เคอร์รียังเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Tony Award ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของวงการละครเวทีบรอดเวย์ ถึง 3 ครั้ง นอกจากนั้นเขายังมีผลงานพากย์เสียงในภาพยนตร์อนิเมชันและรายการโทรทัศน์อีกมากมายด้วย
อย่างไรก็ตาม บทบาทที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของเขาก็คือ ดร. แฟรงก์ เอ็น. เฟอร์เตอร์ (Dr. Frank N. Furter) ซึ่งเป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา ในภาพยนตร์แนวสยองขวัญ-คอมเมดี้-มิวสิเคิล สุดหลุดโลกและครองใจผู้ชมเรื่อง The Rocky Horror Picture Show ซึ่งแสดงร่วมกับ ซูซาน ซาแรนดอน และ แบร์รี บอสต์วิก
สำหรับผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเขา ได้แก่ Charlie’s Angels (2543), Muppet Treasure Island (2539), The Shadow (2537), The Three Musketeers (2536), Home Alone 2: Lost in New York (2535), Clue (2528), Legend (2528) และ Annie (2525)
ในปี 2516 เคอร์รีได้รับบทเป็น ดร. แฟรงก์ เอ็น. เฟอร์เตอร์ ในละครเวที The Rocky Horror Show เวอร์ชันดั้งเดิมของลอนดอน เขาแสดงละครเวทีเรื่องนี้ทั้งในนิวยอร์กและลอสแอนเจลิส ก่อนที่มันจะถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และเปลี่ยนชื่อเป็น The Rocky Horror Picture Show
ภายใต้ข้อตกลง รัฐต่างๆ ที่ยื่นฟ้องร้องจะได้รับเงินประมาณ 459.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อยุติคดีฟ้องร้องดังกล่าว ในขณะที่หุ้นของบริษัท Meta ปรับตัวสูงขึ้น 2.3% ในช่วงแรกของการซื้อขายในวันพุธ
ทั้งนี้ คดีความล่าสุดของ Meta ขยายตัวจากการฟ้องร้องโดยรัฐบาลระดับรัฐ, ท้องถิ่น, เขตการศึกษา และบุคคลธรรมดา ที่กล่าวหาว่า Meta และบริษัทโซเชียลมีเดียอื่นๆ เป็นตัวการกระตุ้นให้เกิดวิกฤตสุขภาพจิตในเยาวชนทั่วประเทศ และกล่าวหาว่า Meta ละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐแคลิฟอร์เนีย, โคโลราโด, เคนทักกี และนิวเจอร์ซีย์
การพิจารณาคดียังครอบคลุมข้อเรียกร้องจาก 29 รัฐที่ระบุว่า Meta ละเมิดกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวทางออนไลน์ของเด็กระดับรัฐบาลกลาง (COPPA) โดยการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ใช้ที่บริษัททราบว่าเป็นเด็กโดยไม่มีการแจ้งเตือนหรือได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง และนำข้อมูลนั้นไปใช้ฝึกฝนโมเดล AI
Meta โต้แย้งมาโดยตลอดว่าบริษัทไม่ได้บิดเบือนข้อมูลเรื่องที่ว่า บริการของตนทำให้เกิดอาการเสพติดหรือไม่ เพราะ “การเสพติดโซเชียลมีเดีย” ไม่ใช่สภาวะทางจิตเวชที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
ในการให้การอีกช่วงหนึ่ง มอสเซอรียอมรับว่า ก่อนที่อินสตาแกรมจะกำหนดให้ Take a Break เปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นในเดือนกันยายน 2024 สัดส่วนวัยรุ่นที่ใช้ฟีเจอร์นี้อยู่ในระดับ หลักหน่วยเปอร์เซ็นต์ และยอมรับว่า “วัยรุ่นส่วนใหญ่ไม่ต้องการใช้” แต่บริษัทตัดสินใจเดินหน้าฟีเจอร์ดังกล่าวต่อไป
อินสตาแกรมเปิดตัว Take a Break ในเดือนธันวาคม 2021 โดยโมเซรีระบุในบล็อกของบริษัทว่า จากการทดลองระยะแรก วัยรุ่นมากกว่า 90% ที่เปิดใช้ฟีเจอร์นี้ยังคงเปิดใช้งานต่อไป ฟีเจอร์ดังกล่าวจะเตือนผู้ใช้ให้ปิดอินสตาแกรมเมื่อใช้งานต่อเนื่องครบระยะเวลาที่กำหนด
อัยการยังตั้งคำถามถึงบล็อกโพสต์ที่มอสเซอรีเผยแพร่เพียงหนึ่งวันก่อนที่เขาจะไปให้การต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม 2021 โดยโพสต์ดังกล่าวมีเนื้อหาเกี่ยวกับการยกระดับมาตรฐานในการปกป้องวัยรุ่นและสนับสนุนผู้ปกครอง พร้อมประกาศเกี่ยวกับฟีเจอร์ Take a Break
การลงทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายธุรกิจครั้งใหญ่ของมัสก์ ซึ่งตั้งเป้าหมายให้สเปซเอ็กซ์สามารถเดินทางไปยังดาวอังคาร พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และส่งศูนย์ข้อมูลขึ้นไปปฏิบัติงานในอวกาศ
ก่อนหน้านี้ในเดือนสิงหาคมสเปซเอ็กซ์ และ Tesla บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและหุ่นยนต์ของมัสก์ ยังประกาศแผนลงทุน 1.68 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงงานผลิตชิป AI ในรัฐเท็กซัส ภายใต้ชื่อ Terafab เพื่อรองรับความต้องการกำลังประมวลผลที่เพิ่มขึ้นสำหรับการพัฒนา AI และเทคโนโลยีหุ่นยนต์