จะพยายามดัดสันดานตัวเอง มดดำ คชาภา ลั่น หลังถูก กสทช. เรียกค่าปรับเหตุพูดคำหยาบ

จะพยายามดัดสันดานตัวเอง มดดำ คชาภา ลั่น หลังถูก กสทช. เรียกค่าปรับเหตุพูดคำหยาบ

จะพยายามดัดสันดานตัวเอง มดดำ คชาภา ลั่น หลังถูก กสทช. เรียกค่าปรับเหตุพูดคำหยาบ

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.24 น.

เป็นประเด็นดราม่าร้อนแรงในวงการบันเทิงอีกครั้ง สำหรับพิธีกรฝีปากกล้า “มดดำ-คชาภา ตันเจริญ” จากรายการ “แฉ” ทางช่อง GMM25 ที่ล่าสุดถึงกับฟิวส์ขาดกลางสตูดิโอ หลังจากที่ทาง กสทช. (สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ได้สั่งเรียกเก็บค่าปรับเนื่องจากการใช้คำหยาบคายออกอากาศในรายการ

ความขัดแย้งระหว่าง กสทช. และมดดำไม่ใช่เรื่องใหม่ ก่อนหน้านี้ทางหน่วยงานเคยส่งสัญญาณเตือนไปยังสถานีต้นสังกัดให้ควบคุมเรื่องการใช้คำไม่สุภาพ การให้เกียรติแขกรับเชิญรวมถึงความเป็นกลางทางการเมืองมาแล้ว ซึ่งครั้งนั้นมดดำได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการหยุดปฏิบัติหน้าที่พิธีกรไป 3 วัน

แต่ล่าสุดดราม่ากลับมาปะทุอีกครั้งเมื่อมีใบสั่งปรับจริงส่งตรงถึงสถานี ทำเอาเจ้าตัวถึงกับกรี๊ดลั่นกลางรายการร่วมกับพิธีกรร่วมอย่าง “แจ็ค แฟนฉัน” และ “น็อต วรฤทธิ์” โดยมดดำระบุว่าต่อจากนี้หากมีการพูดคำหยาบ ทางช่องแจ้งว่าจะต้องเป็นคนจ่ายค่าปรับกันเอง

“โอ้ยยย…อยู่ไม่ไหวแล้ว มันไม่ได้ โอ้ยยย อยู่ยาก เดี๋ยวไปออนไลน์นะ… แกแล้วก็ต้องดัดสันดานบ้างเนอะ จะพยายามดัดสันดานตัวเองนะ” มดดำกล่าวประชดปนตัดพ้อ

ภายในรายการ พิธีกรทั้งสามคนได้มีการพูดคุยแกมประชดประชันถึงกฎระเบียบใหม่นี้อย่างดุเดือด

แจ็ค แฟนฉัน “อย่าพูดอี ตอนนี้โทรศัพท์โดนเตือน แจ็ค มดดำ อันดับ 1 รายการแฉ ไม่ดูกับกูค่ะมดดำ กสทช. โทษทีนะคะ คือสนิทกันค่ะ เธอต้องเรียกฉันคุณแจ็ค”

น็อต วรฤทธิ์ “สนิทกันเอาไว้พูดหลังรายการ ในรายการต้องคุณกับผมนะ” พร้อมเสริมว่า “อ่านข่าวในสไตล์มดดำได้ แต่ต้องไม่มีคำหยาบ”

 มดดำ คชาภา “มันก็ไม่ได้หยาบขนาดนั้นไหม เอาตรงๆ มันก็ไม่ได้ขนาดนั้น” พร้อมกับตัดพ้อต่อว่า “ฉันเรียกอีด้า (ดาด้า วรินดา) กันมา 20 ปี จะให้เรียกยังไง… ถ้าให้เปลี่ยนไปพูดจาแอ๊บๆ มันดูปลอมๆ สวัสดีครับ… ถ้าทำแบบนั้นไปสักพักนึง โฆษณาเหลือสัก 1 ตัวให้ถีบเลย”

นอกจากนี้มดดำยังพูดทีเล่นทีจริงประชดระบบว่า วิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดคือการเอาคนที่ตนชอบเรียก “อี” ออกไปให้หมด ซึ่งก็คือเอา แจ็ค แฟนฉัน และ น็อต วรฤทธิ์ ออกไป จนในรายการจะเหลือแค่ตนเองกับ “เอมมี่ มรกต” เพียงสองคนเท่านั้นบทสรุปของเรื่องนี้ทำให้เห็นว่า มาตรการที่เข้มงวดของ กสทช. เริ่มส่งผลกระทบโดยตรงต่อสไตล์การเล่าข่าวที่เป็นเอกลักษณ์ของมดดำ ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่ารายการ “แฉ” หลังจากนี้จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและโทนเสียงในการนำเสนออย่างไรเพื่อไม่ให้ขัดต่อกฎระเบียบและไม่ต้องเสียค่าปรับซ้ำสอง

แอน ทองประสม คนไทยคนแรก ได้รับเชิญชมการแข่งขัน ศึกเทนนิสแกรนด์สแลม

แอน ทองประสม คนไทยคนแรก ได้รับเชิญชมการแข่งขัน ศึกเทนนิสแกรนด์สแลม

แอน ทองประสม คนไทยคนแรก ได้รับเชิญชมการแข่งขัน ศึกเทนนิสแกรนด์สแลม

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.52 น.

สมตำแหน่ง “เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงไทย” เมื่อ “แอน ทองประสม” ได้เป็น คนไทยคนแรก! ที่ได้รับเชิญอย่างเป็นทางการจาก Ralph Lauren และ The Wimbledon Championships เพื่อร่วมชมการแข่งขัน Wimbledon Men’s Final ศึกเทนนิสแกรนด์สแลมอันทรงเกียรติ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลา 9.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

โดย “แอน ทองประสม” ออกเดินทางจากประเทศไทย เมื่อคืนวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ด้วย Airport Look จาก Polo Ralph Lauren Wimbledon Collection ถ่ายทอดสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่านเสื้อ Cable Knit Sweater ประดับ Wimbledon Crest เลเยอร์กับเสื้อเชิ้ตลายทางสีฟ้า จับคู่กางเกงสีขาวและกระเป๋า Polo Play Drawstring สี Navy สะท้อนความคลาสสิกเหนือกาลเวลา พร้อมกลิ่นอาย Preppy ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกแห่งเทนนิส

สำหรับ Wimbledon เป็นรายการเทนนิสที่เก่าแก่และทรงเกียรติที่สุดในโลก ซึ่งหลอมรวมกีฬา แฟชั่น และวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน โดยทุกปี อัฒจันทร์ของ Wimbledon ยังกลายเป็นรันเวย์แห่งสไตล์ที่ทั่วโลกจับตามอง เมื่อเหล่า ราชวงศ์ บุคคลสำคัญระดับโลก นักกีฬา และผู้ทรงอิทธิพลจากหลากหลายวงการต่างพร้อมใจกันปรากฏตัวในลุคที่สะท้อนรสนิยมเหนือกาลเวลา จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในแฟชั่นโมเมนต์ที่น่าจับตามองของทุกปี

@RalphLauren 

@PoloRalphLauren

@Wimbledon

#RLTennis #Wimbledon

นิ้ง ชัญญา สานต่อภาพยนตร์ระดับตำนาน นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ กำกับโดย โจวซิงฉือ

นิ้ง ชัญญา สานต่อภาพยนตร์ระดับตำนาน นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ กำกับโดย โจวซิงฉือ

นิ้ง ชัญญา สานต่อภาพยนตร์ระดับตำนาน นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ กำกับโดย โจวซิงฉือ

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 12.04 น.

เตรียมเป็นกำลังใจให้กับ นิ้ง ชัญญา แม็คคลอรี่ย์ นักแสดงสาวคนไทยมากฝีมือ กับการสร้างชื่อโกอินเตอร์ระดับโลก ด้วยการร่วมแสดงในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง Kung Fu Soccer (功夫女足ซึ่งเป็นภาคแยกของภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ (Shaolin Soccer) ที่กำกับโดย โจวซิงฉือ แถมร่วมแสดงประกบคู่กับ จางเสี่ยวเฟย (Zhang Xiaofei) และ ตี๋ลี่เร่อปา (Dilraba Dilmurat) พร้อมด้วยนักแสดงชายอย่าง เลย์ จาง แห่งวง EXO อีกด้วย

Kung Fu Soccer เป็นเรื่องราวของทีมฟุตบอลหญิงระดับรากหญ้าที่ใช้วิชากังฟูในการพาทีมม้ามืดของพวกเธอฝ่าศึกทัวร์นาเมนต์ลูกหนัง Supreme Invincible Cup ให้สำเร็จ โดยมีกำหนดเข้าฉายรอบปฐมทัศน์ในจีนวันที่ 11 กรกฎาคม นี้ และเตรียมเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ประเทศไทยเร็วๆ นี้

นิ้ง ชัญญา เล่าว่า “3ปีที่รอคอย ตื่นเต้นและภูมิใจมากค่ะ อยากให้ทุกคนได้ดูกันเร็วๆ นิ้งตั้งใจกับผลงานชิ้นนี้มากๆต้องทุ่มเทฝึกซ้อมทักษะฟุตบอลและสมรรถภาพร่างกายอย่างหนักหน่วงมานานกว่าหนึ่งปี จนเอ็นข้อเท้าขาดทั้ง2 ข้าง หมอนรองเข่าฉีกอีก1 แต่ตอนนี้หายแล้วนะคะ เพื่อมารับบทในภาพยนตร์แอ็กชันกังฟูสุดอลังการนี้ เพราะงานนี้ไม่ได้เตะบอลสวยๆ แต่จะเป็นการรับมือกับมหกรรมความวายป่วงครั้งใหม่ ที่พร้อมเปลี่ยนสนามหญ้าให้เป็นสังเวียนกังฟูสุดปั่น ยิงประตูทีอาจสะเทือนถึงดวงดาว”

ไฟลุกฟรอนต์โรว์ 3 ตัวแม่ระดับโลก คาร์ดิ บี ฟ่าน ปิงปิง ใหม่ ดาวิกา ประชันโฉม

ไฟลุกฟรอนต์โรว์ 3 ตัวแม่ระดับโลก คาร์ดิ บี  ฟ่าน ปิงปิง ใหม่ ดาวิกา ประชันโฉม

ไฟลุกฟรอนต์โรว์ 3 ตัวแม่ระดับโลก คาร์ดิ บี ฟ่าน ปิงปิง ใหม่ ดาวิกา ประชันโฉม

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.42 น.

กลายเป็นภาพไวรัลสนั่นโลกโซเชียลทันที เมื่อ 3 ตัวแม่จาก 3 วงการระดับโลก โคจรมานั่งกระทบไหล่กันที่เก้าอี้ฟรอนต์โรว์ในงานแฟชั่นโชว์ระดับโลก โดยทางอินสตาแกรมของนางเอกสาวไทย “ใหม่ ดาวิกา” ได้เผยภาพแฟชั่นเซ็ตสุดปังที่ทำเอาแฟน ๆ ต้องรีบเอามือทาบอก เพราะนี่คือศึกประชันแฟชั่นแบบตาต่อตา ฟันต่อฟันที่ไม่มีใครยอมใคร!

คาร์ดิ บี (Cardi B)  ตัวแม่สายแร็ปฝั่งตะวันตก มาในชุดสีแดงสดแบบตะโกน แดงชนิดที่ไฟจราจรยังต้องหลบให้! พร้อมทรงผมสุดล้ำที่แฟน ๆ แอบแซวขำ ๆ ว่าเหมือน “ทรงหอยแครงยักษ์” แต่ต้องยอมรับเลยว่าจริตแม่เต็มสิบไม่หัก

ฟ่าน ปิงปิง (Fan Bingbing)  ตัวแม่ระดับตำนานจากฝั่งเอเชีย สวยสง่าหน้าเป๊ะตลอดกาล ครั้งนี้มาในลุคสีม่วงตั้งแต่หัวจรดเท้า ให้ความรู้สึกหรูหราล้ำยุคเหมือนเพิ่งหลุดออกมาจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ เป็นชุดที่ปิดมิดชิดแต่ดูแพงและมีพลังทำลายล้างสูงมาก

ด้าน  ใหม่ ดาวิกา นางเอกสาวไทยหัวใจอินเตอร์ งานนี้บอกเลยว่าไม่ได้มาเล่น ๆ ประเดิมด้วยลุคที่มองท่อนบนเหมือนจะ “น้อยแต่มาก” แต่พอเหลือบมองช่วงล่างบอกเลยว่า “เอวสับขั้นสุด!” เอวบางร่างน้อยจนแฟน ๆ แอบแซวว่านึกว่าไม่ได้ทานข้าวมาสามวัน ใส่กางเกงเอวสูงลายทางที่เห็นแล้วต้องยอมใจในความผอมเพรียว แมตช์กับหมวกดีไซน์เฉี่ยวสุดเก๋

งานนี้บอกได้คำเดียวว่าไม่มีใครยอมใคร สามคน สามสไตล์ สามความแซ่บ! ด้านชาวเน็ตต่างหลั่งไหลเข้ามาคอมเมนต์กันอย่างหลากหลาย ทั้งชื่นชมในความปังระดับโลกและแชร์ลุคสุดสนุกนี้จนกลายเป็นกระแสไปทั่วทั้งโซเชียล

แพนเค้ก เคลียร์ชัดปมดราม่าโยง สารวัตรหมี ตบนายแบบดัง ย้ำผู้ใหญ่คุยกันจบเรียบร้อยนานแล้ว

แพนเค้ก เคลียร์ชัดปมดราม่าโยง สารวัตรหมี ตบนายแบบดัง ย้ำผู้ใหญ่คุยกันจบเรียบร้อยนานแล้ว

แพนเค้ก เคลียร์ชัดปมดราม่าโยง สารวัตรหมี ตบนายแบบดัง ย้ำผู้ใหญ่คุยกันจบเรียบร้อยนานแล้ว

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.27 น.

จากกระแสข่าวลือบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นดราม่าของ ลินคอล์น บูย’ (Lincoln Bui) นายแบบหนุ่มจากรายการดัง ที่ถูกแฟนของนางเอกตัวแม่เดินมาตบหน้า จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง และมีการโยงไปถึง ‘สารวัตรหมี’ สามีของนางเอกสาว ‘แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์‘ นั้น

ล่าสุด ‘แพนเค้ก เขมนิจ’ ได้ออกมาเปิดใจเคลียร์สั้นๆ ถึงประเด็นร้อนดังกล่าว โดยระบุว่า “จริงๆ ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ขออนุญาตเป็นแค่นี้ดีกว่าค่ะ เพราะว่าเราได้คุยกับทางผู้ใหญ่ทุกอย่างเรียบร้อย”

เมื่อถูกถามย้ำว่า ตอนนี้ทุกอย่างแฮปปี้และจบลงด้วยดีแล้วใช่ไหม เจ้าตัวได้ย้ำชัดเจนว่า “ใช่ๆ ทุกอย่างจบเรียบร้อยไปนานแล้ว”ส่วนในประเด็นที่ว่ากระแสข่าวนี้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจอย่างไรบ้าง  ‘แพนเค้ก’ ได้ยิ้มพร้อมตอบสั้นๆ เพื่อตัดจบประเด็นว่า “เปลี่ยนเรื่องดีกว่า (ยิ้ม) ให้มันแบบนี้ดีกว่า เพราะทางผู้ใหญ่เองก็พูดแล้ว ก็เลยคิดว่าเราจบตรงนี้ดีกว่า” เพื่อไม่ให้เรื่องราวบานปลายต่อไป

‘ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี’ ร่วมเวที Thailand AI Business Transformation ขับเคลื่อน AI สู่การพัฒนาธุรกิจไทยอย่างยั่งยืน

‘ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี’ ร่วมเวที Thailand AI Business Transformation ขับเคลื่อน AI สู่การพัฒนาธุรกิจไทยอย่างยั่งยืน

‘ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี’ ร่วมเวที Thailand AI Business Transformation ขับเคลื่อน AI สู่การพัฒนาธุรกิจไทยอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.08 น.

ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ประธานกรรมการ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาดิจิทัล (Digital Development Foundation : DDF) เข้าร่วมงาน Thailand AI Business Transformation Powered by UTCC AI Institute ภายใต้แนวคิด “From AI Trend to Real Business Impact” ณ ห้องสัมมนา อาคาร 5 ชั้น 9 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ภายในงานมีการเปิดตัว UTCC AI Institute พร้อมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและเครือข่ายสมาคมด้านเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันยกระดับศักยภาพด้าน AI และ Digital Transformation ของประเทศไทย

ในโอกาสนี้ ดร.วิฑูรย์ ได้ร่วมเวทีเสวนา Mega Tech Trend Update แลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสมาคมด้านเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศ ในประเด็นทิศทางการพัฒนา Artificial Intelligence (AI), Internet of Things (IoT), Humanoid Robotics และ Digital Infrastructure ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย

การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ มูลนิธิเพื่อการพัฒนาดิจิทัล (DDF) ในการสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันการพัฒนากำลังคนดิจิทัล ส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน

ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี ได้สะท้อนถึงมุมมองสำคัญเกี่ยวกับการขับเคลื่อน AI ของประเทศไทย โดยเน้น 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

1. เราจะต้องมไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Leave No One Behind)  คือ คนไทยทุกคนควรมีโอกาสเข้าถึงความรู้และทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเท่าเทียมกัน และทั่วถึงด้วย โดยสามารถเข้าถึงโอกาสต่างๆ เพื่อให้การปรับตัวและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีAIได้อย่างเต็มศักยภาพ

2. เราต้องสร้างระบบนิเวศหรือ สภาพแวดล้อม  เพื่อส่งเสริมการการเรียนรู้ด้วย Prompt-Harness Engineering

การพัฒนา AI ไม่ได้อยู่ที่การใช้เครื่องมือเป็นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้าง “สภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้” หรือ Ecosystem ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการต่อยอดองค์ความรู้ ผ่านแนวคิด Prompt-Harness Engineering เพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพด้าน AI อย่างยั่งยืน

3. เราต้องลดต้นทุนการลองผิดลองถูกจากการใช้ AI ด้วย 5C Framework

เพราะการเรียนรู้และใช้งาน AI มีต้นทุนทั้งด้านเวลา ทรัพยากร และประสบการณ์ การพัฒนาองค์กรและบุคลากร. จึงควรใช้แนวทางและแพลตฟอร์มที่ช่วยลดการลองผิดลองถูก พร้อมเร่งการเรียนรู้ให้เกิดผลลัพธ์ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ผ่านแนวความคิดที่ส่งเสริมให้เข้าใจการกำหนด

Character-Cause-Constraint-Contingency-Calibration  ที่สามารถวัดประสิทธิภาพการใช้คำสั่ง จนสะท้อน ROI อย่างจับต้องได้

พว.เร่งปฏิวัติห้องเรียนไทย ชู GPAS 5 Steps สร้างเด็กคิดเป็น ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน

พว.เร่งปฏิวัติห้องเรียนไทย ชู GPAS 5 Steps สร้างเด็กคิดเป็น ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน

พว.เร่งปฏิวัติห้องเรียนไทย ชู GPAS 5 Steps สร้างเด็กคิดเป็น ใช้ AI อย่างรู้เท่าทัน

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.50 น.

สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ร่วมกับเครือข่ายสถานศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี จัดอบรมพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 110 คน ภายใต้โครงการ“การพัฒนาสมรรถนะเชิงรุก (Competency-Based Learning)”ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps สู่การสร้างนวัตกรรมด้วยการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการวัดและประเมินผลผู้เรียน ยกระดับการจัดการเรียนรู้และการประเมินผลตามสมรรถนะผู้เรียน โดยผู้เข้าร่วมอบรมประกอบด้วย ครูจากโรงเรียนในจังหวัดกาญจนบุรี 3 แห่ง รวม 110 คน ได้แก่ โรงเรียนด่านมะขามเตี้ยวิทยาคม โรงเรียนหนองตากยาตั้งวิริยะราษฏร์บำรุง  และโรงเรียนอนุบาลวัดไชยชุมพลชนะสงคราม

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) กล่าวว่า การจัดการเรียนรู้ ครูจะเป็นผู้ออกแบบกิจกรรม เพื่อให้เด็กเรียนรู้โดยใช้คำถามเป็นหลัก ไม่ใช่บรรยายหรือติวซึ่งเป็นการทำร้ายเด็ก แต่ที่ผ่านมาสิ่งที่เกิดคือการติว และเด็กก็ใช้เงินเพื่อการนี้ แต่ผลของการสอบ O-Net ที่ผ่านมา23 ปี เราไม่เคยเห็นการผ่านเกณฑ์เลย รวมถึงการประเมิน PISA 20 กว่าปีมานี้ทำอย่างไรเราก็ไม่สามารถผ่านได้ เพราะยิ่งติวยิ่งแคบ ยิ่งติวยิ่งความรู้น้อย เนื่องจากเป็นการเรียนข้อสอบ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว ทั้ง O-Net และ PISA เป็นการนำกระบวนการไปวิเคราะห์ข้อสอบ แต่สิ่งที่เกิดคือในห้องสอบครูไม่รู้จักกระบวนการ เด็กจึงไม่มีกระบวนการ เพราะเป็นการเรียนแบบท่องจำ  จึงเป็นสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ดร.ศักดิ์สิน กล่าวต่อไปว่า การอบรมครั้งนี้เป็นการอบรมการใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นเครื่องมือสร้างความรู้ของเด็ก โดยนำเนื้อหาในหนังสือมาให้เด็กเรียนรู้ สร้างความรู้โดยผ่านกระบวนการคิด ผ่านกระบวนการประเมิน โดยเพิ่มความดี ความงาม คุณธรรม และ ค่านิยม ซึ่งนำความคิดพื้นฐาน เหตุและผลมาหลอมรวมเข้าด้วยกันทำให้ความคิดขั้นต้นมีคุณค่าสูงขึ้นทั้งตนเองและสังคม ซึ่งการเรียนด้วยวิธีการนี้จะส่งผลให้เกิดนวัตกรรมและต่อยอดเป็น AI ในต่างประเทศที่เขาสร้างนวัตกรรมและAI เกิดขึ้นได้ก็ด้วยการเรียนด้วยกระบวนการคิดขั้นสูง จนพัฒนา AI ขั้นสูงมาใช้ในด้านอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจต่อมา ก็เอา AI มาใช้ประกอบการเรียนซึ่งก็คือมือถือแท็บเล็ตแต่เมื่อนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ก็ทำให้เกิดปัญหาเด็กติดจอและข้อมูลที่ผ่าน AIมา ควบคุมไม่ได้ จนเกิดกระแสที่กระทบสังคม และเด็กก็ไม่มีสมาธิในการเรียนจนทุกประเทศเห็นพ้องกันว่าหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปประเทศอาจจะด้อยพัฒนาได้ จึงมีการห้ามนำเทคโนโลยีเข้า ในห้องเรียนเพื่อกลับมาเรียนแบบเดิมและมีการประกาศว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าจะสร้าง AIรุ่นใหม่

“ GPAS 5Steps จะเป็นกำแพงต่อต้านกระแสสังคมเชิงลบที่กระแทกเข้ามา เพื่อให้เด็กต่อต้านสิ่งเหล่านี้ได้ สามารถใช้ปัญญาในการเลือกบริโภคได้ ดังนั้นถ้าเรายังไม่พัฒนากระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบเด็กจะเอาไม่อยู่ เพราะขนาดธรรมชาติเมื่อมีกระแสลมพัดด้วยความรุนแรง หน้าผา ก้อนหิน ยังสลายได้ แล้วจิตใจของเด็กซึ่งเป็นมนุษย์แท้ๆ ถ้าถูกกระแสสังคมเข้ามากระแทกก็คงยากที่จะทานได้ จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนากระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบให้เร็วที่สุด โดยมี AI เป็นเครื่องมือช่วยให้เด็กสามารถคิดวิเคราะห์และเลือกได้ และหากเกิดความผิดพลาดเด็กก็จะสามารถลุกได้เร็ว“ประธานบริหารสถาบัน พว.กล่าว

ดร.ณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.)กล่าวว่า ส.บ.ม.ท.คาดหวังว่าคุณภาพของครูจะส่งผลถึงเด็ก โดยเชื่อว่าการพัฒนาครู เติมส่วนที่ขาด วาดส่วนที่หวัง จะสามารถพัฒนาเด็กได้ โดยเฉพาะการอบรมออกแบบการเรียนรู้ด้าน Active Learning การประเมินผลโดยใช้ AI และการประเมินผลตามสภาพจริง ซึ่งครูที่เข้ารับการอบรมวันนี้มาจากโรงเรียนมัธยมศึกษา 2 โรง และโรงเรียนขยายโอกาส 1 โรงในจังหวัดกาญจนบุรี ถือเป็นกลุ่มนำร่องของ ส.บ.ม.ท.ที่ร่วมกับสถาบัน พว. ในการพัฒนาความรู้การประเมินผลตามสภาพจริง และส่งเสริมการออกแบบการเรียนรู้เพื่อเสริมสมรรถนะเด็ก และหลังจากนี้จะขยายผลไปยังโรงเรียนมัธยมศึกษากว่า 2 พันโรงทั่วประเทศต่อไป

นายพจนรินทร์ เหลืองอรัญนภา ผู้อำนวยการโรงเรียนด่านมะขามเตี้ยวิทยาคม กล่าวว่า การพัฒนาครูถือเป็นหัวใจของการยกระดับคุณภาพการศึกษา เพราะเมื่อครูมีองค์ความรู้และเทคนิคการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัย จะสามารถถ่ายทอดความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การนำ Active Learning GPAS 5 Steps มาใช้เป็นการเติมเต็มและต่อยอดวิธีการสอนที่ครูแต่ละคนใช้อยู่แล้ว โดยคำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละรายวิชา สภาพโรงเรียน และศักยภาพของผู้เรียน เพื่อให้ครูสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน  ซึ่งการอบรมครั้งนี้จะช่วยให้ครูเข้าใจและนำกระบวนการดังกล่าวไปใช้ได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ คิด วิเคราะห์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง แทนการเรียนรู้แบบรับฟังเพียงอย่างเดียว

นายนรากร สุขวิสิฎฐ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองตากยาตั้งวิริยะราษฎร์บำรุง กล่าวว่า การอบรมครั้งนี้จะเป็นแนวทางที่จะช่วยให้ครูจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีทิศทาง  ลดการบรรยายหน้าชั้นเรียน จะทำให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ ลงมือปฏิบัติจริง และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง เด็กจะเรียนด้วยความกระตือรือร้น ซึ่งตนคาดหวังว่าครูจะเข้าใจในการกระบวนการเรียนรู้นี้ได้อย่างถ่องแท้ และนำไปสอนเด็กให้เกิดการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง

โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ‘พระราชาคณะ – พระครูสัญญาบัตร’ จำนวน 5 รูป

โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ 'พระราชาคณะ - พระครูสัญญาบัตร' จำนวน 5 รูป

โปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ ‘พระราชาคณะ – พระครูสัญญาบัตร’ จำนวน 5 รูป

วันศุกร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.13 น.

วันที่ 10 ก.ค.2569 ได้มีราชกิจจานุเบกษา พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ โดยระบุว่า

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูรกิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ และพระครูสัญญาบัตร รวม 5 รูป ดังนี้

1.พระปริยัติวรานุกูล เป็น พระราชปริยัติวรานุกูล วิบูลศาสนกิจจาทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1

2.พระศรีสิทธิวิเทศ เป็น พระราชวัชรชัยเมธี ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1

3.พระสุธีรัตนบัณฑิต เป็น พระราชสุทธิวัชรบัณฑิต ตรีปิฎกวราลงกรณ์ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดสุทธิวราราม กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1

4.พระอุดมบัณฑิต เป็น พระราชอุดมวัชรเมธี ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร มีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป คือ พระครูปลัด 1 พระครูสังฆรักษ์ 1 พระครูสมุห์ 1 พระครูใบฎีกา 1

5.พระมหาวิชิระ 9 ประโยค วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร เป็น พระครูศรีวชิรสุธี

ประกาศ ณ วันที่ 9 กรกฎาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

‘กยศ.’ แจงปมหักหนี้บัญชีผู้กู้อัตโนมัติ ยืนยันเป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญา

‘กยศ.’ แจงปมหักหนี้บัญชีผู้กู้อัตโนมัติ ยืนยันเป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญา

‘กยศ.’ แจงปมหักหนี้บัญชีผู้กู้อัตโนมัติ ยืนยันเป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญา

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.55 น.

กยศ.แจงกรณีหักหนี้ในบัญชีผู้กู้อัตโนมัติ ยืนยันเป็นไปตามเงื่อนไข

วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก “กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา” โพสต์ข้อความว่า   กรณีที่มีผู้กู้ยืมเงินโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการหักบัญชีออมทรัพย์อัตโนมัติเพื่อชำระหนี้ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ขอชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการหักบัญชีอัตโนมัติ (Auto Debit) สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ครบกำหนดชำระหนี้และมียอดหนี้ค้างชำระซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญากู้ยืมเงิน 

นางอัญชลี ภูริวิทย์วัฒนา รองผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา รักษาการแทน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า “เนื่องจากวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกปีเป็นวันครบกำหนดชำระหนี้ประจำปีของผู้กู้ยืมเงิน กยศ. ซึ่ง กยศ. ให้ผู้กู้ยืมเงินดำเนินการชำระหนี้ด้วยตนเอง หากพบว่าผู้กู้ยืมเงินไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้ไม่ครบ กยศ. จึงจะดำเนินการหักบัญชีอัตโนมัติ (Auto debit) ของผู้กู้ยืมเงิน ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญากู้ยืมเงิน โดยหักจากบัญชีออมทรัพย์ที่ใช้ในการรับโอนเงินค่าครองชีพ โดยในปีนี้ กยศ. ได้ดำเนินการหักบัญชีอัตโนมัติ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 จำนวน 74,337 บัญชี ซึ่งเป็นกลุ่มผู้กู้ยืมเงินที่ครบกำหนดชำระหนี้และมียอดหนี้ค้างชำระ 

ทั้งนี้ เงินที่หักบัญชีเพื่อชำระหนี้ดังกล่าว กยศ. จะนำกลับมาเป็นทุนหมุนเวียน เพื่อส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน นักศึกษารุ่นต่อไป ช่วยให้เยาวชนไทยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์สามารถเข้าถึงการศึกษาและสร้างอนาคตที่มั่นคงได้อย่างต่อเนื่อง หากมีข้อสงสัยผู้กู้ยืมเงินสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ กยศ. Call Center โทร. 0 2016 4888 ในวันทำการวันจันทร์ – ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) โดยให้บริการตั้งแต่เวลา 08.30 – 20.00 น. หรือไลน์บัญชีทางการ กยศ. และอีเมล info@studentloan.or.th ”

“บอนนี ไทเลอร์” เจ้าของเพลงดัง “Total Eclipse of the Heart” เสียชีวิตแล้วในวัย 75 ปี

"บอนนี ไทเลอร์" เจ้าของเพลงดัง "Total Eclipse of the Heart" เสียชีวิตแล้วในวัย 75 ปี

9 ก.ค. 2569 16:46 น.

“บอนนี ไทเลอร์” เจ้าของเพลงดัง “Total Eclipse of the Heart” เสียชีวิตแล้วในวัย 75 ปี

“บอนนี ไทเลอร์” นักร้องหญิงชาวเวลส์ เจ้าของบทเพลงระดับตำนานอย่าง Total Eclipse of the Heart เสียชีวิตด้วยวัย 75 ปี หลังเข้ารับการรักษาอาการป่วยในโรงพยาบาลประเทศโปรตุเกส โดยครอบครัวและทีมงานยืนยันข่าวเศร้า พร้อมขอความเป็นส่วนตัวในช่วงเวลาแห่งการสูญเสีย

บอนนี ไทเลอร์ นักร้องหญิงชาวเวลส์ ผู้เป็นเจ้าของเสียงร้องอันทรงพลังและเป็นเอกลักษณ์จากบทเพลงฮิตระดับโลก Total Eclipse of the Heart, Holding Out for a Hero และ It’s a Heartache เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 75 ปี

แถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของศิลปิน ระบุว่า ครอบครัวและทีมงานรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ต้องแจ้งข่าวการจากไปของบอนนี ไทเลอร์ ซึ่งเสียชีวิตอย่างกะทันหันเมื่อคืนที่ผ่านมาในโรงพยาบาลที่ประเทศโปรตุเกส จากอาการป่วยที่เธอกำลังเข้ารับการรักษา พร้อมขอความเป็นส่วนตัวเพื่อให้ครอบครัวได้จัดการกับความสูญเสีย

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ไทเลอร์ต้องเข้ารับการผ่าตัดลำไส้ฉุกเฉินในโปรตุเกส และถูกทำให้อยู่ในภาวะโคม่าโดยการรักษาทางการแพทย์ ขณะที่โฆษกของเธอเปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้วว่า แม้จะพ้นจากอาการโคม่าแล้ว แต่อาการยังคงวิกฤตและต้องรักษาตัวในห้องผู้ป่วยหนัก

โดยเสียงแหบอันเป็นเอกลักษณ์ของไทเลอร์เกิดขึ้นหลังการผ่าตัดรักษาติ่งเนื้อที่สายเสียงในปี 1977 เมื่อแพทย์สั่งให้เธองดใช้เสียง แต่เธอเผลอตะโกนด้วยความโกรธในวันหนึ่ง ส่งผลให้เสียงของเธอเปลี่ยนไปอย่างถาวร และกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ผู้ฟังจดจำได้ทั่วโลก

ความสำเร็จสูงสุดในชีวิตของบอนนีเกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1980 เมื่อเธอได้ร่วมงานกับ จิม สไตน์แมน นักแต่งเพลงชื่อดังผู้ล่วงลับ โดยสไตน์แมนได้มอบบทเพลงร็อคบาลลาดสุดดราม่าที่มีชื่อว่า Total Eclipse of the Heart ซึ่งเดิมทีตั้งชื่อว่า Vampires in Love เพื่อใช้ในละครเวทีเรื่องแดร็กคูลา ให้เธอขับร้อง บอนนีเคยเผยความรู้สึกในตอนนั้นว่า “ทันทีที่ได้ยิน ฉันรู้ทันทีว่านี่คือบทเพลงที่ฉันรอคอยมาตลอดทั้งชีวิต”

น้ำเสียงที่ถ่ายทอดอารมณ์อันเข้มข้น ผสมผสานกับดนตรีร็อคที่หนักหน่วง ส่งผลให้เพลงนี้ทะยานขึ้นอันดับ 1 ของชาร์ตเพลงทั้งในสหราชอาณาจักรและบิลบอร์ดฮอต 100 ของสหรัฐฯ พร้อมส่งให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ 

เพลงนี้กลายเป็นเพลงอมตะที่ถูกนำไปใช้ในภาพยนตร์และซีรีส์ชื่อดังมากมาย เช่น Glee, Grey’s Anatomy, Shrek 2 และเพิ่งจะสร้างประวัติศาสตร์มียอดสตรีมมิ่งทะลุ 1,000 ล้านครั้งบนแพลตฟอร์ม Spotify เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งบอนนีเคยให้สัมภาษณ์ด้วยความยินดีอย่างอารมณ์ดีว่า “ฉันมีความสุขมาก ลองคิดดูสิ ประชากรโลกมีแค่ 8.3 พันล้านคน” นอกเหนือจากนี้ เธอยังมีเพลงฮิตระเบิดพลังร็อคอย่าง Holding Out for a Hero ที่โด่งดังข้ามยุคข้ามสมัยเช่นกัน

ตลอดชีวิตการทำงาน บอนนี ไทเลอร์ ได้รับเกียรติให้เป็นตัวแทนของสหราชอาณาจักรในการประกวดเพลงยูโรวิชัน  ในปี 2013 และได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น MBE จากสหราชอาณาจักรในฐานะผู้ทำคุณประโยชน์แก่วงการดนตรีเมื่อปี 2023 การจากไปของเธอจึงถือเป็นการปิดฉากหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ดนตรีร็อคบาลลาดที่ดีที่สุดของโลกฝั่งตะวันตกอย่างแท้จริง.

ที่มา BBC / Reuters