ทรัมป์สับกลางดาวอส ลั่นยูเครนไม่ใช่ธุระของสหรัฐฯ ชี้ยุโรปต้องจัดการ

ทรัมป์สับกลางดาวอส ลั่นยูเครนไม่ใช่ธุระของสหรัฐฯ ชี้ยุโรปต้องจัดการ

21 ม.ค. 2569 22:32 น.

ทรัมป์สับกลางดาวอส ลั่นยูเครนไม่ใช่ธุระของสหรัฐฯ ชี้ยุโรปต้องจัดการ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศลั่นกลางเวทีประชุมที่ดาวอส ว่าสหรัฐฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องสงครามในยูเครนเลย และเป็นยุโรปต่างหากที่ต้องหาทางจัดการกับเรื่องนี้ ไม่ใช่สหรัฐฯ

เมื่อวันพุธที่ 21 ม.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ช่วงหนึ่ง โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีไม่แยแสต่อยูเครนในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ โดยระบุว่า “มีมหาสมุทรที่กว้างใหญ่และสวยงาม” กั้นกลางระหว่างสหรัฐฯ กับยุโรป และสหรัฐฯ “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องนี้”

ทรัมป์หยิบยกประเด็นเรื่องยูเครนและสงครามของรัสเซียขึ้นมาพูดในขณะที่กำลังกล่าวถึง NATO ซึ่งเขาระบุว่าปฏิบัติต่อสหรัฐฯ “อย่างไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง” นอกจากนี้ เขายังได้ย้ำว่า สงครามจะไม่เกิดขึ้นหากตอนนั้นเขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอยู่ พร้อมทั้งยืนยันอีกครั้งว่าการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2563 นั้น “มีการโกง”

ประธานาธิบดีตั้งคำถามว่า ประเทศของเขาได้อะไรตอบแทนจากการพยายามยุติสงครามในยูเครน “นอกเหนือไปจากความตาย การทำลายล้าง และเงินสดจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลไปสู่คนที่ไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ?”

“ผมกำลังพูดถึง NATO ผมกำลังพูดถึงยุโรป พวกเขาต้องจัดการเรื่องยูเครน ไม่ใช่เรา สหรัฐอเมริกาอยู่ไกลมาก เรามีมหาสมุทรที่กว้างใหญ่และสวยงามกั้นเราไว้ เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้เลย” เขากล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์เรียกร้อง เจรจาซื้อกรีนแลนด์ทันที ยืนยันไม่คิดใช้กำลังเข้ายึด

ทรัมป์เรียกร้อง เจรจาซื้อกรีนแลนด์ทันที ยืนยันไม่คิดใช้กำลังเข้ายึด

21 ม.ค. 2569 21:45 น.

ทรัมป์เรียกร้อง เจรจาซื้อกรีนแลนด์ทันที ยืนยันไม่คิดใช้กำลังเข้ายึด

โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้มีการเจรจากับชาติยุโรปเพื่อให้สหรัฐฯ เข้าซื้อกรีนแลนด์ในทันที และยืนยันเป็นครั้งแรกว่า เขาจะไม่ใช้กำลังทหารเพื่อเข้ายึดครองดินแดนแห่งนี้

เมื่อวันพุธที่ 21 ม.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ช่วงหนึ่ง นายทรัมป์ได้ย้ำข้อเรียกร้องของเขาในการเข้าควบคุมกรีนแลนด์ โดยกล่าวบนเวทีที่ดาวอสว่า “ไม่มีประเทศใดหรือกลุ่มประเทศใดอยู่ในสถานะที่จะรักษาความปลอดภัยให้กรีนแลนด์ได้ นอกจากสหรัฐอเมริกาเท่านั้น”

“พันธมิตร NATO ทุกประเทศมีหน้าที่ต้องสามารถป้องกันดินแดนของตนเองได้” ทรัมป์กล่าว “เราเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่กว่าที่ผู้คนจะเข้าใจเสียอีก”

ทรัมป์ยังกล่าวตำหนิประเทศเดนมาร์กว่า “เนรคุณ” ที่ปฏิเสธจะสละการควบคุมกรีนแลนด์ โดยอ้างว่าประเทศนี้เป็นหนี้บุญคุณสหรัฐฯ ในการช่วยปกป้องช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

“เดนมาร์กพ่ายแพ้ต่อเยอรมนีหลังจากสู้รบเพียง 6 ชั่วโมง และไม่สามารถป้องกันตนเองหรือกรีนแลนด์ได้เลย ดังนั้นสหรัฐฯ จึงถูกบีบให้ต้องเข้าไปจัดการ และเราก็ทำสำเร็จ” เขากล่าว พร้อมทั้งแสดงความเสียดายต่อการตัดสินใจของสหรัฐฯ ในเวลานั้นที่ยอมให้เดนมาร์กยังคงมีกรีนแลนด์อยู่ในครอบครอง

“เราโง่แค่ไหนที่ทำแบบนั้น?” เขากล่าว “แต่เราก็ทำลงไป เราคืนมันให้ไป ตอนนี้ดูสิว่าพวกเขาเนรคุณแค่ไหน?”

นายทรัมป์ยังเรียกร้องให้มีการเจรจากับกลุ่มพันธมิตรยุโรปในทันที เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะเข้าซื้อดินแดนกรีนแลนด์ โดยเขาพยายามชี้แจงเหตุผลที่ทำให้เขาเชื่อว่า การที่สหรัฐฯ ผนวกกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก จะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อทั้งอเมริกาและยุโรป

“มีเพียงสหรัฐอเมริกาเท่านั้นที่สามารถปกป้องผืนดินอันกว้างใหญ่ ผืนน้ำแข็งขนาดมหึมานี้ รวมถึงพัฒนาและปรับปรุงให้มันดีขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์และความปลอดภัยต่อยุโรป และเป็นผลดีต่อพวกเราด้วย” ทรัมป์กล่าว

“และนั่นคือเหตุผลที่ผมกำลังแสวงหาการเจรจาโดยทันที เพื่อหารืออีกครั้งเกี่ยวกับการเข้าซื้อกรีนแลนด์ เช่นเดียวกับที่เราเคยได้ครอบครองดินแดนอื่นๆ มากมายตลอดประวัติศาสตร์ของเรา เหมือนกับที่ประเทศในยุโรปหลายประเทศเคยทำมา”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังยืนยันว่า การที่สหรัฐฯ เข้าควบคุมกรีนแลนด์จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มพันธมิตร NATO “สิ่งนี้จะไม่เป็นภัยคุกคามต่อ NATO แต่มันจะช่วยยกระดับความมั่นคงของทั้งพันธมิตร รวมถึงพันธมิตร NATO อย่างมาก” พร้อมเสริมว่าเขาเชื่อว่าที่ผ่านมาสหรัฐฯ “ได้รับการปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งจาก NATO”

อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์กล่าวว่า จะไม่ใช้กำลังเพื่อครอบครองกรีนแลนด์ ซึ่งนี่ถือเป็นการพูดอย่างชัดเจนที่สุดของนายทรัมป์ ในการตัดประเด็นเรื่องการใช้แสนยานุภาพทางทหารเพื่อผนวกรวมเกาะแห่งนี้

“เราอาจจะไม่ได้อะไรเลย เว้นแต่ว่าผมจะตัดสินใจใช้ความแข็งแกร่งและกำลังที่เหนือกว่า ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น พูดตามตรงคือจะไม่มีใครหยุดเราได้” ทรัมป์กล่าว “แต่ผมจะไม่ทำแบบนั้น ตกลงไหม ทีนี้ทุกคนก็คงจะบอกว่า โอ้ ดีจัง”

“นั่นอาจจะเป็นถ้อยแถลงที่สำคัญที่สุดที่ผมพูดออกมา เพราะผู้คนคิดว่าผมจะใช้กำลัง แต่ผมไม่จำเป็นต้องใช้กำลัง ผมไม่อยากใช้กำลัง และผมจะไม่ใช้กำลัง” ทรัมป์กล่าว “ทั้งหมดที่สหรัฐอเมริกาขอ ก็แค่สถานที่ที่เรียกว่ากรีนแลนด์เท่านั้น”

ต่อมา ทรัมป์ย้ำว่าเขาวาดภาพถึงการที่สหรัฐฯ จะต้องได้เป็นเจ้าของกรีนแลนด์อย่างเต็มตัว มากกว่าที่จะเป็นการทำข้อตกลงความร่วมมือที่เพิ่มขึ้น

“ทั้งหมดที่เราขอคือการได้กรีนแลนด์มา รวมถึงสิทธิและกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้อง เพราะคุณจำเป็นต้องมีกรรมสิทธิ์ในการครอบครองเพื่อที่จะป้องกันมันได้” เขากล่าว “คุณไม่สามารถป้องกันดินแดนได้ด้วยการเช่าหรอก”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์อัดยุโรป กำลังเดินผิดทาง ชี้เปลี่ยนไปจนจำไม่ได้

ทรัมป์อัดยุโรป กำลังเดินผิดทาง ชี้เปลี่ยนไปจนจำไม่ได้

21 ม.ค. 2569 21:25 น.

ทรัมป์อัดยุโรป กำลังเดินผิดทาง ชี้เปลี่ยนไปจนจำไม่ได้

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวที่เวที World Economic Forum โจมตียุโรปว่ากำลังเดินผิดทาง และว่ายุโรปเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้เพราะการย้ายถิ่นฐานจำนวนมากที่ไม่มีการตรวจสอบ

เมื่อวันพุธที่ 21 ม.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมประจำปีของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

นายทรัมป์เริ่มต้นการแถลง ด้วยการทักทายเหล่ามหาเศรษฐีและผู้นำโลกที่มารวมตัวกันจนเต็มห้องประชุม “เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้กลับมายังเมืองดาวอสที่สวยงาม ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และได้กล่าวต่อหน้าผู้นำทางธุรกิจที่ได้รับความเคารพมากมาย เพื่อนพ้องจำนวนมาก และศัตรูเพียงไม่กี่คน” เขากล่าว ซึ่งเรียกเสียงหัวเราะอย่างสุภาพจากผู้ฟัง

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช้เวลาเพียงไม่นานในการวิพากษ์วิจารณ์ยุโรปอย่างรุนแรง โดยบอกกับเจ้าหน้าที่ยุโรปที่นั่งอยู่เต็มหอประชุมว่า พื้นที่บางส่วนในทวีปของพวกเขานั้นเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้

“เราอาจจะโต้เถียงกันเรื่องนี้ได้ แต่มันไม่มีอะไรต้องเถียง เพื่อนๆ ของผมกลับมาจากสถานที่ต่างๆ ผมไม่อยากจะดูหมิ่นใครนะ แต่พวกเขาบอกว่า ‘ผมจำที่นั่นไม่ได้เลย’” ทรัมป์กล่าว “และนั่นไม่ใช่ในทางที่ดี แต่มันเป็นไปในทางที่แย่มาก”

ทรัมป์กล่าวอีกว่า นโยบายการย้ายถิ่นฐานและนโยบายเศรษฐกิจของยุโรปได้นำไปสู่ผลกระทบที่เลวร้าย เมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาเรียกว่า “ปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจ” ในสหรัฐอเมริกา

“ผมรักยุโรป และผมอยากเห็นยุโรปไปได้ดี แต่มันไม่ได้กำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง” เขากล่าว และว่าสาเหตุมาจาก “การใช้จ่ายของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้น การย้ายถิ่นฐานจำนวนมากที่ไม่มีการตรวจสอบ และการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศอย่างไม่สิ้นสุด”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

นายกฯ แคนาดา “คาร์นีย์” ลั่นระเบียบโลกแบบเก่าไม่มีวันหวนคืน จี้ประเทศอำนาจกลางผนึกกำลังรับมือ

นายกฯ แคนาดา "คาร์นีย์" ลั่นระเบียบโลกแบบเก่าไม่มีวันหวนคืน จี้ประเทศอำนาจกลางผนึกกำลังรับมือ

21 ม.ค. 2569 17:17 น.

นายกฯ แคนาดา “คาร์นีย์” ลั่นระเบียบโลกแบบเก่าไม่มีวันหวนคืน จี้ประเทศอำนาจกลางผนึกกำลังรับมือ

มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวบนเวทีการประชุมเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่า “ระเบียบโลกแบบเดิมไม่มีวันหวนกลับมา” และเรียกร้องให้ประเทศอำนาจกลางร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรับมือกับสภาพภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมยืนยันหนุนกรีนแลนด์ เดนมาร์ก และพันธมิตรนาโต

นายมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ได้กล่าวสุนทรพจน์ในงาน World Economic Forum (WEF) โดยระบุว่าโลกกำลังอยู่ในช่วงของการ “แตกหัก” ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนผ่าน และเตือนว่าระเบียบโลกแบบเดิมที่เคยคุ้นเคยนั้น “ไม่มีวันหวนกลับมาอีกแล้ว”

นายคาร์นีย์กระตุ้นให้กลุ่มประเทศ “อำนาจกลาง” (Middle Powers) เช่น แคนาดา ออสเตรเลีย อาร์เจนตินา เกาหลีใต้ และบราซิล ต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด โดยเขากล่าวประโยคสำคัญว่า “ประเทศอำนาจกลางต้องร่วมมือกัน เพราะถ้าเราไม่มีที่นั่งบนโต๊ะเจรจา เราก็จะเป็นเพียงเมนูอาหารบนโต๊ะนั้น” เขายังชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันบรรดาประเทศมหาอำนาจเริ่มใช้การรวมตัวทางเศรษฐกิจเป็นอาวุธ ใช้ภาษีเป็นเครื่องมือต่อรอง และใช้โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินรวมถึงห่วงโซ่อุปทานเป็นเครื่องมือในการข่มขู่และหาผลประโยชน์

แม้จะไม่ได้ระบุชื่อโดยตรง แต่คำกล่าวของนายคาร์นีย์ถูกมองว่าพุ่งเป้าไปที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังกดดันพันธมิตรยุโรปและสหราชอาณาจักรด้วยกำแพงภาษี เพื่อบีบให้ยอมยก “กรีนแลนด์” ให้แก่สหรัฐฯ

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเคยเรียกแคนาดาว่าเป็น “รัฐที่ 51” และข่มขู่จะรวมแคนาดาเข้ากับสหรัฐฯ ด้วยมาตรการทางเศรษฐกิจ รวมถึงการโพสต์ภาพแผนที่สหรัฐฯ แคนาดา และกรีนแลนด์ โดยมีธงชาติอเมริกันพาดทับ 

นายกรัฐมนตรีแคนาดาได้ยืนยันการสนับสนุนกรีนแลนด์ เดนมาร์ก และกลุ่มพันธมิตรนาโตอย่างเต็มที่ โดยระบุว่าแคนาดาเคารพสิทธิอธิปไตยของกรีนแลนด์ในการกำหนดอนาคตของตนเอง พร้อมย้ำว่าความมุ่งมั่นต่อ “มาตรา 5” ของนาโตที่ระบุว่าการโจมตีสมาชิกหนึ่งรายถือเป็นการโจมตีสมาชิกทั้งหมดนั้น “มั่นคงและไม่สั่นคลอน”

สื่อแคนาดารายงานก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลแคนาดากำลังพิจารณาส่งกำลังทหารขนาดเล็กไปยังกรีนแลนด์ เพื่อร่วมการฝึกซ้อมทางทหารกับเดนมาร์กและประเทศยุโรปอื่น ๆ ซึ่งนางอนิตา อานันด์ รัฐมนตรีต่างประเทศแคนาดา ระบุว่าการตัดสินใจเรื่องการวางกำลังพลเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีกลาโหมและผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ผู้นำแคนาดากล่าวด้วยว่า โลกกำลังอยู่ “ท่ามกลางรอยร้าว ไม่ใช่การเปลี่ยนผ่าน” และแคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่ตระหนักว่า ภูมิศาสตร์และพันธมิตรทางประวัติศาสตร์ไม่อาจรับประกันความมั่นคงหรือความมั่งคั่งได้อีกต่อไป แคนาดาจึงหันมาสร้างความร่วมมือใหม่ๆ ตามค่านิยมและผลประโยชน์ที่ตรงกัน โดยชูจุดแข็งในฐานะพันธมิตรที่ “มั่นคงและเชื่อถือได้” เห็นได้จากข้อตกลงการค้าและการลงทุนล่าสุดกับจีนและกาตาร์ รวมถึงข้อตกลงจัดซื้อด้านกลาโหมกับสหภาพยุโรปเมื่อปีก่อน

ทั้งนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดการจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในงาน WEF เช่นกันในวันพุธนี้ ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตามองการตอบโต้ที่อาจเกิดขึ้น.

ที่มา BBC

กกต. เตือน ห้ามขายเหล้าวันเลือกตั้ง เริ่มเวลาไหน เลือกตั้งล่วงหน้า และ เลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้

กกต. เตือน ห้ามขายเหล้าวันเลือกตั้ง เริ่มเวลาไหน เลือกตั้งล่วงหน้า และ เลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้

21 ม.ค. 2569 14:44 น.

กกต. เตือน ห้ามขายเหล้าวันเลือกตั้ง เริ่มเวลาไหน เลือกตั้งล่วงหน้า และ เลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้

เช็กวันเวลา ห้ามขายเหล้าวันเลือกตั้ง เริ่มวัน-เวลาไหน ทั้งเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. และ เลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้ ฝ่าฝืนอาจมีโทษหนัก 

ข้อมูลจากประกาศของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรื่องข้อกำหนดการงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) มีรายละเอียดดังนี้

ข้อห้ามการจำหน่ายสุราในช่วงเลือกตั้ง สส.

ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีคำสั่ง “ห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด” ภายในเขตเลือกตั้ง โดยครอบคลุมทั้งวันเลือกตั้งล่วงหน้าและวันเลือกตั้งจริง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีรายละเอียดช่วงเวลาดังนี้

1. ช่วงวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า 1 กุมภาพันธ์ 2569

  • เริ่มห้ามตั้งแต่: เวลา 18:00 น. ของวันศุกร์ที่ 31 มกราคม 2569
  • สิ้นสุดเวลา: 18:00 น. ของวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569

2. ช่วงวันลงคะแนนเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569

  • เริ่มห้ามตั้งแต่: เวลา 18:00 น. ของวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569
  • สิ้นสุดเวลา: 18:00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้าในเขตเลือกตั้งควรปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดในช่วงเวลาดังกล่าว หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สายด่วน 1444 หรือช่องทางออนไลน์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุก 23 ปี อดีตนายกฯ “ฮัน ด๊อกซู” ฐานร่วมกบฏ-หนุน “ยุน ซอกยอล” ประกาศกฎอัยการศึก

ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุก 23 ปี อดีตนายกฯ "ฮัน ด๊อกซู" ฐานร่วมกบฏ-หนุน "ยุน ซอกยอล" ประกาศกฎอัยการศึก

21 ม.ค. 2569 14:40 น.

ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุก 23 ปี อดีตนายกฯ “ฮัน ด๊อกซู” ฐานร่วมกบฏ-หนุน “ยุน ซอกยอล” ประกาศกฎอัยการศึก

ศาลแขวงกลางกรุงโซลมีคำพิพากษาให้จำคุก นายฮัน ด็อกซู อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 23 ปี ในข้อหามีส่วนสำคัญในการก่อกบฏ เพื่อสนับสนุนความพยายามที่ล้มเหลวของอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล ในการประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2024

อัยการพิเศษ โช อึน-ซุก เคยขอให้ศาลลงโทษจำคุก 15 ปี โดยให้เหตุผลว่า นายฮันให้การสนับสนุนการกระทำทั้งก่อนและหลังการประกาศกฎอัยการศึก ทั้งที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ต้องยับยั้งการใช้อำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของประธานาธิบดี

ศาลระบุว่า นายฮันมีความผิดฐานปลอมแปลงและลงนามในคำสั่งประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2024 ซึ่งเป็นเวลา 3 วันหลังการประกาศจริง เพื่อพยายามทำให้การกระทำดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายย้อนหลัง นอกจากนี้ อัยการยังชี้ว่าเขาได้สั่งทำลายเอกสารดังกล่าวในภายหลัง และให้การเท็จระหว่างการไต่สวนถอดถอนประธานาธิบดียุน โดยอ้างว่าไม่ทราบเรื่องคำสั่งดังกล่าว

ตลอดกระบวนการสอบสวนและการพิจารณาคดี นายฮันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่าไม่เคยรับรู้แผนการประกาศกฎอัยการศึกล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่จะชี้ว่าจำเลยมีส่วนร่วมโดยตรง

คำพิพากษาครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่อดีตสมาชิกคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลยุนถูกตัดสินโทษจากวิกฤตกฎอัยการศึกปี 2024 และเป็นการวินิจฉัยทางศาลครั้งแรกที่รับรองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าข่าย “การกบฏ”

ศาลระบุในคำวินิจฉัยว่า การประกาศกฎอัยการศึกดังกล่าวไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนด และเป็นการระงับสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงการทำหน้าที่ของรัฐสภา ระบบพรรคการเมือง และเสรีภาพของสื่อมวลชนและการชุมนุม อีกทั้งยังมีการใช้กำลังทหารและตำรวจเข้าควบคุมรัฐสภาและคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติ ซึ่งถือว่าร้ายแรงเพียงพอที่จะบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยในบางส่วนของประเทศ

ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 87 การกบฏหมายถึงการใช้ความรุนแรงหรือการจลาจลเพื่อโค่นล้มอำนาจรัฐหรือบ่อนทำลายระเบียบรัฐธรรมนูญทั้งหมดหรือบางส่วนของประเทศ คำพิพากษานี้คาดว่าจะเป็นบรรทัดฐานสำคัญก่อนการตัดสินคดีของอดีตประธานาธิบดียุน ซึ่งมีกำหนดรับฟังคำพิพากษาในข้อหานำการกบฏในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้.

ที่มา The Korea Herald

“มาครง” ฟาดกลับ “ทรัมป์” ลั่นยุโรปไม่ก้มหัวให้คนพาล ปมขู่รีดภาษีแลก “กรีนแลนด์”

"มาครง" ฟาดกลับ "ทรัมป์" ลั่นยุโรปไม่ก้มหัวให้คนพาล ปมขู่รีดภาษีแลก "กรีนแลนด์"

21 ม.ค. 2569 13:09 น.

“มาครง” ฟาดกลับ “ทรัมป์” ลั่นยุโรปไม่ก้มหัวให้คนพาล ปมขู่รีดภาษีแลก “กรีนแลนด์”

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เปิดฉากถล่มโดนัลด์ ทรัมป์ กลางเวทีประชุมดาวอส ยันยุโรปจะไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างหรือถูกข่มขู่ด้วยสงครามการค้า หลังผู้นำสหรัฐฯ ขู่รีดภาษีไวน์-แชมเปญ 200% หากไม่ยอมยกเกาะกรีนแลนด์ให้ พร้อมเตรียมเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ตอบโต้กลับทันควัน

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ใช้เวทีการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตอกกลับนโยบายของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างรุนแรง โดยประกาศชัดเจนว่ายุโรปจะไม่ยอมจำนนต่อ “คนพาล” หรือการใช้อำนาจนิยมบีบบังคับ

มาครงซึ่งปรากฏตัวในชุดสูทพร้อมสวมแว่นกันแดดทรงนักบิน โดยทำเนียบประธานาธิบดีระบุว่าเพื่อป้องกันดวงตาจากอาการเส้นเลือดฝอยในตาแตก ได้กล่าวสุนทรพจน์ที่ดุดันว่า ฝรั่งเศสและยุโรปจะไม่ยอมรับ “กฎของผู้แข็งแกร่ง” อย่างนิ่งเฉย เพราะนั่นหมายถึงการยอมตัวเป็น “ประเทศราช” 

“เราชื่นชอบการให้เกียรติกันมากกว่าการระราน และเราเลือกหลักนิติธรรมมากกว่าความป่าเถื่อน” มาครงกล่าวท่ามกลางกระแสกดดันจากสหรัฐฯ ที่ขู่จะเก็บภาษีสินค้ายุโรปขนานใหญ่ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ หากเดนมาร์กและพันธมิตรยุโรปไม่ยอมรับข้อเสนอขายเกาะกรีนแลนด์ให้แก่สหรัฐฯ

ความสัมพันธ์ของสองผู้นำพังทลายลงหลังจากทรัมป์ขู่จะเก็บภาษีไวน์และแชมเปญจากฝรั่งเศสสูงถึง 200% เพื่อบีบให้มาครงยอมเข้าร่วม “คณะกรรมการแห่งสันติภาพ” (Board of Peace) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศใหม่ที่ทรัมป์ต้องการเป็นผู้นำ

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังทำผิดธรรมเนียมการทูตอย่างร้ายแรงด้วยการนำภาพบันทึกหน้าจอ ข้อความส่วนตัวที่คุยกับมาครงมาเผยแพร่บน ทรูธโซเชียล โดยในข้อความนั้นมาครงระบุว่า “ผมไม่เข้าใจว่าคุณกำลังทำอะไรกับกรีนแลนด์” ซึ่งคนใกล้ชิดของมาครงยืนยันว่าข้อความดังกล่าวเป็นของจริง

ด้านผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) เตรียมจัดประชุมฉุกเฉินที่กรุงบรัสเซลส์ในวันพฤหัสบดีนี้ (22 ม.ค.) เพื่อหารือเรื่องกรีนแลนด์และมาตรการตอบโต้ โดยมีประเด็นสำคัญ เช่น มาตรการภาษี ด้วยการเตรียมจัดเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 9.3 หมื่นล้านยูโร ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์

นายมาครงผลักดันให้ใช้เครื่องมือ “ต่อต้านการบีบบังคับ” ซึ่งจะจำกัดการเข้าถึงการประมูลงานรัฐของบริษัทสหรัฐฯ และจำกัดการค้าบริการของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีต่างๆ

นายมาครงยืนยันว่าจะเดินทางออกจากดาวอสในเย็นวันพุธตามกำหนดเดิม และจะไม่มีการขยายเวลาเพื่อรอพบกับทรัมป์ที่จะเดินทางมาถึงในวันพุธ “ผมไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตารางเวลาของผม”

คนใกล้ชิดของผู้นำฝรั่งเศสมองว่า การที่ทรัมป์พุ่งเป้าโจมตีมาครงเป็นพิเศษนั้น เป็นเพราะมาครงกลายเป็นผู้นำในการ “ต่อต้าน” เพื่อรักษาหลักการประชาธิปไตยและอธิปไตยเหนือดินแดนของยุโรป ซึ่งทำให้นโยบายยึดครองกรีนแลนด์ของทรัมป์ต้องเผชิญกับทางตัน.

ที่มา Reuters

“แอร์ฟอร์ซวัน” ขัดข้อง “ทรัมป์” ต้องบินกลับ ก่อนเปลี่ยนเครื่องมุ่งหน้าประชุมดาวอส

"แอร์ฟอร์ซวัน" ขัดข้อง "ทรัมป์" ต้องบินกลับ ก่อนเปลี่ยนเครื่องมุ่งหน้าประชุมดาวอส

21 ม.ค. 2569 12:43 น.

“แอร์ฟอร์ซวัน” ขัดข้อง “ทรัมป์” ต้องบินกลับ ก่อนเปลี่ยนเครื่องมุ่งหน้าประชุมดาวอส

เครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกิดปัญหาระบบไฟฟ้าขัดข้องเล็กน้อยหลังทะยานขึ้นเพียงไม่นาน ทำเนียบขาวสั่งเดินทางกลับเพื่อความปลอดภัย ก่อนให้ “โดนัลด์ ทรัมป์” ย้ายไปใช้เครื่องสำรองเดินทางไปประชุมสภาเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum ที่เมืองดาวอส

ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ที่นำประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เดินทางไปยังสวิตเซอร์แลนด์ ต้องบินกลับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา หลังตรวจพบ “ปัญหาระบบไฟฟ้าเล็กน้อย” ไม่นานหลังออกเดินทาง 

คาโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่าการตัดสินใจบินกลับฐานทัพอากาศแอนดรูว์สในครั้งนี้เป็นไปเพื่อ “ความปลอดภัยสูงสุด” หลังจากลูกเรือตรวจพบข้อผิดพลาดด้านเทคนิคเพียงไม่นานหลังออกเดินทาง โดยนักข่าวที่ร่วมเดินทางไปกับเครื่องบินระบุว่า เห็นไฟในห้องโดยสารของสื่อมวลชนกระพริบดับลงชั่วขณะหลังจากเครื่องขึ้นบิน

เมื่อลงจอดอย่างปลอดภัย ประธานาธิบดีทรัมป์และคณะผู้ติดตาม ซึ่งรวมถึง มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ และ ซูซี ไวล์ส หัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว ได้ย้ายไปขึ้นเครื่องบินลำที่สองเพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองดาวอส เพื่อร่วมประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum)

เหตุการณ์ครั้งนี้ตอกย้ำถึงสภาพของเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันรุ่นปัจจุบันที่มีอายุการใช้งานเกือบ 40 ปี ขณะที่เครื่องบินลำใหม่จากโบอิ้ง ยังคงประสบปัญหาล่าช้าในการส่งมอบ

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือเครื่องบินโบอิ้ง 747-8 สุดหรูที่ราชวงศ์กาตาร์มอบให้ทรัมป์เมื่อปี 2025 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงให้ได้มาตรฐานความปลอดภัยของสหรัฐฯ โดยในระหว่างเกิดเหตุขัดข้อง ลีวิตต์ได้กล่าวติดตลกกับนักข่าวว่า เครื่องบินจากกาตาร์ดูลำนั้นดูจะเป็นทางเลือกที่ “ฟังดูดีกว่ามาก” ในวินาทีนี้

ความล่าช้าในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ทรัมป์กำลังเผชิญหน้ากับยุโรป โดยเขามีแผนจะกดดันประเทศในยุโรปด้วยมาตรการภาษีศุลกากรเกี่ยวกับประเด็น “กรีนแลนด์” ที่เขายังคงมุ่งมั่นจะเข้าครอบครอง โดยก่อนออกเดินทางทรัมป์ได้กล่าวทิ้งท้ายกับสื่อว่า “การประชุมดาวอสปีนี้จะน่าสนใจมาก” และเมื่อถูกถามถึงแผนการยึดครองกรีนแลนด์ เขาตอบเพียงสั้นๆ ว่า “เดี๋ยวคุณก็รู้เอง”

แม้เครื่องบินประจำตำแหน่งจะได้รับการบำรุงรักษาอย่างดีเยี่ยม แต่ช่วงปีที่ผ่านมากลับพบปัญหาทางเทคนิคกับเครื่องบินของคณะรัฐบาลบ่อยครั้ง เช่น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เครื่องบินของ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ  ต้องบินกลับกรุงวอชิงตันเนื่องจากปัญหาเครื่องยนต์ ส่วนเมื่อเดือนตุลาคม 2025 เครื่องบินของพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม ต้องลงจอดฉุกเฉินในอังกฤษเพราะกระจกหน้าแตกร้าว ส่วนเมื่อปี 2006 เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันของ จอร์จ ดับเบิลยู บุช เคยขัดข้องที่นครโฮจิมินห์ จนต้องเปลี่ยนเครื่องสำรองมาแล้วเช่นกัน.

ที่มา The Guardian

NHK ร่วมงาน Thai International Travel Fair ชวนสัมผัสญี่ปุ่นแท้ พร้อมกิจกรรมเอาใจคนรักญี่ปุ่น

NHK ร่วมงาน Thai International Travel Fair ชวนสัมผัสญี่ปุ่นแท้ พร้อมกิจกรรมเอาใจคนรักญี่ปุ่น

21 ม.ค. 2569 12:35 น.

NHK ร่วมงาน Thai International Travel Fair ชวนสัมผัสญี่ปุ่นแท้ พร้อมกิจกรรมเอาใจคนรักญี่ปุ่น

NHK WORLD-JAPAN ของญี่ปุ่น เตรียมยกประสบการณ์ “ญี่ปุ่นแท้” มาสู่ประเทศไทย ในงาน Thai International Travel Fair ครั้งที่ 31 ระหว่างวันที่ 22–25 มกราคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 

NHK WORLD-JAPAN บริการสื่อระดับนานาชาติของสถานีโทรทัศน์ NHK ประเทศญี่ปุ่น นำประสบการณ์ญี่ปุ่นแท้ๆ มาสู่ประเทศไทยอีกครั้ง ในงาน Thai International Travel Fair ครั้งที่ 31 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–25 มกราคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บริเวณ LG Exhibition Hall 5–6

การร่วมงานครั้งนี้ NHK WORLD-JAPAN มุ่งนำเสนอข้อมูลด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่นในรูปแบบที่เข้าถึงคนไทย ผ่านคอนเทนต์ภาษาไทย ทั้งรายการโทรทัศน์ แพลตฟอร์มออนไลน์ และกิจกรรมภายในบูธ

โดยมีกิจกรรมไฮไลต์ในบูธ NHK WORLD-JAPAN ที่น่าสนใจหลากหลาย อาทิ การให้คำแนะนำข้อมูลการท่องเที่ยวญี่ปุ่นแบบครบวงจร ผ่านแอปพลิเคชัน NHK WORLD-JAPAN, กิจกรรมเล่นเกมและร่วมกิจกรรมลุ้นรับของที่ระลึกสุดพิเศษ (จำนวนจำกัด), กิจกรรมสำหรับผู้ติดตาม Facebook ภาษาไทยของ NHK WORLD-JAPAN สามารถเลือกออกแบบและรับ เข็มกลัดโลหะ (Can Badge) ลายพิเศษ พร้อมสลักชื่อของตนเองได้ และเพลิดเพลินกับคอนเทนต์รายการยอดนิยมที่สะท้อนเสน่ห์ญี่ปุ่นในมุมมองใหม่

นอกจากนี้หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือเวทีเสวนาในวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม เวลา 16.15 น. ณ เวทีหลักภายในงาน ภายใต้หัวข้อ “เที่ยวญี่ปุ่นให้สนุกยิ่งขึ้น กับ NHK WORLD-JAPAN”

เวทีดังกล่าวจะให้ข้อมูลเชิงลึกสำหรับคนไทยที่กำลังวางแผนเดินทางไปญี่ปุ่น ครอบคลุมทั้งการเตรียมตัว การท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย และการเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น โดยมี ชัยรัตน์ ถมยา พิธีกรจาก NHK WORLD-JAPAN ภาษาไทย ทำหน้าที่ดำเนินรายการ โดยมีแขกรับเชิญชื่อดังจากหลากหลายวงการร่วมแชร์ประสบการณ์ ได้แก่ กิตติ สิงหาปัด ผู้ประกาศข่าวและนักเล่าเรื่องญี่ปุ่น, อรรถ บุนนาค นักเดินทางและครีเอเตอร์สายญี่ปุ่น และบีม เซนเซ ยูทูบเบอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและวัฒนธรรมญี่ปุ่น มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรงและแนะนำวิธีการเที่ยวญี่ปุ่นให้ลึกกว่าที่เคย.

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ญี่ปุ่น

ปธน.เกาหลีใต้เตือน เกาหลีเหนือผลิตวัสดุนิวเคลียร์ได้พอสร้างอาวุธปีละ 10–20 ลูก

ปธน.เกาหลีใต้เตือน เกาหลีเหนือผลิตวัสดุนิวเคลียร์ได้พอสร้างอาวุธปีละ 10–20 ลูก

21 ม.ค. 2569 12:01 น.

ปธน.เกาหลีใต้เตือน เกาหลีเหนือผลิตวัสดุนิวเคลียร์ได้พอสร้างอาวุธปีละ 10–20 ลูก

ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือสามารถผลิตวัสดุนิวเคลียร์ได้เพียงพอสำหรับการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ปีละประมาณ 10–20 ลูก พร้อมเตือนหากคลังแสงล้นข้ามพรมแดนจะกลายเป็นภัยคุกคามระดับโลก เสนอใช้แนวทางเจรจาสไตล์ “โดนัลด์ ทรัมป์” เป็นกุญแจสำคัญในการคลี่คลายสถานการณ์

ประธานาธิบดีอี แจมยอง แห่งเกาหลีใต้ ได้แถลงข่าวเนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ โดยเปิดเผยข้อมูลว่า ขณะนี้เกาหลีเหนือยังคงเดินหน้าผลิตวัสดุนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่องในปริมาณมหาศาล ซึ่งอาจนำไปสู่การขยายตัวของอาวุธทำลายล้างสูงเกินกว่าที่โลกจะรับมือได้

ประธานาธิบดีอี ระบุว่าปัจจุบันเกาหลีเหนือสามารถผลิตวัสดุนิวเคลียร์ที่เพียงพอต่อการสร้างอาวุธได้ปีละ 10 ถึง 20 ลูก ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ที่มีเป้าหมายโจมตีแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ “เมื่อถึงจุดหนึ่ง เกาหลีเหนือจะมีคลังแสงนิวเคลียร์และขีดความสามารถ ICBM มากพอตามที่เขาต้องการเพื่อรักษาอำนาจทางการเมือง และหากมันมีมากเกินความต้องการ วัสดุเหล่านี้จะถูกส่งออกไปนอกพรมแดน ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นของอันตรายระดับโลก” 

เกาหลีเหนือให้เหตุผลมายาวนานว่า โครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธเป็นเครื่องยับยั้งต่อความพยายามเปลี่ยนแปลงระบอบจากสหรัฐฯ และพันธมิตร แม้เกาหลีเหนือจะเพิกเฉยต่อข้อเสนอเจรจาของเกาหลีใต้มาโดยตลอด แต่ประธานาธิบดีอี ซึ่งมีนโยบายเน้นการทูตมากกว่าไม้แข็งเหมือนรัฐบาลชุดก่อน เห็นว่าบุคลิกเฉพาะตัวของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจเป็น “สินทรัพย์สำคัญ” ในการเจรจากับคิม จองอึน

“แนวทางแบบคุณทรัมป์ดูเหมือนจะช่วยได้มากเมื่อต้องคุยกับคิม จองอึน ผมยินดีที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยประคองจังหวะในกระบวนการนี้” เขากล่าว พร้อมเสริมว่าเป้าหมายที่สำคัญคือการหยุดยั้งการผลิตวัสดุนิวเคลียร์ การพัฒนา ICBM และการส่งออกเทคโนโลยีไปต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นผลประโยชน์ของทุกฝ่าย

การแถลงครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด หลังจากเกาหลีเหนือกล่าวหาว่าเกาหลีใต้ส่งโดรนรุกล้ำเข้าไปในเมืองแกซอง ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดน

แม้ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้จะปฏิเสธว่ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ได้บอกใบ้ว่าอาจเป็นการกระทำของภาคพลเรือน โดยล่าสุดมีชายคนหนึ่งออกมาอ้างตัวว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการส่งโดรนดังกล่าว โดยระบุว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าไป “วัดระดับรังสี” ที่โรงงานแปรรูปยูเรเนียมในฝั่งเกาหลีเหนือ.

ที่มา AFP