตระกูลลองมาร์ชยังปฏิบัติภารกิจปล่อยยานอวกาศครบ 400 ครั้ง ในปี 2021 ซึ่งจัดเป็นก้าวย่างอันยิ่งใหญ่ของความแข็งแกร่งด้านอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ รวมถึงความแข็งแกร่งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

NASA จ้างผู้เชี่ยวชาญศาสนา รับมือมนุษย์ต่างดาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672028

วันที่ 01 ม.ค. 2565 เวลา 12:25 น.NASA จ้างผู้เชี่ยวชาญศาสนา รับมือมนุษย์ต่างดาวเป็นข่าวใหญ่เมื่อวงการวิทยาศาสตร์และวงการศาสนาจับมือกันเพื่อวางแผนรับมือหากมนุษย์ต่างดาวปรากฏตัวและมนุษยชาติอาจจะทำตัวไม่ถูกหากเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

Technotrendz รายงานว่าองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) กำลังขอความช่วยเหลือจากนักศาสนศาสตร์ 24 คน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการพิจารณาว่าศาสนาต่างๆ ทั่วโลกจะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อติดต่อกับมนุษย์ต่างดาว

จากการายงานของ TheTimes ตอนนี้มีสาธุคุณท่านหนึ่งได้ร่วมงานกับ NASA แล้ว คือ สาธุคุณ ดร.แอนดรูว์ เดวิสัน นักบวชและนักศาสนศาสตร์ชาวอังกฤษที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ จบปริญญาสาขาชีวเคมี เข้าร่วมโครงการในชื่อ “ศูนย์ตรวจสอบด้านศาสนศาสตร์ (Center for Theological Inquiry หรือ CTI) ในมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน

The Hill รายงานว่าในแถลงการณ์ที่โพสต์ในบล็อกของคณะเทววิทยา ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ สาธุคุณเดวิสันกล่าวว่างานวิจัยของเขาส่วนใหญ่เน้นที่แนวคิดเกี่ยวกับคริสต์ศาสนา หรือการศึกษาว่าพระเยซูทรงเป็นใคร ศึกษาสถานะของพระองค์ทั้งที่เป็นมนุษย์และพระเจ้า ดูแล้วไม่ค่อยจะเกี่ยวกับการศึกษาเอเลี่ยนสักเท่าไร

แต่สาธุคุณเดวิสันไม่ได้ศึกษาแต่พระเจ้า แต่ยังศึกษาความเป็นไปได้เรื่องมนุษย์ต่างดาวด้วย และกำลังเขียนหนังสือในประเด่นนี้ คาดว่าน่าจะวางจำหน่ายได้ในปีนี้ เขาบอกว่า เขาคิดถึงการเรื่องหลักคำสอนเรื่องการสร้างโลกโดยพระเจ้ากับความเป็นไปได้ที่จะมีความหลากหลาย (เรื่องสิ่งมีชีวิตต่างดาว)

Daze รายงานว่า หนังสือของสาธุคุณเดวิสันที่กำลังจะออกมา มีชื่อว่า Astrobiology and Christian Doctrine (ชีวิตต่างดาวกับหลักศาสนาคริสต์) พิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่พระเจ้าจะสร้างชีวิตในที่อื่นในจักรวาลด้วย และตั้งข้อสังเกตว่า “คนที่ไม่ใช่ผู้นับถือศาสนาก็ดูจะประเมินคนเคร่งศาสนาสูงเกินไป…หากคนเหล่านี้เผชิญกับความท้าทายจากหลักฐานเรื่องสิ่งมีชีวิตต่างดาว”

ที่ผ่านมาในภาพยนต์มนุษย์ต่างดาวบุกโลก มักจะเล่นประเด็นศาสนากับความตื่นตะลึงที่ได้พบกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่นอกการส้รางของพระเจ้า หรือบางครั้งจะให้ภาพว่ามนุษยชาติหันไปพึ่งพาศาสนามากขึ้นเพราะสิ่นหวังกับการถูกมยนุษย์ต่างดาวรุกราน บางทีสถานการณ์จำลองแบบนี้อาจะเกิดขึ้นจริงๆ ก็ได้ หากไม่มีการเตรียมพร้อมเอาไว้ก่อน และ NASA ก็ไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องเล่นๆ ด้วย

Photo by Julio Cesar AGUILAR / AFP

เปิดคำทำนาย ‘นอสตราดามุส’ ปี 2022 โลกจะพินาศแค่ไหน?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672019

วันที่ 01 ม.ค. 2565 เวลา 10:41 น.เปิดคำทำนาย 'นอสตราดามุส' ปี 2022 โลกจะพินาศแค่ไหน?คำทำนายอาจหมายถึงการสูญเสียบุคคลสำคัญของบางประเทศ ภาวะโลกร้อน ความอดอยาก และการล่มสลายของสหภาพยุโรป

คำทำนายของ ‘นอสตราดามุส’ ปรากฏในหนังสือ Les Prophéties ซึ่งเรียบเรียงเป็นบทกลอน แต่ไม่สามารถจะชี้ชัดว่าบทกลอนไหนกล่าวถึงปีไหนชัดๆ นี่เป็นข้อมูลที่ปรากฏทั่วไปในสำนักข่าวต่างๆ ที่เชื่อว่าจะเป็นคำทำนายสำหรับปี 2022 และโพสต์ทูเดย์ได้มีการวิเคราะห์เพิ่มเติมจากคำแปลต้นฉบับ The Compleat Works of Nostradamus ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้อ่าน 

1. การเสียชีวิตของบุคคลสำคัญ

คำทำนายระบบุว่า “การตายกะทันหันของบุคคลแรก เขาจะถูกเปลี่ยนและพวกเขาจะตั้งอีกคนในอาณาจักรของเขา” – มีผู้ตีความว่า “บุคคลแรก” น่าจะหมายถึงผู้นำประเทศ และบางคนเชื่อว่าน่าจะหมายถึงคิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ โดยโยงกับการที่สภาพร่างกายของเขาผอมลงอย่างเห็นได้ชัด จนอาจะป่วยเป็นโรคใดโรคหนึ่ง

แต่บางคนก็ตีความว่า “บุคคลแรก” อาจจะหมายถึงประธานาธิบดีโจ ไบเดนก็เป็นได้ โดยวรรคต่อมาของคำทำนายระบุว่า “มาถึงระดับสูงเมื่อสายไปและอายุน้อยก็จะมา ทางบกและทางทะเลจำเป็นต้องเกรงกลัวคนผู้นี้” – คำทำนายวรรคหลังนี้อาจหมายถึงผู้นำที่สูงวัยและมีอิทธิพลสูงจนคนทั่วโลกต้องยำเกรง (คำทำนายจากบทที่ XIV, CENTURIE IV)

2. ภาวะโลกร้อนที่เลวร้ายลง

คำทำนายหนึ่งระบุว่า “เพราะความร้อนจากแสงอาทิตย์ในทะเลยูโบเอีย ปลาจะครึ่งสุก ชาวบ้านจะมาตัดพวกมัน เมื่อขนมปังของเกาะโรดส์และเจนัวจะไม่ได้ผล” – คำทำนายนี้เชื่อกันว่าหมายถึงภาวะโลกร้อนที่ร้อนจนทำให้ปลาในทะเลตาย ทะเลยูโบเอีย เป็นชื่อของน่านน้ำของเกาะใหญ่ในประเทศกรีซ “เกาะโรดส์และเจนัว” เป็นดินแดนของปรทเศทรงอิทธิพลในยุโรป อาจหมายถึงภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้นในยุโรปจนทำให้เกิอดภาวะข้าวยากหมากแพง (คำทำนายจากบทที่ III, CENTURIE II)

3. วิกฤตข้าวยากหมากแพง

คำทำนายหนึ่งระบุว่า “ไม่มีเจ้าอาวาส ไม่มีพระ ไม่มีสามเณรศึกษาเล่าเรียน น้ำผึ้งจะมีราคาสูงกว่าเทียนไข” และ “ราคาข้าวสาลีนั้นสูงมาก คนผู้นั้นต้มเพื่อนของเขาเพื่อกินประทังความสิ้นหวัง” – คำทำนายนี้เชื่อกันว่าหมายถึงภาวะข้าวของแพง และบางแห่งถึงขั้นต้องกินเนื้อมนุษย์ด้วยกันเอง แต่ยังอาจหมายถึงการเอาเปรียบระหว่างมนุษย์ด้วยกันอย่างเลวร้ายก็ได้ (คำทำนายจากบทที่ XLIV, CENTURIE I และ LXXV, CENTURIE II)

4. การผงาดของปัญญาประดิษฐ์

บางคนเชื่อว่านี่คือคำทำนายถึงการผงาดขึ้นมาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) คำทำนายบอกว่า “พระจันทร์เต็มดวงเหนือภูเขาสูง นักปราชญ์คนใหม่ที่มีสมองเดียวแลเห็น โดยเหล่าสาวกอัญเชิญให้เป็นอมตะ แลมองไปทางทิศใต้ แขนอยู่ในอก ร่างกายอยู่ในกองไฟ” – คำทำนายนี้ประโยคว่า “นักปราชญ์คนใหม่ที่มีสมองเดียว” น่าจะหมายถึงปัญญาประดิษฐ์ที่สมองประดิษฐ์ขึ้นมาเป็นเครือข่ายเดียว และประโยคว่า “โดยเหล่าสาวกอัญเชิญให้เป็นอมตะ” น่าจะหมายถึงมนุษย์ทั้งหลายเชื่อฟังสิ่งนี้ (คำทำนายจากบทที่ XXXI, CENTURIE IV)

5. การล่มสลายของสหภาพยุโรป

“วิหารที่สร้างตามแบบโรมันดั้งเดิม พวกเขาจะปฏิเสธรากฐานแห่งรากฐาน ใช้กฎข้อแรกและมนุษยธรรมของพวกเขาการไล่ตามลัทธิของนักบุญ แม้ว่าจะไม่ทั้งหมดก็ตาม” – มีผู้เชื่อว่าคำทำนายนี้หมายถึงการล่มสลายของสหภาพยุโรป สามารถตีความจากประโยคได้ว่า “วิหารที่สร้างตามแบบโรมันดั้งเดิม” น่าจะหมายถึงการรวมยุโรปเป็นหนึ่งเดียวเหมือนยุคจักรวรรดิโรมัน และประโยคว่า “พวกเขาจะปฏิเสธรากฐานแห่งรากฐาน” อาจหมายถึงการปฏิเสธหลักการมนุษยนิยม สาธารณรัฐนิยม หลักนิติธรรมแบบโรมันที่ยุึปัจจุบันยึดถือและเป็นรากฐานของสหภาพยุโรป (คำทำนายจากบทที่ VIII, CENTURIE II)

ประวัติย่อของนอสตราดามุส

(ข้อมูลจากวิกิพีเดีย) นอสตราดามุส (Nostradamus) ชื่อจริงว่า มีแชล เดอ นอสเทรอะดาม (Michel de Nostredame) เกิด 14 หรือ 21 ธันวาคม 1503 แล้วแต่แหล่งข้อมูล ตาย 2 กรกฎาคม 1566 เป็นชาวฝรั่งเศสซึ่งเป็นเภสัชกร (apothecary) และหมอดูที่มีชื่อเสียง เพราะเผยแพร่ชุดคำทำนายซึ่งเลื่องชื่อที่สุดในโลกหลายชุด โดยเฉพาะ Les Propheties (คำพยากรณ์นานา) ที่พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1555 เมื่อเผยแพร่หนังสือชุดดังกล่าวแล้ว นอสตราดามุสก็ได้รับความสนใจจากสำนักพิมพ์ใหญ่หลายแห่ง พร้อมกิตติศัพท์ว่า สามารถทำนายทายทักเหตุการณ์สำคัญหลายเรื่องในโลก

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานับตั้งแต่การตีพิมพ์ Les Prophéties ของเขา นอสตราดามุสดึงดูดผู้สนับสนุนมากมาย ซึ่งร่วมกับสื่อมวลชนที่โด่งดังมากมายให้เครดิตเขาด้วยการทำนายเหตุการณ์สำคัญๆ ของโลกได้อย่างแม่นยำ แต่วงการวิชาการส่วนใหญ่ปฏิเสธแนวคิดที่ว่านอสตราดามุสมีความสามารถในการทำนายเหนือธรรมชาติอย่างแท้จริง และยืนยันว่าความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเหตุการณ์ในโลกกับคำทำนายของนอสตราดามุสนั้นเป็นผลมาจากการตีความผิดหรือการแปลผิด (บางครั้งโดยเจตนา)

ฉีด Sinovac กระตุ้นด้วย Pfizer ยังเอา Omicron ไม่อยู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/672012

วันที่ 01 ม.ค. 2565 เวลา 09:05 น.ฉีด Sinovac กระตุ้นด้วย Pfizer ยังเอา Omicron ไม่อยู่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานวัคซีนโควิด-19 สองโดสของ Sinovac ตามด้วยการฉีดบูสเตอร์ด้วยวัคซีน Pfizer-BioNTech แสดงให้เห็นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่ต่ำลงเมื่อพบกับสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) เมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น ตามการศึกษาของนักวิจัย

การศึกษานี้ซึ่งยังไม่ได้รับการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ดำเนินการโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเยล กระทรวงสาธารณสุขของสาธารณรัฐโดมินิกัน และสถาบันอื่นๆ

ตามการศึกษาพบว่าการใช้วัคซีนสองโดสของ Sinovac ร่วมกับการฉีดวัคว๊นของ Pfizer ทำให้เกิดการตอบสนองของแอนติบอดีคล้ายกับวัคซีน mRNA สองโดส ระดับแอนติบอดีที่ต้านโอมิครอนลดลง 6.3 เท่าเมื่อเทียบกับเชื้อรุ่นก่อนหน้าและต่ำกว่า 2.7 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับเดลตา

Akiko Iwasaki หนึ่งในผู้เขียนการศึกษากล่าวบน Twitter ว่าผู้รับวัคซีน CoronaVac ของบริษัท Sinovac อาจต้องการวัคซีนเสริมอีก 2 ครั้งเพื่อให้ได้ระดับการป้องกันที่จำเป็นสำหรับโอมิครอน

วัคซีน Sinovac จำนวน 2 โดสเพียงอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้เชื้อโอมิครอนเป็นกลาง (หรือหมดลงไป) หลังจากที่ตรวจพบได้จากการศึกษาที่วิเคราะห์ตัวอย่างพลาสมาจากผู้เข้าร่วม 101 คนในสาธารณรัฐโดมินิกัน

การศึกษาจากฮ่องกงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกล่าวว่าแม้แต่วัคซีน Sinovac จำนวน 3 โดสก็ไม่สามารถตอบสนองต่อแอนติบอดีที่เพียงพอต่อโอมิครอน และต้องได้รับการฉีดสนับสนุนโดยวัคซีน Pfizer-BioNTech เพื่อให้ได้ “ระดับการป้องกัน”

วัคซีน CoronaVac ของ Sinovac และวัคซีน BBIBP-CorV ของ Sinopharm ที่รัฐเป็นเจ้าของ เป็นวัคซีนสองชนิดที่ใช้กันมากที่สุดในประเทศจีน และยังเป็นวัคซีนโควิด-19 ชั้นนำที่ส่งออกโดยประเทศ ส่วนในฮ่องกงใช้วัคซีน Sinovac และ Pfizer-BioNTech

Photo by JAVIER TORRES / AFP

ราชวงศ์ญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนรัชทายาทชาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671993

วันที่ 31 ธ.ค. 2564 เวลา 17:30 น.ราชวงศ์ญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนรัชทายาทชายกฎมณเฑียรบาลที่กำหนดให้สืบทอดบัลลังก์ได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้นกำลังทำให้คนที่จะขึ้นเป็นรัชทายาทเหลือน้อยเต็มที

สำนักข่าว AFP รายงานว่า ราชวงศ์ญี่ปุ่นกำลังเผชิญความเสี่ยงไร้ผู้สืบทอด เนื่องจากขาดแคลนรัชทายาทชาย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางรายมองว่าแนวทางที่คณะกรรมการของรัฐบาลเสนอมาก่อนหน้านี้ไม่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันของราชวงศ์ญี่ปุ่น

ด้วยความที่กฎมณเทียรบาลญี่ปุ่นกำหนดให้สมาชิกราชวงศ์ผู้ชายมีสิทธิขึ้นครองราชย์ได้เท่านั้น ทำให้เจ้าชายฮิซาฮิโตะได้ขึ้นครองตำแหน่งจักรพรรดิต่อจากสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระชนมพรรษา 61 พรรษา แทนเจ้าหญิงไอโกะที่เป็นพระราชธิดาพระองค์เดียว

แต่หากในอนาคตเจ้าชายฮิซาฮิโตะไม่มีพระโอรส ราชวงศ์ญี่ปุ่นที่มีอายุยาวนานกว่า 2,600 ปีขาดแคลนรัชทายาทเพื่อสืบสันตติวงศ์ นั่นยังหมายความว่า ภรรยาของเจ้าชายฮิซาฮิโตะต้องเผชิญกับแรงกดดันให้มีรัชทายาทชายเพื่อสืบทอดราชวงศ์ต่อไปด้วย

ขณะที่ผลการสำรวจความคิดเห็นพบว่า ชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่สนับสนุนให้สมาชิกราชวงศ์หญิงรับตำแหน่งจักรพรรดินี ทว่าแรงกดดันจากนักการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมที่ให้ยึดมั่นในกฎที่มีมาช้านานทำให้การสืบทอดราชบัลลังก์โดยผู้หญิงเป็นไปได้ยาก

AFP รายงานว่า ทางการญี่ปุ่นพยายามระดมสมองเพื่อหาทางออกให้ปัญหานี้ และเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะกรรมการพิเศษได้ยื่นข้อเสนอแนะ 2 ข้อให้รัฐบาลญี่ปุ่น

ทางเลือกแรกคือ อนุญาตให้สมาชิกราชวงศ์ผู้หญิงคงฐานันดรและการปฏิบัติกรณียกิจไว้หลังจากเสกสมรสกับสามัญชน โดยปัจจุบันนี้สมาชิกราชวงศ์หญิงยังต้องออกจากราชวงศ์ อาทิ อดีตเจ้าหญิงมาโกะ โคมุโระ วัย 30 ปี พระธิดาองค์โตของเจ้าชายฟูมิฮิโตะ ที่สละฐานันดรหลังแต่งงานกับเพื่อนชายสามัญชนร่วมมหาวิทยาลัยเมื่อเดือน ต.ค.

ทางเลือกที่สองคือ อนุญาตให้ผู้ชายที่มีเชื้อสายอยู่ในตระกูลเก่า 11 ตระกูลของราชวงศ์ญี่ปุ่นที่ถูกยกเลิกไปในสมัยปฏิรูปหลังสงครามกลับเข้าร่วมราชวงศ์สายตรงอีกครั้งผ่านกระบวนการรับเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม

รายงานของคณะกรรมการพิเศษแนะนำว่า รัฐบาลควรรักษากฎมณเทียรบาลให้สมาชิกราชวงศ์ผู้ชายขึ้นครองราชย์ไว้จนกว่าเจ้าชายฮิซาฮิโตะ พระชันษา 15 ปี พระราชนัดดาในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระภาติยะในสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ และรัชทายาทลำดับ 2 ของญี่ปุ่นจะขึ้นครองตำแหน่งจักรพรรดิ โดยมีเจ้าชายฟูมิฮิโตะ พระบิดาของเจ้าชายฮิซาฮิโตะ และพระอนุชาในสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะเป็นรัชทายาทลำดับ 1

อย่างไรก็ดี มาโกโตะ โอกาวะ ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชูโอในกรุงโตเกียวเผยกับ AFP ว่า แนวคิดดังกล่าวไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงของราชวงศ์ญี่ปุ่น หรือแนวคิดเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศ

“ผมคิดว่าชาวญี่ปุ่นกำลังสงสัยว่าทำไมเจ้าหญิงไอโกะถึงไม่ได้สืบราชบัลลังก์ต่อ” โอกาวะเผย และยังบอกอีกว่าแนวคิดที่ว่าญี่ปุ่นไม่ควรตัด “สายเลือดจักรพรรดิที่ไม่ขาดตอน” ของนักอนุรักษนิยมเป็นตรรกะที่บกพร่อง เนื่องจากเจ้าหญิงไอโกะเป็นทั้งทายาทสายตรงของสมเด็จพระจักรพรรดิและอายุมากกว่าเจ้าชายฮิซาฮิโตะ

ส่วน ฮิเดยะ คาวานิชิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นจากมหาวิทยาลัยนาโงยาเตือนว่า ข้อเสนอของคณะกรรมการไม่ได้แก้ที่ต้นตอของปัญหา

คาวานิชิมองว่า สมาชิกราชวงศ์หญิงบางคนที่เสกสมรสแล้วอาจไม่ต้องการอยู่ภายใต้กรอบที่เข้มงวด และการรับสมาชิกราชวงศ์เก่าซึ่งเติบโดตมาแบบสามัญชนทั่วไปเป็นบุตรบุญธรรมอาจยุ่งยากซับซ้อน

ทั้งนี้ ตลอดประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นมีจักรพรรดินีถึง 8 พระองค์ แม้ว่าการปกครองดังกล่าวจะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น โดยจักรพรรดินีองค์สุดท้ายคือ สมเด็จพระจักรพรรดินีโกะซากูรามาจิ ครองราชย์บัลลังก์เมื่อราว 250 ปีก่อน

Photo by Yuichi Yamazaki / POOL / AFP

Sinovac ยอดขายพุ่ง 160 เท่าครึ่งปีโกย 3.6 แสนล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671988

วันที่ 31 ธ.ค. 2564 เวลา 16:01 น.Sinovac ยอดขายพุ่ง 160 เท่าครึ่งปีโกย 3.6 แสนล้านยอดขายวัคซีนโควิดของ Sinovac ช่วงครึ่งแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 160 เท่า

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ยอดขายวัคซีนป้องกัน Covid-19 ของบริษัท Sinovac Biotech ของจีนในช่วงครึ่งแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 160 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อน ทว่ารายได้ในอนาคตอาจลดลงเนื่องจากการแข่งขันจากวัคซีนเจ้าอื่น

ยอดขายของ Sinovac พุ่งขึ้นเป็น 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 366,190 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนทำได้ 67.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2,253 ล้านบาท

Sinovac เผยว่า ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้บริษัททำกำไรได้ 5,100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 169,626 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งแรกของปี 2020 บริษัทขาดทุน 12.6 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 419 ล้านบาท

แม้ว่าการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นทั่วโลกจะทำให้วัคซีนป้องกัน Covid-19 กลายเป็นแหล่งรายได้ต่อเนื่องของผู้ผลิตวัคซีนในอีกหลายปีข้างหน้า แต่ Sinovac ระบุว่า ผลประกอบการล่าสุดไม่ได้เป็นตัวชี้วัดแนวโน้มยอดขายในอนาคต เนื่องจากคาดว่ายอดขายของวัคซีน CoronaVac จะลดลงจากการแพร่ระบาดที่บรรเทาลงและความกดดันทางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากวัคซีนอื่น

Bloomberg รายงานว่า ยอดขายและกำไรที่เพิ่มขึ้นได้อานิสงส์มาจากการที่วัคซีนเชื้อตายเป็นตัวเลือกของทางการจีนและประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ แม้ว่าจะมีความกังขาเรื่องประสิทธิภาพก็ตาม

Sinovac เผยว่า ปีนี้บริษัทกระจายวัคซีนไปทั่วโลกกว่า 2,500 ล้านโดส

อย่างไรก็ดี บางประเทศที่ก่อนหน้านี้เคยพึ่งพาวัคซีนของจีนเป็นหลักพากันหันไปสั่งวัคซีนจากผู้ผลิตรายอื่น อาทิ Pfizer ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ท่ามกลางความกังวลว่าการปกป้องของวัคซีนจากจีนอาจไม่เพียงพอ

Bloomberg รายงานอีกว่า ผลประกอบการในอนาคตของ Sinovac อาจได้รับผลกระทบจากหลักฐานที่ว่าประสิทธิภาพของวัคซีนไม่สู้ดีเมื่อต้องเจอกับโอมิครอนที่กลายเป็นสายพันธุ์หลักในหลายประเทศ

ผลการวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้บ่งชี้ว่า วัคซีนเชื้อตายอาจสร้างแอนติบอดีไม่เพียงพอที่จะปกป้องผู้คนจากโอมิครอนที่ทั้งแพร่ระบาดได้ง่ายและหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกัน แม้จะฉีดเข็มกระตุ้นด้วยก็ตาม

Photo by Rami al SAYED / AFP

จีนสั่งห้ามนักฟุตบอลมีรอยสักเป็นตัวอย่างสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671984

วันที่ 31 ธ.ค. 2564 เวลา 14:40 น.จีนสั่งห้ามนักฟุตบอลมีรอยสักเป็นตัวอย่างสังคมทางการจีนสั่งนักฟุตบอลลบหรือปกปิดรอยสักเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคม

สำนักงานบริหารทั่วไปด้านการกีฬาของจีน (GAS) ระบุในแถลงการณ์ว่าด้วยข้อเสนอแนะเพื่อเสริมสร้างการบริหารจัดการนักฟุตบอลให้เข้มแข็งว่า สมาคมกีฬาฟุตบอลของจีนจะต้องกำหนดข้อกำหนดทางด้านวินัยสำหรับนักฟุตบอลทีมชาติ โดยนักฟุตบอลทีมชาติทุกระดับจะต้องยึดถือปฎิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และแสดงถึงสปิริตในทางบวกของนักฟุตบอลจีน และประพฤติตัวเป็นตัวอย่างที่ดีของสังคม

จีเอเอสระบุว่า นักฟุตบอลทีมชาติชุดใหญ่และรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี หรือ ยู23 ห้ามสักร่างกายเพิ่มอย่างเด็ดขาด ส่วนผู้ที่สักไปแล้วควรลบออก หรือหากมีกรณีพิเศษที่ตกลงกับทางทีมไว้ นักฟุตบอลจะต้องปกปิดรอยสักในระหว่างการฝึกซ้อมและระหว่างลงสนาม

จีเอเอสระบุอีกว่า สำหรับทีมนักเตะอายุต่ำกว่า 20 ปี หรือ ยู20 ลงไปนั้น ห้ามนักฟุตบอลมีรอยสักอย่างเด็ดขาด

ขณะที่ทางทีมชาติจะต้องจัดกิจกรรมการศึกษาเรื่องอุดมการณ์และการเมืองเพื่อเสริมสร้างความรู้ในการรักชาติให้กับนักฟุตบอล

นักฟุตบอลชื่อดังของจีนหลายคนนิยมสักร่างกาย หนึ่งในนั้นคือ จางหลินเผิง โดยจางได้รับคำขอให้ปกปิดรอยสักในเวลาที่ลงเล่นให้กับทีมชาติและสโมสรกว่างโจว เอฟซี ในลีกอาชีพของจีนที่เขาสังกัดอยู่

REUTERS/Satish Kumar

สหรัฐติดเชื้อทุบสถิติวันเดียวพุ่งเกือบ 6 แสน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671980

วันที่ 31 ธ.ค. 2564 เวลา 13:14 น.สหรัฐติดเชื้อทุบสถิติวันเดียวพุ่งเกือบ 6 แสนผู้เชี่ยวชาญถึงกับเอ่ยว่าการระบาดของโอมิครอน “ไม่เหมือนสิ่งที่เราเคยเจอมาก่อน”

ข้อมูลของสำนักข่าว The New York Times ระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันของสหรัฐทุบสถิติเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยวันพฤหัสบดี (30 ธ.ค.) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 580,000 ราย จากวันก่อนหน้าที่พบ 488,000 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าของตัวเลขสูงสุดเมื่อฤดูหนาวปีที่แล้ว

ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนซึ่งมีสาเหตุมาจากเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนที่แพร่ระบาดได้ง่ายกำลังเพิ่มภาระให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ

เจมส์ ฟิลลิปส์ จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตันเผยกับ CNN ว่า “มันไม่เหมือนกับสิ่งที่เราเคยเจอมาก่อน แม้แต่ช่วงพีคของระลอกที่แล้ว สิ่งที่เรากำลังเจออยู่ตอนนี้คือแผนกฉุกเฉินที่ล้นหลาม”

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ชาวอเมริกันฉลองปีใหม่อย่างระมัดระวัง อาทิ โจนาธาน ไรเนอร์ ศาสตราจารย์ด้านอายุรกรรมและศัลยกรรมของมหาวิทยาลัยจอร์จวอชิงตันเผยกับ CNN ว่า “เรากำลังอยู่ในช่วงวิกฤตสาธารณสุข…โอมิครอนแพร่ระบาดได้ง่ายมาก ถ้าหากคุณกำลังอยู่ท่ามกลางฝูงชนและยังไม่ได้ฉีดวัคซีน คุณเสี่ยงมากที่จะติดเชื้อ”

ไรเนอร์แนะนำอีกว่า การฉลองกลุ่มเล็กๆ ที่บ้านเพื่อนฝูงสามารถทำได้หากทุกคนฉีดวัคซีนแล้ว และฉีดเข็มกระตุ้นแล้ว และมีผลตรวจเป็นลบก่อนปาร์ตี้

Photo by Bryan R. Smith / AFP

ข่าวดี! แอฟริกาใต้เผยผ่านพ้นระลอก 4 จาก Omicron แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671960

วันที่ 31 ธ.ค. 2564 เวลา 10:30 น.ข่าวดี! แอฟริกาใต้เผยผ่านพ้นระลอก 4 จาก Omicron แล้วแอฟริกาใต้ผ่านพ้นจุดพีคของโอมิครอนแล้วโดยที่ตัวเลขเสียชีวิตไม่มาก

รัฐบาลแอฟริกาใต้ประกาศว่า ประเทศได้ผ่านพ้นจุดสูงสุดของการแพร่ระบาดระลอกที่ 4 ซึ่งเกิดจากเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) เรียบร้อยแล้ว “ตัวชี้วัดทั้งหมดบ่งชี้ว่าประเทศผ่านพ้นจุดพีคของระลอกที่ 4 ในระดับประเทศแล้ว” แถลงการณ์จากการประชุมคณะรัฐมนตรีระบุ “แม้ว่าโอมิครอนจะแพร่ระบาดได้ง่าย แต่อัตราการเข้ารักษาในโรงพยาบาลต่ำกว่าระลอกก่อนหน้า…วัคซีนยังเป็นอาวุธที่ดีที่สุดในการป้องกันอาการรุนแรง การเข้ารักษาในโรงพยาบาล และการเสียชีวิตจาก Covid-19” 

ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่รายสัปดาห์ลดลง 29.7% ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดในวันที่ 25 ธ.ค. โดยพบผู้ติดเชื้อ 89,781 ราย ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่พบ 127,753 ราย ขณะที่ตัวเลขผู้เข้ารักษาในโรงพยาบาลลดลงในทุกจังหวัดยกเว้นเพียงจังหวัดเวสเทิร์นเคปจังหวัดเดียว

ด้วยเหตุนี้รัฐบาลแอฟริกาใต้จึงยกเลิกคำสั่งเคอร์ฟิวตั้งแต่เที่ยงคืนถึงตี 4 โดยมีผลทันที

อย่างไรก็ดี การรวมตัวกันยังจำกัดไม่เกิน 1,000 คนในตัวอาคาร และไม่เกิน 2,000 คนในสถานที่กลางแจ้ง รวมทั้งกำหนดให้สวมหน้ากากอนามัยในสถานที่สาธารณะตามเดิม

REUTERS/Siphiwe Sibeko