“กานต์” นั่งประธานเอไอเอส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 9 พ.ย. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/777646

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ได้มีมติแต่งตั้งนายกานต์ ตระกูลฮุน ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทแทนนายวิทิต ลีนุตพงษ์ ซึ่งได้ขอลาออกไป นอกจากนั้นยังได้แต่งตั้งนายฟิลิป เชียง ชอง แทน ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรืออินทัช เข้าเป็นกรรมการแทนตำแหน่งกรรมการของนายวิทิตที่ว่างลง

วันเดียวกัน เอไอเอส หรือ ADVANC แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2559 มีกำไร 6,520 ล้านบาท ลดลง 24% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 8,615.53 ล้านบาท ส่วนงวดรวม 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 24,198.46 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 8.14 บาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 28,361.06 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 9.54 บาท โดยการแข่งขันที่สูงขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายทางการตลาดในไตรมาส 3 คิดเป็น 10.3% ของรายได้รวม สูงกว่าระดับปกติของบริษัทที่ 4-4.5%.

 

ไป่ตู้ ชี้ทำการค้าต้องรู้ใจนักท่องเที่ยว เพื่อเจาะตลาดคนจีนให้ได้ผล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 พ.ย. 2559 04:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/777822

 

ไป่ตู้ แนะผู้ประกอบการหาตัวช่วยเสริมข้อมูลเข้าใจความต้องการนักท่องเที่ยวจีน ชี้ สิ่งที่คนจีนหาข้อมูลมากที่สุด คือ ที่กิน ที่เที่ยว ช้อปปิ้ง ซื้อของฝาก ของปลอดภาษี และมีแนวโน้มจะเที่ยวเองมากขึ้น ส่วนมากที่มาเป็นคนรายได้สูง…

การท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในรายได้หลักของประเทศไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความเข้าใจในธรรมชาติของนักท่องเที่ยวที่มาจากต่าง พื้นที่ สามารถสร้างความประทับใจให้พวกเขาเหล่านั้นไปบอกต่อพี่น้องเพื่อนฝูงถึงความ รู้สึกดีๆ ที่ได้มาเที่ยวประเทศไทย และในบรรดานักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทย นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นอันดับ 1 ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร แหล่งช็อปปิ้ง หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในประเทศไทย คงต้องหาตัวช่วย เพื่อจะได้ชนะใจนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย และแน่นอนว่า สิ่งที่รู้จักคนจีนได้อย่างลึกซึ้งมากที่สุด หนีไม่พ้น เสิร์ชเอนจิ้นจากสมาร์ทโฟนที่ถืออยู่ในมือ

ไป่ตู้ (Baidu) เป็นเสิร์ชเอนจินอันดับ 1 ที่คนจีนใช้งานค้นหาข้อมูล โดยมีผู้ใช้งานไป่ตู้บนคอมพิวเตอร์ มากกกว่า 6 พันล้านครั้งต่อวัน และค้นหาข้อมูลผ่านไป่ตู้บนสมาร์ทโฟน มากกว่า 4 พันล้านครั้งต่อวัน โดยเป็นข้อมูลมหาศาลที่เกี่ยวกับคนจีน สามารถนำมาวิเคราะห์ได้อย่างลึกซึ้งถึงความต้องการ และ ประเมินความต้อการ ความสนใจต่างๆ ของชาวจีนได้อย่างแม่นยำ รวมทั้ง “Baidu Map” แอพพลิเคชั่นแผนที่ ซึ่งคนจีนนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศจีน และนักท่องเที่ยวจีนที่มาประเทศไทยใช้งานแอพนี้กว่า 50% โดยมีฟีเจอร์อำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่ชอบท่องเที่ยวด้วยตนเอง เช่น พิกัดสถานที่จากดาวเทียว การแปลภาษา ที่ผ่านการประมวลผลจากข้อมูลมหาศาลด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligent) จึงมีความถูกต้องแม่นยำและสามารถนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมากในอนาคตต่อไป


ประเทศไทย คือ ที่หมายอันดับต้นๆ ที่นักท่องเที่ยวจีนจะมาท่องเที่ยว

หลังจาก “Baidu” และ “Baidu Map” ได้รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคนจีนที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งบางส่วนเป็นข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการไทยในพัฒนาสินค้าหรือ บริการให้ตอบสนองความต้องการได้มากกว่าที่ผ่านมา ดังนี้

ไตรมาส 1 และ 2 ของปี 2016 มีนักท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ 41% และท่องเที่ยวด้วยตัวเอง 59% แนวโน้มครึ่งปีหลังจะมีนักท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ 26% และท่องเที่ยวด้วยตนเอง 74% เป็นช่วงอายุ 25-34 ปี สูงถึง 41% ตามด้วยช่วงอายุ 35-44 ปี 27% ต่ำกว่า 24 ปี 24% และสูงกว่า 45 ปี 8% ผู้ชาย 66% ผู้หญิง 34% เป็นผู้มีรายได้สูงมากถึง 55% รายได้ปานกลาง 28% และรายได้น้อย 17% เป็นต้น

คำค้นหายอดนิยมสำหรับนักชิม ได้แก่ “Thai food tips”, “Hotpot” ,“Local dining options”, “Thai snack tips”, “What to eat in Thailand” คำค้นหายอดนิยมสำหรับนักช็อป ได้แก่ “Thailand tax-free tips” “What good things can I buy in Thailand?”, “What’s cheap in Thailand?” และ “Supermarket”

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงบางส่วนที่ “ไป่ตู้” นำเสนอ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ที่จะคัดสรรสินค้าหรือบริการให้นักท่องเที่ยวจีนได้รับประสบการณ์สุดประทับใจ และเป็นกระบอกเสียงที่บอกให้คนจีนมาเที่ยวประเทศไทยได้อย่างไม่ขาดสายต่อไป.

 

ครม.ขยายรถไฟ-รถเมล์ฟรี ออกไปอีก 6 เดือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 พ.ย. 2559 00:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/777737

 

รมว.คมนาคม เผยที่ประชุมครม.มีมติขยายระยะเวลาให้บริการรถไฟ-รถเมล์ฟรี ออกไปอีก 6 เดือน เริ่มตั้งแต่ 1 พ.ย.59 – 30 เม.ย.60 เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายการเดินทางของผู้มีรายได้น้อย

เมื่อวันที่ 8 พ.ย.59 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ครม.ได้มีมติขยายระยะเวลาให้บริการรถไฟ-รถเมล์ฟรี ออกไปอีก 6 เดือน เริ่มตั้งแต่ 1 พ.ย.59 – 30 เม.ย.60 โดยกระทรวงการคลังจะชดเชยรายได้ให้กับ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.และการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ในวงเงินงบประมาณรวม 2,268 ล้านบาท แบ่งเป็น รถเมล์ ขสมก.จำนวน 800 คัน ที่วิ่งให้บริการรถเมล์ฟรี ใน 73 เส้นทาง จำนวน 1,783 ล้านบาท และ รถไฟฟรี ชั้น 3 ที่วิ่งให้บริการ 152 ขบวนต่อวัน จำนวน 585 ล้านบาท

สำหรับสาเหตุที่รัฐบาลยังคงชดเชยค่าโดยสารให้ ขสมก. และรถไฟฟรี เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายการเดินทางของผู้มีรายได้น้อย นอกจากนั้นในส่วนของความคืบหน้าการนำตั๋วร่วมเข้ามาใช้กับระบบขนส่งมวลชนนั้น ขณะนี้ทาง ครม. ได้ให้ กระทรวงคมนาคมนำระบบตั๋วร่วมมาใช้โดยเร็ว โดยกระทรวงคมนาคม จะเริ่มนำระบบตั๋วร่วมมาใช้ในเดือนมิถุนายน 2560 นี้ โดยจะนำมาใช้กับรถไฟฟ้าก่อน หลังจากนั้นจะค่อยทยอยเข้ามาใช้กับระบบขนส่งมวลชนทุกประเภท.

 

‘สมคิด’ เล็งจีบทุนจีนมาไทย สั่ง ‘พาณิชย์-บีโอไอ’ เตรียมข้อมูลให้แน่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ย. 2559 23:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/777627

 

‘สมคิด’ สั่งพาณิชย์-บีโอไอ เตรียมข้อมูลก่อนบินไปจีน ตั้งเป้าดึงนักลงทุนจีนลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โฟกัสอุตสาหกรรมดิจิตอล ไอที อาหารและเกษตร

เมื่อวันที่ 8 พ.ย.59 นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เตรียมข้อมูล ก่อนที่จะจัดคณะเดินทางไปเยือนจีนระหว่างวันที่ 9-11 ธ.ค.59 เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากจีนให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งจะผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างนักลงทุนไทยกับนักลงทุนจีนในอุตสาหกรรมดิจิตอล เทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) อาหารและเกษตร เป็นต้น

“บีโอไอกำลังดูอยู่ว่าจะจัดกิจกรรมให้เกิดความร่วมมือระหว่างกันอย่างไร และดึงให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมอะไรได้บ้าง โดยจะโฟกัสบริษัทของจีนว่าจะไปพบใคร ไปพบแล้วจะเชิญให้มาลงทุนอะไร ซึ่งบริษัทที่จะพบมีทั้งในกรุงปักกิ่ง เสิ่นเจิ้น และหางโจว ซึ่งรูปแบบจะเหมือนกับที่ไปเยอรมนี และฝรั่งเศส ที่มีเป้าหมายไปพบและเชิญให้มาลงทุน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเดินทางไปครั้งนี้ นายสมคิดมีกำหนดที่จะเข้าพบปะหารือกับรองนายกรัฐมนตรีของจีน และเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการความร่วมมือทางการค้าไทย-จีน (เจซี) โดยมีประเด็นสำคัญที่จะหารือกัน เช่น การผลักดันให้มูลค่าการค้า 2 ฝ่ายเพิ่มขึ้นเป็น 120,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายใน 5 ปี หรือภายในปี 63 การทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจไทย-จีน ระยะ 5 ปี การหารือความร่วมมือโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การเพิ่มความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตร การเงิน พลังงาน และการท่องเที่ยว

สำหรับความร่วมมือโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน จะหารือในรายละเอียดการลงทุนระบบราง โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง ที่ยังมีปัญหาติดขัดในหลายประเด็น รวมถึงประเด็นที่จีนต้องการจะเข้ามาลงทุนเชิงพาณิชย์ และพัฒนาที่ดินตามแนวรางรถไฟ.

 

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เสด็จประทานรางวัล งาน World Travel Market 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ย. 2559 20:56

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/777281

 

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ เสด็จร่วมงาน “World Travel Market 2016” และประทานรางวัลแด่ บริษัทนำเที่ยวและสื่อมวลชนซึ่งมีบทบาทสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเป็นพันธมิตรของไทยในตลาดสหราชอาณาจักร…


ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จ เป็นองค์ประธานและพระราชทานรางวัล “Thailand Green Excellence Awards”

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 59 นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 7-9 พ.ย. 59 ททท. ได้นำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจำนวน 50 ราย เดินทางเพื่อเข้าร่วมงาน “World Travel Market 2016” (WTM 2016) งานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่มีความสำคัญที่สุดในสหราชอาณาจักร ซึ่งจัดติดต่อกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1980 นับเป็นครั้งที่ 36 ที่ประเทศไทยเข้าร่วมงานดังกล่าว โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย เข้าร่วมจำนวน 48 ราย ประกอบด้วย ผู้ประกอบการจากกรุงเทพฯ 13 ราย เชียงใหม่ 6 ราย กระบี่ 8 ราย พังงา 2 ราย พระนครศรีอยุธยา 1 ราย ภูเก็ต 7 ราย ประจวบคีรีขันธ์ 1 ราย และสุราษฎร์ธานี 10 ราย

พร้อมกันนี้ ททท. ยังจัดกิจกรรม “Thailand Briefing Networking Lunch” ในวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมี นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้เกียรติเป็นประธาน รายงานสถานการณ์ความคืบหน้า แนวทางการทำการตลาดการท่องเที่ยวที่ ททท. ได้วางแผนไว้ตลอดปี 2017 และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนจากนานาชาติ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยในปัจจุบัน


ทางผู้จัดงานนำ “ตู้ภาษาไทย” ไปตั้งในงาน

สำหรับ ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ททท. ยังได้กราบเรียนเชิญทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จ ณ คูหาประเทศไทย เพื่อเป็นองค์ประธานและประทานรางวัล “Thailand Green Excellence Awards” ให้แก่บริษัทนำเที่ยวและสื่อมวลชนซึ่งมีบทบาทสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเป็นพันธมิตรของไทยในตลาดสหราชอาณาจักร ซึ่งงานดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เข้าร่วมงาน นักธุรกิจ และผู้สื่อข่าวจากนานาประเทศ


ตัอย่างอาหารไทยที่นำมาจัดแสดง

ทั้งนี้ ตลอดปี 2558 ที่ผ่านมา ตลาดนักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรถือเป็นตลาดที่สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้แก่ประเทศไทยได้ดีเป็นอันดับ 2 รองจากตลาดรัสเซีย โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2559 ยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยนักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรที่เดินทางมายังประเทศไทย ร้อยละ 70 เป็นตลาดระดับกลาง-บน มีรายได้เฉลี่ยตั้งแต่ 20,000 –60,000 USD/ปี มีวันพักที่ค่อนข้างนาน และมีการใช้จ่าย 4,283 บาท/คน/วัน นับเป็นตลาดที่มีคุณภาพอย่างยิ่ง ททท. จึงคาดหวังว่า การเข้าร่วมงาน WTM 2016 จะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวตลาดสหราชอาณาจักรในปี 2559 ประมาณ 73,410 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และมีทิศทางการเติบโตที่สดใส พร้อมกระจายรายได้ให้เข้าสู่ชุมชนเพิ่มมากขึ้นต่อไปในปี 2560.

 

พณ. ปรับแผนแจกข้าวถุง ปชช. ถวายสักการะพระบรมศพ เพิ่มวันละ 3 หมื่นถุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ย. 2559 19:46

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/777502

 

พาณิชย์ ปรับแผนแจกข้าวถุงให้ประชาชน เดินทางถวายสักการะพระบรมศพ เพิ่มวันละ 3 หมื่นถุง หลังปรับเหลือถุงละครึ่งโล จากเดิมกำหนดแจก 1 หมื่นถุง ถุงละ 1 โล …

วันที่ 8 พ.ย.59 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า องค์การคลังสินค้า (อคส.) ได้ทำโครงการแจกข้าวสารบรรจุถุงให้แก่ประชาชน ที่เดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงมีต่อชาวนาไทย โดย อคส. จะนำข้าวถุงจำนวน 1,170 ตัน นำมาบรรจุถุง ถุงละ 0.5 กก. แจกวันละ 30,000 ถุง จากเดิมที่จะบรรจุถุง ถุงละ 1 กก. แจกวันละ 10,000 ถุง โดยจะเริ่มแจกตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย. 59-30 ม.ค. 60 ในบริเวณพระบรมมหาราชวัง โดยข้าวที่แจกเป็นข้าวหอมมะลิ ที่ซื้อจากสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร และเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งรายได้ทั้งหมดจะถึงมือเกษตรกรโดยตรง

นอกจากนี้ องค์การคลังสินค้า กำลังเร่งเปิดและขยายตลาดนัดข้าวสารให้มากขึ้น เพื่อเป็นตลาดกลางรวบรวมข้าวสารทุกชนิด และขายทั้งในลักษณะขายส่ง และขายปลีก ซึ่งในอนาคตผู้นำเข้าข้าวจากต่างประเทศก็สามารถเดินทางมาเลือกซื้อข้าวได้ที่ตลาดกลาง โดยจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสำหรับการซื้อ-ขาย นอกเหนือจากช่องทางการขายแบบปกติแล้ว ต่อไปจะสามารถสั่งซื้อผ่านออนไลน์ได้อีกด้วย

 

กูรู ชี้ ทองมีโอกาสร่วงต่อเนื่อง หาก ‘ฮิลลารี’ ชนะเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ย. 2559 19:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/777531

 

เอ็มทีเอส โกลด์ เผยหลายฝ่ายคาดการณ์ “ฮิลลารี” ชนะเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐฯ ทำให้ราคาทองในประเทศปรับตัวลดลงมา พร้อมระบุ หากเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ทองมีโอกาสลดลงต่อเนื่อง หลุดกรอบแนวรับ 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์…

วันที่ 8 พ.ย.59 นพ.กฤชรัตน์ หิรัญศิริ ประธานกลุ่มบริษัท แม่ทองสุก เอ็มทีเอส โกลด์ เปิดเผยกับ “ไทยรัฐออนไลน์” ถึงสถานการณ์ราคาทองคำภายในประเทศ ที่จะได้รับผลกระทบจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยมีการคาดการณ์กันว่า หากนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนจากพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้ง ก็จะให้เกิดความกดดันด้านราคาทองคำ อันเนื่องมาจากเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

ในทางกลับกัน หากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้ง ก็คาดการณ์กันว่า ราคาทองคำก็จะพุ่งทะยานขึ้น และอาจจะแรงทะลุแนวต้านสำคัญ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง ทว่าหลายฝ่ายค่อนข้างมั่นใจว่านางฮิลลารีจะชนะแน่นอน ทำให้ราคาปรับตัวลดลงมา ส่งผลให้ภาพรวมระยะสั้นมีความผันผวนและกลับมาเป็นทิศทางขาลง

นพ.กฤชรัตน์ กล่าวด้วยว่า หากเป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้จริง ก็มีโอกาสที่ราคาทองจะลดลงต่อเนื่อง จนหลุดกรอบแนวรับ 1,280 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ประกอบกับปัจจัยเรื่องธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค.นี้ด้วย

ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนหลัก ยังคงแนะนำว่าควรเป็นการลงทุนระยะสั้น พร้อมติดตามข่าวสารที่อาจส่งผลต่างๆ อย่างใกล้ชิด.

 

พาณิชย์ เตรียมจัดตลาดนัดข้าวเปลือก 44 จังหวัด แก้ปัญหาราคาตกต่ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ย. 2559 18:26

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/777491

 

พาณิชย์ เดินหน้าแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำต่อเนื่อง เตรียมจัดตลาดนัดข้าวเปลือกปีการผลิต 59/60 ใน 44 จังหวัด 109 ครั้ง พร้อมสั่งติดตามราคาสินค้าเกษตรใกล้ชิดทุกวัน…

วันที่ 8 พ.ย.59 นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ยังคงเดินหน้าแก้ปัญหาราคาข้าวตกต่ำอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร คือ การจัดตลาดนัดข้าวเปลือก โดยมีแผนการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก ปีการผลิต 2559/2560 จำนวน 44 จังหวัด 109 ครั้ง

ทั้งนี้ การจัดตลาดนัดข้าวเปลือกเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับจังหวัดจัดตลาดนัดข้าวเปลือกในพื้นที่ต่างๆ ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ รวมทั้งสิ้น 44 จังหวัด สำหรับภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ พิจิตร กำแพงเพชร สุโขทัย และสหกรณ์การเกษตรลำพูน พื้นที่ภาคกลาง อาทิ สหกรณ์การเกษตรบางน้ำเปรี้ยว ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาทิ อุบลราชธานี อุดรธานี มุกดาหาร บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ และชัยภูมิ

สำหรับพื้นที่ภาคใต้ อาทิ นครศรีธรรมราช เป็นต้น การจัดตลาดนัดข้าวเปลือกจะจัดที่อำเภอและสหกรณ์ที่มีความพร้อม บางจังหวัดอาจจัดรวมกันหลายอำเภอ อาทิ จังหวัดศรีสะเกษกำหนดจัดที่อำเภอเมือง อำเภอยางชุมน้อย และอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดเชียงใหม่ จัดที่อำเภอสันกำแพง สันป่าตอง แม่ริม ดอยสะเก็ด เป็นต้น ซึ่งครอบคลุมระยะเวลาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 ถึงมีนาคม 2560 รวม 109 ครั้ง ทั้งนี้ ตลาดนัดข้าวเปลือกเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดการแข่งขัน อีกทั้งเป็นการเพิ่มทางเลือกให้เกษตรกร และสร้างอำนาจต่อรองในการกระจายข้าวเปลือกมากขึ้น

นางอภิรดี กล่าวว่า แผนการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก สามารถขยายเวลาดำเนินการและเพิ่มจำนวนจังหวัดได้อีก โดยจะพิจารณาจากความพร้อมของแต่ละแห่ง ซึ่งสำนักงานพาณิชย์จังหวัดจะเป็นผู้สำรวจและเสนอแผนเพิ่มเข้ามายังกระทรวง รวมทั้งได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศติดตามปัญหาและราคาสินค้าเกษตรอย่างใกล้ชิด โดยให้รายงานเข้ามายังกระทรวงทุกวัน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่ได้ทันท่วงที.

 

คลัง-ธปท. เกาะติดศึกชิงทำเนียบขาว ชี้ ‘ฮิลลารี’ ได้ชัย กระทบไม่มาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ย. 2559 18:21

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/777477

 

คลัง-แบงก์ชาติ เกาะติดเลือกตั้ง ปธน.สหรัฐฯ รอดูผลประเมินสถานการณ์ มอง ”ฮิลลารี” ชนะ คงกระทบไม่มาก แต่หาก ”ทรัมป์” ได้ชัย อาจเปลี่ยนแปลงหลายเรื่อง…

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (8 พ.ย.) ยังไม่มีการหารือเพื่อเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ แต่ขณะนี้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ติดตามสถานการณ์และเตรียมการรองรับไว้แล้ว แต่คงต้องรอดูผลเลือกตั้งก่อน หากมีความผันผวนรุนแรง ทีมเศรษฐกิจคงมีการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์และหาแนวทางแก้ไขปัญหา คิดว่าถ้ามีผลกระทบคงเป็นระยะสั้น ทำให้เกิดความผันผวนในตลาดหุ้นและค่าเงิน

เบื้องต้นประเมินว่าหากนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตได้รับเลือกตั้ง คงไม่เกิดผลกระทบมากนัก แต่หากนายโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกันได้รับเลือกตั้งอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายเรื่อง แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งครั้งนี้.

 

คาดครั้งสุดท้าย! ครม.ต่ออายุเมล์-รถไฟฟรี ถึงสิ้นเม.ย.ปี60 จ่อโฟกัสคนจน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ย. 2559 17:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/777461

 

ครม.ต่ออายุเมล์-รถไฟฟรี ครั้งที่ 21 ถึง เม.ย.60 หวังเป็นครั้งสุดท้าย จ่อโฟกัสให้บริการคนจนจริงๆ รอสรรพากรตรวจข้อมูลลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย คาด พ.ย.เสร็จ ก่อนออกบัตรผู้มีสิทธิ พ.ค.ปีหน้า…

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ในการขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนด้านการเดินทางออกไปอีก 6 เดือน ตั้งแต่ 1 พ.ย.59 – 30 เม.ย.60 คิดเป็นวงเงินชดเชยรวมทั้งสิ้น 2,268 ล้านบาท โดยให้สำนักงบประมาณไปพิจารณาจัดสรรเงินงบประมาณเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายจากการดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนด้านการเดินทางต่อไป

สำหรับมาตรการลดค่าใช้จ่ายในส่วนของการเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง ดำเนินการผ่านองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) โดยรัฐรับภาระค่าใช้จ่ายการจัดรถโดยสารประจำทางธรรมดา (รถร้อน) จำนวน 800 คัน/วัน ใน 73 เส้นทาง ให้บริการแก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งได้ประมาณการค่าใช้จ่ายในวงเงิน 1,783 ล้านบาท

ส่วนมาตรการลดค่าใช้จ่ายในส่วนของการเดินทางโดยรถไฟชั้น 3 ดำเนินการผ่านการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยรัฐรับภาระค่าใช้จ่ายจัดรถไฟชั้น 3 เชิงสังคม จำนวน 152 ขบวน/วัน และรถไฟชั้น 3 ระยะทางไกลในขบวนเชิงพาณิชย์ จำนวน 8 ขบวน/วัน ให้บริการแก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งได้ประมาณการค่าใช้จ่ายในวงเงินจำนวน 585 ล้านบาท พร้อมขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดดำเนินการนำระบบตั๋วร่วมมาใช้ในการเชื่อมการเดินทางสาธารณะของประชาชนอย่างครบวงจรให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ทั้งนี้ในอนาคตรัฐบาลคาดหวังว่าจะให้สิทธิประโยชน์ด้านการเดินทางนี้เฉพาะสำหรับกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย ซึ่งระหว่างนี้กรมสรรพากร กำลังตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.นี้ และกระทรวงคมนาคมจะได้ออกบัตรให้แก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อย เพื่อจะได้มาใช้สวัสดิการเหล่านี้ โดยเมื่อสิ้นสุดการต่ออายุมาตรการในรอบนี้ ตั้งแต่ พ.ค.60 เป็นต้นไป จะเริ่มให้ใช้บัตรผู้มีรายได้น้อยได้

“ที่ผ่านมา แต่ละรัฐบาลได้มีการต่ออายุโครงการรถเมล์-รถไฟฟรี ไปแล้ว 20 ครั้ง โดยล่าสุดเป็นครั้งที่ 21 ซึ่งหวังว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีโครงการนี้แล้ว เพราะจุดประสงค์คือต้องการโฟกัสไปยังคนที่จนจริงๆ ไม่ใช่ใครก็ขึ้นได้หมด” ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ ระบุ.