คุณแหน : 11 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 11 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 11 กรกฎาคม 2569

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • ภาพประทับใจภาพหนึ่งคือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ถวายแจกันดอกไม้ และของขวัญ แล้วทรงสวมกอดทูลกระหม่อมแม่ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ในวันทรงบำเพ็ญพระกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติของทูลกระหม่อมแม่ เมื่อ 4 กรกฎาคม ณ พระตำหนักจักรีบงกช อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
  • ท่านผู้หญิง สิริกิติยา เจนเซน หรือคุณใหม่ พระธิดาคนเล็กใน ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี คุณใหม่เป็นผู้หนึ่งที่ทำให้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กลับมามีชีวิตชีวามากขึ้น จากโครงการ วังหน้านฤมิต แม้โครงการนี้จะเกิดขึ้นมาแล้วหลายปี แต่ก็ต้องถือว่าเป็นการทำให้ผู้คนทั้งไทยและเทศให้ความสนใจกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มากขึ้นกว่าเดิม เพราะเมื่อเข้าไปชมแล้วจะซาบซึ้งว่าประวัติศาสตร์มีชีวิต
  • ม.ร.ว. นริศรา จักรพงษ์ พระธิดาของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ กับ หม่อมเอลิซาเบธ จักรพงษ์ ณ อยุธยา ยังคงทำหนังสือประวัติศาสตร์ไทย ศิลปะไทย และวัฒนธรรมไทย และโบราณคดีไทย รวมถึงศิลปะร่วมสมัยของไทยและอุษาคเนย์ ที่น่าอ่านน่าติดตามมาก ในนามสำนักพิมพ์ริเวอร์ บุ๊คส์ และเปิดบ้านจักรพงษ์ให้เป็น boutique hotel เพื่อให้ผู้คนที่สนใจประวัติศาสตร์ไทยได้ไปใช้ชีวิตจริงในบ้านประวัติศาสตร์
  • มีคำถามหนึ่งที่คนทำหนังสือพิมพ์รายวันถูกถามบ่อย ๆ คือ เดี๋ยวนี้ ยังมีหนังสือพิมพ์ขายหรือเปล่า ก็ขอตอบให้ทราบโดยทั่วกันว่า ทุกวันนี้ ยังมีหนังสือพิมพ์ขายอยู่ (จ้ะ) และต้องตอบแบบหนักแน่ว่า สังคมที่ยังมีคนฉลาดดำรงชีวิตอยู่ จะไม่มีวันปราศจากหนังสือพิมพ์ และหนังสือที่พิมพ์เป็นเล่ม ๆ อย่างแน่นอน  เพราะคนฉลาดไม่สามารถอยู่ได้โดยไม่อ่านหนังสือ เหมือนดั่งที่ อาจารย์ศิลป พีระศรี หรือ กอร์ราโด เฟโรซี ผู้ก่อตั้งโรงเรียนประณีตศิลปกรรม ต่อมาคือมหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวไว้ว่า นายไม่อ่านหนังสือ นายจะรู้อะไร
  • เนเน่ รอยัล หรือ รัตติกานต์ อำลอย สาวน้อยอายุ 15 ย่าง 16 ปี ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ชาวภูเก็ต สร้างชื่อให้ประเทศไทยด้วยการเข้าประกวด American’s Got Talent รอบคัดเลือก โดยร้องเพลงและเล่นกีต้าร์ สไตล์เพลง heavy แล้วผ่านการโหวตแบบเอกฉันท์จากกรรมการทั้งสี่คน พร้อมคำชมจากกรรมการ และเสียงเชียร์แบบกึกก้องจากผู้ชมการแข่งขัน ขอเชิญคนไทยร่วมส่งแรงใจให้น้องเนเน่ในรอบการแข่งขันต่อ ๆ ไปด้วย 

Victor Lee 

วธ. แถลงเปิดตัว ละครหุ่นไทยสัญจรเฉลิมพระเกียรติฯ พระราชินี ดึงอัตลักษณ์หุ่นกระบอกไทย ถ่ายทอดความงดงามในรูปแบบมิวสิคัล 4 ภูมิภาค

วธ. แถลงเปิดตัว ละครหุ่นไทยสัญจรเฉลิมพระเกียรติฯ พระราชินี ดึงอัตลักษณ์หุ่นกระบอกไทย ถ่ายทอดความงดงามในรูปแบบมิวสิคัล 4 ภูมิภาค

วธ. แถลงเปิดตัว ละครหุ่นไทยสัญจรเฉลิมพระเกียรติฯ พระราชินี ดึงอัตลักษณ์หุ่นกระบอกไทย ถ่ายทอดความงดงามในรูปแบบมิวสิคัล 4 ภูมิภาค

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.25 น.

วธ. แถลงเปิดตัว “ละครหุ่นไทยสัญจรเฉลิมพระเกียรติฯ พระราชินี” ดึงอัตลักษณ์หุ่นกระบอกไทย ถ่ายทอดความงดงามในรูปแบบมิวสิคัล 4 ภูมิภาค

วันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ บ้านตุ๊กกะตุ่น หุ่นกระบอกไทย จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว โครงการละครหุ่นไทยสัญจรเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 โดยมีสื่อมวลชนและผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง
ภายในงานแถลงข่าวรอบปฐมทัศน์นี้ได้จัดขึ้น ณ โรงเรียนพิชญศึกษา จ.นนทบุรี โดยประเดิมความยิ่งใหญ่ด้วยการแสดงโชว์พิเศษ สืบสานมรดกชาติ ถ่ายทอดเรื่องราว “ปิดทองหลังพระ” จากบ้านตุ๊กกะตุ่น หุ่นกระบอกไทย ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของคณาจารย์และนักเรียนที่เข้าร่วมชมกว่า 200 คน ที่ต่างตื่นตาตื่นใจไปกับความอ่อนช้อยของฝีมือการเชิดหุ่นที่ผสมผสานกับดนตรีร่วมสมัย แสง สี เสียง ในรูปแบบมิวสิคัลโชว์ที่ทันสมัย แฝงสาระความรู้จนสามารถสะกดสายตาเยาวชนรุ่นใหม่ให้เพลิดเพลิน พร้อมได้เรียนรู้พระราชกรณียกิจและความหมายของการทำความดีไปพร้อมกัน ถือเป็นการตอกย้ำถึงความพร้อมในการเดินสายส่งต่อรอยยิ้มสู่เยาวชนทั่วประเทศ

นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ประธานในพิธีเปิดงาน ได้กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการว่า “กรมส่งเสริมวัฒนธรรมมีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์ของพสกนิกร เราจึงได้สร้างสรรค์โครงการนี้ขึ้นมาภายใต้แนวคิด “ราชินีเคียงกษัตริย์ เดอะพัพเพทโชว์” ตอน “ปิดทองหลังพระ” ในรูปแบบของ “The Musical Puppet Show” เพื่อถ่ายทอดพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระปรีชาสามารถด้านต่าง ๆ ของพระองค์ ผ่านศิลปะการเชิดหุ่นไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นการเฉลิมพระเกียรติแล้ว ยังเป็นการส่งเสริม เผยแพร่ และอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา”

ทางด้าน ดร.นิเวศ แววสมณะ ผู้ก่อตั้งบ้านตุ๊กกะตุ่น หุ่นกระบอกไทย ในฐานะผู้ควบคุมการแสดง ได้กล่าวเพิ่มเติมในส่วนของการสร้างสรรค์ว่า “การแสดงชุดนี้เราดึงอัตลักษณ์หุ่นกระบอกไทยโบราณมาประยุกต์ใหม่ ทั้งการดีไซน์ตัวหุ่น บทละครที่สนุกสนาน และการทำเพลง ผสมผสานเทคนิคแสง สี เสียงที่ทันสมัย เพื่อทลายกำแพงความเชย ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เข้าถึงและซึมซับศิลปวัฒนธรรมไทยได้ง่ายขึ้น ถือเป็นการสืบทอดภูมิปัญญาชาติให้เติบโตอย่างยั่งยืนครับ”

ด้าน ดร.สุนงนาท สูตะบุตร ผู้อำนวยการโรงเรียนพิชญศึกษา เผยถึงความรู้สึกในฐานะตัวแทนโรงเรียนว่า “ทางโรงเรียนมีความยินดีและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการดี ๆ ในครั้งนี้ การนำศิลปวัฒนธรรมระดับชาติมาแสดงให้เด็ก ๆ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ไม่เพียงแต่มอบความสุข แต่ยังช่วยปลูกฝังความดีงามและความจงรักภักดีในหัวใจของเยาวชนได้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุดค่ะ”

สำหรับกิจกรรมหลักของโครงการนี้ จะเป็นการจัดแสดงละครหุ่นไทยสัญจรควบคู่ไปกับ “นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ” ที่รวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่า โดยมีเป้าหมายเดินทางไปจัดแสดงใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดตารางการสัญจรและข่าวสารของโครงการเพิ่มเติมได้ที่ 1. เว็บไซต์ http://www.culture.go.th 2. Facebook Fanpage : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ 3. หมายเลขโทรศัพท์ 02 247 0013 ต่อ 4113 หรือ 4115

นานา ไรบีนา สวมกอดส่ง น้องบรู๊คลิน ไปต่างประเทศ (ชมคลิป)

นานา ไรบีนา สวมกอดส่ง น้องบรู๊คลิน ไปต่างประเทศ  (ชมคลิป)

นานา ไรบีนา สวมกอดส่ง น้องบรู๊คลิน ไปต่างประเทศ (ชมคลิป)

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.10 น.

ทำเอาคนเป็นแม่ถึงกับใจหายและซึ้งสุด ๆ สำหรับคุณแม่ยังสวย นานา ไรบีนา ที่ล่าสุดวันนี้ 11 กรกฎาคม 2569 โพสต์คลิปสุดอบอุ่นปนซึ้งผ่านทาง TikTok เผยโมเมนต์นาทีบีบหัวใจคนเป็นแม่ ขณะร่วมเดินทางไปส่งลูกชายสุดที่รัก น้องบรู๊คลิน ที่สนามบินสุวรรณภูมิเดินทางไปต่างประเทศ

โดยในคลิปดังกล่าว เผยให้เห็นภาพที่เธอกำลังสวมกอดและหอมแก้มลูกชายด้วยความรักและคิดถึง ซึ่งทั้งแม่และลูกต่างสบตากันจนวินาทีสุดท้ายก่อนจะแยกย้าย พร้อมระบุข้อความสุดซึ้งกินใจว่า “ไม่ว่าลูกจะอยู่แห่งหนไหน หัวใจมามี๊จะอยู่กับบรู๊คเสมอนะครับ ในวันที่เราได้รับโอกาส จงทำให้เต็มที่และทำให้ดีที่สุด มามี๊เป็นกำลังใจให้นะลูก มามี๊รักลูกสุดหัวใจ”

น้องบรู๊คลิน
น้องบรู๊คลิน

ซึ่งการเดินทางไปต่างประเทศของน้องบรู๊คลินในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ไม่นาน คุณแม่นานาเพิ่งจะโพสต์คลิปนาทีซึ้ง ไปส่ง น้องบีน่า ลูกสาวฝาแฝดคนโต ที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเดินทางไปต่างประเทศเช่นเดียวกัน โดยในตอนนั้นเธอได้เขียนข้อความถึงลูกสาวไว้อย่างน่าประทับใจว่า “ทุกๆการเดินทางของหนู ทุกๆการเติบโตของหนู จะมีหัวใจมามี๊ไปอยู่ด้วยเสมอทุกหนแห่งนะลูก อย่าลืมจับอกข้างซ้ายของตัวเองเวลาคิดถึงแม่นะ รักนะดวงใจของแม่”

น้องบีน่า

หลังจากที่คลิปของ นานา ไรบีนา เผยแพร่ออกไป ก็มีบรรดาแฟน ๆ และชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความเอ็นดูและส่งกำลังใจให้ทั้งคุณแม่นานาและน้องบรู๊คลินกันอย่างล้นหลาม เช่น

“น้องไปเรียนต่อต่างประเทศกันใช่ไหมคะ”

“รักๆๆนะบรู๊คลิน เดินทางปลอดภัยนะครับ”

“บรู๊คลินสูงกว่าแม่เยอะแล้วเป็นหนุ่มหล่อเลยคับ”

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ครอบครัวที่ทำเอาแฟน ๆ สัมผัสได้ถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของคนเป็นแม่ ที่พร้อมสนับสนุนทุกย่างก้าวและการเติบโตของลูก ๆ แม้จะต้องอยู่ห่างไกลกันคนละซีกโลกก็ตาม ทางทีมข่าวขอร่วมอวยพรให้น้องบรู๊คลินเดินทางปลอดภัยและสนุกกับการเรียนต่อในครั้งนี้ด้วยนะคะ

น้องบรู๊คลิน
น้องบรู๊คลิน
น้องบรู๊คลิน
น้องบรู๊คลิน

>>> ชมคลิป น้องบรู๊คลิน คลิกที่นี่ <<<

>>> ชมคลิป  น้องบีน่า คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก tiktok nanarybena

ศิลปินนักแสดงจีเอ็มเอ็ม ร่วมแจกอาหารพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก

ศิลปินนักแสดงจีเอ็มเอ็ม ร่วมแจกอาหารพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก

ศิลปินนักแสดงจีเอ็มเอ็ม ร่วมแจกอาหารพระราชทาน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.00 น.

จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ รวมพลังน้ำใจ ศิลปินจีเอ็มเอ็ม มิวสิค เต๋า ภูศิลป์มิ้วส์ อรภัสญาน์, กิมกลอย สิริกาญจน์ และ ชะเอม เกียรติคุณป๊อก จิรสินตอง ธนากร จากวง BOVINI พร้อมด้วยนักแสดงจากจีเอ็มเอ็มทีวี ป๊อด ศุภกร และ ปาแปง พรหมพิริยะ ร่วมเป็นจิตอาสาโรงครัวพระราชทาน นำอาหาร  แจกให้กับประชาชนที่มาถวายสักการะพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จัดโดย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย    

เต๋า ภูศิลป์ เปิดเผยว่า“วันนี้พวกเราได้มีโอกาสมาร่วมเป็นจิตอาสากับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มาร่วมแจกข้าวเหนียวไก่ทอดจากโรงครัวพระราชทานให้ประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระศพฯ ถือว่าเป็นการถวายความจงรักภักดีในฐานะประชาชนคนไทยครับ”

วง BOVINI เปิดเผยว่า“พวกเราตั้งใจมาร่วมเป็นจิตอาสาช่วยแจกอาหารให้กับประชาชนครับ ขอขอบคุณมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่ให้โอกาสพวกเราได้ร่วมทำความดีในวันนี้ และขอเป็นกำลังใจให้พี่ๆ จิตอาสาและอาสาสมัครทุกท่านที่ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนครับ”

ป๊อด ศุภกร – ปาแปง พรหมพิริยะ เปิดเผยว่า“วันนี้พวกเราได้มาบรรจุอาหารที่โรงครัวพระราชทาน และนำไปมอบให้กับประชาชนที่มาถวายสักการะพระศพฯ แม้จะเป็นเพียงกำลังใจเล็กๆ แต่พวกเราก็ตั้งใจมามอบความห่วงใยและส่งต่อน้ำใจให้กับทุกคนครับ”

โอ๊ยเล่าเรื่อง ทนายปีศาจ(The Evil Lawyer) 9/10 สนุกได้ใจ จนอยากจะ รอดู ซีซั่น2

ทนายปีศาจ(The Evil Lawyer)  9/10 สนุกได้ใจ จนอยากจะ รอดู ซีซั่น2

ทนายปีศาจ(The Evil Lawyer) 9/10 สนุกได้ใจ จนอยากจะ รอดู ซีซั่น2

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.00 น.

ทนายปีศาจ อีกหนึ่ง ซีรี่ย์ดีๆ ของ Netflix ที่หยิบเอา เรื่องการว่าความในศาลมาสร้าง ทำออกมาได้ดีดูสนุก ชวนติดตาม ดูๆ กันไปแบบ รวดเดียว 8 EP จบ(เอาเข้าจริงๆ ระหว่างดู อดถึงถึง หนังจีนชุดของ TVB ที่เคยดูในยุค 80-90 ที่ เข้มข้นดูสนุก มีหักมุมไปหา ทำดีสนุกโดนใจ เหมือนๆกัน)

ทนายปีศาจ คือผลงานการกำกับ ร่วมกันระหว่าง  ไก่-ณฐพล บุญประกอบ กับ แซม-จักริน เทพวงค์ จากทีมเขียนบท ประกอบด้วย จักริน เทพวงค์,สุรีย์ฉาย แก้วเศษ,ปัณณพร วัฒนพงษ์,อุสิชา อุดมศักดิ์, โสภณา เชาว์วิวัฒน์กุล และ ณฐพล บุญประกอบ
เรื่องราวของ ‘เมฆ’ลูกชายผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่  ทนายหนุ่มผู้มีอุดมการณ์ ตกเป็น จำเลย ในคดี ฆาตกรรม  ‘เตชิน’ลูกชาย ‘บิ๊กอนันต์’นายตำรวจใหญ่ จนต้องจำใจใช้บริการ ‘จิตตรี’ ทนายความสาวสุดดุเดือดผู้โชกโชนในการฟอกขาวและใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย เพื่อทำทุกวิถีทางให้ชนะคดีโดยไม่สนเรื่องศีลธรรม

ทนายปีศาจ จัดเจนในสิ่งที่ต้องการพูดถึง เรื่องของระบบ ระบบความยุติธรรม การต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม การต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เน้นๆ ไปที่ระบบการว่าความในศาล การทำงานของตำรวจ ระบบเส้นสาย และ ระบบการเมือง

ทนายปีศาจ เดินเรื่องสนุกๆ เดินเรื่องเร็ว เล่าเรื่องง่ายๆ ไม่ซับซ้อน มีการหักมุมไปมา ใส่รายละครของแต่ละคนแต่ละเรื่องราวแต่ละคดี ออกมาได้ดี ไม่ขยี้มากๆ ทำให้ 8 EP ดูสนุกในทุกๆ ตอนสนุกไปกับ การต่อสู้นำหลักฐานต่างๆ มาสู้กันในศาล การเบิกความในศาลใช้การพาไปเหมือนไปดูในเหตุการณ์  การสืบหาหลักฐานเหมือนการสืบคดีในหนังนักสืบที่เคยดู ขยี้ความเข้มข้น ด้วย เรื่องรัก(แต่ไม่โรแมนติก) เรื่องดราม่า มีแอ็คชั่นนิดๆ เข้ามา หรือ ภาพ ความตาย ที่ภาพอาจจะไม่รุนแรงแต่กลับรุนแรงในความรู้สึก

 ตัวเรื่องหยิบเอา คดีดังๆ ที่คุ้นเคย เน้นๆ ความรุนแรง นำมาดัดแปลง ผสมกันใส่เข้ามา เป็นแค่ละคดี ย่อยๆ เพื่อ เชื่อมเข้ากับคดีหลัก ทำให้หนังดูเข้มข้น สนุกไปกับ การรอดูว่า จะสู้คดี กันอย่างไร เส้นเรื่องหลัก ถูกปูด้วย ด้วยคดีฆาตกรรม ก่อนจะค่อยๆ ขยาย ไปสู่ เรื่อง การประมง แรงงานต่างด้าว ที่ไปๆ มาๆ กลายเป็นเรื่องของ การแก้แค้นส่วนตัว ที่ค้างคาสะสม มานานนับสิบๆ ปี ภาพต่างๆ เกี่ยวกับใช้ทุกวิถีทาง ถูกมาใส่ได้แบบมีลูกเล่น เป็นเรื่องจริง ที่ หลายคนน่าจะรู้หรือเคย มีประสบการณ์ หรืออาจจะเคยเห็นเคยดูเคยรับรู้มาจาก หนังเรื่องอื่นๆ นำมาใส่ในหนัง แบบ สบายๆ

ไม่แค่จะจริงจัง เรื่อง การวิพากษ์วิจารณ์ ในเรื่องระบบ ต่างๆ เท่านั้น ยังได้ใส่ดราม่า เข้ามา เพื่อขยี้ อารมณ์ความรู้สึก ทุกตัวละครทุกเหตุการณ์ ถูกโยงถูกขยี้ ด้วย เรื่องครอบครัว พ่อลูก แม่ลูก พี่น้อง บ้านเล็กบ้านน้อย ที่มาพร้อมกับ ปมในใจ การต่อรอง หรือผลที่ตามมา จาก การกระทำต่างๆ นานา  ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัวผู้พิพากษา ทนายความ อัยการ นายตำรวจ นักการเมือง แรงงานต่างด้าวและ ยังสื่อถึง ระบบการสื่อสารการตรวจสอบ ในสังคมยุคปัจจุบัน ใส่เข้ามา เพื่อขยี้ ให้หนังดูสนุก ทั้ง เรื่องของ โลกโซเชี่ยน การปั่นยอด ปั่นข่าวสร้างกระแส อวตาร กล้องวงจรปิด การหาเสียงหาคะแนน หรือ การนำเอารายการเล่าข่าว รายการข่าว ดังๆ หลายๆ รายการ นำมาดัดแปลง ใส่ในหนัง

 ทนายปีศาจ คือ อีกหนึ่งงาน ที่ ได้ นักแสดง ฝีมือดี มาร่วมแสดง ทั้ง บทนำและบทสมทบ หญิง-รฐา โพธิ์งาม  เด่นมากๆ เด่นสุด เป็น ‘ทนายจิตตรี’ที่ ทางพลังทั่ง สีหน้าท่าทางน้ำเสียง ออร่า..ความน่ากลัว ความเก่ง ของ การเป็นทนาย มาแบบเต็มๆ แค่เห็นหน้า ไปต้องอ้าปาก รังสีอมหิต ก็แผ่ซ่าน การชนะคดีลอยมาแต่ไกล เป็น ทนายเก่งที่เล่ห์เหลี่ยม ชนะในแบบ เทาๆหรือแม่แต่ในส่วนของ ปม..ในใจ ปมในวัยเด็ก หรือ การปิดกั้นตัวเอง มีเส้นกั้นกลางระหว่างความสัมพันธ์ กับ ชานนท์ นายตำรวจคนสนิท ก็ ทำให้ ทนายจิตตรี ลดความแรง มี มุมมองอ่อนแอ ที่ใช่เลย

ณัฏฐ์ กิจจริต โชว์พลัง การแสดงเต็มที่ ทั่งสีหน้าท่าทาง ทำให้ ‘เมฆ’ดูเป็น ทนายหนุ่มที่ ดูเป็นเด็กใหม่ๆ ที่ กำลังจะเจอเรื่องร้ายๆ ดูเป็น ทนายๆ น้ำดี ที่อยู่กับความถูกต้อง ก่อนที่จะค่อยๆ เรียนรู้ เติบโต มีประสบการณ์การเป็นทนาย จากการใกล้ชิดกับ ทนายจิตตรี หรือ.. ดูเป็นเพื่อน/คนรักที่ดี กับ อดีตคนรัก และ ดราม่าดีๆ กับปมในใจ ที่รอสะสางกับ พ่อแว่นตา เครื่องแต่งกาย เป้สะพายหลัง ช่วยเสริมทำให้ เมฆ เป็นตัวละคร ทนายธรรดาๆ ที่อยู่กับ ชาวบ้าน

ปริม อัจฉรียา โพธิพิพิธธนากร ใสสวยลุยๆ ไปกับบท ‘อังศุมาลิน’ เด็กสาวที่ทำงานกับ การเมือง เป็นหัวเรือใหญ่ ที่เรียกคะแนน ให้ แม่นักการเมือง เหมือนที่ เคยเห็นกับใน ระบบการเมือง เล่นได้น่ารัก ชวนให้ติดตาม ไม่ว่าจะเป็น การช่วยเหลือเมฆอดีตคนรัก หรือ การช่วยแรงงาน

กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี เป็น ‘ท่านอนันต์’ บิ๊กนายตำรวจ ผู้มี อิทธิพล นิ่งๆ เรื่อยๆ แต่ดูร้าย ดูมีบารมี ในระดับสั่งการ แต่ กลับไปค่อย รู้สึกกับการสูญเสีย ลูกชาย มากเท่าๆ กับ อยู่ใน เงาพ่อตา ผู้ชรา นานๆ จะได้ดู กบ เล่นบทร้าย

ต้อม- พลวัฒน์ มนูประเสริฐ เป็น ‘ฤทธิ์’พ่อ ของ ‘เมฆ’ ที่ดูเป็นผู้ใหญ่ มีความเป็นกลาง แต่มีปม ในใจมีปัญหา ไม่เข้าใจกับลูก  เล่นผ่านแววตาผ่านใต้กรอบแว่นตา ที่มาพร้อมกับ คำว่า ผู้พิพากษาต้องมีความเป็นกลาง

ตู่-ภพธร สุนทรญาณกิจ ฟิตหุ่นๆ ดูดี กับบท ‘ชานนท์’นายตำรวจ คนใกล้ชิดคนใกล้ตัว ที่คอยช่วยเหลือ ‘ทนายจิตตรี’ มีโชว์กล้าม เลิฟซีน คิวบู๊นิดๆ มีปม เรื่องรัก แต่ นำเสนอแบบผิวๆ แต่พอเข้าใจ เหมือน เป็นตัวช่วย ธรรมดาๆ แต่ กลับ มา สิ่งที่ชวนติดตาม ในช่วงท้าย

เจีย-สฤญรัตน์  โธมัส รับบท แพทย์หญิง ‘อัจฉรา’หัวหน้าพรรคร่วมใจ แม่ของ อัวศุมาริน มาดนักการเมือง ท่าทาง น้ำเสียง ถอดแบบ นักการเมือง มาแบบจัดเต็ม ดูเป็น นักการเมือง ระดับ หัวหน้าพรรคจริงๆ
แกละ-องอาจ เจียมเจริญพรกุล ในบท ‘ป๊าชัย’ เจ้าของท่าเรือประมง อดีตนายตำรวจเก่า คนสนิท บิ๊กอนันต์ เสื้อผ้าหน้าผม น้ำเสียงท่าทาง แบบบ้านๆ โหดกับแรงงาน แต่รักครอบครัวแบบสุดๆ เป็น อีกหนึ่งงาน ที่ แกละ-องอาจ เล่นดี เพิ่มความสนุกให้กับเรื่อง
เพชร-เผ่าเพชร เจริญสุข ยังคง ร้ายได้ใจ เหมือน ที่ผ่านๆ มา กับบท ‘เตชิน’เปิดตัวแบบไม่มีมีอะไร ก่อนจะเผยความร้ายได้ใจ ในแบบ หนุ่มลูกนายตำรวจ ที่เอาแต่ใจ ต้นเหตุแห่งคดี ที่ แม้จะจากไป แต่ ก็อยู่กับ คนดู ตลอดเรื่อง

แก๊งสัตว์น้ำ กลุ่มทีมงานของ ทนายจิตตรี เข้ามา เพื่อความสนุก รอยยิ้ม ขำๆ ด้วย ในแบบห้าวๆ ดิบๆ แบบวัยรุ่นๆ เหมือน ไม่มีอะไร แต่ มี ความสามารถในการซับพอท ช่วยเหลือ ด้วย สามหนุ่ม กั้ง/นีโม่/หมึก ที่นำแสดงโดย แก๊ปโบ้-สิระ สิมมี, BESTKANIS, โบโซ่ตามาร-กฤษชา แก้งสวัสดิ์และ เอี้ยง-สวนีย์ อุทุมมาในบท ‘ป้าหน่อย’อดีต หน้าบัลลังค์ ที่ ชอบทำกับข้าว ดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี แต่ เชี่ยวชาญ เก๋าเกมส์ในเรื่องคดีความ

 แคนดิส-ณัฐกฤตา เตชวิทูล เป็น มะนาว ทนายพลังแม่ อดีต ผู้ช่วยของ ทนายจิตตรี ที่ ต้องมาเป็น ทนายต่อสู้กันในศาล ที่เล่นดี ทำให้เรื่องเข้มข้นขึ้น

สามพี่น้อง แรงงาน พม่า เล่นเก่ง ทั้งสีหน้าท่าทาง น้ำเสียง จนเชื่อว่าเป็น พม่าจริงๆ ไม่ใช่ การแสดงต้า-พรรษกร ทีฆรุ่งเรือง เป็น ‘เซยะ’น้องชายคนเล็ก ที่ ออกตามหา พี่สาว เป็นตัวละคร ที่ ดึงคนดู ให้ลุ้นตาม เอาใจช่วย ให้เตอพี่สาว หรือ ไม่เกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้นบีม-พรรณธิดา ไพรเนืองกิจ เป็น ‘เนอู’สาวใส ดูเป็น แคทดี้สาวต้นเรื่อง ที่โดนกระทำช้ำเลือดโชก หรือ ดราม่ากับมน้องชายก็ดึงอารมณ์ได้ดีแอนนี่-กนกพร พิทักษ์หงสา เป็น ‘นีอัน’พี่สาวคนโต สวยๆ ในแบบ พนักงานบนเรือ ที่ เป็นต้นเรื่อง..ตัวจริง..ที่โยงเข่าสู่ คดีฆาตกรรมสนามกอล์ฟ

และที่ ดีงามดีส่งท้าย มาน้อย แต่ จัดเต็ม แรงๆ พอดีๆ กับ ความแรงของ ‘ทนายจิตตรี’คือ ปีเตอร์-นพชัย ชัยนาม เป็น ‘โกศล’ตัวละครเซอร์ไพรร์ ที่ โผล่มา ทำให้ เรื่องราวเหมือนจะจบกับปิดคดี กลับไม่จบ โหดได้ใจ โยงเข้าสู่ ความเข้มข้น โหดแบบดืบๆ รุนแรง ใน ซีซั่น2(ถ้ามี)

นักแสดงสมทบคนอื่นๆ เล่นได้ดี ดูเป็นธรรมชาติ มีทั้ง ที่คุ้นหน้าคุ้นตา อาทิ ครูบอย-พิศาล พัฒนพีระเดช ในบท ผู้สนับสนุนพรรค มนตรี แสงมณี ในบท นายศร ป่าไม้พยานคนสำคัญ สรนันท์ ร.เอกวัฒน์ กรรมการผู้พิพากษา อ.ลลิตา หาญวงษ์ กับ อ.วิโรจน์ อาลี ในบทผู้พิพากษาว่าความ เชฟป้อม-ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล เจ้าหน้าที่ห้องยื่นประกัน สรินยา ออลสัน รับบท หมอสูติฯลฯ และ หลายๆ คน ที่ ผ่านตาทั้ง ในหนังละครหรือโฆษณา

โปรดักชั่นต่างๆ ของ ทนายปีศาจ ออกมาดี บท งานด้านภาพ การตัดต่อ ดนตรีประกอบ เสื้อผ้าหน้าผม นักแสดง โลเกชั่นต่างๆ นาๆ บรรยากาศ ในหนังและที่ชอบมากๆ โดนมากๆ คือ เพลง ดำสนิท ของ Hugo เพลงประกอบท้ายเรื่อง ที่มาในช่วงท้าย EP คือ สิ่งที่พูดสรุป ทนายปีศาจทั้งหมดสิ่งที่ได้แน่ๆ จากการดู ทนายปีศาจ แทบจะไม่มี ด้านดี ด้านขาว ระบบ ความยุติธรรม ล้วนต้องอยู่กับ ความเทา ด้านมืดทนาย อัยการ ใช้ช่องโหว่กฏหมาย ในการเอาชนะ  แม่แต่ ผู้พิพากษา ก็ยังไม่น่าเชื่อถือตำรวจไม่มีใครดีแรงงานต่างด้าวต้องถูกเอาเปรียบทนายปีศาจ สนุกได้ใจ จนอยากจะ รอดู ซีซั่น2ไวๆที่9/10 คะแนน

‘สุกัญญา มิเกล’ เขียนถึง ‘โน๊ส อุดม’ คนช่วยเยียวยาชีวิต ซัดคนซ้ำเติม ไม่รัก ไม่ปลื้ม ก็อย่าทำลายเขาเลย

‘สุกัญญา มิเกล’ เขียนถึง ‘โน๊ส อุดม’ คนช่วยเยียวยาชีวิต ซัดคนซ้ำเติม ไม่รัก ไม่ปลื้ม ก็อย่าทำลายเขาเลย

‘สุกัญญา มิเกล’ เขียนถึง ‘โน๊ส อุดม’ คนช่วยเยียวยาชีวิต ซัดคนซ้ำเติม ไม่รัก ไม่ปลื้ม ก็อย่าทำลายเขาเลย

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 20.35 น.

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 จากกรณีที่นักพูดคนดัง โน้ส-อุดม แต้พานิช  เจอมรสุมชีวิตครั้งใหญ่หลังถูกลูกน้องคนสนิทแอบนำบัตรและสินทรัพย์ไปยักยอกจนเกือบหมดตัว ถึงขั้นต้องนำบ้านไปจำนองเพื่อหาเงินหมุนเวียน ปัญหานี้ทำให้เขาต้องกลับมาจัดทอล์กโชว์ เดี่ยว 16 อีกครั้ง โดยเรียกว่าเป็น “ไมค์ปลดหนี้” 

ล่าสุด สุกัญญา มิเกล นักร้อง นักแสดง และอดีตนางแบบ ได้ออกมาโพสต์รูปกับโน้ส พร้อมข้อความว่า  ครั้งหนึ่งฉันอยากนั่งดูเดี่ยวของพี่โน๊สแบบในสถานที่จริงสักครั้ง แต่ตังค์มีน้อยเพราะเพิ่งหย่ามา เรียกว่าหมดตัวได้เลย ฉันโทรไปหาทีมงานของพี่โน๊ส ว่าพอจะมีที่นั่งเหลือแบบราคาถูกๆบ้างมั้ย  แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นานมีสายเรียกเข้าทางโทรศัพท์ 

“ฮัลโหลคับ ผมขอสายคุณสุกัญญา มิเกลหน่อยคับ”

“ใครคะ? ใครจะพูดสายด้วย”

“ผม อุดม แต้พานิช คับ”

…นั่นเป็นเสียงที่ทำให้ฉันตื่นเต้นเหมือนเด็กน้อยที่ได้ใกล้ชิดกับบุคคลสำคัญ..

สำคัญ -สำคัญสำหรับฉัน เพราะเดี่ยวทุกตอนช่วยฉันจากอาการซึมเศร้า ช่วงหลังหย่า ช่วงที่ต้องห่างกับลูก ช่วงที่ตกงาน  เสียงของเขา งานของเขา เป็นเหมือนยาที่รักษาจิตใจจวบจนปัจจุบัน

เราเคยพบกัน แต่ไม่บ่อยครั้งที่ร้านโอลด์เล้ง RCA  เราไม่ได้สนิทกัน แต่สิ่งที่พี่โน๊สปฎิบัติ ทำให้เรารับรู้ว่า เขาให้เกียรติทุกคน 

เดี่ยว11-ทีมงานได้รับมอบหมายให้รับรองฉันไปนั่งดู -ฟรี-นั่นเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่พี่โน๊สมอบให้

…การที่มีใครบางคนซ้ำเติมเขาในช่วงเวลานี้ “สมน้ำหน้าแล้วมึงดูถูกคนเอาไว้เยอะมึงล้อเลียนคนเอาไว้มาก”

นั่นเป็นเพราะไม่เข้าใจศาสตร์การแสดงสาขานี้ และเอาจิตใจมาใส่จนปนเปเป็นความชัง ซึ่งก็น่าสมเพชที่เข้าไม่ถึงงานของเขา!!!

อาชีพนักแสดงโชว์  เก็บค่าบัตร ก็ถูกแล้ว และเขาจะ -ไมค์ปลดหนี้- นั่นก็ดีกว่าการโกง ที่เขาถูกกระทำไม่รู้กี่เท่า 

ไม่รัก ไม่ปลื้ม ก็อย่าทิ่ม อย่าเสือก ทำลายเขาเลย!!!

ปล. เกิด 1 กันยายน เหมือนกัน โดนทิ่มโดนแทงไม่ต่างกันนะพี่โน๊ส ให้กำลังใจนะคับ

#โน๊ส #อุดมแต้ #ไมค์ปลดหนี้ #เดี่ยวไมโครโฟน

แฟนๆต้อนรับแน่นห้าง อั้ม พัชราภา เปิดตลาดAumAumโฉมใหม่ สวย สดใส ไฉไล

แฟนๆต้อนรับแน่นห้าง อั้ม พัชราภา เปิดตลาดAumAumโฉมใหม่ สวย สดใส ไฉไล

แฟนๆต้อนรับแน่นห้าง อั้ม พัชราภา เปิดตลาดAumAumโฉมใหม่ สวย สดใส ไฉไล

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.37 น.

เปิดไปแล้วค่ะ ตลาด“AumAum” โฉมใหม่ อั้มเลือกแล้ว แซ่บทุกสิ่ง มาแบบโทนสีเลม่อนทั้งงาน เปรี้ยวแซ่บจิ๊ดจ๊าด สวยสดใสมากๆ ลุคใหม่! ไฉไลกว่าเดิม งานเปิดตลาดวันแรกแฟนๆมาต้อนรับกันแน่นห้างซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ มายลโฉมทั้งเจ้าของตลาดคนสวย“อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ”และเพื่อนดาราขนกันมามากมาย เริ่มงานกันด้วยสองพิธีกรคนเก่ง มะตูม เตชินท์ และ หนิง ปณิตา เชิญ อั้ม พัชราภา เปิดตลาดแบบอลังการงานสร้าง มีพี่เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร และเพื่อนๆของอั้ม นำโดย เมย์ เฟื่องอารมย์ และ แหวนแหวน ปาริศา และอีกมากมาย บรรยายไม่หมด และที่มาแบบเซอร์ไพรส์ครั้งแรก ก็คือ สามีภรรยาคู่หวาน คุณกรณ์ ณรงค์เดช และ ศรีริต้า เจนเซ่น ที่แฮบแปปี้สุดสุด เดินร่วมช้อป ร่วมซื้ออาหารกลับบ้านแบบแน่นๆ และปิดท้ายความสนุกด้วยคอนเสิร์ตสุดมันส์กับ พี่เจ เจตริน วรรธนะสิน ทุกคนร่วมร้อง ร่วมเต้นกันอย่างเมามันเพราะเป็นแฟนคลับพี่เจกันทุกคน ร้องกันได้ทุกเพลง พี่เจเองก็ยอมรับว่าเป็นครั้งแรกที่เล่นคอนเสิร์ตในตลาดกลางห้างแบบนี้ ยอมรับว่าสนุกและมีความสุขมากโดย อั้ม พัชราภา เผยความรู้สึกกับการเปิดตลาด ”AumAum”โฉมใหม่ ในวันนี้ว่า “วันนี้อั้มมีความสุขมากเลยค่ะ เพราะแฟนๆมาตลาดกันมากมาย แน่นห้างเลย เพื่อนๆก็มาร่วมงานเปิดโฉมใหม่ตลาด “AumAum” รู้สึกดีใจมากเลยค่ะ ที่ทุกคนชอบกัน งานนี้ก็มีร้านอาหารร้านใหม่ๆเจ้าดัง เจ้าอร่อยมาเพิ่มเกือบ 20 ร้าน อย่างร้าน A-Long-Cha(อะลองชา) ของ พุฒ พุฒิ-จุ๋ย วรัทยา, Pig Me Up คอหมูย่าง โดย เจมีไนน์นรวิชญ์, เดอะหลอด ก๋วยเตี๋ยวหลอดหม่าล่า โดย เจมส์ จิรายุ, ข้าวเหนียวมะม่วงแม่วารีและอีกหลายร้านเลย รับรองว่าอร่อยทุกร้าน ที่สำคัญวันนี้ดีใจมากค่ะที่ทั้งคุณกรณ์และศรีริต้า ให้เกียรติมาเดินตลาดอั้มอั้ม มานั่งดูคอนเสิร์ตพี่เจ เจตรินด้วยกัน ร้องเต้นกันสนุกมากๆ เพลงเพราะทุกเพลงเลย ซึ่งตลาดจะเปิดจนถึงวันที่ 19 กรกฎาคม มีกิจกรรมทุกวันเลย แล้ววันที่ 11 กรกฎาคม น้องอิงฟ้า วราหะ ก็จะมาร่วมงานด้วย แฟนๆมาเจอกันได้นะคะ”ย้ำกันอีกครั้งนะคะตลาด“AumAum”โฉมใหม่ เปิดตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ที่ชั้น G ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์

‘เจ๊เกียว’พยานหวย 30 ล้านมอบชุดกีฬาหนุนเยาวชนกาญจน์ สานฝันเตะบอลอาชีพ ห่างไกลยาเสพติด

'เจ๊เกียว'พยานหวย 30 ล้านมอบชุดกีฬาหนุนเยาวชนกาญจน์ สานฝันเตะบอลอาชีพ ห่างไกลยาเสพติด

‘เจ๊เกียว’พยานหวย 30 ล้านมอบชุดกีฬาหนุนเยาวชนกาญจน์ สานฝันเตะบอลอาชีพ ห่างไกลยาเสพติด

วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.06 น.

“เจ๊เกียว” พยานหวย 30 ล้านมอบชุดกีฬาหนุนเยาวชนกาญจน์ สานฝันเตะบอลอาชีพ ห่างไกลยาเสพติด

วันที่ 11 ก.ค.69 นางปนัญชยา สุขพูล หรือ “เจ๊เกียว” พยานคนสำคัญในคดีหวย 30 ล้านชื่อดัง นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา อดีตข้าราชการครูในจังหวัดกาญจนบุรี ได้เดินทางไปมอบชุดกีฬาให้กับกลุ่มเด็กและเยาวชนนักฟุตบอลประจำ GP อคาเดมี่ ตำบลปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเป็นกำลังใจและสนับสนุนให้เด็กๆ มีความก้าวหน้าในเส้นทางสายกีฬา โดยบรรยากาศการมอบสิ่งของเป็นไปอย่างอบอุ่นและสร้างรอยยิ้มให้กับเด็กๆ เป็นอย่างมาก

นางปนัญชยา หรือ เจ๊เกียว เปิดเผยข้อมูลว่า ตนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมเยาวชนรุ่นใหม่ให้ทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ในช่วงวันหยุดเรียน เพราะเชื่อว่าฟุตบอลสามารถพัฒนาเป็นอาชีพที่มีอนาคตได้ และอยากเห็นเด็กๆ มุ่งมั่นพัฒนาฝีเท้าเพื่อทำตามความฝัน มุ่งสู่การเป็นตัวแทนระดับจังหวัดหรือระดับประเทศต่อไป

นอกจากนี้การเล่นกีฬายังช่วยสร้างระเบียบวินัยและทำให้เยาวชนห่างไกลจากปัญหายาเสพติด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ปกครองเกิดความภาคภูมิใจ พร้อมทั้งขอชื่นชมทีมผู้ฝึกสอนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการดูแลอบรมเด็กๆ ให้เป็นคนดี

ด้านตัวแทนทีมผู้ฝึกสอนเปิดเผยว่า ปัจจุบันทางอคาเดมี่ได้ดูแลเยาวชนอายุตั้งแต่ 5-12 ปีในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีเป้าหมายหลักคือการส่งเสริมให้เด็กๆ ได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ห่างไกลยาเสพติด และลดพฤติกรรมการติดหน้าจอโทรศัพท์มือถือ โดยจะเน้นให้เด็กทุกคนมีส่วนร่วมในการแข่งขันมากกว่าการมุ่งหวังผลแพ้ชนะ

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันหลังจากนี้ ทีมเยาวชนมีกำหนดลงสนามในรายการ “ลำภาชีคัพ” ในวันนี้ และรายการ “หัวนาคัพ” เพื่อต่อต้านยาเสพติดในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ ตัวแทนเยาวชนที่มารับมอบชุดกีฬาต่างแสดงความดีใจและขอบคุณนางปนัญชยาที่ให้การสนับสนุนในครั้งนี้ พร้อมทั้งร่วมอวยพรให้มีโชคดีในการเสี่ยงโชคสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ด้วย

ไทยพีบีเอส รายงานผลดำเนินงาน 2567-2568 ต่อสภาผู้แทนราษฎร

ไทยพีบีเอส รายงานผลดำเนินงาน 2567-2568 ต่อสภาผู้แทนราษฎร

ไทยพีบีเอส รายงานผลดำเนินงาน 2567-2568 ต่อสภาผู้แทนราษฎร

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.10 น.

ไทยพีบีเอส รายงานผลดำเนินงาน 2567-2568 ต่อสภาผู้แทนราษฎร “วันชัย” ตอกย้ำความเชื่อมั่น เปรียบสื่อสาธารณะเป็น “ยาสามัญประจำบ้าน”

ไทยพีบีเอส นำเสนอผลปฏิบัติงานประจำปี 2567 และ 2568 “วันชัย” ตอกย้ำความเชื่อมั่นตลอด 18 ปีที่ผ่านมาของไทยพีบีเอส เปรียบเสมือน “ยาสามัญประจำบ้าน” ทวงคืนอธิปไตยสื่อ ชู VIPA ทางรอด ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างประเทศ ส.ส.ทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาล ชื่นชมการทำงานของสื่อสาธารณะ พร้อมเสนอแนะติชมให้ความเห็นเพื่อปรับปรุงการทำงานให้คุ้มค่าภาษีประชาชน

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 28 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1) ที่ วาระรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2567 และประจำปี 2568 ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2567 ที่ผ่านมา โดยมีดร. นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. และนายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ไทยพีบีเอส เป็นตัวแทนกล่าวแถลงชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร

ดร. นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. กล่าวว่า ในภาวะที่แพลตฟอร์มข้ามชาติเข้ามามีอิทธิพลต่อการสื่อสาร และมีบทบาทในการกำหนดสิ่งที่ผู้คนรับรู้ ส่งผลให้อธิปไตยทางสื่อ (Media Sovereignty)  กลายเป็นสิ่งที่กำลังเผชิญความท้าทาย ไทยพีบีเอสตระหนักถึงภารกิจดังกล่าว จึงปรับบทบาทการทำงานในทุกด้าน สร้างการรับรู้และร่วมปกป้องอธิปไตยทางสื่อของประเทศ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสื่อสาธารณะ โดยเฉพาะ VIPA ให้เป็นแพลตฟอร์มสื่อระดับชาติ ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างประเทศ และเป็นพื้นที่เผยแพร่เนื้อหาที่มีคุณภาพ สะท้อนความหลากหลายของสังคม ไม่มุ่งตอบสนองอารมณ์หรือกระแสเพียงอย่างเดียว

ด้านนายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. นำเสนอรายงานประจำปี 2567 และ 2568 โดยตอกย้ำความเชื่อมั่นว่าตลอด 18 ปีที่ผ่านมาของไทยพีบีเอส เปรียบเสมือน “ยาสามัญประจำบ้าน” ที่ทุกครอบครัวในสังคมไทยควรจะมีไว้ สะท้อนว่าความเป็นสื่อสาธารณะที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่จำนวนผู้ชมเพียงอย่างเดียว แต่คือความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อไทยพีบีเอส

นายวันชัย กล่าวต่อว่า สิ่งที่สะท้อนคุณค่าของไทยพีบีเอสได้ชัดเจนที่สุดคือความเชื่อมั่นของประชาชน โดยผลสำรวจจาก Reuters Institute ประจำปี 2568 พบว่า ไทยพีบีเอสได้รับความไว้วางใจจากประชาชนถึงร้อยละ 72 ขณะที่ผลการประเมินจากสถาบันเอเชียศึกษาและสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าประชาชนร้อยละ 93 เห็นว่าไทยพีบีเอสยังมีความจำเป็นต่อสังคมไทย และร้อยละ 70 มองว่าเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารที่น่าเชื่อถือ

จากนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลงชื่ออภิปรายรวมทั้งสิ้น 10 คน มาจากฝ่ายค้าน พรรคประชาชน ได้แก่ นายเกียรติคุณ ต้นยาง, นายชุมพล หลักคำ, นางสาวธนพร วิจันทร์, นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ, นายอิสริยะ ไพรีพ่านฤทธิ์, นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทิดสกุล, นายเอกราช อุดมอำนวย, รศ.อนุสรณ์ ธรรมใจ ฝ่ายรัฐบาล จากพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ และ นายศุภชัย ใจสมุทร

นายเกียรติคุณ ต้นยาง ส.ส.พรรคประชาชน กล่าวชื่นชมการทำงานของไทยพีบีเอส โดยเฉพาะรายการ “สถานีประชาชน” ที่เป็นพื้นที่รับเรื่องร้องเรียนและช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงการนำเสนอประเด็นภัยไซเบอร์และการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เสนอให้ไทยพีบีเอสเพิ่มพื้นที่รายการด้านการเกษตร โดยเฉพาะองค์ความรู้ที่เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย

นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไทยพีบีเอสมีบทบาทสำคัญในการสร้างการตระหนักรู้ของสังคมผ่านเนื้อหาคุณภาพ ทั้งด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และประเด็นสาธารณะ พร้อมเสนอให้เพิ่มการนำเสนอนโยบายภาครัฐและประเด็นปัญหาของประชาชนให้มากขึ้น ขณะเดียวกันควรชี้แจงรายละเอียดการใช้งบประมาณและผลสัมฤทธิ์ของการใช้จ่ายให้ประชาชนรับทราบอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณและความท้าทายใหม่ ๆ เช่น สังคมสูงวัย ยาเสพติด ข่าวปลอม และเทคโนโลยี AI

รศ.อนุสรณ์ ธรรมใจ ส.ส.พรรคประชาชน กล่าวว่า ไทยพีบีเอสมีความสำคัญต่อประเทศในฐานะสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระจากอำนาจรัฐและอำนาจทุน พร้อมชื่นชมการทำงานที่ยึดมั่นในประโยชน์สาธารณะและความโปร่งใสในการบริหารองค์กร โดยเห็นว่าไทยพีบีเอสไม่ควรเป็นเพียงสื่อมวลชนทั่วไป แต่ควรเป็น “โรงเรียนของสังคม” ที่ช่วยสร้างพลเมืองตื่นรู้ เสริมสร้างความเข้มแข็งทางปัญญา และส่งเสริมประชาธิปไตย พร้อมเสนอให้แสวงหารูปแบบรายได้เพิ่มเติมเพื่อรองรับความยั่งยืนขององค์กรในอนาคต

ด้านนายวันชัย ชี้แจงว่า ไทยพีบีเอสมีการนำเสนอเนื้อหาด้านการเกษตรผ่านหลายรายการ อาทิ ทุกทิศทั่วไทย และพร้อมรับข้อเสนอในการพัฒนาเนื้อหาด้านนี้เพิ่มเติม ขณะที่รายการ สถานีประชาชน ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ส่วนการถ่ายทอดสดกีฬา ไทยพีบีเอสให้ความสำคัญกับกีฬาเยาวชนและกีฬาภายในประเทศมาโดยตลอด  พร้อมยืนยันว่าความน่าเชื่อถือยังคงเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรภายใต้สโลแกน “ไทยพีบีเอส สื่อของทุกคน”

สามารถรับชมและดาวน์โหลดหนังสือ รายงานผลการปฏิบัติงาน ส.ส.ท. ประจำปี 2568 ได้ทาง http://www.thaipbs.or.th/AnnualPerformanceReport

อิทธิพลไต้ฝุ่น “บาหวี่” ฟิลิปปินส์ดินถล่มเสียชีวิต 15 ราย ไต้หวันอพยพประชาชนกว่า 2,000 คน

อิทธิพลไต้ฝุ่น "บาหวี่" ฟิลิปปินส์ดินถล่มเสียชีวิต 15 ราย ไต้หวันอพยพประชาชนกว่า 2,000 คน

10 ก.ค. 2569 16:58 น.

อิทธิพลไต้ฝุ่น “บาหวี่” ฟิลิปปินส์ดินถล่มเสียชีวิต 15 ราย ไต้หวันอพยพประชาชนกว่า 2,000 คน

ไต้ฝุ่น “บาหวี่”  ซึ่งคาดว่าจะเป็นพายุที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พัดเข้าใกล้ไต้หวันในรอบกว่า 30 ปี ทำให้เกิดฝนตกหนักจนดินถล่มในฟิลิปปินส์ คร่าชีวิตอย่างน้อย 15 ราย สูญหายอีก 6 คน ขณะที่ไต้หวันเร่งอพยพประชาชนกว่า 2,000 คน ปิดโรงเรียน ยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยว และเตรียมกำลังทหารรับมือ

อิทธิพลร่องมรสุมจากพายุไต้ฝุ่น “บาหวี่” ทำให้เกิดดินถล่มทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 15 ศพ สูญหายอีก 6 ราย ขณะที่ไต้หวันและเกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่นสั่งปิดโรงเรียน-ยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก พร้อมอพยพประชาชนกว่า 2,000 คน 

ทางการฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า อิทธิพลพายุฝนสะสมจากพายุลูกนี้ได้ทำให้เกิดเหตุดินถล่มรุนแรงถึง 2 ระลอก บนเกาะมินดาเนาทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตที่ยืนยันแล้วอย่างน้อย 15 ศพ และยังมีผู้สูญหายอีก 6 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งค้นหาอย่างเร่งด่วน

ที่เมืองมาลาปาตัน จังหวัดซารังกานี ดินถล่มทับบ้านหลังหนึ่งซึ่งมีสองครอบครัวนอนหลับอยู่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังค้นหาผู้สูญหายอีก 2 คนจากเหตุดินถล่มในหมู่บ้านบลีซอง ฟุนเดา ขณะที่ประมาณ 100 ครอบครัวจากเมืองเดียวกันถูกอพยพออกจากพื้นที่น้ำท่วมก่อนรุ่งสาง ในขณะเดียวกัน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน และสูญหายอีก 6 คน จากเหตุดินถล่มในเมืองคาลาโนกัส จังหวัดลาเนาเดลซูร์ 

เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังไม่สามารถระบุจำนวนบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบจากดินถล่มในหมู่บ้านงิงกีร์ ซึ่งทำให้ถนนบางสายไม่สามารถสัญจรได้ ก่อนหน้านี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติฟิลิปปินส์ เตือนว่าคาดว่าจะมีฝนตกปานกลางถึงหนักในพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศตั้งแต่วันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ รายงานระบุว่า น้ำท่วมรุนแรงอาจทำให้ต้องมีการอพยพประชาชน สร้างความเสียหายต่อภาคเกษตรกรรม บ้านเรือน และโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้การเรียนการสอนและการทำงานต้องหยุดชะงัก การเดินทางทางบก ทางทะเล และทางอากาศหยุดชะงัก และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคที่เกิดจากน้ำและแมลงพาหะ เช่น โรคเลปโตสไปโรซิสและไข้เลือดออก นอกจากนี้ ดินถล่มที่เกิดจากฝนตกหนักอาจทำให้บ้านพัง หินถล่ม และถนนถูกปิดกั้นในพื้นที่ภูเขาได้

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวันรายงานว่า พายุไต้ฝุ่นบาหวี่ได้ลดระดับความรุนแรงลงเล็กน้อยหลังจากเคลื่อนผ่านเกาะกวม โดยปัจจุบันมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ 155 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีลมกระโชกแรงถึง 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือพายุลูกนี้มีรัศมีลมแรงกว้างถึง 380 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นพายุไต้ฝุ่นที่มีขนาดรัศมีใหญ่ที่สุดที่พัดถล่มไต้หวันในรอบกว่า 30 ปี

ทางการไต้หวันสั่งปิดโรงเรียน สถานที่ราชการ และธุรกิจห้างร้านเกือบทั้งหมดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออก พร้อมทั้งยกเลิกเที่ยวบินอีกหลายร้อยเที่ยวบิน นอกจากนี้ยังมีการสั่งอพยพประชาชนมากกว่า 2,000 คน โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเขาอันตรายอย่างเมืองฮัวเหลียน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าระวังเขื่อนกั้นน้ำธรรมชาติอย่างใกล้ชิดเนื่องจากคาดว่าพายุจะเทฝนลงมาหนักสูงถึง 1,000 มิลลิเมตร ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม

ที่เมืองจีหลง เมืองท่าทางตอนเหนือซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด ประชาชนแห่ออกไปซื้อของกักตุนกันอย่างเนืองแน่น พ่อค้าแม่ค้าและชาวประมงเร่งนำกระสอบทรายมาวางกั้นหน้าร้าน นำตาข่ายมาผูกยึดสิ่งของ และผูกเชือกคลุมเทวรูปกลางแจ้งเพื่อป้องกันแรงลม ขณะที่ทางการเตือนให้ประชาชนอยู่ห่างจากชายฝั่งเนื่องจากคาดว่าจะมีคลื่นสูงถึง 9 เมตร

ด้านประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน ได้ออกแถลงการณ์กระตุ้นให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังขั้นสูงสุด โดยสั่งการให้กองทัพเตรียมกำลังพลมากกว่า 28,000 นาย พร้อมเครื่องจักรและยานพาหนะกู้ภัยสแตนบายรอรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

ไม่เพียงแต่ไต้หวันเท่านั้น บนหมู่เกาะซากิชิมะ และเกาะโอกินาวาทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ก็เริ่มได้รับผลกระทบแล้ว โรงเรียนและสำนักงานบางส่วนถูกสั่งปิดชั่วคราว ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางน้ำระบุว่า ยอดจองห้องพักและกิจกรรมช่วงสุดสัปดาห์ถูกยกเลิกทั้งหมด ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมาก

ตามเส้นทางพยากรณ์ หลังจากพายุไต้ฝุ่นบาหวี่เคลื่อนผ่านเกาะทางใต้ของญี่ปุ่นและเฉียดตอนเหนือของไต้หวันแล้ว คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ฝั่งตะวันออกของประเทศจีนในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งจะซ้ำเติมสถานการณ์น้ำท่วมในจีนที่กำลังวิกฤต หลังจากเผชิญพายุฝนถล่มอย่างหนักในสัปดาห์นี้จนมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 39 ศพ และมีเขื่อนอ่างเก็บน้ำแตกไปแล้วหนึ่งแห่ง

นักวิทยาศาสตร์จากหน่วยบริการทางทะเลโคเปอร์นิคัสของสหภาพยุโรป ระบุว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทำให้อุณหภูมิในมหาสมุทรเพิ่มสูงขึ้นทุบสถิติ ประกอบกับการกลับมาของปรากฏการณ์เอลนีโญ ในปีนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งให้พายุหมุนเขตร้อนทวีความรุนแรงได้อย่างรวดเร็วและกักเก็บความชื้นมหาศาล จนกลายเป็นพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรงและสร้างความเสียหายในวงกว้างอย่างที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้.

ที่มา AFP / ABS-CBN