นายกฯ ญี่ปุ่นเผยเตรียมปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ ตามมติ IEA หวังสกัดราคาน้ำมันพุ่งจากวิกฤตอิหร่าน

นายกฯ ญี่ปุ่นเผยเตรียมปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ ตามมติ IEA หวังสกัดราคาน้ำมันพุ่งจากวิกฤตอิหร่าน

12 มี.ค. 2569 09:58 น.

นายกฯ ญี่ปุ่นเผยเตรียมปล่อยน้ำมันสำรองครั้งใหญ่ ตามมติ IEA หวังสกัดราคาน้ำมันพุ่งจากวิกฤตอิหร่าน

รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเตรียมปล่อยน้ำมันสำรองรวมราว 80 ล้านบาร์เรล พร้อมอุดหนุนราคาน้ำมันเบนซินไม่ให้เกิน 170 เยนต่อลิตร หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางกระทบการนำเข้าน้ำมัน

วันที่ 12 มีนาคม 2569 นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียม ปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน หลังสถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐฯ – อิสราเอล กับอิหร่าน ทำให้เกิดความกังวลต่อการนำเข้าน้ำมันดิบที่ลดลงอย่างมากตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นระบุว่า ขั้นแรกจะปล่อยน้ำมันสำรองของบริษัทน้ำมันประมาณ 15 วัน ก่อนจะตามด้วยการใช้น้ำมันสำรองของรัฐบาลอีก ประมาณ 1 เดือน โดยรวมแล้วคาดว่าจะมีการปล่อยน้ำมันออกสู่ตลาด ราว 80 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือเป็นปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และอาจเริ่มดำเนินการได้เร็วที่สุดในวันจันทร์

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียม มาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันเบนซิน เพื่อควบคุมราคาไม่ให้เกิน 170 เยนต่อลิตร หรือประมาณ 1.07 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งโครงการนี้จะใช้กับการจัดส่งน้ำมันตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม เป็นต้นไป โดยรัฐบาลจะจ่ายเงินอุดหนุนให้กับผู้ค้าส่งน้ำมันสำหรับส่วนที่ราคาสูงเกินเป้าหมาย 170 เยนต่อลิตร 

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะต้องใช้เวลา ประมาณ 1–2 สัปดาห์ ก่อนที่มาตรการนี้จะสะท้อนถึงราคาขายปลีกตามปั๊มน้ำมัน ในขณะที่รัฐบาลยังเตรียมอุดหนุนเชื้อเพลิงชนิดอื่น ๆ ด้วย เช่น น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา และน้ำมันก๊าด

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นได้ขอให้ประชาชน เติมน้ำมันตามปกติและไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก ด้าน คิโตะ ชุนอิจิ ประธานสมาคมปิโตรเลียมแห่งญี่ปุ่น กล่าวว่า อุตสาหกรรมน้ำมันยินดีต่อการตัดสินใจของรัฐบาล และพร้อมให้ความร่วมมือกับมาตรการควบคุมราคาพลังงาน เขายังแสดงความหวังว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาปลอดภัยโดยเร็ว เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของการจัดหาน้ำมันในระยะยาว.

ที่มา NHK

อิหร่านตั้ง 3 เงื่อนไขยุติสงคราม ยอมรับสิทธิอันชอบธรรม เรียกร้องชดใช้ค่าเสียหาย รับรองไม่โจมตีอีก

อิหร่านตั้ง 3 เงื่อนไขยุติสงคราม ยอมรับสิทธิอันชอบธรรม เรียกร้องชดใช้ค่าเสียหาย รับรองไม่โจมตีอีก

12 มี.ค. 2569 09:15 น.

อิหร่านตั้ง 3 เงื่อนไขยุติสงคราม ยอมรับสิทธิอันชอบธรรม เรียกร้องชดใช้ค่าเสียหาย รับรองไม่โจมตีอีก

ประธานาธิบดีอิหร่านประกาศ 3 เงื่อนไขหลักเพื่อยุติสงคราม ระบุจะต้องยอมรับสิทธิของอิหร่าน จ่ายค่าชดเชยความเสียหาย และมีหลักประกันจากนานาชาติว่าจะไม่เกิดการโจมตีอีก

วันที่ 11 มีนาคม 2569 นายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีของอิหร่านออกแถลงการณ์ระบุว่า ผู้นำอิหร่านระบุในแถลงการณ์ว่า สงครามครั้งนี้ถูกจุดชนวนโดย ระบอบไซออนิสต์และสหรัฐฯ  ซึ่งหนทางเดียวที่จะยุติความขัดแย้งได้ ต้องมีเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการ  ได้แก่การยอมรับสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน การชดใช้ค่าเสียหายจากสงคราม และการรับประกันจากประชาคมระหว่างประเทศว่าจะไม่เกิดการรุกรานอีกในอนาคต

พร้อมกันนี้ประธานาธิบดีอิหร่าน ย้ำจุดยืนระหว่างการหารือกับผู้นำของ รัสเซีย และ ปากีสถาน ว่ารัฐบาลอิหร่านยังคงยึดมั่นต่อสันติภาพในภูมิภาค แต่การยุติความขัดแย้งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสิทธิของอิหร่านได้รับการยอมรับอย่างชัดเจน

ทั้งนี้คำแถลงดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่ความพยายามทางการทูตกำลังเข้มข้นขึ้น เพื่อควบคุมสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค โดยรัสเซียยังคงติดต่อกับผู้นำอิหร่านอย่างใกล้ชิด พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติการสู้รบและลดความรุนแรงของสถานการณ์.

ที่มา Aljazeera

คิม จอง อึน และลูกสาวโชว์ลีลายิงปืนพก ระหว่างเยี่ยมชมโรงงานผลิตอาวุธในเกาหลีเหนือ

คิม จอง อึน และลูกสาวโชว์ลีลายิงปืนพก ระหว่างเยี่ยมชมโรงงานผลิตอาวุธในเกาหลีเหนือ

12 มี.ค. 2569 09:08 น.

คิม จอง อึน และลูกสาวโชว์ลีลายิงปืนพก ระหว่างเยี่ยมชมโรงงานผลิตอาวุธในเกาหลีเหนือ

สื่อเกาหลีเหนือเผยภาพ คิม จองอึน โชว์ยิงปืนพก ระหว่างตรวจเยี่ยมชมโรงงานผลิตอาวุธเมื่อวันพฤหัสบดี ท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลในการยกระดับกำลังรบ หลังมุ่งเน้นพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์มาหลายปี

สำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือ หรือ KCNA รายงานว่า คิม จองอึน ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงงานที่ผลิตปืนพกและอาวุธขนาดเบาอื่น ๆ เมื่อวันก่อน พร้อมตรวจสอบปืนพกรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่สายการผลิตและทดสอบยิงปืนพกสั้นด้วยตัวเอง

โดยหลังจากทดสอบยิงอาวุธดังกล่าวในสนามยิงปืน ผู้นำเกาหลีเหนือชมเปาะว่า ปืนรุ่นใหม่นี้มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม

แม้รายงานของ KCNA จะไม่ได้กล่าวถึงการปรากฏตัวของลูกสาว แต่ภาพที่เผยแพร่ออกมาแสดงให้เห็นว่า คิม จูแอ ลูกสาวของคิม จองอึน ได้ยิงปืนพกด้วยเช่นกัน ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง

รายงานระบุว่า คิม จองอึน กล่าวถึงความสำคัญของโรงงานแห่งนี้ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตปืนพกและอาวุธขนาดเบาให้กับกองทัพและหน่วยงานความมั่นคง พร้อมเรียกร้องให้เพิ่มกำลังการผลิต รวมถึงปรับปรุงสายการผลิตให้ทันสมัยมากขึ้น

สื่อทางการเกาหลีเหนือยังรายงานว่า ก่อนหน้าการเยี่ยมชมโรงงานปืนเพียงหนึ่งวัน คิม จองอึน และลูกสาวได้เข้าชมการทดสอบยิง ขีปนาวุธครูซที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ จากเรือพิฆาตของกองทัพเรือ

ระหว่างการทดสอบดังกล่าว ผู้นำเกาหลีเหนือได้เรียกร้องให้เร่งพัฒนาศักยภาพด้านอาวุธนิวเคลียร์ของกองทัพเรือ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องปรามทางทหารของประเทศ

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่เกาหลีเหนือพยายามพัฒนาและปรับปรุงขีดความสามารถทางทหาร ทั้งด้านอาวุธนิวเคลียร์และอาวุธแบบดั้งเดิม

ทั้งนี้ เป็นที่น่าจับตาว่า นับตั้งแต่ คิม จูแอ ปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรกระหว่างการทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2022 เธอได้ติดตามบิดาไปปรากฏตัวในกิจกรรมสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการแสดงแสนยานุภาพทางทหาร ร่วมพิธีเปิดโรงงานต่างๆ และการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นการพบหารือกับผู้นำจีน สี จิ้นผิง เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี

การปรากฏตัวต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่องของเธอ ทำให้หน่วยข่าวกรองและนักวิเคราะห์ในเกาหลีใต้ ประเมินว่า คิม จองอึน อาจกำลังเตรียมปูทางให้ลูกสาวก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอนาคต เพื่อสืบทอดอำนาจของตระกูลคิมต่อไปเป็น รุ่นที่ 4.

ที่มา : Reuters

อิรักเผย อิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันต่างชาติในน่านน้ำอิรักอีก 2 ลำ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย

 อิรักเผย อิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันต่างชาติในน่านน้ำอิรักอีก 2 ลำ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย

12 มี.ค. 2569 08:44 น.

อิรักเผย อิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันต่างชาติในน่านน้ำอิรักอีก 2 ลำ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย

ทางการอิรักเปิดเผยว่า อิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันต่างชาติ 2 ลำในน่านน้ำอิรัก บริเวณอ่าวเปอร์เซียอีก มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย ขณะที่ลูกเรือ 38 คนได้รับการช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย

ฟาร์ฮาน อัล-ฟาร์ตูซี ผู้อำนวยการบริษัทท่าเรือของอิรัก เปิดเผยกับ CNN ว่า เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือลูกเรือจากเรือบรรทุกน้ำมันทั้งสองลำได้รวม 38 คน และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย โดยลูกเรือทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ได้รับบาดเจ็บหรือความเสียหายของเรือ

ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวความมั่นคงของอิรักในเมืองบาสร่า ระบุว่า เชื่อว่าเรือของอิหร่าน ที่ติดตั้งวัตถุระเบิด เป็นผู้พุ่งชนเรือบรรทุกน้ำมันทั้งสองลำ โดยหลังเกิดเหตุทางการได้ระงับการดำเนินงานของท่าเรือน้ำมันในพื้นที่ชั่วคราว และขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน

ด้าน ซาอัด มาน พลโทและหัวหน้าฝ่ายสื่อของกองบัญชาการปฏิบัติการร่วมของอิรัก ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นภายในน่านน้ำอธิปไตยของอิรัก และถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของประเทศ พร้อมย้ำว่าอิรักสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการทางกฎหมายต่อเหตุการณ์ดังกล่าว

ภาพวิดีโอที่ตรวจสอบโดย CNN แสดงให้เห็นเรือบรรทุกน้ำมันทั้งสองลำเกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง โดยเปลวไฟลุกลามลงสู่ผิวน้ำทะเล ซึ่งคาดว่าเกิดจากน้ำมันรั่วไหล ขณะที่ข้อมูลติดตามการเดินเรือระบุว่า เรือทั้งสองลำจอดทอดสมออยู่ใกล้กันในช่วงที่เกิดเหตุ

เรือที่เกิดเพลิงไหม้ประกอบด้วยเรือบรรทุกน้ำมัน Zefyros ซึ่งชักธงมอลตา และเรือบรรทุกน้ำมัน Safesea Vishnu ซึ่งชักธง สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์

ข้อมูลระบุว่าเรือ Safesea Vishnu เป็นของบริษัท Safesea Transport Inc. ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา ส่วนเรือ Zefyros มีเจ้าของอยู่ในกรีซ

ด้านบริษัทการตลาดน้ำมันของอิรัก State Organization for Marketing of Oil หรือ SOMO ระบุว่า เรือทั้งสองลำถูกโจมตีขณะอยู่ในพื้นที่ขนถ่ายสินค้าในน่านน้ำของอิรัก โดยเรือ Zefyros กำลังเตรียมเข้าสู่ท่าเรือ Khor Al-Zubair Port และบรรทุกคอนเดนเสทเพื่อส่งให้กับบริษัทบาสร่า แก๊ส.

ที่มา : CNN

กัมพูชาประกาศล้างบาง “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ตั้งเป้าปิดศูนย์สแกมทั้งหมดภายในเมษายนนี้

กัมพูชาประกาศล้างบาง "แก๊งคอลเซ็นเตอร์" ตั้งเป้าปิดศูนย์สแกมทั้งหมดภายในเมษายนนี้

12 มี.ค. 2569 08:18 น.

กัมพูชาประกาศล้างบาง “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ตั้งเป้าปิดศูนย์สแกมทั้งหมดภายในเมษายนนี้

รัฐบาลกัมพูชาประกาศเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ครั้งใหญ่ ตั้งเป้าปิดศูนย์สแกมทั้งหมดในประเทศภายในสิ้นเดือนเมษายนนี้ หลังสร้างความเสียหายมหาศาลทั่วโลก

นายไชย สินะฤทธิ์ รัฐมนตรีอาวุโสของรัฐบาลกัมพูชา และรองหัวหน้าสำนักเลขาธิการคณะกรรมการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ของกัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพีว่า ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทางการได้ระบุเป้าหมายสถานที่ต้องสงสัยว่าดำเนินธุรกิจหลอกลวงออนไลน์ถึง 250 แห่ง และสามารถปิดไปแล้วประมาณ 80% หรือราว 200 แห่ง

เขาระบุว่า หลังเดือนเมษายน ตำรวจจะยังคงดำเนินมาตรการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ศูนย์สแกมเหล่านี้กลับมาเปิดดำเนินการอีก

ที่ผ่านมา กัมพูชาเคยเปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์หลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้เชี่ยวชาญขององค์การสหประชาชาติ ระบุว่า อาชญากรรมไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะใน กัมพูชา และ เมียนมา เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเหยื่อทั่วโลกสูญเสียเงินจากการหลอกลวงออนไลน์รวมกัน หลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี

ธุรกิจหลอกลวงดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับ การค้ามนุษย์ เนื่องจากแรงงานต่างชาติจำนวนมากถูกหลอกด้วยข้อเสนองานปลอม ก่อนถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงออนไลน์ เช่น หลอกให้ลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี หรือหลอกลวงผ่านความสัมพันธ์ออนไลน์ (Romance Scam) และยังมีหลายคนถูกบังคับให้ทำงานภายใต้สภาพคล้าย แรงงานทาส

นายไชย สินะฤทธิ์เปิดเผยว่า ในการปราบปรามครั้งล่าสุด รัฐบาลได้ดำเนินคดีทางกฎหมายแล้ว 79 คดี ครอบคลุมผู้ต้องสงสัยที่เป็นหัวหน้าแก๊งและผู้ร่วมขบวนการรวม 697 คน

ขณะเดียวกัน ทางการกัมพูชาได้ส่งตัวแรงงานที่ทำงานในศูนย์สแกมกลับประเทศต้นทางเกือบ 10,000 คน จาก 23 ประเทศ และยังมีอีกไม่ถึง 1,000 คน ที่อยู่ระหว่างกระบวนการส่งตัวกลับ บางส่วนสามารถหลบหนีออกจากศูนย์สแกมได้เอง หรือได้รับการปล่อยตัวหลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น

บุกทลายศูนย์สแกมในกรุงพนมเปญ

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตำรวจกัมพูชาได้บุกตรวจค้นอาคารสูงแห่งหนึ่งในพนมเปญและจับกุมผู้ต้องสงสัยประมาณ 60 คน ซึ่งเป็นชาวกัมพูชาและชาวจีน

ด้านรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลพนมเปญ เปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยใช้วิธีแชตหลอกเหยื่อในยุโรปให้ลงทุน โดยอ้างว่าเป็นโอกาสทางการเงิน แต่แท้จริงแล้วเป็นการลงทุนปลอม

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังยึดอุปกรณ์จำนวนมากจากการตรวจค้น รวมถึง เครื่องแบบและบัตรประจำตัวปลอม ที่ถูกใช้แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่น เพื่อหลอกข่มขู่เหยื่อทางออนไลน์

ทั้งนี้ ทางการกัมพูชาเปิดเผยว่า เครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ในกัมพูชาเริ่มปรากฏตั้งแต่ปี 2012 โดยใช้เทคโนโลยี VOIP (Voice over Internet Protocol) เพื่อโทรศัพท์หลอกเหยื่อ พร้อมปกปิดตำแหน่งและตัวตน

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจดังกล่าวเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงการระบาดของโควิด-19 เมื่อคาสิโนจำนวนมากที่เคยให้บริการลูกค้าแบบพบหน้ากันต้องปิดตัว และหันมาทำธุรกิจหลอกลวงออนไลน์แทน

ปัจจุบัน ศูนย์สแกมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น แต่ได้ขยายเครือข่ายไปยังภูมิภาคอื่นของโลก รวมถึง แอฟริกา และ ลาตินอเมริกาด้วย.

ที่มา : AP

ทรัมป์อ้าง ชนะสงครามกับอิหร่านแล้ว เผยที่มาชื่อ Epic Fury

ทรัมป์อ้าง ชนะสงครามกับอิหร่านแล้ว เผยที่มาชื่อ Epic Fury

12 มี.ค. 2569 05:52 น.

ทรัมป์อ้าง ชนะสงครามกับอิหร่านแล้ว เผยที่มาชื่อ Epic Fury

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวอ้างว่า “เราชนะ” สงครามกับอิหร่านแล้ว โดยไม่ให้หลักฐานสนับสนุน พร้อมกับเปิดเผยที่มาของชื่อปฏิบัติการ Epic Fury

เมื่อ 11 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมากล่าวอ้างว่า สหรัฐอเมริกาชนะสงครามกับอิหร่านแล้ว โดยไม่ได้ให้หลักฐานที่เป็นรูปธรรมมารองรับคำกล่าวอ้างดังกล่าว ในขณะที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไป

“ให้ผมพูดเถอะว่าเราชนะแล้ว คุณก็รู้ว่าปกติแล้วเราไม่อยากรีบพูดว่าชนะเร็วเกินไปนัก แต่เราชนะแล้ว เราชนะ ตั้งแต่ชั่วโมงแรกมันก็จบแล้ว แต่สรุปคือเราชนะ” ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวต่อหน้าผู้สนับสนุนที่รัฐเคนทักกี

ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าการโจมตีในอิหร่านของสหรัฐฯ จะจบลงเมื่อใด โดยตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา นายทรัมป์พูดเรื่องระยะเวลาในการทำสงครามแบบไม่แน่นอนและย้อนแย้งกัน โดยบางครั้งเขากล่าวว่าสงครามคืบหน้าไปมากกว่ากำหนดการอย่างมาก บางครั้งบอกว่าจะใช้เวลา 4 ถึง 6 สัปดาห์ หรือบางครั้งก็บอกว่า “เราชนะแล้ว… แต่ยังชนะไม่พอ”

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังเคยพูดว่า นิยามการโจมตีครั้งนี้ว่าเป็นทั้ง “สงคราม” และ “การเดินทางระยะสั้น” ในเวลาเดียวกันด้วย

ในงานเดียวกันนี้ นายทรัมป์ยังได้เล่าให้ฝูงชนฟังถึงที่มาของชื่อปฏิบัติการ “อีปิก ฟิวรี” (Epic Fury) ด้วย “พวกเขาส่งชื่อมาให้ผมเลือกประมาณ 20 ชื่อได้ ผมก็นั่งดูจนเกือบจะหลับเพราะผมไม่ชอบสักชื่อเลย จนกระทั่งผมเห็นชื่อ Epic Fury ผมเลยบอกว่า ‘ผมชอบชื่อนี้แหละ’”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสนับสนุนข้อตกลงระหว่างประเทศในการระบายน้ำมันดิบจากคลังสำรองเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยระบุว่ามาตรการนี้จะช่วยควบคุมราคาพลังงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ท่ามกลางภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

ก่อนหน้านี้ ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่น โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯ จะนำน้ำมันจากคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ออกมาใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันที่เกิดจากการระงับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวยังไม่ได้ออกมาตอบคำถามในทันทีว่า การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง IEA หรือจะเป็นการดำเนินการแยกต่างหากของสหรัฐฯ เอง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

UNSC ผ่านมติ ประณามอิหร่าน จี้หยุดโจมตีชาติอ่าวเปอร์เซีย

UNSC ผ่านมติ ประณามอิหร่าน จี้หยุดโจมตีชาติอ่าวเปอร์เซีย

12 มี.ค. 2569 03:13 น.

UNSC ผ่านมติ ประณามอิหร่าน จี้หยุดโจมตีชาติอ่าวเปอร์เซีย

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติผ่านมติประณามอิหร่านที่โจมตีประเทศอ่าวเปอร์เซีย พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านหยุดการโจมตีดังกล่าวในทันที แต่ไม่พูดถึงการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอลเลย

เมื่อ 11 มี.ค. 2569 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ลงคะแนนเสียงเห็นชอบร่างมติประณามอิหร่านที่โจมตีกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียกับประเทศจอร์แดน พร้อมทั้งเรียกร้องให้อิหร่านหยุดการโจมตีดังกล่าวโดยทันที

ร่างมติดังกล่าวนำเสนอโดยกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งมีประเทศร่วมสนับสนุนมากกว่า 130 ประเทศ โดยมตินี้ได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบจากชาติสมาชิกถาวร 13 เสียง ขณะที่รัสเซียและจีนงดออกเสียง

เนื้อหาในร่างมติระบุว่า “ขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการโจมตีที่ร้ายแรง” ต่อประเทศบาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และจอร์แดน พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตีและการข่มขู่ทั้งหมดโดยทันที ซึ่งรวมถึงการกระทำผ่านกลุ่มตัวแทน (proxies) ต่างๆ ด้วย

นอกจากนี้ มติยังประณามการกระทำใดๆ ของรัฐบาลเตหะรานที่มีลักษณะเป็นการปิดหรือขัดขวางการเดินเรือระหว่างประเทศผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญของโลก

อย่างไรก็ตาม ในร่างมติดังกล่าวไม่มีการกล่าวถึงการโจมตีทางอากาศของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่านแต่อย่างใด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn , bbc

อิหร่านขู่โจมตีท่าเรือทั่วภูมิภาค หากท่าเรือตนเองโดนถล่ม

อิหร่านขู่โจมตีท่าเรือทั่วภูมิภาค หากท่าเรือตนเองโดนถล่ม

12 มี.ค. 2569 02:55 น.

อิหร่านขู่โจมตีท่าเรือทั่วภูมิภาค หากท่าเรือตนเองโดนถล่ม

อิหร่านขู่โจมตีท่าเรือและอู่จอดเรือทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย หากท่าเรือของพวกเขาถูกโจมตี โดยเป็นการตอบโต้ถ้อยแถลงของสหรัฐฯ ที่บอกว่าท่าเรืออิหร่านที่ถูกใช้เพื่อการทหาร ถือเป็นเป้าหมายโจมตีโดยชอบธรรม

เมื่อ 11 มี.ค. 2569 กองทัพของประเทศอิหร่านออกมาขู่ว่า พวกเขาจะพุ่งเป้าโจมตีท่าเรือและอู่จอดเรือทั่วทั้งภูมิภาค หากท่าเรือของอิหร่านเองถูกโจมตีก่อน หลังกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ กล่าวหาเตหะรานว่า ใช้ท่าเรือพลเรือนตลอดแนวช่องแคบฮอร์มุซเพื่อดำเนินปฏิบัติการทางทหาร ท่าเรือที่ถูกใช้ในลักษณะนี้จะถือเป็นเป้าหมายการโจมตีโดยชอบธรรม

พลโท อโบลฟาซล์ เชคาร์ชี โฆษกอาวุโสของกองทัพอิหร่านออกมาตอบโต้แถลงการณ์ของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ว่า “หากท่าเรือของอิหร่านถูกคุกคาม ท่าเรือและอู่จอดเรือทั้งหมดในภูมิภาคนี้จะกลายเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมของเราเช่นกัน”

คำเตือนนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นจากการกระทำของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่มีการขนส่งน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของโลกผ่านเส้นทางนี้

นับตั้งแต่สหรัฐฯ กับอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา อิหร่านก็ตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายในประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย และขู่จะโจมตีเรือทุกลำที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ช่องแคบแห่งนี้ถูกปิดโดยปริยาย

ในวันพุธ (11 มี.ค.) มีเรือ 3 ลำถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ โดยกองทัพอิหร่านยอมรับว่าเป็นผู้โจมตีเรือ 2 ลำคือ เรือสินค้าติดธงชาติไทยชื่อ “มยุรี นารี” กับเรือติดธงชาติไลบีเรียชื่อ “เอ็กซ์เพรส โรม” (Express Rome) โทษฐานที่เพิกเฉยต่อคำเตือนของพวกเขาที่ไม่ให้เดินทางผ่านช่องแคบแห่งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

EU ทุ่มเงิน 100 ล้านยูโรช่วยเลบานอน หลังผู้พลัดถิ่นทะลุ 8 แสนคน

EU ทุ่มเงิน 100 ล้านยูโรช่วยเลบานอน หลังผู้พลัดถิ่นทะลุ 8 แสนคน

12 มี.ค. 2569 02:22 น.

EU ทุ่มเงิน 100 ล้านยูโรช่วยเลบานอน หลังผู้พลัดถิ่นทะลุ 8 แสนคน

สหภาพยุโรปกำลังมอบความช่วยเหลือมูลค่า 100 ล้านยูโรแก่เลบานอน หลังถูกอิสราเอลโจมตีอย่างหนัก โดยล่าสุดจำนวนผู้พลัดถิ่นอย่างเป็นทางการเพิ่มเป็น 8 แสนรายแล้ว

เมื่อ 11 มี.ค. 2569 สหภาพยุโรป (EU) กำลังมอบความช่วยเหลือมูลค่า 100 ล้านยูโรให้แก่เลบานอน เพื่อช่วยรับมือวิกฤตด้านมนุษยธรรมอันเนื่องมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งทำให้เลบานอนมีผู้เสียชีวิตจำนวนหลายร้อยคนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีผู้ที่ต้องพลัดถิ่นจำนวนมาก

เออร์ซูลา วอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่า ทางกลุ่มได้ส่งมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์มากกว่า 40 ตันไปยังเลบานอนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และมีแผนที่จะจัดเที่ยวบินขนส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพิ่มเติมอีก

เจ้าหน้าที่เลบานอนระบุว่า มีประชาชนมากกว่า 800,000 คนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม นายอาเดล นัสซาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของเลบานอน เปิดเผยว่า ตัวเลขดังกล่าวนับเฉพาะผู้ที่มาลงทะเบียนด้วยตนเองเท่านั้น ดังนั้นจำนวนที่แท้จริงน่าจะสูงกว่านี้มาก

“สถานการณ์เป็นไปอย่างยากลำบากมากเพราะทรัพยากรมีไม่มากนัก แต่อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางปัญหาทั้งหมดนี้ รัฐบาลได้ระดมกำลังอย่างเต็มที่เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนให้ได้มากที่สุด” นายนัสซาร์กล่าว

ก่อนหน้านี้ นายทอม เฟลตเชอร์ หัวหน้าฝ่ายมนุษยธรรมของ UN ได้ออกมาเตือนว่าเลบานอนและภูมิภาคนี้กำลังเผชิญกับ “ช่วงเวลาแห่งอันตรายที่ร้ายแรง”

ทั้งนี้ สำนักงานบริหารความเสี่ยงภัยพิบัติของเลบานอนระบุว่า พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 634 ศพแล้ว นับตั้งแต่อิสราเอลเริ่มยกระดับการโจมตีเลบานอนเมื่อสัปดาห์ก่อน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์อ้าง อิหร่านวางทุ่นระเบิด ในช่องแคบฮอร์มุซไม่สำเร็จ

ทรัมป์อ้าง อิหร่านวางทุ่นระเบิด ในช่องแคบฮอร์มุซไม่สำเร็จ

12 มี.ค. 2569 01:00 น.

ทรัมป์อ้าง อิหร่านวางทุ่นระเบิด ในช่องแคบฮอร์มุซไม่สำเร็จ

โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่า อิหร่านวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซไม่สำเร็จ เนื่องจากสหรัฐฯ ทำลายเรืออิหร่านไปมากมาย พร้อมทั้งกระตุ้นให้เรือสินค้าต่างๆ เดินทางผ่านช่องแคบนี้ต่อไป

เมื่อ 11 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวท้องถิ่นในสหรัฐฯ ว่า เขาไม่เชื่อว่าอิหร่านจะประสบความสำเร็จในการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ และระบุว่าสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านไป “เกือบทั้งหมด” แล้ว

“เราจัดการเรือวางทุ่นระเบิดของพวกเขาทั้งหมดได้ในคืนเดียว” ทรัมป์กล่าว พร้อมระบุว่าเรือของอิหร่านอาจถูกโจมตีไปมากถึง 60 ลำ “กองทัพเรือของพวกเขาเกือบทั้งหมดถูกทำลายไปแล้ว”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังสนับสนุนให้เรือบรรทุกน้ำมันเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไป โดยยืนยันว่าเส้นทางนี้ปลอดภัย แม้ว่าจะมีการโจมตีเรือ 3 ลำในเส้นทางน้ำดังกล่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ตาม ซึ่งทางอิหร่านได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบในการโจมตีเรืออย่างน้อย 2 ลำจากเหตุการณ์ดังกล่าว

“ผมคิดว่าพวกเขาควรใช้ช่องแคบนั้นต่อไป” ทรัมป์กล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn