สรุปอีกครั้ง Pfizer-Astra-Moderna เอา Omicron อยู่แค่ไหน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671933

วันที่ 30 ธ.ค. 2564 เวลา 18:00 น.สรุปอีกครั้ง Pfizer-Astra-Moderna เอา Omicron อยู่แค่ไหนรวมบทวิเคราะห์ประสิทธิภาพของวัคซีน Pfizer-Astra-Moderna และเข็มกระตุ้นว่าป้องกันโอมิครอนได้แค่ไหน

เว็บไซต์ The Independent ของอังกฤษรวบรวมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและงานวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีน Pfizer-BioNTech, AstraZeneca และ Moderna ทั้งแบบ 2 เข็มและเข็มกระตุ้นว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) ได้มากน้อยเพียงใด

วัคซีนมีประสิทธิภาพต่อสายพันธุ์โอมิครอนหรือไม่

ข้อมูลล่าสุดจากการวิเคราะห์ของสำนักงานคามมั่นคงด้านสุขภาพของสหราชอาณาจักร (UKHSA) บ่งชี้ว่า วัคซีน 2 เข็มไม่เพียงพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนแบบแสดงอาการ เนื่องจากมีประสิทธิภาพลดลงเมื่อเทียบกับสายพันธุ์เดลตา

อย่างไรก็ดี ในกลุ่มผู้ที่ฉีดเข็มกระตุ้นพบว่าการปกป้องยังอยู่ที่ 70% ซึ่งเน้นย้ำให้เห็นความสำคัญของการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 ให้เร็วที่สุด

ผลการวิจัยก่อนหน้านี้จากศูนย์วิจัยการติดเชื้อเยอรมันพบว่า ประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันจากวัคซีนของ Pfizer-BioNTech, AstraZeneca และ Moderna ต่อโอมิครอนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ทว่า วัคซีน 2 เข็มยังป้องกันอาการรุนแรงได้

อูช์ ชาฮิน (Ugur Sahin) ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท BioNTech ของเยอรมนีเผยว่า “วัคซีน 2 เข็มอาจไม่เพียงพอต่อการป้องกันการติดเชื้อ เรารู้ว่าการฉีดวัคซีนจะทำให้ T-cells (เซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่หลักในการเป็นภูมิคุ้มกันให้ร่างกายและคอยกำจัดเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส) จดจำไวรัสไประยะหนึ่ง ซึ่งป้องกันอาการรุนแรง”

ในการบรรยายสรุปครั้งแรกอย่างเป็นทางการจากบรรดาผู้ผลิตวัคซีนถึงประสิทธิภาพของวัคซีนต่อโอมิครอน ชาฮินเผยว่า การเร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเป็นสิ่งที่ควรทำ และแนะนำว่าวัคซีนเข็มกระตุ้นสามารถชดเชยประสิทธิภาพที่ลดลงของวัคซีนเมื่อต้องเจอกับโอมิครอน

การวิจัยอีกชิ้นหนึ่งจากสถาบันวิจัยสุขภาพแอฟริกาในแอฟริกาใต้ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. พบว่า แอนติบอดีที่เกิดจากวัคซีน Pfizer-BioNTech 2 เข็มลดลง 41 เท่าเมื่อเจอโอมิครอน ทว่าหากเคยติดเชื้อมาก่อน แล้วฉีดวัคซีนหรือฉีดเข็มกระตุ้นช่วยเพิ่มระดับการลบล้างฤทธิ์ของเชื้อและปกป้องอาการรุนแรงจากโอมิครอนได้

วัคซีนบางชนิดมีประสิทธิภาพมากกว่าวัคซีนชนิดอื่นหรือไม่

การวิจัยเล็กๆ ซึ่งศึกษาตัวอย่างเลือดของผู้ที่ฉีดวัคซีนของ Pfizer-BioNTech 12 คนชี้ว่า โอมิครอนสามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีนของ Pfizer-BioNTech ได้มากกว่าเดลตา

ส่วน Moderna ยังไม่เผยแพร่ข้อมูลประสิทธิภาพของวัคซีนเมื่อต้องเจอกับโอมิครอน แต่ สตีเฟน โฮก ประธานบริษัทเผยกับ ABC News เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ว่า มีโอกาสที่วัคซีนที่ใช้ในปัจจุบันจะเอาไม่อยู่เมื่อต้องเจอกับโอมิครอน “ผมคิดว่ามีความเสี่ยงสูงที่ประสิทธิภาพของวัคซีนจดลดลง สิ่งที่ผมยังไม่รู้คือมัจะลดลงมากน้อยแค่ไหน”

จะมีวัคซีนสำหรับโอมิครอนโดยเฉพาะมั้ย

บรรดาผู้ผลิตวัคซีนบอกว่าพวกเขาจะเดินหน้าต่ออย่างเต็มกำลังกับแผนกับพัฒนาวัคซีนสำหรับโอมิครอน ซึ่งน่าจะออกมาภายในเดือน มี.ค. 2022 หากจำเป็น

Pfizer บอกว่า หากจำเป็นบริษัทสามารถผลิตวัคซีนสำหรับโอมิครอนโดยเฉพาะภายในเวลาราว 100 วัน

ในเรื่องเดียวกันนี้ชาฮินบอกว่า “เรากำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการปรับวัคซีนซึ่งเราเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มระดับการปกป้องโอมิครอนและคงอยู่ยาวนานขึ้นเมื่อเทียบกับวัคซีนในขณะนี้”

ขณะที่ พอล เบอร์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ของ Moderna เผยก่อนหน้านี้ว่า Moderna น่าจะใช้เวลา 3 เดือนในการผลิตวัคซีนเฉพาะสำหรับโอมิครอน

ส่วน Johnson & Johnson ซึ่งกำลังทดลองวัคซีนสำหรับโอมิครอน มาไท แมมเมน หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาของบริษัทเผยว่า “เราเริ่มลงมือออกแบบและพัฒนาวัคซีนใหม่สำหรับโอมิครอน และจะเร่งศึกษาวิจัยทางคลินิกหากจำเป็น” โดยยังไม่สามารถระบุเวลาที่แน่นอนในการพัฒนาวัคซีนได้

AstraZeneca ยังไม่เปิดเผยว่าจะพัฒนาวัคซีนสำหรับโอมิครอนหรือไม่ อย่างไรก็ดี ศาสตราจารย์ ซาราห์ กิลเบิร์ต จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดซึ่งช่วยในการคิดค้นวัคซีนของ AstraZeneca เผยว่า วัคซีนที่มีอยู่ในขณะนี้ไม่ว่าจะของเจ้าไหนก็ตาม อาจทำได้ไม่ดีนักเมื่อต้องเจอโอมิครอน

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

ฝรั่งเศสเจอสึนามิโควิดติดเชื้อวันเดียวทะลุ 2 แสน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671925

วันที่ 30 ธ.ค. 2564 เวลา 16:35 น.ฝรั่งเศสเจอสึนามิโควิดติดเชื้อวันเดียวทะลุ 2 แสนตัวเลขผู้ติดเชื้อในฝรั่งเศสทุบสถิติของประเทศและทั้งยุโรปวันเดียวทะลุ 2 แสนคน

โอลิวิเยร์ เวรอง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสเผยต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า ฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับ “สึนามิ” ของการติด Covid-19 โดยในรอบ 24 ชั่วโมงของวันพุธพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 208,000 ราย ทำลายสถิติของฝรั่งเศสและของยุโรป และยังเป็นการทุบสถิติของประเทศเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน

“นี่หมายความว่า 24 ชั่วโมงทั้งกลางวันและกลางคืน ทุกๆ วินาทีในประเทศของเรา มีคนฝรั่งเศสติดเชื้อ 2 คน เราไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน” เวรองเผย และยังเอ่ยถึงตัวเลขที่เพิ่มขึ้นว่าสร้างความมึนงงให้กับตัวเขา

เวรองเผยอีกว่า สถานการณ์ของโรงพยาบาลในฝรั่งเศสน่าเป็นห่วงอยู่แล้วเนื่องจากสายพันธุ์เดลตา แม้จะยังไม่ได้รับผลกระทบจากโอมิครอน แต่เขาเชื่อว่าสุดท้ายมันจะเกิดขึ้น

“เรามีศัตรู 2 ตัว” เวรองกล่าวโดยหมายถึงสายพันธุ์หลัก 2 สายพันธุ์ที่กำลังระบาด “สำหรับโอมิครอน ผมจะเลิกพูดถึงระลอกแล้ว นี่คือคลื่นลูกใหญ่ซึ่งหลายระลอกรวมตัวกันกลายเป็นคลื่นลูกใหญ่ๆ 1 ลูก”

กระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสเพิ่งเตือนเมื่อวันจันทร์ว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันของฝรั่งเศสอาจทะลุ 250,000 คนต่อวันภายในต้นเดือน ม.ค. เนื่องจากการฉลองคริสต์มาสที่ไร้ข้อจำกัดและการรวมตัวกันของสมาชิกในครอบครัวเป็นตัวจุดชนวนการแพร่ระบาด

ล่าสุดทางการกรุงปารีสออกคำสั่งให้ประชาชนทุกคนที่อายุตั้งแต่ 11 ปีขึ้นไป ยกเว้นนักปั่นจักรยาน ผู้ที่อยู่ในรถยนต์ส่วนตัว และผู้ที่เล่นกีฬา สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่กลางแจ้งตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. เพื่อสกัดการแพร่ระบาด

ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกแตะ 1 ล้านคนเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันแล้ว

REUTERS/Gonzalo Fuentes

หมอผีเปรูทำพิธีปัดเป่าทำนายดวงโลก-โควิดปี 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671922

วันที่ 30 ธ.ค. 2564 เวลา 15:24 น.หมอผีเปรูทำพิธีปัดเป่าทำนายดวงโลก-โควิดปี 2022 หมอผีทั่วเปรูรวมตัวทำพิธีปัดเป่าขอพร และทำนายดวงชะตาโลก-โควิดในปีหน้า

สำนักข่าว EFE รายงานว่า บรรดาหมอผีและหมอชาวบ้านจากพื้นที่ทางชายฝั่งของประเทศ ที่ราบสูงแอนดีส และป่าแอมะซอน รวมตัวกันทำพิธีตามธรรมเนียดั้งเดิมประจำปีเพื่อปัดเป่าโชคร้ายขอพรสำหรับปี 2022 และขอให้ Covid-19 หมดไปในปีหน้านี้ รวมทั้งทำนายดวงของโลกและการแพร่ระบาดของ Covid-19

พิธีซึ่งจัดขึ้นบนเชิงเขาซานคริสโตบัลในกรุงลิมามีการโปรยเมล็ดและกลีบดอกไม้ และรินเบียร์ข้าวโพด (chicha de jora) เหนือพื้นดินเป็นรูปวงกลมล้อมรอบตัวเลข 2022 รวมทั้งถวายใบโกโก้ซึ่งเป็นพืชที่ชาวอารยธรรมโบราณถือว่าศักดิ์สิทธิ์และยังใช้ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ มาจนถึงปัจจุบัน

เฟลิกซ์ รอนดาน หมอผีรายหนึ่งเผยกับ EFE ว่า “เรามารวมตัวกันเพื่อขอให้พระบิดาแห่งดวงอาทิตย์ พระแม่ธรณี พระแม่คงคา พระพายปัดเป่าความวุ่นวายที่สร้างความเจ็บปวดและเศร้าโศกไปทั่วโลกให้หมดไป”

หลังพิธีจบลง รอนดานเผยว่า เขารู้สึกว่า Covid-19 จะค่อยๆ หายไปในปี 2022 แต่ยังไม่ใช่ในช่วงต้นปี เพราะยังคงมีความยุ่งยากเกิดขึ้นจากหลายสายพันธุ์

นอกจากนี้ ยังทำพิธีขจัดสิ่งไม่ดีออกจากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครน โดยมีการพ่นควันและน้ำอมฤตไปยังรูปภาพของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดี โลโวดิเมียร์ โอเล็กซานโดรวิช เซเลนสกี ของยูเครน รวมทั้งประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐซึ่งหมอผีเชื่อว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดความขัดแย้ง

อันเดรส เด ลอส ซานโตส ทำนายว่า “มันจะเป็นปีที่ดีสำหรับทุกประเทศ จะมีความก้าวหน้าด้านสุขภาพ และความขัดแย้งจะหายไป ปีหน้าจะมีความสงบสุขและสุขภาพดีสำหรับทุกคน เศรษฐกิจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง แต่เรากำลังจะก้าวออกจากมัน สหรัฐจะเป็นผู้นำหลักในการผลักดันทุกคน”

ทั้งนี้ หมอผีและหมอชาวบ้านกลุ่มนี้มักจะรวมตัวกันเพื่อทำนายเหตุการณ์สำคัญๆ ในประดับชาติและนานาชาติ อาทิ การทำนายว่าไบเดน และเปโดร กัสติโย ของเปรูจะชนะการเลือกตั้ง

หมอผีทั่วเปรูรวมตัวบนเชิงเขาซานคริสโตบัลในกรุงลิมา
หมอผีรินเบียร์ข้าวโพด (chicha de jora) ตัวเลข 2022

Photo by Ernesto BENAVIDES / AFP

อนามัยโลกเตือนอาจเกิดโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่วัคซีนเอาไม่อยู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671906

วันที่ 30 ธ.ค. 2564 เวลา 13:18 น.อนามัยโลกเตือนอาจเกิดโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่วัคซีนเอาไม่อยู่ผอ.อนามัยโลกห่วงถ้าโควิดยังระบาดต่อเนื่องอาจเกิดสายพันธุ์ใหม่ที่ดื้อสุดๆ จนวัคซีนที่มีอยู่เอาไม่อยู่

เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนว่า หากการระบาดยังลากยาวต่อไปอาจเกิด Covid-19 สายพันธุ์ใหม่ที่ดื้อต่อวัคซีนสุดๆ จนวัคซีนที่มีอยู่ในขณะนี้เอาไม่อยู่

“หากโรคระบาดนี้ยืดเยื้อ เป็นไปได้ว่าสายพันธุ์ใหม่อาจหลบเลี่ยงมาตรการรับมือของเรา และดื้อต่อวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบัน หรือการติดเชื้อครั้งก่อนหน้าได้เต็มที่ และจำเป็นต้องมีการดัดแปลงวัคซีน”

ผู้อำนวยการ WHO เผยอีกว่า “ผมกังวลมากว่าการระบาดของโอมิครอนซึ่งแพร่ระบาดได้ง่าย พร้อมๆ กับเดลตาจะทำให้เกิดสึนามิของผู้ติดเชื้อ นี่จะสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เหนื่อยล้าและระบบสาธารณสุขที่กำลังจะล่มสลาย”

เทดรอสยังย้ำถึงการเรียกร้องให้ประเทศต่างๆทำงานร่วมกันเพื่อปรับปรุงซัพพลายและการเข้าถึงวัคซีนป้องกัน Covid-19 และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญอื่นๆ

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญวัคซีนป้องกัน Covid-19 อาทิ Pfizer- BioNTech ยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกันอาการรุนแรงจากโอมิครอน แต่ประสิทธิภาพลดลงในการป้องกันการติดเชื้อจากโอมิครอน ขณะที่วัคซีนเข็มกระตุ้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนแบบแสดงอาการ

หากมีสายพันธุ์ที่ดื้อต่อวัคซีนเกิดขึ้น ผู้ผลิตวัคซีนต้องปรับสูตรวัคซีน ซึ่งอาจหมายถึงการขาดแคลนวัคซีนรุ่นใหม่

REUTERS/Denis Balibouse

จีนจัดขบวนแห่ประจานกลางถนนคนฝ่าฝืนกฎคุมโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671899

วันที่ 30 ธ.ค. 2564 เวลา 11:23 น.จีนจัดขบวนแห่ประจานกลางถนนคนฝ่าฝืนกฎคุมโควิดการทำแบบนี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ดุเดือดในโซเชียลว่าแนวทางรับมือระบาดเข้มงวดจนเกินไป

สื่อท้องถิ่นของจีนรายงานว่า ตำรวจของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงนำตัวผู้ที่ละเมิดกฎควบคุม Covid-19 จำนวน 4 คนที่สวมหน้ากากอนามัยและชุดป้องกันเชื้อไวรัส เดินถือป้ายที่มีภาพถ่ายใบหน้าและชื่อของแต่ละคนไปตามท้องถนนท่ามกลางฝูงชนจำนวนมากในเมืองจิงซี

ภาพถ่ายที่ถูกเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นว่า ตำรวจ 2 นายซึ่งสวมอุปกรณ์ป้องกันใบหน้า หน้ากากอนามัย และชุดป้องกันเชื้อไวรัส เดินคุมตัวผู้ต้องหาแต่ละคนไปบนถนน โดยมีตำรวจปราบจลาจลเดินล้อมรอบ และมีตำรวจบางนายถือปืนด้วย

ชายทั้ง 4 คนถูกกล่าวหาว่าลักลอบขนส่งผู้อพยพเข้าเมือง ในขณะที่จีนยังคงปิดพรมแดนระหว่างประเทศ เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของ Covid-19

กว่างซีเดลีซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลระบุว่า การประจานผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการสกัดดารแพร่ระบาดช่วยยับยั้งอาชญากรรมบริเวณชายแดน และยังส่งเสริมการปฏิบัติตามคำสั่งควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของประชาชน

ขณะที่ปฏิกิริยาต่อบทลงโทษดังกล่าวในโซเชียลมีเดียแบ่งเป็น 2 ฝ่าย อาทิ ในเวยปั๋วแฮชแท็กเกี่ยวกับประเด็นนี้ติดเทรนด์ประเด็นที่มีการพูดถึงกันมากที่สุด

บางคนบอกว่าการลงโทษดังกล่าวทำให้พวกเขานึกถึงการประจานต่อหน้าสาธารณชนเมื่อหลายร้อยปีก่อน ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเข้าอกเข้าใจความพยายามในการควบคุมการแพร่ระบาดตามแนวชายแดนของทางการ

ผู้ใช้รายหนึ่งระบุว่า “ที่น่ากลัวกว่าการถูกแห่ประจานไปตามถนนก็คือ หลายๆ คอมเม้นต์ที่เห็นด้วยกับการลงโทษแบบนี้”

ด้านปักกิ่งนิวส์ ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบอกว่า “มาตรการนี้ละเมิดเจตนารมณ์ของหลักนิติธรรมอย่างร้ายแรงและไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นอีก”

ขณะที่สำนักความมั่นคงสาธารณะเมืองจิงซีและรัฐบาลท้องถิ่นอ้างว่าเป็น “การตักเตือนทางวินัย ณ สถานที่เกิดเหตุ” และไม่มี “ความไม่เหมาะสม” เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมการประจานถือเป็นเรื่องปกติ แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยเกิดขึ้นแล้วในจีน

แยกยังไง อาการไหนไข้หวัด อาการไหนโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671864

วันที่ 29 ธ.ค. 2564 เวลา 17:30 น.แยกยังไง อาการไหนไข้หวัด อาการไหนโควิดทั้งไข้หวัดและโควิดมีอาการคล้ายกันมาก บางครั้งจึงยากต่อการแยกแยะว่าจริงๆ แล้วเราถูกโรคอะไรเล่นงานกันแน่

อาการเจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดกล้ามเนื้ออาจจะเป็นได้ทั้งไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ หรืออาจจะเป็น Covid-19 ผู้เชี่ยวชาญอธิบายถึงข้อสังเกตไว้ดังนี้

ซาราห์ แอช โคมบ์ส แพทย์ประจำโรงพยาบาลเด็กแห่งชาติเผยกับ CNN ว่า การติด Covid-19 อาจเหมือนเป็นไข้หวัดธรรมดาหรือไข้หวัดใหญ่ วิธีที่ดีที่สุดที่จะรู้ว่าป่วยจากอะไรคือการตรวจ

อับดุล อัลซาเอ็ด นักระบาดวิทยาและอดีตกรรมการบริหารกรมการแพทย์ดีทรอยต์เผยว่า สัญญาณแรกของไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ และ Covid-19 มีแนวโน้มว่าจะเหมือนกัน แต่เราสามารถแยกอาการ Covid-19 ออกจากไข้หวัดคือ Covid-19 มักจะมีอาการปวดศีรษะและไอแห้งร่วมอยู่ด้วย ส่วนการสูญเสียการรับรสและกลิ่นยังพบได้บ้างแต่น้อยมากเมื่อเทียบกับเดลตา

“คนที่มีอาการเจ็บหน้าอก โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับอาการไอแห้งที่แย่ลงเรื่อยๆ คุณจำเป็นต้องพบแพทย์” อัลซาเอ็ดเผยกับ CNN

แต่ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ การสัมผัสเชื้อ

“ถ้าคุณเริ่มมีอาการเหล่านี้ให้ตั้งคำถามก่อนว่า ‘มีใครที่เราติดต่อด้วยติด Covid-19 หรือไม่’ ที่สำคัญต้องแยกตัวออกจากคนอื่นและตรวจหาเชื้อด้วยตัวเอง” อัลซาเอ็ดแนะนำ

และยังบอกอีกว่า แม้จะยังไม่มีอาการก็ให้ระวังไว้ก่อนหากคุณเคยคลุกคลีกับคนที่ติด Covid-19 “ผมคิดว่าคิดไว้ก่อนว่าเราติดเชื้อก็ไม่เสียหาย เพราะตอนนี้มันระบาดยังกับไฟลามทุ่ง”

จอห์น ทอร์เรส ผู้สื่อข่าวด้านการแพทย์อาวุโสของ NBC News เผยกับ TODAY ว่า “หากคุณเริ่มป่วยคุณต้องคิดไว้ก่อนว่าเป็น Covid-19 จนกว่าจะพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่ หมายความว่าคุณต้องกักตัวและตรวจหาเชื้อเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ใช่ Covid-19 หากผลตรวจเป็นลบค่อยมาดูต่อว่าเป็นไข้หวัดธรรมดาหรือไข้หวัดใหญ่”

ทอร์เรสอธิบายอีกว่า อาการเด่นๆ ของโอมิครอน (Omicron) คือ เหงื่อออกตอนกลางคืน

ควรตรวจเมื่อไร

อัลซาเอ็ดเผยว่า หากเริ่มมีอาการให้เริ่มตรวจเลย สำหรับคนที่สัมผัสเชื้อแต่ไม่มีอาการ มีโอกาสเป็นไปได้ว่าไวรัสยังไม่พัฒนาพอที่จะแสดงผลในชุดตรวจ ATK

กรณีนี้ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) แนะนำว่า ต้องรอ 5 วันหลังจากสัมผัสเชื้อโดยระหว่างนี้ต้องระมัดระวังตัวไปก่อน

“แค่ผลตรวจเป็นลบไม่ได้หมายความว่าไม่ใช่ Covid-19 วิธีที่ดีที่สุดคือการตรวจหาเชื้อ และอาจตรวจอีกครั้งใน 12-24 ชั่วโมง และหากผลออกมาเป็นลบ 2 ครั้ง จึงค่อยมั่นใจได้ว่าไม่ใช่ Covid-19”

อัลซาเอ็ดทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าจะเป็น Covid-19 หรือไข้หวัดธรรมดา การกักตัวในขณะกำลังสู้กับเชื้อไวรัสเป็นวิธีที่ดีที่สุด

REUTERS/Ueslei Marcelino

Moderna สูญ 3 ล้านล้านบาทหลังหุ้นร่วง 50% จากจุดพีค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671858

วันที่ 29 ธ.ค. 2564 เวลา 16:18 น.Moderna สูญ 3 ล้านล้านบาทหลังหุ้นร่วง 50% จากจุดพีคหุ้น Moderna ร่วงหนักสุดในรอบกว่า 2 ปี ล่าสุดมูลค่าลดจากช่วงพีคเมื่อเดือน ส.ค.กว่า 50%

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า หุ้นของบริษัท Moderna กำลังอยู่ในช่วงขาลงที่ยาวนานที่สุดในรอบกว่า 2 ปี โดยร่วงต่อเนื่องลดลงจากช่วงพีคของเดือน ส.ค.มากกว่า 50% ส่งผลให้มูลค่าในตลาดหายไปราว 98,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 3.286 ล้านล้านบาท

แม้ว่าขณะนี้โอมิครอน (Omicron) กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลกซึ่งน่าจะเป็นผลดีกับผู้ผลิตวัคซีนนป้องกัน Covid-19 อย่าง Moderna ทว่าราคาหุ้นของบริษัทได้รับแรงกดดัน เนื่องจากยาเม็ดต้าน Covid-19 ของบริษัท Pfizer และ Merck เพิ่งได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA)

ณ เวลา 12.50 น.ตามเวลาท้องถิ่น หุ้นของ Moderna ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กร่วง 2.8% ลงมาอยู่ที่ 239.90 เหรียญสหรัฐ และในช่วง 6 วันที่ผ่านมามูลค่าลดลงไปราว 19% ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดหายไปเกือบ 23,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 770,994 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี เฉพาะปีนี้จนถึงวันจันทร์ที่ผ่านมา มูลค่าหุ้นของ Moderna ยังคงเพิ่มขึ้นถึง 136% และยังเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีผลประกอบการดีที่สุดในปีนี้ และเป็นรองเพียง Tesla ของ อีลอน มัสก์ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ส่วนหุ้นของผู้ผลิตวัคซีนเจ้าอื่นอย่าง Pfizer และ BioNTech ก็อยู่ในช่วงขาลงเช่นกัน

REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

อย.สหรัฐเผยชุดตรวจ ATK หาเชื้อ Omicron ไม่แม่นยำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671853

วันที่ 29 ธ.ค. 2564 เวลา 15:05 น.อย.สหรัฐเผยชุดตรวจ ATK หาเชื้อ Omicron ไม่แม่นยำสหรัฐเผยชุดตรวจหาเชื้อแบบ ATK บางชนิดอาจตรวจจับโอมิครอนได้ไม่แม่นยำ

สำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) เผยว่า ผลการวิจัยเบื้องต้นพบว่าชุดตรวจหาเชื้อแบบเร่งด่วน หรือ ATK ที่ใช้กันทั่วไปบางยี่ห้อมีความแม่นยำน้อยในการตรวจจับเชื้อสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron)

FDA วิจัยประสิทธิภาพของชุดตรวจ ATK ร่วมกับสถาบันสุขภาพแห่งชาติ โดยใช้ตัวอย่างจากผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อสายพันุ์โอมิครอนและพบว่า ชุดตรวจแบบ ATK ยังคงตรวจจับเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนได้ แต่แต่ความไวในการตรวจจับเชื้อน้อยลง ซึ่งหมายความว่าอาจให้ผลตรวจเป็นลบแบบลวง หรือ false negative

อย่างไรก็ดี FDA ยังคงแนะนำให้ใช้ชุดตรวจแบบ ATK ต่อไปโดยให้ปฏิบัติตามคำแนะนำที่ระบุไว้ในกล่อง และบอกอีกว่า โดยทั่วไปแล้วชุดตรวจแบบ ATK มีความไวน้อยกว่าที่จะพบเชื้อในช่วงแรกๆ เมื่อเทียบกับการตรวจแบบ PCR ที่ทำในห้องปฏิบัติการ

FDA ระบุต่อว่า หากมีผลตรวจแบบ ATK ออกมาเป็นลบ แต่สงสัยว่าตัวเองอาจติด Covid-19 ไม่ว่าจะมีอาการบางอย่างหรือสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ แนะนำให้ตรวจแบบ PCR ซึ่งมีมาตรฐานกว่าอีกครั้ง

Photo by Ben STANSALL / AFP

ไขความลับมัมมี่ฟาโรห์อาเมนโฮเทปอายุ 3,500 ปีของอียิปต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671845

วันที่ 29 ธ.ค. 2564 เวลา 14:02 น.ไขความลับมัมมี่ฟาโรห์อาเมนโฮเทปอายุ 3,500 ปีของอียิปต์เทคโนโลยีซีทีสแกนเผยรายละเอียดที่น่าตื่นตะลึงของฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 1 ของอียิปต์

คณะนักวิทยาศาสตร์อียิปต์ใช้เทคโนโลยีซีทีสแกนสแกนมัมมี่อายุ 3,500 ปีของฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 1 ของอียิปต์ เผยให้เห็นรายละเอียดที่น่าตื่นตะลึงเกี่ยวกับชีวิตและความตายของกษัตริย์อียิปต์โบราณองค์นี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการค้นพบมัมมี่นี้เมื่อปี 1881 หรือเมื่อ 140 ปีที่แล้วที่เมืองเดียร์ เอล บาฮารี

มัมมี่ของฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 1 ถูกตกแต่งด้วยพวงมาลัยดอกไม้และหน้ากากไม้ แต่อยู่ในสภาพที่เปราะบางมากจนนักโบราณคดีไม่กล้ารื้อเปิดดูข้างในเหมือนมัมมี่อื่น จึงเป็นมัมมี่ของราชวงศ์อียิปต์เพียงมัมมี่เดียวที่ถูกพบในศตวรรษที่ 19 และ 20 ที่ยังไม่ถูกเปิดเพื่อศึกษา

ทีมนักวิทยาศาสตร์ใช้เทคโนโลยีซีทีสแกนและสร้างภาพจำลองสามมิติเพื่อศึกษามัมมี่อายุ 3,500 ปีนี้

ซาฮาร์ ซาลีม ศาสตราจารย์ด้านรังสีวิทยาของมหาวิทยาลัยไคโรและนักรังสีวิทยาของโครงการมัมมี่อียิปต์เผยว่า “จากการเปิดมัมมี่แบบดิจิทัล และการคลี่ชั้นต่างๆ อาทิ หน้ากาก ผ้าห่อหุ้ม เราสามารถศึกษาข้อมูลที่ไม่เคยมีมาก่อนของฟาโรห์ที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี”

ซาลีมและทีมงานพบว่า ขณะเสียชีวิตฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 1 อายุราว 35 ปี และสูง 169 เซนติเมตร มีสุขภาพฟันที่ดีซึ่งต่างจากมัมมี่ของฟาโรห์องค์อื่นๆ เคยผ่านการขลิบหนังหุ้มอวัยวะเพศ และมีเครื่องราง 30 ชิ้นและผ้าคาดเอวที่ทำจากทองอยู่ภายใต้ผ้าที่ใช้ห่อหุ้มร่าง

การซีทีสแกนยังพบว่า ฟาโรห์อาเมนโฮเทปมีคางแหลม จมูกเล็กแคบ ผมหยิก และฟันบนยื่นออกมาเล็กน้อย และใบหน้าคล้ายพระบิดาคือ ฟาโรห์อาห์โมสที่ 1

การศึกษาไม่พบบาดแผลหรือการผิดรูปร่างใดๆ ที่จะบ่งบอกถึงสาเหตุการเสียชีวิตของฟาโรห์

นักวิจัยยังพบว่า มัมมี่ฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 1 ได้รับความเสียหายหลายครั้งหลังการเสียชีวิตซึ่งอาจเกิดจากโจรปล้นสุสาน ซึ่งอักษรเฮียโรกลิฟฟิกระบุไว้ว่า นักบวชและคนแต่งศพพยายามซ่อมแซมมัมมี่ของพระองค์หลายครั้งในช่วงราชวงศ์ที่ 21 หรือหลังจากที่ฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 1 ถูกทำเป็นมัมมี่ครั้งแรกและฝังไว้นานกว่า 400 ปี

ซาลีมเผยว่า “สำหรับอาเมนโฮเทปที่ 1 นักบวชของราชวงศ์ที่ 21 ซ่อมแซมความเสียหายของมัมมี่ที่เกิดจากโจรปล้นสุสานด้วยความรักใคร่ บูรณะมัมมี่ของพระองค์ให้กลับสู่ความรุ่งโรจน์ในอดีต และรักษาเครื่องประดับที่งดงามและเครื่องรางไว้อย่างดีตามเดิม”

นักบวชยังเชื่อมศีรษะและคอที่หลุดออกมาเข้ากับร่างกายด้วยผ้าลินินเคลือบเรซิน หุ้มผนังช่องท้องที่เสียหายด้วยสายรัด และนำเครื่องราง 2 ชิ้นไว้ด้านล่าง และห่อแขนข้างซ้ายที่หลุดออกมากับร่างของฟาโรห์

มัมมี่ของอาเมนโฮเทปที่ 1 ยังเป็นฟาโรห์องค์แรกที่แขนช่วงล่างถูกงอไว้ที่หน้าอก และสมองและหัวใจของพระองค์ไม่ถูกนำออกมาเหมือนกับการทำมัมมี่อื่นๆ

ทั้งนี้ ฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 1 ปกครองอียิปต์ราว 21 ปี ระหว่างปี 1525-1504 ก่อนคริสต์ศักราช โดยเป็นกษัตริย์องค์ที่ 2 ของราชวงศ์ที่ 18 ต่อจากพระบิดา ในสมัยของพระองค์ปกครองด้วยความปกติสุขและยังทรงสร้างวัดไว้มากมาย

งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสารFrontiers in Medicine

Photo by Egyptian Ministry of Antiquities / AFP

สหรัฐทุบสถิติติดเชื้อเฉลี่ยวันละ 2.5 แสน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/671833

วันที่ 29 ธ.ค. 2564 เวลา 11:50 น.สหรัฐทุบสถิติติดเชื้อเฉลี่ยวันละ 2.5 แสนตัวเลขติดเชื้อรายวันเฉลี่ยของสหรัฐทุบสถิติกว่า 2.5 แสนคน คาดสัปดาห์หน้าทะลุครึ่งล้าน

สำนักข่าว CNN รายงานโดยอ้างข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อเฉลี่ยในรอบ 1 สัปดาห์ของสหรัฐพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 254,496 รายในวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ทุบสถิติเดิม 251,989 รายเมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา

สถิติล่าสุดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วทั้งในสหรัฐและประเทศอื่นๆ นับตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา โดยตัวเลขล่าสุดของสหรัฐอาจขยับเพิ่มขึ้นอีกเมื่อจบวัน

โจนาธาน ไรเนอร์ นักวิเคราะห์ด้านการแพทย์ของ CNN เชื่อว่า สหรัฐจะเห็นผู้ติดเชื้อแตะครึ่งล้านคนต่อวันภายในสัปดาห์หน้า หรือไม่ก็ภายใน 10 วัน

บรรดาผู้เชี่ยวชาญยังคาดการณ์ว่าสายพันธุ์โอมิครอนซึ่งแพร่เชื้อได้เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาจะทำให้ปี 2022 เป็นปีที่ยากลำบากมากๆ

“ม.ค.จะเป็นเดือนที่ยากลำบากมากๆ และผู้คนควรเตรียมพร้อมรับมือกับเดือนที่ผู้คนจำนวนมากจะติดเชื้อ” อาซิธ จา คณะบดีวิยาลัยสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบราวน์เผย จาเผยอีกว่า “คนส่วนใหญ่ที่ฉีดวัคซีนแล้วและฉีดเข็มกระตุ้นแล้วจะไม่ป่วยหนัก แต่ไม่ใช่สำหรับคนที่ยังไม่ฉีดวัคซีน คนส่วนใหญ่ที่ยังไม่ฉีดวัคซีนสุดท้ายจะป่วยหนัก และมันจะยุ่งเหยิงพอสมควร ผมหวังว่าเดือน ก.พ. หรืออาจจะ มี.ค. ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลดลง ช่วงนั้นจะเป็นฤดูใบไม้ผลิ อากาศก็จะดีขึ้น ซึ่งจะช่วยได้มาก”

ขณะที่ยอดผู้เข้ารักษาในโรงพยาบาลอยู่ในช่วงขาขึ้นเช่นกันโดยเฉลี่ยวันละกว่า 71,000 ราย แต่ยังต่ำกว่าระดับที่เคยสูงสุด เช่นเดียวกับตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เฉลี่ยรายวันอยู่ที่ 1,243 ราย ซึ่งยังไม่มากเมื่อเทียบกับสถิติสูงสุดของวันที่ 26 ม.ค. ที่ 3,342 ราย

REUTERS/Brendan McDermid/File Photo