กรมทรัพยากรน้ำบาดาลยกระดับแผนที่ดิจิทัล ช่วยค้นหาแหล่งน้ำอย่างแม่นยำ รับมือภัยแล้งในอนาคต

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลยกระดับแผนที่ดิจิทัล ช่วยค้นหาแหล่งน้ำอย่างแม่นยำ รับมือภัยแล้งในอนาคต

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลยกระดับแผนที่ดิจิทัล ช่วยค้นหาแหล่งน้ำอย่างแม่นยำ รับมือภัยแล้งในอนาคต

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.57 น.

หากวันนี้คุณสามารถเปิดแผนที่บนโทรศัพท์เพื่อค้นหาเส้นทางได้ แล้วจะเป็นอย่างไรหากประเทศไทยมี “แผนที่ใต้ดิน” ที่ช่วยบอกว่าพื้นที่ใดมีศักยภาพน้ำบาดาล อยู่ลึกเท่าใด คุณภาพเป็นอย่างไร และเหมาะสมต่อการพัฒนาแหล่งน้ำหรือไม่

แม้จะไม่ใช่ Google Maps ในความหมายของระบบนำทาง แต่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำลังพัฒนาระบบฐานข้อมูลและแผนที่น้ำบาดาลดิจิทัล ซึ่งเปรียบเสมือน “Google Maps ใต้ดิน” ที่รวบรวมข้อมูลทางธรณีวิทยา ศักยภาพชั้นหินอุ้มน้ำ คุณภาพน้ำบาดาล ความลึกของแหล่งน้ำ และข้อมูลบ่อน้ำบาดาลจากทั่วประเทศ เพื่อใช้ประกอบการวางแผนพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ

เบื้องหลังของแผนที่ดังกล่าว คือ การบูรณาการข้อมูลจากการสำรวจภาคสนาม แผนที่ธรณีวิทยา ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) และการสำรวจทางธรณีฟิสิกส์ เช่น การวัดค่าความต้านทานไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อสร้างภาพโครงสร้างใต้ผิวดินและประเมินตำแหน่งของชั้นหินอุ้มน้ำ ก่อนการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลจริง ช่วยลดความเสี่ยง ลดต้นทุน และเพิ่มความแม่นยำในการเลือกพื้นที่สำรวจ

ปัจจุบันกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้พัฒนาบริการข้อมูลสาธารณะ ทั้งระบบบริการข้อมูลบ่อน้ำบาดาล ระบบ Smart GIS ฐานข้อมูลอุทกธรณีวิทยาแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ รวมถึงแผนที่ศักยภาพน้ำบาดาลรายจังหวัด ซึ่งใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ วิเคราะห์สถานการณ์น้ำบาดาล และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย

ข้อมูลระดับโลกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของการบริหารจัดการน้ำใต้ดิน โดยระบุว่า ประชากรโลกประมาณ 50% หรือมากกว่า 4,000 ล้านคน พึ่งพาน้ำบาดาลเป็นแหล่งน้ำดื่ม ดังนั้น น้ำบาดาล นับเป็นทรัพยากรที่มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงด้านน้ำและความมั่นคงทางอาหารของโลก ในยุคที่สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และประเทศไทยต้องเผชิญทั้งภัยแล้งและฝนที่มีความผันผวน การมีฐานข้อมูลน้ำบาดาลที่ถูกต้องและทันสมัยจะช่วยให้การพัฒนาแหล่งน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการสูญเสียงบประมาณจากการสำรวจที่ไม่ตรงจุด และทำให้การบริหารจัดการน้ำของประเทศก้าวสู่การตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล

อนาคตของการค้นหาแหล่งน้ำ ไม่ได้เริ่มจากรถเจาะ แต่เริ่มจากข้อมูลใต้ผืนดิน เพราะยิ่งเราเข้าใจโลกใต้ดินมากเท่าไร ประเทศไทยก็ยิ่งมีความมั่นคงด้านน้ำมากขึ้นเท่านั้น

ทรู เปิดเวที “Human Insights in the AI Era” เมื่อการเข้าใจ ‘คน’ สำคัญกว่าการมีข้อมูลมหาศาล

ทรู เปิดเวที “Human Insights in the AI Era”  เมื่อการเข้าใจ ‘คน’ สำคัญกว่าการมีข้อมูลมหาศาล

ทรู เปิดเวที “Human Insights in the AI Era” เมื่อการเข้าใจ ‘คน’ สำคัญกว่าการมีข้อมูลมหาศาล

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.33 น.

โจทย์ใหญ่ขององค์กรในยุค AI วันนี้ ไม่ใช่แค่มีเทคโนโลยีหรือมีข้อมูลมากแค่ไหน แต่คือจะเปลี่ยน Data มหาศาลให้กลายเป็นคุณค่าที่จับต้องได้อย่างไร…ทรู คอร์ปอเรชั่น จึงเปิดเวที “Human Insights in the AI Era” ชวนภาคธุรกิจใช้พลัง AI และ Data เพื่อเข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่อย่างลึกซึ้ง ผ่านมุมมองจากนักการตลาด นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล และผู้บริหารองค์กรชั้นนำ ที่ร่วมแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อบทบาทของ AI, Data และ Human Insights ที่เชื่อมโยงมนุษย์ ข้อมูล และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “จาก Big Data สู่อินไซต์ ที่เข้าถึงหัวใจคนยุค AI” เพื่อยกระดับการเข้าใจผู้บริโภคดิจิทัลให้แม่นยำ และมีความหมายยิ่งขึ้น

โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น

โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งได้แชร์มุมมอง ในหัวข้อ “Deciphering the New Digital Consumer หรือ “ถอดรหัสผู้บริโภคดิจิทัลยุคใหม่” กล่าวว่า “งาน Human Insights in the AI Era ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองเชิงลึกสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ นักการตลาด และผู้ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ AI กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล การแข่งขันทางธุรกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภคทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ท่ามกลางบริบทของสื่อ ช่องทางการสื่อสาร และความคาดหวังของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทำการตลาดในยุคปัจจุบันจึงไม่สามารถอาศัยเพียงการมีข้อมูลจำนวนมาก หรือการใช้ AI เป็นเครื่องมือเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกับความเข้าใจในมิติมนุษย์ ทั้งด้านสังคม พฤติกรรมศาสตร์ และบริบททางวัฒนธรรม เพื่อยกระดับจากข้อมูลไปสู่อินไซต์ที่ใช้ได้จริงในการตัดสินใจ การวางกลยุทธ์ และการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

ในยุค AI การมี Data ไม่ได้หมายความว่าองค์กรจะมีอินไซต์โดยอัตโนมัติ เพราะข้อมูลเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความเข้าใจ สิ่งที่สำคัญกว่าคือความสามารถในการตีความ กลั่นกรอง เพื่อมองเห็นแรงจูงใจ ความต้องการ และบริบทของผู้บริโภคอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ผู้บริโภคมีความหลากหลาย ซับซ้อน และไม่สามารถอธิบายได้ด้วยปัจจัยด้านประชากรศาสตร์เพียงมิติเดียว คนรุ่นใหม่เข้าถึงข้อมูลเร็วขึ้นและเติบโตทางความคิดมากขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคกลุ่มผู้ใหญ่ก็มีไลฟ์สไตล์ ความคาดหวัง และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปเช่นกัน ดังนั้น องค์กรและแบรนด์จึงจำเป็นต้องรับฟังอย่างลึกซึ้ง วิเคราะห์อย่างรอบด้าน และเชื่อมโยง Data เข้ากับความเข้าใจผู้คน เพื่อก้าวข้ามการมีข้อมูลจำนวนมากแต่ยังไม่สามารถนำไปสู่คำตอบที่ชัดเจน ไปสู่การสร้างแบรนด์ ประสบการณ์ และความสัมพันธ์กับลูกค้าที่มีคุณค่า แข็งแรง และยั่งยืนในระยะยาว”

นอกจากนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เชิญนักการตลาด นักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล และผู้บริหารองค์กร มาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้จากหลากหลายสถาบันชั้นนำ อาทิ มณีณัฐฐา จิระเสวีจินดา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์และข้อมูลเชิงลึก, วสุพจน์ กิตติทรัพย์กุล ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์และข้อมูลเชิงลึก, ชนิยา นาคะลักษณ์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท โฮมรัน คอนซัลติ้ง, ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย  และ ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น

ทั้งนี้ งานสัมมนา “Human Insights in the AI Era” ได้จัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 6 ทรู ดิจิทัล พาร์ค (อีสต์) ที่ไม่ใช่เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน AI, Data และการตลาด แต่ยังชวนองค์กรกลับมาตั้งคำถามสำคัญว่า จะใช้เทคโนโลยีเพื่อเข้าใจผู้บริโภคให้ลึกขึ้น ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น และสร้างคุณค่าที่มีความหมายต่อการเติบโตของธุรกิจไทยในเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างไร

สสธวท จัดประชุมใหญ่วิสามัญ และปฐมนิเทศ ประจำปี 2569

สสธวท จัดประชุมใหญ่วิสามัญ    และปฐมนิเทศ ประจำปี 2569

สสธวท จัดประชุมใหญ่วิสามัญ และปฐมนิเทศ ประจำปี 2569

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.57 น.

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดย คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล เป็นประธานจัดการประชุมใหญ่วิสามัญและปฐมนิเทศ คณะกรรมการสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สสธวท)  เมื่อวันเสาร์ที่  4  กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่ โรงแรมโวโค่ สุรวงศ์

โดยช่วงเช้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญประจำวาระโดยมีคุณหญิง ณัฐิกา วัธนเวคินอังอุบลกุล เป็นประธานที่ประชุมร่วมกับ ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์เลขาธิการ และ วรรณวิภา เหราบัต และที่ปรึกษาสมาคม รายงานผลการดำเนินงานของสหพันธ์ในรอบสามปีที่ผ่านมาซึ่งครอบคลุมทุกด้านทั้งในและต่างประเทศและร่วมกับองค์กรสมาชิกทั่วประเทศส่วนภาคบ่ายเป็นการปฐมนิเทศสมาชิกจากองค์กรสมาชิกทั่วประเทศ เพื่อชี้แจ้งบทบาท วัตถุประสงค์ และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับระเบียบการบริหารงานสหพันธ์ฯ และสมาคม เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล  ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ  ได้กล่าวถึงประวัติ ความเป็นมาของสหพันธ์ฯ ผังโครงสร้างการบริหารงานของสหพันธ์ฯ และรายชื่อคณะกรรมการอำนวยการ บริหาร และที่ปรึกษา หน้าที่ของฝ่ายต่างๆ โครงสร้างรวมและหน้าที่รับผิดชอบของคณะกรรมการทุกท่านเพื่อให้บริหารงานเป็นแนว ทางเดียวกันรวมถึงสมาคมสมาชิกทั่วประเทศด้วย

ช่วงบ่ายของการปฐมนิเทศ ในหัวข้อ “ก้าวสู่เส้นทางแห่งผู้นำ สร้างพลังเครือข่าย เชื่อมโยงคุณค่า ร่วมขับเคลื่อนอนาคต  สตรีนักธุรกิจและวิชาชีพไทยอย่างยั่งยืน” โดย ดร.สร้อยเพชร  เรศานนท์  รองประธาน และเลขาธิการสหพันธ์ฯ กล่าวถึงข้อบังคับของสหพันธ์ฯ ที่มีการปรับปรุง แก้ไขใหม่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ข้อบังคับใหม่ที่ปรับปรุงขึ้น ซึ่งจะจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการสหพันธ์ฯ ชุดใหม่ (วาระปี 2569-2572) ในวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ   และรายงานผลการทำงานของคณะกรรมการสหพันธ์ฯ ให้แก่คณะกรรมการและสมาชิก สธวท ได้รับทราบ และเรียนเชิญประธานโครงการต่างๆ ของสหัพนธ์ฯ  กล่าวแนะนำโครงการ และกิจกรรมที่ได้รับมอบหมายที่จะจัดให้มีขึ้นต่อไป

มล.ปรียพรรณ  ศรีธวัช  รองประธานสหพันธ์ฯ และประธาน AWEN Thailand กล่าวถึงบทบาทหน้าที่การทำงานของเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ประเทศไทย (AWEN Thailand) ซึ่งจะจัดให้มีการประชุม AWEN Conference และมอบรางวัล AWEN 2026 ในวันที่ 1-2 ตุลาคม 2569 ที่ ประเทศลาว

มาลีรัตน์  ปลื้มจิตรชม  ที่ปรึกษาสหพันธ์ฯ และประธานโครงการประกาศเกียรติคุณสหพันธ์ฯ ได้กล่าวถึงการดำเนินโครงการประกาศเกียรติคุณว่าในปีนี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 ที่ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ                    

พนิดา ชอบวณิชชา ที่ปรึกษาสหพันธ์ฯ และประธานโครงการจุดเทียนประเพณี กล่าวถึงโครงการจุดเทียนประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่งในครั้งต่อไป ได้มอบให้ สธวท กรุงเทพ และสธวท ภาคกลาง เป็นเจ้าภาพในการจัดงานในปี 2570

ฐิตินันท์  วัธนเวคิน  รองประธานสหพันธ์ฯ และประธานโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน ได้กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินโครงการ โดยในปีนี้ ยังคงมีการจัดอบรมวิทยากรพี่เลี้ยงในโครงการฯ  ในวันที่ 15-16 สิงหาคม 2569 ที่ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เช่นเคย

มาลีรัตน์  ปลื้มจิตรชม  ที่ปรึกษาสหพันธ์ฯ และประธานโครงการสมาชิกเกียรติคุณ ได้กล่าวถึงกิจกรรมของฝ่ายสมาชิกเกียรติคุณที่จะจัดให้แก่สมาชิก ในครั้งต่อไป คือ ทัศนศึกษาที่ อำเภอบางคล้า  จังหวัดฉะเชิงเทรา ในเดือนพฤศจิกายน

จตุพร  ลิ้มปิยะศรีสกุล รองประธานสหพันธ์ฯ และประธานโครงการสตรีวัยก้าวหน้า แจ้งแก่คณะกรรมการและสมาชิกว่า ฝ่ายสมาชิกสตรีวัยก้าวหน้า มีกำหนดที่จัดงาน The 5th Young BPW Asia Pacific Symposium 2026 ในวันที่ 27-30 สิงหาคม 2569  ที่ ประมุกโก้รีสอร์ท จ.ภูเก็ต

ในโอกาสเดียวกันนี้ คุณหญิงณัฐิกา ได้นำเสนอแผนงานของโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ที่สหพันธ์ฯ จะได้ดำเนินการจัดต่อเนื่องไปในปี 2570 ร่วมกับองค์กรภาครัฐ เอกชน และภาคีเครือข่ายต่างๆ

ปิดท้ายการประชุม จรรย์สมร วัธนเวคิน กล่าวให้โอวาท ฝากแง่คิดและให้กำลังใจ ประกอบด้วย “สามกล้า สามคว้า ห้าต้องมี” กล่าวคือ สามกล้า คือ กล้าคิด : ริเริ่ม สร้างสรรค์ ปรับเปลี่ยน พัฒนา กล้าทำ : นำสิ่งที่คิดมาสู่การปฏิบัติที่เป็นระบบ เป็นทีม กล้าสู้ : กล้าเผชิญปัญหา-อุปสรรค ยืนหยัด ล้มได้ก็ลุกขึ้นได้ กระทั่งบรรลุผลสำเร็จ และ สามคว้า คือ คว้าจังหวะและโอกาสที่ดี (เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง)  คว้าบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม (อยู่ที่ไหนต้องทำที่นั่นให้เจริญ เติบโตไปด้วยกันอย่างมีความสุข)คว้าหลักการที่ถูกต้องและมีวิวัฒนาการ (ฐานมั่นคง กลางเข้มแข็ง ยอดรุ่งโรจน์) และ ห้าต้องมี คือ 1.วิสัยทัศน์ (มองไกล มองกว้าง มองลึก) 2.ความเป็นผู้นำ (เป็นผู้นำต้องนำตนก่อนนำคนอื่น) 3.เป้าหมายกว้างไกล (ฝันให้ไกล ไปให้ถึง) 4.ความมุ่งมั่น (เอาใจใส่จดจ่อ รู้รุก รู้รอ รู้ถอย) 5.คุณธรรม (เคารพตนเองได้)

บรรยากาศในการประชุมเป็นไปอย่างน่าประทับใจ มีที่ปรึกษา นายกสมาคม คณะกรรมการและสมาชิก สธวท จาก 24 จังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมอย่างคับคั่ง 150 คน  หลังเสร็จสิ้นจากการประชุมในช่วงค่ำ  คณะกรรมการและสมาชิก สธวท มาร่วมพบปะสังสรรค์และรับประทานค่ำร่วมกัน พร้อมทั้งร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดย้อนหลัง ให้แก่ คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์ฯ

สภาสังคมสงเคราะห์ เตรียมจัดงาน ‘วันแม่แห่งชาติ 2569’ เทิดพระเกียรติ ‘แม่แห่งแผ่นดิน’ พร้อมเชิดชูแม่ดีเด่น-ลูกกตัญญู

สภาสังคมสงเคราะห์ เตรียมจัดงาน ‘วันแม่แห่งชาติ 2569’ เทิดพระเกียรติ ‘แม่แห่งแผ่นดิน’ พร้อมเชิดชูแม่ดีเด่น-ลูกกตัญญู

สภาสังคมสงเคราะห์ เตรียมจัดงาน ‘วันแม่แห่งชาติ 2569’ เทิดพระเกียรติ ‘แม่แห่งแผ่นดิน’ พร้อมเชิดชูแม่ดีเด่น-ลูกกตัญญู

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.07 น.

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดแถลงข่าวการจัดงาน “วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569” 12 สิงหาคม 2569 โดยมี ร.ต.ท.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ดร.ธิดารักษ์ สัจจพงษ์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และ ดร.จารุนันท์ อึ้งภากรณ์ รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมให้รายละเอียดการจัดงาน เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ

ร.ต.ท.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ กล่าวว่า สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้จัดงานวันแม่แห่งชาติต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 51 เพื่อเทิดพระเกียรติสเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็น “แม่แห่งชาติ” เพื่อสืบสานคุณค่าของความเป็นแม่และส่งเสริมบทบาทสถาบันครอบครัว เป็นประจำทุกปีที่สภาสังคมสงเคราะห์ฯ จะได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ “แม่ดีเด่นแห่งชาติ” ได้คัดเลือกแม่ผู้ประกอบคุณงามความดี มีความอุตสาหะในการเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนดี ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติในประเภทต่างๆ ทั่วประเทศ  และ “ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีต่อแม่อย่างสูง” ซึ่งทั้งสองรางวัลนี้คณะกรรมการคัดเลือกได้เฟ้นหาอย่างเข้มข้นเพื่อหาแม่และลูกที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะยกย่องให้เป็นแม่ดีเด่นฯ และลูกที่มีความกตัญญูฯ เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับสังคมต่อไป

ร.ต.ท.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ (กลาง), ดร.ธิดารักษ์  สัจจพงษ์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ (ซ้าย) และ ดร.จารุนันท์ อึ้งภากรณ์ รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ (ขวา)

ดร.ธิดารักษ์  สัจจพงษ์ เลขาธิการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ กล่าวว่า ภายในงานและกิจกรรมสัปดาห์วันแม่แห่งชาติปีนี้ ยังมีกิจกรรมสำคัญอื่นๆ ได้แก่ การจัดทำหนังสือวันแม่แห่งชาติ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอกมะลิ ซึ่งเป็นฝีมือของผู้ด้อยโอกาส พิธีถวายพานพุ่มราชสักการะ การจัดเลี้ยงอาหารพระราชทานแก่เด็ก เยาวชน ผู้พิการ ผู้ยากไร้ และผู้โดยโอกาส การจัดคอนเสิร์ต “คิดถึงแม่” ครั้งที่ 26 โครงการน้ำพระทัยพระราชทานใน 76 จังหวัด และในวันที่ 12 สิงหาคม ภายหลังเสด็จพระราชดำเนินกลับ ช่วงเย็นจะเป็นพิธีเลี้ยงแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับพระราชทานรางวัล “แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569” “ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ ประจำปี 2569” อีกด้วย

บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต นำโดย รัชดา พุ่มสุวรรณ รอง.กก.ผจก. ร่วมมอบกรมธรรม์ประกันชีวิตแก่แม่ดีเด่นแห่งชาติ 2569

ด้าน ดร.จารุนันท์ อึ้งภากรณ์ รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ กล่าวว่า ตลอดเวลากว่า 50 ปี ที่สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ได้คัดเลือกและมอบรางวัล “แม่ดีเด่นแห่งชาติ” จนถึงปัจจุบัน มีแม่ดีเด่นฯ ประมาณ 15,000 คน ทั่วประเทศ เพื่อสานเจตนารมณ์ของ พล.ต.หญิง คุณหญิงอัศนีย์ เสาวภาพ อดีตประธานสภาสังคมสงเคราะห์ ที่ต้องการให้แม่ดีเด่นทั่วประเทศได้ดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาทในการใช้พลังความสามารถของแม่ในการสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติบ้านเมือง จึงได้จัดตั้ง “มูลนิธิแม่ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อแม่ทั้งแผ่นดิน” หรือ มพม. ในการเป็นศูนย์กลางและเครือข่ายแม่ดีเด่นทั่วประเทศในการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมส่วนรวมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

แม่ดีเด่นแห่งชาติ 2569 ร่วมงานแถลงข่าว สมจิตร วงศ์สวัสดิ์ แม่ผู้มีความมานะอดทนขยันหมั่นเพียร, พนิตตานันท์ พวงจันทร์แดง แม่ผู้เป็นอาสาสมัครและแม่ของลูกที่เป็นอาสาสมัคร, พรรณี วิเชียรพันธุ์ แม่ของลูกผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศไทยชาติ และ ศิริจันทร์ ศรุติอังกูร แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานเปิดงาน “วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569” พร้อมพระราชทานพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้แก่ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น “แม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2569” “ลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ ประจำปี 2569” พระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดงานเขียนเทิดพระคุณของแม่ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี

ลูกที่มีความกตัญญูฯ 2569 ปัทมา จิตรสวัสดิ์ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 และ ปวีนา ซิงห์ มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2568 และรองชนะเลิศอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2025

สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมแสดงออกถึงความรักความกตัญญูต่อ “แม่” ด้วยการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ “ดอกมะลิวันแม่แห่งชาติ” ซึ่งเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ แม่บ้านนักเรียน  โดยจัดทำหลายรูปแบบ ดอกมะลิติดเสื้อทั้งแบบดอกเดี่ยว แบบช่อ พานพุ่ม พวงมาลัย ผ้าพันคอลายดอกมะลิ และพานพระพุทธรูป และองค์เทพ ที่ได้ผ่านพิธีพุทธาภิเษกจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหารเรียบร้อยแล้ว โดยรายได้จากการจำหน่ายจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย และสมทบกองทุนร่วมใจสงเคราะห์ชุมชน เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบความทุกข์ยากเดือดร้อน มอบเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส

ผู้สนใจสามารถซื้อได้ที่จุดจำหน่ายตามสถานที่ต่างๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ สำนักหารายได้ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ เลขที่ 257 ตึกนวมหาราช ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร.095-958-2849 http://www.ncswt.or.th หรือ Line ID : community.fund (ตจว.) และ  rak_mom (กทม.)

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ จัดกิจกรรมวิ่งการกุศลช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลน

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ จัดกิจกรรมวิ่งการกุศลช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลน

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ จัดกิจกรรมวิ่งการกุศลช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลน

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.55 น.

มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้สืบสานพระปณิธานด้วยการด้วยการสร้างสรรค์ กิจกรรมเดิน – วิ่งการกุศล “ก้าวด้วยธรรม” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีจิตอาสาได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมบริจาคสมทบทุน   ปีนี้ “ก้าวด้วยธรรม” จัดขึ้นเป็นครั้งที่  10 เพื่อจัดหาเครื่องมือแพทย์และมอบเงินบริจาคให้กับโรงพยาบาล 19แห่ง นำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์การรักษากรณีเร่งด่วน อันเป็นการเอื้อประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและคนไข้ที่ขาดแคลน  รอคอยการเยียวยารักษา โดยงานจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 9กรกฎาคม  2569   ณ  อาคาร 100 ปี  วัดบวรนิเวศวิหาร     

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล ประธานกรรมการกองทุนเพื่อผู้ป่วยและโรงพยาบาล    มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร   สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร    ในพระบรมราชูปถัมภ์, ดร.สุนันทา ลีเลิศพันธ์ ประธานกรรมการจัดกิจกรรม  บริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด ร่วมด้วยคณะกรรมการผู้จัดงาน ผู้สนับสนุน ตัวแทนโรงพยาบาล  พร้อมทัพพลังบุญคนบันเทิง  เชอรี่ เข็มอัปสร, อแมนด้า ออบดัม, แพนเค้ก เขมนิจ, ทอย ปฐมพงศ์, บิว จักรพันธ์, แม้ก กรธัสส์, เอส กันตพงศ์,  หมอก้อง สรวิชญ์, อัพ ภูมิพัฒน์, แชป วรากร, บิว ณัฐพล, ก้อง ปิยะ, บูม สุภาพร, ป้าแจ๋ว ยุทธนา, จีน่า อภัสสรา, ฮัท เดอะสตาร์, ปู ปริศนา, ท็อป ดารณีนุชฯ จิตอาสาร่วมเปิดตัวเสื้อวิ่ง  “ก้าวด้วยธรรม”  ชมการขับร้องเพลงจาก ปาน ธนพร  โดยมี ได๋ ไดอาน่า รับหน้าที่พิธีกร     

กิจกรรม “ก้าวด้วยธรรม” ครั้งที่ 10 เปิดรับสมัครเดิน – วิ่ง ในระยะ 5 กิโลเมตร และ 10.5กิโลเมตร นักวิ่งจะได้วิ่งผ่านสถานที่สำคัญในเกาะรัตนโกสินทร์ที่มีความงดงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ นอกจากวิ่งเพื่อสุขภาพแล้ว   ขอเชิญชวนนักวิ่งมาถ่ายภาพกับมุมพระปรางค์ 8 องค์  ของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่เป็นภาพชนะรางวัลอันดับ 1 จากเวทีประกวดภาพถ่ายระดับโลกที่ผ่านมา กิจกรรมครั้งนี้ มีการปล่อยตัวและเข้าเส้นชัย ณ ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร  และที่พิเศษสุดๆ เสื้อวิ่ง “ก้าวด้วยธรรม” ครั้งที่ 10 มาพร้อมลวดลายสวยงาม ทันสมัย น้ำหนักเบา ยืดหยุ่น รองรับกับสรีระนักวิ่งเป็นอย่างดี  โดยกำหนดการวิ่งจัดขึ้นในวันที่ 17 มกราคม 2570ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ณ  ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร  

ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธา ร่วมสร้างพลังกุศลอันยิ่งใหญ่ เพราะยังมีผู้ป่วยอีกมากมาย การให้จึงไม่สิ้นสุด ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ตามลิ้งที่แนบนี้  https://liff.line.me/1656404333-XmDp4d6p/register/KDT10Online หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  Line ID @Kaoduaydham , inbox เพจก้าวด้วยธรรม โทร. O98-932-0545 ,098-278 -0545

Cirque Hup Hua Hin 2026 รวมนักกายกรรมจาก 14 ประเทศ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของ Aerial arts ไทย สู่เวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

Cirque Hup Hua Hin 2026 รวมนักกายกรรมจาก 14 ประเทศ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของ Aerial arts ไทย สู่เวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

Cirque Hup Hua Hin 2026 รวมนักกายกรรมจาก 14 ประเทศ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของ Aerial arts ไทย สู่เวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.31 น.

ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่สำหรับงาน Cirque Hup Hua Hin 2026 Aerial Competition & Festival ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3–5 กรกฎาคม 2569 ณ VIC Hua Hin จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ด้วยการรวมตัวของนักกายกรรม (Aerial Arts) จากหลายประเทศทั่วโลก ภายใต้ธีม “Ascend Beyond Imagination, Where Elevation Becomes Art” การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่าประเทศไทยพร้อมแล้วสำหรับการเป็นศูนย์กลาง Aerial Arts ในระดับภูมิภาค และเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าเวทีนี้พร้อมที่จะเดินหน้าสู่ระดับโลก

สำหรับงาน Cirque Hup Hua Hin 2026 สร้างสถิติใหม่ในทุกมิติ ด้วยจำนวนโชว์ที่เข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 94 โชว์ จากผู้เข้าแข่งขันกว่า 14 ประเทศ ทามกลางผู้ชมที่มาร่วมงานอย่างล้นหลาม จน VIC Hua Hin แน่นขนัดไปด้วยผู้เข้าแข่งขัน นักแสดงและผู้ชมที่สนใจตลอดทั้งสามวัน ผลการแข่งขันในปีนี้มีผู้ได้รับรางวัลเหรียญทองทั้งสิ้น 41 รางวัล เหรียญเงิน 39 รางวัล และเหรียญทองแดง 14 รางวัล รวมถึงรางวัลพิเศษอีก 15 รางวัล โดยมีนางสาวปัญญานุช เชยกรีวงศ์ ได้รับรางวัล Overall Grand Champions ในการแข่งขันครั้งนี้ โดยแต่ละรางวัลถูกหล่อหลอมขึ้จากการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง และความมุ่งมั่นที่ไม่ย่อท้อของผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกคน

ภัทราวดี มีชูธน ผู้ก่อตั้ง VIC Hua Hin และผู้สนับสนุนงาน Cirque Hup Hua Hin 2026

ราชนิกร แก้วดี Aerial Master และผู้จัดงาน Cirque Hup Thailand

ราชนิกร แก้วดี Aerial Master และผู้จัดงาน Cirque Hup Thailand กล่าวว่า “การแข่งขันในปีนี้สร้างความประทับใจให้กับผมอย่างมากทั้งในด้านขีดความสามารถของผู้เข้าแข่งขัน Storytelling และความคิดสร้างสรรค์ของผู้เข้าแข่งขันทุกราย ผู้เข้าร่วมการแข่งขันในปีนี้ไม่ได้แค่แสดงออกถึงทักษะที่โดดเด่น แต่ยังถ่ายทอดศิลปะของ Aerial ผ่านการแสดงได้อย่างมีพลัง สะท้อนให้เห็นว่าวงการ Aerial arts ของไทยพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจากปีก่อนหน้า รวมถึงการที่เราได้รับการตอบรับจากสตูดิโอชั้นนำทั้งในและต่างประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ เป็นแรงผลักดันที่ดีและเป็นสัญญาณที่บอกว่า Cirque Hup  Thailand พร้อมแล้วสำหรับการก้าวสู่เวทีการแข่งขันในระดับภูมิภาค”

สำหรับก้าวต่อไปของ Cirque Hup Thailand นั้นราชนิกร กล่าวว่า “หลังจากงานครั้งนี้มีหลายประเทศติดต่อเข้ามาว่าอยากให้เราไปร่วมจัดงานด้วยไม่ว่าจะเป็น Cirque Hup Japan หรือ Cirque Hup America นั่นทำให้เราเชื่อว่า Soft Power ของไทยยังไปได้ไกลกว่าที่คิด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในวันนี้คือการที่กลุ่มชุมชนของ Aerial arts เข้มแข็งขึ้นมาก ครูทุกคนเจ้าของสตูดิโอทุกแห่งเชื่อมต่อถึงกันหมด ซึ่งจะช่วยยกระดับ Aerial ของไทยให้มีมาตรฐานและมีความปลอดภัยที่สูงขึ้นมาก สิ่งที่ผมฝันต่อจากนี้คือ วันที่จะมีโรงละคร Aerial ถาวรในประเทศไทย เป็นบ้านของนักกายกรรมทุกคนให้เขาได้มีอาชีพ มีพื้นที่ในการแสดงออกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

ภัทราวดี มีชูธน ผู้ก่อตั้ง VIC Hua Hin และผู้สนับสนุนงาน Cirque Hup Hua Hin 2026 กล่าวว่า “ราชนิกรเขาเป็นหนึ่งใน Soft Power ตัวจริงของประเทศ เป็นคนที่ตั้งใจ ทำอะไรทำจริง ในฐานะครูของเขาเราจึงต้องให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เราดีใจที่ VIC Hua Hin ได้เป็นส่วนหนึ่งของเวทีนี้ เพราะหัวหินไม่ควรมีแค่ทะเล แต่ควรเป็นเมืองแห่งศิลปะและวัฒนธรรมที่คนมาแล้วได้รับแรงบันดาลใจกลับไปด้วย คนที่จะสร้าง Soft Power ได้จริงต้องเริ่มต้นสร้างจากจุดเล็กๆ และเติบโตขึ้นอย่างจริงจัง อย่างตั้งใจ และความสำเร็จต้องสร้างกันตลอดชีวิต ไม่ใช่แค่ 1-2 ปี”

ด้าน ปาณิสรา หาญลิ่วลมวิบูลย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Aerial One Studio ในฐานะผู้สนับสนุนงานในครั้งนี้ กล่าวว่า “หลายคนคิดว่า Aerial Arts เป็นเรื่องยากแต่ความจริงแล้วทุกคนเรียนได้ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่หรือมีพื้นฐานแค่ไหน เหมือนกับที่ด็อกเตอร์ทุกคนเคยผ่านชั้นอนุบาลมาก่อนขอแค่เริ่มต้นทุกอย่างจะพัฒนาไปตามขั้นตอน สำหรับปีนี้เราส่งนักเรียน 3 คนเข้าร่วมแข่งขันในเวทีนานาชาติเป็นครั้งแรกและได้รับรางวัลครบทุกคน ความสำเร็จในครั้งนี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งที่เรียนมาในสตูดิโอสามารถก้าวไปสู่เวทีระดับโลกได้จริง นั่นเป็นสิ่งที่เราภูมิใจและเป็นเหตุผลที่เราสนับสนุน Cirque Hup Thailand เพราะเราเชื่อว่า Aerial Arts ของไทยควรเป็นที่รู้จักในระดับโลกไม่ใช่แค่ในประเทศ”

Cirque Hup Hua Hin 2026 Aerial Competition & Festival ในครั้งที่ 3 นี้ได้ปิดฉากลงด้วยความสำเร็จที่เกินความคาดหมาย ด้วยจำนวนโชว์ที่เข้าร่วมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีผู้ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้นถึง 94 รางวัล ท่ามกลางบรรยากาศที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความรักในศิลปะกายกรรมทางอากาศไม่มีพรมแดน การแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทาง แต่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ยาวไกลกว่าเดิม เพื่อก้าวไปสู่วันที่ Aerial arts ของไทยจะยืนหยัดอยู่บนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม

ครองขวัญ CEO LUMMAX และ สนามมวยเวทีลุมพินี กองทัพบก ร่วมเป็นเจ้าภาพถวายสร้อยพระศอองค์พญาศรีสัตตนาคราช

ครองขวัญ CEO LUMMAX และ สนามมวยเวทีลุมพินี กองทัพบก ร่วมเป็นเจ้าภาพถวายสร้อยพระศอองค์พญาศรีสัตตนาคราช

ครองขวัญ CEO LUMMAX และ สนามมวยเวทีลุมพินี กองทัพบก ร่วมเป็นเจ้าภาพถวายสร้อยพระศอองค์พญาศรีสัตตนาคราช

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.45 น.

ท่ามกลางบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ของ พิธีบวงสรวงใหญ่ประจำปี 2569 7 เดือน 7 ณ แลนด์มาร์กพญาศรีสัตตนาคราช จังหวัดนครพนม หนึ่งในพิธีสำคัญที่เปี่ยมด้วยพลังศรัทธาของประชาชนจากทั่วประเทศ ตลอดจนพี่น้องประชาชนสองฝั่งลุ่มแม่น้ำโขง “คุณครองขวัญ เลิศจารุอนันต์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลุมแม็กซ์ จำกัด (LUMMAX) พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมกับ “สนามมวยเวทีลุมพินี กองทัพบก” ร่วมเป็นเจ้าภาพถวายสร้อยพระศอแด่องค์พญาศรีสัตตนาคราช เพื่อสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่าและศรัทธาที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

การร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีมหามงคลครั้งนี้ เกิดจากจิตศรัทธาอันแรงกล้าของ คุณครองขวัญ เลิศจารุอนันต์ ที่มีต่อ องค์พญาศรีสัตตนาคราช โดยได้จัดสร้างและถวายสร้อยพระศอเป็นเครื่องสักการบูชา เพื่อแสดงความเคารพและความศรัทธาอย่างสูงสุด พร้อมร่วมอนุรักษ์ สืบสานประเพณี วัฒนธรรม และคุณค่าทางจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวนครพนมและประชาชนในลุ่มแม่น้ำโขง

ในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ คุณครองขวัญ เลิศจารุอนันต์ พร้อมด้วย ผู้แทนจากสนามมวยเวทีลุมพินี กองทัพบก ได้ร่วมตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากองค์พญาศรีสัตตนาคราช เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประเทศชาติ ขอให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข ตลอดจนขอให้กำลังพลและเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ ได้รับความคุ้มครอง มีความปลอดภัย มีกำลังกาย กำลังใจ และประสบความสำเร็จในทุกภารกิจ

พร้อมกันนี้ ยังได้อธิษฐานขอพรให้องค์พญาศรีสัตตนาคราชประทานพรแก่ประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ให้ประสบแต่ความสุข ความสำเร็จ และความเจริญรุ่งเรือง มีสุขภาพแข็งแรง การงานและธุรกิจมั่นคงก้าวหน้า มีโชคลาภ ความมั่งคั่ง และความอุดมสมบูรณ์ เงินทองเพิ่มพูน สมหวังในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ และเปี่ยมด้วยสิริมงคลตลอดไป

#พญาศรีสัตตนาคราช

คุณแหน : 10 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 10 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 10 กรกฎาคม 2569

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา พระพรหมวชิรเวที ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามว่า “สมเด็จพระญาณวชิโรดม สุตาคมปริยัติกิจดิลก สาธกธรรมปฏิภาณวิจิตร นิวิฐสีลสมาจาร ไพศาลศาสนกิจจาทร ตรีปิฎกวราลงกรณ์ ธรรมยุติกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี” สถิต ณ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร..
  • จุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผวจ.สุราษฎร์ธานี นำเสนอผลการดำเนินงานจังหวัด TO BE NUMBER ONE ระดับประเทศ รอบพื้นที่ ประจำปี 2569..
  • ดร.ปรีสาร รักวาทิน แจ้งเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าอบรมหลักสูตร Digital Jumpstart (DJS) รุ่นที่ 4 จัดโดย สนง.ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เป็นโครงการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารรุ่นใหม่ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมุ่งเน้นเสริมสร้างวิสัยทัศน์และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงในการขับเคลื่อนองค์กรรับยุค AI & Quantum พร้อมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรชั้นนำกว่า 40 ท่าน สอบถามโทร 083-116-6581 หรือ https://www.depa.or.th/th/article-view/IN-02537-2569..
  • ชาว ปธพ. 1 ร่วมยินดีกับ พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กก.ผอ.ใหญ่ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ ที่ได้รางวัล THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2026 สาขาบริการสุขภาพ จัดโดย คณะพาณิชยศาสตร์ฯ มธ. และนิตยสาร BUSINESS+ ..
  • เพื่อนๆยินดีกับ ศรีวิรัตน์ ฉัตรจุฑามาส ที่ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น ด้านสาธารณกุศล สาธารณประโยชน์ และจิตอาสาเพื่อสังคม จาก ชมรมหลักสูตร ปศส. สถาบันพระปกเกล้า..
  • ชาว Digital CEO#5 ยินดีกับ ไชยวุธ จาตุรงคกุล ที่ได้แต่งตั้งเป็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายพาณิชย์ (COO) บจ. ออร์บิท ดิจิทัล..
  • สันทวัฒน์ สินาเจริญ ซีอีโอ บจ.เอนี่เพย์ (Any Pay) ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการฟินเทคด้านระบบรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ มุ่งเน้นการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ล่าสุดจัดอบรมพนักงานทุกคนเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อเสริมความรู้และยกระดับมาตรฐานการทำงานให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ของภาคการเงิน..
  • ดร.อรชร อิงคานุวัฒน์ วันเกิดปีนี้ร่วมบริจาคช่วยเด็กพิการยากไร้ของวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ และร่วมรณรงค์บริจาคเข้าโครงการบ้านพักพิง ของศูนย์สิริกิติ์บรมราชินีนาถ (เพื่อมะเร็งเต้านม) สภากาชาดไทย..
  • ภูกิจ ดิศธรานนท์ ซีอีโอ บมจ. เรียลสมาร์ท ล่าสุดให้สัมภาษณ์ถึงแนวโน้มของการนำ AI Transformation & Solution มาใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มรายได้และลดต้นทุนในการทำงานให้กับภาคธุรกิจ พร้อมๆกับการผลักดันให้มีการนำ AI มาใช้อย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อลดความเสี่ยงในการนำ AI ไปใช้ในสิ่งที่ “ไม่ถูกต้อง” และเป็นอันตรายต่อสังคม..
  • มรกต ยิบอินซอย แจ้ง บจ.ยิบอินซอย ฉลองครบรอบ 100 ปี ร่วมกับ Robinhood ชวน ร่วมเป็นสะพานบุญ ถวายไฟโซล่าเซลในเทศกาลเข้าพรรษา เพียง สั่งอาหารผ่าน Robinhood Delivery แล้ว กด Promo Code “BoonPunsa2” 1-31 กค.นี้ ยิบอินซอย สมทบทุน 8 บาท ทุกออเดอร์ เพื่อจัดหาไฟจานบินโซล่าเซล จัดส่งให้ 99 วัด 77 จังหวัดทั่วไทย สั่งได้ที่ https://go.rbh.app/PAgI/golfmora..

น้องใหม่

รพ.สัตว์เอราวัณ สร้างปรากฏการณ์ใหม่วงการ Pet Healthcare เปิดตัวแฟรนไชส์ รพ.สัตว์อัจฉริยะ ปักหมุดเมืองรองรับคลื่น Pet Humanization

รพ.สัตว์เอราวัณ สร้างปรากฏการณ์ใหม่วงการ Pet Healthcare เปิดตัวแฟรนไชส์ รพ.สัตว์อัจฉริยะ ปักหมุดเมืองรองรับคลื่น Pet Humanization

รพ.สัตว์เอราวัณ สร้างปรากฏการณ์ใหม่วงการ Pet Healthcare เปิดตัวแฟรนไชส์ รพ.สัตว์อัจฉริยะ ปักหมุดเมืองรองรับคลื่น Pet Humanization

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.24 น.

กลายเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจอย่างมากในอุตสาหกรรมสุขภาพสัตว์เลี้ยง (Pet Healthcare) ของประเทศไทย เมื่อ “โรงพยาบาลสัตว์เอราวัณ” สถานพยาบาลสัตว์ระดับแนวหน้าของประเทศ จัดงานสัมมนาธุรกิจแฟรนไชส์โรงพยาบาลสัตว์ ภายใต้ชื่องาน “ERAWAN Franchise Next-Gen Ecosystem” เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมี สัตวแพทย์หญิง บุษยมาศ เจียมวิจิตรกร ผู้บริหารโรงพยาบาลสัตว์เอราวัณ เป็นผู้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์และนำเสนอแนวคิดการพัฒนาระบบแฟรนไชส์โรงพยาบาลสัตว์แห่งอนาคต ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากนักลงทุน ผู้ประกอบการ และสัตวแพทย์รุ่นใหม่ที่เข้าร่วมรับฟังแผนยุทธศาสตร์และร่วมเจรจาธุรกิจจนเต็มพื้นที่จัดงาน

ภายในงาน โรงพยาบาลสัตว์เอราวัณได้เผยพิมพ์เขียวความสำเร็จในการแก้ไขข้อจำกัด (Pain Points) ของธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์แบบดั้งเดิม ผ่าน “12 Value Propositions (12 มิติคุณค่าทางธุรกิจ)” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เทรนด์ Pet Humanization หรือการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว พร้อมสร้างระบบนิเวศธุรกิจที่แข็งแกร่งและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ไฮไลต์สำคัญที่ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงาน ได้แก่

High-Trust Standards – มาตรฐานและความน่าเชื่อถือระดับสูง

HQ Core & Systems – ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะและการสนับสนุนจากสำนักงานใหญ่

Ecosystem Revenue Model – โมเดลรายได้ที่ยั่งยืน เชื่อมโยงทุกบริการอย่างไร้รอยต่อ

The Ultimate HR Solution – ระบบบริหารทรัพยากรบุคคลครบวงจร

สัตวแพทย์หญิง บุษยมาศ เจียมวิจิตรกร ผู้บริหารโรงพยาบาลสัตว์เอราวัณ กล่าวว่า “เป้าหมายสูงสุดของเอราวัณไม่ใช่เพียงการขยายสาขา แต่คือการส่งมอบระบบนิเวศสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่มีมาตรฐานการรักษาและการบริการที่เป็นเลิศ โปร่งใส และเข้าถึงทุกภูมิภาคของประเทศไทยอย่างยั่งยืน การเปิดโมเดลแฟรนไชส์ครั้งนี้ คือการเชิญชวนผู้ร่วมลงทุนให้ร่วมเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มการแพทย์แห่งอนาคต ที่เปลี่ยนธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์จากธุรกิจที่มีความซับซ้อนและความเสี่ยงสูง ให้เป็นธุรกิจที่มีระบบบริหารจัดการมาตรฐาน สร้างผลตอบแทนที่มั่นคง และเติบโตไปพร้อมกับกระแส Pet Humanization ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ”

บรรยากาศช่วงท้ายของงานเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักลงทุนและผู้ประกอบการจำนวนมากเข้าร่วมปรึกษาและแสดงความประสงค์จองสิทธิ์ทำเลในจังหวัดเมืองรองและหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของระบบบริหารและโมเดลธุรกิจของโรงพยาบาลสัตว์เอราวัณอย่างชัดเจน

ผู้ที่สนใจร่วมลงทุนในโครงการแฟรนไชส์โรงพยาบาลสัตว์เอราวัณ สามารถลงทะเบียนและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official : @erawanpartner

เปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อรับข้อมูลโครงการ สิทธิประโยชน์การลงทุน และรายละเอียดทำเลที่เปิดรับแฟรนไชส์ก่อนใคร

พิงกี้ สาวิกา เสียงสั่นเปิดใจเลิก ตุ้ย ธีรภัทร์ เผยสถานะโสดไม่ทราบสาเหตที่ไปต่อไม่ได้

พิงกี้ สาวิกา เสียงสั่นเปิดใจเลิก ตุ้ย ธีรภัทร์ เผยสถานะโสดไม่ทราบสาเหตที่ไปต่อไม่ได้

พิงกี้ สาวิกา เสียงสั่นเปิดใจเลิก ตุ้ย ธีรภัทร์ เผยสถานะโสดไม่ทราบสาเหตที่ไปต่อไม่ได้

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.46 น.

ทำเอาแฟนๆ และสื่อมวลชนช็อกไปตามๆ กัน เมื่อนักแสดงสาวชื่อดัง พิงกี้-สาวิกา ไชยเดช ได้ออกมาเปิดใจด้วยน้ำเสียงสั่นเครือหลังจบพิธีบวงสรวงและเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง “LADY BEE” ณ บริเวณลานเทวาลัยพระพิฆเนศ ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยยอมรับว่าตอนนี้ตนเองได้กลับมาใช้สถานะ “โสด” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่คบหาดูใจกับนักแสดงหนุ่มรุ่นพี่ ตุ้ย-ธีรภัทร์ สัจจกุล มาพักใหญ่เมื่อถูกถามถึงเรื่องความรัก ‘พิงก์กี้’ เผยว่าตนเองโสดมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว (หลักเดือน แต่จำเวลาแน่ชัดไม่ได้) โดยเจ้าตัวระบุว่ากระบวนการ “ประกอบร่าง” หรือฟื้นฟูจิตใจผ่านมาได้สักระยะหนึ่งแล้วจนตอนนี้เริ่มอยู่ได้ ส่วนสาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ต้องจบลง พิงก์กี้ตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า“ไม่ทราบเหตุผลค่ะ เพราะว่าทุกวันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่เราต้องประกอบร่าง ต้องให้เวลาหัวใจและให้เพื่อนให้งานเป็นตัวซัพพอร์ตเราแทนให้เรายิ้มได้”

เธอยังยอมรับว่าก่อนหน้านี้มีช่วงที่ใจพังและร้องไห้กับเรื่องนี้ ซึ่งมองว่าเป็นความรู้สึกธรรมดาที่ทุกคนต้องเจอ แต่ปัจจุบันสภาพจิตใจดีขึ้นแล้ว และสามารถมูฟออนได้ 100% โดยมีงานและเพื่อนๆ คอยช่วยเยียวยาเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความสัมพันธ์ในปัจจุบันว่ายังคงมีการพูดคุยเป็นพี่น้องกับหนุ่มตุ้ยอยู่หรือไม่ พิงกี้ตอบสั้นๆ ชัดเจนว่า “ไม่ได้คุยค่ะ” แต่ยืนยันว่าเป็นการจบกันด้วยดี และไม่ได้เสียดายเวลาที่ผ่านมา เพราะมองว่าทุกอย่างถูกจัดสรรมาในเวลาที่ใช่แล้ว ส่วนเรื่องหัวใจในตอนนี้ เธอยังไม่พร้อมเปิดใจให้ใครเข้ามาเยียวยา โดยขอเลือกกลับมารักและให้เวลากับตัวเองก่อน

พิงกี้ได้ทิ้งท้ายถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากความรักครั้งนี้ โดยเปรียบเทียบชีวิตและความสัมพันธ์เหมือนกับบทเพลงความสัมพันธ์ทุกอย่างในชีวิตคนเรา เราก็เลือกขึ้นมาเพียงหนึ่งว่าเราเลือกเพลงไหน… ชีวิตของเรามันก็อาจจะต้องเป็นเพลงร็อก เพลงเศร้า เพลงความรัก เพลงสนุก ชีวิตมันขึ้นลง บางทีมันอาจจะดีก็ได้บางทีมันอาจจะได้พบกันในวันที่ไม่รู้ ไม่เป็นไรถ้าเกิดหนูโอเคพี่ก็คงโอเคแหละ”พร้อมกันนี้เธอยังเปรียบเทียบตัวเองกับตัวละคร “คุณวาด” ที่ต้องมีความแข็งแกร่ง อยู่ได้ด้วยตัวคนเดียว และเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ โดยย้ำชัดในตอนท้ายว่า “ตอนนี้หนูโอเคค่ะ”