น้ำท่วมฉับพลันเนปาล กู้ภัยเร่งค้นหาผู้สูญหายหลายร้อยคน ต่างชาติอย่างน้อย 468 คนยังไม่ทราบชะตากรรม

น้ำท่วมฉับพลันเนปาล กู้ภัยเร่งค้นหาผู้สูญหายหลายร้อยคน ต่างชาติอย่างน้อย 468 คนยังไม่ทราบชะตากรรม

27 ส.ค. 2569 09:47 น.

น้ำท่วมฉับพลันเนปาล กู้ภัยเร่งค้นหาผู้สูญหายหลายร้อยคน ต่างชาติอย่างน้อย 468 คนยังไม่ทราบชะตากรรม

สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในเนปาลยังน่าเป็นห่วง เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้สูญหายหลายร้อยคน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติอย่างน้อย 468 คน โดยพบชาวอิตาลีและอินเดียสูญหายมากที่สุด

วันที่ 26 สิงหาคม 2569  สำนักข่าวเอพี รายงานอ้างคำเปิดเผยของเจ้าหน้าที่เนปาลระบุว่า ในจำนวนผู้สูญหายมีชาวต่างชาติอย่างน้อย 468 คน ขณะที่การค้นหาและช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบากจากสภาพอากาศและการสื่อสารที่ขัดข้อง โดยสำหรับชาวต่างชาติที่มีรายงานสูญหาย ได้แก่ ชาวอินเดียอย่างน้อย 133 คน ซึ่งเดินทางไปแสวงบุญที่เขาไกรลาสในเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู

นอกจากนี้ ตามข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศอิตาลี พบว่ายังมีชาวอิตาลีอย่างน้อย 90 คน ที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยยังไม่สามารถติดต่อได้  ส่วนทางด้านกระทรวงการต่างประเทศยูเครนระบุว่า ชาวยูเครนอย่างน้อย 53 คน สูญหาย ซึ่งได้รับข้อมูลจากทางการเนปาลว่ามีนักท่องเที่ยวชาวยูเครนกลุ่มหนึ่ง 46 คนขาดการติดต่อ

ด้าน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าได้รับทราบกรณีพลเมืองอเมริกันได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีชาวอเมริกันอย่างน้อย 47 คน ยังสูญหาย ในขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้  ระบุว่าชาวเกาหลีใต้อย่างน้อย 9 คน สูญหาย นอกจากนี้มีชาวรัสเซียอย่างน้อย 4 คน ขาดการติดต่อกับสถานทูตรัสเซียในเนปาล โดยเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการค้นหาและช่วยเหลือ

รายงานข่าวยังระบุว่า นอกจากนี้ มีรายงาน ชาวโปรตุเกส 2 คน และ ชาวเบลเยียมอย่างน้อย 3 คน ที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ โดยเจ้าหน้าที่และทีมกู้ภัยยังคงเร่งค้นหาผู้สูญหายและผู้รอดชีวิต ท่ามกลางอุปสรรคจากฝนตกหนัก สภาพอากาศเลวร้าย และระบบสื่อสารในพื้นที่ประสบภัยที่ได้รับความเสียหาย.

ที่มา CNN

น้ำท่วมเนปาลล่าสุด นานาชาติแสดงความเสียใจ พร้อมระดมความช่วยเหลือ

น้ำท่วมเนปาลล่าสุด นานาชาติแสดงความเสียใจ พร้อมระดมความช่วยเหลือ

27 ส.ค. 2569 09:04 น.

น้ำท่วมเนปาลล่าสุด นานาชาติแสดงความเสียใจ พร้อมระดมความช่วยเหลือ

น้ำท่วมเนปาลล่าสุด : บรรดาผู้นำโลกและองค์กรระหว่างประเทศออกมาแสดงความเสียใจและส่งกำลังใจไปยังผู้ประสบภัย หลังเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในเนปาล จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก พร้อมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการกู้ภัย

นานาชาติแห่ส่งกำลังใจและระดมความช่วยเหลือด่วน

ผู้นำจากหลายชาติรวมทั้งองค์การระหว่างประเทศต่างแสดงความห่วงใยมายังเนปาล หลังเผชิญภัยพิบัติครั้งรุนแรงแบบไม่คาดคิด โดยเออร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า ยุโรปพร้อมระดมความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัย พร้อมแสดงความห่วงใยต่อผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ที่ยังรอข่าวของคนที่สูญหาย ขณะที่สหภาพยุโรปได้เปิดใช้งาน โคเปอร์นิคัส ระบบดาวเทียมของสหภาพยุโรป เพื่อช่วยทำแผนที่พื้นที่ประสบภัยในเนปาลและสนับสนุนการรับมือสถานการณ์ภาคสนาม

ประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรเร่งประสานภารกิจกู้ภัย

ด้าน นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียแสดงความเสียใจต่อ บาลเลนดรา ชาห์ นายกรัฐมนตรีเนปาล พร้อมยืนยันว่าอินเดียพร้อมให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยทีมงานของทั้งสองประเทศกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดในภารกิจกู้ภัยและบรรเทาทุกข์

ขณะที่ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาระบุว่า เหตุน้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้ชาวแคนาดาที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยลงทะเบียนกับบริการแจ้งเตือนฉุกเฉินของรัฐบาล และยืนยันว่าจะให้การสนับสนุนระหว่างที่ภารกิจกู้ภัยยังดำเนินต่อไป

แอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียกล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบความปลอดภัยของพลเมืองออสเตรเลียในพื้นที่ พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ในเนปาลและทิเบตของจีน

ด้าน เอ็ด มิลลิแบนด์ รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ แสดงความห่วงใยต่อผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงชาวอังกฤษที่อยู่ในพื้นที่และครอบครัวของพวกเขา พร้อมระบุว่าอังกฤษพร้อมให้ความช่วยเหลือทางการเนปาล รวมถึงสนับสนุนภารกิจค้นหาและกู้ภัย

ขณะที่ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและส่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันไปยังผู้ประสบภัย พร้อมระบุว่า ทีมงานของสหประชาชาติและพันธมิตรด้านมนุษยธรรมกำลังระดมสิ่งของและบุคลากร เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

ธนาคารโลกทุ่มงบฟื้นฟูและสรุปสถานการณ์ภาพรวม

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของรัฐบาลเนปาลและหน่วยงานกู้ภัยในการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย หลังพื้นที่หลายแห่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากฝนตกและน้ำท่วม ขณะที่ประชาคมโลกเตรียมสนับสนุนการกู้ภัย การบรรเทาทุกข์ และการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย  โดยล่าสุดสหรัฐฯ ประกาศส่งที่ปรึกษาด้านการรับมือภัยพิบัติเข้าช่วยเหลือ พร้อมมอบเงินช่วยเหลือ 5 แสนดอลลาร์ ขณะที่อินเดียเตรียมส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์และขอให้รัฐบาลเนปาลแจ้งรายการสิ่งของที่จำเป็น ส่วนจีนเสนอเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน ด้านธนาคารโลกเตรียมจัดสรรเงินช่วยเหลือฉุกเฉินสูงสุด 25,000 ล้านรูปี หรือราว 6,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการกู้ภัย เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยแล้ว.

ที่มา : CNN

ไต้ฝุ่นนาร์ราถล่มกว่างซี น้ำท่วมครั้งใหญ่สุดในรอบกว่า 70 ปี อพยพประชาชนกว่า 5.4 หมื่นคน

ไต้ฝุ่นนาร์ราถล่มกว่างซี น้ำท่วมครั้งใหญ่สุดในรอบกว่า 70 ปี อพยพประชาชนกว่า 5.4 หมื่นคน

27 ส.ค. 2569 08:47 น.

ไต้ฝุ่นนาร์ราถล่มกว่างซี น้ำท่วมครั้งใหญ่สุดในรอบกว่า 70 ปี อพยพประชาชนกว่า 5.4 หมื่นคน

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตอนใต้ของจีนยังน่าห่วง หลังไต้ฝุ่นนาร์ราทำให้เกิดฝนตกหนักในเขตกว่างซีจ้วง ส่งผลให้แม่น้ำหลายสายมีระดับน้ำสูงเกินจุดเตือนภัย บ้านเรือนถูกน้ำท่วม ต้องเร่งอพยพประชาชน

หนึ่งในพื้นที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดคือ เมืองฉงจั่ว โดยศูนย์อุทกวิทยาฉงจั่วรายงานว่า ระดับน้ำที่สถานีวัดน้ำฉงจั่วพุ่งแตะ 108.87 เมตร เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม สูงกว่าระดับเตือนภัยถึง 7.67 เมตร

ระดับน้ำดังกล่าวส่งผลให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดที่สถานีแห่งนี้ตรวจวัดได้ตั้งแต่ปี 1955 หรือในรอบกว่า 70 ปี โดยมีอัตราการไหลของน้ำประมาณ 11,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ก่อนหน้านี้ สถานการณ์น้ำท่วมในฉงจั่วรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทางการต้องอพยพประชาชนมากกว่า 15,000 คนในพื้นที่ หลังระดับน้ำในแม่น้ำสูงทำลายสถิติเดิมที่เคยบันทึกไว้ในปี 2008

อพยพแล้วกว่า 5.4 หมื่นคนทั่วกว่างซี

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จนถึงเที่ยงวันที่ 25 สิงหาคม เจ้าหน้าที่สามารถอพยพประชาชนที่ติดค้างออกจากพื้นที่ประสบภัยได้ 22,008 คน โดยมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ข้อมูลจากทางการกว่างซีระบุว่า พายุส่งผลกระทบต่อประชาชนราว 61,000 คน ทั่วทั้งภูมิภาค และมีผู้ต้องย้ายออกจากพื้นที่น้ำท่วมมากกว่า 54,000 คน ในจำนวนนี้กว่า 8,000 คนถูกนำตัวไปพักในศูนย์พักพิงฉุกเฉิน

ถนนถูกตัดขาด-ไฟฟ้าและสัญญาณสื่อสารขัดข้อง

ฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม ทำให้หลายพื้นที่ของกว่างซีเผชิญน้ำท่วมทั้งในเขตเมืองและชนบท หมู่บ้านบางแห่งถูกน้ำล้อม ขณะที่ดินถล่มปิดกั้นถนนหลายสาย และบางพื้นที่เกิดไฟฟ้าดับและระบบสื่อสารขัดข้อง

ในเขตหนิงหมิง ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ได้รับผลกระทบหนัก เจ้าหน้าที่ระบุว่า ถนนสายหลักระดับอำเภออย่างน้อย 30 จุดถูกน้ำท่วมหรือถูกดินถล่มปิดกั้น ขณะที่พื้นที่ห่างไกลบางแห่งไม่สามารถใช้เครือข่ายโทรศัพท์ภาคพื้นดินได้ และต้องอาศัยระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมเพื่อประสานงานฉุกเฉิน

หน่วยกู้ภัยกว่างซีระดมกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 459 นาย พร้อมรถฉุกเฉิน 114 คัน และเรือกู้ภัย 80 ลำ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม

ไต้ฝุ่นนาร์ราซึ่งเป็นพายุลูกที่ 19 ของจีนในปีนี้ เคลื่อนตัวอยู่บริเวณอ่าวเป่ยปู้ หรืออ่าวตังเกี๋ย เป็นเวลาหลายวัน ก่อนขึ้นฝั่งที่มณฑลไห่หนานในฐานะพายุโซนร้อน และส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในกว่างซี ไห่หนาน และกวางตุ้ง

ทางการจีนเตือนว่า หลายพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศยังมีความเสี่ยงเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าหน้าที่สั่งปิดธุรกิจและสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่เสี่ยงบางแห่ง พร้อมเตือนประชาชนที่อพยพออกไปแล้วไม่ให้รีบเดินทางกลับบ้านจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัย.

ที่มา : The Guardian

คนไทยถูกจับกุมในแอฟริกาใต้ ข้อหาลักลอบขนไข่นกแก้วจำนวนมาก

คนไทยถูกจับกุมในแอฟริกาใต้ ข้อหาลักลอบขนไข่นกแก้วจำนวนมาก

27 ส.ค. 2569 06:47 น.

คนไทยถูกจับกุมในแอฟริกาใต้ ข้อหาลักลอบขนไข่นกแก้วจำนวนมาก

คนไทยถูกจับกุมคาสนามบินในแอฟริกาใต้ ในข้อหาพยายามลักลอบขนไข่นกแก้วจำนวนมากเข้าประเทศ นับเป็นคนไทยรายที่ 2 ในรอบไม่ถึง 2 เดือน ที่ถูกจับที่สนามบินแห่งเดียวกันนี้ในข้อหาเดียวกัน

เมื่อวันพุธที่ 26 ส.ค. 2569 กระทรวงสิ่งแวดล้อมของแอฟริกาใต้เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรจับกุมชายชาวไทยรายหนึ่ง ซึ่งพยายามลักลอบขนไข่นกแก้วที่ต้องสงสัยว่าเป็นสายพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์ จำนวน 50 ฟอง ผ่านสนามบินหลักของกรุงโจฮันเนสเบิร์ก

กระทรวงระบุในแถลงการณ์ว่า ผู้ต้องหาวัย 50 ปีรายนี้ถูกจับกุมเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ท่าอากาศยานนานาชาติ โออาร์ แทมโบ (OR Tambo) หลังจากเจ้าหน้าที่พบไข่ดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าตู้ฟักไข่ประดิษฐ์เอง ซึ่งถือเป็นสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่อง

การสืบสวนเบื้องต้นบ่งชี้ว่าไข่ดังกล่าวเป็นของนกแก้วสายพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าใกล้สูญพันธุ์ (CITES) กระทรวงระบุ

หากถูกตัดสินว่ามีความผิด ผู้ต้องหาอาจต้องเผชิญโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 10 ล้านแรนด์ (ประมาณ 20 ล้านบาท) หรือทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาก็เพิ่งเกิดเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกัน คือชายชาวไทยวัย 23 ปีถูกควบคุมตัวที่สนามบินแห่งเดียวกันนี้ พร้อมด้วยไข่นกแก้วจำนวน 418 ฟอง

“การจับกุมเหล่านี้เน้นย้ำถึงความซับซ้อนที่เพิ่มมากขึ้นของเครือข่ายลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ” กระทรวงสิ่งแวดล้อมของแอฟริกาใต้ระบุ พร้อมเสริมว่าการสืบสวนในคดีทั้งสองยังคงดำเนินต่อไป

ทั้งนี้ การลักลอบค้าสัตว์ป่ายังคงเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงในแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติมุ่งเป้าไปที่สัตว์จำพวก แรดและช้าง รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า เช่น ตัวนิ่มและสัตว์เลื้อยคลาน เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดมืดระดับโลกที่ทำกำไรมหาศาล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทรัมป์เปรย “อาจมีบางอย่างตามมา” หลัง ผอ. CIA แอบเยือนรัสเซีย

ทรัมป์เปรย “อาจมีบางอย่างตามมา” หลัง ผอ. CIA แอบเยือนรัสเซีย

27 ส.ค. 2569 04:45 น.

ทรัมป์เปรย “อาจมีบางอย่างตามมา” หลัง ผอ. CIA แอบเยือนรัสเซีย

โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมากล่าวเป็นนัยว่า “อาจมีบางอย่างตามมา” หลังจากผู้อำนวยการ CIA เดินทางเยือนกรุงมอสโก ของรัสเซีย โดยไม่มีการประกาศล่วงหน้าเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

เมื่อวันพุธที่ 26 ส.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมากล่าวว่า “อาจมีบางอย่างตามมา” หลังจากนาย จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลาง (CIA) เดินทางไปเยือนกรุงมอสโกโดยไม่มีการประกาศล่วงหน้าเมื่อวันอังคาร เพื่อพบปะกับบุคคลระดับสูงจากหน่วยข่าวกรองของรัสเซีย

การเยือนกรุงมอสโกอย่างลับๆ ของนายแรตคลิฟฟ์ทำให้เกิดการคาดเดาไปต่างๆ นานา โดยเขาเดินทางไปด้วยเครื่องบินของกองทัพ และเดินทางกลับภายในไม่กี่ชั่วโมงต่อมา

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่เปิดเผยรายละเอียด เกี่ยวกับสิ่งที่พูดคุยกันในการเจรจานอกวาระครั้งนี้ แต่ระบุว่าการพบปะดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น “เกือบจะเป็นกิจวัตร” (semi-routine) พร้อมกล่าวเสริมว่า วอชิงตัน “อยากเห็นสงครามในยูเครนยุติลง”

ทรัมป์บอกอีกว่า เขาเกลียดที่จะ “ทำให้ผู้คนผิดหวัง” แต่ไม่มีข่าวลือใดๆ เกี่ยวกับการเยือนครั้งนี้ที่เป็นความจริงเลย

อนึ่ง การพบปะในลักษณะเดียวกันนี้ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนก่อนที่รัสเซียจะเปิดฉากบุกโจมตียูเครนอย่างเต็มรูปแบบเมื่อ 24 ก.พ. 2565

ด้านนาย ดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลเครมลินของรัสเซียเปิดเผยว่า แรตคลิฟฟ์ไม่ได้เข้าพบประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย

“มีการติดต่อกับหน่วยงานข่าวกรองจริง” นายเปสคอฟบอกกับผู้สื่อข่าวในงานแถลงข่าวประจำวัน “แต่ไม่มีการพบปะกับประธานาธิบดีรัสเซีย นี่คือทั้งหมดที่ผมสามารถพูดได้ในเรื่องนี้ และแน่นอนว่า ประธานาธิบดีปูตินได้รับการรายงานสรุปในทันทีเกี่ยวกับทุกเรื่อง”

นอกจากนี้ สตีฟ โรเซนเบิร์ก บรรณาธิการข่าวภาษารัสเซียของ สำนักข่าว BBC ยังถามนายเปสคอฟเรื่องหัวข้อในการเจรจาของ CIA อีกด้วย แต่โฆษกเครมลินตอบว่า “ผมไม่มีอะไรจะเพิ่มเติมจากสิ่งที่ได้พูดไปแล้วในเรื่องนี้”

อย่างไรก็ตาม นายเปสคอฟย้ำว่า การติดต่อระหว่างหน่วยงานข่าวกรองถือเป็น “ปรากฏการณ์เชิงบวก และกระบวนการเชิงบวก” และการติดต่อดังกล่าวมักดำเนินต่อไป “แม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด” ในความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ

ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครนเปิดเผยกับ CBS สื่อสหรัฐฯ ว่า ก่อนการเดินทาง สหรัฐฯ ได้แจ้งต่อยูเครนว่าคณะผู้แทนระดับสูงจะเดินทางไปยังมอสโก และขอให้เคียฟระงับการโจมตีไว้ชั่วคราวจนกว่าคณะผู้แทนจะเดินทางกลับ

ทั้งนี้ เมื่อไม่มีการเปิดเผยว่าการเยือนรัสเซียของ ผอ. CIA มีขึ้นเพื่อจุดประสงค์ใด ทำให้เกิดการคาดเดาไปต่างๆ นานา โดยนักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า นี่อาจเป็นการส่งคำเตือนอย่างตรงไปตรงมาไปยังมอสโก ให้หยุดแคมเปญสงครามนอกรูปแบบต่อประเทศสมาชิก NATO หลังมีรายงานการพบโดรนปริศนาในหลายประเทศยุโรป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทิม เคอร์รี นักแสดงดาวร้ายเจ้าบทบาท เสียชีวิตแล้วในวัย 80 ปี

ทิม เคอร์รี นักแสดงดาวร้ายเจ้าบทบาท เสียชีวิตแล้วในวัย 80 ปี

27 ส.ค. 2569 03:40 น.

ทิม เคอร์รี นักแสดงดาวร้ายเจ้าบทบาท เสียชีวิตแล้วในวัย 80 ปี

ทิม เคอร์รี นักแสดงเจ้าบทบาทผู้โด่งดังจากละครเวที และรับบทตัวร้ายที่มีสีสันฉูดฉาดในภาพยนตร์มากมาย เสียชีวิตแล้ว ขณะมีอายุได้ 80 ปี หลังจากล้มป่วยมานาน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 26 ส.ค. 2569 ว่า ทิม เคอร์รี นักแสดงชาวอังกฤษ ผู้โด่งดังในโลกภาพยนตร์จากการรับบทนักร้อง “กะเทยแต่งหญิงผู้แสนหวาน” ในชุดชั้นในสุดเปรี้ยว จากภาพยนตร์มิวสิเคิลคลาสสิกปี 2518 เรื่อง The Rocky Horror Picture Show เสียชีวิตแล้วในวัย 80 ปี

จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดของเคอร์รี แต่นักแสดงอาวุโสผู้นี้มีปัญหาด้านสุขภาพมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว

ด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่แฝงความน่ากลัว เคอร์รีมักได้รับบทเป็นตัวร้ายในภาพยนตร์ฮอลลีวูดอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งบางครั้งก็แฝงด้วยความตลกขบขัน เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงบทบาทแบบเล่นใหญ่โอเวอร์แอ็กติ้งอันเป็นเอกลักษณ์สร้างชื่อให้กับตัวเขา

“ผมชอบบทพวกนั้นมากจริงๆ เพราะพวกมันมักเป็นบทที่เขียนมาดีที่สุดเสมอ” เคอร์รีเคยให้สัมภาษณ์ในปี 2554

เคอร์รียังเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Tony Award ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของวงการละครเวทีบรอดเวย์ ถึง 3 ครั้ง นอกจากนั้นเขายังมีผลงานพากย์เสียงในภาพยนตร์อนิเมชันและรายการโทรทัศน์อีกมากมายด้วย

อย่างไรก็ตาม บทบาทที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของเขาก็คือ ดร. แฟรงก์ เอ็น. เฟอร์เตอร์ (Dr. Frank N. Furter) ซึ่งเป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา ในภาพยนตร์แนวสยองขวัญ-คอมเมดี้-มิวสิเคิล สุดหลุดโลกและครองใจผู้ชมเรื่อง The Rocky Horror Picture Show ซึ่งแสดงร่วมกับ ซูซาน ซาแรนดอน และ แบร์รี บอสต์วิก

ในการให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์เมื่อปี 2518 เคอร์รีเคยกล่าวถึงความเสี่ยงที่อาชีพการแสดงของเขาจะถูกภาพจำของบทบาทสุดหลุดโลกนี้บดบัง และความกังวลนั้นกลายเป็นความจริงในเวลาต่อมา “ตอนที่ผมอ่านบท ผมแค่รู้สึกว่ามันตลกและมีไหวพริบมากๆ” เคอร์รีกล่าว แม้ว่าเขาจะยอมรับว่ามีความลังเลใจอยู่บ้างในตอนแรก

“หมายถึง ผมลังเลเพราะถ้ามันประสบความสำเร็จ มันอาจเป็นเรื่องยากที่จะสลัดภาพจำนี้ออกไป แต่จริงๆ แล้ว ผมคิดเสมอว่าบทบาทนั้นจะไม่คุ้มค่าเลยถ้าคุณไม่ยอมเสี่ยง” เคอร์รีกล่าว

สำหรับผลงานภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเขา ได้แก่ Charlie’s Angels (2543), Muppet Treasure Island (2539), The Shadow (2537), The Three Musketeers (2536), Home Alone 2: Lost in New York (2535), Clue (2528), Legend (2528) และ Annie (2525)

เคอร์รียอมรับว่าภาพยนตร์บางเรื่องของเขาเข้าขั้นธรรมดาไปจนถึงขั้นแย่ โดยเขาได้ยกตัวอย่างเรื่อง “Congo” ในปี 2538 ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเหมืองเพชรและกอริลลาฆาตกร “ผมเล่นได้แย่มากจริงๆ ในเรื่องนั้น … ผมได้รับรางวัล Razzie Award สำหรับหนึ่งในการแสดงที่แย่ที่สุดแห่งปี — ซึ่งเอาเข้าจริง ผมก็สมควรได้รับมันแล้วล่ะ”

ทั้งนี้ เคอร์รีเกิดที่หมู่บ้านแกรพเพนฮอลล์ (Grappenhall) ในมณฑลเชชเชอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2489 บิดาของเขาเป็นผู้สอนศาสนาประจำกองทัพเรือสหราชอาณาจักรซึ่งเสียชีวิตขณะเขาอายุได้เพียง 12 ปี ส่วนมารดาของเขาทำงานเป็นเลขานุการโรงเรียน เคอร์รีศึกษาวิชาการละครที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม

ในปี 2516 เคอร์รีได้รับบทเป็น ดร. แฟรงก์ เอ็น. เฟอร์เตอร์ ในละครเวที The Rocky Horror Show เวอร์ชันดั้งเดิมของลอนดอน เขาแสดงละครเวทีเรื่องนี้ทั้งในนิวยอร์กและลอสแอนเจลิส ก่อนที่มันจะถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และเปลี่ยนชื่อเป็น The Rocky Horror Picture Show

ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้โด่งดังในทันทีที่เข้าฉาย แต่กลับสร้างแฟนคลับเฉพาะกลุ่มขึ้นมา จากการจัดฉายรอบเที่ยงคืนในนครนิวยอร์กและเมืองอื่นๆ ซึ่งผู้รับชมมักจะแต่งกายคอสเพลย์เป็นตัวละครจากเรื่อง Rocky Horror มาร่วมชม

เคอร์รีถอนตัวจากการแสดงละครเวทีในอังกฤษเมื่อปี 2554 เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ และในปี 2556 ตัวแทนของเขาเปิดเผยว่าเขาประสบภาวะโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) แต่กำลังฟื้นตัว

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาจำเป็นต้องใช้รถเข็นและลดรับปริมาณงานลง อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 เคอร์รีก็กลับคืนสู่จอเงินอีกครั้งโดยปรากฏตัวในภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง Stream

เคอร์รีอาศัยอยู่ในลอสแอนเจลิส ไม่เคยแต่งงานและไม่มีบุตร นอกจากงานแสดงแล้ว ในฐานะนักแต่งเพลงและนักร้อง เคอร์รียังเคยออกแสดงร่วมกับวงร็อกของตัวเองและปล่อยผลงานอัลบั้มเพลงออกมาจำนวนหนึ่งด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

น้ำท่วมฉับพลันเนปาล ดับพุ่ง 157 ศพแล้ว สูญหายอีกหลายร้อยราย

น้ำท่วมฉับพลันเนปาล ดับพุ่ง 157 ศพแล้ว สูญหายอีกหลายร้อยราย

27 ส.ค. 2569 01:25 น.

น้ำท่วมฉับพลันเนปาล ดับพุ่ง 157 ศพแล้ว สูญหายอีกหลายร้อยราย

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันบริเวณชายแดนเนปาลกับทิเบตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 157 ศพแล้ว ขณะที่ทางการกำลังเร่งปฏิบัติการค้นหา และช่วยเหลือผู้คนได้นับร้อยรายแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุดินถล่มขนาดใหญ่และน้ำท่วมฉับพลันบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางเหนือราว 64.4 กิโลเมตร สร้างความเสียหายรุนแรงต่ออาคาร ถนน ยานพาหนะ และทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ตลอดแนวแม่น้ำโภเตโกชี (Bhote Koshi) แม่น้ำตรีศูลี (Trishuli) และแม่น้ำนารายัณี (Narayani) ด้วย

ตำรวจเนปาลอัปเดตตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดไว้ที่ 157 ศพ ขณะที่ สภาการท่องเที่ยวเนปาลระบุมีผู้สูญหาย 403 คน เป็นชาวต่างชาติถึง 341 คน จาก 26 ประเทศ อาทิ อินเดีย 133 คน, สหรัฐฯ 47 คน และ สหราชอาณาจักร 33 คน ในขณะที่ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยกำลังดำเนินต่อไป

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดดินถล่ม ตอนแรกรัฐมนตรีต่างประเทศเนปาลสันนิษฐานว่าเกิดจากแผ่นดินไหว แต่ผลวิเคราะห์ล่าสุดจากสำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่าไม่พบเหตุการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่ดังกล่าวแต่อย่างใด

ตอนนี้เจ้าหน้าที่คาดว่า สาเหตุของดินถล่มอาจเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่อันเกิดจาก ฝนตกหนักหรือธารน้ำแข็งละลายจนทำให้ชั้นดิน/น้ำแข็งพังทลาย ซึ่งนักวิทยาศาสตร์กำลังเร่งตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลฝนเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด

ทั้งนี้ มวลโคลนและเศษซากปริมาณมหาศาลได้ทะลักเข้าใส่เมืองทางตอนเหนือของเนปาล ซึ่งรวมถึงพื้นที่ยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวสายปีนเขาและผู้แสวงบุญ

ภาพวิดีโอเผยให้เห็นกำแพงโคลนและหินที่พัดพาเอาอาคาร ถนน และยานพาหนะจมหายไป ขณะที่ผู้คนต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอดจากมวลซากปรักหักพังที่ไหลถล่มมาอย่างรวดเร็วในเขตนูวาโกต (Nuwakot)

นายบาเลนทรา ชาห์ นายกรัฐมนตรีเนปาล ระบุว่าทั่วประเทศกำลังตกอยู่ในความตื่นตระหนก และกำลังประสานงานกู้ภัยร่วมกับฝั่งจีน โดยตอนนี้มีการส่งเจ้าหน้าที่กองทัพกว่า 1,697 นาย ดำเนินปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย และยังมีอีก 656 นายที่กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการเพิ่มเติม

เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพจำนวน 6 ลำ เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ 94 คนแล้ว ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ของพลเรือนอีก 5 ลำช่วยชีวิตผู้คนได้อีก 12 คน และทีมกู้ภัยทางภาคพื้นดินสามารถช่วยเหลือเพิ่มได้อีก 27 คน นอกจากนี้ ยังมีการจัดส่งเต็นท์และเวชภัณฑ์จำนวนหลายร้อยกิโลกรัมไปยังพื้นที่ประสบภัยแล้ว

ส่วนประธานาธิบดี สี จิ้นผิง สั่งการเร่งค้นหาและกู้ภัยอย่างสุดกำลัง พร้อมเฝ้าระวังภัยพิบัติซ้ำซ้อน ขณะที่อินเดียและสหราชอาณาจักรประกาศพร้อมสนับสนุนความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมและดูแลพลเมืองของตนอย่างเต็มที่

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

Meta ยอมจ่าย 5.5 แสนล้านบาท ยุติคดีโซเชียลทำเด็กเสพติด

Meta ยอมจ่าย 5.5 แสนล้านบาท ยุติคดีโซเชียลทำเด็กเสพติด

27 ส.ค. 2569 00:20 น.

Meta ยอมจ่าย 5.5 แสนล้านบาท ยุติคดีโซเชียลทำเด็กเสพติด

บริษัท Meta ทำข้อตกลงยุติคดีกับ 29 รัฐของสหรัฐฯ โดยจะยอมจ่ายเงินจำนวน 5.5 แสนล้านบาท เพื่อยุติการพิจารณาคดีที่ Meta ถูกกล่าวหาว่า ออกแบบแพลตฟอร์มให้เด็กเสพติด จนเสียสุขภาพจิต

เมื่อวันพุธที่ 26 ส.ค. 2569 บริษัท Meta ผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์รายใหญ่ของโลก ตกลงที่จะจ่ายเงินสูงสุดเป็นจำนวน 1.668 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.48 แสนล้านบาท) พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนฟีเจอร์สำคัญบน Facebook และ Instagram เพื่อยุติการฟ้องร้องจากรัฐต่างๆ ทั่วสหรัฐฯ

การทำข้อตกลงนี้ช่วยยุติการฟ้องร้องที่ยื่นโดย 29 รัฐทั่วสหรัฐอเมริกา ซึ่งกล่าวหาว่า Meta ออกแบบแพลตฟอร์มให้เด็กเสพติด, บิดเบือนข้อมูลด้านความปลอดภัย และจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กอย่างไม่ถูกต้อง และจะยุติการพิจารณาหนึ่งในคดีใหญ่ที่สุดที่บริษัทผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียใดๆ เคยเผชิญ

ตามข้อตกลงยุติคดี Meta จะกำหนดขีดจำกัดการใช้งานรายวันและจำกัดการใช้งานในช่วงเวลากลางคืนสำหรับเด็กที่ใช้ Facebook และ Instagram รวมถึงยกระดับมาตรการป้องกันไม่ให้เด็กเข้าถึงเนื้อหาที่จำกัดตามอายุ

อย่างไรก็ตาม แม้จะทำข้อตกลงยุติคดี แต่ Meta ยืนกรานปฏิเสธการกระทำผิดใดๆ รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กอย่างไม่ถูกต้อง อันเชื่อมโยงกับกรณีอื้อฉาวของบริษัท Cambridge Analytica ที่แอบเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ Facebook หลายล้านคน

ภายใต้ข้อตกลง รัฐต่างๆ ที่ยื่นฟ้องร้องจะได้รับเงินประมาณ 459.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อยุติคดีฟ้องร้องดังกล่าว ในขณะที่หุ้นของบริษัท Meta ปรับตัวสูงขึ้น 2.3% ในช่วงแรกของการซื้อขายในวันพุธ

ทั้งนี้ คดีความล่าสุดของ Meta ขยายตัวจากการฟ้องร้องโดยรัฐบาลระดับรัฐ, ท้องถิ่น, เขตการศึกษา และบุคคลธรรมดา ที่กล่าวหาว่า Meta และบริษัทโซเชียลมีเดียอื่นๆ เป็นตัวการกระตุ้นให้เกิดวิกฤตสุขภาพจิตในเยาวชนทั่วประเทศ และกล่าวหาว่า Meta ละเมิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐแคลิฟอร์เนีย, โคโลราโด, เคนทักกี และนิวเจอร์ซีย์

การพิจารณาคดียังครอบคลุมข้อเรียกร้องจาก 29 รัฐที่ระบุว่า Meta ละเมิดกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวทางออนไลน์ของเด็กระดับรัฐบาลกลาง (COPPA) โดยการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ใช้ที่บริษัททราบว่าเป็นเด็กโดยไม่มีการแจ้งเตือนหรือได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง และนำข้อมูลนั้นไปใช้ฝึกฝนโมเดล AI

Meta โต้แย้งมาโดยตลอดว่าบริษัทไม่ได้บิดเบือนข้อมูลเรื่องที่ว่า บริการของตนทำให้เกิดอาการเสพติดหรือไม่ เพราะ “การเสพติดโซเชียลมีเดีย” ไม่ใช่สภาวะทางจิตเวชที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม Meta, Snapchat กับบริษัทแม่อย่าง Snap, YouTube กับบริษัทแม่อย่าง Alphabet และ TikTok พร้อมด้วย ByteDance บริษัทแม่ ยังคงต้องเผชิญกับการฟ้องร้องอีกหลายพันคดีในศาลรัฐบาลกลางและศาลระดับรัฐ จากข้อกล่าวหาที่ว่า บริษัทเหล่านี้ตั้งใจออกแบบแพลตฟอร์มของตนให้มีฟีเจอร์ที่มอมเมาเด็ก จนส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เจ้าชายแฮร์รี่-ครอบครัว เดินทางถึงอังกฤษแล้ว ไม่กี่วันหลังประกาศย้ายประเทศ

เจ้าชายแฮร์รี่-ครอบครัว เดินทางถึงอังกฤษแล้ว ไม่กี่วันหลังประกาศย้ายประเทศ

26 ส.ค. 2569 23:17 น.

เจ้าชายแฮร์รี่-ครอบครัว เดินทางถึงอังกฤษแล้ว ไม่กี่วันหลังประกาศย้ายประเทศ

เจ้าชายแฮร์รี่กับครอบครัวเดินทางกลับถึงอังกฤษแล้ว หลังมีข่าวว่าพระองค์จะกลับมาอยู่ในสหราชอาณาจักรอีกครั้ง หลังย้ายไปอยู่รัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ นานร่วม 6 ปี

สำนักข่าว บีบีซี (BBC) รายงานว่า เจ้าชายแฮร์รี่กับเมแกน พระชายา เดินทางกลับมาถึงสหราชอาณาจักรแล้วในวันอังคารที่ 26 ส.ค. 2569 โดยเชื่อกันว่า ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ พร้อมด้วยพระโอรสและพระธิดา คือ เจ้าชายอาร์ชีกับเจ้าหญิงลิลิเบต นั่งเครื่องบินส่วนพระองค์จากรัฐแคลิฟอร์เนียมายังอังกฤษ และถึงเมืองเบอร์มิงแฮมช่วงก่อนเที่ยงเล็กน้อย

โฆษกของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์กล่าวว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องที่เราจะแสดงความคิดเห็น” ขณะที่แหล่งข่าวเปิดเผยกับบีบีซีว่า ไม่พบเห็นการคุ้มกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจในตอนที่เจ้าชายแฮร์รี่และครอบครัวเดินทางออกจากสนามบิน

การเดินทางกลับอังกฤษของเจ้าชายแฮร์รี่กับครอบครัวในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อน สื่อในอังกฤษประโคมข่าวว่า พระองค์กับเมแกนจะพาครอบครัวย้ายกลับมาพำนักในสหราชอาณาจักรในเดือนสิงหาคมนี้ โดยจะไม่กลับมาปฏิบัติพระกรณียกิจอย่างเป็นทางการ แต่จะอาศัยอยู่ในอังกฤษในฐานะเชื้อพระวงศ์ที่ไม่ได้ทำงานให้ราชวงศ์

คาดกันว่า ครอบครัวของดยุกแห่งซัสเซกซ์จะใช้ชีวิตอยู่ที่อสังหาริมทรัพย์ส่วนพระองค์นอกกรุงลอนดอน ในแถบพื้นที่คอตส์โวลด์ส (Cotswolds) ส่วนเจ้าชายอาร์ชีกับเจ้าหญิงลิลิเบตลงทะเบียนเข้าโรงเรียนในอังกฤษแล้ว และภาคเรียนใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ เจ้าชายแฮร์รี่กับเมแกนประกาศถอนตัวจากการเป็นสมาชิกชั้นสูงของราชวงศ์อังกฤษในช่วงต้นปี 2563 ก่อนจะย้ายออกจากสหราชอาณาจักร ไปอาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน

บีบีซีเผยอีกว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงได้รับแจ้งเรื่องการย้ายกลับครั้งนี้เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการเปิดเผยแน่ชัดว่า เจ้าชายแฮร์รี่ตัดสินใจย้ายกลับมาอังกฤษเมื่อใดและเพราะเหตุใด

ครอบครัวของดยุกแห่งซัสเซกซ์เสด็จไปเยี่ยมพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ที่พระตำหนักไฮโกรฟ (Highgrove) เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่เชื่อกันว่า ไม่ได้มีการหารือเรื่องการย้ายประเทศในครั้งนั้น

ก่อนการพบกันในครั้งนั้น เจ้าชายแฮร์รี่กับครอบครัวแทบไม่ได้เดินทางกลับอังกฤษเลย โดยอ้างเรื่องความกังวลด้านความปลอดภัย และเรื่องนี้ก็กลายเป็นประเด็นถกเถียงอีกครั้ง นับตั้งแต่มีข่าวการเดินทางกลับในครั้งนี้

เจ้าชายแฮร์รี่พยายามคัดค้านเรื่องการลดระดับการคุ้มกัน หลังจากพระองค์ยุติการทำหน้าที่สมาชิกราชวงศ์และย้ายไปสหรัฐอเมริกา แต่พระองค์แพ้คดีความเรื่องดังกล่าวในปี 2568 ทำให้ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่า จะมีการจัดสรรการคุ้มกันให้พระองค์อย่างไร และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

โฆษกกระทรวงมหาดไทยแห่งสหราชอาณาจักรกล่าวหลังมีข่าวเจ้าชายแฮร์รี่จะกลับอังกฤษว่า การตัดสินใจเรื่องการคุ้มกันความปลอดภัยของเชื้อพระวงศ์เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารเพื่อการคุ้มครองเชื้อพระวงศ์และบุคคลสำคัญ (Ravec) และระบบคุ้มกันความปลอดภัยของรัฐบาลสหราชอาณาจักรนั้น “มีความเข้มงวดและเหมาะสมแก่เหตุผล”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ดับพุ่ง 98 ศพ น้ำท่วมฉับพลันชายแดนเนปาล-ทิเบต สูญหายอีกหลายร้อยราย

ดับพุ่ง 98 ศพ น้ำท่วมฉับพลันชายแดนเนปาล-ทิเบต สูญหายอีกหลายร้อยราย

26 ส.ค. 2569 22:05 น.

ดับพุ่ง 98 ศพ น้ำท่วมฉับพลันชายแดนเนปาล-ทิเบต สูญหายอีกหลายร้อยราย

เหตุน้ำท่วมฉับพลันบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 98 ศพ ในขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีกหลายร้อยคน ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการค้นหา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่บริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต เมื่อวันพุธที่ 26 ส.ค. 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งในเนปาลและทิเบตแล้วอย่างน้อย 98 ศพ ขณะที่นักท่องเที่ยวอีกหลายร้อยคนยังคงไม่สามารถติดต่อได้หลังเกิดภัยพิบัติผ่านไปหลายชั่วโมง

มวลโคลนและหินขนาดใหญ่ได้พังทลายลงจากเทือกเขาหิมาลัยลงสู่แม่น้ำ “เลนเด” (Lhende) บริเวณชายแดนเนปาลและทิเบตของจีน จนส่งผลให้เกิดกระแสน้ำโคลนและซากปรักหักพังทะลักออกจากคันตลิ่งของแม่น้ำดังกล่าว พัดเข้าใส่อาคารบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตอย่างเร่งด่วน

เบื้องต้นตำรวจเนปาลรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 22 ศพ ก่อนที่สำนักงานนายกรัฐมนตรีเนปาลจะออกมาระบุว่า พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 95 ศพแล้ว ในขณะที่ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไป

ส่วนคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งเนปาลระบุว่า จำนวนผู้สูญหายก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยตัวเลขล่าสุดอยู่ที่ 403 ราย ประกอบด้วยชาวเนปาล 61 ราย และชาวต่างชาติอีก 341 ราย

คณะกรรมการฯ บอกอีกว่า ผู้สูญหายเป็นผู้หญิง 200 ราย ผู้ชาย 203 ราย ขณะที่ชาวต่างชาติที่สูญหายมาจากอย่างน้อย 26 ประเทศ โดยเป็นชาวอินเดียมากที่สุดที่ 133 คน ขณะที่ 47 คนมาจากสหรัฐฯ และ 33 คนมาจากสหราชอาณาจักร

ภาพถ่ายดาวเทียมเปรียบเทียบแสดงให้เห็นพื้นที่ “สยาปรู เบซี” เขตท่องเที่ยวเชิงเขาทางเหนือของเนปาล ก่อนและหลังจากเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลัน
ภาพถ่ายดาวเทียมเปรียบเทียบแสดงให้เห็นพื้นที่ “สยาปรู เบซี” เขตท่องเที่ยวเชิงเขาทางเหนือของเนปาล ก่อนและหลังจากเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลัน

ภาพที่เผยแพร่โดยตำรวจเนปาลแสดงให้เห็นกระแสน้ำท่วมไหลเชี่ยวกรากผ่านแม่น้ำ พัดพาบ้านเรือนพังทลายไปตามสายน้ำ ขณะที่ภาพจากสำนักข่าว AFP เผยให้เห็นเพียงชั้นบนสุดของบ้านหลังหนึ่งที่โผล่พ้นขึ้นมาจากดินโคลน

โฆษกตำรวจเปิดเผยกับ AFP ก่อนหน้านี้ว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบขอบเขตความเสียหายที่แน่ชัด แต่ได้ “แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งแม่น้ำให้ย้ายออกไปยังที่ปลอดภัยแล้ว”

ด้านการไฟฟ้าเนปาลระบุว่า กำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณ 430 เมกะวัตต์ ทั้งจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ ได้รับความเสียหาย “ภัยพิบัติครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายต่อระบบการผลิต การส่ง และการกระจายไฟฟ้าของการไฟฟ้าฯ… ส่งผลให้การจ่ายไฟฟ้าหยุดชะงัก

นายซาร์ทัก เศรษฐา (Sarthak Shrestha) นักวิเคราะห์ด้านการสำรวจข้อมูลระยะไกลและสารสนเทศภูมิศาสตร์ จากศูนย์ศึกษาวิจัยการพัฒนาภูเขาบูรณาการนานาชาติ (ICIMOD) ในกรุงกาฐมาณฑุ กล่าวว่า การประเมินขั้นต้นพบว่า “ไม่มีสิ่งผิดปกติ” เกิดขึ้นจากฝั่งชายแดนจีน

“เราเชื่อว่าเกิดหิมะและหินถล่มขึ้นในฝั่งเนปาล ซึ่งเข้าไปปิดกั้นแม่น้ำเลนเด ซึ่งเป็นสาขาย่อยของแม่น้ำโภเตโกชี (Bhotekoshi River) จนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมทะลักเป็นระลอกตามมา” นายซาร์ทักบอกกับ AFP ขณะที่ทางการเนปาลระบุว่าทางหลวงหลายสายต้องปิดทำการเพราะน้ำท่วมฉับพลันครั้งนี้ด้วย

ประชาชนยืนอยู่ใกล้บ้านเรือนและถนนที่ปกคลุมไปด้วยดินโคลน หลังเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันที่เมืองตรีศูลี (Trishuli) ในเขตนุวาโกต (Nuwakot) ประเทศเนปาล
ประชาชนยืนอยู่ใกล้บ้านเรือนและถนนที่ปกคลุมไปด้วยดินโคลน หลังเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันที่เมืองตรีศูลี (Trishuli) ในเขตนุวาโกต (Nuwakot) ประเทศเนปาล

ฝั่งชายแดนจีนที่ติดกับเนปาลก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยสถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีน รายงานว่า ภัยพิบัติดินถล่มฝั่งเนปาลส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ และผู้สูญหายอีก 265 ราย บริเวณด่านจี๋หลง (Gyirong Port) ในทิเบต ซึ่งประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้สั่งการให้เร่งปฏิบัติการกู้ภัยอย่างสุดกำลัง

ตามรายงานของ CCTV ผู้นำจีนกล่าวว่า “ภารกิจที่เร่งด่วนที่สุดคือการทำทุกวิถีทางเพื่อค้นหาและกู้ภัยผู้สูญหาย… เร่งรักษาผู้บาดเจ็บ และลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้ได้มากที่สุด”

ส่วนเจ้าหน้าที่ฝ่ายการจราจรในเมืองชีกาตเซ ของทิเบต โพสต์ข้อความลงบนโซเชียลมีเดียเมื่อวันพุธว่า เส้นทางคมนาคมในพื้นที่ดังกล่าว “มีความเสี่ยงที่จะเกิดโคลนถล่มและไม่ปลอดภัยต่อการเดินทาง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna , bbc