เลือกตั้ง 2569 สรุปขั้นตอนใช้สิทธิลงคะแนน-ประชามติ วันที่ 8 ก.พ. 69

เลือกตั้ง 2569 สรุปขั้นตอนใช้สิทธิลงคะแนน-ประชามติ วันที่ 8 ก.พ. 69

16 ม.ค. 2569 10:54 น.

เลือกตั้ง 2569 สรุปขั้นตอนใช้สิทธิลงคะแนน-ประชามติ วันที่ 8 ก.พ. 69

เลือกตั้ง 2569 สรุปขั้นตอนการใช้สิทธิลงคะแนน-ประชามติ วันที่ 8 ก.พ. 69 การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)และการลงคะแนนประชามติในปี 2569 มีความพิเศษคือ จัดขึ้นในวันเดียวกัน วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับบัตรลงคะแนนทั้งหมด 3 ใบ ในคราวเดียว

สรุปขั้นตอนการใช้สิทธิตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ ดังนี้


1. การเตรียมตัวก่อนวันเลือกตั้ง

  • ตรวจสอบรายชื่อ: ตรวจสอบลำดับที่และสถานที่เลือกตั้งได้จากหนังสือแจ้งรายชื่อที่ส่งไปยังเจ้าบ้าน (ภายใน 18ม.ค. 69) หรือตรวจสอบผ่านแอปฯ Smart Vote หรือ ThaID
  • การลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า : หากไม่สามารถไปใช้สิทธิในวันที่ 8 ก.พ. ได้ ต้องลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. 68 – 5 ม.ค. 69 เพื่อไปใช้สิทธิในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569
  • เตรียมหลักฐาน: บัตรประชาชน (หมดอายุใช้ได้), ใบขับขี่, พาสปอร์ต หรือบัตรที่ทางราชการออกให้ที่มีรูปถ่ายและเลข 13 หลัก (รวมถึงบัตรดิจิทัลในแอปฯ ThaID หรือ DLT QR Licence)

2. ขั้นตอนในวันเลือกตั้ง (8 กุมภาพันธ์ 2569)

เมื่อเดินทางไปถึงหน่วยเลือกตั้ง (เวลา 08.00 – 17.00 น.) ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้:

ส่วนที่ 1: การเลือกตั้ง สส. (รับบัตร 2 ใบ)

  1. ตรวจสอบรายชื่อ: ดูลำดับที่จากบัญชีรายชื่อหน้าหน่วยเลือกตั้ง
  2. แสดงตน: ยื่นบัตรประชาชนต่อเจ้าหน้าที่ ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อ สส. และต้นขั้วบัตร
  3. รับบัตรเลือกตั้ง สส. 2 ใบ:
    • บัตรสีเขียว: เลือก สส. แบบแบ่งเขต (เลือกคน)
    • บัตรสีชมพู: เลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ (เลือกพรรค)

ส่วนที่ 2: การออกเสียงประชามติ (รับบัตร 1 ใบ)

4. แสดงตนรับบัตรประชามติ: หลังจากลงชื่อรับบัตร สส. แล้ว ให้ขยับไปจุดถัดไปในหน่วยเดียวกัน เพื่อลงชื่อรับบัตรประชามติ

5. รับบัตรประชามติ 1 ใบ: บัตรสีเหลือง: สำหรับลงความเห็นว่า “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” ต่อคำถามประชามติ (มักเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ)

3. การเข้าคูหาและลงคะแนน

  1. เข้าคูหา: ทำเครื่องหมายกากบาท ลงในช่องลงคะแนนเพียงเครื่องหมายเดียวต่อบัตรหนึ่งใบ
  2. หย่อนบัตร: นำบัตรทั้ง 3 ใบที่พับเรียบร้อยแล้ว มาหย่อนลงในหีบบัตรแต่ละประเภทด้วยตนเอง (หีบ สส. แบบแบ่งเขต, หีบ สส. แบบบัญชีรายชื่อ และหีบประชามติ)

ตารางสรุปประเภทบัตร

ประเภทบัตรสีของบัตรสิ่งที่ต้องเลือก
สส. แบบแบ่งเขตสีเขียวเลือกผู้สมัคร 1 ราย
สส. แบบบัญชีรายชื่อสีชมพูเลือกพรรคการเมือง 1พรรค
ออกเสียงประชามติสีเหลืองเลือก “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ”

กรณีไม่สามารถไปใช้สิทธิได้

ต้องแจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิเพื่อไม่ให้เสียสิทธิทางการเมือง โดยแจ้งได้ 2 ช่วง:

  • ก่อนวันเลือกตั้ง: 1 – 7 กุมภาพันธ์ 2569
  • หลังวันเลือกตั้ง: 9 – 15 กุมภาพันธ์ 2569
  • ช่องทาง: แจ้งผ่านแอปฯ Smart Vote หรือเว็บไซต์ของกรมการปกครอง

สหรัฐฯ-ไต้หวัน บรรลุดีลลดภาษีนำเข้า แลกลงทุนชิป 2.5 แสนล้านดอลลาร์

สหรัฐฯ-ไต้หวัน บรรลุดีลลดภาษีนำเข้า แลกลงทุนชิป 2.5 แสนล้านดอลลาร์

16 ม.ค. 2569 10:47 น.

สหรัฐฯ-ไต้หวัน บรรลุดีลลดภาษีนำเข้า แลกลงทุนชิป 2.5 แสนล้านดอลลาร์

สหรัฐฯ และไต้หวันลงนามข้อตกลงลดภาษีนำเหลือ 15% พร้อมมาตรการยกเว้นภาษีบางรายการ แลกกับการที่ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีของไต้หวันต้องอัดฉีดเงินลงทุนในสหรัฐฯ อย่างน้อย 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ  หรือราว 7.84 ล้านล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นคงทางซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์และ AI หวังลดการพึ่งพาจากภายนอกและสร้างฐานผลิตในประเทศให้พึ่งพาตนเองได้

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศบรรลุข้อตกลงกับไต้หวันเพื่อปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากไต้หวันลงเหลือ 15% จากเดิมที่ตั้งไว้ที่ 20% ซึ่งเป็นอัตราภาษีแบบ “ต่างตอบแทน” ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้เพื่อแก้ปัญหาดุลการค้า

สาระสำคัญของข้อตกลงประกอบด้วย สินค้ากลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์, ไม้แปรรูป และผลิตภัณฑ์ไม้ จะถูกจำกัดภาษีไว้ที่ไม่เกิน 15% ขณะที่ยากลุ่ม Generic และทรัพยากรธรรมชาติบางประเภทจะได้รับการยกเว้นภาษีแบบต่างตอบแทนทั้งหมด

ภาคธุรกิจชิปและเทคโนโลยีของไต้หวันตกลงที่จะเข้ามาลงทุนโดยตรงในสหรัฐฯ อย่างน้อย 2.5 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7.84 ล้านล้านบาท) เพื่อขยายกำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงและระบบ AI

นอกจากนั้น รัฐบาลไต้หวันจะจัดเตรียมวงเงินค้ำประกันสินเชื่ออีกอย่างน้อย 2.5 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไต้หวันในการขยายฐานการผลิตในอเมริกา

ฮาวเวิร์ด ลุตนิค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ กล่าวว่า เป้าหมายหลักคือการดึงซัพพลายเชนและการผลิตของไต้หวันกว่า 40% มาไว้ในแผ่นดินอเมริกา เพื่อให้สหรัฐฯ สามารถพึ่งพาตนเองได้ในด้านเทคโนโลยีชิป ซึ่งถือเป็น “เส้นเลือดใหญ่” ของเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ ลุตนิคยังระบุถึง TSMC ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปเบอร์หนึ่งของโลก ว่าได้มีการกว้านซื้อที่ดินหลายร้อยเอเคอร์ติดกับโรงงานเดิมในรัฐแอริโซนา ซึ่งคาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการขยายฐานการผลิตภายใต้ข้อตกลงนี้

นายกรัฐมนตรีโช จุงไถ่ ของไต้หวัน ยกย่องความสำเร็จของทีมเจรจาว่าเป็นการทำ “โฮมรัน” ที่ยอดเยี่ยม และเน้นย้ำว่าความคืบหน้าครั้งนี้ได้มาอย่างยากลำบาก ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมอย่างผู้ผลิตเครื่องจักรกลมองว่า แม้การลดภาษีเหลือ 15% จะช่วยให้แข่งขันกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ได้ดีขึ้น แต่ด้วยอัตรากำไรที่ต่ำ ภาระภาษีที่เหลืออยู่ยังคงเป็นโจทย์ยากที่ผู้ซื้อในสหรัฐฯ อาจต้องแบกรับร่วมด้วย

ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกล่าวหาว่าไต้หวันขโมยอุตสาหกรรมชิปไปจากสหรัฐฯ ทำให้รัฐบาลของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ต้องพยายามอย่างหนักในการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมและเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ เพื่อรักษาความสัมพันธ์และเลี่ยงผลกระทบจากการตั้งกำแพงภาษี

ทั้งนี้ ในปี 2024 ไต้หวันได้เปรียบดุลการค้าสินค้ากับสหรัฐฯ สูงถึง 7.4 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยกว่าครึ่งหนึ่งเป็นสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งรวมถึงเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ iPhone ไปจนถึงฮาร์ดแวร์ AI ของ Nvidia.

ที่มา AFP

“ปูติน” ส่งสัญญาณ อยากฟื้นสัมพันธ์ เกาหลีใต้–รัสเซีย

"ปูติน" ส่งสัญญาณ อยากฟื้นสัมพันธ์ เกาหลีใต้–รัสเซีย

16 ม.ค. 2569 10:27 น.

“ปูติน” ส่งสัญญาณ อยากฟื้นสัมพันธ์ เกาหลีใต้–รัสเซีย

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย แสดงความหวังฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ ระหว่างพิธีรับรองเอกอัครราชทูตคนใหม่ ยอมรับความร่วมมือเชิงบวกในอดีตบั่นทอนไปมากแต่เชื่อยังกลับมาร่วมมือได้

วันที่ 15 มกราคม 2569 สำนักข่าวยอนฮับ ของเกาหลีใต้ รายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวแสดงความหวังที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ หลังความร่วมมือระหว่างสองประเทศถูกบั่นทอนจนถดถอยลงไปมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ถ้อยแถลงของผู้นำรัสเซียมีขึ้นระหว่างพิธีรับรองสารตราตั้งเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ประจำกรุงมอสโก ซึ่งรวมถึงนายอี ซอก-แบ เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำรัสเซียคนใหม่

ปูตินกล่าวว่า น่าเสียดายที่ทุนความร่วมมือเชิงบวกจำนวนมากระหว่างรัสเซียกับสาธารณรัฐเกาหลีได้สูญหายไป  พร้อมย้ำว่าในอดีตทั้งสองประเทศเคยยึดแนวทางปฏิบัตินิยมและประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงในด้านการค้าและธุรกิจ ซึ่งเขาหวังว่าจะสามารถฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ได้อีกครั้ง.

ที่มา Yonhap / RIA Novosti

เครนมรณะถล่มซ้ำสองวันซ้อน สื่อต่างชาติชี้ปัญหาเชิงระบบ–โยงบริษัทเดียวกัน

เครนมรณะถล่มซ้ำสองวันซ้อน สื่อต่างชาติชี้ปัญหาเชิงระบบ–โยงบริษัทเดียวกัน

16 ม.ค. 2569 09:54 น.

เครนมรณะถล่มซ้ำสองวันซ้อน สื่อต่างชาติชี้ปัญหาเชิงระบบ–โยงบริษัทเดียวกัน

สื่อต่างชาติพากันตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยและระบบกำกับดูแลโครงการขนาดใหญ่ของไทย  หลังเกิดเหตุเครนก่อสร้างถล่มในไทยสองครั้งภายใน 48 ชั่วโมง โดยเฉพาะความเชื่อมโยงกับบริษัทแห่งเดียวกัน

เหตุเครนก่อสร้างถล่มในไทยสองครั้งภายใน 48 ชั่วโมง กลายเป็นประเด็นใหญ่ในสื่อต่างประเทศ โดยเฉพาะหลังรัฐมนตรีคมนาคมไทยยืนยันว่า ทั้งสองเหตุโยงถึงบริษัทเดียวกัน คือ อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ทำให้สื่อต่างชาติพากันตั้งคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยและระบบกำกับดูแลโครงการขนาดใหญ่ของไทย 

เหตุการณ์ล่าสุดเกิดใกล้กรุงเทพฯ เมื่อเครนขนาดใหญ่พังถล่มลงบนทางด่วน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เพียงหนึ่งวันหลังจากเครนอีกตัวของบริษัทเดียวกัน ร่วงทับรถไฟโดยสาร ที่มีผู้โดยสารเกือบ 200 คน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย เหตุการณ์นี้ทำให้รัฐบาลไทยต้องสั่ง ระงับงานก่อสร้างของบริษัททันที เพื่อรอผลสอบสวนอย่างละเอียด

ABC News Australia ให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อเหตุเครนถล่มในไทยที่เกิดขึ้นซ้ำภายในเวลาเพียงสองวัน โดยระบุว่าเป็น “second fatal crane collapse” และชี้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดติดกันเช่นนี้ ผิดปกติอย่างยิ่ง พร้อมยกคำพูดของรัฐมนตรีคมนาคมไทยที่กล่าวว่า “ผมยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น”

น้ำเสียงของสื่อออสเตรเลียสะท้อนชัดว่า เหตุการณ์นี้ ไม่ใช่อุบัติเหตุทั่วไป แต่เป็นสัญญาณของ ปัญหาความปลอดภัยเชิงโครงสร้าง ในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของไทย โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ซึ่งเป็นโครงการระดับยุทธศาสตร์ของประเทศ

ABC ยังตั้งข้อสังเกตว่า การที่เครนของบริษัทเดียวกันเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงสองครั้งซ้อน ทำให้เกิดคำถามต่อ มาตรฐานการกำกับดูแลของรัฐไทย ว่ามีความเข้มงวดเพียงพอหรือไม่ และระบบตรวจสอบความปลอดภัยในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มีประสิทธิภาพเพียงใด เป็นห่วงถึงความปลอดภัย ต่อนักท่องเที่ยว.

ที่มา : ABCnews

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เครนถล่ม

กัมพูชาบุกสถานทูตไทยในพนมเปญ ยื่นหนังสือประท้วงกองทัพเรือไทยเข้ายึดเรือ-จับชาวประมงกัมพูชา 4 คน

กัมพูชาบุกสถานทูตไทยในพนมเปญ ยื่นหนังสือประท้วงกองทัพเรือไทยเข้ายึดเรือ-จับชาวประมงกัมพูชา 4 คน

16 ม.ค. 2569 09:47 น.

กัมพูชาบุกสถานทูตไทยในพนมเปญ ยื่นหนังสือประท้วงกองทัพเรือไทยเข้ายึดเรือ-จับชาวประมงกัมพูชา 4 คน

กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ยื่นหนังสือประท้วงทางการทูตต่อสถานทูตไทย หลังเรือประมงกัมพูชาถูกกองทัพเรือไทยยึด พร้อมจับกุมชาวประมง 4 คน อ้างเหตุเกิดในน่านน้ำกัมพูชา ใกล้ชายฝั่งจังหวัดเกาะกง

วันที่ 15 มกราคม 2569 กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ระบุในบันทึกทางการทูตที่ส่งถึงสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ แสดงท่าทีประท้วงทางการทูตต่อประเทศไทย หลังเกิดเหตุเรือประมงกัมพูชาถูกกองทัพเรือไทยเข้ายึดและจับกุมชาวประมง 4 คน โดยยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายในน่านน้ำอธิปไตยของกัมพูชา บริเวณชายฝั่งจังหวัดเกาะกง

บันทึกทางการทูตฉบับนี้ระบุว่า เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. วันที่ 6 มกราคม 2569 ที่พิกัด 11°33’30″N และ 102°51’39″E ซึ่งกัมพูชายืนยันว่าอยู่ในน่านน้ำของกัมพูชา แม้ทางการกัมพูชาจะระบุว่ายินดีที่ชาวประมงทั้ง 4 คนได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา แต่ยังคงเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้ฝ่ายไทยส่งคืนเรือประมงและอุปกรณ์ทำประมงทั้งหมดที่ถูกยึดไปโดยทันที

แถลงการณ์ระบุว่า กัมพูชาขอประณามการกระทำดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยมองว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยและเขตอำนาจศาลของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายไทยหลีกเลี่ยงการกระทำในลักษณะเดียวกันในอนาคต เพื่อธำรงรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ.

ที่มา Freshnews

ออสเตรเลียผวา ธนบัตรปลอมระบาดหนักตามร้านค้าในควีนส์แลนด์

ออสเตรเลียผวา ธนบัตรปลอมระบาดหนักตามร้านค้าในควีนส์แลนด์

16 ม.ค. 2569 09:42 น.

ออสเตรเลียผวา ธนบัตรปลอมระบาดหนักตามร้านค้าในควีนส์แลนด์

ตำรวจออสเตรเลียออกประกาศเตือนครั้งใหญ่ หลังพบธนบัตรปลอมคุณภาพสูง ระบาดไปทั่วหลายพื้นที่ในรัฐ สร้างความเสียหายให้ผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะร้านค้าปลีกที่ตกเป็นเหยื่อแบบไม่รู้ตัว

ธนบัตรปลอมชุดนี้ถูกระบุว่า เลียนแบบได้แนบเนียนจนแยกแทบไม่ออก ทั้งสี เนื้อสัมผัส และลวดลายความปลอดภัย ทำให้ผู้ค้าและประชาชนจำนวนมากรับมาโดยไม่ทันระวัง ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางการเงินต่อเนื่อง

ตำรวจควีนส์แลนด์เผยว่า ขบวนการใช้เงินปลอมมักเลือกเป้าหมายเป็นร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร และธุรกิจรายย่อยที่ไม่มีอุปกรณ์ตรวจสอบขั้นสูง พร้อมย้ำให้ประชาชนตรวจเช็กธนบัตรทุกครั้ง โดยเฉพาะส่วนโฮโลแกรมและพื้นผิวพิเศษที่ธนบัตรจริงต้องมี

เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือ หากพบธนบัตรต้องสงสัย ห้ามนำไปใช้ต่อเด็ดขาด และให้รีบแจ้งตำรวจทันทีเพื่อหยุดยั้งการแพร่กระจายของเงินปลอมที่กำลังลุกลามอย่างรวดเร็วในขณะนี้.

ที่มา : 7newsAustralia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ธนบัตรปลอม

ด่วน ไฟไหม้ใหญ่ชุมชนแออัดกลางย่านกังนัม ระดมดับเพลิงเกือบ 300 นาย เร่งอพยพประชาชน

ด่วน ไฟไหม้ใหญ่ชุมชนแออัดกลางย่านกังนัม ระดมดับเพลิงเกือบ 300 นาย เร่งอพยพประชาชน

16 ม.ค. 2569 09:14 น.

ด่วน ไฟไหม้ใหญ่ชุมชนแออัดกลางย่านกังนัม ระดมดับเพลิงเกือบ 300 นาย เร่งอพยพประชาชน

เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในชุมชนแออัดแห่งหนึ่งในย่านกังนัม ของกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังนักดับเพลิงเกือบ 300 นาย เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเกาหลีใต้ระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ในย่านชุมชนแออัดของกังนัม โดยเจ้าหน้าที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา เพื่อควบคุมไฟที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว  โดยทางการได้ยกระดับการแจ้งเตือนไฟไหม้ขึ้นสู่ระดับ 2 ท่ามกลางความกังวลว่าเปลวไฟอาจลุกลามไปยังพื้นที่ภูเขาใกล้เคียง และส่งรถดับเพลิงรวม 85 คัน เข้าระงับเหตุ

ด้านสำนักงานดับเพลิงและบรรเทาสาธารณภัยกรุงโซล ระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มีประชาชนอย่างน้อย 47 คน ถูกอพยพออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่สามารถใช้เฮลิคอปเตอร์สนับสนุนการดับเพลิงได้ เนื่องจากกรุงโซลถูกปกคลุมด้วยหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก

ด้านนายยุน โฮจอง รัฐมนตรีความปลอดภัยของเกาหลีใต้ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังและอุปกรณ์ทุกอย่างที่มี เพื่อมุ่งเน้นการช่วยเหลือประชาชนและควบคุมเพลิงให้ได้โดยเร็ว 

ทั้งนี้ พื้นที่เกิดเหตุคือหมู่บ้านกูรยง ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยอย่างแออัดและทรุดโทรม ตั้งอยู่ใจกลางย่านกังนัม หนึ่งในพื้นที่ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของกรุงโซล และอยู่ระหว่างแผนการพัฒนาเป็นอาคารที่พักอาศัยสูงในอนาคต.

ที่มา : รอยเตอร์

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไฟไหม้

83 วันบนเส้นทางศรัทธา คณะพระสงฆ์เดินธุดงค์ข้ามรัฐ Walk for Peace ถึงนอร์ทแคโรไลนาแล้ว

83 วันบนเส้นทางศรัทธา คณะพระสงฆ์เดินธุดงค์ข้ามรัฐ Walk for Peace ถึงนอร์ทแคโรไลนาแล้ว

16 ม.ค. 2569 08:50 น.

83 วันบนเส้นทางศรัทธา คณะพระสงฆ์เดินธุดงค์ข้ามรัฐ Walk for Peace ถึงนอร์ทแคโรไลนาแล้ว

การเดินธุดงค์เพื่อสันติภาพของคณะสงฆ์ระยะทาง 3,700 กิโลเมตร ก้าวเข้าสู่วันที่ 83 แล้ว เพื่อหวังส่งสาร สติ สันติภาพ และให้สหรัฐฯ รับรองวันวิสาขบูชาเป็นวันหยุดแห่งชาติ ท่ามกลางประชาชนรอต้อนรับ

โครงการ “Walk for Peace” ของคณะพระสงฆ์ชาวพุทธในสหรัฐอเมริกา ซึ่งออกเดินธุดงค์ระยะทางกว่า 3,700 กิโลเมตร จากเมืองฟอร์ตเวิร์ธ รัฐเท็กซัส มุ่งหน้าสู่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด การเดินทางเข้าสู่วันที่ 83 แล้ว

โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2026 คณะสงฆ์เดินทางอยู่ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา โดยมุ่งหน้าจากเมืองคองคอร์ด ไปยังเมืองไชน่าโกรฟ  ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนในพื้นที่ ซึ่งร่วมให้กำลังใจและสนับสนุนตลอดเส้นทาง

สำหรับกำหนดการในวันนี้ คณะสงฆ์แวะพักรับประทานอาหารกลางวันที่โบสถ์ Mt Olivet United Methodist Church ในเมืองคองคอร์ด ก่อนจะเข้าพักค้างคืนที่อาคาร China Grove Community Memorial Building & Parks โดยเปิดให้ประชาชนเข้าพบ พูดคุย และร่วมกิจกรรมตามช่วงเวลาที่กำหนด

การเดินธุดงค์ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสติ การเยียวยาจิตใจ และสันติภาพ ท่ามกลางความท้าทายตลอดเส้นทาง รวมถึงอุบัติเหตุทางถนนที่ทำให้พระสงฆ์ 2 รูปได้รับบาดเจ็บก่อนหน้านี้ โดยมีสุนัขกู้ภัยชื่อ “อโลกา” ร่วมเดินทางตลอดภารกิจ โดยมีกำหนดสิ้นสุดในกลางเดือน ก.พ.นี้

ทั้งนี้ เมื่อเดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. คณะสงฆ์มีแผนยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ รับรองวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันที่ระลึกถึงการประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ให้เป็นวันหยุดราชการระดับประเทศ

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าและเส้นทางการเดินธุดงค์ของคณะสงฆ์แบบเรียลไทม์ผ่านแผนที่ออนไลน์ที่เผยแพร่ไว้บนหน้าโซเชียลมีเดียของโครงการ.

ที่มา : walkforpeace

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เดินธุดงค์สันติภาพ

ผู้นำฝ่ายค้านเวเนฯ เผย ยกรางวัลโนเบลสันติภาพ ให้ โดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว

ผู้นำฝ่ายค้านเวเนฯ เผย ยกรางวัลโนเบลสันติภาพ ให้ โดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว

16 ม.ค. 2569 07:40 น.

ผู้นำฝ่ายค้านเวเนฯ เผย ยกรางวัลโนเบลสันติภาพ ให้ โดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว

นาง มารีอา โครีนา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา เดินทางเข้าพบ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แล้ว และเผยว่า เธอได้มอบเหรียญรางวัล โนเบล สาขาสันติภาพให้นายทรัมป์ไปแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางมารีอา โครีนา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา บอกกับผู้สื่อข่าวในวันพฤหัสบดีที่ 15 ม.ค. 2569 ว่า เธอได้มอบเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของเธอให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการเข้าพบเป็นการส่วนตัวที่ทำเนียบขาว แต่ไม่ได้ระบุว่านายทรัมป์ตอบรับรางวัลดังกล่าวหรือไม่

หลังจากออกจากทำเนียบขาว มาชาโดได้กล่าวกับกลุ่มผู้สนับสนุนที่รวมตัวกันอยู่บริเวณประตูทางด้านนอกเป็นภาษาสเปน ซึ่งสำนักข่าวเอพี (Associated Press) รายงานว่าเธอกล่าวว่า “เราสามารถไว้วางใจประธานาธิบดีทรัมป์ได้”

ต่อมามาชาโดได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเป็นภาษาอังกฤษว่า “ฉันได้มอบเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้แก่ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา” พร้อมทั้งเรียกสิ่งนี้ว่าเป็น “การแสดงความยอมรับในความมุ่งมั่นอันโดดเด่นของเขาที่มีต่ออิสรภาพของเรา”

ในช่วงหลายสัปดาห์หลังจากกองกำลังสหรัฐฯ เข้าควบคุมตัวประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร ถึงในกรุงการากัส นายทรัมป์ปฏิเสธที่จะให้การรับรองนางมาชาโดในฐานะผู้นำคนใหม่ ทั้งที่เขาเคยชมนางมาชาโดว่าเป็น นักสู้เพื่อเสรีภาพ” หลังกลุ่มเคลื่อนไหวของเธออ้างชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2567 ที่มีการคัดค้านอย่างกว้างขวางก็ตาม

ในทางกลับกัน ทรัมป์เลือกที่จะเจรจากับ เดลซี โรดริเกซ อดีตรองประธานาธิบดีของมาดูโร ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี และระบุว่า มาชาโดยังขาดแรงสนับสนุนภายในประเทศที่มากเพียงพอ

ทั้งนี้ นายทรัมป์มักจะกล่าวถึงความปรารถนาที่จะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอยู่บ่อยครั้ง และเคยแสดงความไม่พอใจเมื่อรางวัลดังกล่าวถูกมอบให้แก่นางมาชาโด และเธอตัดสินใจตอบรับเกียรติยศนี้เมื่อปีที่แล้ว

เมื่อสัปดาห์ก่อน มาชาโดกล่าวว่าเธอจะแบ่งปันรางวัลนี้ร่วมกับทรัมป์ แต่คณะกรรมการโนเบลได้ชี้แจงในเวลาต่อมาว่ารางวัลนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้กันได้

เมื่อถูกถามถึงปฏิกิริยาต่อคำกล่าวของมาชาโด คณะกรรมการได้แนะนำให้บีบีซีกลับไปดูแถลงการณ์ฉบับก่อนหน้าของพวกเขา โดยศูนย์โนเบลสาขาสันติภาพได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้นว่า “เหรียญรางวัลสามารถเปลี่ยนเจ้าของได้ แต่สถานะผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพนั้นไม่สามารถเปลี่ยนได้”

ในระหว่างการแถลง มาชาโดได้บรรยายถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่ มาร์ควิส เดอ ลาฟาเยต (Marquis de Lafayette) ผู้ร่วมรบในสงครามปฏิวัติอเมริกา ได้มอบเหรียญที่มีรูปเหมือนของจอร์จ วอชิงตัน ให้แก่ ซิมอน โบลีวาร์ หนึ่งในบิดาผู้ก่อตั้งประเทศเวเนซุเอลายุคใหม่

มาชาโดกล่าวว่า ของขวัญชิ้นนั้นคือ “สัญลักษณ์แห่งภราดรภาพ” ระหว่างประเทศของเธอกับสหรัฐฯ “ในการต่อสู้เพื่ออิสรภาพจากระบอบเผด็จการ”

“และในรอบ 200 ปีของประวัติศาสตร์ ประชาชนของโบลีวาร์กำลังมอบเหรียญกลับคืนให้แก่ทายาทของวอชิงตัน ซึ่งในกรณีนี้คือเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เพื่อเป็นการยอมรับในความมุ่งมั่นอันโดดเด่นของเขาที่มีต่ออิสรภาพของเรา”

อนึ่ง คาดกันว่า มาชาโดจะใช้เวลาในช่วงที่พบกับทรัมป์เพื่อพยายามโน้มน้าวให้เขาเห็นว่า การสนับสนุนรัฐบาลรักษาการของโรดรีเกซนั้นเป็นความผิดพลาด และกลุ่มพันธมิตรฝ่ายค้านของเธอต่างหากที่ควรเป็นผู้ดูแลช่วงเปลี่ยนผ่านนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทหารยุโรปทยอยถึงกรีนแลนด์ เสริมป้องกัน หลังทรัมป์อยากได้ดินแดน

ทหารยุโรปทยอยถึงกรีนแลนด์ เสริมป้องกัน หลังทรัมป์อยากได้ดินแดน

16 ม.ค. 2569 02:51 น.

ทหารยุโรปทยอยถึงกรีนแลนด์ เสริมป้องกัน หลังทรัมป์อยากได้ดินแดน

หลายประเทศในยุโรปเริ่มทยอยส่งทหารไปยังกรีนแลนด์แล้ว เพื่อร่วมภารกิจลาดตระเวน และส่งสัญญาณถึง โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศว่าต้องการดินแดนแห่งนี้ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองกำลังทหารขนาดเล็กของฝรั่งเศสได้เดินทางถึงเมืองนุก (Nuuk) เมืองหลวงของกรีนแลนด์แล้ว ในขณะที่หลายประเทศในยุโรปเริ่มส่งกำลังพลจำนวนหนึ่งไปยังดินแดนแห่งนี้ เพื่อเข้าร่วมสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “ภารกิจลาดตระเวน”

ประเทศยุโรปที่ส่งทหารเข้าร่วมรวมถึง เยอรมนี สวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร โดยเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศความต้องการครอบครองดินแดนกรีนแลนด์ อ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของทั้งสหรัฐฯ และภูมิภาค โดยไม่ตัดเรื่องการใช้ทหารเข้ายึด

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กล่าวว่า กองกำลังชุดแรกจะได้รับการเสริมกำลังในเร็วๆ นี้ ด้วย “ยุทโธปกรณ์ทางบก ทางอากาศ และทางเรือ”

ขณะที่นาย โอลิวิเยร์ ปัวฟร์ ดาร์วอร์ นักการทูตระดับสูงของฝรั่งเศส เผยว่า การวางกำลังพลเบื้องต้นของฝรั่งเศสประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ 15 นาย โดยเขามองว่าภารกิจนี้เป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่เข้มข้น โดยระบุว่า “นี่คือการฝึกซ้อมครั้งแรก… เราจะแสดงให้สหรัฐฯ เห็นว่านาโต (Nato) ยังคงอยู่ที่นี่”

การเสริมกำลังพลครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเดนมาร์กและกรีนแลนด์ได้เดินทางไปยังวอชิงตัน เพื่อเข้าพบเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพื่อหาทางออกเรื่องกรีนแลนด์ แต่ผลปรากฏทั้งสองฝ่ายยังคงมี “ความเห็นไม่ตรงกันอย่างสิ้นเชิง”

ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำความต้องการนำกรีนแลนด์มาอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ อีกครั้ง โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ว่า “เราจำเป็นต้องมีกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงของชาติ” แต่ก็กล่าวด้วยว่า เขาเชื่อว่าจะสามารถหาทางออกร่วมกับเดนมาร์กได้

“ปัญหาคือเดนมาร์กทำอะไรไม่ได้เลยหากรัสเซียหรือจีนต้องการเข้ายึดครองกรีนแลนด์ แต่เราทำได้ทุกอย่าง คุณก็ได้เห็นแล้วจากกรณีของเวเนซุเอลาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา”

ทั้งนี้ การวางกำลังของสมาชิกนาโตในยุโรปในกรีนแลนด์ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกซ้อมร่วมภายใต้การนำของเดนมาร์กที่มีชื่อว่า “ปฏิบัติการอาร์กติก เอ็นดูแรนซ์” (Operation Arctic Endurance) แม้ว่าการเคลื่อนไหวนี้จะมีนัยสำคัญเชิงสัญลักษณ์อย่างมาก แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าพวกเขาจะประจำการอยู่นานเพียงใด

ทางด้านฟินแลนด์ได้ส่งนายทหารประสานงานจำนวน 2 นาย ไปยังกรีนแลนด์เพื่อทำภารกิจค้นหาความจริง ระหว่างปฏิบัติการอาร์กติก เอ็นดูแรนซ์ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนวางแผนเท่านั้น

“ในขณะนี้เรายังไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ใดๆ แต่ก็ยังไม่ได้พิจารณาแผนการใดเป็นพิเศษเช่นกัน” ยานเน คูเซลา หัวหน้าฝ่ายนโยบายกระทรวงกลาโหม บอกสำนักข่าว บีบีซี

ทางด้านเยอรมนีได้ส่งเครื่องบินขนส่งรุ่น A400M มุ่งหน้าสู่เมืองนุกในวันพฤหัสบดี พร้อมด้วยกำลังพล 13 นาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่าพวกเขาจะพำนักอยู่ในกรีนแลนด์จนถึงวันเสาร์นี้เท่านั้น

เจ้าหน้าที่กลาโหมของเดนมาร์กระบุว่า พวกเขาได้ตัดสินใจร่วมกับรัฐบาลกรีนแลนด์ว่าจะมีการเพิ่มกำลังทหารในพื้นที่รอบกรีนแลนด์ในช่วงเวลาต่อจากนี้ เพื่อเสริมสร้าง “บทบาทของนาโตในอาร์กติก เพื่อประโยชน์ต่อความมั่นคงของทั้งยุโรปและพันธมิตรข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก”

กองทัพสวีเดนได้ส่งนายทหารไปยังเมืองนุกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีทหารนอร์เวย์ 2 นาย นายทหารสหราชอาณาจักร 1 นาย และนายทหารเรือเนเธอร์แลนด์อีก 1 นายถูกส่งไปยังกรีนแลนด์ด้วย

อนึ่ง สหรัฐฯ มีฐานทัพในกรีนแลนด์อยู่แล้ว ซึ่งปัจจุบันมีกำลังพลประจำการอยู่สูงสุด 150 นาย และมีทางเลือกที่จะส่งกำลังพลเข้ามาเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมากภายใต้ข้อตกลงที่มีอยู่กับรัฐบาลเดนมาร์ก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc