สร้างประวัติศาสตร์ นักบินหญิงจีนเดินในอวกาศครั้งแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667638

วันที่ 08 พ.ย. 2564 เวลา 16:00 น.สร้างประวัติศาสตร์ นักบินหญิงจีนเดินในอวกาศครั้งแรกนักบินอวกาศ ‘เสินโจว-13’ เสร็จสิ้นกิจกรรมนอกยานอวกาศครั้งแรก

ปักกิ่ง, 8 พ.ย. (ซินหัว) — วันจันทร์ (8 พ.ย.) องค์การอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมแห่งประเทศจีน (CMSA) เปิดเผยว่า ไจ๋จื้อกัง และหวังย่าผิง ทีมนักบินอวกาศภารกิจเสินโจว-13 (Shenzhou-13) ของจีน เสร็จสิ้นการทำกิจกรรมนอกยานอวกาศและกลับเข้าสู่โมดูลหลักของสถานีอวกาศเทียนเหอแล้ว

องค์การฯ ระบุว่ากิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมนอกยานอวกาศ ครั้งที่ 3 ระหว่างการก่อสร้างสถานีอวกาศของจีน และเป็นกิจกรรมนอกยานอวกาศครั้งแรกของทีมนักบินอวกาศภารกิจเสินโจว-13 รวมถึงเป็นกิจกรรมนอกยานอวกาศครั้งแรกในประวัติศาสตร์อวกาศของจีนที่มีนักบินอวกาศหญิงร่วมภารกิจด้วย

นักบินอวกาศทั้งสองคนกลับเข้าสู่โมดูลหลักเมื่อ 01.16 น. ตามเวลาปักกิ่ง หลังจากใช้เวลา 6 ชั่วโมงครึ่งในการปฏิบัติกิจกรรมนอกยานอวกาศ ซึ่งมีทั้งการทดสอบการทำงานของชุดนักบินอวกาศรุ่นใหม่ที่จีนพัฒนาขึ้นเอง การประสานงานระหว่างนักบินอวกาศและแขนกล และการทดสอบความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของอุปกรณ์สนับสนุนที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ จีนส่งยานอวกาศเสินโจว-13 ขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 16 ต.ค. พร้อมด้วยนักบินอวกาศ 3 คน เพื่อปฏิบัติภารกิจก่อสร้างสถานีอวกาศเป็นเวลา 6 เดือน

เนื้อหาภาพและข่าวโดยสำนักข่าวซินหัว

ทั้งนี้ พันเอก หวาง ย่าผิง (เกิด 27 มกราคม พ.ศ. 2523) เป็นนักบินและนักบินอวกาศของกองทัพจีน หวางเป็นนักบินอวกาศหญิงคนที่สองที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมกองกำลังนักบินอวกาศของกองทัพปลดแอกประชาชน หญิงชาวจีนคนที่สองในอวกาศ และสตรีชาวจีนคนแรกที่เดินในอวกาศ

หวางกลายเป็นนักบินอวกาศหญิงชาวจีนคนที่สองในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของลูกเรือยานอวกาศเสินโจว 10 ซึ่งโคจรรอบโลกในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556 และของสถานีอวกาศเทียนกง-1 ที่กำลังโคจรอยู่ด้วย

ขณะอยู่บนเทียนกง-1 หวางได้ทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์และสอนบทเรียนฟิสิกส์ให้กับนักเรียนชาวจีนโดยการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งผู้พันกองทัพอากาศที่สามารถบินเครื่องบินได้ถึง 4 รุ่น

หวางได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในลูกเรือ 3 คนที่บินไปพร้อมกับเสินโจว-13 ไปยังสถานีอวกาศเทียนกง ซึ่งเป็นเที่ยวบินอวกาศครั้งที่ 2 ของเธอและเป็นครั้งแรกที่ผู้หญิงชาวจีนจะเดินทางไปในอวกาศ 2 ครั้ง เธอเป็นนักบินอวกาศหญิงคนแรกที่ขึ้นสถานีอวกาศเทียนนกงและทำกิจกรรมนอกยาน หรือ spacewalk โดยใช้เวลา 6 ชั่วโมง 25 นาที

จีนสร้างหุ่นจำลองเรือรบสหรัฐซ้อมยิงขีปนาวุธ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667632

วันที่ 08 พ.ย. 2564 เวลา 15:01 น.จีนสร้างหุ่นจำลองเรือรบสหรัฐซ้อมยิงขีปนาวุธถึงจะยังไม่ได้เผชิญหน้ากันตรงๆ แต่ตอนนี้จีนเริ่ทมทำการซ้อมโดยใช้เป้าเป็นยุทโธปกรณ์ของสหรัฐ พร้อมกับทำการทดสอบอาวุธที่สร้างความกังวลให้สหรัฐมากขึ้นเรือ่ยๆ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน กองทัพจีนได้สร้างแบบจำลองในรูปแบบของเรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือสหรัฐ และเรือรบอื่นๆ ของสหรัฐ ที่อาจใช้เป็นเป้าหมายการซ้อมรบในทะเลทรายของเขตซินเจียง ข้อมูลนี้ได้มาจากภาพถ่ายดาวเทียมโดย Maxar

หุ่นจำลองเหล่านี้สะท้อนถึงความพยายามของจีนในการสร้างขีดความสามารถในการต่อต้านเรือบรรทุกเครื่องบิน โดยเฉพาะกับกองทัพเรือสหรัฐ หลังจากความตึงเครียดกับสหรัฐเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากกรณีไต้หวันและทะเลจีนใต้

ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นโครงร่างเต็มรูปแบบของเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐ และเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีชั้น Arleigh Burke อย่างน้อย 2 ลำได้ถูกสร้างขึ้นในบริเวณที่ดูเหมือนจะเป็นพื้นที่ซักซ้อมเป้าหมายแห่งใหม่ในทะเลทรายทากลามากัน

สถาบันนาวิกโยธินสหรัฐ รายงานว่า สิ่งก่อสร้างดังกล่าวถูกใช้ทดสอบขีปนาวุธ โดยอ้างถึงกาสรวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัท All Source Analysis

โครงการขีปนาวุธต่อต้านเรือของจีนอยู่ภายใต้การดูแลของกองกำลังจรวดของกองทัพปลดปล่อยประชาชน (PLARF) ด้านกระทรวงกลาโหมของจีนไม่ตอบสนองต่อคำร้องขอความคิดเห็นในทันที

ตามรายงานประจำปีล่าสุดของเพนตากอนเกี่ยวกับกองทัพจีน PLARF ทดสอบการยิงครั้งแรกในทะเลจีนใต้ในเดือนกรกฎาคม 2020 โดยการยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ DF-21 จำนวน 6 ลูก ลงไปในน่านน้ำทางเหนือของหมู่เกาะสแปรตลีย์ ซึ่งจีนมีข้อพิพาทเรื่องดินแดนกับไต้หวันและ 4 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ตามรายงานของเพนตากอนที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วัตถุประสงค์หลักของ PLARF คือการทำให้เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐตกอยู่ในความเสี่ยงจากขีปนาวุธต่อต้านเรือรบทั่วมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก

แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเมื่อเดือนกรกฎาคมปีนี้ว่า สหรัฐจะปกป้องฟิลิปปินส์หากถูกโจมตีในทะเลจีนใต้ และเตือนจีนให้ยุติ “พฤติกรรมยั่วยุ” ของตน

Satellite Image ©2021 Maxar Technologies/Handout via REUTERS.

พลิกประวัติศาสตร์ นักโบราณคดีค้นพบ ‘ห้องทาส’ ในปอมเปอี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667600

วันที่ 08 พ.ย. 2564 เวลา 11:10 น.พลิกประวัติศาสตร์ นักโบราณคดีค้นพบ 'ห้องทาส' ในปอมเปอีนักโบราณคดีค้นพบห้องทาสเมืองปอมเปอี หลักฐานสำคัญที่บ่งชี้วิถีชีวิตกลุ่มเปราะบางสมัยโรมัน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา นักโบราณคดีค้นพบ “ห้องทาส” ในคฤหาสน์โรมัน หรือวิลลาขนาดใหญ่ ในเขตชิวิต้า จูเลียนาบริเวณรอบนอกของเมืองปอมเปอี เมืองโบราณสมัยโรมันของอิตาลี ซึ่งถูกภูเขาไฟวิซุเวียสถล่มเมื่อ 2,000 ปีก่อน

ห้องพื้นที่ประมาณ 16 ตารางเมตรยังอยู่ในสภาพดี มีหน้าต่างเล็กๆ 1 บานเพื่อรับแสงสว่าง ภายในห้องมีเตียงไม้ 3 เตียง โดย 2 เตียงมีความยาว 170 เซนติเมตร และอีกเตียงหนึ่งมีความยาว 140 เซนติเมตร ซึ่งนักโบราณคดีคาดว่าอาจเป็นเตียงสำหรับเด็กในครอบครัวทาส

นอกจากนี้บริเวณใต้เตียงยังค้นพบสิ่งของส่วนตัวหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเหยือกเซรามิก โถ และหม้อ รวมถึงหีบไม้ที่บรรจุสิ่งของที่เป็นโลหะและผ้า ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการเทียมม้าอันเป็นหน้าที่ของทาสที่ต้องจัดเตรียมและดูแลรักษารถม้า

การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นเกือบ 1 ปีหลังจากที่มีการค้นพบร่างของชายสองคนซึ่งเชื่อว่าเป็นเจ้านายและทาส โดยคนหนึ่งเป็นเจ้านายอายุประมาณ 40 ปี และอีกคนเป็นทาสหนุ่มของเขา

ทั้งนี้ การสำรวจวิลลาในชิวิต้า จูเลียนา เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อ 4 ปีก่อน ซึ่งมีการค้นพบข้าวของต่างๆ มากมายรวมถึงรถม้าสำหรับใช้ในงานพิธี และคอกม้าที่มีซากม้า 3 ตัว

กาเบรียล ซุคทรีเกล ผู้อำนวยการอุทยานโบราณคดีปอมเปอี กล่าวว่า การค้นพบครั้งนี้ถือเป็นการค้นพบที่พิเศษแม้ว่าจะไม่มีสมบัติล้ำค่า แต่นี่ถือเป็นหลักฐานที่สำคัญที่บ่งชี้ถึงการดำรงชีวิตของกลุ่มเปราะบางที่สุดในสังคมโบราณซึ่งหาได้ยาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ประวัติศาสตร์มักถูกเขียนขึ้นจากกลุ่มชนชั้นสูง

“นี่คือหน้าต่างสู่ความเป็นจริงที่ไม่ค่อยปรากฏในแหล่งประวัติศาสตร์…ถือเป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้นที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของผมในฐานะนักโบราณคดี”

ทั้งนี้ เมืองปอมเปอีเป็นเมืองในสมัยโรมันโบราณที่ถูกกลืนหายไปภายใต้กองเถ้าภูเขาไฟ หลังจากภูเขาไฟวิซุเวียสระเบิดในปีค.ศ. 79 ซึ่งพ่นเถ้าถ่านลาวาความหนาหลายเมตร ต่อมาได้กลายเป็นหินห่อหุ้มเมืองทั้งเมืองเอาไว้ ทำให้สามารถรักษาสภาพของเมืองโบราณเอาไว้ได้รวมถึงร่างของคนตายในเมือง

Photo by Handout / POMPEI ARCHAEOLOGICAL PARK / AFP

ตลาด Crypto คึกคัก Ether สู่สถิติใหม่ Bitcoin สูงสุดในรอบสัปดาห์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667592

วันที่ 08 พ.ย. 2564 เวลา 10:14 น.ตลาด Crypto คึกคัก Ether สู่สถิติใหม่ Bitcoin สูงสุดในรอบสัปดาห์Bitcoin พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด 2 สัปดาห์ครึ่งในวันจันทร์และ Ether ไต่ขึ้นสู่สถิติใหม่เนื่องจากคริปโตเคอเรนซีพุ่งสูงขึ้นจากโมเมนตัมกระแสข่าวดีในตลาด และความกังวลต่อเงินเฟ้อ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงว่า Bitcoin เพิ่มขึ้นประมาณ 3% ที่ 65,121 ดอลลาร์ และอีเธอร์ ซึ่งหนุนเครือข่าย ethereum อยู่ที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,711 ดอลลาร์

Ether เพิ่มขึ้น 57% ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมและ Bitcoin ประมาณ 50% หลังจากนักลงทุนยินดีกับการเปิดตัวกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน Bitcoin ล่วงหน้าของสหรัฐเมื่อเดือนที่แล้วและพยายามเข้าหากลุ่มสินทรัพย์ที่ถือเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ

ไคล์ ร็อดดา (Kyle Rodda) นักวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ IG Markets กล่าวว่า ผลตอบแทนพันธบัตรที่ร่วงลง ในขณะที่เทรดเดอร์เผชิญกับเงินเฟ้อ เพิ่มความน่าดึงดูดของสินทรัพย์ เช่น ทองคำและคริปโตเคอเรนซีที่ไม่ต้องจ่ายคูปอง (อัตราดอกเบี้ย) กล่าวเสริมว่า บรรยากาศในภาคส่วนนี้ก็ดีเช่นกัน

“สถาบันการเงินต้องการเป็นส่วนหนึ่งของมัน หน่วยงานกำกับดูแลไม่ต้องการจำกัดมันมากเกินไป” เขากล่าว “เราเกือบจะผ่านจุดเปลี่ยนเว้าไปแล้ว (Inflection Point) ซึ่งมันเป็นส่วนหนึ่งของระบบ และมันจะยากมากที่จะกำจัด (คริปโต) มันออก”

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียได้กล่าวว่าจะเสนอการซื้อขายคริปโตให้กับลูกค้ารายย่อย ทางการสิงคโปร์ให้ความเห็นเชิงบวกต่อกลุ่มสินทรัพย์และบรรยากาศเชิงบวกในหุ้นก็เป็นแรงสนับสนุนตลาดคริปโตเช่นกัน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เอริก อดัมส์ (Eric Adams) นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กกล่าวว่าเขาจะรับเช็คสามครั้งแรกของเขาเป็น Bitcoin และส่งสัญญาณถึงความตั้งใจของเขาที่จะทำให้เมืองของเขาเป็น “ศูนย์กลางของอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี” หลังจากที่มีคำมั่นสัญญาที่คล้ายกันจากนายกเทศมนตรีของไมอามี

Photo by Ozan KOSE / AFP

ผลโพลมาแล้ว ชาว Twitter แนะ Musk ขายหุ้น Tesla 10% #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667569

วันที่ 08 พ.ย. 2564 เวลา 09:17 น.ผลโพลมาแล้ว ชาว Twitter แนะ Musk ขายหุ้น Tesla 10%  อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซีอีโอของ Tesla Inc ควรขายหุ้นเทสลาประมาณ 10% ของเขาตามผล 57.9% ของผู้ที่โหวตในแบบสำรวจ Twitter ของเขาโดยถามผู้ใช้เครือข่ายโซเชียลมีเดียว่าเขาควรลดสัดส่วนการถือหุ้นหรือไม่

“ผมพร้อมที่จะยอมรับผลทั้งสองอย่าง” มัสก์กล่าวหลังจากการลงคะแนนสิ้นสุดลง

บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกทวีตเมื่อวันเสาร์ว่าเขาจะลด 10% ของหุ้นของเขาหากผู้ใช้ Twitter ส่วนใหญ่เห็นควร มัสก์เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่าเขาจะต้องทำอะไรบางอย่างกับออปชั่นหุ้นจำนวนมากในช่วงสามเดือนข้างหน้า เพราะมันจะถูกเรียกเก็บเงินภาษีจำนวนมาก การขายหุ้นบางส่วนของเขาสามารถเพิ่มเงินทุนเพื่อจ่ายภาษีได้

ณ วันที่ 30 มิถุนายน สัดส่วนการถือหุ้นของมัสก์ในเทสลาอยู่ที่ประมาณ 170.5 ล้านหุ้น และการขาย 10% จะมีมูลค่าเกือบ 21,000 ล้านดอลลาร์ตามราคาหลังปิดการซื้อขายในวันศุกร์ ตามการคำนวณของ Reuters

โพลมีผู้มาลงคะแนนเสียงมากกว่า 3.5 ล้านเสียง

มัสก์กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า “กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงส่วนใหญ่เกิดจากการหลีกเลี่ยงภาษี ดังนั้นผมจึงเสนอให้ขายหุ้น Tesla 10% ของผม” มัสก์กล่าวเมื่อวันเสาร์ พร้อมเสริมว่าเขาไม่ได้รับเงินเดือนเงินสดหรือโบนัส “จากที่ใดๆ ก็ตาม” และมีเพียงหุ้นเท่านั้น

วุฒิสภาพรรคเดโมแครตของสหรัฐได้เปิดเผยข้อเสนอในการเก็บภาษีหุ้นของมหาเศรษฐีและสินทรัพย์ที่ซื้อขายได้อื่นๆ เพื่อช่วยสนับสนุนวาระการใช้จ่ายทางสังคมของประธานาธิบดีโจ ไบเดนและเติมช่องโหว่ที่อนุญาตให้เศรษฐีเลี่ยงภาษีกำไรจากการลงทุนไปอย่างไม่มีกำหนด

มัสก์วิจารณ์ข้อเสนอการเก็บภาษีนี้ว่า “ในที่สุด เงินของคนอื่นหมดลงแล้วพวกเขาก็มาหาคุณ”

รอน ไวเดน ประธานคณะกรรมการการเงินของวุฒิสภา ซึ่งเห็นด้วยตามข้อเสนอด้านภาษี กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า “ชายที่ร่ำรวยที่สุดในโลกจ่ายภาษีหรือไม่ก็ตาม ไม่ควรขึ้นอยู่กับผลการสำรวจความคิดเห็นของ Twitter”

“ถึงเวลาเก็บภาษีเงินได้เศรษฐีพันล้าน”

เมื่อรวมออปชั่นหุ้นแล้ว มัสก็ถือหุ้น 23% ใน Tesla บริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ซึ่งเพิ่งมีมูลค่าตลาดเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อเร็วๆ นี้ เขายังเป็นเจ้าของบริษัทที่มีคุณค่าอื่นๆ รวมถึง SpaceX

คิมบาล มัสก์ น้องชายของเขาขายหุ้น Tesla 88,500 หุ้นเมื่อวันศุกร์ กลายเป็นสมาชิกบอร์ดบริหารคนล่าสุดที่จำหน่ายหุ้น Tesla จำนวนมากซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มสก์กล่าวใน Twitter ว่าเขาจะขายหุ้นของ Tesla มูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์และบริจาคให้กับโครงการอาหารโลกของสหประชาชาติ (WFP) หากองค์กรเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใช้จ่ายเงิน

แกรี่ แบล็ค ผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอของ Tesla Bull กล่าวว่าการขายหุ้นของมัสก์จะนำไปสู่ ??”แรงกดดันในการขายเพียงเล็กน้อย 1-2 วัน” แต่กล่าวว่าจะมีความต้องการจากนักลงทุนกลุ่มสถาบันที่แข็งแกร่งที่จะมาช้อนซื้อหุ้นที่ราคาตกลง

มัสก์กล่าวว่าเขาไม่ต้องการยืมเงินจากหุ้นเพื่อจ่ายภาษีเพราะมูลค่าหุ้นอาจลดลง

เขามีออปชั่นหุ้น 22.86 ล้านหุ้นในราคา 6.24 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 13 สิงหาคมปีหน้า ตามรายงานของ Tesla การตัดสินใจซื้อขายออปชั่นอาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของมูลค่าประมาณ 28,000 ล้านดอลลาร์จากราคาปิดของ Tesla ในวันศุกร์ที่ 1,222.09 ดอลลาร์

ในเดือนกันยายน มัสก์กล่าวว่าเขามีแนวโน้มที่จะจ่ายภาษีมากกว่าครึ่งหนึ่งของกำไรที่เขาจะได้รับจากการใช้ออปชั่นต่างๆ ปีที่แล้ว เขาบอกว่าจะย้ายจากแคลิฟอร์เนียไปยังเท็กซัส ซึ่งน่าจะช่วยลดเงินภาษี เนื่องจากเท็กซัสไม่มีภาษีเงินได้

“(มัน) ดูเหมือนบ้าที่จะยืมเงินมากขนาดนั้นเพื่อจ่ายภาษี ดังนั้นผมจึงคิดว่าเขาคงมีความจำเป็นต้องชำระบัญชีหุ้นจำนวนมากที่ซื้อจากการใช้ออปชั่นเพื่อจ่ายภาษี” ไบรอัน สปริงเมเยอร์ ทนายความของสำนักงานกฎหมาย Springmeyer Law ในซานฟรานซิสโกกล่าว

Photo by Patrick Pleul / dpa / AFP

เกินคาด สหรัฐเผยอีกไม่ถึง 10 ปี จีนจะมีนิวเคลียร์ 1,000 หัวรบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667551

วันที่ 07 พ.ย. 2564 เวลา 19:38 น.เกินคาด สหรัฐเผยอีกไม่ถึง 10 ปี จีนจะมีนิวเคลียร์ 1,000 หัวรบสหรัฐระบุจีนกำลังขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก แต่รัฐบาลจีนตำหนิรายงานของเพนตากอนว่าเป็นภัยคุกคามที่ปลุกปั่นมากเกินไป

สหรัฐได้ประกาศว่าจีนเป็นกังวลเรื่องความมั่นคงหลักในอนาคต ขณะที่จีนพยายามสร้างกองทัพปลดแอกประชาชนให้เป็น “กองกำลังระดับโลก” ภายในปี 2049 ตามแผนอย่างเป็นทางการ

สาธารณรัฐประชาชนจีนอาจมีหัวรบนิวเคลียร์ที่ใช้การได้ 700 หัวรบภายในปี 2027 และอาจเพิ่ม 1,000 หัวรบภายในปี 2030 ซึ่งเป็นคลังแสงที่มีขนาดใหญ่กว่าที่เพนตากอนคาดการณ์ไว้เมื่อปีที่แล้วถึงสองเท่าครึ่ง รายงานเพนตากอนเผยแพร่เมื่อวันพุธระบุ

เช่นเดียวกับสหรัฐและรัสเซีย สองประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์ชั้นนำ จีนกำลังสร้าง “กลุ่มนิวเคลียร์สามกลุ่ม” ที่มีความสามารถในการใช้อาวุธนิวเคลียร์ที่ยิงจากขีปนาวุธทิ้งตัวจากภาคพื้นดิน จากขีปนาวุธที่ปล่อยจากอากาศ และจากเรือดำน้ำ รายงานระบุ

รัฐบาลจีนยัง “กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการสนับสนุนการขยายตัวครั้งสำคัญของกองกำลังนิวเคลียร์ของตน” ตามการประเมินซึ่งอยู่ในรายงานประจำปีของเพนตากอนต่อรัฐสภาเกี่ยวกับการพัฒนาทางทหารของจีน

แต่รายงานดังกล่าวแย้งว่าจีนไม่น่าจะพยายามเปิดการโจมตีด้วยนิวเคลียร์หากไม่ได้ถูกยั่วยุต่อศัตรูมีอาวุธนิวเคลียร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐ แต่ต้องการยับยั้งการโจมตีด้วยส่งสัญญาณว่าจีนมีความสามารถที่จะตอบโต้ด้วยนิวเคลียร์

รัฐบาลจีนปฏิเสธท่าทีกังวลของสหรัฐต่อการพัฒนาทางทหารของตน และเมื่อวันพฤหัสบดีทางการจีนชี้ว่ารายงานของเพนตากอนที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อ “กระตุ้นการพูดถึงภัยคุกคามนิวเคลียร์ของจีน”

“รายงานที่ออกโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เช่นเดียวกับรายงานที่คล้ายกันก่อนหน้านี้ เพิกเฉยต่อข้อเท็จจริงและเต็มไปด้วยอคติ” หวางเหวินปิน โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าว

– คู่แข่งหลักของสหรัฐฯ –

ปีที่แล้ว รายงานของจีนของเพนตากอนระบุว่า จีนมีหัวรบที่สามารถใช้การได้ประมาณ 200 หัวรบ และจะเพิ่มเป็นสองเท่าภายในปี 2030

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา นักวิจัยอิสระได้เผยแพร่ภาพถ่ายดาวเทียมของไซโลขีปนาวุธนิวเคลียร์แห่งใหม่ทางตะวันตกของจีน

การพัฒนาเกิดขึ้นในขณะที่จีนขยายและยกระดับกองทัพของตน โดยพยายามแสดงแสนยานุภาพไปทั่วโลก เหมือนกับที่สหรัฐทำมานานหลายทศวรรษ

การแข่งขันได้เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการปะทะระหว่างสหรัฐกับจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไต้หวัน ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากวอชิงตัน แต่ปักกิ่งอ้างว่าเป็นอาณาเขตของตน จะถูกยึดในวันหนึ่งโดยใช้กำลังหากจำเป็น

รายงานล่าสุดระบุว่า ภายในปี 2027 จีนตั้งเป้าที่จะ “มีขีดความสามารถในการตอบโต้กองทัพสหรัฐในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และบังคับผู้นำของไต้หวันให้เข้าร่วมโต๊ะเจรจาตามเงื่อนไขของปักกิ่ง”

– จุดอันตราย –

รายงานยังยืนยันรายงานล่าสุดด้วยว่าในเดือนตุลาคม 2020 เจ้าหน้าที่เพนตากอนต้องออกมาชี้แจงข้อกังวลของทางการจีนว่า สหรัฐตั้งใจจะยุยงให้เกิดความขัดแย้งกับจีนในทะเลจีนใต้ โดยได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดทางการเมืองภายในประเทศที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งประธานาธิบดี

รายงานกล่าว เพื่อเน้นย้ำถึงความกลัวของตน PLA ของจีนจึงได้ส่งสัญญาณเตือนที่จริงจังผ่านสื่อที่ควบคุมโดยรัฐ โดยอวดแสนยานุภาพการซ้อมรบขนาดใหญ่ ขยายกำลังพล และทำให้กองทัพมีความพร้อมมากขึ้น

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเพนตากอนพูดคุยกับเจ้าหน้าที่จีนโดยตรง ความกังวลก็คลี่คลายลง

“เหตุการณ์เหล่านี้เน้นย้ำถึงศักยภาพในการเข้าใจผิดและการคำนวณผิด และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและทันเวลา” รายงานกล่าว

นอกจากนี้ยังตั้งคำถามถึงเจตนาของ PLA ในการวิจัยทางชีววิทยาเกี่ยวกับสารที่อาจใช้ได้ทั้งทางการแพทย์และการทหาร

“การศึกษาที่ดำเนินการในสถาบันทางการแพทย์ของกองทัพสาธารณรัฐประชาชนจีนมีการพูดถึง การระบุ การทดสอบ และการกำหนดลักษณะเฉพาะของสารพิษที่มีศักยภาพหลากหลายด้วยการใช้งานแบบใช้สองทาง” รายงานกล่าว ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสนธิสัญญาอาวุธชีวภาพและอาวุธเคมีทั่วโลก

ความกังวลดังกล่าวมีมากขึ้นตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 ในอู่ฮั่น ทางตอนกลางของจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีห้องปฏิบัติการวิจัยทางชีววิทยาที่เชื่อมต่อกับ PLA

จีนปฏิเสธว่าโรงงานแห่งนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการระบาดของโควิด-19 แต่ก็วางข้อจำกัดต่อคณะผู้สอบสวนในการเข้าถึงแหล่งข้อมูล

Photo by Noel Celis / AFP

มาเหนือเมฆ มือสังหารส่งโดรนลอบฆ่านายกฯ อิรัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667549

วันที่ 07 พ.ย. 2564 เวลา 17:59 น.มาเหนือเมฆ มือสังหารส่งโดรนลอบฆ่านายกฯ อิรัก สถานการณ์ในอิรักคุกรุ่น มือมืดส่งโดรนหมายสังหารผู้นำประเทศ แต่พลาดไป

นายกรัฐมนตรีมุสตาฟา อัล-คาเดมี ของอิรักรอดชีวิตจากการลอบสังหารโดยใช้โดรนเข้าโจมตีบ้านพักของเขาเมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น หลังเกิดความตึงเครียดขึ้นอย่างมากในช่วงหลายสัปดาห์หลังการเลือกตั้งทั่วไปจากข้อพิพาทกับกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุกับเอเอฟพีว่า การโจมตีนายกฯ ในกรุงแบกแดดใช้โดรน 3 ลำ ถูกยิงตก 2 ลำ

ขณะที่สมาชิกของกองกำลังคุ้มครองส่วนบุคคลของอัล-คาเดมีจำนวน 6 คนซึ่งประจำการอยู่ด้านนอกที่พักของเขาในกรีนโซนได้รับบาดเจ็บ แหล่งข่าวด้านความมั่นคงกล่าวกับรอยเตอร์

โดรน “ถูกปล่อยออกจากพื้นที่ใกล้กับสะพานรีพับลิก” ซึ่งข้ามแม่น้ำไทกริสในกรุงแบกแดด ก่อนที่จะบินไปยังกรีนโซนที่คาเดมีอาศัยอยู่ แหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าว พร้อมยืนยันว่า “โดรน 2 ลำถูกยิงตก”

อัล-คาเดมีปรากฏตัวในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่โดยทำเนียบนายกรัฐมนตรีโดยเป็นประธานการประชุมกับผู้บัญชาการรักษาความปลอดภัยระดับสูงเพื่อหารือเกี่ยวกับการโจมตีด้วยโดรน

“การโจมตีของผู้ก่อการร้ายขี้ขลาดที่มุ่งเป้าที่บ้านของนายกรัฐมนตรีเมื่อคืนนี้โดยมีเป้าหมายที่จะลอบสังหารเขา เป็นการกำหนดเป้าหมายที่ร้ายแรงต่อรัฐอิรักโดยกลุ่มติดอาวุธอาชญากร” สำนักงานของนายกรัฐมนตรีกล่าวในแถลงการณ์ที่ออกหลังการประชุม

สีจิ้นผิง : บุรุษผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนบนการเดินทางใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667511

วันที่ 07 พ.ย. 2564 เวลา 16:38 น.สีจิ้นผิง : บุรุษผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนบนการเดินทางใหม่บทความพิเศษของสำนักข่าวซินหัว ว่าด้วยเสีนทางการบริหารประเทศของสีจิ้นผิง เขาเดินบนเส้นทางสายไหน และกำลังจะพาจีนไปยังทิศทางไหน? (ภาพปกข่าวPhoto by GREG BAKER / AFP)

นับเป็นเวลา 72 ปีแล้ว ที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ได้บริหารปกครองจีน ซึ่งถือเป็นพรรคการเมืองเพียงไม่กี่พรรคบนโลกที่มีประวัติศาสตร์ยืนยาวและระยะเวลาปกครองประเทศต่อเนื่องเช่นนี้ โดยปัจจุบันมี “สีจิ้นผิง” เป็นแกนหลักของการนำพรรคฯ

ขณะที่หลายทศวรรษก่อนหน้านี้ การนำแบบรวมศูนย์ของพรรคฯ มีเหมาเจ๋อตง เติ้งเสี่ยวผิง เจียงเจ๋อหมิน และหูจิ่นเทา เป็นแกนหลักของการนำหลายต่อหลายรุ่น

นับตั้งแต่สีจิ้นผิงได้รับเลือกตั้งเป็นเลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2012 สีจิ้นผิงได้แสดงบทบาทของบุรุษผู้มีความมุ่งมั่นและพูดจริงทำจริง บุรุษผู้มีความคิดและความรู้สึกลึกซึ้ง บุรุษผู้สืบทอดมรดกและกล้าหาญสร้างสิ่งใหม่ และบุรุษผู้มีวิสัยทัศน์ก้าวไกลและตั้งใจทำงานอย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย

แชนเนล นิวส์ เอเชีย ช่องข่าวภาษาอังกฤษในสิงคโปร์ ระบุว่าจีนกำลังกลายเป็นประเทศมหาอำนาจภายใต้การนำของสีจิ้นผิง และปัจจุบันจีนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความแข็งแกร่ง

ก้าวเดินกับประชาชน

ในวัย 15 ปี สีจิ้นผิงเดินทางสู่หมู่บ้านเหลียงเจียเหอของมณฑลส่านซีด้วยสถานะ “ยุวปัญญาชน” ในปี 1969 และเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่หมู่บ้านแห่งนี้ในปี 1974

ใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านเล็กๆ บนที่ราบสูงดินลมหอบแถบชนบทแห่งนี้นานเจ็ดปี ยามสิ้นสุดวันของการทำงานหนัก สีจิ้นผิงจะกลับเข้าบ้านถ้ำโบราณและหลับพักผ่อนบนเตียงดินเหนียวแสนธรรมดา

สีจิ้นผิงใช้เวลาเนิ่นนานถึง 38 ปี ดำรงตำแหน่งต่างๆ ตามลำดับชั้นภายในพรรคฯ ก่อนจะย่างก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดเฉกเช่นทุกวันนี้

หลังจากเข้าร่วมพรรคฯ สีจิ้นผิงเริ่มต้นด้วยตำแหน่งเลขาธิการพรรคฯ ประจำหมู่บ้านเหลียงเจียเหอ ซึ่งเหล่าเพื่อนร่วมงานในหมู่บ้านเผยว่า “สีจิ้นผิงทำงานอย่างซื่อตรง มีความคิดหลากหลาย สามารถรวมประชาชนและเจ้าหน้าที่เป็นหนึ่งเดียวกัน”

สีจิ้นผิงรำลึกถึงตอนอยู่หมู่บ้านเหลียงเจียเหออันยากไร้ว่าสิ่งที่ตนเองต้องการมากกว่าสิ่งใดคือทำให้ชาวบ้านมี “เนื้อสัตว์บนจานข้าว”

ปี 1975 สีจิ้นผิงได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยชิงหัวในกรุงปักกิ่ง หลังจากสำเร็จการศึกษา สีจิ้นผิงทำงานแรกที่สำนักงานทั่วไปของคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง ก่อนย้ายไปอำเภอเจิ้งติ้งของมณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือในปี 1982

สีจิ้นผิงเล่าถึงการย้ายไปยังเจิ้งติ้งว่าตนเองอาสาทำงานระดับรากหญ้าท่ามกลางประชาชน และอยาก “รักประชาชนเหมือนที่รักพ่อแม่”

ต่อจากเจิ้งติ้ง เส้นทางอาชีพทางการเมืองของสีจิ้นผิงเบนสู่มณฑลชายฝั่งทะเลอย่างฝูเจี้ยนและเจ้อเจียง รวมถึงมหานครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน สายสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างสีจิ้นผิงกับประชาชนเป็นสิ่งที่เด่นชัดเสมอ

หลิวจิ้งเป่ย ศาสตราจารย์ประจำสถาบันภาวะผู้นำของผู้บริหารแห่งประเทศจีน (CELAP) ในเขตผู่ตงของเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่าปรัชญายึดประชาชนเป็นศูนย์กลางของสีจิ้นผิงได้อธิบายว่าทำไมสีจิ้นผิงจึงสั่งการรักษาชีวิตประชาชนอย่างสุดกำลังระหว่างการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

สีจิ้นผิงกลับสู่กรุงปักกิ่งในปี 2007 เพื่อดำรงตำแหน่งคณะกรรมการถาวรประจำกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคฯ และตำแหน่งรองประธานาธิบดีจีนในเวลาต่อมา โดยกำกับดูแลงานด้านต่างๆ ครอบคลุมการสร้างพรรคฯ งานองค์กร กิจการเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและมาเก๊า และการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันกีฬาปักกิ่ง โอลิมปิก 2008

สีจิ้นผิงในวัย 59 ปี ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอาวุโสที่สุดของพรรคฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2012 และราวหนึ่งเดือนต่อมา สีจิ้นผิงฟันฝ่าอากาศเย็นของฤดูหนาวเยี่ยมชาวบ้านยากจนในมณฑลเหอเป่ย นั่งพูดคุยกับพวกเขาถึงรายได้ ซักถามว่ามีอาหาร ผ้าห่ม และถ่านหินเพียงพอจะผ่านพ้นฤดูหนาวหรือไม่ ซึ่งสีจิ้นผิงเผยว่าเศร้าใจที่ได้เห็นชาวบ้านบางส่วนยังคงมีชีวิตที่ยากลำบาก

เสริมความแข็งแกร่งของพรรคฯ

ปี 2021 นับเป็นปีที่ 9 ของโครงการปราบปรามการทุจริตของสีจิ้นผิง ซึ่งดำเนินการเป็นวงกว้างมากที่สุดในประวัติศาสตร์จีน และไม่มีสัญญาณของการโอนอ่อนผ่อนปรนแต่อย่างใด

ปีก่อนมีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงในภาคการเงินถูกลงโทษหรือสอบสวนมากกว่า 20 คน ขณะช่วงสามสิบวันที่ผ่านมา มีอดีตเจ้าหน้าที่รัฐระดับกระทรวงในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางถูกสอบสวน และเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งถูกลงโทษ

ช่วงเก้าปีที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่รัฐระดับกระทรวงและระดับกระทรวงขึ้นไปถูกลงโทษหรือสอบสวนมากกว่า 400 คน ซึ่งรวมถึงอดีตสมาชิกคณะกรรมการถาวรประจำกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคฯ และอดีตรองประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลางสองคน

นอกจากนั้นมีผู้หลบหนีคดีความมากกว่า 8,300 คน ถูกนำตัวกลับมาสะสางความผิดจากกว่า 120 ประเทศและภูมิภาคระหว่างปี 2014-2020

“สีจิ้นผิงทวนกระแสในห้วงยามสำคัญ” บทบรรณาธิการของสื่อต่างประเทศระบุ

สีจิ้นผิงในฐานะเลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคฯ พยายามบัญญัติและแก้ไขระเบียบข้อบังคับภายในพรรคฯ ราว 200 รายการ ทั้งยังดำเนินโครงการการศึกษาทั่วพรรคฯ ห้าโครงการ เพื่อกระชับอุดมการณ์และความเชื่อมั่นของสมาชิกพรรคฯ รวมถึงรักษาการปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ปัจจุบันจำนวนสมาชิกพรรคฯ ขยายตัวจนอยู่ที่ 95 ล้านคน เมื่อนับถึงเดือนมิถุนายนปีนี้ โดยคณะผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการจีนชี้ว่าพรรคฯ มีระเบียบวินัย โปร่งใส และทรงอำนาจยิ่งขึ้น

การประชุมเต็มคณะครั้งที่ 6 ของคณะกรรมการกลางพรรคฯ ชุดที่ 18 ในปี 2016 ได้กำหนดสถานะของสีจิ้นผิงเป็นแกนหลักของคณะกรรมการกลางพรรคฯ และพรรคฯ ทั้งมวล

การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคฯ ครั้งที่ 19 ในเดือนตุลาคม 2017 ได้รับรองความคิดสีจิ้นผิงว่าด้วยสังคมนิยมอันมีอัตลักษณ์จีนสำหรับยุคใหม่ (Xi Jinping Thought on Socialism with Chinese Characteristics for a New Era) และบรรจุเข้าธรรมนูญพรรคฯ รวมถึงรัฐธรรมนูญของจีนด้วย

ซินหมิง ศาสตราจารย์ประจำโรงเรียนพรรคฯ แห่งคณะกรรมการกลางพรรคฯ (สถาบันธรรมาภิบาลแห่งชาติ) กล่าวว่าเฉกเช่นเดียวกับเหมาเจ๋อตงและเติ้งเสี่ยวผิง สีจิ้นผิงได้เดินหน้าการปรับใช้ลัทธิมาร์กซ์ให้เข้ากับบริบทของจีนและทำให้ลัทธิมาร์กซ์มีความทันสมัยอยู่เสมอ

Photo by Noel Celis / AFP

สร้างจีนที่แข็งแรง

หลังจากสงครามฝิ่น ปี 1840 จีนถูกลดสถานะอย่างค่อยเป็นค่อยไปสู่การเป็นสังคมกึ่งอาณานิคมและกึ่งศักดินา ทั้งยังถูกกลั่นแกล้งและบอบช้ำจากความยากจนและความอ่อนแอ นำไปสู่การก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีนในปี 1921 เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ดังกล่าว

สองสัปดาห์หลังจากการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในพรรคฯ สีจิ้นผิงผลักดัน “ความฝันจีน” ของการฟื้นฟูชาติ และเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ณ กิจกรรมรำลึกการปฏิวัติซินไฮ่ครบรอบ 110 ปี สีจิ้นผิงกล่าวถึง “การฟื้นฟู” จำนวน 25 ครั้ง ในการกล่าวสุนทรพจน์นาน 35 นาที ซึ่งทำให้คำนี้เป็นหนึ่งในสารที่ถูกเน้นย้ำมากที่สุด

สีจิ้นผิงเชื่อว่าการฟื้นฟูจำต้องมีการออกแบบกลยุทธ์และการทำงานหนัก สีจิ้นผิงเป็นผู้นำด้วยการพูดจริงทำจริง โดยนับเฉพาะปี 2019 สีจิ้นผิงเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญมากกว่า 500 รายการ กำหนดการเดินทางทำงานของสีจิ้นผิงครอบคลุมวันหยุดสุดสัปดาห์ราว 30 สัปดาห์ในปีนั้น และสีจิ้นผิงร่วมปรับแก้ร่างแผนการปฏิรูปสำคัญแต่ละร่าง

“ความสุขเกิดขึ้นระหว่างการทำงานหนัก” สีจิ้นผิงกล่าว โดยสีจิ้นผิงมักเยือนฟาร์ม หมู่บ้านชาวประมง บ้านเรือนเกษตรกร ร้านอาหารขนาดเล็ก ซูเปอร์มาร์เก็ต โรงงาน ห้องปฏิบัติการ โรงพยาบาล โรงเรียน หรือแม้แต่ตรวจดูเล้าหมูและห้องน้ำในชนบท เพื่อเก็บข้อมูลด้วยตัวเอง

สีจิ้นผิงยืนหยัดเผชิญหน้ากับสารพัดอุปสรรคและวิกฤตตลอดเก้าปีที่ผ่านมา

ช่วงต้นปี 2015 เมื่อเยเมนถดถอยสู่ความสับสนวุ่นวาย สีจิ้นผิงสั่งการกองทัพเรืออพยพชาวจีนที่ติดค้างในเยเมนหลายร้อยคนทันที หรือเมื่อสหรัฐฯ ริเริ่มสงครามการค้ากับจีน สีจิ้นผิงวางกลยุทธ์ว่าจีนไม่ได้ต้องการทำสงครามการค้า แต่ก็มิหวั่นเกรงสงครามดังกล่าว และพร้อมจะต่อสู้สงครามนี้หากจำเป็น

อย่างไรก็ดี สีจิ้นผิงกล่าวว่าการสนทนาและความร่วมมือที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียวของจีนและสหรัฐฯ พร้อมระบุว่า “มหาสมุทรแปซิฟิกอันกว้างใหญ่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับสองประเทศใหญ่อย่างจีนและสหรัฐฯ”

นับจากการดำเนินการตรวจตราประจำในน่านน้ำหมู่เกาะเตี้ยวอวี๋ ปัดป้องสิ่งที่เรียกว่าอนุญาโตตุลาการทะเลจีนใต้ แสวงหาวิธีแก้ไขข้อพิพาทพรมแดนจีน-อินเดีย จนถึงอำนวยความสะดวกแก่การกลับมาของชาวจีนที่ถูกจับกุมในต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย สีจิ้นผิงได้เป็นผู้นำการวางกลยุทธ์และยุทธวิธี ตลอดจนเข้าช่วยเหลือเป็นการส่วนตัวหากจำเป็น

เมื่อเกิดความไม่สงบทางสังคมในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงในปี 2019 สีจิ้นผิงสั่งการคุ้มครองหลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” และปราบปรามความพยายามยุยงปลุกปั่น “การปฏิวัติสี”

ช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน ปี 2020 ขณะการระบาดของโรคโควิด-19 บดบังบรรยากาศแห่งเทศกาล สีจิ้นผิงจัดประชุมคณะผู้นำพรรคฯ เพื่อหารือแผนการรับมือ โดยสีจิ้นผิงตัดสินใจกระชับข้อจำกัดการเดินทางของประชาชน และการเข้าออกหูเป่ยและอู่ฮั่น ซึ่งกาลเวลาพิสูจน์แล้วว่าวิธีการอันเข้มงวดนี้เป็นเพียงตัวเลือกเดียวที่มีประสิทธิผล

“การปกครองประเทศขนาดใหญ่เช่นนี้ถือเป็นความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงและภาระงานอันยากยิ่ง” สีจิ้นผิงกล่าวตอบคำถามจากนักการเมืองต่างชาติ “ผมยินดีเสียสละและอุทิศตนเพื่อการพัฒนาของจีน ผมจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง”

Photo by NICOLAS ASFOURI / AFP

กรุยเส้นทางใหม่แห่งการปฏิรูป

สีจิ้นผิงออกแบบการสร้างความทันสมัยแบบจีนที่มีวิถีการพัฒนาที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ สอดประสาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเปิดกว้างเพื่อทุกคน

เหล่านักสังเกตการณ์เผยว่าวิสัยทัศน์การพัฒนานี้มุ่งนำสังคมนิยมจีนออกจากกับดักการพัฒนาที่พึ่งพาการเติบโตอันไร้ประสิทธิภาพ ไร้ขอบเขต และทำลายระบบนิเวศ ขยับทิศทางของประเทศสู่การพัฒนาคุณภาพสูง และหลีกเลี่ยงสถานการณ์คนรวยยิ่งรวย คนจนยิ่งจน

การปฏิรูปที่นำโดยสีจิ้นผิงได้เข้าถึงแวดวงต่างๆ นโยบายการใช้ที่ดิน การสร้างพรรคฯ ในรัฐวิสาหกิจ กระบวนการยุติธรรม การวางแผนครอบครัว นโยบายการคลังและภาษี ตลาดอสังหาริมทรัพย์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการต่อต้านการผูกขาด

หนึ่งมาตรการปฏิรูปที่โดดเด่นคือการสร้างความทันสมัยขององค์กรต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาและเสถียรภาพในระยะยาวของจีน โดยแก่นสำคัญของมาตรการปฏิรูปนี้คือการยึดมั่นและปรับปรุงสังคมนิยมอันมีอัตลักษณ์จีน และสร้างระบบและศักยภาพการบริหารปกครองที่ทันสมัย

บางครั้งที่การปฏิรูปเผชิญอุปสรรคใหญ่ บางคราวที่ต้องแก้ไขความขัดแย้งและขจัดสิ่งกีดขวาง สีจิ้นผิงจำเป็นต้องตัดสินใจชี้ขาดด้วยตัวเอง

การปฏิรูปช่วยเปิดประเทศจีนยิ่งขึ้น โดยปี 2013 จีนจัดตั้งเขตการค้าเสรีนำร่องแห่งแรกในเซี่ยงไฮ้ ขณะปัจจุบันจำนวนเขตการค้าเสรีดังกล่าวสูงถึง 21 แห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นครอบคลุมทั้งเกาะไห่หนาน (ไหหลำ) ที่มีขนาดราวประเทศเล็กๆ ในยุโรป ส่วนรายการข้อจำกัดการลงทุนจากต่างชาติของจีนถูกลดทอนลงเช่นกัน

ยามที่บางประเทศเลือกตั้งกำแพงการค้า จีนเลือกจัดงานมหกรรมการค้าและการลงทุนระดับโลกมากมาย โดยสีจิ้นผิงได้ริเริ่มงานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน (CIIE) เป็นการส่วนตัว ซึ่งเป็นหนึ่งในงานมหกรรมระดับชาติที่มีความหลากหลายของประเทศ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนระหว่างปี 2013-2020 เติบโตเฉลี่ยกว่าร้อยละ 6.4 ต่อปี ซึ่งมีส่วนส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจโลกเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 30 ต่อปีเป็นเวลาติดต่อกันหลายปี โดยจีดีพีของจีนสูงเกินเกณฑ์หนึ่งร้อยล้านล้านหยวนในปี 2020 หรือคิดเป็นราว 7 ใน 10 ของจีดีพีสหรัฐฯ

หลิวหรงกาง นักวิจัยประจำสถาบันประวัติศาสตร์และวรรณกรรมพรรคแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน กล่าวว่านับจนถึงปัจจุบัน ความสำเร็จอันน่าประทับใจมากที่สุดในยุคใหม่คือการบรรลุ “เป้าหมายแห่งศตวรรษแรก” อันหมายถึงการสร้างสังคมมั่งคั่งปานกลางในทุกด้าน

จีนนั้นมีระบบประกันสังคมครอบคลุมวงกว้างมากที่สุดในโลก และกลุ่มชนชั้นรายได้ปานกลางขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ขณะเดียวกันจีนสามารถยุติความยากจนขั้นรุนแรง (extreme poverty) ได้ในท้ายที่สุดด้วย

ช่วงเก้าปีที่ผ่านมา มีประชาชนจีนหลุดพ้นจากความยากจนขั้นรุนแรงราว 100 ล้านคน โดยสีจิ้นผิงสั่งสมาชิกพรรคฯ และเจ้าหน้าที่รัฐประจำการที่หมู่บ้านยากไร้เพื่อดำเนินมาตรการบรรเทาความยากจนแบบพุ่งเป้าที่หน้างานจริง

ตัวสีจิ้นผิงเองเดินทางเยือนพื้นที่ยากจนที่สุดที่อยู่ติดกันทั้ง 14 แห่งของประเทศ ขณะการขจัดความยากจนขั้นรุนแรงถูกยกเป็นการทำสงครามครั้งสำคัญ ซึ่งมีวีรบุรุษผู้เสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่มากกว่า 1,800 คน

ปี 2021 จีนครองอันดับ 12 ในดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index) สูงกว่าญี่ปุ่น อิสราเอล และแคนาดา รวมถึงเป็นผู้รับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศอันดับหนึ่ง และตลาดผู้บริโภคเบอร์หนึ่งของโลก

นอกจากนั้นสีจิ้นผิงยังปฏิรูปกองทัพอย่างรอบด้าน เน้นย้ำหลักการของเหมาเจ๋อตงที่ว่า “พรรคฯ ควบคุมปืน” ริเริ่มการปฏิรูปต่างๆ ในระบบการนำและบัญชาการ ขนาด โครงสร้าง และองค์ประกอบของกองทัพ ตลอดจนสั่งการกองทัพพร้อมสู้รบอยู่เสมอ

Photo by GREG BAKER / AFP

มีส่วนส่งเสริมประชาคมโลก

สีจิ้นผิงนั้นมุ่งมั่นนำพาจีนมีส่วนร่วมและส่วนส่งเสริมประชาคมโลก โดยก่อนเกิดการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 สีจิ้นผิงได้เยือน 69 ประเทศในการเดินทาง 41 ครั้ง และเป็นผู้นำจีนคนแรกที่เข้าร่วมการประชุมเศรษฐกิจโลกในเมืองดาวอสของสวิตเซอร์แลนด์

การเดินทางเยือนต่างประเทศของสีจิ้นผิงมักอัดแน่นด้วยกำหนดการต่างๆ และใช้เวลาจนถึงดึกดื่นเลยเที่ยงคืน โดยสีจิ้นผิงยังเคยใช้เวลาวันคล้ายวันเกิดของตัวเองกับการเดินทางเยือนต่างประเทศด้วย สีจิ้นผิงกล่าวว่าเวลาที่หมดไปกับการเยือนนานาประเทศอาจดู “ฟุ่มเฟือย” แต่ก็ “คุ้มค่า”

อัลไต แอตลิ นักวิชาการในนครอิสตันบูลของตุรกี ชี้ว่าภายใต้การนำของสีจิ้นผิง การมีส่วนร่วมของจีนในกิจการระหว่างประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจและการทูต เกิดการเปลี่ยนแปลง และโลกกำลังจับตาดูการผงาดของประเทศใหญ่ที่มีอิทธิพลระดับโลกแห่งนี้

ปี 2013 สีจิ้นผิงนำเสนอแนวคิด “การสร้างประชาคมมนุษยชาติที่มีอนาคตร่วมกัน” สีจิ้นผิงอธิบายว่าประชาคมระหว่างประเทศควรส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วน ความมั่นคง การเติบโต การแลกเปลี่ยนระหว่างอารยธรรม และการสร้างระบบนิเวศที่แข็งแกร่ง โดยอ้างอิงสุภาษิตที่ว่า “ผลประโยชน์ที่ดีควรเป็นผลประโยชน์ของทุกฝ่าย”

ด้วยแนวคิดข้างต้น สีจิ้นผิงนำเสนอวิถีทางใหม่ของการประสานสายสัมพันธ์ระหว่างประเทศบนพื้นฐานความร่วมมือที่ได้ประโยชน์ร่วมกันและหลักการบรรลุการเติบโตร่วมกันผ่านการเจรจาหารือและการทำงานร่วมกันในธรรมาภิบาลโลก

“ระเบียบระหว่างประเทศและระบบธรรมาภิบาลใดที่เหมาะสมกับโลกและประชาชนของทุกประเทศมากที่สุด? สิ่งนี้ควรถูกตัดสินใจร่วมกันโดยทุกประเทศผ่านการปรึกษาหารือ มิใช่โดยประเทศใดประเทศหนึ่งหรือเพียงไม่กี่ประเทศ” สีจิ้นผิงกล่าว

สีจิ้นผิงยังสนับสนุนหลักการเดียวกันนี้ในกรอบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศขนาดใหญ่ ซึ่งมีเสถียรภาพโดยรวมและการพัฒนาสมดุล โดยสีจิ้นผิงเน้นย้ำในหลายโอกาสว่าหากประเทศต่างๆ รักษาการติดต่อสื่อสารและปฏิบัติต่อกันอย่างจริงใจ ย่อมสามารถหลีกเลี่ยง “กับดักธูซิดิดิส” (Thucydides trap) ได้

ในปีที่ชักชวนโลกร่วมสร้างประชาคมมนุษยชาติที่มีอนาคตร่วมกันครั้งแรก สีจิ้นผิงยังเสนอแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ซึ่งปัจจุบันมี 172 ประเทศและองค์กรระหว่างประเทศลงนามเอกสารความร่วมมือกับจีนภายใต้กรอบแผนริเริ่มฯ มากกว่า 200 ฉบับ เมื่อนับถึงเดือนสิงหาคม 2021

รายงานจากธนาคารโลกระบุว่าโครงการต่างๆ ตามแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางสามารถช่วยเหลือประชาชนทั่วโลกหลุดพ้นจากความยากจนขั้นรุนแรง 7.6 ล้านคน และหลุดพ้นจากความยากจนขั้นปานกลาง 32 ล้านคน

อย่างไรก็ดี การพัฒนาระดับโลกมิควรส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ประเด็นนี้สีจิ้นผิงได้ส่งสัญญาณความตั้งใจอันแน่วแน่สู่ทั่วโลกในปี 2020 ว่าจีนจะปล่อยคาร์บอนแตะจุดสูงสุดก่อนปี 2030 และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนก่อนปี 2060

“โลกควรขอบคุณจีนที่มีส่วนส่งเสริมการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” เควิน รัดด์ อดีตนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียกล่าว

ขณะที่เมื่อเกิดการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 สีจิ้นผิงเรียกร้องความสามัคคีและความร่วมมือระดับโลก โดยจีนได้จัดสรรอุปกรณ์ต้านเชื้อไวรัสให้กว่า 150 ประเทศและ 14 องค์กรระหว่างประเทศ รวมถึงจัดส่งทีมบุคลากรการแพทย์ 37 ทีม ไปยัง 34 ประเทศด้วย

สีจิ้นผิงเผยคำมั่นว่าจะทำให้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของจีนเป็นสินค้าสาธารณะของโลก และคำสัญญาว่าจีนจะจัดสรรวัคซีนแก่ทั่วโลก จำนวน 2 พันล้านโดส ภายในปีนี้

ช่วงหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา “จีน” ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก ได้เดินทางมาไกลอย่างน่าเหลือเชื่อ จากประเทศที่ติดกับดักความยากจนสู่ประเทศที่สามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานของประชาชน จนถึงปัจจุบันเป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งปานกลาง ซึ่งสีจิ้นผิงถือว่าความสำเร็จนี้มีส่วนส่งเสริมมนุษยชาติ

มาเรีย เฟอร์นันดา เอสปิโนซา การ์เซส ประธานการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 73 ยกย่องสีจิ้นผิงเป็น “กัปตันผู้ช่ำชอง” ที่สร้างคุณูปการสำคัญอย่างการสนับสนุนลัทธิพหุภาคี แผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง และแนวคิดประชาคมมนุษยชาติที่มีอนาคตร่วมกัน

Photo by AFP) / China OUT

บรรลุภารกิจใหม่

พรรคคอมมิวนิสต์จีนวางแผนบรรลุการฟื้นฟูชาติผ่านเป้าหมายสองประการ หรือที่รู้จักกันว่า “เป้าหมายร้อยปีสองประการ”

ช่วงเก้าปีที่ผ่านมา สีจิ้นผิงในฐานะผู้นำอาวุโสสูงสุดของพรรคฯ ได้นำพาประเทศบรรลุขั้นแรกสำเร็จ และเป็นประธานการออกแบบขั้นที่สองของแผนการประวัติศาสตร์นี้

เป้าหมายแรก จีนควรบรรลุการสร้างสังคมนิยมอันทันสมัยขั้นพื้นฐานภายในปี 2035 ส่วนเป้าหมายที่สอง จีนควรเป็นประเทศสังคมนิยมอันทันสมัยที่มั่งคั่ง แข็งแกร่ง เป็นประชาธิปไตย ก้าวหน้าทางวัฒนธรรม สามัคคีปรองดอง และสวยงามภายในกลางศตวรรษที่ 21 ซึ่งจะตรงกับวาระสาธารณรัฐประชาชนจีนก่อตั้งครบร้อยปี

แนวทางเสริมได้สนับสนุนเป้าหมายอันครอบคลุมข้างต้น สีจิ้นผิงได้ชี้นำการร่างข้อเสนอของคณะผู้นำพรรคฯ สำหรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 (2021-2025) และเป้าหมายระยะยาวจนถึงปี 2035 (Long-Range Objectives Through the Year 2035) ซึ่งได้รับการรับรองในเดือนตุลาคม 2020

“การบรรลุความฝันอันยิ่งใหญ่นี้ต้องการความพยายามอันใหญ่ยิ่ง” สีจิ้นผิงกล่าว

ดังนั้น การประชุมเต็มคณะครั้งที่ 6 ของคณะกรรมการกลางพรรคฯ ชุดที่ 19 ในเดือนพฤศจิกายน จึงเกิดขึ้นในห้วงเวลาสำคัญ เพื่อหารือปณิธานแห่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ และประสบการณ์แห่งประวัติศาสตร์หนึ่งร้อยปีของพรรคฯ

“การดิ้นรนต่อสู้ตลอดหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา พรรคฯ ได้สั่งสมประสบการณ์มากมาย ทำความเข้าใจกฎเกณฑ์สำคัญ พัฒนาทฤษฎีการปกครอง และตักตวงปัญญาความรู้ สมบัติล้ำค่านี้ควรถูกสรุปรวมเพื่อเป็นแรงบันดาลใจสู่การปกครองที่ดียิ่งขึ้นของพรรคฯ” หานชิ่งเสียงกล่าว

คำว่าประวัติศาสตร์กลายเป็นคำนิยมของเหล่าสมาชิกพรรคฯ ในปีนี้ ขณะโครงการการศึกษาวงกว้างช่วยเจ้าหน้าที่พรรคฯ รับรู้ประวัติศาสตร์ของพรรคฯ และมีการเปิดพิพิธภัณฑ์พรรคฯ แห่งใหม่ ซึ่งสีและคณะผู้นำได้เดินทางเยือนและชมนิทรรศการที่อธิบายว่าพรรคฯ นำพาจีนอย่างไร เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.

ทั้งนี้ สีจิ้นผิงและคณะผู้นำได้กล่าวคำปฏิญาณต่อหน้าธงพรรคฯ หลังจากเสร็จสิ้นการเยี่ยมชมนิทรรศการ ซึ่งเป็นการรื้อฟื้นพิธีการที่ปฏิบัติโดยสมาชิกใหม่ของพรรคฯ ทุกคน

“ข้าพเจ้าจะต่อสู้เพื่อพรรคคอมมิวนิสต์ตลอดชีวิตที่เหลือ”

เนื้อหาบทความจากความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

พบต้นกำเนิดจีโนมชาว ‘ซินเจียง’ รุ่นแรกสุด เก่าแก่ 9,000 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667508

วันที่ 07 พ.ย. 2564 เวลา 14:33 น.พบต้นกำเนิดจีโนมชาว ‘ซินเจียง’ รุ่นแรกสุด เก่าแก่ 9,000 ปีทีมนักวิจัยชาวจีนและชาวต่างชาติ นำโดยมหาวิทยาลัยจี๋หลินของจีน ค้นพบว่าผู้อาศัยรุ่นแรกสุดในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน มีต้นกำเนิดจีโนม (genome) หรือข้อมูลทางพันธุกรรมที่สืบย้อนความเก่าแก่ได้ราว 9,000 ปี

การศึกษาของคณะนักวิจัยได้ระบุประชากรท้องถิ่นที่มีการแยกทางพันธุกรรม (genetic isolation) ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่กว้างใหญ่ตอนกลางและตะวันออกของที่ราบยูเรเซียเมื่อประมาณ 9,000 ปีก่อน

การค้นพบดังกล่าวอิงข้อมูลทางพันธุกรรมที่เก็บรวบรวมจากมัมมี่ 5 ร่างที่พบในแอ่งจุ่นก๋าเอ่อร์ของซินเจียง และอีก 13 ร่างในแอ่งทาริมของวัฒนธรรมเสี่ยวเหอ โดยมัมมี่ทั้งสองกลุ่มจัดเป็นซากมนุษย์เก่าแก่ที่สุดที่ค้นพบจากแถบตอนเหนือและใต้ของซินเจียง

คณะนักวิจัยพบหลักฐานโปรตีนนมในหินน้ำลายของกลุ่มมัมมี่ทาริมจากแหล่งโบราณคดีเสี่ยวเหอ ซึ่งสะท้อนว่าพื้นที่ดังกล่าวพึ่งพาการเลี้ยงโคนมตั้งแต่การมาถึงของผู้อาศัยกลุ่มแรก

ทั้งนี้ วัฒนธรรมเสี่ยวเหอเป็นที่รู้จักทั่วโลกจาก “เจ้าหญิงแห่งเสี่ยวเหอ” มัมมี่หญิงสภาพดีที่พบในทะเลทรายทากลามากันบริเวณแอ่งทาริม โดยใบหน้าบางส่วนของเธอมีลักษณะคล้ายคลึงชาวตะวันตก อาทิ โหนกแก้มสูง ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าบรรพบุรุษของผู้อาศัยชาวซินเจียงยุคแรกสุดอาจเป็นผู้อพยพ

อนึ่ง การศึกษาดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ทางออนไลน์ในวารสารเนเจอร์ (Nature)

(ภาพจากสถาบันวัตถุทางวัฒนธรรมและโบราณคดีซินเจียง : สุสานของวัฒนธรรมเสี่ยวเหอ)

เนื้อหาข่าวและภาพด้วยความร่วมมือกับสำนักข่าวซินหัว

พนักงานเสิร์ฟอเมริกันทำงาน 6 สัปดาห์ได้ค่าแรงไม่ถึงบาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/667522

วันที่ 07 พ.ย. 2564 เวลา 12:30 น.พนักงานเสิร์ฟอเมริกันทำงาน 6 สัปดาห์ได้ค่าแรงไม่ถึงบาทด้วยระบบค่าแรงที่ต่ำทำให้คนอเมริกันต้องพึ่งพาการให้ทิปจากลูกค้า หากได้ทิปน้อยชีวิตพวกเขาจะตกอยู่ในภาวะที่ยากลำบาก

ค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลกลางสำหรับพนักงานที่ได้รับทิปทั่วสหรัฐอเมริกาคือ 2.13 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ในรัฐเทนเนสซี ภาษีของรัฐบาลกลาง ประกันสังคม และ Medicare จะถูกหักออกจากรายได้ที่ได้รับ นั่นทำให้พนักงานบางคนแทบจะไม่มีเงินเหลืออยู่เลยเมื่อหักเงินต่างๆ ไปหมดแล้ว ดังนั้นสิ่งที่จะรองรับชีวิตพวกเขาคิอเงินทิปจากลูกค้า

รายงายข่าวจาก The New York Post ระบุว่าผู้ใช้ TikTok ที่ชื่อ Liny เผยว่าเธอได้ค่าแรงเพียง 1 เซ็นต์ (0.33 บาท) เท่านั้นในช่วง 6 สัปดาห์ขณะทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารในแนชวิลล์ โดยพนักงานบริการวัย 25 ปีรายนี้ได้แชร์วิดีโอไปยังเว็บไซต์โซเชียลมีเดียเมื่อเดือนที่แล้วเพื่อแสดงการจ่ายเงินของเธอ

The New York Post ระบุว่าไม่ชัดเจนว่า Liny ทำงานกี่ชั่วโมงในช่วง 6 สัปดาห์ และเธอไม่ได้เปิดเผยจำนวนเงินทิปจากลูกค้าที่เธอได้มาในช่วงเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ในคำบรรยายวิดีโอของเธอ พนักงานเสิร์ฟคนนี้เขียนถึงผู้ติดตาม TikTok ของเธอว่า “ให้ทิปพนักงานเสิร์ฟของคุณ!!!”

แต่ชาวอเมริกันเริ่มแสดงความไม่พอใจกับค่าแรงที่ต่ำและบีบให้ผู้บริโภคต้องแบกรับภาระค่าแรงของพนักงานแทนที่จะเป็นนายจ้างคนเหล่านั้น พวกเขาเริ่มสะท้อนความไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ และในคลิปของ Liny ก็มีปฏิกิริยานี้

ผู้ใช้งาน TikTok ที่ได้ดูคลิปหลายคนไม่พอใจกับความต้องการของ Liny โดยมีคนตอบกลับมาว่า “ไม่ใช่หน้าที่ของฉันที่จะจ่ายบิลของคุณ ฉันมีของตัวเองที่จะจ่าย” ความคิดเห็นนั้นถูกใจมากถึง 10,200 ครั้ง

“โทษธุรกิจที่คุณทำงาน ไม่ใช่ผู้บริโภค” ผู้ชมอีกคนหนึ่งเห็นด้วย “ในประเทศอื่น ๆ พวกเขาไม่จำเป็นต้องให้ทิปเพราะพวกเขาจ่ายค่าครองชีพ” อย่างไรก็ตาม มีคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วยและเข้ามาปกป้อง Liny เช่นความเห็นหนึ่งบอกว่า

“ถ้าคุณให้ทิปไม่ได้ ให้ไปที่แมคโดนัลด์หรือทำอาหารที่บ้าน”

ในบางแห่งเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการให้ค่าแรงและทิป สำนักข่าว NBC Washington รายงานว่า พนักงานเสิรฟ์และบาร์เทนเดอร์พึ่งพาทิปมาหลายชั่วอายุคนแล้ว นายจ้างจ่ายเพียงประมาณหนึ่งในสามของค่าจ้างขั้นต่ำแบบเดิม ในวอชิงตัน ดี.ซี. เท่ากับ 5.05 เหรียญต่อชั่วโมง เทียบกับ 15 เหรียญต่อชั่วโมงสำหรับคนงานที่ไม่ได้รับทิป

แต่ร้านอาหารบางแห่งใน วอชิงตัน ดี.ซี. ไม่รอให้รัฐบาลขึ้นค่าแรง พวกเขากำลังเปลี่ยนวิธีการจ่ายเงินพนักงานและวิธีเรียกเก็บเงินจากลูกค้า

ร้านอาหารจำนวนหนึ่งกำลังคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจาก 15% ถึง 22% และจ่ายให้บริกรและบาร์เทนเดอร์เหมือนกับพนักงานคนอื่นๆ