บูร์กินาฟาโซประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝรั่งเศส

บูร์กินาฟาโซประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝรั่งเศส

27 มิ.ย. 2569 23:55 น.

บูร์กินาฟาโซประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝรั่งเศส

ประเทศบูร์กินาฟาโซประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝรั่งเศสแล้ว โดยกล่าวหาว่าฝรั่งเศสเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านบูร์กินาฟาโซอย่างไม่หยุดหย่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 2569 ว่า รัฐบาลของประเทศบูร์กินาฟาโซประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝรั่งเศสแล้ว โดยกล่าวหาว่า รัฐบาลปารีสมีพฤติกรรมที่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง

ความสัมพันธ์ระหว่างบูร์กินาฟาโซและอดีตเจ้าอาณานิคมอย่างฝรั่งเศสย่ำแย่ลง หลังจากร้อยเอก อิบราฮิม ตราโอเร ก่อรัฐประหารยึดอำนาจในปี 2565 และดำเนินนโยบายที่ส่วนใหญ่เป็นการต่อต้านชาติตะวันตก

แป็งด์เวนเด กิลแบร์ อูเอดราโอโก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของบูร์กินาฟาโซ แถลงผ่านทางโทรทัศน์เมื่อวันศุกร์ว่า ฝรั่งเศสมีความผิดฐาน เคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านบูร์กินาฟาโซอย่างไม่หยุดหย่อน และกล่าวหาฝรั่งเศสว่ามีความทะเยอทะยานแบบลัทธิล่าอาณานิคมใหม่ (neo-colonial)

ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศสออกมาโต้ตอบว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นท่าทีที่ “เป็นปฏิปักษ์และไม่มีมูลความจริง” พร้อมระบุว่าสิ่งนี้ “แสดงให้เห็นถึงแนวทางที่น่ากังวลของรัฐบาลบูร์กินาฟาโซ”

นอกจากนั้น ฝรั่งเศสยังได้เรียกร้องให้พลเมืองของตนที่พำนักอยู่ในบูร์กินาฟาโซ “ยกระดับความระมัดระวังให้มากยิ่งขึ้น” ด้วย

ทั้งนี้ บูร์กินาฟาโซ รวมถึงมาลีซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ต้องต่อสู้กับกลุ่มกบฏอิสลามิสต์มานานกว่าทศวรรษ โดยบ่อยครั้งเป็นการสู้รบร่วมกับกองกำลังฝรั่งเศสที่ส่งเข้ามาประจำการในภูมิภาคนี้

อย่างไรก็ตาม หลังจากร้อยเอก ตราโอเร ก้าวขึ้นสู่อำนาจได้ไม่นาน เขาก็ขับไล่ทหารฝรั่งเศสออกนอกประเทศ โดยรัฐบาลของเขากล่าวหาฝรั่งเศสว่ามี “วาระซ่อนเร้น” และหันไปผูกมิตรกับจีนและรัสเซียแทน

แถลงการณ์ล่าสุดของบูร์กินาฟาโซระบุว่า เงื่อนไขสำหรับความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างทั้งสองประเทศไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว พร้อมทั้งอ้างว่าฝรั่งเศสให้การสนับสนุน “เครือข่ายบ่อนทำลาย และมีความตั้งใจที่จะโดดเดี่ยว” บูร์กินาฟาโซในเวทีระหว่างประเทศ

แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า การตัดสินใจตัดความสัมพันธ์ในครั้งนี้ “เกี่ยวข้องกับกรอบความสัมพันธ์ในระดับสถาบันเท่านั้น” แต่ “ไม่ได้มีเจตนาที่จะบั่นทอนความผูกพันทางประวัติศาสตร์ มนุษยธรรม วัฒนธรรม และสังคม ที่เชื่อมโยงประชาชนชาวบูร์กินาฟาโซและฝรั่งเศสไว้ด้วยกันแต่อย่างใด”

เมื่อปี 2567 รัฐบาลทหารให้คำมั่นสัญญาว่าจะฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตย ทว่ากลับผิดสัญญา และประกาศยุบพรรคการเมืองต่างๆ อย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมปีนี้

นอกจากนั้นในเดือนมกราคมปี 2568 บูร์กินาฟาโซ พร้อมด้วยอีกสองประเทศเพื่อนบ้านที่ปกครองโดยรัฐบาลทหารอย่างมาลีและไนเจอร์ ประกาศแยกตัวออกจากประชาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐแอฟริกาตะวันตก (Ecowas) อย่างเป็นทางการ เพื่อจัดตั้งกลุ่มใหม่ในชื่อ “พันธมิตรแห่งรัฐซาเฮล” (The Alliance of the Sahel States)

อนึ่ง ฝรั่งเศสไม่มีเอกอัครราชทูตประจำการในบูร์กินาฟาโซมาตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2566 แล้ว และในปี 2567 บูร์กินาฟาโซก็เนรเทศนักการทูตฝรั่งเศส 3 คน โดยกล่าวหาว่าทำ “กิจกรรมบ่อนทำลาย” แม้ว่าทางฝรั่งเศสจะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิสราเอลโจมตีเลบานอนต่อ หลังเพิ่งตกลงถอนทหารบางส่วน

อิสราเอลโจมตีเลบานอนต่อ หลังเพิ่งตกลงถอนทหารบางส่วน

27 มิ.ย. 2569 22:50 น.

อิสราเอลโจมตีเลบานอนต่อ หลังเพิ่งตกลงถอนทหารบางส่วน

อิสราเอลส่งโดรนโจมตีในภาคใต้ของเลบานอนต่อ เพียงวันเดียวหลังจากเพิ่งตกลงกับเลบานอนว่าจะถอนทหารจากพื้นที่ดังกล่าว โดยอ้างว่าต้องขจัดภัยคุกคาม

เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 2569 กองทัพอิสราเอลเปิดฉากส่งโดรนโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนอีกครั้ง เพียงวันเดียวหลังจากพวกเขาตกลงที่จะถอนกำลังทหารบางส่วนออกจากพื้นที่ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างทั้งสองประเทศ

ในวันศุกร์ที่ผ่านมา อิสราเอลกับเลบานอนบรรลุข้อตกลงร่วมกันระหว่างการเจรจาที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี โดยอิสราเอลตกลงที่จะถอนทหารออกจากพื้นที่ทางตอนเหนือและตอนใต้ของแม่น้ำลิตานี (Litani River) และจะส่งมอบพื้นที่ดังกล่าวให้กองทัพเลบานอนเป็นผู้ดูแล

เจ้าหน้าที่จากกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เผยกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) ว่า การโจมตีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขจัดภัยคุกคามต่อกำลังพลของตน

การโจมตีดังกล่าวตอกย้ำถึงความท้าทายที่ยังคงมีอยู่ในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพในเลบานอน และทำให้การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านซับซ้อนขึ้น เนื่องจากอิหร่านเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน ที่อิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์สู้รบกันมานานหลายเดือน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกมาปฏิเสธข้อตกลงฉบับล่าสุดระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน โดยเชค นาอิม กัสเซม เลขาธิการของกลุ่มระบุในแถลงการณ์ว่า ข้อตกลงนี้คือ “การสูญเสียอธิปไตยแห่งเลบานอน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

หยุดยิงสั่นคลอน อิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ โจมตีฐานทัพในตะวันออกกลาง

หยุดยิงสั่นคลอน อิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ โจมตีฐานทัพในตะวันออกกลาง

27 มิ.ย. 2569 22:09 น.

หยุดยิงสั่นคลอน อิหร่านตอบโต้สหรัฐฯ โจมตีฐานทัพในตะวันออกกลาง

อิหร่านโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางอีกครั้งในวันเสาร์ เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ รอบช่องแคบฮอร์มุซ สั่นคลอนความพยายามทำข้อตกลงสันติภาพ

เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย. 2569 สำนักข่าวเพรสทีวี (Press TV) ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านเปิดเผยว่า พวกเขาโจมตีที่ตั้งทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยไม่เจาะจงว่าเป็นสถานที่ใด ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวหาสหรัฐฯ ว่าละเมิดข้อตกลงระหว่างสองฝ่าย

ด้านทางการบาห์เรน ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ รายงานว่าพบการโจมตีด้วยโดรนจากอิหร่านในดินแดนของตนเมื่อเช้าตรู่วันเสาร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ซึ่งกระทรวงต่างประเทศประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็นการ “ละเมิดอธิปไตยของบาห์เรนอย่างร้ายแรง” แต่ทางการบาห์เรนก็ไม่ระบุชัดเจนเช่นกันว่า สถานที่ที่ถูกโจมตีคือที่ใด

สถานการณ์ที่ตึงเครียดขึ้นครั้งล่าสุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง เริ่มต้นจากการที่อิหร่านเปิดฉากโจมตีเรือพาณิชย์ลำหนึ่งใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (25 มิ.ย.) ทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาตำหนิอย่างรุนแรงว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างโง่เขลา

หลังจากนั้นในวันศุกร์ กองทัพสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านบริเวณรอบช่องแคบฮอร์มุซ โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงว่า อากาศยานของสหรัฐฯ โจมตีคลังเก็บขีปนาวุธและโดรน รวมถึงสถานีเรดาร์ชายฝั่งของอิหร่าน

ทั้งนี้ กองทัพสหรัฐฯ ยังไม่ได้ยืนยันว่าอิหร่านโจมตีฐานทัพของพวกเขาในตะวันออกกลางหรือไม่ แต่นี่ถือเป็นการโจมตีตอบโต้กันครั้งแรก นับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อปูทางไปสู่การทำข้อตกลงยุติสงครามเมื่อสัปดาห์ก่อน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งพยายามคลายความกังวลว่าสถานการณ์จะบานปลายหลังการโจมตีตอบโต้ดังกล่าว โดยบอกกับสำนักข่าว CNN ว่า เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้สะท้อนถึงการกลับไปสู่ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ อย่างน้อยก็ในเวลานี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สหรัฐฯ ถล่มเป้าหมายในอิหร่าน อ้างเอาคืนเหตุเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซโดนโจมตี

สหรัฐฯ ถล่มเป้าหมายในอิหร่าน อ้างเอาคืนเหตุเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซโดนโจมตี

27 มิ.ย. 2569 10:37 น.

สหรัฐฯ ถล่มเป้าหมายในอิหร่าน อ้างเอาคืนเหตุเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซโดนโจมตี

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีก เมื่อกองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเรือสินค้าลำหนึ่งใน ช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์ชี้เตหะรานละเมิดข้อตกลง

กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯเปิดเผยว่า กองทัพได้โจมตีคลังเก็บขีปนาวุธ คลังเก็บอากาศยานไร้คนขับ และสถานีเรดาร์ชายฝั่งของอิหร่าน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยCENTCOM ระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการตอบโต้เหตุโจมตีด้วยโดรนใส่เรือสินค้าลำหนึ่งเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งส่งผลให้ต้องระงับแผนอพยพลูกเรือกว่า 11,000 คน ที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ

กองทัพสหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีเรือพาณิชย์ครั้งนี้ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน และเป็นการคุกคามเสรีภาพในการเดินเรือบนเส้นทางการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าประสานงานเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของเรือพาณิชย์ทุกลำที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อไป

ด้านรัฐบาลอิหร่านชี้แจงว่า เรือสินค้าลำดังกล่าวถูกโจมตี เนื่องจากใช้เส้นทางเดินเรือที่ไม่ได้รับอนุญาตในการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ประณามสหรัฐฯ ว่าเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงก่อน พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ ใช้ข้ออ้างเรื่องเรือเดินสมุทรเป็นเหตุผลในการเปิดฉากโจมตีชายฝั่งอิหร่าน

IRGC ยังอ้างว่า กองกำลังทางเรือของอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ ในภูมิภาค แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อคำกล่าวอ้างดังกล่าว

พร้อมประกาศเตือนว่า หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอีกครั้ง อิหร่านจะตอบโต้ในวงกว้างและรุนแรงยิ่งกว่าเดิม

ความตึงเครียดครั้งนี้เกิดขึ้นทั้งที่สหรัฐฯ และอิหร่านเพิ่งบรรลุ บันทึกความเข้าใจ 14 ข้อ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน เพื่อยุติการสู้รบ

หนึ่งในสาระสำคัญของข้อตกลงคือ อิหร่านจะใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อรับประกันการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย และจะไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทางหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ เป็นเวลา 60 วัน

อย่างไรก็ตาม เหตุโจมตีเรือสินค้าครั้งล่าสุดทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าข้อตกลงดังกล่าวอาจเริ่มสั่นคลอน

หลังปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่า หากอิหร่านมีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการตีความบันทึกความเข้าใจ ก็ควรใช้การเจรจา ไม่ใช่ความรุนแรง แต่หากใช้ความรุนแรง ก็จะได้รับการตอบโต้ด้วยความรุนแรง

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบขาวว่า เขาไม่พอใจอย่างยิ่งกับเหตุยิงโจมตีเรือสินค้าเมื่อวันก่อน ขพร้อมกล่าวหาอิหร่านว่าได้กระทำการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างโง่เขลา และเตือนว่าการใช้ความรุนแรงจะต้องได้รับการตอบโต้ด้วยความรุนแรงเช่นกัน

เอบราฮิม อาซิซี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้ง ทั้งที่การเจรจายังดำเนินอยู่

เขาระบุว่า การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างประมาทครั้งนี้ จะทำให้สหรัฐฯ ต้องเผชิญกับผลลัพธ์เช่นเดียวกับที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่าการกล่าวโทษฝ่ายอื่นจะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป

ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังเกิดปฏิบัติการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง และกระทบต่อการขนส่งก๊าซธรรมชาติ รวมถึงสินค้าสำคัญอย่างปุ๋ย

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่าการเจรจากับอิหร่านเป็นไปในทิศทางที่ดี และอิหร่านรับปากว่าจะไม่เรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อิหร่านบางรายยังยืนยันว่า การบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซจะไม่กลับไปเป็นเหมือนก่อนเกิดสงคราม

ทั้งนี้ เรือสินค้าที่ถูกโจมตีคือ Ever Lovely เรือบรรทุกสินค้าติดธงสิงคโปร์ โดยสำนักงานความมั่นคงทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) ระบุว่า เรือถูกกระสุนโจมตีห่างจากท่าเรือดาฮิต ของประเทศโอมาน ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 7.5 ไมล์ทะเล

บริษัทเจ้าของเรือ Ever Lovely ยืนยันว่า เรือแล่นตามเส้นทางที่ UKMTO แนะนำ และลูกเรือทุกคน รวมถึงตัวเรือและสินค้าทั้งหมด ยังคงปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ต้องระงับแผนอพยพลูกเรือกว่า 11,000 คน ที่ติดค้างอยู่ในเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้เป็นการชั่วคราว.

ที่มา : BBC

ระทึก! แก๊สรั่วระเบิดสนั่นใกล้คลีฟแลนด์ บ้านพังหลายหลัง เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุ

ระทึก! แก๊สรั่วระเบิดสนั่นใกล้คลีฟแลนด์ บ้านพังหลายหลัง เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุ

27 มิ.ย. 2569 09:52 น.

ระทึก! แก๊สรั่วระเบิดสนั่นใกล้คลีฟแลนด์ บ้านพังหลายหลัง เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุ

เกิดเหตุระเบิดรุนแรงจากแก๊สรั่ว ที่รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ส่งผลให้บ้านเรือนหลายหลังถูกทำลายและได้รับความเสียหาย มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนหาสาเหตุของเหตุระเบิด

เอิร์ล วิลสัน หัวหน้าหน่วยดับเพลิงเมืองทวินส์เบิร์กเปิดเผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บเพียง 2 คน และทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์เมื่อเทียบกับความรุนแรงของแรงระเบิด โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่จากบริษัทสาธารณูปโภคยังคงปักหลักอยู่ในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบความเสียหายและดำเนินการสอบสวน

มีรายงานว่า ความเสียหายไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริเวณที่เกิดเหตุเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปยังถนนสายใกล้เคียงหลายสาย และบางจุดได้รับผลกระทบไกลออกไปถึง 2 ช่วงถนน สะท้อนให้เห็นถึงอานุภาพอันมหาศาลของแรงระเบิด

หัวหน้าหน่วยดับเพลิงระบุว่า สำนักงานดับเพลิงของรัฐโอไฮโอ ได้เข้ามารับผิดชอบการสอบสวน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการระเบิด แม้ต้นเหตุหลักจะมาจากแก๊สรั่ว แต่สิ่งที่จุดชนวนให้เกิดการระเบิดยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน ทำให้การสืบสวนครั้งนี้อาจใช้เวลานานกว่าจะได้ข้อสรุป นับว่ายังโชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บน้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์.

ที่มา : Fox8news

กรุงโรมพ่นละอองน้ำ ให้นักท่องเที่ยวได้คลายร้อนหน้าโคลอสเซียม รับมือคลื่นความร้อน

กรุงโรมพ่นละอองน้ำ ให้นักท่องเที่ยวได้คลายร้อนหน้าโคลอสเซียม รับมือคลื่นความร้อน

27 มิ.ย. 2569 09:14 น.

กรุงโรมพ่นละอองน้ำ ให้นักท่องเที่ยวได้คลายร้อนหน้าโคลอสเซียม รับมือคลื่นความร้อน

กรุงโรม อิตาลี นำรถฉีดพ่นละอองน้ำออกมาติดตั้งบริเวณแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อช่วยบรรเทาความร้อนให้กับนักท่องเที่ยว หลังหลายพื้นที่ของประเทศกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง อุณหภูมิทะลุ 36 องศา

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้นำ ปืนฉีดพ่นละอองน้ำ มาฉีดบริเวณด้านหน้าสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง โคลอสเซียม และ โรมันฟอรัม เพื่อคลายร้อนให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมชม ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว

บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างรีบเข้าไปยืนรับละอองน้ำเพื่อคลายร้อน บางคนถึงกับเต้นอย่างสนุกสนานท่ามกลางสายน้ำ ขณะที่บางคนยื่นหมวกไปรับน้ำให้เปียกก่อนนำมาสวมศีรษะ ส่วนอีกหลายคนเลือกยืนแช่อยู่ใต้ละอองน้ำเย็นเพื่อหลีกหนีอุณหภูมิที่ร้อนจัด

ในวันเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขอิตาลี ได้ประกาศให้ 18 เมือง อยู่ในสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง เนื่องจากอุณหภูมิอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยหลายพื้นที่วัดอุณหภูมิได้มากกว่า 36 องศาเซลเซียส

อิตาลีเป็นหนึ่งในหลายประเทศของยุโรปตะวันตกที่กำลังเผชิญกับปรากฏการณ์โดมความร้อน ซึ่งปกคลุมภูมิภาคตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้อุณหภูมิในหลายประเทศพุ่งขึ้นแตะระดับ 30 องศาเซลเซียสปลาย ๆ ไปจนถึงมากกว่า 40 องศาเซลเซียส

หน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาหลายประเทศเตือนว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในหลายพื้นที่ของยุโรปที่ยังมีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศในอาคารและที่พักอาศัยค่อนข้างจำกัด ทำให้ประชาชนมีความเสี่ยงเผชิญภาวะเจ็บป่วยจากความร้อนเพิ่มขึ้น.

ที่มา : AP

ญี่ปุ่นเผยความเสียหายแผ่นดินไหว บาดเจ็บ 6 ราย ผู้เชี่ยวชาญเตือนอาฟเตอร์ช็อกอีก 1 สัปดาห์

ญี่ปุ่นเผยความเสียหายแผ่นดินไหว บาดเจ็บ 6 ราย ผู้เชี่ยวชาญเตือนอาฟเตอร์ช็อกอีก 1 สัปดาห์

27 มิ.ย. 2569 07:19 น.

ญี่ปุ่นเผยความเสียหายแผ่นดินไหว บาดเจ็บ 6 ราย ผู้เชี่ยวชาญเตือนอาฟเตอร์ช็อกอีก 1 สัปดาห์

ญี่ปุ่นประเมินความเสียหายหลังแผ่นดินไหวขนาด 5.6 ทางตต.ของกรุงโตเกียว มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย พบดินถล่ม กำแพงอาคารพัง ไฟฟ้า-น้ำประปาขัดข้อง ด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนอาจมีอาฟเตอร์ช็อรุนแรง 

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย จากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 5.6 ที่เกิดขึ้นในจังหวัดยามานาชิ ทางตะวันตกของกรุงโตเกียว เมื่อเวลา 22.28 น. ของวันศุกร์ โดยแรงสั่นสะเทือนสูงสุดวัดได้ระดับ 6  ตามมาตราวัดความรุนแรงแผ่นดินไหวของญี่ปุ่น ซึ่งมีทั้งหมด 7 ระดับ และไม่มีการประกาศเตือนภัยสึนามิ

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ได้รับรายงานความเสียหายในหลายพื้นที่ ทั้งกำแพงอาคารพัง ไฟฟ้าและน้ำประปาขัดข้อง รวมถึงเหตุดินถล่มในจังหวัดคานางาวะ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือ

ด้านบริษัทผู้ให้บริการรถไฟความเร็วสูงโทไกโด ชินคันเซ็น ระงับการเดินรถบางส่วน ขณะที่บริษัทผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฮามาโอกะ ในจังหวัดชิซูโอกะ ยืนยันว่า ไม่พบความผิดปกติของโรงไฟฟ้าหรือระดับกัมมันตรังสี

ทางด้านนางซานาเอะ ทากาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อติดตามสถานการณ์ พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งประเมินความเสียหายโดยเร็วที่สุด และประสานงานกับท้องถิ่นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยยึดหลักคุ้มครองชีวิตประชาชนเป็นสำคัญ

ขณะที่นายเอบิตะ อายาทากะ เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) แถลงว่า พื้นที่ที่ได้รับแรงสั่นสะเทือนรุนแรงยังมีความเสี่ยงเกิดดินถล่มและอาคารพังถล่มเพิ่มเติม พร้อมเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อกที่อาจมีความรุนแรงใกล้เคียงระดับ 6- ต่อเนื่องประมาณ 1 สัปดาห์ โดยเฉพาะในช่วง 2-3 วันแรกหลังเกิดเหตุ และขอให้หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ลาดชันหรืออาคารที่ได้รับความเสียหายจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบความปลอดภัย.

ที่มา NHK

เดือดกลางสภาจอร์เจีย ส.ส.รัฐบาล-ฝ่ายค้านเปิดฉากตะลุมบอนชกต่อย ระหว่างนายกฯ แถลงผลงาน

เดือดกลางสภาจอร์เจีย ส.ส.รัฐบาล-ฝ่ายค้านเปิดฉากตะลุมบอนชกต่อย ระหว่างนายกฯ แถลงผลงาน

27 มิ.ย. 2569 07:10 น.

เดือดกลางสภาจอร์เจีย ส.ส.รัฐบาล-ฝ่ายค้านเปิดฉากตะลุมบอนชกต่อย ระหว่างนายกฯ แถลงผลงาน

เกิดเหตุความวุ่นวายในรัฐสภาจอร์เจีย เมื่อส.ส.จากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเปิดฉากชกต่อยกัน ระหว่างการแถลงผลงานประจำปีของนายกรัฐมนตรี สะท้อนวิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองที่ยังคงร้อนแรง 

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ ภายในรัฐสภาจอร์เจีย ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีโคบาคิดเซกำลังกล่าวรายงานผลการดำเนินงานประจำปี โดยสมาชิกฝ่ายค้านใช้โอกาสนี้โจมตีรัฐบาลอย่างหนัก พร้อมกล่าวหาว่ากำลังบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย และทำให้ประเทศเบี่ยงเบนออกจากเส้นทางสู่การเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

สถานการณ์เริ่มตึงเครียดระหว่างการอภิปรายของฝ่ายค้าน ก่อนจะบานปลายเป็นเหตุปะทะภายในห้องประชุม เมื่อมีการเดินเข้าหากันและเริ่มรัวหมัด ก่อนจะมีทั้งคนที่เข้ามาช่วยและเข้ามาห้าม จนนบานปลายเป็นเหตุตะลุมบอน โดยตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน กาคาริอา เพื่อจอร์เจียระบุว่า สมาชิกจากพรรครัฐบาล จอร์เจียน ดรีม เป็นฝ่ายเข้าทำร้ายสมาชิกฝ่ายค้าน

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีโคบาคิดเซกล่าวโทษฝ่ายค้านว่า เป็นผู้ยั่วยุเหตุการณ์ พร้อมระบุว่า เมื่อฝ่ายค้านไม่มีอะไรจะพูด ก็หันไปใช้คำพูดหยาบคาย ดูหมิ่น และใช้ความรุนแรง

ปัจจุบัน พรรคกาคาริอา เพื่อจอร์เจีย เป็นฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียวที่ยังคงมีสมาชิกอยู่ในรัฐสภา หลังพรรคฝ่ายค้านอื่น ๆ ปฏิเสธผลการเลือกตั้งรัฐสภาเมื่อปี 2024 โดยอ้างว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใส ก่อนประกาศสละสิทธิ์ไม่รับตำแหน่งสมาชิกสภา

ความขัดแย้งทางการเมืองในจอร์เจียดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปลายปี 2024 เมื่อรัฐบาลประกาศระงับการเดินหน้าการเจรจาเพื่อเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากออกมาชุมนุมประท้วงทั่วประเทศ

แม้รัฐบาลจะใช้มาตรการควบคุมการชุมนุมอย่างเข้มงวด แต่การประท้วงทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ

ขณะเดียวกัน องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนหลายแห่งยังแสดงความกังวลว่า รัฐบาลจอร์เจียได้ผลักดันกฎหมายที่เพิ่มข้อจำกัดต่อเสรีภาพ พร้อมดำเนินมาตรการกดดันผู้ชุมนุม องค์กรภาคประชาสังคม และสื่ออิสระ ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการถดถอยด้านประชาธิปไตยในประเทศ.

ที่มา :AP

เยอรมนีทุบสถิติร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ วัดอุณหภูมิได้ 41.3 องศา

เยอรมนีทุบสถิติร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ วัดอุณหภูมิได้ 41.3 องศา

27 มิ.ย. 2569 05:49 น.

เยอรมนีทุบสถิติร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ วัดอุณหภูมิได้ 41.3 องศา

เยอรมนีเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรง ทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูล โดยวัดได้ 41.3 องศาเซลเซียส ที่เมืองซาร์บรึคเคิน จ่อทำลายสถิติเดิมเมื่อปี 2562

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 สำนักอุตุนิยมวิทยาเยอรมนี (DWD) เปิดเผยว่า เยอรมนีอาจทำสถิติอุณหภูมิสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูล หลังตรวจวัดอุณหภูมิได้ 41.3 องศาเซลเซียส ที่เมืองซาร์บรึคเคิน ทางตะวันตกของประเทศ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม DWD ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นข้อมูลเบื้องต้น และอาจมีการปรับเปลี่ยนหลังผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพข้อมูลอย่างละเอียด หากตัวเลข 41.3 องศาเซลเซียสได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ จะกลายเป็นสถิติอุณหภูมิสูงสุดของเยอรมนี แซงหน้าสถิติเดิมที่ 41.2 องศาเซลเซียส ซึ่งบันทึกไว้เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2562

หลายประเทศในยุโรปกำลังเผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงในช่วงฤดูร้อน ส่งผลให้อุณหภูมิพุ่งสูงผิดปกติ และสร้างความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชนและการเกิดไฟป่าในหลายพื้นที่.

ที่มา AFP

ยอดตายแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา พุ่ง 920 ศพ ทีมกู้ภัยนานาชาติเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต

ยอดตายแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา พุ่ง 920 ศพ ทีมกู้ภัยนานาชาติเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต

27 มิ.ย. 2569 05:20 น.

ยอดตายแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา พุ่ง 920 ศพ ทีมกู้ภัยนานาชาติเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต

เวเนซุเอลาวิกฤตหนักหลังแผ่นดินไหว 7.2 และ 7.5 ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 920 ศพ บาดเจ็บกว่า 3,360 ราย ขณะที่หลายประเทศส่งทีมกู้ภัยและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าร่วมภารกิจค้นหาผู้รอดชีวิต

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 รัฐบาลเวเนซุเอลาเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้ง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 920 ศพ และมีผู้บาดเจ็บ 3,360 ราย ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก และคาดว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก

เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตตามอาคารที่พังถล่ม โดยเฉพาะในรัฐลากวยรา ทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับความเสียหายรุนแรงที่สุด รวมถึงกรุงการากัส เมืองหลวงของประเทศ ผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลสนามและศูนย์การแพทย์ชั่วคราว หลังโรงพยาบาลหลายแห่งไม่สามารถรองรับผู้ป่วยที่หลั่งไหลเข้ามาได้

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลระบุว่า ขณะนี้มีทีมกู้ภัยนานาชาติหลายร้อยคนเดินทางถึงเวเนซุเอลาแล้ว และยังมีอีกหลายชุดกำลังเดินทางเข้ามาสนับสนุนปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ โดยหลายประเทศในทวีปอเมริกา อาทิ บราซิล แคนาดา เม็กซิโก โคลอมเบีย เอลซัลวาดอร์ คิวบา และสหรัฐฯ รวมถึงองค์การสหประชาชาติ ได้ส่งทีมค้นหา เจ้าหน้าที่กู้ภัย และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย ขณะที่ ท่ามกลางความหวังที่ริบหรี่ ครอบครัวผู้สูญหายจำนวนมากยังคงเฝ้ารอข่าวจากเจ้าหน้าที่ 

ทั้งนี้ แผ่นดินไหวทั้งสองครั้งเกิดขึ้นห่างกันเพียงไม่กี่วินาที โดยครั้งที่สองซึ่งมีขนาด 7.5  นับเป็นหนึ่งในแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดของเวเนซุเอลาในรอบกว่าศตวรรษ ส่งผลให้อาคาร บ้านเรือน และโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง รวมถึงท่าอากาศยานนานาชาติซิมอน โบลิวาร์ ในเมืองไมเกเตีย และท่าเรือสำคัญของประเทศ.

ที่มา BBC Aljazeera