ทรัมป์ขู่โจมตี โรงงานผลิตน้ำจืดและสะพาน เชื่ออิหร่านจะกลับสู่โต๊ะเจรจา

ทรัมป์ขู่โจมตี โรงงานผลิตน้ำจืดและสะพาน เชื่ออิหร่านจะกลับสู่โต๊ะเจรจา

12 เม.ย. 2569 22:04 น.

ทรัมป์ขู่โจมตี โรงงานผลิตน้ำจืดและสะพาน เชื่ออิหร่านจะกลับสู่โต๊ะเจรจา

โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า มีเป้าหมายบางส่วนในอิหร่านที่อาจถูกโจมตีได้อีก รวมถึงโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล, โครงข่ายไฟฟ้า และสะพานต่างๆ พร้อมคาดการณ์ว่า อิหร่านจะกลับสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง

เมื่อ 12 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า โครงสร้างพื้นฐานทางทหารของอิหร่านถูก “กวาดล้าง” ไปเกือบหมดสิ้นแล้วตลอดระยะเวลากว่า 40 วันของสงครามกับสหรัฐฯ แต่ยังมีเป้าหมายบางส่วนที่อาจถูกโจมตีได้อีก รวมถึงโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล, โครงข่ายไฟฟ้า และสะพานต่างๆ

“เรากวาดล้างประเทศของพวกเขาไปเกือบหมดแล้วจริงๆ” ประธานาธิบดีกล่าวในรายการ Sunday Morning Futures With Maria Bartiromo (อนาคตเช้าวันอาทิตย์กับ มาเรีย บาร์ติโรโม) ทางช่อง Fox News

“สิ่งเดียวที่เหลืออยู่จริงๆ คือเรื่องน้ำของพวกเขา ซึ่งถ้าหากมีการโจมตีเกิดขึ้น มันจะสร้างความเสียหายที่รุนแรงมาก” ทรัมป์กล่าว และเสริมว่า อิหร่านยังมี “โรงงานผลิตขีปนาวุธเหลืออยู่อีกสองสามแห่ง” ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “เรารู้พิกัดของพวกมันทุกแห่ง … เรายังมีเป้าหมายอย่างอื่นอยู่อีก”

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังคาดการณ์ด้วยว่า อิหร่านจะกลับมาสู่โต๊ะเจรจา พร้อมกับเตือนว่าเขาสามารถกวาดล้างอิหร่านได้ “ภายในวันเดียว”

“ผมทำนายว่าพวกเขาจะกลับมา และพวกเขาจะยอมมอบทุกอย่างที่เราต้องการให้” ทรัมป์กล่าว “ผมต้องการทุกอย่าง… พวกเขาไม่มีไพ่ในมือเหลือแล้ว”

นอกจากนี้ ประธานาธิบดียังได้ปกป้องคำขู่ของเขาเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ว่า “อารยธรรมทั้งหมดจะดับสูญในคืนนี้ และจะไม่มีวันฟื้นกลับมาได้อีก” โดยอ้างว่าคำพูดนั้นเองคือสิ่งที่ทำให้อิหร่านยอมมาเจรจา

“ตอนที่ผมพูดถึงเรื่องอารยธรรม มันได้เปลี่ยนสถานการณ์ไปจริงๆ มันเปลี่ยนไปแล้ว ลองคิดดูสิ พวกเขาได้รับอนุญาตให้พูดว่า ‘ความตายจงประสบแก่อเมริกา ความตายจงประสบแก่นั่นนี่’” ทรัมป์กล่าว “แต่พอผมพูดประโยคเดียว พวกเขากลับบอกว่า โอ้ เป็นเรื่องใหญ่โตเหลือเกิน คำพูดนั้นแหละที่พาพวกเขามาที่โต๊ะเจรจา และพวกเขาก็ยังไม่ไปไหน”

ภายหลังจากที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในปากีสถานสิ้นสุดลงโดยไม่มีการตกลงกันได้ ทรัมป์ได้ย้ำคำขู่เดิมที่เคยพูดไว้ก่อนการเจรจาว่า เขาจะมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน

“ผมสามารถกวาดล้างอิหร่านได้ในวันเดียว” ทรัมป์ระบุ “ภายในหนึ่งชั่วโมง ผมสามารถทำลายพลังงานทั้งหมดของพวกเขา ทุกอย่าง ทุกโรงงานของพวกเขา โรงไฟฟ้าของพวกเขา ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มาก และผมก็ไม่อยากจะทำมันหรอก เพราะถ้าผมทำ มันต้องใช้เวลาถึง 10 ปีในการสร้างใหม่ และพวกเขาจะไม่มีวันสร้างมันกลับมาได้อีกเลย และอีกอย่างที่เราจะจัดการก็คือพวกสะพานต่างๆ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ทรัมป์จวกอิหร่าน ไม่ยอมทิ้งนิวเคลียร์ทำเจรจาล่ม จี้เปิดฮอร์มุซตามสัญญา

ทรัมป์จวกอิหร่าน ไม่ยอมทิ้งนิวเคลียร์ทำเจรจาล่ม จี้เปิดฮอร์มุซตามสัญญา

12 เม.ย. 2569 20:49 น.

ทรัมป์จวกอิหร่าน ไม่ยอมทิ้งนิวเคลียร์ทำเจรจาล่ม จี้เปิดฮอร์มุซตามสัญญา

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความโจมตีอิหร่านไม่ยอมทิ้งความทะเยอทะยานทางนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญมากที่สุด พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซตามสัญญาที่ให้ไว้

เมื่อ 12 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความยาวเหยียดผ่าน Truth Social ประณามอิหร่านที่ไม่ยอมล้มเลิกความพยายามด้านนิวเคลียร์ จนทำให้การเจรจาระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายที่ปากีสถานจบลงโดยไม่มีข้อตกลงใดๆ เพื่อยุติสงคราม พร้อมเรียกร้องให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซตามสัญญา

“อิหร่านให้สัญญาว่าจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่พวกเขากลับจงใจไม่ทำตามสัญญา สิ่งนี้สร้างความวิตกกังวล ความปั่นป่วน และความเจ็บปวดให้กับผู้คนและประเทศต่างๆ มากมายทั่วโลก พวกเขาบอกว่าได้วางทุ่นระเบิดไว้ในน้ำ ทั้งที่กองทัพเรือทั้งหมดและเรือ ‘วางทุ่นระเบิด’ ส่วนใหญ่ของพวกเขาถูกเป่ากระจุยไปหมดแล้ว พวกเขาอาจจะทำจริง แต่เจ้าของเรือคนไหนล่ะที่กล้าเสี่ยง?”

“นี่ถือเป็นความเสื่อมเสียอย่างยิ่งและเป็นความเสียหายถาวรต่อชื่อเสียงของอิหร่าน รวมถึงสิ่งที่ยังเหลืออยู่ของบรรดา ‘ผู้นำ’ ของพวกเขา แต่เราก้าวข้ามจุดนั้นมาแล้ว ตามที่พวกเขาได้สัญญาไว้ พวกเขาควรจะเริ่มกระบวนการเปิด เส้นทางน้ำสากลนี้ให้เร็วที่สุด! กฎหมายทุกข้อที่มีอยู่กำลังถูกพวกเขาละเมิด”

“ผมได้รับรายงานสรุปอย่างครบถ้วนจากรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์, ทูตพิเศษ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ เกี่ยวกับการประชุมที่เกิดขึ้นในกรุงอิสลามาบัด ผ่านการนำที่เปี่ยมด้วยความเมตตาและมีความสามารถอย่างยิ่งของ จอมพล อาซิม มุนีร และนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน พวกเขาเป็นบุรุษที่ยอดเยี่ยมมาก และได้ขอบคุณผมอย่างต่อเนื่องที่ช่วยรักษาชีวิตผู้คนกว่า 30 ถึง 50 ล้านคน จากสิ่งที่ควรจะเป็นสงครามที่เลวร้ายกับอินเดีย ผมซาบซึ้งเสมอที่ได้ยินเช่นนั้น – ปริมาณของมนุษยธรรมที่ถูกพูดถึงนั้นเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้”

“การประชุมกับอิหร่านเริ่มขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่และลากยาวไปตลอดทั้งคืน – เกือบ 20 ชั่วโมง ผมสามารถลงรายละเอียดได้มากมายและพูดถึงหลายสิ่งที่ตกลงกันได้ แต่มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่สำคัญ – อิหร่านไม่เต็มใจที่จะละทิ้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์! ในหลายแง่มุม ข้อตกลงที่เห็นพ้องกันนั้นดีกว่าการที่เราจะปฏิบัติการทางทหารต่อไปจนจบ แต่จุดเหล่านั้นทั้งหมดไม่มีความหมายเลย เมื่อเทียบกับการปล่อยให้ อำนาจนิวเคลียร์ อยู่ในมือของกลุ่มคนที่อารมณ์แปรปรวน รับมือยาก และคาดเดาไม่ได้เช่นนี้”

“ตัวแทนทั้งสามคนของผม ที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีความเป็นมิตรและให้เกียรติตัวแทนของอิหร่านอย่าง โมฮัมหมัด-บาเกอร์ กาลิบาฟ, อับบาส อารักชี และ อาลี บาเกรี ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แต่นั่นก็ไม่สำคัญ เพราะพวกเขายังคงดื้อรั้นในประเด็นที่สำคัญที่สุดเพียงประเด็นเดียว และตามที่ผมได้พูดไว้เสมอ ตั้งแต่แรกและเมื่อหลายปีก่อนว่า – อิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์!

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Truth Social

ทรัมป์สั่งสกัดเรือทุกลำในช่องแคบฮอร์มุซที่จ่ายเงินให้อิหร่าน

ทรัมป์สั่งสกัดเรือทุกลำในช่องแคบฮอร์มุซที่จ่ายเงินให้อิหร่าน

12 เม.ย. 2569 20:25 น.

ทรัมป์สั่งสกัดเรือทุกลำในช่องแคบฮอร์มุซที่จ่ายเงินให้อิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความโจมตีอิหร่านไม่ยอมทิ้งความทะเยอทะยานทางนิวเคลียร์ และสั่งให้กองทัพสหรัฐฯ สกัดเรือทุกลำที่จ่ายเงินให้แก่อิหร่านเพื่อเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เมื่อ 12 เม.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความยาวเหยียดผ่าน Truth Social ประณามอิหร่านที่ไม่ยอมล้มเลิกความพยายามด้านนิวเคลียร์ จนทำให้การเจรจาระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายที่ปากีสถานจบลงโดยไม่มีข้อตกลงใดๆ เพื่อยุติสงคราม พร้อมสั่งการให้กองทัพสหรัฐฯ ปิดล้อมเรือทุกลำที่พยายามจะเข้าหรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซโดยจ่ายเงินให้อิหร่าน

“ก็อย่างที่เห็นกันนั่นแหละ การประชุมผ่านพ้นไปด้วยดี ข้อตกลงส่วนใหญ่ได้รับความเห็นชอบ แต่ประเด็นเดียวที่สำคัญจริงๆ คือเรื่องนิวเคลียร์กลับไม่เป็นเช่นนั้น กองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งดีที่สุดในโลก จะเริ่มกระบวนการ ปิดล้อม เรือทุกลำที่พยายามจะเข้าหรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ โดยให้มีผลในทันที” ข้อความของทรัมป์ระบุ

“ณ จุดหนึ่ง เราจะไปถึงจุดที่ ‘อนุญาตให้ทุกคนเข้าได้ และอนุญาตให้ทุกคนออกได้’ แต่ทางอิหร่านไม่อนุญาตให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น เพียงเพราะการพูดแค่ว่า ‘อาจจะมีทุ่นระเบิดอยู่ที่ไหนสักแห่ง’ ซึ่งไม่มีใครรู้เลยนอกจากพวกเขา นี่คือการขู่กรรโชกระดับโลก และบรรดาผู้นำประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา จะไม่มีวันยอมถูกขู่กรรโชก”

“ผมยังได้สั่งการให้กองทัพเรือของเราค้นหาและสกัดกั้นเรือทุกลำในน่านน้ำสากลที่ได้จ่ายค่าผ่านทางให้กับอิหร่าน ใครก็ตามที่จ่ายค่าผ่านทางที่ผิดกฎหมายจะไม่มีวันผ่านน่านน้ำสากลไปได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ เราจะเริ่มทำลายทุ่นระเบิดที่พวกอิหร่านวางไว้ในช่องแคบด้วย ชาวอิหร่านคนไหนก็ตามที่ยิงใส่เรา หรือยิงใส่เรือที่เดินทางโดยสันติ จะต้องถูกเป่าลงนรก!”

“อิหร่านรู้ดีกว่าใครว่าควรจะ ยุติ สถานการณ์นี้อย่างไร ซึ่งมันได้ทำลายล้างประเทศของพวกเขาไปมากแล้ว กองทัพเรือของพวกเขาพินาศไปแล้ว กองทัพอากาศก็พินาศไปแล้ว ระบบต่อต้านอากาศยานและเรดาร์ก็ไร้ประโยชน์ คาเมเนอีและ ‘ผู้นำ’ ส่วนใหญ่ของพวกเขาก็ตายไปแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของพวกเขาเอง”

“การปิดล้อมจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า ประเทศอื่นๆ จะเข้ามาร่วมในการปิดล้อมครั้งนี้ด้วย อิหร่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทำกำไรจากการกระทำที่เป็นการขู่กรรโชกอย่างผิดกฎหมายนี้ พวกเขาต้องการเงิน และที่สำคัญกว่านั้นคือพวกเขาต้องการนิวเคลียร์ นอกจากนี้ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เรา ‘ขึ้นลำเตรียมพร้อม’ อย่างเต็มที่ และกองทัพของเราจะจัดการส่วนที่เหลืออยู่อีกเล็กน้อยของอิหร่านให้สิ้นซาก!”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : Truth Social

สงกรานต์ สีลม 2569 ข้อห้าม – เวลาจัดงาน เตรียมตัวก่อนไป เล่นแป้งได้หรือไม่

สงกรานต์ สีลม 2569 ข้อห้าม – เวลาจัดงาน เตรียมตัวก่อนไป เล่นแป้งได้หรือไม่

12 เม.ย. 2569 20:03 น.

สงกรานต์ สีลม 2569 ข้อห้าม – เวลาจัดงาน เตรียมตัวก่อนไป เล่นแป้งได้หรือไม่

สงกรานต์ที่ ถนนสีลม ถือเป็นแลนด์มาร์คอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ ที่ครองใจทั้งชาวไทยและต่างชาติครับ ด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาจากที่ไหนไม่ได้ ทำให้ที่นี่เนืองแน่นไปด้วยผู้คนทุกปี

ทำไมคนถึงนิยมมาเล่นสงกรานต์ที่ “สีลม”

  1. เดินทางสะดวกสุดๆ: มีทั้งรถไฟฟ้า BTS (สถานีศาลาแดง) และ MRT (สถานีสีลม) ลงปุ๊บถึงหน้างานปั๊บ ไม่ต้องปวดหัวเรื่องที่จอดรถ
  2. บรรยากาศสุดจอย: สีลมขึ้นชื่อเรื่องความสนุกแบบ “จัดเต็ม” มีทั้งดีเจเปิดเพลง รถแห่ และร้านอาหารตลอดสองข้างทาง
  3. แดดไม่ร้อน (มาก): การที่มีรางรถไฟฟ้าพาดผ่านด้านบน ช่วยเป็นร่มเงาบังแดดไปได้เกือบครึ่งถนน ทำให้เดินเล่นได้ยาวๆ ไม่เพลียแดดเท่าที่อื่น
  4. ความหลากหลาย: เป็นจุดรวมตัวของคนทุกเพศทุกวัย ที่ทำให้บรรยากาศมีสีสันและสนุกสนานเป็นพิเศษ

ข้อมูลสำคัญสำหรับปี 2569

เพื่อให้คุณวางแผนการเดินทางได้แม่นยำ นี่คือรายละเอียดดังนี้

  • วันที่จัดงาน: 12 – 14 เมษายน 2569
  • เวลาจัดงาน: 10.00 – 21.00 น.
  • เวลาเล่นน้ำ: 12.00 – 20.00 น.
  • พิกัดปิดถนน: ตั้งแต่ แยกศาลาแดง (ตัดถนนพระราม 4) ถึง แยกนรารมย์ (ตัดถนนนราธิวาสราชนครินทร์) รวมระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตร

 เตรียมตัวอย่างไรให้รอด

  • การแต่งกาย: เสื้อผ้าสีสันสดใส ผ้าแห้งไว (หลีกเลี่ยงผ้าขาวบางเมื่อเปียก) และรองเท้าที่ยึดเกาะดี ไม่ลื่น
  • อุปกรณ์ป้องกัน: ซองกันน้ำสำหรับมือถือและเงิน (ควรคล้องคอไว้ด้านหน้าเสมอ) และแว่นตากันน้ำเพื่อป้องกันน้ำเข้าตา
  • ของมีค่า: พกไปให้น้อยที่สุด ระวังมิจฉาชีพที่อาจแฝงตัวมาในจังหวะคนเบียดเสียด
  • พลังงาน: เตรียมร่างกายให้พร้อม เพราะต้องเดินเท้าบนถนนเป็นระยะทางไกล

ข้อห้ามและระเบียบการเล่นน้ำ

เพื่อให้งานสนุกและปลอดภัย ทางการมักจะใช้มาตรการ “5 ป.” ดังนี้ครับ:

  1. ปลอดแป้ง: “ห้ามเล่นแป้ง” โดยเด็ดขาดค เพราะแป้งทำให้ถนนลื่น เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย และอาจมีการฉวยโอกาสลวนลามกัน รวมถึงทำให้ทำความสะอาดยาก
  2. โป๊: ห้ามแต่งตัวจัดการหรือล่อแหลมจนเกินงาม
  3. เปลือย: ห้ามถอดเสื้อเล่นน้ำ (สำหรับสุภาพบุรุษด้วย)
  4. ประหยัด: รณรงค์ให้ใช้ขันเล็กหรือปืนฉีดน้ำ ไม่ใช้สายยางฉีดน้ำทิ้งขว้าง
  5. แอลกอฮอล์: ห้ามดื่มและห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณพื้นที่จัดงาน

สงกรานต์ 2569 เตือนภัยน้ำไม่สะอาด-แดดร้อน พร้อมวิธีดูแลผิวและดวงตา

สงกรานต์ 2569 เตือนภัยน้ำไม่สะอาด-แดดร้อน พร้อมวิธีดูแลผิวและดวงตา

12 เม.ย. 2569 19:42 น.

สงกรานต์ 2569 เตือนภัยน้ำไม่สะอาด-แดดร้อน พร้อมวิธีดูแลผิวและดวงตา

เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและการคลายร้อน แต่ท่ามกลางเสียงหัวเราะและการสาดน้ำ สิ่งหนึ่งที่หลายคนมักละเลยคือ “คุณภาพของน้ำ” และ “แสงแดดที่แผดเผา” ซึ่งอาจเปลี่ยนความสนุกให้กลายเป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรังได้ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงอันตรายที่มากับน้ำไม่สะอาดและแดดจัด พร้อมวิธีรับมืออย่างถูกต้อง

1. อันตรายจาก “น้ำไม่สะอาด” ที่มากับเทศกาลสงกรานต์

น้ำที่ใช้เล่นสงกรานต์ในบางพื้นที่อาจมีการปนเปื้อนของแบคทีเรีย เชื้อรา หรือสารเคมี (เช่น แป้งสี สีย้อมผ้า) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อร่างกาย ดังนี้:

● ผลกระทบต่อผิวหนัง

ผื่นคันและผิวหนังอักเสบ: เชื้อแบคทีเรียหรือสิ่งสกปรกในน้ำอาจทำให้เกิดผื่นแดง คัน หรือตุ่มหนอง หากเกาจนเกิดแผลอาจนำไปสู่การติดเชื้อลามกะทัดรัด

โรคเชื้อรา: การใส่เสื้อผ้าเปียกชื้นเป็นเวลานาน ร่วมกับน้ำที่ไม่สะอาด เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดกลากเกลื้อนตามร่มผ้า

● ผลกระทบต่อดวงตา

ตาแดง (Conjunctivitis): น้ำที่ไม่สะอาดกระเด็นเข้าตาอาจทำให้ตาอักเสบ ระคายเคือง แสบตา และน้ำตาไหล

กระจกตาอักเสบหรือเป็นแผล: หากน้ำมีสิ่งแปลกปลอมขนาดเล็กหรือสารเคมีรุนแรง อาจทำให้กระจกตาถลอกและติดเชื้อได้ ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นหากรักษาไม่ทันท่วงที

2. วิธีแก้ไขและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

หากมีอาการระคายเคืองหลังจากเล่นน้ำ ควรปฏิบัติดังนี้:

ล้างตัวทันที: หลังเลิกเล่นน้ำ ให้รีบอาบน้ำชำระร่างกายด้วยสบู่ที่อ่อนโยนและเช็ดตัวให้แห้งสนิท

ล้างตาด้วยน้ำสะอาด: หากน้ำเข้าตา ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด ให้ใช้น้ำสะอาดหรือน้ำเกลือปราศจากเชื้อ ล้างตาเพื่อไล่สิ่งสกปรกออก

สังเกตอาการ: หากมีผื่นลาม มีไข้ หรือตาแดงก่ำ มีขี้ตาเขียวข้นและปวดตามาก ควรพบแพทย์ทันที ไม่ควรซื้อยาหยอดตาหรือยาทาแก้แพ้ที่มีสเตียรอยด์มาใช้เอง

3. รับมือ “แดดร้อน” และอาการผิวไหม้

แดดในช่วงเดือนเมษายนมีความเข้มข้นของรังสียูวีสูงมาก การอยู่กลางแจ้งนานๆ อาจทำให้ผิวหนังไหม้เกรียม

● วิธีแก้ระคายเคืองจากแดด

ลดอุณหภูมิผิว: ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นประคบบริเวณที่ไหม้แดด หรืออาบน้ำเย็นเพื่อลดความร้อนใต้ผิวหนัง

เติมความชุ่มชื้น: ทาเจลว่านหางจระเข้ หรือมอยส์เจอไรเซอร์ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม เพื่อลดอาการแสบร้อนและช่วยให้ผิวฟื้นตัว

เลี่ยงการสครับผิว: งดการขัดผิวหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดผลไม้ (AHA/BHA) ในช่วงที่ผิวยังระคายเคือง

ดื่มน้ำมากๆ: ชดเชยการสูญเสียน้ำในร่างกายเพื่อช่วยให้ระบบผิวหนังฟื้นฟูได้เร็วขึ้น

4. ข้อควรปฏิบัติเพื่อการเล่นสงกรานต์อย่างปลอดภัย

เลือกแหล่งน้ำ: พยายามเล่นน้ำที่สะอาด น้ำประปา หรือน้ำที่ได้รับการรับรอง

ป้องกันดวงตา: สวมแว่นตากันแดดหรือแว่นตาแฟชั่นเพื่อกันน้ำกระเด็นเข้าตา

กันแดดต้องถึง: ทาครีมกันแดดชนิดกันน้ำ (Water Resistant) ที่มีค่า SPF 50+ และ PA++++ ก่อนออกแดด 20 นาที และควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง

เสื้อผ้า: ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี แต่ปกปิดผิวหนังได้มิดชิดเพื่อสะท้อนรังสียูวี

ไซโคลน “ไวอานู” ถล่มเกาะเหนือนิวซีแลนด์ ลมกระโชกแรง-ฝนตกหนัก สั่งอพยพคนนับร้อย

ไซโคลน "ไวอานู" ถล่มเกาะเหนือนิวซีแลนด์ ลมกระโชกแรง-ฝนตกหนัก สั่งอพยพคนนับร้อย

12 เม.ย. 2569 13:03 น.

ไซโคลน “ไวอานู” ถล่มเกาะเหนือนิวซีแลนด์ ลมกระโชกแรง-ฝนตกหนัก สั่งอพยพคนนับร้อย

พายุไซโคลน “ไวอานู” พัดถล่มเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ ส่งผลให้เกิดลมกระโชกแรงกว่า 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ฝนตกหนัก และคลื่นลมทะเลขนาดใหญ่ ทำให้ประชาชนหลายร้อยคนต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง และเกิดไฟฟ้าดับในหลายพื้นที่

ไซโคลน “ไวอานู” (Vaianu) ความรุนแรงระดับ 3 ได้พัดเข้าถล่มพื้นที่เกาะเหนือของประเทศนิวซีแลนด์ ส่งผลให้เกิดลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก และคลื่นซัดฝั่ง จนต้องมีการประกาศคำเตือนภัยระดับสีแดงในหลายภูมิภาค

อิทธิพลของไซโคลนไวอานูทำให้เกิดลมกระโชกแรงกว่า 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งมีความรุนแรงพอที่จะพัดหลังคาบ้านเรือนให้หลุดลอยและสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะในพื้นที่อ่าว “เบย์ ออฟ เพลนตี” และ “โคโรแมนเดิล”  ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

บ้านเรือนกว่า 5,000 หลังไม่มีไฟฟ้าใช้ในช่วงแรก ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเร่งกู้ระบบคืนมาได้บางส่วน ประชาชนหลายร้อยคนต้องอพยพออกจากที่พักอาศัยเพื่อความปลอดภัย โดยมีกองกำลังป้องกันประเทศนิวซีแลนด์นำเครื่องจักรหนักเข้าสนับสนุนภารกิจ โดยเมืองวองกาเรมีรายงานฝนตกสะสมเกิน 100 มิลลิเมตร ภายใน 24 ชั่วโมง

นายมาร์ค มิตเชลล์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการจัดการเหตุฉุกเฉิน เปิดเผยว่า แม้จะมีการเตรียมการรับมือขั้นสูงสุด แต่ถือเป็นข่าวดีที่พายุได้เบี่ยงทิศทางออกไปทางชายฝั่งด้านตะวันออกมากขึ้น ทำให้เมือง “อ๊อกแลนด์” เมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดกว่า 1.8 ล้านคน รอดพ้นจากความเสียหายรุนแรงไปได้อย่างหวุดหวิด “พายุเคลื่อนตัวออกไปทางขอบเกาะและมุ่งหน้าไปทางตะวันออกมากขึ้น หมายความว่าเราไม่ได้เผชิญกับความรุนแรงตามที่เราคาดการณ์ไว้ในตอนแรก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมาก” 

อย่างไรก็ตาม ทางการยังคงเตือนให้ระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูง  ผสมโรงกับคลื่นยักษ์จากพายุในช่วงบ่าย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ชายฝั่งได้

พายุลูกนี้ทำให้ชาวนิวซีแลนด์นึกถึงเหตุการณ์ไซโคลน “กาเบรียล” เมื่อปี 2023 ที่สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิต 11 ราย และสร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาล ซึ่งไซโคลนไวอานูมีทิศทางการเคลื่อนที่คล้ายคลึงกัน โดยคาดว่าจะเคลื่อนตัวผ่านทางตอนตะวันออกของเกาะเหนือและออกจากพื้นที่ผ่านอ่าวฮอว์กในช่วงค่ำวันเดียวกัน

เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงรับเรื่องแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง.

ที่มา Reuters / NZ Herald

จีนออก 10 มาตรการจูงใจไต้หวัน หลังผู้นำฝ่ายค้านพบสี จิ้นผิง

จีนออก 10 มาตรการจูงใจไต้หวัน หลังผู้นำฝ่ายค้านพบสี จิ้นผิง

12 เม.ย. 2569 12:18 น.

จีนออก 10 มาตรการจูงใจไต้หวัน หลังผู้นำฝ่ายค้านพบสี จิ้นผิง

รัฐบาลจีนประกาศมาตรการจูงใจชุดใหม่จำนวน 10 ข้อ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนกับไต้หวัน ครอบคลุมด้านการท่องเที่ยว การค้า และสื่อบันเทิง ภายหลังการพบปะระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนางเจิ้ง ลี่เหวิน ประธานพรรคก๊กมินตั๋ง พรรคฝ่ายค้านหลักของไต้หวัน

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า รัฐบาลจีนได้เปิดเผย 10 มาตรการใหม่เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และสวัสดิการของประชาชนระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเยือนจีนโดยคณะผู้แทนพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน

ภายหลังการพบปะระหว่าง นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และ นางเจิ้ง ลี่เหวิน ประธานพรรคก๊กมินตั๋ง ทางการจีนได้อนุมัตินโยบายสำคัญเพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์ในหลายมิติ เช่น เตรียมรื้อฟื้นโครงการนำร่องให้นักท่องเที่ยวแบบอิสระจากเซี่ยงไฮ้และมณฑลฝูเจี้ยนสามารถเดินทางไปเยือนไต้หวันได้อีกครั้ง รวมถึงผลักดันการเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างไต้หวันกับเมืองต่างๆ ในจีนอย่างเต็มรูปแบบ เช่น อุรุมชี, ซีอาน, ฮาร์บิน, คุนหมิง และหลานโจว และจัดตั้งกลไกผ่อนคลายมาตรฐานการตรวจสอบสินค้าเกษตรและประมงจากไต้หวัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออกไปยังจีน

นอกจากด้านเศรษฐกิจ จีนยังประกาศอนุญาตให้นำละครโทรทัศน์ สารคดี และแอนิเมชันจากไต้หวันเข้ามาฉายในประเทศได้ โดยมีเงื่อนไขว่าเนื้อหาเหล่านั้นจะต้อง “มีทิศทางที่ถูกต้อง มีเนื้อหาส่งเสริมสุขภาพ และมีการผลิตที่มีคุณภาพสูง”

อย่างไรก็ตาม มาตรการทั้งหมดนี้ถูกระบุว่าต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานทางการเมืองของการ “คัดค้านการแยกตัวเป็นเอกราชของไต้หวัน” โดยประธานพรรคก๊กมินตั๋งได้กล่าวย้ำในระหว่างการแถลงข่าว เรียกร้องให้คนรุ่นใหม่ “หลีกเลี่ยงสงคราม” ด้วยการต่อต้านเอกราชไต้หวัน ซึ่งสอดคล้องกับถ้อยแถลงของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ระบุว่าแนวโน้มที่พี่น้องทั้งสองฝั่งช่องแคบจะใกล้ชิดและรวมกันเป็นหนึ่งนั้นเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้

ขณะที่พรรคก๊กมินตั๋งแสดงความยินดีต่อมาตรการดังกล่าว โดยระบุว่าสอดคล้องกับความคาดหวังของหลายภาคส่วนในไต้หวัน แต่ทางด้านรัฐบาลไต้หวันภายใต้การนำของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ยังไม่ได้มีท่าทีตอบโต้โดยตรงในทันที

ทั้งนี้ จีนยังคงปฏิเสธที่จะเจรจากับรัฐบาลปัจจุบันของไต้หวัน โดยตราหน้าว่าเป็นกลุ่ม “แบ่งแยกดินแดน” ขณะที่ไต้หวันเคยร้องเรียนบ่อยครั้งว่าจีนมักใช้ข้ออ้างเรื่องโรคระบาดในพืชและสัตว์เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการสั่งห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรจากไต้หวัน.

ที่มา Reuters / AFP

สหรัฐฯ–อิหร่านเจรจาสันติภาพล่ม ไร้ข้อตกลงหลังหารือประวัติศาสตร์ที่ปากีสถาน

สหรัฐฯ–อิหร่านเจรจาสันติภาพล่ม ไร้ข้อตกลงหลังหารือประวัติศาสตร์ที่ปากีสถาน

12 เม.ย. 2569 11:40 น.

สหรัฐฯ–อิหร่านเจรจาสันติภาพล่ม ไร้ข้อตกลงหลังหารือประวัติศาสตร์ที่ปากีสถาน

การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านครั้งประวัติศาสตร์แบบเผชิญหน้า ที่กินเวลายาวนานกว่า 21 ชั่วโมง ณ กรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน สิ้นสุดลงโดยไม่มีการลงนามในข้อตกลง หลังสหรัฐฯ ย้ำจุดยืนอิหร่านต้องยุติโครงการนิวเคลียร์โดยสิ้นเชิง ขณะที่อิหร่านชี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความระแวงหลังทำสงครามมา 40 วัน ท่ามกลางความกังวลว่าข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์อาจสิ้นสุดลง

การเจรจาเผชิญหน้าครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ได้สิ้นสุดลงเมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ (12 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ ส่งผลให้ชะตากรรมของข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่ดำเนินมาแล้ว 2 สัปดาห์ยังคงไม่มีความชัดเจน

นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจา เปิดเผยภายหลังการประชุมอันยาวนานกว่า 21 ชั่วโมงว่า การเจรจาต้องยุติลงโดยไม่มีข้อตกลง เนื่องจากฝ่ายอิหร่านปฏิเสธที่จะยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ ในการระงับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องอย่างถาวร

“ความต้องการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั้นเรียบง่าย คือเราต้องเห็นคำมั่นสัญญาที่ชัดเจนว่าอิหร่านจะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์” แวนซ์กล่าวพร้อมระบุว่านี่คือ “ข้อเสนอสุดท้ายและดีที่สุด” ที่สหรัฐฯ มอบให้อิหร่านก่อนที่เขาจะเดินทางออกจากปากีสถานทันที

ด้านนายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่าแม้จะมีความเห็นตรงกันในบางเรื่อง แต่ยังมีประเด็นสำคัญ 2-3 ประเด็นที่ยังเห็นต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยย้ำว่าการเจรจานี้เกิดขึ้นหลังจากอิหร่านต้องเผชิญกับ “สงครามที่ถูกยัดเยียด” มานานถึง 40 วัน จึงเป็นเรื่องยากที่จะคาดหวังให้บรรลุข้อตกลงได้ในการประชุมเพียงครั้งเดียว

แหล่งข่าวระบุว่า อิหร่านได้ตั้ง “เส้นตาย” หลายประการ รวมถึงการเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และการขอให้ปลดล็อกอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน

ในขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความเห็นว่าผลการเจรจาจะเป็นอย่างไรนั้นไม่มีผลต่อเขา เพราะเขามองว่าสหรัฐฯ ได้รับชัยชนะในเชิงการทหารไปแล้ว

ท่ามกลางการเจรจา ประธานาธิบดีทรัมป์ได้สั่งการให้เรือทำลายล้างของสหรัฐฯ รุกคืบเข้าไปในช่องแคบฮอร์มุซเพื่อเริ่มภารกิจกวาดล้างทุ่นระเบิด โดยระบุว่า “ไม่ว่าจะตกลงกันได้หรือไม่ เราจะเปิดเส้นทางเดินเรือให้ปลอดภัย” ซึ่งช่องแคบนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลกอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในเลบานอนยังคงวิกฤต โดยอิสราเอลยืนยันว่าไม่มีการหยุดยิงในพื้นที่ดังกล่าวและยังคงเดินหน้าโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อย่างต่อเนื่อง 

ในส่วนของการเจรจาหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน จะมีขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ ในวันที่ 14 เม.ย. นี้ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ และเอกอัครราชทูตเลบานอนประจำสหรัฐฯ จะเข้าร่วมการเจรจาในครั้งนี้ 

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายได้แถลงข้อมูลที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับขอบเขตของการเจรจา ฝ่ายทำเนียบประธานาธิบดีเลบานอนระบุว่า ทั้งสองได้พูดคุยทางโทรศัพท์เมื่อวันศุกร์ และตกลงที่จะหารือเรื่องการประกาศหยุดยิงและกำหนดวันเริ่มต้นการเจรจาทวิภาคีภายใต้การไกล่เกลี่ยของสหรัฐฯ แต่สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ระบุว่า การหารือดังกล่าวจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจาสันติภาพอย่างเป็นทางการ และอิสราเอลปฏิเสธที่จะหารือเรื่องการหยุดยิงกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ สงครามครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมแล้วกว่า 5,000 คน แบ่งเป็นในอิหร่าน 3,000 คน และเลบานอนกว่า 2,000 คน 

อนาคตของสันติภาพในตะวันออกกลางยังคงแขวนอยู่บนเส้นด้าย เมื่อคำประกาศหยุดยิง 2 สัปดาห์ของทรัมป์กำลังจะหมดลง โดยไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าความขัดแย้งนี้จะยุติลงได้ด้วยวิธีทางการทูตในเร็ววัน และการล้มเหลวของการเจรจาครั้งนี้ สะท้อนถึงความท้าทายในการหาทางออกทางการทูต ท่ามกลางความขัดแย้งเชิงลึก และอาจส่งผลต่อเสถียรภาพในตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป.

ที่มา Associated Press / Al Jazeera / BBC

ตำรวจลอนดอนจับกุมผู้ประท้วง 523 ราย รวมตัวค้านคำสั่งแบนกลุ่ม Palestine Action

ตำรวจลอนดอนจับกุมผู้ประท้วง 523 ราย รวมตัวค้านคำสั่งแบนกลุ่ม Palestine Action

12 เม.ย. 2569 10:50 น.

ตำรวจลอนดอนจับกุมผู้ประท้วง 523 ราย รวมตัวค้านคำสั่งแบนกลุ่ม Palestine Action

ตำรวจลอนดอนเข้าจับกุมผู้ประท้วงกว่า 500 คน ตั้งแต่คนรุ่นใหม่ไปจนถึงผู้สูงอายุวัย 87 ปี ฐานแสดงตัวสนับสนุนกลุ่ม “ปาเลสไตน์ แอคชัน” (Palestine Action) ซึ่งถูกระบุว่าเป็น “องค์กรต้องห้าม” ตามกฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย ท่ามกลางการต่อสู้ทางกฎหมายว่าคำสั่งแบนกลุ่มดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลลอนดอน ได้เข้าจับกุมผู้ประท้วงจำนวน 523 ราย ระหว่างการชุมนุมที่จัตุรัสทราฟัลการ์ เพื่อคัดค้านการที่รัฐบาลอังกฤษประกาศให้กลุ่ม “ปาเลสไตน์ แอคชัน” (Palestine Action) เป็นกลุ่มผิดกฎหมายภายใต้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย

เจ้าหน้าที่ระบุว่าผู้ที่ถูกจับกุมมีอายุตั้งแต่ 18 ปี ไปจนถึง 87 ปี โดยทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาแสดงตัวสนับสนุนองค์กรต้องห้าม กลุ่มผู้ประท้วงจำนวนมากถือป้ายที่มีข้อความว่า “ฉันต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ฉันสนับสนุนปาเลสไตน์ แอคชัน” ซึ่งเป็นการท้าทายคำเตือนของตำรวจที่ระบุล่วงหน้าว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดทางอาญา

การประท้วงครั้งนี้ใช้ชื่อว่า “Everyone Day” จัดโดยกลุ่ม “Defend our Juries” เพื่อแสดงให้เห็นถึงการต่อต้านอย่างไม่ลดละต่อคำสั่งแบนกลุ่มปาเลสไตน์ แอคชัน ซึ่งถูกขึ้นบัญชีดำตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 หลังจากสมาชิกกลุ่มบางส่วนบุกรุกฐานทัพอากาศเพื่อประท้วงการที่อังกฤษสนับสนุนอิสราเอลในสงครามกาซา

หนึ่งในผู้ถูกจับกุมครั้งนี้คือ โรเบิร์ต เดล นายา ผู้ก่อตั้งวงดนตรีระดับตำนานอย่าง Massive Attack โดยเขากล่าวกับสื่อก่อนถูกจับกุมว่า การที่ตำรวจกลับลำมาไล่จับประชาชนอีกครั้งเป็นเรื่องที่ “ไร้สาระ” และเขามองว่าการกระทำของกลุ่ม Palestine Action คือความรักชาติ เพราะเป็นการพยายามปกป้องไม่ให้ประเทศเข้าไปพัวพันกับอาชญากรรมสงครามและการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนยืนยันยอมรับความเสี่ยงในการถูกจับกุม โดยมองว่าการเคลื่อนไหวเป็นการปกป้องสิทธิในการประท้วง และแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ในฉนวนกาซา

ขณะที่สถานการณ์ทางกฎหมายของกลุ่มปาเลสไตน์ แอคชันยังคงมีความซับซ้อน โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลสูงได้มีคำวินิจฉัยว่าการสั่งแบนกลุ่มนี้เป็นเรื่อง “ผิดกฎหมาย” แต่คำสั่งแบนยังคงมีผลบังคับใช้ระหว่างรอการอุทธรณ์

ทางด้านตำรวจลอนดอนย้ำว่า “เราจะไม่ลังเลที่จะดำเนินการหากมีการละเมิดกฎหมาย” ขณะที่อิสราเอลยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา โดยยืนยันว่าเป็นการใช้สิทธิ์ป้องกันตนเอง

นับตั้งแต่มีการสั่งแบนกลุ่มนี้เมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว มีผู้ถูกจับกุมจากการแสดงตัวสนับสนุนกลุ่ม ปาเลสไตน์ แอคชัน ไปแล้วรวมกว่า 2,200 ราย โดยการพิจารณาคดีของหลายร้อยคนยังคงถูกระงับไว้เพื่อรอผลสรุปทางกฎหมายว่าคำสั่งแบนดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่.

ที่มา BBC

ชายคลั่งใช้มีดไล่ฟันคนในสถานีรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก บาดเจ็บ 3 ราย ก่อนถูกตำรวจวิสามัญ

ชายคลั่งใช้มีดไล่ฟันคนในสถานีรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก บาดเจ็บ 3 ราย ก่อนถูกตำรวจวิสามัญ

12 เม.ย. 2569 10:23 น.

ชายคลั่งใช้มีดไล่ฟันคนในสถานีรถไฟใต้ดินนิวยอร์ก บาดเจ็บ 3 ราย ก่อนถูกตำรวจวิสามัญ

เกิดเหตุระทึกขวัญกลางสถานีรถไฟใต้ดินแกรนด์เซ็นทรัล ในนครนิวยอร์ก หลังชายวัย 44 ปี ถือมีดมาเชเต้ไล่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ไม่เลือกหน้า โดยอ้างว่าตนเองคือ “ลูซิเฟอร์” ทำให้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 3 ราย เจ้าหน้าที่เผยสั่งให้วางอาวุธกว่า 20 ครั้งแต่ไม่เป็นผล ก่อนตัดสินใจวิสามัญฆาตกรรมเพื่อระงับเหตุ

เกิดเหตุความรุนแรงในระบบขนส่งสาธารณะของสหรัฐฯ เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) หลังชายรายหนึ่งพกพาอาวุธมีดมาเชเต้ไล่ทำร้ายประชาชนแบบสุ่ม ภายในสถานีรถไฟใต้ดินสถานีแกรนด์เซ็นทรัล-ถนนสาย 42 ซึ่งเป็นสถานีหลักที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของนครนิวยอร์ก

เจสซิกา ทิสช์ ผู้บัญชาการตำรวจนิวยอร์ก แถลงว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายเมื่อเวลาประมาณ 09:40 น. เมื่อไปถึงพบผู้ก่อเหตุทราบชื่อภายหลังคือ นายแอนโธนี กริฟฟิน วัย 44 ปี กำลังอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งและตะโกนซ้ำๆ ว่าตนเองคือ “ลูซิเฟอร์” เจ้าหน้าที่พยายามควบคุมสถานการณ์โดยสั่งให้เขาวางอาวุธมากกว่า 20 ครั้ง แต่ผู้ก่อเหตุขัดขืนและพยายามใช้มีดพุ่งเข้าหาเจ้าหน้าที่ ทำให้ตำรวจตัดสินใจยิงสกัด 2 นัด ส่งผลให้ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลเบลวู

เหยื่อจากการสุ่มทำร้ายในครั้งนี้มีทั้งหมด 3 ราย ได้แก่ชายวัย 84 ปี และ ชายวัย 65 ปี มีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะและใบหน้า โดยรายหนึ่งพบกะโหลกศีรษะร้าว และหญิงวัย 70 ปี มีแผลฉกรรจ์บริเวณไหล่เจ้าหน้าที่ระบุว่า แม้บาดแผลจะน่ากลัวแต่ทั้ง 3 รายได้รับการส่งตัวรักษาและคาดว่าไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ผู้อยู่ในเหตุการณ์รายหนึ่งเล่าว่า เขาได้ยินเสียงปืนดังสนั่นทะลุผ่านหูฟัง จากนั้นเห็น “กำแพงมนุษย์” วิ่งกรูมาทางประตูทางออกอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งเขาไม่เคยเห็นฝูงชนตื่นตระหนกขนาดนี้มาก่อน ทำให้ต้องตัดสินใจวิ่งหนีขึ้นบันไดไปพร้อมกับฝูงชน

ทางด้านผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก แคธี โฮชูล ได้กล่าวขอบคุณความกล้าหาญและการตัดสินใจที่เด็ดขาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่หยุดยั้งเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมีการสูญเสียมากกว่านี้ ขณะที่การให้บริการรถไฟใต้ดินต้องหยุดชะงักนานหลายชั่วโมงก่อนจะกลับมาเปิดให้บริการปกติในช่วงบ่าย

จากประวัติพบว่าผู้ก่อเหตุเคยถูกจับกุมมาแล้ว 3 ครั้งก่อนหน้านี้ โดยเจ้าหน้าที่สรุปเบื้องต้นว่าเป็นเหตุทำร้ายร่างกายแบบไม่เจาะจงเป้าหมาย.

ที่มา Associated Press